<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; ธุรกิจ SME</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/category/smes-business/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 20:52:28 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>เน้นความเป็นพื้นบ้าน สบู่กลีเซอรีนสมุนไพรลภัสรดา</title><link>http://www.keajon.com/lasphasada-glycerin-soap/</link> <comments>http://www.keajon.com/lasphasada-glycerin-soap/#comments</comments> <pubDate>Thu, 22 Dec 2011 14:18:39 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์สินค้า]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[ลภัสรดา]]></category> <category><![CDATA[สบู่กลีเซอรีน.สบู่สมุนไพร]]></category> <category><![CDATA[สบู่แฮนด์เมด]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6079</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/lasphasada-glycerin-soap/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/090211213012-300x225.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="สบู่สมุนไพร" title="สบู่กลีเซอรีน" /></a>สบู่กลีเซอรีนสมุนไพรลภัสรดา ก้อนทำความสะอาดผิวที่มีส่วนผสมของกลีเซอรีน และ มีคุณสมบัติ คือ กลีเซอรีนจะช่วยดูดความชื้นในอากาศ เมื่อเราใช้สบู่ชนิดนี้ จะรู้สึกว่าผิวมีความชุ่มชื้นขึ้น อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน เนื่องจากสบู่ชนิดนี้มีส่วนผสมของกลีเซอรีนทั้งก้อนโดยไม่ผสมไขมันพืชหรือสัตว์เลย จึงมีความนิ่มกว่าสบู่ในท้องตลาดทั่วไป ราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าเปรียบเทียบคุณสมบัติกับสบู่ทั่วไปก็นับว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เพราะสบู่ทั่วไปได้จากการทำปฏิกริยากันระหว่างไขมัน กับโซดาไฟ ซึ่งโซดาไฟเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน (หลายที่ใช้ล้างคราบสกปรกในห้องน้ำ) เมื่อเราใช้สบู่ชนิดนี้ไปนานๆจะสังเกตได้ว่าพื้นห้องน้ำมีคราบไคล และหินปูนเกาะหนาและล้างออกอยาก และคราบเหล่านี้ก็จะติดผิวเรา เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานๆหลายคนจะเห็นว่าผิวเป็นกระดำกระด่าง&#8230;ตกกระง่ายขึ้น&#8230;ผิวเหี่ยวย่นเร็วกว่าวัยซึ่งถ้าร้ายแรงกว่านั้นอาจเป็นมะเร็งที่ผิวหนังเลยก็ได้ หรือบางคนร่างกายพยายามกำจัดผิดออกมาโดยการเป็นผดผื่นคัน&#8230;..ก็มีสาเหตุจากการสะสมของสารเคมีอีกอย่างหนึ่ง                 ดังนั้นเราจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในข้อนี้ จึงได้ผลิตสบู่ที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย มาจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเพื่อให้ชาวบ้าน ประชาชนทั่วไปที่มีค่าครองชีพสูงอยู่แล้วได้ใช้ของดีและมีคุณภาพ                 สบู่ของร้านเราเน้นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อผิวแตกต่างกันไป อาทิ เช่น  มะขาม  น้ำผึ้ง  มะนาว    น้ำนมข้าว  น้ำนม  ส้ม  เปลือกมังคุด  ทับทิม  ตะไคร้หอม ฯลฯ เพื่อให้เกิดความหลากหลายให้ลูกค้ามีโอกาสในการเลือกสินค้าได้มากขึ้น  พร้อมทั้งผสมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่างๆมากมาย เพื่อผ่อนคลายอารมณ์เครียดจากการทำงานหนักทั้งวัน                 สบู่ของเรามีฟองครีมนุ่ม ฟองพอดีไม่มากนัก จับแล้วลื่นมือ ผลิตโดยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้เครื่องจักร ทุกขั้นตอนทำด้วยมือนี้ ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม เริ่มจากการคัดกลีเซอรีนคุณภาพสูง สมุนไพรไทยนานาชนิด [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p
style="text-align: left;" align="center"><strong>สบู่กลีเซอรีนสมุนไพรลภัสรดา</strong><strong></strong></p><p><strong><span
style="text-decoration: underline;"><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/090211213012.jpg"><img
class="alignleft size-medium wp-image-6080" title="สบู่กลีเซอรีน" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/090211213012-300x225.jpg" alt="090211213012 300x225 เน้นความเป็นพื้นบ้าน สบู่กลีเซอรีนสมุนไพรลภัสรดา" width="300" height="225" /></a></span></strong><strong></strong></p><p>ก้อนทำความสะอาดผิวที่มีส่วนผสมของกลีเซอรีน และ มีคุณสมบัติ คือ กลีเซอรีนจะช่วยดูดความชื้นในอากาศ เมื่อเราใช้สบู่ชนิดนี้ จะรู้สึกว่าผิวมีความชุ่มชื้นขึ้น อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน เนื่องจากสบู่ชนิดนี้มีส่วนผสมของกลีเซอรีนทั้งก้อนโดยไม่ผสมไขมันพืชหรือสัตว์เลย จึงมีความนิ่มกว่าสบู่ในท้องตลาดทั่วไป ราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าเปรียบเทียบคุณสมบัติกับสบู่ทั่วไปก็นับว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เพราะสบู่ทั่วไปได้จากการทำปฏิกริยากันระหว่างไขมัน กับโซดาไฟ ซึ่งโซดาไฟเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน (หลายที่ใช้ล้างคราบสกปรกในห้องน้ำ) เมื่อเราใช้สบู่ชนิดนี้ไปนานๆจะสังเกตได้ว่าพื้นห้องน้ำมีคราบไคล และหินปูนเกาะหนาและล้างออกอยาก และคราบเหล่านี้ก็จะติดผิวเรา เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานๆหลายคนจะเห็นว่าผิวเป็นกระดำกระด่าง&#8230;ตกกระง่ายขึ้น&#8230;ผิวเหี่ยวย่นเร็วกว่าวัยซึ่งถ้าร้ายแรงกว่านั้นอาจเป็นมะเร็งที่ผิวหนังเลยก็ได้ หรือบางคนร่างกายพยายามกำจัดผิดออกมาโดยการเป็นผดผื่นคัน&#8230;..ก็มีสาเหตุจากการสะสมของสารเคมีอีกอย่างหนึ่ง</p><p>                ดังนั้นเราจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในข้อนี้ จึงได้ผลิตสบู่ที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย มาจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเพื่อให้ชาวบ้าน ประชาชนทั่วไปที่มีค่าครองชีพสูงอยู่แล้วได้ใช้ของดีและมีคุณภาพ</p><p>                สบู่ของร้านเราเน้นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อผิวแตกต่างกันไป อาทิ เช่น  มะขาม  น้ำผึ้ง  มะนาว    น้ำนมข้าว  น้ำนม  ส้ม  เปลือกมังคุด  ทับทิม  ตะไคร้หอม ฯลฯ เพื่อให้เกิดความหลากหลายให้ลูกค้ามีโอกาสในการเลือกสินค้าได้มากขึ้น  พร้อมทั้งผสมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่างๆมากมาย เพื่อผ่อนคลายอารมณ์เครียดจากการทำงานหนักทั้งวัน</p><p>                สบู่ของเรามีฟองครีมนุ่ม ฟองพอดีไม่มากนัก จับแล้วลื่นมือ ผลิตโดยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้เครื่องจักร ทุกขั้นตอนทำด้วยมือนี้ ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม เริ่มจากการคัดกลีเซอรีนคุณภาพสูง สมุนไพรไทยนานาชนิด กวนส่วนผสมเข้าด้วยกันภายใต้อุณหภูมิห้องและผสมน้ำมันหอมระเหยคุณภาพดี และนำสบู่เทลงไปในพิมพ์ที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้สบู่เซ็ทตัว และแกะสบู่ออกจากพิมพ์ จะได้สบู่ธรรมชาติที่ทำด้วยมือ ที่อุดมไปด้วยกลีเซอรีนธรรมชาติ มีคุณสมบัติ ปรับสมดุลย์ความชุ่มชื่นผิว พร้อมคุณค่าสมุนไพรไทย บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส นุ่มนวล น่าสัมผัส</p><p><strong> รายการสบู่ที่ร้านเราจำหน่าย</strong></p><p>๑.สบู่น้ำนมข้าว  ลดฝ้าหน้าเด้ง</p><p>๒. สบู่น้ำนม  ผิวขาว ใส เนียนนุ่ม</p><p>๓.สบู่มะขาม  ผิวขาวกระจ่างใส</p><p>๔. สบู่ ขมิ้น ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่นแบบหญิงไทย</p><p>๕. สบู่น้ำผึ้ง ผิวขาว เนียนนุ่ม</p><p>๖. สบู่ส้ม ผลัดเซลล์ผิว  ผิวขาวใส</p><p>๗. สบู่มะละกอ ผลัดเซลล์ผิวลดจุดด่างดำ</p><p>๘. สบู่คาร์บอน ดีท๊อกผิวหนัง กำจัดสารพิษ</p><p>๙. สบู่อโวคาโด เหมาะกับคนที่ผิวแห้งแตกลอกเป็นขุย</p><p>๑๐. มะเขือเทศ ผลัดเซลล์ผิว ผิวขาว</p><p>๑๑. สบู่แตงกวา  ลดการอักเสบของสิว รักษารอยแผลเป็น</p><p>๑๒. สบู่รังไหม อุดมไปด้วยโปรตีนสกัดจากธรรมชาติ อันทรงคุณค่า ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของสิวและลดการอักเสบละคายเคือง กรดผลไม้วิตามินซี ช่วยลดความหมองคล้ำของผิวหน้า ใยไหมประกอบด้วยกรมอะมิโน 18 ชนิด ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ต้านรอยย่น ชลอความแก่ของผิว ทองคำช่วยปรับสมดุล สมานผิวให้ความยืดหยุ่นชุ่มชื่นแก่ผิว สิง ฟ้า จุดด่างดำดูจางลง ใบหน้าดูขาวเนียนเป็นธรรมชาติ</p><p
style="text-align: left;" align="center">!!!    ทุกสูตรเพิ่มใยบวบได้..      แต่ต้องสั่งก่อน คิดเพิ่มก้อนละ ๕ บาท!!!!</p><p
style="text-align: left;" align="center"><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/121511192723.jpg"><img
class="alignleft size-medium wp-image-6081" title="สบู่ใยบวบ" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/121511192723-300x225.jpg" alt="121511192723 300x225 เน้นความเป็นพื้นบ้าน สบู่กลีเซอรีนสมุนไพรลภัสรดา" width="300" height="225" /></a></p><p
