<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; เกษตรแก้จน</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/category/agriculture/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 20:52:28 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>เกษตรพอเพียงเปิดอบรมการผสมเทียมปลาขั้นพื้นฐานระยะสั้น(เฉพาะกิจ)</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99/#comments</comments> <pubDate>Wed, 21 Sep 2011 18:14:53 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[การเลี้ยงปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลาตะเพียน]]></category> <category><![CDATA[ปลาน้ำจืด]]></category> <category><![CDATA[ผสมเทียมปลา]]></category> <category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category> <category><![CDATA[เพาะพันธุ์ปลา]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5843</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://image.ohozaa.com/i/e25/dsc00719_resize.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="การผสมเทียมปลา" title="การเพาะพันธุ์ปลา" /></a>เนื่องจากเว็บเกษตรพอเพียงจะจัดมิตติ้งใหญ่ประจำปีวันที่ 27/11/54 ทางทีมงานการจัดอบรม จึงจัดการอบรมผสมเทียมปลาระยะสั้นขึ้นเพื่อ อำนวยความสะดวกแก่สมาชิคที่ต้องการฝีกอบรมแต่ไม่มีเวลา หรือไม่สะดวกในการเดินทางไปฝึกอบรมที่ราชบุรี การฝีกอบรมครั้งนี้ทุกท่านที่เข้าร่วมฝึกอบรมจะมีส่วนในการปล่อยปลา 300000(สามแสนตัว) ตัวถวายพ่อโดยลูกปลาที่ได้จากการฝึกของทุกท่านนำไปเพาะเลี้ยงต่อโดยครูต้อม  และจะส่งมอบให้โครงการช่วยผู้ประสบภัยน้ำถ้วม หลังน้ำลดต่อไปค่าอบรมท่านละ 750 บาท- ได้คู่มือการผสมเทียมปลา อย่างมืออาชีพ 1 ชุด- นิตยสารแฟนซีคราฟ 1 เล่ม- ได้ฉีดฮอโมนปลาตัวผู้ และรีดไข่ปลาตัวเมีย แบบปฎิบัติจริงทุกท่าน- สำหรับท่านที่ประสงค์ต้องการไข่ปลาที่ท่านผสมและรีดเองเพื่อนำไปเพาะฟัก ให้แจ้งความจำนงตั้งแต่ตอนจองการอบรมเพื่อทีมงานจะได้เตรียมอุปกรณ์เพื่อให้ท่านนำลูกปลากลับบ้านได้การจัดอบรม    อบรมเพาะปลาระยะสั้น (ปลาตะเพียน ) วันเดียวจบ ไข่ปลาที่ได้ จะนำกลับไปเพาะฟัก ณ.JRฟาร์ม คาดว่าน่าจะได้ลูกปลาไม่ต่ำกว่า 300,000 ตัว หลังจากที่ได้ขนาด 3 ซม. จะเข้าโครงการช่วยผู้ประสบภัยน้ำถ้วม หลังน้ำลดต่อไปรายการแจก     แจกลูกปลาตะเพียน  1 บ่อ 1000 ตัว/50บ่อ รวม 50000 ตัวเพื่อสมาชิคเว็บเกษตรพอเพียงฟรี ตามเงื้อนไขต้องถ่ายรูปบ่อมาให้ดู       รายการขาย     หน้างาน ขายลูกปลาคร๊าพ ราคาตัวละ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>เนื่องจากเว็บเกษตรพอเพียงจะจัดมิตติ้งใหญ่ประจำปีวันที่ 27/11/54 ทางทีมงานการจัดอบรม จึงจัดการอบรมผสมเทียมปลาระยะสั้นขึ้นเพื่อ อำนวยความสะดวกแก่สมาชิคที่ต้องการฝีกอบรมแต่ไม่มีเวลา หรือไม่สะดวกในการเดินทางไปฝึกอบรมที่ราชบุรี การฝีกอบรมครั้งนี้ทุกท่านที่เข้าร่วมฝึกอบรมจะมีส่วนในการปล่อยปลา 300000(สามแสนตัว) ตัวถวายพ่อโดยลูกปลาที่ได้จากการฝึกของทุกท่านนำไปเพาะเลี้ยงต่อโดยครูต้อม  และจะส่งมอบให้โครงการช่วยผู้ประสบภัยน้ำถ้วม หลังน้ำลดต่อไป<br
/><br
/><img
class="alignnone" title="การเพาะพันธุ์ปลา" src="http://image.ohozaa.com/i/e25/dsc00719_resize.jpg" alt="dsc00719 resize เกษตรพอเพียงเปิดอบรมการผสมเทียมปลาขั้นพื้นฐานระยะสั้น(เฉพาะกิจ) " width="412" height="309" /><br
/><strong>ค่าอบรมท่านละ 750 บาท</strong><br
/><br
/>- ได้คู่มือการผสมเทียมปลา อย่างมืออาชีพ 1 ชุด<br
/>- นิตยสารแฟนซีคราฟ 1 เล่ม<br
/>- ได้ฉีดฮอโมนปลาตัวผู้ และรีดไข่ปลาตัวเมีย แบบปฎิบัติจริงทุกท่าน<br
/>- สำหรับท่านที่ประสงค์ต้องการไข่ปลาที่ท่านผสมและรีดเองเพื่อนำไปเพาะฟัก ให้แจ้งความจำนงตั้งแต่ตอนจองการอบรมเพื่อทีมงานจะได้เตรียมอุปกรณ์เพื่อให้ท่านนำลูกปลากลับบ้านได้<br
/><br
/><br
/>การจัดอบรม<br
/>    อบรมเพาะปลาระยะสั้น (ปลาตะเพียน ) วันเดียวจบ ไข่ปลาที่ได้ จะนำกลับไปเพาะฟัก ณ.JRฟาร์ม คาดว่าน่าจะได้ลูกปลาไม่ต่ำกว่า 300,000 ตัว หลังจากที่ได้ขนาด 3 ซม. จะเข้าโครงการช่วยผู้ประสบภัยน้ำถ้วม หลังน้ำลดต่อไป<br
/><br
/>รายการแจก <br
/>    แจกลูกปลาตะเพียน  1 บ่อ 1000 ตัว/50บ่อ รวม 50000 ตัวเพื่อสมาชิคเว็บเกษตรพอเพียงฟรี ตามเงื้อนไขต้องถ่ายรูปบ่อมาให้ดู<br
/>       <br
/>รายการขาย <br
/>    หน้างาน ขายลูกปลาคร๊าพ ราคาตัวละ 10 บาท/1ชุด10ตัว100บาท ถ้าซื้อ1ชุด(10ตัว)ได้ปาลูกโป่ง 3 ครั้ง ลูกโป่งแตก 1 ลูกได้ปลาเพิ่ม 1 ตัว ลูกโป่งแตก 2 ลูก ได้ปลาเพิ่ม 2 ตัว ลูกโป่งแตกหมด 3 ลูก ได้ปลาเพิ่ม 5 ตัว<br
/> <br
/>รายการขายตามรายการ สั่งจองเท่านั้น<br
/>     1.ปลาดุกขนาด 4 นิ้ว ราคาตัวละ    2 บาท มีจำนวน      10,000 ตัว<br
/>     2.ปลายี่สกไทย 3 นิ้ว ราคาตัวละ    5 บาท มีจำนวน       3,000  ตัว<br
/>     3.ปลายี่สกเทศ  4 นิ้ว ราคาตัวละ    2 บาท มีจำนวน      10,000 ตัว<br
/><br
/>สั่งซื้อปลามูลค่า 500 บาทปาลูกโป่งจับรางวัล 1 ลูกรับลูกปลาคาฟครับ<br
/><br
/><br
/>      สำหรับท่านที่ต้องการอุปกรณ์สำหรับการผสมเทียมปลา และ ฮอร์โมนเพื่อนำกลับบ้านไปทดลอง ผสมเทียมปลาด้วยตัวเองที่บ้านทางทีมงานJRฟาร์มได้เตรียมจัดเป็นชุดสำหรับการผสมเทียมปลาชุดละ 750 บาท(น้ำหนักปลารวม 10 กิโลกรรม/ยา1ชุด)/กรุณาสั่งจองล่วงหน้า<br
/><br
/><a
href="http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=47896.0">ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ครับ</a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>แปรรูปผักหวานป่า เป็นใบชาเพื่อสุขภาพ งานอาชีพสร้างรายได้</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments> <pubDate>Thu, 25 Aug 2011 18:08:58 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[อาหารพารวย]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[กลุ่มแม่บ้าน]]></category> <category><![CDATA[การผลิตใบชา]]></category> <category><![CDATA[การแปรรูปสินค้าเกษตร]]></category> <category><![CDATA[ชาผักหวานป่า]]></category> <category><![CDATA[ชาเพื่อสุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[ผักหวาน]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5794</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://goldenbuttons.net.www.readyplanet5.com/images/column_1259575380/sweet.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="ผักหวานป่า" /></a>ผักหวานป่าแปรรูป สู่ใบชาชงดื่มเพื่อสุขภาพความนิยมของคนไทยที่หันมาดื่มชาเขียวญี่ปุ่นกันมาก ประกอบกับคุณสมบัติที่เหมาะสมของผักหวานป่า ซึ่งเป็นพืชผักท้องถิ่นที่มีสารต้านอนุมูลอิสระทั้งวิตามิน A, C, D และ K ถึง 5.48 เปอร์เซ็นต์ ทำให้นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้ศึกษาถึงการแปรรูปผักหวานป่าเป็นชาเพื่อสุขภาพ สำหรับผู้ที่สนใจนำความรู้ไปต่อยอดผลิตเป็นอาชีพได้ วิธีผลิตชาจากผักหวานป่า เริ่มจากนำยอดสดผักหวานป่า มาเด็ดเอาเฉพาะส่วนยอดอ่อน และใบ มาล้างน้ำให้สะอาด กรองด้วยผ้าขาวบาง ไม่ให้เศษผักหลุด เขย่าให้สะเด็ดน้ำ ผึ่งลมให้แห้ง แต่ไม่ควรนำไปตากแดดเพราะจะทำให้สูญเสียวิตามินไป นำไปคั่วด้วยไฟอ่อนที่สุด จนใบแห้งและม้วนตัว ให้ใช้มือคลึง จนใบเริ่มจับตัวกัน นำไปอบที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส นาน 7 ชั่วโมง จนแห้ง ให้บด บรรจุซองสำหรับใส่ชาขนาด 2 กรัม ผักหวานป่าสดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เด็ดก้านออกจะเหลือน้ำหนักสด160  กรัม นำไปผ่านกระบวนการคั่ว และอบแห้งแล้ว จะมีน้ำหนักเหลือ 60 กรัม บรรจุซองได้ 30 ซอง มีต้นทุนรวมค่าบรรจุภัณฑ์อยู่ที่ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผักหวานป่าแปรรูป สู่ใบชาชงดื่มเพื่อสุขภาพ</strong><br
/><br
/><img
class="alignleft" title="ผักหวานป่า" src="http://goldenbuttons.net.www.readyplanet5.com/images/column_1259575380/sweet.gif" alt="sweet แปรรูปผักหวานป่า เป็นใบชาเพื่อสุขภาพ งานอาชีพสร้างรายได้" width="212" height="287" /><br
/>ความนิยมของคนไทยที่หันมาดื่มชาเขียวญี่ปุ่นกันมาก ประกอบกับคุณสมบัติที่เหมาะสมของผักหวานป่า ซึ่งเป็นพืชผักท้องถิ่นที่มีสารต้านอนุมูลอิสระทั้งวิตามิน A, C, D และ K ถึง 5.48 เปอร์เซ็นต์ ทำให้นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้ศึกษาถึงการแปรรูปผักหวานป่าเป็นชาเพื่อสุขภาพ สำหรับผู้ที่สนใจนำความรู้ไปต่อยอดผลิตเป็นอาชีพได้ <br
/> <br
/> วิธีผลิตชาจากผักหวานป่า เริ่มจากนำยอดสดผักหวานป่า มาเด็ดเอาเฉพาะส่วนยอดอ่อน และใบ มาล้างน้ำให้สะอาด กรองด้วยผ้าขาวบาง ไม่ให้เศษผักหลุด เขย่าให้สะเด็ดน้ำ ผึ่งลมให้แห้ง แต่ไม่ควรนำไปตากแดดเพราะจะทำให้สูญเสียวิตามินไป นำไปคั่วด้วยไฟอ่อนที่สุด จนใบแห้งและม้วนตัว ให้ใช้มือคลึง จนใบเริ่มจับตัวกัน นำไปอบที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส นาน 7 ชั่วโมง จนแห้ง ให้บด บรรจุซองสำหรับใส่ชาขนาด 2 กรัม <br
/> <br
/> ผักหวานป่าสดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เด็ดก้านออกจะเหลือน้ำหนักสด160  กรัม นำไปผ่านกระบวนการคั่ว และอบแห้งแล้ว จะมีน้ำหนักเหลือ 60 กรัม บรรจุซองได้ 30 ซอง มีต้นทุนรวมค่าบรรจุภัณฑ์อยู่ที่ 150 &#8211; 160 บาท ขายได้ในราคา 220 บาท ถือว่ามีราคาถูกกว่าชาเขียวชนิดอื่นๆ ในท้องตลาด โดยชาผักหวานป่านี้มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ คือ มีกลิ่นหอม รสหวาน และฝาดเล็กน้อยตามธรรมชาติ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้รักสุขภาพ เกษตรกรและผู้สนใจสามารถขอรายละเอียดเพื่อนำไปผลิตเป็นอาชีพได้<br
/><br
/><strong>ชาผักหวานป่า ครื่องดื่มทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ</strong><br
/><br
/>   ผักหวานป่าเป็นพืชจัดอยู่ในวงศ์ Opiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงปานกลาง สูง 6-10 เมตร และอาจสูงได้ถึง 20 เมตร ใบอ่อนรูปร่างรีเล็กปลายแหลม สีเขียวอมเหลือง ใบแก่สีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบกรอบและเปราะ ปลายใบมน ใบมีขนาด 5 X12 เซนติเมตร ก้านใบสั้น ดอกและผลมีลักษณะเป็นช่อ เกิดตามกิ่งแก่และลำต้นหลัก ผลรูปร่างรี ขนาด 1.5-2.5 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มเมื่อแก่ต้นผักหวานป่าที่เจริญเติบโตในสภาพป่าธรรมชาตินั้น สามารถมีอายุยืนยาวหลายปี บางต้นมีอายุได้มากกว่าร้อยปี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยสถานีวิจัยพืชลำตะคอง จึงได้ศึกษาการปลูกและการขยายพันธุ์ผักหวานป่า เพื่อลดการเก็บเกี่ยวผักหวานป่าในเชิงการค้ามากขึ้น ผลจากการศึกษาวิจัยพบว่า ผักหวานป่าสามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนกิ่งได้ และมีอัตราการเกิดรากสูงถึง 70-80 เปอร์เซนต์<br
/><br
/>   ชาผักหวานป่า ประกอบด้วย สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี สารประกอบฟีโนลิค ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในร่างกายและป้องกันการเกิดโรคต่างๆ อันเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพของร่างกาย ทั้งนี้ วว. ได้ศึกษาคุณสมบัติในการต้านออกซิเดชั่นจากชาเขียวผักหวานป่า พบว่าค่าความเข้มข้นที่ยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้ 50 เปอร์เซนต์ ( IC 50 ) ของชาผักหวานป่า เท่ากับ 5.48 เปอร์เซนต์ ( v/v ) ซึ่งดีกว่าชาใบหม่อนและชาดอกคำฝอย รวมทั้งได้ผ่านการตรวจวิเคราะห์พิษเฉียบพลันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว<br
/><br
/><strong>ชาผักหวานป่า</strong><br
/><br
/><strong>คุณสมบัติ</strong><br
/><br
/>ช่วยแก้กระหายน้ำและทำให้ชุ่มคอ หากดื่มเป็นประจำยังส่งผลดีต่อร่างกาย เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี สารประกอบฟีนอลิค ซึ่งสารเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดปฎิกิริยาออกซิเดชั่น อันเป็นสาเหตุของการเกิดอนุมูลอิสระและช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ อันเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพของร่างกาย เช่นโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน และการเสียสมดุลของร่างกายเป็นต้น<br
/><br
/><strong>ผลจากการศึกษา</strong><br
/><br
/>เปรียบเทียบความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ปริมาณวิตามินซี และปริมาณฟันอคิลของชาผักหวานผ่ากับชาใบหม่อน ชาใบแปะก๊วย และชาดอกคำฝอย พบว่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของชาผักหวานป่าสูงกว่าชาใบหม่อน ชาดอกคำฝอย แต่ต่ำกว่าชาแปะก๊วย โดยความเข้มข้นที่ยับยั้งการเกิดปฎิกิริยาออกซิเดชั่นได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ของผักหวานป่าเท่ากับ 5.48เปอร์เซ็นต์ (v/v) รวมทั้งชาผักหวานป่าได้ผ่านการตรวจวิเคราะห์พิษเฉียบพลันเป็นที่เรียบร้อย<br
/><br
/><strong>วิธีชงชาผักหวานป่า</strong><br
/><br
/>คล้ายกับการชงชาทั่วไป โดยใช้ผักหวานป่า 1 ช้อนชา หรือน้ำหนัก 2 กรัม ต่อน้ำร้อน 100 มิลลิกรัม อุณหภูมิ 90-95 องศาเซลเซียส ชงในน้ำร้อนนาน 3 นาที สามารถเติมน้ำร้อนได้ 3 ครั้ง ชงดื่มแทนน้ำได้ตลอดทั้งวัน<br
/><br
/>ชาผักหวานผ่าของ วว. มีรสชาติคล้ายกับชาเขียวจากญี่ปุ่น ใช้ดื่มแก้กระหายชุ่มคอ และยังดีต่อสุขภาพ นับเป็นเครื่องดื่มทางเลือกใหม่สำหรับผู้นิยมดื่มชาเพื่อสุขภาพรวมทั้งช่วยส่งเสริมให้เกิดอาชีพแก่เกษตรกรผู้ปลุกผักหวานป่ามีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีวิจัยพืชลำตะคอง วว. โทร. 044 390 107</p><table
class="content_normal_th" width="600" border="0" cellspacing="0" cellpadding="8" align="center" bgcolor="#B2D5F7"><tbody><tr
align="center" valign="middle"><td
colspan="2"><div
align="left"><span
class="more_th"><strong>ชาผักหวานป่า ครื่องดื่มทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ</strong></span></div></td></tr><tr><td
colspan="2" height="7"><div
align="left"><table
width="100%" border="0" cellspacing="5"><tbody><tr><td><p
class="more_th">   ผักหวานป่าเป็นพืชจัดอยู่ในวงศ์ Opiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า <em>Melientha suavis Pierre </em>เป็น ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงปานกลาง สูง 6-10 เมตร และอาจสูงได้ถึง 20 เมตร ใบอ่อนรูปร่างรีเล็กปลายแหลม สีเขียวอมเหลือง ใบแก่สีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบกรอบและเปราะ ปลายใบมน ใบมีขนาด 5 X12 เซนติเมตร ก้านใบสั้น ดอกและผลมีลักษณะเป็นช่อ เกิดตามกิ่งแก่และลำต้นหลัก ผลรูปร่างรี ขนาด 1.5-2.5 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มเมื่อแก่ต้นผักหวานป่าที่เจริญเติบโตในสภาพป่า ธรรมชาตินั้น สามารถมีอายุยืนยาวหลายปี บางต้นมีอายุได้มากกว่าร้อยปี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยสถานีวิจัยพืชลำตะคอง จึงได้ศึกษาการปลูกและการขยายพันธุ์ผักหวานป่า เพื่อลดการเก็บเกี่ยวผักหวานป่าในเชิงการค้ามากขึ้น ผลจากการศึกษาวิจัยพบว่า ผักหวานป่าสามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนกิ่งได้ และมีอัตราการเกิดรากสูงถึง 70-80 เปอร์เซนต์</p><p
class="more_th">   ชาผักหวานป่า ประกอบด้วย สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี สารประกอบฟีโนลิค ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในร่างกายและป้องกัน การเกิดโรคต่างๆ อันเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพของร่างกาย ทั้งนี้ วว. ได้ศึกษาคุณสมบัติในการต้านออกซิเดชั่นจากชาเขียวผักหวานป่า พบว่าค่าความเข้มข้นที่ยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้ 50 เปอร์เซนต์ ( IC 50 ) ของชาผักหวานป่า เท่ากับ 5.48 เปอร์เซนต์ ( v/v ) ซึ่งดีกว่าชาใบหม่อนและชาดอกคำฝอย รวมทั้งได้ผ่านการตรวจวิเคราะห์พิษเฉียบพลันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p><p
class="more_th">   สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีวิจัยพืชลำตะคอง วว. โทร. ( 044 ) 390107</p></td></tr></tbody></table></div></td></tr></tbody></table> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>นวตกรรม โรงเพาะเห็ดอิเลคทรอนิคส์ ฝีมือคนไทยพัฒนาอาชีพเกษตรกร</title><link>http://www.keajon.com/mushrooms-electronics-plant/</link> <comments>http://www.keajon.com/mushrooms-electronics-plant/#comments</comments> <pubDate>Sat, 06 Aug 2011 19:20:53 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[งานวิจัยสู่อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[ควบคุมความชื้น]]></category> <category><![CDATA[สิ่งประดิษฐ์]]></category> <category><![CDATA[อุณหภูมิ]]></category> <category><![CDATA[เซนเซอร์]]></category> <category><![CDATA[เพาะเห็ด]]></category> <category><![CDATA[โรงเพาะเห็ดอิเลคทรอนิคส์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5749</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/mushrooms-electronics-plant/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="https://lh5.googleusercontent.com/-PqBPbXF258c/TilBVlGRAZI/AAAAAAAAAuc/fZ4iSUd-OQ8/DSC_0258_resize.JPG" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="โรงเพาะเห็ดอิเล็กทรอนิกส์" /></a>การเพาะเห็ดในโรงเรือนทั่วไปแบบนี้ เกษตรกรจะไม่สามารถควบคุมสภาพความชื้น และอากาศได้ ซึ่งถ้าหากสภาพอากาศระหว่างวันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้เห็ดน็อค ส่งผลทำให้ผลผลิตลดลงได้ สิ่งประดิษฐ์ฝีมือคนไทย ผลงานของอาจารย์ประยงค์ จวงจันทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ที่เรียกกันว่าโรงเพาะเห็ดอิเล็กทรอนิกส์ จุดเด่นก็คือมีระบบควบคุมความชื้น อุณหภูมิ และให้น้ำแบบอัตโนมัติครับ โรงเพาะเห็ดดังกล่าว เป็นโรงเรือนระบบน็อคดาวน์ ขนาด 15ตารางเมตร สามารถถอดประกอบได้ทุกชิ้น โครงสร้างทำจากเหล็กอลูมิเนียม ใช้ผ้าไวนิลทำเป็นผนังโรงเรือน ส่วนหลังคาใช้แผ่นโพลีคาร์บอเนท เจาะช่องติดตั้งพัดลมดูดอากาศ 2 ตัว และระบบน้ำแบบมินิสปริงเกลอร์แบบหัวพ่นฝอยไว้ ภายในโรงเรือนติดตั้งชั้นสำหรับวางก้อนเห็ด ซึ่งจุได้เต็มที่ถึง 400 ก้อน พื้นโรงเรือนติดตั้งเครื่องทำความร้อน และมีตัวเซ็นเซอร์ที่เชื่อมต่อกับตู้ควบคุม ซึ่งมีระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ตั้งโปรแกรมกำหนดสภาพอุณหภูมิ ความชื้น ให้เหมาะกับเห็ด 5 ชนิด ได้แก่ เห็ดนางรมเห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดยานางิ และเห็ดขอนขาว ที่สามารถเพาะและเจริญเติบโตได้ ภายใต้สภาพอุณหภูมิและความชื้น ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก เช่น เมื่อสภาพภายในโรงเรือน มีอุณหภูมิต่ำกว่าที่เห็ดต้องการ เครื่องทำความร้อนก็จะทำงานอัตโนมัติ แต่หากอุณหภูมิสูงเกินไป และสภาพความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ พัดลมระบายอากาศ และสปริงเกลอร์พ่นฝอย จะทำงานไปพร้อม ๆ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
class="alignnone" title="โรงเพาะเห็ดอิเล็กทรอนิกส์" src="https://lh5.googleusercontent.com/-PqBPbXF258c/TilBVlGRAZI/AAAAAAAAAuc/fZ4iSUd-OQ8/DSC_0258_resize.JPG" alt=" นวตกรรม โรงเพาะเห็ดอิเลคทรอนิคส์ ฝีมือคนไทยพัฒนาอาชีพเกษตรกร" width="371" height="246" /><br
/>การเพาะเห็ดในโรงเรือนทั่วไปแบบนี้ เกษตรกรจะไม่สามารถควบคุมสภาพความชื้น และอากาศได้ ซึ่งถ้าหากสภาพอากาศระหว่างวันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้เห็ดน็อค ส่งผลทำให้ผลผลิตลดลงได้<br
/> <br
/> สิ่ง<a
href="http://www.keajon.com/category/handcraft-idea/"target="_self"title="ดูเนื้อหางานประดิษฐ์" >ประดิษฐ์</a>ฝีมือคนไทย ผลงานของอาจารย์<strong>ประยงค์ จวงจันทร์</strong> มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ที่เรียกกันว่าโรงเพาะเห็ดอิเล็กทรอนิกส์ จุดเด่นก็คือมีระบบควบคุมความชื้น อุณหภูมิ และให้น้ำแบบอัตโนมัติครับ<br
/> <a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/08/DSC_0272_resize.jpg"><img
class="alignnone size-medium wp-image-5750" title="DSC_0272_resize" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/08/DSC_0272_resize-300x199.jpg" alt="DSC 0272 resize 300x199 นวตกรรม โรงเพาะเห็ดอิเลคทรอนิคส์ ฝีมือคนไทยพัฒนาอาชีพเกษตรกร" width="300" height="199" /></a><br
/> โรงเพาะเห็ดดังกล่าว เป็นโรงเรือนระบบน็อคดาวน์ ขนาด 15ตารางเมตร สามารถถอดประกอบได้ทุกชิ้น โครงสร้างทำจากเหล็กอลูมิเนียม ใช้ผ้าไวนิลทำเป็นผนังโรงเรือน ส่วนหลังคาใช้แผ่นโพลีคาร์บอเนท เจาะช่องติดตั้งพัดลมดูดอากาศ 2 ตัว และระบบน้ำแบบมินิสปริงเกลอร์แบบหัวพ่นฝอยไว้ ภายในโรงเรือนติดตั้งชั้นสำหรับวางก้อนเห็ด ซึ่งจุได้เต็มที่ถึง 400 ก้อน พื้นโรงเรือนติดตั้งเครื่องทำความร้อน และมีตัวเซ็นเซอร์ที่เชื่อมต่อกับตู้ควบคุม ซึ่งมีระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ตั้งโปรแกรมกำหนดสภาพอุณหภูมิ ความชื้น ให้เหมาะกับเห็ด 5 ชนิด ได้แก่ เห็ดนางรมเห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดยานางิ และเห็ดขอนขาว ที่สามารถเพาะและเจริญเติบโตได้ ภายใต้สภาพอุณหภูมิและความชื้น ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก เช่น เมื่อสภาพภายในโรงเรือน มีอุณหภูมิต่ำกว่าที่เห็ดต้องการ เครื่องทำความร้อนก็จะทำงานอัตโนมัติ แต่หากอุณหภูมิสูงเกินไป และสภาพความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ พัดลมระบายอากาศ และสปริงเกลอร์พ่นฝอย จะทำงานไปพร้อม ๆ กัน <br
/> <br
/> โรงเพาะเห็ดดังกล่าว ดอกเห็ดที่ได้จะมีน้ำหนักดี ลงทุนทั้งระบบประมาณ 2 หมื่นบาท และสามารถนำไปปรับใช้กับการเพาะเห็ดในเชิงการค้าได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป<br
/><br
/>ดูวีดีโอ ข้อมูลข่าว http://www.youtube.com/watch?v=tZLMB5Braeg&amp;feature=player_embedded<br
/> <br
/> ข้อมูลเพิ่มเติม: ประชาสัมพันธ์ ม.เทคโนโลยีมหานคร โทร.02-988-3655 ต่อ 1105-7</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/mushrooms-electronics-plant/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>3</slash:comments> </item> <item><title>การผลิตปุ๋ยอินทรียไส้เดือนดิน เป็นอาชีพสร้างรายได้</title><link>http://www.keajon.com/production-earthworms-organic-fertilizer/</link> <comments>http://www.keajon.com/production-earthworms-organic-fertilizer/#comments</comments> <pubDate>Fri, 20 May 2011 09:57:50 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[การผลิตปุ๋ย]]></category> <category><![CDATA[ซากพืชซากสัตว์]]></category> <category><![CDATA[ปุ๋ยคอก]]></category> <category><![CDATA[ปุ๋ยชีวภาพ]]></category> <category><![CDATA[ปุ๋ยมูลไส้เดือน]]></category> <category><![CDATA[ปุ๋ยหมัก]]></category> <category><![CDATA[ไส้เดือนดิน]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5496</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/production-earthworms-organic-fertilizer/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ฟ้าฝนกำลังชุ่มฉ่ำ พักนี้นายแก้จนอยู่บ้านพักย่านปลายๆจังหวัดปทุมธานี เห็นชาวไร่ ชาวนา ไถหว่านพืชพรรณ รับฤดูกาลที่มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์เลยนึกขึ้นมาว่าอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า หนึ่งในปัจจัยการผลิตที่จำเป็นมากๆ ก็คือ ปุ๋ย ถ้าหากเราสามารถผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพออกมาจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม ก็น่าจะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เราอย่างยั่งยืนเหมือนกัน เพราะอย่างไรปุ๋ยก็จะยังต้องใช้ในอาชีพเกษตรกรรมกันต่อไป วันนี้นายแก้จนก็เลยจะชวนท่านผู้อ่านไปรู้จักกับปุ๋ยชนิดใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพสูง อย่างปุ๋มมูลไส้เดือนดิน ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นปุ๋ยชีวภาพที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดิน ทำให้มีราคาจำหน่ายสูงทีเดียว ไปชมวิธีการผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนกันเลยดีกว่าครับไส้เดือนดิน จัดอยู่ในอาณาจักรสัตว์ (Animalia) ศักดิ์แอนนิลิดา (Phylum: Annelida) ชั้น (Class: Oligochaeta ) ตระกูล (Order: Opisthopora) โดยมีการจำแนกวงศ์ (Family)ไว้ 21 วงศ์ และทั่วโลกมีมากกว่า 4,000 ชนิด สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อไส้เดือนดินได้แก่ ความชื้นของดินหรืออาหารที่ไส้เดือนอยู่ประมาณ 60-80%, อุณหภูมิประมาณ 15-28 องศาเซลเซียส และมีความเป็นกรด-ด่างเป็นกลาง 1. วงจรชีวิตของไส้เดือนดิน ไส้เดือนดินเป็นสัตว์ที่มี 2 เพศในตัวเดียวกัน แต่การสืบพันธุ์เป็นแบบผสมข้าม (จับคู่ผสม) กับไส้เดือนดินตัวอื่น วงจรชีวิตของไส้เดือนดินจึงประกอบด้วย ระยะถุงไข่ ระยะตัวอ่อน [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>ฟ้าฝนกำลังชุ่มฉ่ำ พักนี้นายแก้จนอยู่บ้านพักย่านปลายๆจังหวัดปทุมธานี เห็นชาวไร่ ชาวนา ไถหว่านพืชพรรณ รับฤดูกาลที่มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์<br
/>เลยนึกขึ้นมาว่าอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า หนึ่งในปัจจัยการผลิตที่จำเป็นมากๆ ก็คือ ปุ๋ย ถ้าหากเราสามารถผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพออกมาจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม ก็น่าจะเป็นอาชีพที่<a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a>ให้เราอย่างยั่งยืนเหมือนกัน เพราะอย่างไรปุ๋ยก็จะยังต้องใช้ในอาชีพเกษตรกรรมกันต่อไป <br
/>วันนี้นายแก้จนก็เลยจะชวนท่านผู้อ่านไปรู้จักกับปุ๋ยชนิดใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพสูง อย่างปุ๋มมูลไส้เดือนดิน ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นปุ๋ยชีวภาพที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดิน ทำให้มีราคาจำหน่ายสูงทีเดียว ไปชมวิธีการผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนกันเลยดีกว่าครับ<br
/><br
/>ไส้เดือนดิน  จัดอยู่ในอาณาจักรสัตว์ (Animalia) ศักดิ์แอนนิลิดา (Phylum: Annelida)  ชั้น (Class: Oligochaeta ) ตระกูล (Order: Opisthopora) โดยมีการจำแนกวงศ์  (Family)ไว้ 21 วงศ์ และทั่วโลกมีมากกว่า 4,000 ชนิด  สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อไส้เดือนดินได้แก่  ความชื้นของดินหรืออาหารที่ไส้เดือนอยู่ประมาณ 60-80%, อุณหภูมิประมาณ  15-28 องศาเซลเซียส และมีความเป็นกรด-ด่างเป็นกลาง</p><p>1. วงจรชีวิตของไส้เดือนดิน</p><p>ไส้เดือนดินเป็นสัตว์ที่มี 2 เพศในตัวเดียวกัน  แต่การสืบพันธุ์เป็นแบบผสมข้าม (จับคู่ผสม) กับไส้เดือนดินตัวอื่น  วงจรชีวิตของไส้เดือนดินจึงประกอบด้วย ระยะถุงไข่ ระยะตัวอ่อน  และระยะตัวเต็มวัย</p><p><img
src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3.jpg" alt="%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3 การผลิตปุ๋ยอินทรียไส้เดือนดิน เป็นอาชีพสร้างรายได้" width="385" height="318" title="การผลิตปุ๋ยอินทรียไส้เดือนดิน เป็นอาชีพสร้างรายได้" /></p><p>2. บทบาทของไส้เดือนดิน</p><p>ไส้เดือนดินส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีประโยชน์ต่อดินและพืช แต่ก็มีบางกลุ่มที่เป็นโทษ</p><p>2.1 ด้านที่เป็นประโยชน์</p><ul><li>ช่วยในการปรับปรุงดินและสภาพแวดล้อม ทำให้ดินร่วนซุย</li><li>ช่วยกระจายเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์และส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช</li><li>ช่วยกำจัดขยะอินทรีย์และวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร</li><li>เป็นแหล่งโปรตีนของอาหารสัตว์</li><li>เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของดินและสารพิษที่ปนเปื้อนในดิน</li></ul><p>2.2 ด้านที่เป็นโทษ</p><ul><li>เป็นตัวนำพาเชื้อโรคพืชมาสู่พืช</li><li>เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดปรสิตสู่พืช</li><li>บางชนิดมีผลทำให้ดินจับตัวเป็นก้อนจนไม่สามารถปลูกพืชได้ เนื่องจากมีสารเคลือบอยู่ที่ก้อนดิน</li></ul><p>3. การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากไส้เดือนดิน</p><p>ปัจจุบันไส้เดือนดินทั่วโลกที่นำมาใช้ในการกำจัดขยะอินทรีย์หรือวัสดุ เหลือทิ้งทางการเกษตรในรูปแบบของการค้า เช่น จำหน่ายพันธุ์  และมูลไส้เดือนเพื่อใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น มีประมาณ 15  สายพันธุ์เท่านั้น ส่วนในประเทศไทยมีการนำมาวิจัยประมาณ 8 สายพันธุ์  แต่ที่มีการส่งเสริมจนเป็นการค้ามีประมาณ 3 สายพันธุ์คือ  ไทเกอร์วอร์มหรืออายซิเนีย ฟูทิดา (Eisenia foetida),  อัฟริกัน ไนท์  ครอเลอร์หรือยูดริลลัส ยูจินิแอ (Eudrillus eugeniae) และ  ขี้ตาแร่หรือฟีเรททิมา พีกัวนา (Pheretima peguana)</p><p>3.1 รูปแบบของการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากไส้เดือนดินในประเทศไทย</p><ul><li>การเลี้ยงไส้เดือนดินในตระกร้าหรือกระบะวางซ้อนกันเป็นชั้นๆ</li><li>การเลี้ยงไส้เดือนดินในชั้นพลาสติก</li><li>การเลี้ยงไส้เดือนดินในวงบ่อซีเมนต์</li><li>การเลี้ยงไส้เดือนดินในซองซีเมนต์หรือซองบล็อกประสาน</li></ul><p>ควรวางระบบระบายน้ำปุ๋ยหรือรองรับน้ำปุ๋ยที่มาพร้อมกับมูลไส้เดือนดิน  เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำปุ๋ยขัง เพราะอาจทำให้ไส้เดือนดินขาดอากาศและตายได้</p><p>3.2 อาหารสำหรับไส้เดือนดิน</p><ul><li>ขยะอินทรีย์จากครัวเรือนหรือตลาด</li><li>มูลสัตว์</li><li>เศษตอซังพืชจากภาคการเกษตร</li></ul><p>4. ปัญหาและอุปสรรคของการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากไส้เดือนดิน</p><p>4.1 การเก็บมูลไส้เดือนมักติดถุงไข่และตัวอ่อนเป็นจำนวนมาก ทำให้มีจำนวนไส้เดือนลดลง ประสิทธิภาพในการผลิตมูลไส้เดือนลดลงด้วยเช่นกัน</p><p>4.2  สิ้นเปลืองพลังงานและต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการต้องใช้เครื่องมือหรือเครื่อง จักรมาแยกไส้เดือนดินออกจากมูล เช่น การใช้แสงไฟไล่  หรือเครื่องคัดแยกตัวไส้เดือนดิน</p><p>4.3 ไม่ควรใช้เศษพืช อาหาร และมูลสัตว์ ที่มีความเป็นกรด-ด่างสูง หรือเศษอาหารที่มีน้ำมันปนอยู่ เพราะเป็นอันตรายต่อไส้เดือนดิน</p><p>4.4 สัตว์ที่เป็นอันตรายต่อไส้เดือนดิน เช่น ไก่ นก หนู และมด เนื่องจากเศษพืชผักเป็นอาหารของสัตว์เหล่านี้ รวมทั้งไส้เดือนดินด้วย</p><p>5. เทคนิคการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากไส้เดือนดินโดยตั้งกองแบบปริซึมสามเหลี่ยม</p><p>ปัญหาสำคัญของผู้เลี้ยงไส้เดือนดินสำหรับผลิตปุ๋ยอินทรีย์คือการเก็บมูล ไส้เดือน เพราะถ้าเก็บไม่ถูกวิธีก็จะติดทั้งตัวอ่อนและถุงไข่ของไส้เดือน  ทำให้มีปริมาณของไส้เดือนลดลง  จึงไม่มีไส้เดือนดินสำหรับผลิตปุ๋ยหรือจำหน่ายพันธุ์ในระยะยาวได้  ดังนั้นสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  ได้พัฒนาการเลี้ยงไส้เดือนดินกองรูปปริซึมสามเหลี่ยมและให้อาหารด้านเดียว</p><p>การทำฐานที่อยู่อาศัย</p><p>ผสมดินกับมูลสัตว์ในอัตราส่วน 4:1 และปรับความชื้นประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์  แล้วเกลี่ยให้มีความสูงประมาณ 5-10 เซนติเมตร  ควรทำซองหรือคอกสำหรับกั้นสัตว์เลี้ยงมาคุ้ยเขี่ยและตาข่ายคลุมเพื่อกันนก หรือหนู</p><p>จำนวนไส้เดือนดิน</p><p>ประมาณ 1 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร</p><p>การเพิ่มประชากรไส้เดือนดิน</p><p>เติมอาหาร เช่น มูลสัตว์ผสมกับเศษผักหรือผลไม้  โดยมีความหนาครั้งละไม่เกิน10 เซนติเมตร เมื่ออาหารหมดให้เติมอาหารใหม่  จนกระทั่งมีความสูงประมาณ 45 เซนติเมตร</p><p><img
src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3.jpg" alt="%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3 การผลิตปุ๋ยอินทรียไส้เดือนดิน เป็นอาชีพสร้างรายได้"  title="การผลิตปุ๋ยอินทรียไส้เดือนดิน เป็นอาชีพสร้างรายได้" /></p><p>การตั้งกองรูปปริซึมสามเหลี่ยม</p><p>แต่งกองไส้เดือนใหม่ให้เป็นรูปคล้ายกับปริซึมสามเหลี่ยม ฐานกว้างและสูงประมาณ 45 เซนติเมตร</p><p><img
src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1.jpg" alt="%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1 การผลิตปุ๋ยอินทรียไส้เดือนดิน เป็นอาชีพสร้างรายได้"  title="การผลิตปุ๋ยอินทรียไส้เดือนดิน เป็นอาชีพสร้างรายได้" /></p><p>การให้อาหาร</p><p>หลังจากนั้นนำอาหารมาใส่เพียงหน้าเพียงด้านเดียวของกองแบบปริซึมสาม เหลี่ยมให้มีความหนาประมาณ 5-10 เซนติเมตร  เมื่ออาหารหมดก็ทยอยเติมด้านเดียวไปเรื่อยๆ</p><p>การเก็บมูลไส้เดือน</p><p>ส่วนอีกด้านของกองอาหารที่ไส้เดือนกินหมดแล้ว  ปล่อยให้ความชื้นลดลงจนไม่มีไส้เดือนอาศัยอยู่  จึงปาดมูลของไส้เดือนดินออกมาเป็นปุ๋ยอินทรีย์</p><p><img
src="http://www.tistr.or.th/tistrblog/diskstation/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5.jpg" alt="%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5 การผลิตปุ๋ยอินทรียไส้เดือนดิน เป็นอาชีพสร้างรายได้"  title="การผลิตปุ๋ยอินทรียไส้เดือนดิน เป็นอาชีพสร้างรายได้" /></p><p>สนใจติดต่อ</p><p>สถานีวิจัยลำตะคอง</p><p>333 หมู่ที่ 12 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30130</p><p>โทรศัพท์ 044-390107 และ 044-390150 แฟกซ์ 044-390107</p><p>E-mail: <a
href="mailto:lamtakhong@tistr.or.th">lamtakhong@tistr.or.th</a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/production-earthworms-organic-fertilizer/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลิตเครื่องปอกฝรั่งประหยัดแรงงาน ส่งเสริมอาชีพเกษตรกร</title><link>http://www.keajon.com/peeling-machine-guava/</link> <comments>http://www.keajon.com/peeling-machine-guava/#comments</comments> <pubDate>Mon, 15 Nov 2010 16:13:36 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[งานวิจัย]]></category> <category><![CDATA[ปลูกฝรั่ง]]></category> <category><![CDATA[ปอกฝรั่ง]]></category> <category><![CDATA[ฝรั่งสีดา]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเกษตร]]></category> <category><![CDATA[เครื่องปอกฝรั่ง]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5065</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/peeling-machine-guava/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.bloggang.com/data/keb-ma-lao/picture/1282196613.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="เครื่องปอกฝรั่ง" /></a>มีข่าวสารการทำมาหากิน จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ น่าสนใจโดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพเกษตรกร หรือการแปรรูปเกษตร ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คิดค้นเครื่องปอกเปลือกฝรั่งขึ้น เพื่อช่วยทุ่นแรงให้แก่เกษตรกร และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับไม้ผลอื่นๆ ให้เกิดเป็นอาชีพได้ครับ คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ประสบความสำเร็จประดิษฐ์เครื่องปอกฝรั่ง ได้เร็วกว่าคนปอก ช่วยลดระยะเวลา งบประมาณ แรงงานและขั้นตอนในการผลิตฝรั่งแช่บ๊วย และสามารถปอกผลไม้ทรงกลมอื่นที่นิยมมาทำเป็นผลไม้แช่บ๊วยได้ด้วย โดยใช้แรงงานคนเพียงคนเดียว และยังพัฒนาเครื่องคลุกน้ำบ๊วยเพื่อผลิตฝรั่งแช่บ๊วยครบวงจรอีกด้วย การวิจัยนี้เป็นผลงานของ ผศ.ดร.สุดสายสิน แก้วเรือง หน.ทีมวิจัย ดร.ดลฤดี ใจสุทธิ์ ดร.รติยา ธุวพาณิชยานันท์ และนายกฤตภัทร คล้ายรัศมี จากภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ผศ.ดร.สุดสายสิน แก้วเรือง กล่าวว่า จากปัญหาการผลิตฝรั่งแช่บ๊วยที่แต่ละครั้งต้องใช้แรง งานคนเป็นจำนวนมากในการปอกเปลือกฝรั่ง เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามาก สิ้นเปลืองเวลาและแรงงาน คณะนักวิจัยจึงมุ่งพัฒนาเครื่องปอกฝรั่งขึ้น โดยมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ ถังปอกทรงกลม ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิม ผนังเคลือบด้วยหินกากเพชรเป็นผิวขัดหยาบ จานหมุน ติดตั้งที่ก้นถังปอกเป็นแผ่นกลม ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิมเคลือบด้วยหินกากเพชร และพอกหินกากเพชรให้นูนเป็นเส้นผ่านจุดศูนย์กลางของจานจำนวน 4 แนว ทำให้จานหมุนมีลักษณะคล้ายใบพัด โดยมีสันนูนเป็นครีบใบพัด และโครงยึด ทำหน้าที่ยึดถังปอก [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
class="alignleft" title="เครื่องปอกฝรั่ง" src="http://www.bloggang.com/data/keb-ma-lao/picture/1282196613.jpg" alt="1282196613 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลิตเครื่องปอกฝรั่งประหยัดแรงงาน ส่งเสริมอาชีพเกษตรกร" width="314" height="242" />มีข่าวสารการ<a
href="http://www.keajon.com/faverite_program/"target="_self"title="หนทางทำมาหากิน" >ทำมาหากิน</a> จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ น่าสนใจโดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพเกษตรกร หรือการแปรรูปเกษตร ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คิดค้นเครื่องปอกเปลือกฝรั่งขึ้น เพื่อช่วยทุ่นแรงให้แก่เกษตรกร และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับไม้ผลอื่นๆ ให้เกิดเป็นอาชีพได้ครับ</p><p>คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ประสบความสำเร็จ<a
href="http://www.keajon.com/category/handcraft-idea/"target="_self"title="ดูเนื้อหางานประดิษฐ์" >ประดิษฐ์</a>เครื่องปอกฝรั่ง ได้เร็วกว่าคนปอก ช่วยลดระยะเวลา งบประมาณ  แรงงานและขั้นตอนในการผลิตฝรั่งแช่บ๊วย  และสามารถปอกผลไม้ทรงกลมอื่นที่นิยมมาทำเป็นผลไม้แช่บ๊วยได้ด้วย  โดยใช้แรงงานคนเพียงคนเดียว  และยังพัฒนาเครื่องคลุกน้ำบ๊วยเพื่อผลิตฝรั่งแช่บ๊วยครบวงจรอีกด้วย<br
/> <br
/> การวิจัยนี้เป็นผลงานของ ผศ.ดร.สุดสายสิน แก้วเรือง หน.ทีมวิจัย  ดร.ดลฤดี ใจสุทธิ์ ดร.รติยา ธุวพาณิชยานันท์ และนายกฤตภัทร คล้ายรัศมี  จากภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร  โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ<br
/> <br
/> ผศ.ดร.สุดสายสิน แก้วเรือง กล่าวว่า  จากปัญหาการผลิตฝรั่งแช่บ๊วยที่แต่ละครั้งต้องใช้แรง  งานคนเป็นจำนวนมากในการปอกเปลือกฝรั่ง เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามาก  สิ้นเปลืองเวลาและแรงงาน คณะนักวิจัยจึงมุ่งพัฒนาเครื่องปอกฝรั่งขึ้น  โดยมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ ถังปอกทรงกลม ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิม  ผนังเคลือบด้วยหินกากเพชรเป็นผิวขัดหยาบ จานหมุน  ติดตั้งที่ก้นถังปอกเป็นแผ่นกลม ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิมเคลือบด้วยหินกากเพชร  และพอกหินกากเพชรให้นูนเป็นเส้นผ่านจุดศูนย์กลางของจานจำนวน 4 แนว  ทำให้จานหมุนมีลักษณะคล้ายใบพัด โดยมีสันนูนเป็นครีบใบพัด และโครงยึด  ทำหน้าที่ยึดถังปอก มอเตอร์และชิ้นส่วนอื่นๆ เข้าด้วยกัน มีขนาดกว้าง ยาว  สูง เท่ากับ 540 มม.x705 มม.x757 มม. มีน้ำหนักรวม 30 กก.  และมีประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น  ประหยัดเวลาและแรงงาน และยังนำไปใช้ปอกเปลือกผลไม้ทรงกลมอื่นๆ อาทิ พุทรา  แอปเปิลเขียว ได้อีกด้วย<br
/> <br
