แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม

Archive for the ‘เกษตรแก้จน’ Category

กระถางที่ได้จากขุย มะพร้าว

เป็นที่ทราบกันดีว่าวัสดุที่ทำมาจากพลาสติก นั้น เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก และต้องใช้เวลาหลายสิบปีทีเดียวกว่าพลาสติกเหล่านี้จะย่อยสลาย ที่สำคัญ พลาสติก ยังเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของโลกอยู่ในขณะนี้หลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างหันมาช่วยกันรณรงค์ในเรื่องของการลดสภาวะโลกร้อนด้วยกันหลายวิธี และวิธีลดการใช้พลาสติกก็เป็นอีกแนวทางในการรณรงค์ในเรื่องดังกล่าว คณะคุรุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โดยนายพงศธร หนูเล็ก นายจิราณุวัฒน์ แสงมุกด์ และนายชินพันธุ์ แซ่ซิ้ม ได้ร่วมกันคิดค้นวิธีการผลิตกระถางเพาะชำจากวัสดุทางการเกษตรขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดการใช้กระถางพลาสติกลง โดยมี ผศ.สุจิน สุนีย์ และ ผศ.ธีรเวท ฐิติกุล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

กระถางที่นำมาใช้งาน ระยะหนึ่งแล้ว

นายพงศธร กล่าวว่า เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี ส่วนหนึ่งประกอบอาชีพเพาะชำกล้าไม้และพันธุ์พืชหลากหลายชนิด เช่น ไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้ผล ซึ่งในการเพาะพันธุ์พืชเหล่านี้ [...]

พรรณไม้น้ำ

หลังจากนายแก้จนทราบข่าวการฝึกอบรม ของทางกรมประมง โดยสถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ ซึ่งจัดฝึกอบรมหลักสูตร “เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพรรณไม้น้ำ รุ่นที่ 2″ โดยทางกรมฯใจดีจัดอบรมให้แก่เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พอดีว่าทางกรมประมงรับผู้เข้าอบรมจำนวนจำกัด โชคดีที่วันนี้เจ้าหน้าที่ของทางกรมแจ้งมาให้นายแก้จนได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเนื่อพรรณไม้น้ำครั้งนี้ด้วยครับ ท่านใดไม่มีโอกาสได้เข้าอบรม นายแกจนนำเอาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพเกษตรกรที่น่าสนใจมาฝากแทน และแน่นอนในวันฝึกอบรม วันที่  23-24 มีนาคม 2553 นี้ นายแก้จนจะรวบรวมรายละเอียดและเก็บภาพมาบรรยายให้ทุกๆท่าน ได้ฝึกฝนกันครับ
 

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (Plant  Tissue  Culture)
ประวัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเริ่มต้นในปี ค.ศ.1902  โดย Haberlandt  นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันได้ทำการแยกเซลล์พืชมาเลี้ยง  เพื่อจะทำการศึกษาคุณสมบัติของเซลล์  แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จจนถึงระดับเซลล์มีการแบ่งตัว  เพียงแต่พบว่าเซลล์มีการขยายขนาดขึ้นเท่านั้น  ในปี ค.ศ.1930  ได้มีการพัฒนาการเลี้ยงเซลล์ที่แยกมาจากรากของพืชหลายชนิดโดยเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ  ต่อมาในปี ค.ศ. 1938  สามารถเพาะเลี้ยงอวัยวะ( Organ ) และ แคลลัส ( [...]

ไส้เดือนอาจเป็นสัตว์ที่หลายคนรังเกียจ และน่าขยะแขยง แต่มาวันนี้ไส้เดือนสามารถสร้างรายได้ให้แก่มนุษย์เงินเดือนเป็นกอบเป็นกำ ขยายเป็นฟาร์มเลี้ยงไส้เดือน เพื่อขยายพันธุ์ นำมูลไส้เดือนมาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ และน้ำหมัก ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แบรนด์ “น้องเดือน”

สถาพร และ เยาวลักษณ์ ฉายะโอภาส เจ้าของฟาร์มไส้เดือนมิตรใหม่ เล่าว่า การเริ่มต้นทำฟาร์มไส้เดือน เกิดจากความสนใจในคุณประโยชน์ของไส้เดือน โดยเฉพาะมูลของมัน ที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยชีวภาพได้ โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งในต่างประเทศได้มีการทำวิจัยเรื่องนี้มานาน นายสถาพรจึงได้หาข้อมูลเพิ่มเติมจากสถานศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงวิธีการเลี้ยงไส้เดือน ซึ่งทั้ง 2 สถาบันนี้ได้ทำการวิจัยมาตั้งแต่ปี 2534 แต่คนไทยรู้จักและรู้ถึงคุณประโยชน์ของไส้เดือนเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา รวมถึงมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และอินเดีย ที่มีการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ยอยู่ก่อนแล้ว [...]

ลำไยถือเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่มีความสำคัญชนิดหนึ่งของไทย ซึ่งแต่ละปีสามารถส่งออกและสร้างรายได้ให้กับประเทศ ทั้งในรูปของการส่งออกลำไยสด ลำไยอบแห้ง และผลิตภัณฑ์รวมกันปีละกว่า 5 พันล้านบาท โดยผลผลิตส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 อยู่ในภาคเหนือ แต่เมื่อถึงช่วงฤดูกาลที่ลำไยให้ผลผลิตคือ ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เกษตรกรมักประสบกับปัญหาราคาตกต่ำจนภาครัฐต้องมีมาตรการเข้าไปช่วยเหลือเป็นประจำทุกปี ในขณะที่ความต้องการของตลาดจีนที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่มีเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และงานฉลองวันชาติจีน และในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ดังนั้น หากเกษตรกรสามารถกระจายผลผลิตให้ออกในช่วงเวลาที่ตลาดต้องการแล้ว ก็จะเป็นการช่วยแก้ปัญหาราคาลำไยตกต่ำได้อย่างยั่งยืน                การวิเคราะห์โครงการทางการเงินเพื่อศึกษาความคุ้มค่าในการผลิตลำไยนอกฤดู พบว่า เกษตรกรควรมีงบลงทุนเริ่มแรกแปลงละประมาณ 70,000-90,000 บาท (ประมาณ 5 ไร่) เพื่อใช้ในการวางระบบน้ำ การขุดบ่อน้ำบาดาล รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายต่อไร่  ในการปลูกลำไย และจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องฉีดพ่นวัชพืชและกำจัดแมลง โดยมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาปีที่ 1-4 เฉลี่ยปีละ 3,000-4,000 บาท ปีที่ 5-10 เฉลี่ยตั้งแต่ไร่ละ 7,000- 13,000 บาท และปีที่ 11-20 เฉลี่ยตั้งแต่ไร่ละ 15,000-18,000 บาท                 มีอัตราผลตอบแทนจากโครงการ [...]

               ที่บ้านห้วยต้ม ต.นาทราย อ.ลี้ จ.ลำพูน ชาวบ้านที่นี่เป็นชาวกะเหรี่ยง ฉะนั้น จึงมีผ้าทอที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ เป็นผ้าทอลายกะเหรี่ยงโบราณ แค่ไหนไม่รู้ เอาเป็นว่า เป็นลายเก่า ๆ ที่ได้รับการสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ ไม่มีลายแพนด้าน้อยแน่นอน…ซึ่งศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงจังหวัดลำพูนเห็นว่า การทอผ้าด้วยมือ เป็นงานหัตถกรรมที่ควรส่งเสริมการผลิตเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริม จึงได้ สนับสนุน กลุ่มหัตถกรรมผ้าฝ้ายทอมือกะเหรี่ยงโบราณบ้านห้วยต้ม ด้วยปัจจัยด้านการผลิต เช่น ฝ้ายดิบ สีย้อมผ้า ให้ความรู้วิชาการด้านการผลิต การตลาด การ บัญชีในเรื่องของรายรับ รายจ่าย…เป็นต้น     ปัจจุบัน กลุ่มฯ สามารถผลิตผ้าฝ้ายลายกะเหรี่ยงโบราณทอด้วยกี่เอว มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น เสื้อกะเหรี่ยง ผ้าปูโต๊ะ รองจาน เป็นต้น หากสนใจสอบถามได้ที่               08-5707-5129         08-5707-5129


Google แนะนำอาชีพเสริม

Login



ค้นหาอาชีพทั่วไทย

หนังสือดีๆ สร้างอาชีพ

UserOnline

ทำการตลาดผ่านแบนเนอร์ราคาชาวบ้านๆ

สถิติไซต์แก้จนดอทคอม


  • แพ๊ต: อยากทราบว่าขายอยู่ที่ไหนเหรอคะ แล้วถ้าจะไปที่ร้านจ
  • คุณจันทรา: ร้านสวัสดิการ ทร. (นันทอุทยาน) ต้องการช่างรองเท้าฝีมื
  • nnrlas: สนใจมากและกำลังมองหาธุรกิจเล็กๆ ที่ลงทุนไม่มากนัก ไ

Tips

คุณสามารถค้นหาอาชีพที่คุณสนใจ โดยใส่คำค้นในช่องค้นหาอาชีพด้านบน และกด Enter ท่านจะได้พบหัวข้ออาชีพต่างๆที่คุณสนใจ ให้คุณคลิกเลือกหัวข้อต่างๆเพื่ออ่านบทความ ชมวีดีโอ และภาพประกอบอื่นๆ

ชมอาชีพที่น่าสนใจอื่นๆ

ผู้ชมกว่า 3,000 คนต่อวัน กำลังต้องการอาชีพ

สำรวจความคิดเห็น

คุณอยากมีเว็บไซต์ฟรีีๆ ช่วยคุณขายของ ในเว็บแก้จนดอทคอมหรือเปล่าเอ่ย?

View Results

Loading ... Loading ...

ส่งข้อความถึงนายแก้จน

ชื่อสมาชิก

กรุณาใส่อีเมล์ด้วยครับ

หัวข้อ

ข้อความ

Translation

by Transposh