style="text-align: left;" align="center">ทุกอย่างราคาขายปลีกเพียงก้อนละ ๓๕ บาท</p><p
style="text-align: left;" align="center">๑๐ ก้อน ขึ้นไป ก้อนละ ๓๐ บาท</p><p
style="text-align: left;" align="center">๒๕  ก้อนขึ้นไปก้อนละ ๒๕ บาท</p><p><strong><span
style="text-decoration: underline;">สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายติดต่อ </span></strong><strong>082-4852013<span
style="text-decoration: underline;"> , </span>087-5472864 คุณลภัสรดา<br
/>http://nook1985.myreadyweb.com/<br
/></strong></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/lasphasada-glycerin-soap/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>พลิกวิกฤติหลังนำท่วมให้เป็นโอกาส กับธุรกิจผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%94/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%94/#comments</comments> <pubDate>Tue, 06 Dec 2011 16:58:59 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[การผลิตน้ำดื่ม]]></category> <category><![CDATA[ขวดใส]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด]]></category> <category><![CDATA[น้ำขวดขุ่น]]></category> <category><![CDATA[น้ำดื่ม]]></category> <category><![CDATA[น้ำโพลาริส]]></category> <category><![CDATA[โรงงานผลิตน้ำดื่ม]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6014</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%94/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://image.ohozaa.com/i/3a4/YZyuE.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="ผลิตน้ำดื่ม" /></a>พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสกับธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวดสองเดือนที่ผ่านมานี้ มีผู้อ่านเว็บไซต์แก้จนดอทคอม ค้นเจอเว็บนี้ ด้วยคำว่า &#8220;ธุรกิจผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด&#8221;  มากขึ้นอย่างผิดหูผิดตาสาวไทยบางท่าน ไปมีธุรกิจร้านนวดสปาอยู่เยอรมันก็ยังอยากจะทำโรงงานน้ำขวดบรรจุ ออกขายเพราะเนื่องจาก เห็นโอกาสที่ดีเมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมที่ผู้ผลิตในพื้นที่ประสบภัย ไม่สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอกับความต้องการ หรือบางทีโรงงานต้องปิด เพราะเครื่องจักเสียหายไปเลยก็มีก็เลยกลายเป็นว่า ผู้ประกอบการรายใหม่ๆ รายใหนที่มีโอกาสเข้ามาสู่ธุรกิจตรงนี้ ก็น่าจะมีโอกาสในการขายมากขึ้นและธุรกิจผลิตน้ำดื่มก็ใช้ทุนไม่สูงมากนักครับ เพราะเป็นการผลิตที่ไม่ได้อาศัยเครื่องจักที่สลับซับซ้อนมากนักสำหรับน้ำดื่มบรรจุขวดนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ผู้บริโภคจะยังคงมีความต้องการอยู่อย่างต่อเนื่องเนื่องจาก น้ำดื่มเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย อีกทั้งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ไม่มีสารปรุงแต่งอื่นๆ อาทิน้ำตาล หรือคาเฟอีน และมีราคาจำหน่ายถูกกว่าเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพและต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในภาวะที่ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการเติบโตของตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดนั้น นอกจากจะมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่น้ำดื่มเป็นสิ่งที่จำเป็นในการบริโภคเพื่อประโยชน์แก่ร่างกายแล้ว การที่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในสังคมเมืองใหญ่ โดยหันมาสนใจสุขอนามัยและสุขภาพกันมากขึ้น อีกทั้งมีการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบ เน้นความสะดวกสบาย อาจส่งผลให้ธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวดมีโอกาสเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคตนอกจากนี้ การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความกัวลถึงความสะอาดของน้ำประปา ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดเติบโต เนื่องจากประชาชนมีความต้องการน้ำดื่มที่สะอาดและมีคุณภาพเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติ ทั้งเพื่อการบริจาคและเพื่อการบริโภคส่วนตัว ซึ่งนับได้ว่าเป็นการสร้างโอกาสในการจำหน่ายให้กับน้ำดื่มรายย่อย/หน้าใหม่ เนื่องจากพฤติกรรมการเลือกซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดโดยปกติ ผู้บริโภคจะเลือกซื้อเฉพาะยี่ห้อยอดนิยมหรือเป็นที่รู้จัก แต่จากการที่ผู้ผลิตน้ำดื่มรายใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมส่งผลให้กำลังการผลิตลดลง ในขณะที่ความต้องการน้ำดื่มมีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดที่ยังมีวางจำหน่าย นับเป็นโอกาสของบรรดาน้ำดื่มรายย่อย/หน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มผลิตสินค้าออกสู่ตลาดสามารถเพิ่มยอดจำหน่ายได้ รวมไปถึงโอกาสในการเข้ามาทำธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวดของผู้ประกอบการรายใหม่ที่หวังจะใช้วิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ เป็นการเริ่มต้นทำธุรกิจน้ำดื่มหรือวางจำหน่ายสินค้าแต่ถึงอย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจน้ำดื่มในช่วงวิกฤตที่เกิดภัยธรรมชาติ อาจไม่ใช่เป็นการเติบโตที่ยั่งยืน สิ่งสำคัญ คือ ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงปัจจัยทางการตลาดที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกบริโภคน้ำดื่มบรรจุขวดของผู้บริโภค ซึ่งก็คือ ความสะอาดของน้ำดื่ม ความสะดวกในการหาซื้อบริโภค ราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<h5>พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสกับธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวด<br
/><br
/><img
class="alignnone" title="ผลิตน้ำดื่ม" src="http://image.ohozaa.com/i/3a4/YZyuE.jpg" alt="YZyuE พลิกวิกฤติหลังนำท่วมให้เป็นโอกาส กับธุรกิจผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด" width="434" height="325" /><br
/>สองเดือนที่ผ่านมานี้ มีผู้อ่านเว็บไซต์แก้จนดอทคอม ค้นเจอเว็บนี้ ด้วยคำว่า &#8220;ธุรกิจผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด&#8221;  มากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา<br
/>สาวไทยบางท่าน ไปมีธุรกิจร้านนวดสปาอยู่เยอรมันก็ยังอยากจะทำโรงงานน้ำขวดบรรจุ ออกขายเพราะเนื่องจาก เห็นโอกาสที่ดีเมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมที่ผู้ผลิตในพื้นที่ประสบภัย ไม่สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอกับความต้องการ หรือบางทีโรงงานต้องปิด เพราะเครื่องจักเสียหายไปเลยก็มี<br
/>ก็เลยกลายเป็นว่า ผู้ประกอบการรายใหม่ๆ รายใหนที่มีโอกาสเข้ามาสู่ธุรกิจตรงนี้ ก็น่าจะมีโอกาสในการขายมากขึ้น<br
/>และธุรกิจผลิตน้ำดื่มก็ใช้ทุนไม่สูงมากนักครับ เพราะเป็นการผลิตที่ไม่ได้อาศัยเครื่องจักที่สลับซับซ้อนมากนัก<br
/><br
/><br
/>สำหรับน้ำดื่มบรรจุขวดนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ผู้บริโภคจะยังคงมีความต้องการอยู่อย่างต่อเนื่อง<br
/>เนื่องจาก น้ำดื่มเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย อีกทั้งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ไม่มีสารปรุงแต่งอื่นๆ อาทิ<br
/>น้ำตาล หรือคาเฟอีน และมีราคาจำหน่ายถูกกว่าเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพและ<br
/>ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในภาวะที่ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการเติบโตของตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดนั้น นอกจากจะมี<br
/>ปัจจัยสนับสนุนจากการที่น้ำดื่มเป็นสิ่งที่จำเป็นในการบริโภคเพื่อประโยชน์แก่ร่างกายแล้ว การที่พฤติกรรมของ<br
/>ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในสังคมเมืองใหญ่ โดยหันมาสนใจสุขอนามัยและสุขภาพกันมากขึ้น อีกทั้งมี<br
/>การดำเนินชีวิตที่เร่งรีบ เน้นความสะดวกสบาย อาจส่งผลให้ธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวดมีโอกาสเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องใน<br
/>อนาคต<br
/>นอกจากนี้ การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความกัวลถึงความสะอาดของน้ำประปา ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่<br
/>ทำให้ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดเติบโต เนื่องจากประชาชนมีความต้องการน้ำดื่มที่สะอาดและมีคุณภาพเพิ่มขึ้นจากช่วง<br
/>ปกติ ทั้งเพื่อการบริจาคและเพื่อการบริโภคส่วนตัว ซึ่งนับได้ว่าเป็นการสร้างโอกาสในการจำหน่ายให้กับน้ำดื่มราย<br
/>ย่อย/หน้าใหม่ เนื่องจากพฤติกรรมการเลือกซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดโดยปกติ ผู้บริโภคจะเลือกซื้อเฉพาะยี่ห้อยอดนิยมหรือ<br
/>เป็นที่รู้จัก แต่จากการที่ผู้ผลิตน้ำดื่มรายใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมส่งผลให้กำลังการผลิตลดลง ในขณะ<br
/>ที่ความต้องการน้ำดื่มมีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดที่ยังมีวางจำหน่าย นับเป็น<br
/>โอกาสของบรรดาน้ำดื่มรายย่อย/หน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มผลิตสินค้าออกสู่ตลาดสามารถเพิ่มยอดจำหน่ายได้ รวมไปถึง<br
/>โอกาสในการเข้ามาทำธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวดของผู้ประกอบการรายใหม่ที่หวังจะใช้วิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ เป็นการ<br
/>เริ่มต้นทำธุรกิจน้ำดื่มหรือวางจำหน่ายสินค้า<br
/>แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจน้ำดื่มในช่วงวิกฤตที่เกิดภัยธรรมชาติ อาจไม่ใช่เป็นการเติบโตที่<br
/>ยั่งยืน สิ่งสำคัญ คือ ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงปัจจัยทางการตลาดที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกบริโภค<br
/>น้ำดื่มบรรจุขวดของผู้บริโภค ซึ่งก็คือ ความสะอาดของน้ำดื่ม ความสะดวกในการหาซื้อบริโภค ราคาที่เหมาะสม<br
/>กับคุณภาพ และการมีบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่น เมื่ออยู่บนชั้นวางร่วมพร้อมกับสินค้าแบรนด์อื่นๆ รวมทั้งมีการส่งเสริม<br
/>การตลาดด้วยวิธีต่างๆ และการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ เพื่อใช้ในการกระจายสินค้า สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่<br
/>ทำให้ธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวดประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน<br
/><br
/><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/Post_201101282206341.jpg"><img
class="alignleft size-full wp-image-6018" title="ธุรกิจผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/Post_201101282206341.jpg" alt="Post 201101282206341 พลิกวิกฤติหลังนำท่วมให้เป็นโอกาส กับธุรกิจผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด" width="507" height="284" /></a><br
/><br
/>การผลิตนํ้าดื่ม<br
/>นับวัน ความต้องการบริโภคนํ้าดื่มบรรจุขวดจะเพิ่มขึ้น<br
/>ตามจำ นวนประชากรและรายได้ของครัวเรือน ส่งผลให้ผู้<br
/>ประกอบการรายใหม่ๆ ที่มองเห็นโอกาสทางการตลาด เข้าสู่<br
/>ธุรกิจนํ้าดื่มบรรจุขวดเป็นจำ นวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบ<br
/>การรายเล็ก<br
/>แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา อุตสาหกรรมผลิตนํ้าดื่มจะขยาย<br
/>ตัวค่อนข้างสูง ทว่า ธุรกิจนี้ได้ประสบกับภาวะการแข่งขันมาก<br
/>ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ผู้ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจนี้ ควรศึกษาข้อมูล<br
/>ดังต่อไปนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจ<br
/>1. ศักยภาพของผู้ประกอบการ<br
/>• ขยัน อดทน ธุรกิจนํ้าดื่มมีการแข่งขันกันสูง ผูป้ ระกอบการจึงตอ้ งมีความขยันในการหาตลาด<br
/>• มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีและรักงานบริการ น้ำ ดื่มเป็นสินค้าที่มีคูแ่ ข่งมากในแต่ละเขต ดังนั้น ผู้ประกอบ<br
/>การจึงควรมีการบริการที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า<br
/>• มีทำ เลที่ตั้งที่เหมาะสม ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชุมชน และมีเสน้ ทางขนส่งสะดวก เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย<br
/>ในการขนส่ง<br
/>2. การติดต่อกับหน่วยงานราชการ<br
/>ผูป้ ระกอบการโรงงานน้ำ ดื่มจะตอ้ งติดต่อกับหน่วยงานราชการ ดังนี้<br
/>1. หน่วยงานท้องที่ ในเรื่องการขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร และการชำ ระภาษีโรงเรือน<br
/>2. กรมโรงงาน หากสถานประกอบการเข้าข่ายโรงงาน ดูได้จากจำ นวนแรงม้าของเครื่องจักร<br
/>3. กรมทรัพยากรธรณี ในกรณีที่ไม่มีนํ้าประปา หรือนํ้าประปาไม่เพียงพอ<br
/>4. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อการจัดตั้งกิจการ<br
/>5. สำ นักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสาธารณสุขจังหวัด เช่น การขออนุญาตผลิตอาหาร<br
/>และการขอเครื่องหมาย อย.<br
/>6. ภาษี เช่น ภาษีเงินได้ และภาษีมูลค่าเพิ่ม<br
/>2<br
/>1. หน่วยงานท้องถิ่น/สำ นักงานเขต<br
/>♦ การขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร<br
/>ผูป้ ระกอบการจะต้องตรวจสอบว่า สถานที่ผลิตอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานราชการท้องถิ่น<br
/>ใด เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำ บล กรุงเทพมหานคร เป็นต้น<br
/>และส่วนราชการท้องถิ่นนั้น มีข้อกำ หนดให้การผลิตอาหารต้องยื่นขออนุญาตหรือไม่<br
/>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>“CHEN-เชน” รองเท้าแตะเงินล้าน! สร้างธุรกิจจากตลาดนัด</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments> <pubDate>Thu, 01 Dec 2011 17:45:55 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[ขายของตลาดนัด]]></category> <category><![CDATA[ขายรองเท้า]]></category> <category><![CDATA[รองเท้าผ้าใบ]]></category> <category><![CDATA[รองเท้ามือสอง]]></category> <category><![CDATA[รองเท้าหนัง]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6004</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.matichon.co.th/online/2011/11/13223723201322376737l.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>“&#8230;สัญลักษณ์ของร้านเราคือ เสื่อ 1 ผืน เก้าอี้ 1 ตัว ง่ายๆ แบบนี้ จนมีบางคนแซว ขายแบบเสื่อผืนหมอนใบ&#8230;.” &#160; เรียน บ.ก.เส้นทางเศรษฐี ผม กุลธร สังฆมณี อายุ 40 ปี ผมค้าขายรองเท้า ผมเป็นคนสู้ชีวิตมาตลอด จนกระทั่งผมมีกิจการร้านรองเท้าของกลุ่มคนชั้นล่างเจ้าใหญ่ที่สุดในนนทบุรี และกระจัดกระจายขายไปตามตลาดนัด นับสิบๆ ที่ต่อวัน เป็นกิจการที่หมุนเวียนนับสิบๆ ล้านบาท &#160; ที่ผมเขียนมาเพราะผมอยากจะให้เป็นอุทาหรณ์ของคนที่ยังมีแรง อย่าท้อแท้ เพราะผมล้มมานับครั้งไม่ถ้วน เช่น ขายไม่ได้ รองเท้าเหลือเบอร์ ลูกน้องเอาไปขายแล้วโกง ฯลฯ &#160; แต่ผมก็สู้ สู้ กู้ กู้ จนกระทั่งมีกิจการใหญ่โต ผมจึงเขียนมาเพื่อให้ทุกคนที่ท้อแท้&#8230;อย่าท้อถอย &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.. เนื้อความในจดหมายดังเกริ่นข้างต้น คือ การ์ดเชื้อเชิญ ให้ “เส้นทางเศรษฐี” โคจรไปพบกับเจ้าของกิจการตัวจริงเสียงจริง &#160; และเรื่องราวเกี่ยวกับกิจการของเขา ได้ถูกบันทึกไว้แล้ว นับจากนี้ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><span
style="color: #777777;">“&#8230;สัญลักษณ์ของร้านเราคือ เสื่อ 1 ผืน เก้าอี้ 1 ตัว ง่ายๆ แบบนี้ จนมีบางคนแซว ขายแบบเสื่อผืนหมอนใบ&#8230;.”</span></p><p>&nbsp;</p><p><em><span
style="color: #664411;">เรียน บ.ก.เส้นทางเศรษฐี</span></em></p><p>ผม กุลธร สังฆมณี อายุ 40 ปี ผมค้าขายรองเท้า ผมเป็นคนสู้ชีวิตมาตลอด จนกระทั่งผมมีกิจการร้านรองเท้าของกลุ่มคนชั้นล่างเจ้าใหญ่ที่สุดในนนทบุรี และกระจัดกระจายขายไปตามตลาดนัด นับสิบๆ ที่ต่อวัน เป็นกิจการที่หมุนเวียนนับสิบๆ ล้านบาท</p><p>&nbsp;</p><p>ที่ผมเขียนมาเพราะผมอยากจะให้เป็นอุทาหรณ์ของคนที่ยังมีแรง อย่าท้อแท้ เพราะผมล้มมานับครั้งไม่ถ้วน เช่น ขายไม่ได้ รองเท้าเหลือเบอร์ ลูกน้องเอาไปขายแล้วโกง ฯลฯ</p><p>&nbsp;</p><p>แต่ผมก็สู้ สู้ กู้ กู้ จนกระทั่งมีกิจการใหญ่โต ผมจึงเขียนมาเพื่อให้ทุกคนที่ท้อแท้&#8230;อย่าท้อถอย</p><p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p><p
align="center"><img
src="http://www.matichon.co.th/online/2011/11/13223723201322376737l.jpg" alt="13223723201322376737l “CHEN เชน” รองเท้าแตะเงินล้าน! สร้างธุรกิจจากตลาดนัด" width="417" height="254" title="“CHEN เชน” รองเท้าแตะเงินล้าน! สร้างธุรกิจจากตลาดนัด" /></p><p>เนื้อความในจดหมายดังเกริ่นข้างต้น คือ การ์ดเชื้อเชิญ ให้ “เส้นทางเศรษฐี” โคจรไปพบกับเจ้าของกิจการตัวจริงเสียงจริง</p><p>&nbsp;</p><p>และเรื่องราวเกี่ยวกับกิจการของเขา ได้ถูกบันทึกไว้แล้ว นับจากนี้</p><p>&nbsp;</p><p><span><strong> สงคราม          </strong></span></p><p><span><strong> จุดหักเหชีวิต    </strong></span></p><p>เจ้าของกิจการรองเท้าแตะรายใหญ่ มีโกดังเก็บสินค้าและเป็นหน้าร้านทั้งค้าปลีก-ส่ง จำนวนถึง 8 คูหาในซอยวัดส้มเกลี้ยง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ให้เรียกแบบกันเองว่า คุณเชน สละเวลาทำงาน มาให้ข้อมูลด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เริ่มบทสนทนาด้วยประวัติความเป็นมาส่วนตัวพอสังเขปว่า เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว คุณพ่อรับราชการ คุณแม่รับจ้างเย็บผ้าโหล ช่วงกำลังเรียนมหาวิทยาลัย เกิดสงครามตะวันออกกลาง ลูกค้าปฏิเสธกางเกงจำนวนมากที่คุณแม่ของเขาทำออกมาแล้วตามคำสั่งซื้อ ซึ่งเหตุการณ์นี้เองเป็นจุด “หักเห” สำคัญในชีวิตของเขา</p><p>“ตอนนั้นเหมือนเกิดวิกฤตในครอบครัว เลยต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย รับบทพ่อค้าเร่นำกางเกงไปวางขายตามตลาดนัด ช่วยกันกับคุณแม่ 2 คน หวังพอได้ทุนคืนบ้างก็ยังดี” คุณเชน ย้อนเหตุการณ์เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมาให้ฟัง</p><p>&nbsp;</p><table
border="0" cellspacing="2" cellpadding="2" align="left"><tbody><tr><td><img
src="http://www.matichon.co.th/online/2011/11/13223723201322376745l.jpg" alt="13223723201322376745l “CHEN เชน” รองเท้าแตะเงินล้าน! สร้างธุรกิจจากตลาดนัด" width="274" height="406" title="“CHEN เชน” รองเท้าแตะเงินล้าน! สร้างธุรกิจจากตลาดนัด" /></td></tr></tbody></table><p>หลังจากนำสินค้าค้างสต๊อกระบายออกไปได้ พ่อค้ามือใหม่อย่างเขา เกิดความคิดอยากค้าขายต่อเนื่อง จึงหารือกับผู้เป็นแม่ น่าจะหาสินค้าอื่นมาขายพ่วงกับกางเกงด้วย เผื่อรายรับจะมีเข้ามาสูงขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p>เลยตัดสินใจรับรองเท้าผ้าใบผู้ชาย มาขายควบคู่กับเสื้อผ้าดังว่า ต่อมาไม่นานจึงรู้ว่าตัดสินใจผิด เนื่องจากผลตอบแทนไม่เป็นไปอย่างที่คาด</p><p>&nbsp;</p><p>“รองเท้าผ้าใบผู้ชายขายออกลำบาก อาจเพราะผู้ชายซื้อของยาก เลยหันไปรับรองเท้าแตะและรองเท้าแฟชั่นผู้หญิงจากแหล่งค้าส่งย่านสำเพ็งมา ขายตามตลาดนัด” คุณเชน เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มสำคัญ</p><p>&nbsp;</p><p>แนวคิดในการทำธุรกิจครั้งใหม่นี้ เป็นไปได้ด้วยดี รองเท้าสตรีทั้ง 2 แบบขายคล่องขึ้นมาก หากแต่การเก็บรักษารองเท้าแฟชั่นนั้นทำได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากต้องใช้ความระมัดระวังสูง มิเช่นนั้นจะเสียรูปทรง เขาจึงตัดสินใจขายแต่รองเท้าแตะเพียงอย่างเดียว</p><p>&nbsp;</p><p>“หันมาขายรองเท้าแตะเพียงอย่างเดียว เพราะรองเท้าแฟชั่นเก็บรักษายาก ส่วนสินค้ากลุ่มเสื้อผ้ายิ่งยากกว่า เวลาเจอฝนครั้งหนึ่งขึ้นราเลย” คุณเชน ให้เหตุผล</p><p>&nbsp;</p><p>สำหรับรูปแบบการทำการค้าของเขาและผู้เป็นแม่ในช่วงเวลานั้น คุณเชน เล่าว่า เป็นแบบ “รับมา-ขายไป” คือไปรับซื้อจากสำเพ็งแล้วก็นำมาจำหน่ายต่อ ซึ่งตามตลาดนัดเช้า-เย็น มักมีผู้ค้าในลักษณะเดียวกันอยู่ไม่น้อย แต่อาจเป็นเพราะคุณแม่ของเขามี “เทคนิค” เฉพาะตัว เวลาไปตั้งแผงตามตลาดนัดที่ใด เป็นต้องมีลูกค้ามามุงรุมซื้อกันอยู่เสมอ</p><p>&nbsp;</p><p>“ภารกิจในช่วงนั้น คือ ตี 4 ร้านต้องตั้งเสร็จในตลาดนัดเช้า พอส่งคุณแม่เสร็จ ผมจึงไปเรียนมหาวิทยาลัย พอบ่าย 2 ขับรถกระบะเก่าๆ มารับคุณแม่ไปเปิดขายตลาดนัดเย็นต่อ ซึ่งแหล่งขายจะไม่ซ้ำกัน ทำอย่างนี้ไม่มีวันหยุด นอกจากจะเจ็บป่วยจริงๆ” คุณเชน ทบทวนความทรงจำ</p><p><strong><span> เข้าปีที่ 17        </span></strong></p><p><strong><span> สร้างแบรนด์เอง </span></strong></p><p>รับบทพ่อค้าเร่ตามตลาดนัดทั้งเช้าและเย็น ขายรองเท้าแตะผู้หญิง ช่วยกันกับคุณแม่ อยู่อย่างนั้นนานกว่า 12 ปี กิจการมีความมั่นคงเพิ่มขึ้นตามลำดับ จากเคยแต่รับซื้อเขามา ถึงเวลามีกำลังทุนพอจะสั่งให้โรงงานผลิตตามแบบที่ต้องการ</p><p>&nbsp;</p><p>คุณเชน เล่าต่อว่า เมื่อชื่อ “ป้าละเอียด” คุณแม่ของเขา ค่อนข้างเป็นที่รู้จักในวงการรองเท้าแตะตามตลาดนัด จึงมีเซลส์ของโรงงานผู้ผลิตมาเสนอสินค้าให้สั่งซื้อ เพราะถ้าสั่งเป็นจำนวนมาก จะได้ราคาถูกกว่าไปรับซื้อจากแหล่งค้าส่ง</p><p>เมื่อขยับฐานะขึ้นเป็นผู้ค้าส่ง แต่คุณเชนยังคงรูปแบบกระจายสินค้าตามช่องทางตามตลาดนัดเช้า-เย็น เหมือนเคยทำมา แต่ครั้งนี้ เขามี “ทีมขาย” กระจายไปในจุดจำหน่ายต่างๆ โดยคุณแม่ของเขารับหน้าที่วางกลยุทธ์ในการสั่งซื้อสินค้า ส่วนตัวเขาดูแลการบริหารภายใน และขับรถส่งสินค้าบ้างเป็นครั้งคราว</p><p>&nbsp;</p><p>“ตลาดนัดเช้ามีทีมขาย 12 จุด ตลาดนัดเย็น 3 จุด ที่เน้นขายเช้ามากกว่า เพราะช่วงเย็นมักมีฝนตก ทำให้การเดินทางลำบาก สำหรับสัญลักษณ์ของร้านเราคือ เสื่อ 1 ผืน เก้าอี้ 1 ตัว ง่ายๆ แบบนี้ จนมีบางคนแซว ขายแบบเสื่อผืนหมอนใบ ก็ไม่เป็นไร สนุกดี” คุณเชน เล่ายิ้มๆ</p><p>&nbsp;</p><p
align="center"><img
src="http://www.matichon.co.th/online/2011/11/13223723201322376752l.jpg" alt="13223723201322376752l “CHEN เชน” รองเท้าแตะเงินล้าน! สร้างธุรกิจจากตลาดนัด" width="438" height="264" title="“CHEN เชน” รองเท้าแตะเงินล้าน! สร้างธุรกิจจากตลาดนัด" /></p><p
align="center"></p><p>ก้าวย่างเข้าปีที่ 17 ของการทำธุรกิจ คุณเชนเกิดความคิดพัฒนากิจการขึ้นมาอีกขั้น ด้วยการสร้างแบรนด์รองเท้าแตะในแบบของเขา โดยให้เหตุผลอยากเห็นสินค้าในแบบของตน ติดตลาด สามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยตัวเอง</p><p>“CHEN-เชน เป็นชื่อเล่นและชื่อแบรนด์รองเท้าแตะของผมเอง ที่อยากมีรองเท้าแตะแบรนด์ของตัวเองเพราะทั้งคุณแม่และผมอายุมากขึ้นทุกวัน ถ้าวันหนึ่งมันติดตลาด คงไม่ต้องใช้กำลังคนในการไปตระเวนขายมากเท่าไหร่ แต่ยังไม่ทราบว่าจะประสบความสำเร็จขนาดไหน” คุณเชน บอกน้ำเสียงถ่อมตัว</p><p>&nbsp;</p><p>กว่าจะมีวันนี้ วันที่มีกิจการใหญ่โต คงต้องผ่านอุปสรรคมาไม่น้อย ถามถึงเรื่องนี้ คุณเชนยิ้มกว้าง ก่อนเล่าประสบการณ์ครั้งหนึ่งว่า เคยสั่งตัดรองเท้ามาล็อตหนึ่ง แต่โรงงานผลิตใช้วัตถุดิบเพี้ยนไปจากที่สั่ง ทำให้ขายแทบไม่ออกเลย</p><p>&nbsp;</p><p>“ปัญหานี้เกิดขึ้นจากความไว้วางใจเซลส์เกินไป ซึ่งการมีรองเท้าที่ไม่ได้คุณภาพอย่างที่สั่งอยู่ในมือราว 50,000 คู่มันปวดหัวมากนะ เลยใช้วิธีกระจายสินค้าให้ลูกน้องไปเลหลัง ยอมขาดทุนดีกว่าทิ้งไว้อย่างนั้น” คุณเชน เล่า</p><p>สนทนามาถึงตรงนี้ขอคำแนะนำสำหรับคนที่อยากทำ<a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a> ทำการค้าขายรองเท้าแตะตามตลาดนัดบ้าง คุณเชน ถ่ายทอดประสบการณ์ว่า ต้องเริ่มจากการสำรวจตลาดที่จะไปวางขาย ว่ามีลูกค้ากลุ่มไหนมากเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มคนทำงาน แม่บ้าน หรือผู้สูงวัย ทั้งนี้ จะได้เลือกสินค้าไปลงได้เหมาะสม</p><p>&nbsp;</p><p>นอกจากนี้ ผู้ขายจะต้องเข้าใจสินค้าของตัวเองก่อนว่า ผลิตจากอะไร มีคุณสมบัติอย่างไร ส่วนลูกเล่นการขาย ที่จะทำให้ลูกค้าสนใจ รวมการตกแต่งร้านให้น่าดึงดูดนั้น หากท่านใดมารับรองเท้าจากเขาไปจำหน่ายต่อ ก็ยินดีถ่ายทอดเทคนิคให้</p><p>&nbsp;</p><p>“การค้าเริ่มต้นแบบผม จากเสื่อผืน-หมอนใบ ใช้เงินทุนไม่เกิน 30,000 บาท ทำได้แล้ว ไม่ต้องไปลงทุนใหญ่โต ก็ประสบความสำเร็จได้” คุณเชน บอกอย่างนั้น</p><p>&nbsp;</p><p>ก่อนจากกันไป คุณเชนมีแง่คิดฝากไว้สำหรับใครที่อาจกำลังท้อแท้</p><p>“ผมเคยกดดันมากตอนต้องเรียนไปด้วยขายของไปด้วย แต่สุดท้ายก็คว้าปริญญาตรี นิติศาสตร์ มาได้ เลยอยากฝากไปถึงคนที่อาจมีภาระหลายอย่าง ขอให้อดทน ปัญหามีไว้แก้ อย่าท้อ ขอให้สู้ไปจนกว่าจะรู้ว่าสู้ไม่ได้” คุณเชน ฝากทิ้งท้าย</p><p>&nbsp;</p><p> &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p><p><span
style="color: #ffeeee;"><strong>  ข้อมูลจำเพาะ   </strong></span></p><p>กิจการ                   ขายปลีก-ส่ง รองเท้าแตะ</p><p>ลักษณะกิจการ     เจ้าของคนเดียว</p><p>ช่องทางจำหน่าย  ตลาดนัดเช้า-เย็น</p><p>กลุ่มลูกค้า             ผู้หญิงวัยรุ่น-วัยทำงาน-ผู้สูงอายุ</p><p>ราคาขาย               59-169 บาท</p><p>ที่อยู่ติดต่อ            เลขที่ 98/11 ซอยวัดส้มเกลี้ยง ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ตำบลปลายบาง</p><p>อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130</p><p>โทรศัพท์                (086) 058-5227, (080) 287-1999<br
/><br
/></p><h3>สาระอาชีพดีดี โดย มติชน เส้นทางเศรษฐี</h3><p><img