/> สำหรับคุณสมบัติเด่นของเครื่องนี้ สามารถปอกฝรั่งได้ 10 ผล  หรือประมาณ 4 กก./ครั้ง ใช้เวลาเพียง 1 นาที  ขณะที่เครื่องกำลังทำงานต้องมีน้ำเลี้ยงก้นถังสูงถึงระดับ 3 ใน 4  ของความสูงของผลฝรั่ง  จานหมุนจะเหวี่ยงให้ผลฝรั่งไปกระทบกับผิวขัดหยาบที่ผนังของถังปอก  ผิวเปลือกจะค่อยๆ ถูกขัดไปทั่วทั้งผลจนสะอาด ยกเว้นที่ขั้วจุกและตาก้นของผล  ซึ่งต้องนำไปตกแต่งด้วยอุปกรณ์ปอกอีกเล็กน้อย  ส่วนผิวเปลือกที่ถูกขัดออกจะปนอยู่ในน้ำที่เลี้ยงก้นถัง  จึงควรเปลี่ยนน้ำเลี้ยงก้นถังทุก 20 กก. หรือทุก 50 ผล  โดยเครื่องสามารถปอกที่อัตรา 80 กก./ชม. ใช้พลังงานไฟฟ้า 0.25 หน่วย  คิดเป็นเงิน 1.25 บาท หรือจะมีค่าใช้จ่ายเพียง 1.25 บาท/80 กก.  ซึ่งหากใช้คนปอกจะต้องใช้เวลา 400 นาที อัตราค่าจ้างเท่ากับ 160 บาท  ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าใช้คนปอกถึง 128 เท่า  และสามารถทำงานได้เร็วกว่าคนปอกถึง 6.7 เท่าต่อ 1 คน<br
/> <br
/> นอกจากนี้ คณะวิจัยยังได้พัฒนาเครื่องคลุก?????????  น้ำบ๊วยเพื่อใช้ร่วมกับเครื่องปอกฝรั่ง  ทำให้กระบวนการผลิตฝรั่งแช่บ๊วยสะดวกและรวดเร็วขึ้น  โดยใช้แรงงานคนเพียงคนเดียวก็ทำงานได้ครบวงจร อัตราสิ้นเปลืองพลังงานน้อย  ผู้ประกอบการและผู้สนใจสามารถขอรับคำปรึกษาและสอบถามรายละเอียดได้ที่  ผศ.ดร.สุดสายสิน แก้วเรือง โทร.0-2561-3482</p><p>สนับสนุนข่าวโดย นสพ.ไทยโพสต์</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/peeling-machine-guava/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ผลิตข้าวฮาง เพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ สินค้าทำเงินเกษตรกรโคกพระ</title><link>http://www.keajon.com/germinated-brown-rice/</link> <comments>http://www.keajon.com/germinated-brown-rice/#comments</comments> <pubDate>Tue, 02 Nov 2010 17:37:22 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[GABA]]></category> <category><![CDATA[ข้าวกล้องงอก]]></category> <category><![CDATA[ข้าวฮาง]]></category> <category><![CDATA[สารกาบา]]></category> <category><![CDATA[สินค้าเกษตร]]></category> <category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5024</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/germinated-brown-rice/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.sasimall.com/article/art_256927.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="สารกาบา" title="ข้าวกล้องงอก" /></a>&#8220;ข้าว&#8221; ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนทั้งในประเทศ ไทยและหลายๆประเทศ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผลิตผลส่งออกที่สร้างชื่อเสียง ทำรายได้เข้าสู่ประเทศแต่ละปี มูลค่านับล้านๆบาท หากว่าการส่งขายยังคงเป็นรูปแบบวัตถุดิบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วเมื่อใดเกษตรกรจะมีกำไรที่เป็นกอบเป็นกำ ฉะนี้&#8230;ทาง อาจารย์ทนงศักดิ์ มูลตรี พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จากภาควิชาเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม จึงหาแนวทางเพิ่มมูลค่าด้วยการคิดค้นกรรมวิธีการทำ &#8220;ข้าวเพื่อสุขภาพ&#8221; ขึ้น อาจารย์ทนงศักดิ์ บอกกับ &#8220;ทำได้ ไม่จน&#8221; ว่า&#8230;ในอดีตการผลิตข้าวฮาง (ข้าวเพื่อสุขภาพ) เป็นกรรมวิธีโบราณตามภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวเผ่าภูไท ในภาคอีสาน ที่สืบต่อกันมากว่า 200 ปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์และปรับปรุงขบวนการขั้นตอนให้ทันสมัย ตอบรับกระแสความต้องการผู้บริโภค ทีมงานจึงคิดค้นขั้นตอนขบวนการแต่ยังคงกรรมวิธีโบราณที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว &#8220;กรรมวิธีดังกล่าวเป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงทางชีวเคมีในเมล็ดข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของปริมาณสาร GABA ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกายหลายด้าน อีกทั้งยังทำให้ได้ข้าวเต็มเมล็ดมีจมูกข้าวและรำข้าว ซึ่งเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆรวมกว่า 20 ชนิด เส้นใยอาหารปริมาณสูงช่วยให้ระบบการขับถ่ายดี&#8221; ลดความดันโลหิตและปริมาณคอเลสเทอรอล มีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคอัลไซเมอร์ อีกทั้งมีธาตุแมงกานีสในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง โดยกระบวนการดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และสารสื่อประสาทที่สำคัญที่มนุษย์จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระบบประสาทรวม ทั้งกล้ามเนื้อ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
class="alignnone" title="ข้าวกล้องงอก" src="http://www.sasimall.com/article/art_256927.jpg" alt="art 256927 ผลิตข้าวฮาง เพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ สินค้าทำเงินเกษตรกรโคกพระ" width="306" height="204" />&#8220;ข้าว&#8221;  ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนทั้งในประเทศ ไทยและหลายๆประเทศ  อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผลิตผลส่งออกที่สร้างชื่อเสียง  ทำรายได้เข้าสู่ประเทศแต่ละปี<br
/> มูลค่านับล้านๆบาท  หากว่าการส่งขายยังคงเป็นรูปแบบวัตถุดิบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  แล้วเมื่อใดเกษตรกรจะมีกำไรที่เป็นกอบเป็นกำ<br
/> ฉะนี้&#8230;ทาง อาจารย์ทนงศักดิ์ มูลตรี พร้อมด้วย  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จากภาควิชาเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม  จึงหาแนวทางเพิ่มมูลค่าด้วยการคิดค้นกรรมวิธีการทำ &#8220;ข้าวเพื่อสุขภาพ&#8221; ขึ้น<br
/> อาจารย์ทนงศักดิ์ บอกกับ &#8220;ทำได้ ไม่จน&#8221;  ว่า&#8230;ในอดีตการผลิตข้าวฮาง (ข้าวเพื่อสุขภาพ)  เป็นกรรมวิธีโบราณตามภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวเผ่าภูไท ในภาคอีสาน  ที่สืบต่อกันมากว่า 200 ปี  เพื่อเป็นการอนุรักษ์และปรับปรุงขบวนการขั้นตอนให้ทันสมัย  ตอบรับกระแสความต้องการผู้บริโภค  ทีมงานจึงคิดค้นขั้นตอนขบวนการแต่ยังคงกรรมวิธีโบราณที่ง่าย สะดวก  และรวดเร็ว<br
/> &#8220;กรรมวิธีดังกล่าวเป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยน  แปลงทางชีวเคมีในเมล็ดข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของปริมาณสาร GABA  ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกายหลายด้าน  อีกทั้งยังทำให้ได้ข้าวเต็มเมล็ดมีจมูกข้าวและรำข้าว  ซึ่งเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆรวมกว่า 20 ชนิด  เส้นใยอาหารปริมาณสูงช่วยให้ระบบการขับถ่ายดี&#8221;  ลดความดันโลหิตและปริมาณคอเลสเทอรอล  มีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคอัลไซเมอร์  อีกทั้งมีธาตุแมงกานีสในปริมาณสูง  ซึ่งจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง  โดยกระบวนการดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ  จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน  และสารสื่อประสาทที่สำคัญที่มนุษย์จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระบบประสาทรวม ทั้งกล้ามเนื้อ<br
/> สำหรับขั้นตอน แสนจะง่าย  เริ่มจากการเตรียมข้าวด้วยการนำมาคัดเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ออก  โดยการเติมน้ำลงในภาชนะแล้วใช้ตะแกรงดักเมล็ดที่ไม่ สมบูรณ์ออก  จากนั้นนำข้าวเปลือกที่ทำการแช่น้ำแล้วมาทำการงอกเป็นระยะเวลา 18-24  ชั่วโมง  นำมาทำความสะอาดข้าวก่อนแล้วนำเมล็ดข้าวเปลือกงอกผสมใบเตยที่ตัดเป็นชิ้น เล็กๆยาวประมาณ 1-3 นิ้ว คลุกเคล้าให้เข้ากันในภาชนะที่เตรียมไว้  ราดน้ำให้ข้าวงอกให้ชื้นพอเหมาะ แล้วนำไปนึ่งด้วยความร้อนประมาณ 30 นาที  นำมาผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำไปสีข้าวด้วยเครื่อง  สีข้าวกล้องขนาดเล็กที่ใช้สีข้าวโดยเฉพาะ เพื่อกะเทาะเปลือกออกจำนวน 3  ครั้ง จะได้ข้าวสุขภาพ และเพื่อเพิ่มอายุการเก็บรักษา  ควรนำไปบรรจุถุงแบบสุญญากาศ<br
/> ที่ผ่านมาทางทีมงานได้จัดอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีขบวนการผลิตข้าวเพื่อ สุขภาพ (ข้าวฮาง) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรเพียงพอ กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่  ต.โคกพระ และหมู่บ้านใกล้เคียง  ปัจจุบันชาวบ้านที่ร่วมโครงการสามารถมี<a
href="http://www.keajon.com/keajon-freeblog/"target="_self"title="รายได้เสริม" >รายได้เสริม</a>จากการขายข้าวเพื่อสุขภาพ เฉลี่ยเดือนละ 5,000-8,000 บาท<br
/> เกษตรกรชุมชนใดที่สนใจ<a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a> ขจัดความจนให้พ้นไป  สามารถกริ๊งกร๊างสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.08-6552-7493  ในวันเวลาที่เหมาะสม.</p><p>สนับสนุนข่าวโดย<br
/><img
class="alignleft size-full wp-image-3217" title="ไทยรัฐออนไลน์" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2010/01/logo.jpg" alt="logo ผลิตข้าวฮาง เพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ สินค้าทำเงินเกษตรกรโคกพระ" width="106" height="38" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/germinated-brown-rice/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ปลูก &#8220;ไผ่ตงลืมแล้ง&#8221; อาชีพเสริมรายได้หลักวันละ 5พันบาท</title><link>http://www.keajon.com/pai-tong-bamboo/</link> <comments>http://www.keajon.com/pai-tong-bamboo/#comments</comments> <pubDate>Sat, 16 Oct 2010 20:19:21 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[การปลูกไผ่]]></category> <category><![CDATA[ปลูกหน่อไม้]]></category> <category><![CDATA[ไผ่กิมจู]]></category> <category><![CDATA[ไผ่ตงลืมแล้ง]]></category> <category><![CDATA[ไม้ไผ่]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5003</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/pai-tong-bamboo/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.rakbankerd.com/agriculture/wb/photo/1245552033_59671245552033_5967.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ปลูกไผ่ตง" title="ไผ่ตงลืมแล้ง" /></a>จากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับวิชาชีพสื่อมวลชนมายาวนาน ทำให้หนุ่มใหญ่วัย 43 ปี ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง &#8220;ธีรพงศ์ เพชรรัตน์&#8221; ได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจที่จะนำไปประกอบอาชีพด้านการเกษตร เพราะเห็นว่ามีที่มรดกที่บ้านเกิดหมู่ 3 ต.บางเขียด อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่งเป็นที่นาเก่า 8 ไร่ ควรที่จะใช้ให้เกิดประโยชน์และก่อให้รายได้เสริม แต่เนื่องจากยังมีอายุราชการเกือบ 20 ปี เขาจึงตัดสินใจปลูกไม้ยืนต้น 4 ไร่ แซมด้วยไผ่ตงลืมแล้ง ปรากฏว่าเพียง 8 เดือน ไผ่ตงลืมแล้งออกหน่อเก็บขายได้ถึงวันละ 100 หน่อ มีรายได้วันละ 5,000 บาท ขณะที่กิ่งพันธุ์ขายได้เดือนละกว่า 200 กิ่ง ราคากิ่งละ 200 บาท ธีรพงศ์บอกว่า คนที่มีอาชีพกินเงินเดือนโดยเฉพาะข้าราชการทุกคน พอมีอายุ 40 ปีขึ้นไป นึกถึงความมั่นคงในอาชีพหลังเกษียณ บางคนจึงหาซื้อที่เพื่อทำการเกษตรในบั่นปลาย แต่เขาเองมีที่ซึ่งเป็นส่วนแบ่งจากมรดกของครอบครัว 8 ไร่ จึงเลือกปลูกไม้ยืนต้นโตเร็ว ส่วนหนึ่งคิดว่ายังเหลืออายุราชการอีกเกือบ 20 ปี ช่วงเกษียณอายุสามารถตัดขายทำเป็นทุนได้ อีกส่วนหนึ่งเห็นว่าป่าไม้ลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
class="alignnone" title="ไผ่ตงลืมแล้ง" src="http://www.rakbankerd.com/agriculture/wb/photo/1245552033_59671245552033_5967.jpg" alt="1245552033 59671245552033 5967 ปลูก ไผ่ตงลืมแล้ง อาชีพเสริมรายได้หลักวันละ 5พันบาท" width="411" height="308" /></p><p>จากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับวิชาชีพสื่อมวลชนมายาวนาน ทำให้หนุ่มใหญ่วัย 43 ปี ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง &#8220;ธีรพงศ์ เพชรรัตน์&#8221; ได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจที่จะนำไปประกอบอาชีพด้านการเกษตร เพราะเห็นว่ามีที่มรดกที่บ้านเกิดหมู่ 3 ต.บางเขียด อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่งเป็นที่นาเก่า 8 ไร่ ควรที่จะใช้ให้เกิดประโยชน์และก่อให้<a
href="http://www.keajon.com/keajon-freeblog/"target="_self"title="รายได้เสริม" >รายได้เสริม</a> แต่เนื่องจากยังมีอายุราชการเกือบ 20 ปี เขาจึงตัดสินใจปลูกไม้ยืนต้น 4 ไร่ แซมด้วยไผ่ตงลืมแล้ง ปรากฏว่าเพียง 8 เดือน ไผ่ตงลืมแล้งออกหน่อเก็บขายได้ถึงวันละ 100 หน่อ มีรายได้วันละ 5,000 บาท ขณะที่กิ่งพันธุ์ขายได้เดือนละกว่า 200 กิ่ง ราคากิ่งละ 200 บาท<br
/><br
/> ธีรพงศ์บอกว่า คนที่มีอาชีพกินเงินเดือนโดยเฉพาะข้าราชการทุกคน พอมีอายุ 40 ปีขึ้นไป นึกถึงความมั่นคงในอาชีพหลังเกษียณ บางคนจึงหาซื้อที่เพื่อทำการเกษตรในบั่นปลาย แต่เขาเองมีที่ซึ่งเป็นส่วนแบ่งจากมรดกของครอบครัว 8 ไร่ จึงเลือกปลูกไม้ยืนต้นโตเร็ว ส่วนหนึ่งคิดว่ายังเหลืออายุราชการอีกเกือบ 20 ปี ช่วงเกษียณอายุสามารถตัดขายทำเป็นทุนได้ อีกส่วนหนึ่งเห็นว่าป่าไม้ลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว จึงปลูกต้นมะฮอกกานีราว 1,000 ต้น พอต้นมะฮอกกานีเริ่มโตก็ยังเห็นว่า ช่วงระหว่างต้นไม้ ยังมีพื้นที่เหลือว่างเปล่า น่าจะทำประโยชน์ได้ จึงศึกษาข้อมูลพืชเศรษฐกิจจากแหล่งต่างๆ พบว่าในพื้นที่ภาคใต้มีการบริโภคหน่อไม้ไม่แตกต่างไปจากภาคอื่น แต่ไม่มีพื้นที่ปลูกเลย หรืออาจมีบ้าง ประปรายรายเล็กปลูกตามหลังบ้านปลายสวน จึงไม่มีการบันทึกข้อมูลว่ามีพื้นที่ปลูกไผ่เป็นอาชีพ<br
/><br
/> &#8220;ผมตัดสินใจจะปลูกไผ่ เลยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับไผ่ทุกชนิด พบว่าไผ่ตงที่เหมาะที่สุด มีหลายสายพันธุ์ แต่มีสายพันธุ์ที่น่าสนใจคือชาวบ้านเรียกว่าไผ่ตงลืมแล้ง คือจะออกหน่อทั้งปี แม้ฤดูแล้ง ซึ่งไผ่ชนิดอื่นไม่ค่อยออกหน่อในช่วงหน้าแล้ง ผมจึงไปหาซื้อกิ่งพันธุ์มาจาก จ.พัทลุง ปลูกทั้งหมดในพื้นที่ 4 ไร่ จำนวน 400 กอในปี 2551 ไผ่ชนิดนี้คุณสมบัติคือโตเร็ว ได้ผลเร็ว และไม่ต้องดูแลรักษามาก เหมะกับผมที่มีอาชีพรับราชการ ที่สำคัญหน่อมีรสชาติดี หวานกรอบอร่อย เปลือกบาง ไม่มีเสี้ยน ไม่มีขนปกคลุม เวลาแกะเอาเนื้อในสะดวก ขนาดหน่อโตเต็มที่น้ำหนักประมาณ 1-3 กก.ตอนนี้ผมกลายเป็นผู้บุกเบิกในการปลูกไผ่ตงพันธุ์ลืมแล้ง ที่ทำเป็นกิจลักษณะและเป็นผู้ปลูกรายใหญ่ที่สุดใน จ.สงขลา&#8221; ธีรพงศ์ กล่าว<br
/><br
/> ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง บอกอีกว่า หลังจากที่ลงไผ่ตงทนแล้งได้ 8 เดือน ต้นไผ่แตกหน่อเป็นต้นไผ่กอละ 5-6 ต้น ก็สามารถเก็บหน่อไผ่หรือหน่อไม้บริโภคได้ หรือเก็บขายได้ ปัจจุบันไผ่ตงลืมแล้ง 400 ก่อ สามารถเก็บขายได้วันละไม่น้อยกว่า 100 หน่อ หนัก 100 กก.จะมีพ่อค้ามาซื้อถึงที่ อย่างหน้าแล้งราคา กก.ละ 35-45 บาท ขายปลีก กก.ละ 40-50 บาท อย่างทั่วไปขายส่งที่สวน กก.ละ 25-30 บาท ขายปลีกราว กก.ละ 35 บาท แต่หน้าฝนมีหน่อไม้จากไผ่ป่า และที่อื่นออกหน่อเยอะราคาตกอยู่ที่ กก.ละ 15-20 บาท เฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ กก.ละ 25 บาท นอกจากมีรายได้จากการตอนกิ่งพันธุ์ขายด้วยเดือนละ 200-300 กิ่ง ขายในราคากิ่งละ 200 บาท แต่ผู้ซื้อต้องจองล่วงหน้า เพราะผลิตไม่ทันนั่นเอง<br
/><br
/> &#8220;หน่อไม้ที่ขายในตลาดภาคใต้ ถูกส่งมาจากพื้นที่อื่น เช่น สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี และจังหวัดอื่นๆ ในภาคกลาง ทำให้ตอนนี้หน่อจากสวนผมเป็นที่ต้องการของตลาด มีเท่าไรขายหมด ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ผมจึงแนะนำว่าหากใครมีที่ควรปลูกไว้อย่างหลังบ้าน หรือรอบสวนยางพาราก็ได้ เป็น<a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a>เพราะรายได้มีตลาดแน่นอน&#8221; เขา ยืนยัน<br
/><br
/> ก็นับเป็นพืชที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่งสำหรับในพื้นที่ภาคใต้ เพราะดูเลขของรายได้ดี สนใจอยากปลูกปรึกษาธีรพงศ์ เพชรรัตน์ ได้ที่ โทร.08-3195-0811, 08-1606-4513? &#8220;สมชาย สามารถ &#8220;<br
/><br
/>สนับสนุนข่าวอาชีพโดย</p> <a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2010/10/logo_nationgroup.gif"><img
class="size-full wp-image-5004" title="logo_nationgroup" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2010/10/logo_nationgroup.gif" alt="logo nationgroup ปลูก ไผ่ตงลืมแล้ง อาชีพเสริมรายได้หลักวันละ 5พันบาท" width="107" height="24" /></a> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/pai-tong-bamboo/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>7</slash:comments> </item> <item><title>อุดมสุขฟาร์ม จัดฝึกอบรมฟรี การเลี้ยงไส้เดือนเบื้องต้น</title><link>http://www.keajon.com/training-eart-worm-feeding/</link> <comments>http://www.keajon.com/training-eart-worm-feeding/#comments</comments> <pubDate>Wed, 15 Sep 2010 20:57:02 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ข่าวฝึกอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[Earthworm]]></category> <category><![CDATA[การเพาะเลี้ยงไส้เดือน]]></category> <category><![CDATA[การเลี้ยงไส้เดือน]]></category> <category><![CDATA[ฟาร์มไส้เดือน]]></category> <category><![CDATA[อุดมสุขฟาร์ม]]></category> <category><![CDATA[ไส้เดือน]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=4874</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/training-eart-worm-feeding/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.maejoearthworm.org/information/eb.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="อบรมการเลี้ยงไส้เดือน" title="การเลี้ยงไส้เดือน" /></a>ได้รับข่าวดีจาก อุดมสุขฟาร์ม เกี่ยวกับการจัดฝึกอบรมอาชีพ การเลี้ยงไส้เดือน ฝึกอบรมการเลี้ยงไส้เดือนเบื้องต้น (ฟรี) โดย ?อุดมสุขฟาร์ม? ปัจจุบันนี้มีผู้ให้ความสนใจในการเพาะเลี้ยงไส้เดือนกันมากขึ้น โดยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป และมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน จัดการฝึกอบรมการเพาะเลี้ยงไส้เดือนขึ้น เป็นจานวนมาก แต่ก็ยังพบว่ามีผู้สนใจอีกจานวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสได้รับการอบรม ในหน่วยงานดังกล่าวซึ่งอาจเป็นเพราะ ติดขัดเรื่องค่าใช้จ่าย หรือ ระยะเวลาในการฝึกอบรมที่เหมาะสมด้วยอุดมสุขฟาร์ม เป็นฟาร์มเกษตรที่ต่อยอดผลิตผลจากไส้เดือนในการผลิตพืชผักปลอดสารพิษต่างๆ อาทิเช่น เมล่อนญี่ปุ่น แตงโม แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง ข้าวโพดฝักอ่อน และผักสลัดเมืองหนาว เป็นต้น อีกทั้งอุดมสุขฟาร์มได้วิจัย และพัฒนาการเลี้ยงไส้เดือนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปี ดังนั้นอุดมสุขฟาร์มจึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate social responsibility : CSR) โครงการฝึกอบรมการเพาะเลี้ยงไส้เดือนเบื้องต้นขึ้น เพื่อให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงไส้เดือน การขยายพันธุ์ การผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนชนิดต่างๆ ตลอดจนการต่อยอดผลพลอยได้จากไส้เดือนเพื่อนาไปใช้ประโยชน์ในโอกาสต่อไป ***โครงการนี้เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมเท่านั้น การจัดกิจกรรมไม่ได้มีการขายไส้เดือน หรือมูลไส้เดือนแต่อย่างใด ?ท่านสามารถหาซื้อไส้เดือนได้จากผู้ประกอบการท่านอื่นๆทั่วไป? ***อนึ่งการประชาสัมพันธ์ครั้งนี้อาจจะไม่ทั่วถึงนัก หากท่านใดมีบุคคลที่รู้จักสนใจเลี้ยงไส้เดือน ขอความกรุณาประชาสัมพันธ์ต่อด้วยครับ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ (เอกสารแนบ) https://dl.dropbox.com/u/11347237/Train.pdfคุณสามารถดาวน์โหลดไฟล์ .pdf [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>ได้รับข่าวดีจาก อุดมสุขฟาร์ม เกี่ยวกับการจัดฝึกอบรมอาชีพ การเลี้ยงไส้เดือน</p><p><img
