
“ข้าว” ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนทั้งในประเทศ ไทยและหลายๆประเทศ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผลิตผลส่งออกที่สร้างชื่อเสียง ทำรายได้เข้าสู่ประเทศแต่ละปี มูลค่านับล้านๆบาท หากว่าการส่งขายยังคงเป็นรูปแบบวัตถุดิบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วเมื่อใดเกษตรกรจะมีกำไรที่เป็นกอบเป็นกำ ฉะนี้…ทาง อาจารย์ทนงศักดิ์ มูลตรี พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จากภาควิชาเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม จึงหาแนวทางเพิ่มมูลค่าด้วยการคิดค้นกรรมวิธีการทำ “ข้าวเพื่อสุขภาพ” ขึ้น อาจารย์ทนงศักดิ์ บอกกับ “ทำได้ ไม่จน” ว่า…ในอดีตการผลิตข้าวฮาง (ข้าวเพื่อสุขภาพ) เป็นกรรมวิธีโบราณตามภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวเผ่าภูไท ในภาคอีสาน ที่สืบต่อกันมากว่า 200 ปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์และปรับปรุงขบวนการขั้นตอนให้ทันสมัย ตอบรับกระแสความต้องการผู้บริโภค ทีมงานจึงคิดค้นขั้นตอนขบวนการแต่ยังคงกรรมวิธีโบราณที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว “กรรมวิธีดังกล่าวเป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงทางชีวเคมีในเมล็ดข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของปริมาณสาร GABA ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกายหลายด้าน อีกทั้งยังทำให้ได้ข้าวเต็มเมล็ดมีจมูกข้าวและรำข้าว ซึ่งเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆรวมกว่า 20 ชนิด เส้นใยอาหารปริมาณสูงช่วยให้ระบบการขับถ่ายดี” ลดความดันโลหิตและปริมาณคอเลสเทอรอล มีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคอัลไซเมอร์ อีกทั้งมีธาตุแมงกานีสในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง โดยกระบวนการดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และสารสื่อประสาทที่สำคัญที่มนุษย์จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระบบประสาทรวม ทั้งกล้ามเนื้อ [...]

จากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับวิชาชีพสื่อมวลชนมายาวนาน ทำให้หนุ่มใหญ่วัย 43 ปี ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง “ธีรพงศ์ เพชรรัตน์” ได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจที่จะนำไปประกอบอาชีพด้านการเกษตร เพราะเห็นว่ามีที่มรดกที่บ้านเกิดหมู่ 3 ต.บางเขียด อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่งเป็นที่นาเก่า 8 ไร่ ควรที่จะใช้ให้เกิดประโยชน์และก่อให้รายได้เสริม แต่เนื่องจากยังมีอายุราชการเกือบ 20 ปี เขาจึงตัดสินใจปลูกไม้ยืนต้น 4 ไร่ แซมด้วยไผ่ตงลืมแล้ง ปรากฏว่าเพียง 8 เดือน ไผ่ตงลืมแล้งออกหน่อเก็บขายได้ถึงวันละ 100 หน่อ มีรายได้วันละ 5,000 บาท ขณะที่กิ่งพันธุ์ขายได้เดือนละกว่า 200 กิ่ง ราคากิ่งละ 200 บาท ธีรพงศ์บอกว่า คนที่มีอาชีพกินเงินเดือนโดยเฉพาะข้าราชการทุกคน พอมีอายุ 40 ปีขึ้นไป นึกถึงความมั่นคงในอาชีพหลังเกษียณ บางคนจึงหาซื้อที่เพื่อทำการเกษตรในบั่นปลาย แต่เขาเองมีที่ซึ่งเป็นส่วนแบ่งจากมรดกของครอบครัว 8 ไร่ จึงเลือกปลูกไม้ยืนต้นโตเร็ว ส่วนหนึ่งคิดว่ายังเหลืออายุราชการอีกเกือบ 20 ปี ช่วงเกษียณอายุสามารถตัดขายทำเป็นทุนได้ อีกส่วนหนึ่งเห็นว่าป่าไม้ลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว [...]

ได้รับข่าวดีจาก อุดมสุขฟาร์ม เกี่ยวกับการจัดฝึกอบรมอาชีพ การเลี้ยงไส้เดือน ฝึกอบรมการเลี้ยงไส้เดือนเบื้องต้น (ฟรี) โดย ?อุดมสุขฟาร์ม? ปัจจุบันนี้มีผู้ให้ความสนใจในการเพาะเลี้ยงไส้เดือนกันมากขึ้น โดยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป และมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน จัดการฝึกอบรมการเพาะเลี้ยงไส้เดือนขึ้น เป็นจานวนมาก แต่ก็ยังพบว่ามีผู้สนใจอีกจานวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสได้รับการอบรม ในหน่วยงานดังกล่าวซึ่งอาจเป็นเพราะ ติดขัดเรื่องค่าใช้จ่าย หรือ ระยะเวลาในการฝึกอบรมที่เหมาะสมด้วยอุดมสุขฟาร์ม เป็นฟาร์มเกษตรที่ต่อยอดผลิตผลจากไส้เดือนในการผลิตพืชผักปลอดสารพิษต่างๆ อาทิเช่น เมล่อนญี่ปุ่น แตงโม แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง ข้าวโพดฝักอ่อน และผักสลัดเมืองหนาว เป็นต้น อีกทั้งอุดมสุขฟาร์มได้วิจัย และพัฒนาการเลี้ยงไส้เดือนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปี ดังนั้นอุดมสุขฟาร์มจึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate social responsibility : CSR) โครงการฝึกอบรมการเพาะเลี้ยงไส้เดือนเบื้องต้นขึ้น เพื่อให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงไส้เดือน การขยายพันธุ์ การผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนชนิดต่างๆ ตลอดจนการต่อยอดผลพลอยได้จากไส้เดือนเพื่อนาไปใช้ประโยชน์ในโอกาสต่อไป ***โครงการนี้เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมเท่านั้น การจัดกิจกรรมไม่ได้มีการขายไส้เดือน หรือมูลไส้เดือนแต่อย่างใด ?ท่านสามารถหาซื้อไส้เดือนได้จากผู้ประกอบการท่านอื่นๆทั่วไป? ***อนึ่งการประชาสัมพันธ์ครั้งนี้อาจจะไม่ทั่วถึงนัก หากท่านใดมีบุคคลที่รู้จักสนใจเลี้ยงไส้เดือน ขอความกรุณาประชาสัมพันธ์ต่อด้วยครับ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ (เอกสารแนบ) https://dl.dropbox.com/u/11347237/Train.pdfคุณสามารถดาวน์โหลดไฟล์ .pdf [...]