src="http://info.matichon.co.th/images/rich.gif" alt="rich “CHEN เชน” รองเท้าแตะเงินล้าน! สร้างธุรกิจจากตลาดนัด" width="123" height="70" title="“CHEN เชน” รองเท้าแตะเงินล้าน! สร้างธุรกิจจากตลาดนัด" /></p><p>หากท่านเห็นว่าบทความนี้มีประโยยช์ ช่วยกันสนับสนุนสื่อคุณภาพด้วยนะครับ</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>โดนัทจิ๋วเจ๊ปลา โดนัทเนื้อนุ่ม ทางสร้างรายได้ของคนสู้ชีวิต</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b9%8b%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%99/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b9%8b%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%99/#comments</comments> <pubDate>Wed, 24 Aug 2011 09:57:54 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[อาหารพารวย]]></category> <category><![CDATA[ขนมวอฟเฟิล]]></category> <category><![CDATA[เครื่องทอดโดนัท]]></category> <category><![CDATA[โดนัทจิ๋ว]]></category> <category><![CDATA[โดนัทเนื้อนุ่ม]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5788</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b9%8b%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%99/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/08/dessert-donut-tiny.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="โดนัทจิ๋ว" title="dessert-donut-tiny" /></a>ในโลกยุคนี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยมักนิยมประกอบอาชีพหลายอย่าง ไม่ได้ทำงานหลักอย่างเดียว เรียกว่ามีทั้งงานประจำและงานพาร์ตไทม์ บ้างก็ขายเสื้อผ้า บ้างก็ทำขนมนมเนย ขายเบเกอรี่หรือทำอาหารตามแต่จะถนัด ซึ่งบางคนรายได้จากงานพาร์ตไทม์อาจจะได้ดีกว่างานประจำด้วยซ้ำ ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นธุรกิจสอนวิชาชีพจำนวนมากทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อตอบสนองทั้งคนที่ทำงานแล้วและคนที่ยังไม่มีงานทำ รวมทั้งคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง คุณสุรีย์พร ภรณ์พิริยะนิยม หรือ เจ๊ปลา เจ้าของ สูตรขนมโดนัทจิ๋วที่ใครชิมแล้วต่างติดใจ เป็นอีกรายหนึ่งที่นอกจากจะเปิดขายแฟรนไชส์แล้ว ยังเปิดฝึกอบรมการทำขนมโดนัทจิ๋ว และการทำซาลาเปาเพื่อสุขภาพ 7 สี 7 ไส้ ซึ่งของเธอมีจุดเด่นตรงที่ใส่สมุนไพร พืชผักผลไม้ตากแห้งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเข้าไปในขนมโดนัทจิ๋วด้วย ทำให้ลูกค้าต่างชื่นชอบ เพราะนอกจากจะไม่หวานจัดแล้ว ยังนุ่มอร่อย ถ้าได้ชิม 1 ชิ้นแล้ว จะต้องมีชิ้นที่ 2 ตามมา ความจริงเจ๊ปลาไม่ใช่เป็นนักธุรกิจมาแต่ดั้งแต่เดิม เธอเป็นพนักงานแบงก์มายาวนานถึง 15 ปี แต่พอดีปี 2545 ทางธนาคารมีโครงการเออร์ลี่รีไทร์ เลยออกมาทำธุรกิจ เริ่มจากการทำหอพักนักศึกษา แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จต้องขายทิ้งแล้วหันมาทำรถพ่วง ซึ่งก็ไม่ดีเพราะเจอปัญหาน้ำมันแพง จากนั้นมาเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นยักษ์ ปรากฏว่าขายดีมาก แต่ก็เกิดปัญหาหมูขึ้นราคา อีกทั้งโรงงานที่นำลูกชิ้นมาส่งผสมแป้งมากเกินไป สุดท้ายหันมาขายของตามตลาดนัดที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่ตลาดนัดดาวท่าช้าง ในตัวอำเภอเดิมบางนางบวช ซึ่งขายได้ทั้ง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/08/dessert-donut-tiny.jpg"><img
class="alignnone size-full wp-image-5789" title="dessert-donut-tiny" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/08/dessert-donut-tiny.jpg" alt="dessert donut tiny โดนัทจิ๋วเจ๊ปลา โดนัทเนื้อนุ่ม ทางสร้างรายได้ของคนสู้ชีวิต" width="382" height="279" /></a><br
/>ในโลกยุคนี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยมักนิยมประกอบอาชีพหลายอย่าง ไม่ได้ทำงานหลักอย่างเดียว เรียกว่ามีทั้งงานประจำและงานพาร์ตไทม์ บ้างก็ขายเสื้อผ้า บ้างก็ทำขนมนมเนย ขายเบเกอรี่หรือทำอาหารตามแต่จะถนัด ซึ่งบางคนรายได้จากงานพาร์ตไทม์อาจจะได้ดีกว่างานประจำด้วยซ้ำ ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นธุรกิจสอนวิชาชีพจำนวนมากทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อตอบสนองทั้งคนที่ทำงานแล้วและคนที่ยังไม่มีงานทำ รวมทั้งคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง</p><p>คุณสุรีย์พร ภรณ์พิริยะนิยม หรือ เจ๊ปลา เจ้าของ สูตร<strong>ขนมโดนัทจิ๋ว</strong>ที่ใครชิมแล้วต่างติดใจ เป็นอีกรายหนึ่งที่นอกจากจะเปิดขาย<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a>แล้ว ยังเปิดฝึกอบรมการทำ<strong>ขนมโดนัทจิ๋ว</strong> และการทำซาลาเปาเพื่อสุขภาพ 7 สี 7 ไส้ ซึ่งของเธอมีจุดเด่นตรงที่ใส่สมุนไพร พืชผักผลไม้ตากแห้งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเข้าไปในขนมโดนัทจิ๋วด้วย ทำให้ลูกค้าต่างชื่นชอบ เพราะนอกจากจะไม่หวานจัดแล้ว ยังนุ่มอร่อย ถ้าได้ชิม 1 ชิ้นแล้ว จะต้องมีชิ้นที่ 2 ตามมา</p><p>ความจริงเจ๊ปลาไม่ใช่เป็นนักธุรกิจมาแต่ดั้งแต่เดิม เธอเป็นพนักงานแบงก์มายาวนานถึง 15 ปี แต่พอดีปี 2545 ทางธนาคารมีโครงการเออร์ลี่รีไทร์ เลยออกมาทำธุรกิจ เริ่มจากการทำหอพักนักศึกษา แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จต้องขายทิ้งแล้วหันมาทำรถพ่วง ซึ่งก็ไม่ดีเพราะเจอปัญหาน้ำมันแพง จากนั้นมาเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นยักษ์ ปรากฏว่าขายดีมาก แต่ก็เกิดปัญหาหมูขึ้นราคา อีกทั้งโรงงานที่นำลูกชิ้นมาส่งผสมแป้งมากเกินไป</p><p>สุดท้ายหันมาขายของตามตลาดนัดที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่ตลาดนัดดาวท่าช้าง ในตัวอำเภอเดิมบางนางบวช ซึ่งขายได้ทั้ง 7 วัน โดยแต่ละวันขายของไม่ซ้ำกัน เธอตระเวนขาย<strong>ขนมโดนัทจิ๋ว</strong>ตามตลาดนัด ประกอบกับได้รับการเผยแพร่ในหน้าหนังสือพิมพ์หัวสีหลายฉบับ เพราะน่าจะเป็นคนแรกที่คิดทำ<strong>ขนมโดนัทจิ๋ว</strong>แบบนี้ ทำให้มีคนสนใจโทรศัพท์มาหาจำนวนมาก กระทั่งมีคนลอกเลียนแบบ ซึ่งเธอก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะถือว่าอยู่ได้ด้วยคุณภาพ</p><p>จุดเด่นของ<strong>ขนมโดนัทจิ๋ว</strong>คือจะนุ่ม เนื้อคล้ายขนมเค้ก ถ้าอยู่ในกล่อง 3 วันก็ยังนิ่มอยู่ หรือถ้าเก็บไว้ในตู้เย็นเอาออกมานอกตู้ตั้งทิ้งไว้สักระยะหนึ่งเนื้อก็จะ นิ่มเหมือนเดิม โดยใช้หน้าเป็นพวกธัญพืชต่างๆ มีเม็ดฟักทอง เม็ดทานตะวัน งาดำ รับประทานแล้วจะมีประโยชน์</p><p>ส่วนจุดเด่นของวอฟเฟิลเราคือ กรอบนอกนุ่มใน วอฟเฟิลทั่วไปคล้ายรังผึ้งของไทยเรา แต่ของที่นี่ไม่ใช่ ทำแล้วจะทรงตัวอยู่แบบนี้ แม้จะทานพรุ่งนี้ก็จะยังเป็นแบบนี้อยู่ เป็นชิฟฟ่อนสูตรน้ำอ้อยผสมงาดำ ในนาม ปู กะ ปลา</p><p>วอฟเฟิลขายแผ่นละ 20 บาท ที่อื่นขาย 25 บาท ถ้าขายตามหน้าโรงเรียนแบ่งเป็น 4 ชิ้น ก็ขายชิ้นละ 5 บาทได้ หรือโดนัทก็แบ่งขาย 2 ชิ้น 5 บาท หรือ 3 ชิ้น 10 บาท ช่วงที่ผ่านมา เธอขายแฟรนไชส์โดนัทจิ๋วได้มากกว่า 50 ราย ซึ่งบางคนไม่ได้ทำเป็นอาชีพหลัก เพราะมีงานประจำอยู่แล้ว</p><p>แม้จะไม่ได้เรียนจบด้านการทำอาหารและขนมมา แต่ด้วยความสนใจส่วนตัว เจ๊ปลาซึ่งเป็นคนชอบรับประทานก็มักจะปรับปรุงสูตรทำขนมอยู่ตลอด นอกจากจะทำขนมโดนัทจิ๋วแล้ว เธอยังทำซาลาเปาเพื่อสุขภาพ 7 สี 7 ไส้ และชิฟฟ่อนเค้กด้วย แต่ปัญหาของชิฟฟ่อนคือ อายุสั้นมาก 2 วันก็เริ่มมีปัญหาแล้ว สำหรับขนมโดนัทจิ๋วที่เจ๊ปลาขายอยู่ตามตลาดนัดนั้น ราคาไม่แพง กล่องละ 20 บาท มี 7 ชิ้น ตกชิ้นละ 3 บาท ในขณะที่ต้นทุน 11 บาท ได้กำไรกล่องละ 9 บาท</p><p>ลูกค้าจากศรีสะเกษที่ซื้อแฟรนไชส์ของเธอไปขายอยู่ตามห้างสรรพสินค้านั้น หักเปอร์เซ็นต์จากยอดขายให้ห้างแล้วจะเหลือเดือนละ 60,000-70,000 บาท ซึ่งถือเป็นยอดขายดีทีเดียว สำหรับการซื้อแฟรนไชส์ขนมโดนัทจิ๋วจากเธอนั้นไม่มีสัญญาผูกมัดอะไร เพราะเจ้าตัวบอกทำแบบลูกทุ่ง สัญญาก็ไม่ต้องทำ</p><p>ทุกอย่างอยู่ที่ใจ แค่เสียค่าใช้จ่าย 19,000 บาท ก็จะได้เครื่องมือไปด้วย มีทั้งเครื่องพิมพ์ ถ้วยตวง ถาด โต๊ะ และป้ายที่ใช้ยี่ห้อ SP โดนัทจิ๋ว ซึ่งเจ๊ปลาจดลิขสิทธิ์เรื่องกระบวนการผลิตเรียบร้อยแล้ว และยังได้รับเครื่องหมาย อย. รับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมผลการคัดสรรโอท็อป 4 ดาว เมื่อปี 2550</p><p>ทั้งนี้ ในการซื้อแฟรนไชส์ เธอจะอบรมวิธีการทำขนมโดนัทจิ๋ว พร้อมแถมวอฟเฟิลให้ด้วย ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีความรู้อะไร มาฝึกทำ 3 ชั่วโมงก็ได้แล้ว แต่ถ้าใครมาไม่ได้เช่น จากลาว หนองคาย จะมีแผ่นซีดีให้ เป็นการอธิบายขั้นตอนกรรมวิธีทุกอย่าง สำหรับแป้งนั้นจะสอนให้ซื้อเอง แต่จะบังคับให้ซื้อครีมเทียมจาก SP เพราะเป็นสูตรเฉพาะ ถุงละ 65 บาท หนัก 4 ขีด ทำได้ประมาณ 200 ชิ้น</p><p>บางคนถามว่าไม่มีความรู้เลยจะทำได้หรือไม่ กลัวว่าดิฉันจะกันความรู้ไว้ การขายแฟรนไชส์ขนมโดนัทจิ๋วนั้นต้องการขายแป้งขายอุปกรณ์ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้น จะให้หมดเลย ดิฉันเป็นแม่ค้าตลาดนัดจริงๆ โครงการต่อไปคิดจะนำรายได้ส่วนหนึ่งที่ได้จากการขายแฟรนไชส์ไปสร้างสถานที่ ปฏิบัติธรรมที่วัดเขาใหญ่ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะดิฉันไปปฏิบัติธรรมที่นั่นแล้วไม่มีที่พัก เลยคิดจะหาทุนเพื่อไปสมทบกับหลวงพ่อที่นั่น ฉะนั้น คนที่ซื้อแฟรนไชส์ของดิฉันนอกจากจะรวยเงินแล้วยังรวยบุญอีกด้วย</p><p>ทำง่าย บางคนกลัวนั่นกลัวนี่ ชาตินี้ไม่ต้องทำอะไรหรอก เราต้องทำแล้วเจอปัญหาแล้วก็แก้ อะไรที่เรายังไม่ได้ทำเราควรจะกลัวว่าเราไม่ได้ทำมัน เพราะทุกคนต้องเจอปัญหา ปัญหาเล็กปัญหาใหญ่เมื่อเจอทุกคนต้องแก้ แต่ถ้าวันนี้คุณหมดแรงก็ยังมีพรุ่งนี้ให้แก้ ขอให้คุณสู้อย่างเดียว ท้อได้แต่ถอยไม่ได้ต้องสู้เพราะเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ดิฉันจะบอกทุกคนแบบนี้ เราให้กำลังใจเขา</p><p>ที่ทำมาหลายอย่าง บางอย่างไม่สำเร็จเพราะถ้ามองเห็นว่าไปไม่ได้ก็จะไม่ดื้อ เนื่องจากรายจ่ายของเรารออยู่ข้างหน้าเยอะมาก ฉะนั้น ถ้าอันนี้ไม่ได้ก็ไม่ทำไปทำอย่างอื่น โครงการที่คิดจะทำต่อไปคือผลไม้ดองแช่อิ่มแช่น้ำผึ้ง คิดว่าน่าจะได้กำไรดี เรามีพื้นที่ขายที่เทสโก้ โลตัส ที่บิ๊กซี ซึ่งเขาจัดที่ให้ขายแล้วทำไมเราไม่ลองทำอย่างอื่นเป็นของฝากจากอำเภอสามชุก เพราะสามชุกกำลังดัง มะม่วงดองมีตลอดก็น่าจะนำมาแช่น้ำผึ้งทำให้อายุยืนขึ้น กำลังคิดจะดึงกลุ่มแม่บ้านมาช่วยกันทำ</p><p>ที่ผ่านมา ลูกค้าแฟรนไชส์ส่วนใหญ่ของเจ๊ปลาจะขายตามตลาดนัด และในห้าง อย่างเช่นที่ศรีสะเกษ และมหาสารคาม ทั้งนี้ การขายในห้างต้องมีทุนสำรองอยู่บ้างและค่อนข้างจุกจิก เรื่องนี้เจ๊ปลาให้คำแนะนำว่า ถ้าจะขายในห้างนั้นนอกจากจะขายขนมโดนัทจิ๋วและวอฟเฟิลแล้วยังสามารถนำขนม อื่นไปขายได้ด้วยเพื่อเป็นรายได้เพิ่มเติม เช่น ข้าวแต๋น</p><p>ตอนนี้ขนมหลักๆ ที่เจ๊ปลาทำคือ ขนมโดนัทจิ๋ว แต่ซาลาเปาและชิฟฟ่อนจะทำตามคำสั่งซื้อและจะทำเป็นช่วงๆ เท่านั้น ซึ่งเจ้าตัวบอกธุรกิจก็ไปได้ดี เพราะถือคติว่าอะไรที่ทำไม่ได้ก็จะไม่ฝืนทำ</p><p>ปัจจุบันคิดว่าน่าจะทำอะไรดีที่มีรายได้เข้ามากที่สุด เพราะรายจ่ายมาก คู่แข่งก็มีมากแต่เราไม่กลัวเพราะแข่งกันที่คุณภาพ เพราะขนมโดนัทจิ๋วเราไม่ใช่โดนัททอด ไม่มัน ทานแล้วได้คุณค่า ยุคนี้คนรักษาสุขภาพกันมาก ส่วนชิฟฟ่อนจุดเด่นคือเป็นสูตรน้ำอ้อยผสมงา ใช้ชื่อ ปู กะ ปลา มี 5 รส คือ เนยสด ใบเตย ช็อกโกแลต กล้วยหอม และกาแฟ เด็กๆ จะชอบชิฟฟ่อนรสช็อกโกแลต แล้วก็ยังมีเค้กฟองน้ำ ซึ่งใช้วัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี ใช้ไข่ไก่ที่ใหม่สดจากฟาร์ม ทำให้เนื้อขนมขึ้นฟูนุ่มลิ้น</p><p>นอกจากจะขาย<strong>ขนมโดนัทจิ๋ว</strong>ตามตลาดนัดแล้ว ตอนเย็นตอนค่ำเธอก็ยังมีอีกธุรกิจคือ ร้านขายหมูกระทะ ซึ่งกิจการก็พอไปได้ เจ้าตัวเล่าว่า หมูกระทะที่กรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดไม่เหมือนกัน ท้องของคนไม่เท่ากัน ที่นี่ขายหัวละ 108 บาท ได้กำไรวันละ 700-800 บาท 3 ทุ่มก็เลิก</p><p>แม้เจ๊ปลาจะทำกิจการหลายอย่าง แต่เธอก็ยังเจียดเวลาไปทำบุญไปนั่งสมาธิ และยังมีเวลารับสอนให้กับผู้สนใจที่จะเรียนการทำซาลาเปาเพื่อสุขภาพ 7 สี 7 ไส้ การทำ<strong>ขนมโดนัทจิ๋ว</strong> และการทำชิฟฟ่อน ซึ่งจะเปิดสอนในวันเสาร์ สนใจอยากลิ้มลองความอร่อยหรือเป็นตัวแทนขาย อยากซื้อแฟรนไชส์ หรืออยากมาเรียน ติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ (081) 570-3870</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b9%8b%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>นวตกรรมผ้าไหมนาโน ผสมซิงค์ออกไซด์ในใบหม่อนเลี้ยงไหม</title><link>http://www.keajon.com/nano-silk/</link> <comments>http://www.keajon.com/nano-silk/#comments</comments> <pubDate>Sat, 06 Aug 2011 18:38:48 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ซิงค์ออกไซด์]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมผ้าไหม]]></category> <category><![CDATA[ผ้าไหมทอมือ]]></category> <category><![CDATA[ผ้าไหมนาโน]]></category> <category><![CDATA[ใบหม่อน]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5744</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/nano-silk/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.bangkokbiznews.com/home/media/2011/04/23/images/news_img_387796_1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="นาโนซิงค์ออกไซด์" title="ผ้าไหมนาโน" /></a>นำนาโนผสานเลี้ยงหม่อน &#8220;นวัตกรรม&#8221;เพิ่มค่าผ้าไหม ผลพวงจากความสำเร็จของโรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตา แห่ง อ.เขมราฐ จ.อุบลฯ โดยการนำของ คำภา บุญยืน ผอ.โรงเรียน ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ &#8220;นวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์&#8221; ในประเภทการเลี้ยงหม่อนด้วยนาโนซิงค์ออกไซด์ เพื่อการผลิตผ้าไหมที่มีคุณภาพ ได้ถูกนำมาต่อยอดในการสร้างอาชีพให้ชุมชน ล่าสุด ได้เปิดเป็น หมู่บ้านผ้าไหมไทยนาโน ที่รวมกลุ่มแม่บ้านผลิตผลงาน อีกทั้งเปิดให้ผู้สนใจเข้าเรียนรู้ เพื่อนำไปประกอบอาชีพ ผศ.ดร.ธีรภณ ดวงสินธ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตา หนึ่งในทีมผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านผ้าไหมไทยนาโน ต.เจียด อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เล่าถึงความเป็นมาของโครงการหมู่บ้านผ้าไหมนาโนว่า เป็นโครงการที่เกิดขึ้น เพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจชาวบ้านในชุมชนให้หันมาผลิตผ้าไหมนาโนทอมือ เพื่อให้เป็นสินค้าประจำชุมชนส่งออกต่างประเทศในอนาคต “ขณะนี้โรงเรียนจัดเตรียมพื้นที่ว่างกว่า 20 ไร่ เพื่อเตรียมการปลูกต้นหม่อนในเดือนพฤษภาคม โดยการสนับสนุนต้นพันธุ์จากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (อุบลราชธานี) เพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านเกิดความตื่นตัวที่จะหันมาผลิตผ้าไหมนาโนทอมือเชิง ธุรกิจมากยิ่งขึ้น” รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตา กล่าว ขยันจนได้ดี ก่อนหน้าที่หมู่บ้านผ้าไหมไทยนาโน จ.อุบลราชธานีจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ นักเรียนและครูจากโรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตาได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมความรู้ เกี่ยวกับเทคโนโลยีนาโนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี (มรภ.อุบลราชธานี) ผ่านโครงการนวัตกรรมจากอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ ซึ่งวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบังจัดขึ้น เพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีนาโนให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่ว ประเทศ ในปี [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<h1>นำนาโนผสานเลี้ยงหม่อน &#8220;นวัตกรรม&#8221;เพิ่มค่าผ้าไหม<br
/><br
/><img
class="alignnone" title="ผ้าไหมนาโน" src="http://www.bangkokbiznews.com/home/media/2011/04/23/images/news_img_387796_1.jpg" alt="news img 387796 1 นวตกรรมผ้าไหมนาโน ผสมซิงค์ออกไซด์ในใบหม่อนเลี้ยงไหม" width="468" height="314" /></h1><h4>ผลพวงจากความสำเร็จของโรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตา แห่ง อ.เขมราฐ จ.อุบลฯ โดยการนำของ คำภา บุญยืน ผอ.โรงเรียน ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ &#8220;นวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์&#8221; ในประเภทการเลี้ยงหม่อนด้วยนาโนซิงค์ออกไซด์ เพื่อการผลิตผ้าไหมที่มีคุณภาพ ได้ถูกนำมาต่อยอดในการสร้างอาชีพให้ชุมชน ล่าสุด ได้เปิดเป็น หมู่บ้านผ้าไหมไทยนาโน ที่รวมกลุ่มแม่บ้านผลิตผลงาน อีกทั้งเปิดให้ผู้สนใจเข้าเรียนรู้ เพื่อนำไปประกอบอาชีพ<br
/><br
/><img
class="alignnone" title="หมู่บ้านผ้าไหมไทยนาโน" src="http://buddhametta.ac.th/modules/filemanager/gallery/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%99/01.JPG" alt=" นวตกรรมผ้าไหมนาโน ผสมซิงค์ออกไซด์ในใบหม่อนเลี้ยงไหม" width="457" height="261" /></h4><div><p><strong>ผศ.ดร.ธีรภณ ดวงสินธ์</strong> รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตา หนึ่งในทีมผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านผ้าไหมไทยนาโน ต.เจียด อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เล่าถึงความเป็นมาของโครงการหมู่บ้านผ้าไหมนาโนว่า เป็นโครงการที่เกิดขึ้น เพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจชาวบ้านในชุมชนให้หันมาผลิตผ้าไหมนาโนทอมือ เพื่อให้เป็นสินค้าประจำชุมชนส่งออกต่างประเทศในอนาคต</p><p>“ขณะนี้โรงเรียนจัดเตรียมพื้นที่ว่างกว่า 20 ไร่ เพื่อเตรียมการปลูกต้นหม่อนในเดือนพฤษภาคม โดยการสนับสนุนต้นพันธุ์จากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (อุบลราชธานี) เพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านเกิดความตื่นตัวที่จะหันมาผลิตผ้าไหมนาโนทอมือเชิง ธุรกิจมากยิ่งขึ้น” รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตา กล่าว</p><p><strong>ขยันจนได้ดี</strong></p><p>ก่อนหน้าที่หมู่บ้านผ้าไหมไทยนาโน จ.อุบลราชธานีจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ นักเรียนและครูจากโรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตาได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมความรู้ เกี่ยวกับเทคโนโลยีนาโนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี (มรภ.อุบลราชธานี) ผ่านโครงการนวัตกรรมจากอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ ซึ่งวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบังจัดขึ้น เพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีนาโนให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่ว ประเทศ</p><p>ในปี 2552 ที่มีโครงการประกวดนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีมัธยมศึกษาเป็นครั้งแรก โรงเรียนได้มีโอกาสส่งนักเรียนและครูเข้าร่วมโครงการผ่านงานวิจัยเรื่อง การศึกษาผลกระทบเมื่อหนอนไหมกินนาโนซิงค์ออกไซด์ จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภท นวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ทางโรงเรียนเกิดแรงบันดาลใจที่จะสนับสนุนให้มีการทำวิจัยต่อเนื่อง เพื่อส่งเข้าประกวดในปีที่ต่อมา</p><p>โครงงานที่วิจัยในเฟสต่อมา นักเรียนและครูได้ช่วยกันวิจัยต่อยอด ภายใต้หัวข้อ การศึกษาและพัฒนาสมบัติใหม่ของผ้าไหมนาโนซิงค์ออกไซด์ ซึ่งการวิจัยครั้งนี้มีการนำเส้นไหมที่ได้จากหนอนไหมที่กินใบหม่อนผสมนาโน ซิงค์ออกไซด์ไปตรวจสอบคุณสมบัติเชิงกายภาพและประสิทธิภาพในการนำมาทอเป็นผ้า ไหม ซึ่งได้พี่เลี้ยงเป็นนักวิจัยจากมรภ.อุบลราชธานี ตลอดการวิจัย<br
/><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/08/200801-09-104825-1.jpg"><img
class="alignnone size-full wp-image-5746" title="ผ้าไหมไทย" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/08/200801-09-104825-1.jpg" alt="200801 09 104825 1 นวตกรรมผ้าไหมนาโน ผสมซิงค์ออกไซด์ในใบหม่อนเลี้ยงไหม" width="401" height="300" /></a><br
/><strong>คิดต่างผลิตภัณฑ์ต่าง</strong></p><p>ผ้าไหมทอมือนาโน เกิดจากการนำเส้นใยไหมที่ได้จากหนอนซึ่งผ่านกระบวนการเลี้ยงด้วยใบหม่อนที่ ผสมซิงค์ออกไซด์ โดยหลังผ่านกระบวนการผลิตและนำไปตรวจสอบสมบัติทางกายภาพและชีวภาพพบว่ามีค่า ความเหนียวนุ่ม ความเงางาม และความยืดหยุ่นดีกว่าผ้าไหมที่ได้จากหนอนที่เลี้ยงด้วยใบหม่อนปกติทั่วไป เหมาะที่จะประยุกต์องค์ความรู้ดังกล่าวมาใช้กับกระบวนการผลิตผ้าไหมทอมือ เพื่อส่งออกต่างประเทศในอนาคต</p><p>“ที่ผ่านมาการทอผ้าไหมเป็นภูมิปัญญาที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูกมา ยาวนาน แต่เนื่องจากตลาดที่รองรับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมทอมือในประเทศไทยยังเล็กอยู่มาก ทำให้ผู้ผลิตระดับชุมชนลดกำลังผลิตลงเรื่อยๆ เพราะชาวบ้านขาดแรงจูงใจในการผลิต”ผู้ริเริ่มโครงการก่อตั้งหมู่บ้านผ้าไหม ไทยนาโน อธิบายถึงปัญหาที่ชุมชนต้องเจอก่อนหน้านี้</p><p>รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตา เล่าต่อว่า ถึงตอนนี้โรงเรียนได้นำความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากมรภ.อุบลราชธานี ไปถ่ายทอดสู่กลุ่มพัฒนาสตรีทอผ้า ต.เจียด อ.เขมราฎ จ.อุบลราชธานี แล้วโดยมี 5 ครอบครัวหลักที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งโรงเรียนตั้งเป้าจะขยายผลให้มีคนเข้ามาร่วมโครงการให้ได้ 100 กี่ให้ได้</p><p>“หมู่บ้านผ้าไหมไทยนาโน มีเป้าหมายจะผลิตผ้าไหมทอมือนาโนให้มีความยาวได้อย่างน้อย 2 หมื่นเมตรในสิ้นปีนี้ หลังจากได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ในการดำเนินโครงการ 2.6 แสนบาท และตั้งเป้าจะส่งออกจำหน่ายในตลาดยุโรปและประเทศที่นิยมผ้าไหมให้ได้ใน อนาคต”ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านผ้าไหมไทยนาโน กล่าว</p><p>นอกจากนี้ ปณิธานที่ตั้งไว้สำหรับหมู่บ้านผ้าไหมไทยนาโนคือ จะต้องทอมือเท่านั้น แม้ว่าจะช้าก็ต้องพยายามฝึกฝนผู้ทอให้เกิดความชำนาญและความรวดเร็วขึ้นให้ ได้ เพื่อความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นจุดขายให้กับผลิตภัณฑ์ซึ่งยังไม่มี ชุมชนไหนสามารถทำได้</p><p>คุณค่าของการนำวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้ในงานศิลปะพื้นบ้าน นอกจากสร้างเอกลักษณ์และความต่างให้กับผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็นการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชาวบ้านในชุมชนด้วยมูลค่าเพิ่มจาก งานฝีมือซึ่งถือเป็น<a
href="http://www.keajon.com/keajon-freeblog/"target="_self"title="รายได้เสริม" >รายได้เสริม</a>ระหว่างรอฤดูกาลเก็บเกี่ยวมาถึง</p><p>ทั้งนี้หมู่บ้านผ้าไหมไทยนาโนเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของกระทรวงวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในการจุดประกายความคิดใน การวิจัย โดยมีโรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตาและกลุ่มพัฒนาสตรีทอผ้า ต.เจียด<br
/><br
/>สนใจติดต่อ โรงเรียนพุทธเมตตา<br
/>http://buddhametta.ac.th/index.php</p></div> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/nano-silk/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>พัฒนาอาหารไทย..เป็นซุปผง โกอินเตอร์..ปรุงง่ายเปิบอร่อย</title><link>http://www.keajon.com/thai-foods-development-dried/</link> <comments>http://www.keajon.com/thai-foods-development-dried/#comments</comments> <pubDate>Wed, 20 Jul 2011 17:30:32 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[อาหารพารวย]]></category> <category><![CDATA[ซุปก้อน]]></category> <category><![CDATA[ซุปผง]]></category> <category><![CDATA[ผงซุปต้มยำ]]></category> <category><![CDATA[ผงซุปแกงเลียง]]></category> <category><![CDATA[ผงแกง]]></category> <category><![CDATA[อาหารไทย]]></category> <category><![CDATA[เครื่องต้มยำ]]></category> <category><![CDATA[เครื่องเทศ]]></category> <category><![CDATA[เครื่องแกง]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5697</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/thai-foods-development-dried/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/07/6302.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="อาหารไทย" /></a>อาหารไทย&#8230;ทุกวันนี้เป็นที่ยอมรับจากชาวต่างประเทศ&#8230;ในด้านของรสชาติที่ ถูกปากทั้งยังมีความอร่อย และ จุดเด่นสำคัญที่นำเสนอต่อผู้บริโภคได้ นั่นคือ เป็นอาหารสุขภาพหาก ต้องการให้สามารถ&#8230;โกอินเตอร์ ก็ควรมีการ ปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ ให้คุ้นเคยกับพฤติ กรรมการบริโภคของกลุ่มเป้าหมาย อย่างเช่น อาหารประเภทซุปข้นสไตล์ตะวันตก ได้มีการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ซุปข้น ที่มีกลิ่นและ รสชาติของอาหารไทย  กลายมาเป็น&#8230;“ซุปไทยสไตล์ฝรั่ง” โดยมี น.ส.เพลินใจ ตังคณะกุล และคณะจาก สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้คิดค้น บอกว่า ผลิตภัณฑ์ซุปไทยพร้อมบริโภค 4 ชนิด ได้แก่ ซุปต้มยำ ซุปต้มข่าไก่ ซุปเขียวหวาน และ ซุปแกงเลียง จุดมุ่งหมายต้องการให้ผู้บริโภคได้รับคุณค่าด้านสุขภาพเต็มที่ กับ&#8230;ผลิตภัณฑ์ซุปข้นนี้ จึงใช้วิธีการ ปั่นส่วนผสมที่เป็นพืชสมุนไพรให้ละเอียด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้หมด เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่ไม่รับประทานพืช สมุนไพรบางอย่าง อาจเป็นเพราะ รสชาติที่จัดจ้าน หรือ เนื้อสัมผัสที่เหนียว และ แข็ง “&#8230;จากนั้นได้นำมาใส่ใน บรรจุภัณฑ์ทนความร้อนอ่อนตัว (retort pouch) ชนิดอะลูมิเนียมแบบตั้ง แล้วมีส่วนผสมพืช สมุนไพรเครื่องเทศ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/07/6302.jpg"><img
class="aligncenter size-full wp-image-5698" title="อาหารไทย" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/07/6302.jpg" alt="6302 พัฒนาอาหารไทย..เป็นซุปผง โกอินเตอร์..ปรุงง่ายเปิบอร่อย" width="381" height="228" /></a><br
/>อาหารไทย</strong>&#8230;ทุกวันนี้เป็นที่ยอมรับจากชาวต่างประเทศ&#8230;ในด้านของรสชาติที่ ถูกปากทั้งยังมีความอร่อย และ จุดเด่นสำคัญที่นำเสนอต่อผู้บริโภคได้ นั่นคือ เป็นอาหารสุขภาพ<br
/><br
/>หาก ต้องการให้สามารถ&#8230;โกอินเตอร์ ก็ควรมีการ ปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ ให้คุ้นเคยกับพฤติ กรรมการบริโภคของกลุ่มเป้าหมาย อย่างเช่น อาหารประเภทซุปข้นสไตล์ตะวันตก ได้มีการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ซุปข้น ที่มีกลิ่นและ รสชาติของอาหารไทย  กลายมาเป็น&#8230;“ซุปไทยสไตล์ฝรั่ง”</p><p>โดยมี น.ส.เพลินใจ ตังคณะกุล และคณะจาก สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้คิดค้น บอกว่า ผลิตภัณฑ์ซุปไทยพร้อมบริโภค 4 ชนิด ได้แก่ ซุปต้มยำ ซุปต้มข่าไก่ ซุปเขียวหวาน และ ซุปแกงเลียง จุดมุ่งหมายต้องการให้ผู้บริโภคได้รับคุณค่าด้านสุขภาพเต็มที่ กับ&#8230;ผลิตภัณฑ์ซุปข้นนี้ จึงใช้วิธีการ ปั่นส่วนผสมที่เป็นพืชสมุนไพรให้ละเอียด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้หมด เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่ไม่รับประทานพืช สมุนไพรบางอย่าง อาจเป็นเพราะ รสชาติที่จัดจ้าน หรือ เนื้อสัมผัสที่เหนียว และ แข็ง</p><p>“&#8230;จากนั้นได้นำมาใส่ใน บรรจุภัณฑ์ทนความร้อนอ่อนตัว (retort pouch) ชนิดอะลูมิเนียมแบบตั้ง แล้วมีส่วนผสมพืช สมุนไพรเครื่องเทศ เช่นเดียวกับ ตำรับอาหารไทยสูตรดั้งเดิม เพียงแต่เติมส่วนของ นมผง เนยจืด และสารปรุงแต่งเนื้อสัมผัสบางชนิด ให้ซุปมีลักษณะข้น และมี กลิ่นอายของอาหารไทย ปะปนกับกลิ่นของนมและเนย ซึ่งความแตกต่างที่เป็นจุดขายนั้นเอง&#8230;” น.ส.เพลินใจ ตังคณะกุล บอกและว่า<br