class="alignleft" title="การเลี้ยงไส้เดือน" src="http://www.maejoearthworm.org/information/eb.gif" alt="eb อุดมสุขฟาร์ม จัดฝึกอบรมฟรี การเลี้ยงไส้เดือนเบื้องต้น" width="270" height="189" /></p><p>ฝึกอบรมการเลี้ยงไส้เดือนเบื้องต้น (ฟรี)  โดย ?อุดมสุขฟาร์ม?</p><p>ปัจจุบันนี้มีผู้ให้ความสนใจในการเพาะเลี้ยงไส้เดือนกันมากขึ้น โดยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป และมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน จัดการฝึกอบรมการเพาะเลี้ยงไส้เดือนขึ้น เป็นจานวนมาก แต่ก็ยังพบว่ามีผู้สนใจอีกจานวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสได้รับการอบรม ในหน่วยงานดังกล่าวซึ่งอาจเป็นเพราะ ติดขัดเรื่องค่าใช้จ่าย หรือ ระยะเวลาในการฝึกอบรมที่เหมาะสม<br
/>ด้วยอุดมสุขฟาร์ม เป็นฟาร์มเกษตรที่ต่อยอดผลิตผลจากไส้เดือนในการผลิตพืชผักปลอดสารพิษต่างๆ อาทิเช่น เมล่อนญี่ปุ่น แตงโม แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง ข้าวโพดฝักอ่อน และผักสลัดเมืองหนาว เป็นต้น อีกทั้งอุดมสุขฟาร์มได้วิจัย และพัฒนาการเลี้ยงไส้เดือนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปี ดังนั้นอุดมสุขฟาร์มจึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate social responsibility : CSR) โครงการฝึกอบรมการเพาะเลี้ยงไส้เดือนเบื้องต้นขึ้น เพื่อให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงไส้เดือน การขยายพันธุ์ การผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนชนิดต่างๆ ตลอดจนการต่อยอดผลพลอยได้จากไส้เดือนเพื่อนาไปใช้ประโยชน์ในโอกาสต่อไป</p><p>***โครงการนี้เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมเท่านั้น  การจัดกิจกรรมไม่ได้มีการขายไส้เดือน หรือมูลไส้เดือนแต่อย่างใด  ?ท่านสามารถหาซื้อไส้เดือนได้จากผู้ประกอบการท่านอื่นๆทั่วไป?<br
/> ***อนึ่งการประชาสัมพันธ์ครั้งนี้อาจจะไม่ทั่วถึงนัก  หากท่านใดมีบุคคลที่รู้จักสนใจเลี้ยงไส้เดือน  ขอความกรุณาประชาสัมพันธ์ต่อด้วยครับ</p><p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ (เอกสารแนบ) <a
title="การเพาะเลี้ยงไส้เดือน" href="https://dl.dropbox.com/u/11347237/Train.pdf" target="_blank">https://dl.dropbox.com/u/11347237/Train.pdf</a><br
/>คุณสามารถดาวน์โหลดไฟล์ .pdf จากลิงค์ แล้วพิมพ์ใบสมัครและกรอกข้อมูล ส่งจดหมายเพื่อทำการสมัครเรียนได้ครับ</p><p>อีกวิธีหนึ่งที่สะดวก รวดเร็วกว่า ก็ทำการสมัครโดยตรงผ่านกระดานสนทนาบนเฟซบุ๊คได้ทันที ตามลิงค์ด้านล่างครับ<br
/>ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุดมสุขฟาร์ม <a
rel="nofollow" href="http://www.facebook.com/pages/Lam-Luk-Ka-Thailand/xudmsukh-farm/149875498369853">http://www.facebook.com/pages/Lam-Luk-Ka-Thailand/xudmsukh-farm/149875498369853</a></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/training-eart-worm-feeding/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>กรมอุทยานฯ ผุดไอเดีย หนุนเลี้ยงตุ๊กแกไทยส่งขายตลาดไต้หวัน-จีน</title><link>http://www.keajon.com/export-gecko/</link> <comments>http://www.keajon.com/export-gecko/#comments</comments> <pubDate>Tue, 17 Aug 2010 18:15:12 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[Gecko]]></category> <category><![CDATA[ซื้อตุ๊กแก]]></category> <category><![CDATA[ฟาร์มตุ๊กแก]]></category> <category><![CDATA[ส่งออกตุ๊กแก]]></category> <category><![CDATA[เพาะเลี้ยงตุ๊กแก]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยงตุ๊กแกขาย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=4755</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/export-gecko/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>กรมอุทยานฯ ผุดไอเดียเจ๋งหนุนชาวบ้านเลี้ยง &#8220;ตุ๊กแก&#8221; ส่งออกนอกหวังเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะไต้หวันเป็นตลาดใหญ่ เน้นวิจัย-เพาะพันธุ์ตุ๊กแกพันธุ์ไทยดั้งเดิม ซึ่งเป็นที่ต้องการของชาวไต้หวัน ส่วนใหญ่นำไปทำกระเป๋า เข็มขัด แทนหนังจระเข้ โดยจะใช้สมุทรสงครามเป็นพื้นที่นำร่องเพราะมีร่องสวนจำนวนมาก และยังเป็นปัญหาของชาวบ้าน ขณะที่ยังมีผู้ส่งออกรายเล็กเพียงรายเดียวที่จ.สกลนครวันที่ 14 พ.ค. นายวัฒนา เวทยประสิทธิ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัจจุบันเนื้อตุ๊กแกตากแห้งนับว่าเป็นสินค้าที่มีความต้องการในตลาดสูงมาก โดยเฉพาะตลาดในต่างประเทศ ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ดำเนินกิจการนี้อยู่เพียงไม่กี่ราย อยู่ในแถบจ.สกลนคร และยังทำเป็นกิจการขนาดเล็กอยู่ซึ่งที่ผ่านมากรมอุทยานฯ อนุญาตให้ส่งตุ๊กแกตากแห้งออกไปขายที่ไต้หวันเฉลี่ยปีละ 1 แสนตัว และต้องรับรองว่าเป็นตุ๊กแกจากประเทศไทย แม้ว่าจะยังไม่อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามอนุสัญญาไซเตสก็ตาม นอกจากนี้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ยังได้พยายามที่จะศึกษาวิจัยเพื่อการเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนตุ๊กแกพันธุ์ดั้งเดิมของไทย ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ชาวไต้หวันต้องการมาก เพื่อที่จะไปสอนให้ชาวบ้านประกอบเป็นอาชีพเสริม เพาะขายส่งออก เพราะขณะนี้แม้จะมีความต้องการสูง แต่ก็ยังไม่มีการส่งเสริมในการเพาะเลี้ยงมากนักนายวัฒนากล่าวต่อว่า นอกจากตุ๊กแกที่กรมอุทยานฯ กำลังพยายามศึกษาเพื่อเพิ่มจำนวน ในการสร้างโอกาสให้ชาวบ้านนำไปเพาะเพื่อส่งขายเป็นอาชีพเสริมแล้ว ยังมีสัตว์เลื้อยคลานประเภทตัวเงินตัวทอง ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องร่องในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ต้องการของท้องตลาดต่างประเทศเช่นกันโดยส่วนใหญ่ต้องการนำหนังไปใช้ประโยชน์ในการผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง กระเป๋า เข็มขัด ทดแทนหนังจระเข้ ซึ่งสัตว์ชนิดนี้กรมอุทยานฯก็เตรียมเปิดให้เพาะเลี้ยงได้ด้วย ซึ่งในระยะแรกเริ่มนี้ อยู่ในขั้นตอนการเลือกพื้นที่นำร่องคือ จ.สมุทรสงคราม เพราะที่ผ่านมาพบว่าตัวเงินตัวทองอาศัยอยู่มาก และยังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ด้วยการเข้าไปทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวสวน จนต้องหาทางกำจัดด้วย [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>กรมอุทยานฯ ผุดไอเดียเจ๋งหนุนชาวบ้านเลี้ยง &#8220;ตุ๊กแก&#8221; ส่งออกนอกหวังเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะไต้หวันเป็นตลาดใหญ่ เน้นวิจัย-เพาะพันธุ์ตุ๊กแกพันธุ์ไทยดั้งเดิม ซึ่งเป็นที่ต้องการของชาวไต้หวัน ส่วนใหญ่นำไปทำกระเป๋า เข็มขัด แทนหนังจระเข้ โดยจะใช้สมุทรสงครามเป็นพื้นที่นำร่องเพราะมีร่องสวนจำนวนมาก และยังเป็นปัญหาของชาวบ้าน ขณะที่ยังมีผู้ส่งออกรายเล็กเพียงรายเดียวที่จ.สกลนคร<br
/><br
/>วันที่ 14 พ.ค. นายวัฒนา เวทยประสิทธิ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัจจุบันเนื้อตุ๊กแกตากแห้งนับว่าเป็นสินค้าที่มีความต้องการในตลาดสูงมาก โดยเฉพาะตลาดในต่างประเทศ ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ดำเนินกิจการนี้อยู่เพียงไม่กี่ราย อยู่ในแถบจ.สกลนคร และยังทำเป็นกิจการขนาดเล็กอยู่<br
/><br
/>ซึ่งที่ผ่านมากรมอุทยานฯ อนุญาตให้ส่งตุ๊กแกตากแห้งออกไปขายที่ไต้หวันเฉลี่ยปีละ 1 แสนตัว และต้องรับรองว่าเป็นตุ๊กแกจากประเทศไทย แม้ว่าจะยังไม่อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามอนุสัญญาไซเตสก็ตาม นอกจากนี้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ยังได้พยายามที่จะศึกษาวิจัยเพื่อการเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนตุ๊กแกพันธุ์ดั้งเดิมของไทย ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ชาวไต้หวันต้องการมาก เพื่อที่จะไปสอนให้ชาวบ้านประกอบเป็น<a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a> เพาะขายส่งออก เพราะขณะนี้แม้จะมีความต้องการสูง แต่ก็ยังไม่มีการส่งเสริมในการเพาะเลี้ยงมากนัก<br
/><br
/>นายวัฒนากล่าวต่อว่า นอกจากตุ๊กแกที่กรมอุทยานฯ กำลังพยายามศึกษาเพื่อเพิ่มจำนวน ในการสร้างโอกาสให้ชาวบ้านนำไปเพาะเพื่อส่งขายเป็นอาชีพเสริมแล้ว ยังมีสัตว์เลื้อยคลานประเภทตัวเงินตัวทอง ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องร่องในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ต้องการของท้องตลาดต่างประเทศเช่นกัน<br
/><br
/>โดยส่วนใหญ่ต้องการนำหนังไปใช้ประโยชน์ในการผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง กระเป๋า เข็มขัด ทดแทนหนังจระเข้ ซึ่งสัตว์ชนิดนี้กรมอุทยานฯก็เตรียมเปิดให้เพาะเลี้ยงได้ด้วย ซึ่งในระยะแรกเริ่มนี้ อยู่ในขั้นตอนการเลือกพื้นที่นำร่องคือ จ.สมุทรสงคราม เพราะที่ผ่านมาพบว่าตัวเงินตัวทองอาศัยอยู่มาก แ<br
/><br
/>ละยังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ด้วยการเข้าไปทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวสวน จนต้องหาทางกำจัดด้วย ซึ่งถ้าหากมีการส่งเสริมให้เพาะขายเชิงพาณิชย์ เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ และยังทำให้ชาวบ้านมีอาชีพเพิ่มมากขึ้นด้วย<br
/><br
/>&#8220;ที่เราต้องการส่งเสริมพวกนี้เพราะที่ผ่านมามีชาวบ้านมาขอให้ไปช่วยเหลือ เพราะตัวเงินตัวทอง ตุ๊กแก มีจำนวนมาก และสร้างความเดือดร้อน ทำให้บางทีก็ต้องกำจัดด้วยการยิงทิ้งบ้าง ก็น่าสงสารสัตว์ เราได้พยายามกลับมาศึกษาเพื่อให้ชาวบ้านได้ประโยชน์จากมัน ส่วนหนึ่งจะส่งเสริมให้มีการเลี้ยง อาจจะเลี้ยงเป็นลักษณะฟาร์ม สวนสัตว์ เพื่อการท่องเที่ยวหรือเลี้ยงไว้ตามบ้าน อาจจะขายได้&#8221; นายวัฒนากล่าว</p><p>&nbsp;</p><p><strong>อาชีพใหม่ ตุ๊กแกอบแห้ง รายได้เดือนละ 10 ล้าน!</strong></p><p><br