กรมอุทยานฯ ผุดไอเดียเจ๋งหนุนชาวบ้านเลี้ยง “ตุ๊กแก” ส่งออกนอกหวังเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะไต้หวันเป็นตลาดใหญ่ เน้นวิจัย-เพาะพันธุ์ตุ๊กแกพันธุ์ไทยดั้งเดิม ซึ่งเป็นที่ต้องการของชาวไต้หวัน ส่วนใหญ่นำไปทำกระเป๋า เข็มขัด แทนหนังจระเข้ โดยจะใช้สมุทรสงครามเป็นพื้นที่นำร่องเพราะมีร่องสวนจำนวนมาก และยังเป็นปัญหาของชาวบ้าน ขณะที่ยังมีผู้ส่งออกรายเล็กเพียงรายเดียวที่จ.สกลนครวันที่ 14 พ.ค. นายวัฒนา เวทยประสิทธิ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัจจุบันเนื้อตุ๊กแกตากแห้งนับว่าเป็นสินค้าที่มีความต้องการในตลาดสูงมาก โดยเฉพาะตลาดในต่างประเทศ ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ดำเนินกิจการนี้อยู่เพียงไม่กี่ราย อยู่ในแถบจ.สกลนคร และยังทำเป็นกิจการขนาดเล็กอยู่ซึ่งที่ผ่านมากรมอุทยานฯ อนุญาตให้ส่งตุ๊กแกตากแห้งออกไปขายที่ไต้หวันเฉลี่ยปีละ 1 แสนตัว และต้องรับรองว่าเป็นตุ๊กแกจากประเทศไทย แม้ว่าจะยังไม่อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามอนุสัญญาไซเตสก็ตาม นอกจากนี้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ยังได้พยายามที่จะศึกษาวิจัยเพื่อการเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนตุ๊กแกพันธุ์ดั้งเดิมของไทย ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ชาวไต้หวันต้องการมาก เพื่อที่จะไปสอนให้ชาวบ้านประกอบเป็นอาชีพเสริม เพาะขายส่งออก เพราะขณะนี้แม้จะมีความต้องการสูง แต่ก็ยังไม่มีการส่งเสริมในการเพาะเลี้ยงมากนักนายวัฒนากล่าวต่อว่า นอกจากตุ๊กแกที่กรมอุทยานฯ กำลังพยายามศึกษาเพื่อเพิ่มจำนวน ในการสร้างโอกาสให้ชาวบ้านนำไปเพาะเพื่อส่งขายเป็นอาชีพเสริมแล้ว ยังมีสัตว์เลื้อยคลานประเภทตัวเงินตัวทอง ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องร่องในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ต้องการของท้องตลาดต่างประเทศเช่นกันโดยส่วนใหญ่ต้องการนำหนังไปใช้ประโยชน์ในการผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง กระเป๋า เข็มขัด ทดแทนหนังจระเข้ ซึ่งสัตว์ชนิดนี้กรมอุทยานฯก็เตรียมเปิดให้เพาะเลี้ยงได้ด้วย ซึ่งในระยะแรกเริ่มนี้ อยู่ในขั้นตอนการเลือกพื้นที่นำร่องคือ จ.สมุทรสงคราม เพราะที่ผ่านมาพบว่าตัวเงินตัวทองอาศัยอยู่มาก และยังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ด้วยการเข้าไปทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวสวน จนต้องหาทางกำจัดด้วย [...]
07 Jul, 2010
Posted by: onemanf_webmaster In: เกษตรแก้จน

ดาวเรือง ศรีกระแจะ หนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการอยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 6 ต.งิ้วงาม เข้าร่วมโครงการเลี้ยงปลากับซีพีเอฟเมื่อปี 2548 โดยเริ่มจากเพียง 10 กระชัง จนปัจจุบันมีจำนวนกระชังที่ต้องดูแลทั้งสิ้น 60 กระชัง มีผลผลิตปลาทับทิมเดือนละประมาณ 7 ตัน มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะนี้มีเกษตรกรที่เลี้ยงปลาทับทิมในกลุ่มจำนวน 6 ราย มีกระชังเลี้ยงปลาทั้งหมดกว่า 180 กระชัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง