30 Aug, 2009
วิสาหกิจชุมชนเครื่องจักรกลฯ?เพิ่มมิติบริการเครือข่ายเกษตรปลอดการเผา
Posted by: Mr.Keajon In: Home|นวตกรรมสำหรับอาชีพ|เกษตรแก้จน
ความหวังที่จะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะด้านแหล่งเงินทุน องค์ความรู้และเทคโนโลยี การผลิตที่เหมาะสม ตลอดจนโอกาสเข้าถึงด้านการตลาด เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมารวมกลุ่มจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อดำเนินธุรกิจ เพิ่มมากขึ้น ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 ซึ่งปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับอนุมัติการจดทะเบียนจากกรมส่งเสริมการ เกษตรแล้วจำนวน 63,110 แห่ง สมาชิก 1,063,090 ราย พร้อมจดทะเบียนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน 227 แห่ง สมาชิก 3,785 รายด้วย สำหรับวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายฯ ที่ จดทะเบียนกิจการกลุ่มผลิตสินค้า สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ การผลิตพืช จำนวน 13,768 แห่ง การผลิตปศุสัตว์ 10,671 แห่ง การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร 8,661 แห่ง ผลิตภัณฑ์ผ้าทอ/เสื้อผ้า 7,411 แห่ง และ การผลิตปัจจัยการผลิต 4,446 แห่ง ขณะที่วิสาหกิจชุมชนประเภทกลุ่มการให้บริการมาจดทะเบียนสูงสุด ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์ชุมชน 2,867 แห่ง ร้านค้าชุมชน 1,356 แห่ง และ กลุ่มบริการสุขภาพ 362 แห่ง
ปี 2552 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้มีแผนเร่งขยายผลการส่งเสริมให้เกษตรกรจัดตั้ง ?ศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรปลอดการเผา? ในรูปแบบกลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนสำหรับการให้บริการเครื่องจักรกลการ เกษตรไถกลบตอซังในนาข้าวและเศษซากพืชทดแทนการเผา ขณะเดียวกันยังจะเร่งเผยแพร่องค์ความรู้การควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตร พร้อมเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายเกษตรปลอดการเผาให้มีความรู้ความเข้าใจใน เรื่องการใช้เครื่องจักร
กลการเกษตรปลอดการเผา เพื่อช่วยเร่งรัดการจัดการปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรให้เป็นรูปธรรม ชัดเจนยิ่งขึ้น?นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว
ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรได้คัดเลือกและจัดตั้ง วิสาหกิจชุมชนศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรปลอดการเผานำร่อง จำนวน 5 ศูนย์ อยู่ในพื้นที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี อ.เมือง จ.พิษณุโลก และ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ มีสมาชิกกว่า 200 ราย โดยกรมฯได้ให้กลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนยืมใช้ครุภัณฑ์ ได้แก่ รถแทรกเตอร์ 2 คัน และอุปกรณ์พ่วงท้าย ไถกลบตอซังเพลาหมุน ไถหัวหมู จอบหมุนตีเทือก และตัวเสริมล้อกันจม 2 คู่ เพื่อนำไปสาธิตเทคโนโลยีเครื่องจักรกลเกษตรปลอดการเผาแก่สมาชิกเกษตรกรและ เกษตรกรที่สนใจทั่วไป รวมทั้งสาธิต ทดสอบการบริหารจัดการการให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตรปลอดการเผา เพื่อช่วยในการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันของประเทศ
การทดสอบบริหารจัดการการให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตรในเบื้องต้น ได้ให้วิสาหกิจชุมชนศูนย์เครื่องจักรกลฯเป็นผู้จัดหาค่าใช้จ่ายในการลงทุน ดำเนินกิจการ อาทิ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าแรงงาน ค่าการจัดการต่าง ๆ หากมีรายรับเกิดขึ้นจะให้แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยร้อยละ 30 ของค่าดำเนินการ เป็นค่าจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติมหรือทดแทนเครื่องมือที่หมดอายุการใช้งาน และร้อยละ 70 ของค่าดำเนินการ ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและการบริหารจัดการให้บริการ ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนต้องซ่อมแซมเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้มีสภาพพร้อม ใช้งานเมื่อสิ้นสุดโครงการ
อย่างไรก็ตาม ภายในปีนี้คาดว่า ศูนย์เครื่องจักรกลฯ นำร่อง 5 แห่ง จะสามารถให้บริการ ไถกลบเศษซากพืชทดแทนการเผาได้ศูนย์ฯ ละไม่น้อยกว่า 2,000 ไร่ และปีถัดไปคาดว่าจะ สามารถเพิ่มพื้นที่บริการปลอดการเผาได้อย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 10,000 ไร่/ปี ภายในเวลา 20 ปีรวมพื้นที่กว่า 200,000 ไร่ ซึ่งอนาคตศูนย์เครื่องจักรกลฯ นำร่องจะกลายเป็น ?ศูนย์ต้นแบบ? เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผาที่มีประสิทธิภาพ ให้ กลุ่มเกษตรหรือผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน และนำความรู้ไปจัดตั้งกลุ่มเพื่อดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกัน อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดการเผาซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการเผาใน พื้นที่เกษตรกรรมของไทย และช่วยลดสภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง
หากสนใจข้อมูลเกี่ยวกับ ?ศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรปลอดการเผา? สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิศวกรรมการจัดการที่ดิน กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร โทร.0-2940-6175 หรือศูนย์ส่งเสริมวิศวกรรมเกษตรใน 5 จังหวัดข้างต้น.
ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หน้าข่าวเกษตรทั่วไทย วันที่ 17 สิงหาคม 2552








แบนเนอร์โฆษณา 140×140