/> อาชีพแปลกทำ?ตุ๊กแกอบแห้ง?ส่งออกทำเงิน ช่วงเศรษฐกิจซบเซา และภาวะภัยแล้ง  แห่งเดียวนครพนม ไม่กระทบยอดส่งออกตุ๊กแกตากแห้ง ส่งนอก  พบเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 10 ล้านบาท?..</p><p>ที่ จ.นครพนม  ถึงแม้หลายพื้นที่จะประสบปัญหาภัยแล้งไม่สามารถทำนาและการเกษตรได้ตามปกติ  รวมถึงสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ประชาชนรายได้ลดลง แต่สำหรับราษฎรบ้านตาล  ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม กลับไม่ได้รับผลกระทบ  เนื่องจากเป็นหมู่บ้านแห่งเดียวของนครพนมที่ยึดอาชีพสุดแปลกมานานกว่า 20  ปีคือทำตุ๊กแก ไส้เดือน และปลิง ตากแห้ง  ส่งออกขายต่างประเทศหมุนเวียนตามฤดูกาลตลอดปี  สร้างงาน <a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a> ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี สวนกระแสในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ</p><p>นายคนึง มีพรหม นายอำเภอนาหว้า จ.นครพนม  เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ว่า สำหรับ ต.นาหว้า อ.นาหว้า   ถึงแม้จะมีปัญหาเศรษฐกิจและภัยแล้ง แต่ชาวบ้านมีอาชีพทำตุ๊กแก ไส้เดือน  และปลิง ตากแห้ง ส่งขายต่างประเทศ สร้างเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 10  ล้านบาท อำเภอได้เข้าไปดูแลส่งเสริมสนับสนุนบางส่วน  ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพหลัก</p><p>ขณะ ที่นายปราณีต นางทราช อายุ 50 ปี  ราษฎรบ้านตาลที่ยึดอาชีพทำตุ๊กแกตากแห้งส่งออก กล่าวว่า ทำมานานกว่า 20  ปีแล้ว รายได้ดี ไม่ว่าจะสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ไม่มีผลกระทบ  ช่วงนี้จะเป็นตุ๊กแกตากแห้ง คนที่ออกไปจับมาขายตัวละประมาณ 10 ? 25 บาท  ตามขนาด และชำแหละแปรรูปตามแบบมาตรฐานนำไปตากแห้งหรืออบ  ก่อนแพ็กส่งขายให้พ่อค้าส่งออกไป จีน ไต้หวัน นำไปปรุงอาหาร เป็นยาชูกำลัง  ในราคาตัวละประมาณ 30 บาท ตามขนาดเล็กใหญ่ มียอดส่งออกเดือนละหลายแสนตัว  มีรายได้ครอบครัวละ 5,000 ? 10,000 บาทต่อเดือน</p><p>นายปราณีต กล่าวอีกว่า  ส่วนเรื่องปัญหาการสูญพันธุ์ของตุ๊กแกนั้นไม่มีอย่างแน่นอน เพราะในระยะเวลา  1 ปี จะมีช่วงพักประมาณเดือน ต.ค. ? ม.ค. เป็นช่วงตุ๊กแกผสมพันธุ์ออกไข่  ซึ่งธรรมชาติของตุ๊กแกนั้น ขยายพันธุ์ได้เร็วและมีจำนวนมาก   เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนก็จะไปทำปลิงตากแห้งแทน สำหรับตุ๊กแกที่นำมาผลิตนั้น   จับตามบ้านเรือนทั่วไป  ไม่ใช่ตุ๊กแกตามป่า จึงไม่ผิดตาม  พ.ร.บ.สัตว์ป่าหวงห้าม ในอนาคตกำลังหาทางเลี้ยงขยายพันธุ์เป็นสัตว์เศรษฐกิจ</p><p>&nbsp;</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/export-gecko/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>6</slash:comments> </item> <item><title>&#8220;เลี้ยงปลา&#8221;ในกระชัง อาชีพเสริมรายได้คนริมน้ำน่า</title><link>http://www.keajon.com/fish-money/</link> <comments>http://www.keajon.com/fish-money/#comments</comments> <pubDate>Tue, 06 Jul 2010 18:12:12 +0000</pubDate> <dc:creator>onemanf_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยงปลา]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยงปลาในกระชัง]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=4264</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/fish-money/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.komchadluek.net/media/img/size1/2010/06/23/af9db87d7ce595969i7i9.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ดาวเรือง ศรีกระแจะ หนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการอยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 6 ต.งิ้วงาม เข้าร่วมโครงการเลี้ยงปลากับซีพีเอฟเมื่อปี 2548 โดยเริ่มจากเพียง 10 กระชัง จนปัจจุบันมีจำนวนกระชังที่ต้องดูแลทั้งสิ้น 60 กระชัง มีผลผลิตปลาทับทิมเดือนละประมาณ 7 ตัน มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะนี้มีเกษตรกรที่เลี้ยงปลาทับทิมในกลุ่มจำนวน 6 ราย มีกระชังเลี้ยงปลาทั้งหมดกว่า 180 กระชัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง เธอเล่าว่า ครอบครัวมีอาชีพทำนาเป็นหลัก หลังเรียนจบม.6 ในปี 2543 ก็ได้ไปทำงานในโรงงานที่จ.สมุทรสาคร ได้ค่าแรงวันละ 172 บาท โดยทำอยู่ประมาณ 5 ปี จากนั้นก็ได้รับคำชักชวนจากทางบ้านว่าให้กลับมาเลี้ยงปลาที่บ้าน ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเลี้ยงปลากับซีพีเอฟในปี 2548 โดยได้กู้ยืมเงินจากธนาคารเพเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) มาลงทุนเลี้ยงปลาในกระชังก้อนแรก 4 แสนบาทจำนวน 10 กระชัง ซึ่งใช้เวลา 4 ปีก็ชำระหนี้หมด พร้อมเพิ่มจำนวนกระชังขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p
style="text-align: center">ดาวเรือง ศรีกระแจะ หนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการอยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 6 ต.งิ้วงาม เข้าร่วมโครงการเลี้ยงปลากับซีพีเอฟเมื่อปี 2548 โดยเริ่มจากเพียง 10 กระชัง จนปัจจุบันมีจำนวนกระชังที่ต้องดูแลทั้งสิ้น 60 กระชัง มีผลผลิตปลาทับทิมเดือนละประมาณ 7 ตัน มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะนี้มีเกษตรกรที่เลี้ยงปลาทับทิมในกลุ่มจำนวน 6 ราย มีกระชังเลี้ยงปลาทั้งหมดกว่า 180 กระชัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง<img
class="aligncenter" src="http://www.komchadluek.net/media/img/size1/2010/06/23/af9db87d7ce595969i7i9.jpg" alt="af9db87d7ce595969i7i9 เลี้ยงปลาในกระชัง อาชีพเสริมรายได้คนริมน้ำน่า" width="480" height="360" title="เลี้ยงปลาในกระชัง อาชีพเสริมรายได้คนริมน้ำน่า" /></p><p><span
id="more-4264"></span>เธอเล่าว่า ครอบครัวมีอาชีพทำนาเป็นหลัก หลังเรียนจบม.6 ในปี 2543 ก็ได้ไปทำงานในโรงงานที่จ.สมุทรสาคร ได้ค่าแรงวันละ 172 บาท โดยทำอยู่ประมาณ 5 ปี จากนั้นก็ได้รับคำชักชวนจากทางบ้านว่าให้กลับมาเลี้ยงปลาที่บ้าน ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเลี้ยงปลากับซีพีเอฟในปี 2548 โดยได้กู้ยืมเงินจากธนาคารเพเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) มาลงทุนเลี้ยงปลาในกระชังก้อนแรก 4 แสนบาทจำนวน 10 กระชัง ซึ่งใช้เวลา 4 ปีก็ชำระหนี้หมด พร้อมเพิ่มจำนวนกระชังขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 60 กระชัง</p><p>&#8220;เราจะซื้อลูกปลาจากฟาร์มอนุบาลลูกปลาของบริษัท แล้วนำมาเลี้ยงต่อในกระชัง อัตราการปล่อยประมาณ 700-800 ตัวต่อกระชัง ซึ่งมีขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 3 เมตรและลึก 15 เมตร โดยใช้ระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ 4 เดือน จะได้ปลาขนาด 750-800 กรัมต่อตัว เมื่อถึงเวลาบริษัทก็จะส่งพนักงานมาจับเอง และตลอดระยะเวลาที่เราเลี้ยงทางซีพีก็จะส่งพนักงานมาช่วยดูแลตลอด จับแต่ละครั้งจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท&#8221; ดาวเรืองเผยด้วยความภูมิใจ</p><p>เช่นเดียวกับ บุญนาค เขียวขำ อยู่บ้านเลขที่ 52/2 หมู่ 3 ต.งิ้วงาม เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการอีกรายยอมรับว่าหลังเข้าร่วมโครงการเลี้ยงปลากับซีพีเอฟในปี 2548 ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเป็นอาชีพที่ได้รับผลตอบแทนที่ดี มีรายได้ที่แน่นอน โดยแต่ละเดือนจะมีรายได้จากการขายปลาไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นบาท จากจำนวนปลาที่เลี้ยงทั้งหมด 45 กระชัง</p><p>&#8220;เมื่อก่อนจะทำนา ทำสวนเป็นหลัก บางปีที่นาก็ถูกน้ำท่วม ขายข้าวก็ไม่ได้ราคา ยิ่งทำก็ยิ่งเป็นหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากได้รับการชักชวนจากเพื่อนบ้านที่เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมกับซีพีเอฟมาก่อน จึงเห็นว่ามีรายได้ค่อนข้างดีและบริษัทก็มีแนวทางและระบบที่ชัดเจน จึงตัดสินใจลองเลี้ยงดู เริ่มจาก 8 กระชังปัจจุบันมีทั้งหมด 45 กระชังและคิดว่าจะขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&#8221; บุญนาคเผย</p><p>ด้าน ปยุต ศิริวัลลภ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวถึงการส่งเสริมเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังแก่เกษตรกรที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านว่าเป็นแม่น้ำสายเดียวที่มีปริมาณน้ำมากพอสำหรับเลี้ยงปลาในกระชังได้ตลอดทั้งปี ในขณะที่ปิง วัง และยมนั้นจะแห้งขอดในช่วงหน้าแล้งไม่สามารถเลี้ยงปลาได้</p><p>&#8220;ปัญหาแม่น้ำน่าน ช่วงหน้าแล้งน้ำจะขุ่นแดง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับปลาทับทิม เพียงแต่สีจะไม่สวยแดงสด แต่จะมีสีออกขาวแทน คุณภาพเนื้อปลาก็ยังเหมือนเดิม ผู้บริโภคจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ถ้าสีไม่แดงสด โดยบริษัทจะรับซื้ออยู่ที่ราคา 60-65 บาท/กิโลกรัม เกษตรกรมีกำไรเฉลี่ยประมาณ 4-5 พันบาท/กระชัง ขณะที่ต้นทุนการผลิตต่อตัวอยู่ที่ 20 กว่าบาท&#8221; ผู้จัดการทั่วไป ซีพีเอฟกล่าวย้ำ</p><p>การเลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง นับเป็นอีกอาชีพทางเลือกของเกษตรกรริมฝั่งแม่น้ำน่านที่<a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a>ไม่น้อยไปกว่าอาชีพหลักคือการทำนาที่ดำเนินการมาหลายชั่วอายุคน</p><p>ที่มา : <a
href="http://www.komchadluek.net" target="_blank">คมชัดลึก</a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/fish-money/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> </channel> </rss>
<!-- Dynamic page generated in 1.346 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2012-02-08 23:49:05 -->