/><br
/>&#8230;คุณ ค่าทางโภชนาการของ ผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 ชนิด มี ปริมาณโปรตีน ไขมัน และ คาร์โบไฮเดรต อาหาร 100 กรัม ให้ พลังงานอยู่ในช่วง 50–90 กิโลแคลอรี โดย ซุปต้มข่า มีปริมาณโปรตีน ไขมัน และพลังงานสูงสุด รองลงมาคือ ซุปเขียวหวาน ในด้านคุณสมบัติ ต้านสารอนุมูลอิสระ มีค่าอยู่ในช่วง 6.6-19.7 มิลลิกรัม วิตามินซีเปรียบเทียบต่อ อาหาร 100 กรัม พบว่า ซุปเขียวหวานมีค่าสูงสุด รองลงมาคือ ซุปแกงเลียง ซุปต้มยำ และ ซุปต้มข่าไก่ ปริมาณ สารประกอบฟินอลิค ทั้งหมดอยู่ระหว่าง 21.4-39.0 มิลลิกรัม กรดแกลลิค เปรียบเทียบต่ออาหาร 100 กรัม&#8230;</p><p>ส่วนในการเก็บรักษาได้ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปที่ บรรจุในถุงอะลูมิเนียมชนิดทนร้อนอ่อนตัว (retort pouch) ซึ่งผ่าน กระบวนการฆ่าเชื้อ (steriliza-tion) ที่อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส นาน 20–25 นาที  จึงสามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้เป็น เวลาไม่ต่ำกว่า 9 เดือน โดยไม่เกิดการเน่าเสีย&#8230;!!<br
/><br
/>จาก นั้นทดลองให้ นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศในจังหวัดเชียงใหม่บริโภคจำนวน 105–113 คน ผลปรากฏว่า ผู้ชิมชอบ ซุปต้มข่า มากที่สุดจำนวน 73% โดยชื่นชอบในรสชาติ สี กลิ่น รองลงมาคือ ซุปต้มยำ และ ซุปเขียว- หวาน โดยจำนวนผู้ชิมที่มีความชอบโดยรวมใกล้เคียงกันประมาณ 52% และ ซุปแกงเลียง จำนวนผู้ชิมที่ชอบมีเพียง 34% พบว่าสี กลิ่นและ รสชาติของซุปแกงเลียง  มีจำนวนคนชอบต่ำกว่า 40%<br
/><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/07/560.jpg"><img
class="aligncenter size-full wp-image-5699" title="ซุปแกงเลียง" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/07/560.jpg" alt="560 พัฒนาอาหารไทย..เป็นซุปผง โกอินเตอร์..ปรุงง่ายเปิบอร่อย" width="366" height="487" /></a><br
/>โดย แนวทางในการ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารไทยชนิดใหม่ๆ ช่วยสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดสากลให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม อาหาร อีกทั้งตำรับซุปยังสามารถขยายผลสู่เจ้าของร้านอาหาร ภัตตาคารทั้งในและ ต่างประเทศเพื่อเสริมในเมนูอาหารไทย</p><p>สำหรับ ผลิตภัณฑ์ซุป 4 ชนิด เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบันที่ต้องการ ความสะดวก รวดเร็ว ในการเตรียมอาหารเพื่อบริโภค อีกทั้งมีศักยภาพในการ ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ<br
/><br
/>ใคร สนใจผลิตภัณฑ์หรือต้องการชมกระบวนการผลิต กริ๊งกร๊างถาม น.ส.เพลินใจ ได้ที่ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 0-2942-8629-35 ในวันเวลาราชการ.</p><p><strong>ไชยรัตน์  ส้มฉุน<br
/><br
/></strong>สนับสนุนข่าวสารเพื่อ<a
href="http://www.keajon.com/"target="_blank"title="108อาชีพอิสระ งานส่วนตัว" >อาชีพอิสระ</a>โดย<strong><br
/><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2010/01/logo.jpg"><img
class="alignnone size-full wp-image-3217" title="ไทยรัฐออนไลน์" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2010/01/logo.jpg" alt="logo พัฒนาอาหารไทย..เป็นซุปผง โกอินเตอร์..ปรุงง่ายเปิบอร่อย" width="140" height="51" /></a><br
/><br
/></strong></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/thai-foods-development-dried/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>&#8220;โจ แม่สาย ประภาสะวัต” ต้นทุน 7 หมื่น 6 ปี มีเงิน 1 พันล้านบาท กับธุรกิจติดตั้งแก๊ซรถยนต์</title><link>http://www.keajon.com/joe-maesai-praphasawat/</link> <comments>http://www.keajon.com/joe-maesai-praphasawat/#comments</comments> <pubDate>Mon, 18 Jul 2011 17:21:18 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ตำนานการทำกิน]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจติดตั้งแก๊ซรถยนต์]]></category> <category><![CDATA[นักธุรกิจผู้ประสบผลสำเร็จ]]></category> <category><![CDATA[สู้แล้วรวย]]></category> <category><![CDATA[แก๊ซ versus]]></category> <category><![CDATA[โจ แม่สาย ประภาสะวัต]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5688</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/joe-maesai-praphasawat/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.dailynews.co.th/content/images/1105/15/newspaper/p26url.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>วันนี้นายแก้จนมีตัวอย่าง ของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่เริ่มต้นตัวเองจากสองมือเปล่าพลิกผันสู่นักธุรกิจพันล้านด้วยวัยเพียง 26 ปี ด้วยธุรกิิจบริการติดตั้งก๊าซรถยนต์ ยี่ห้อ versus ไปติดตามอ่านกันครับว่าที่มาที่ไปของคนอาชีพที่เก่งขนาดนี้เขาเป็นมาอย่างไรจากศูนย์สู่นักธุรกิจพันล้าน&#8216;ผมอยากรวย ตอนเด็ก ๆ คิดอย่างนั้นจริง ๆ เพราะผมเห็นคนส่วนใหญ่จะชื่นชมกับคนมีเงินว่าเก่ง ว่าดี ผมเลยมีความคิดอยากเป็นนักธุรกิจ อยากมีธุรกิจของตัวเอง”   “โจ–แม่สาย ประภาสะวัต” นักธุรกิจหนุ่มวัย 26 ปี เจ้าของบริษัท เอ็ม เอส แฟคทอรี่ จำกัด และรั้งตำแหน่งนายกสมาคมผู้ติดตั้งอุปการณ์ใช้ก๊าซสำหรับรถยนต์คนปัจจุบัน แถมยังเป็นนายกสมาคมที่อายุน้อยที่สุดอีกด้วย   โจโลดแล่นอยู่ในวงการติดตั้งก๊าซรถยนต์รวม 5 ปี เพราะความที่เป็นคนมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง คิดวางแผนล่วงหน้า และกล้าได้กล้าเสีย ทำให้วันนี้เขากลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่น่าจับตามอง กับธุรกิจก๊าซรถยนต์ครบวงจร ทั้งนำเข้า ขายส่ง ขายปลีก และติดตั้งที่มีเงินทุนหมุนเวียนร่วม 1,000 ล้านบาท ด้วยระยะเวลาอันสั้น จากเงินทุนเริ่มต้นเพียง 70,000 บาทเท่านั้น   โจบอกว่า เขาไม่คิดว่าจะเดินมาไกลถึงขนาดนี้ เพราะเกิดในครอบครัวทหาร ฐานะปานกลาง ในจังหวัดลพบุรี เขาถูกเลี้ยงอย่างมีวินัยมาตั้งแต่เด็ก ครอบครัวจึงหวังให้เป็นทหารตามแบบอย่างคุณพ่อ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>วันนี้นายแก้จนมีตัวอย่าง ของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่เริ่มต้นตัวเองจากสองมือเปล่า<br
/>พลิกผันสู่นักธุรกิจพันล้านด้วยวัยเพียง 26 ปี ด้วยธุรกิิจบริการติดตั้งก๊าซรถยนต์ ยี่ห้อ versus ไปติดตามอ่านกันครับว่าที่มาที่ไปของคนอาชีพที่เก่งขนาดนี้เขาเป็นมาอย่างไร<br
/><br
/>จากศูนย์สู่นักธุรกิจพันล้าน</strong><br
/><img
src="http://www.dailynews.co.th/content/images/1105/15/newspaper/p26url.jpg" alt="p26url โจ แม่สาย ประภาสะวัต” ต้นทุน 7 หมื่น 6 ปี มีเงิน 1 พันล้านบาท กับธุรกิจติดตั้งแก๊ซรถยนต์" border="0" title="โจ แม่สาย ประภาสะวัต” ต้นทุน 7 หมื่น 6 ปี มีเงิน 1 พันล้านบาท กับธุรกิจติดตั้งแก๊ซรถยนต์" /><br
/>&#8216;ผมอยากรวย ตอนเด็ก ๆ คิดอย่างนั้นจริง ๆ เพราะผมเห็นคนส่วนใหญ่จะชื่นชมกับคนมีเงินว่าเก่ง ว่าดี ผมเลยมีความคิดอยากเป็นนักธุรกิจ อยากมีธุรกิจของตัวเอง”<br
/>   <br
/>“โจ–แม่สาย ประภาสะวัต” นักธุรกิจหนุ่มวัย 26 ปี เจ้าของบริษัท เอ็ม เอส แฟคทอรี่ จำกัด และรั้งตำแหน่งนายกสมาคมผู้ติดตั้งอุปการณ์ใช้ก๊าซสำหรับรถยนต์คนปัจจุบัน แถมยังเป็นนายกสมาคมที่อายุน้อยที่สุดอีกด้วย<br
/>   <br
/>โจโลดแล่นอยู่ในวงการติดตั้งก๊าซรถยนต์รวม 5 ปี เพราะความที่เป็นคนมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง คิดวางแผนล่วงหน้า และกล้าได้กล้าเสีย ทำให้วันนี้เขากลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่น่าจับตามอง กับธุรกิจก๊าซรถยนต์ครบวงจร ทั้งนำเข้า ขายส่ง ขายปลีก และติดตั้งที่มีเงินทุนหมุนเวียนร่วม 1,000 ล้านบาท ด้วยระยะเวลาอันสั้น จากเงินทุนเริ่มต้นเพียง 70,000 บาทเท่านั้น<br
/>   <br
/>โจบอกว่า เขาไม่คิดว่าจะเดินมาไกลถึงขนาดนี้ เพราะเกิดในครอบครัวทหาร ฐานะปานกลาง ในจังหวัดลพบุรี เขาถูกเลี้ยงอย่างมีวินัยมาตั้งแต่เด็ก ครอบครัวจึงหวังให้เป็นทหารตามแบบอย่างคุณพ่อ แต่โจฝันที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเองเพราะ “อยากรวย” จึงตัดสินใจเลือกเรียนต่อคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ท่ามกลางถ้อยคำดูถูกจากคนรอบข้างว่า “จะไปได้ไกลขนาดไหนเชียว”<br
/>   <br
/>หลังเรียนจบ โจไม่คิดที่จะยื่นใบสมัครงานที่บริษัทไหนเลย แต่เสาะหาธุรกิจที่เหมาะสมกับตัวเอง จนได้คุยกับลุงเจ้าของอู่ซ่อมรถข้าง ๆ หอพักว่าธุรกิจติดตั้งก๊าซรถยนต์มีผลตอบแทนที่ดี เนื่องจากในช่วงปี 2548 เป็นช่วงวิกฤติพลังงาน น้ำมันราคาแพง ประกอบกับเขาชอบเครื่องยนต์กลไกและรถยนต์เป็นทุนเดิม โจเห็นช่องทางในการทำธุรกิจจึงควักเงินเก็บที่มีอยู่เพียง 70,000 บาท ลงทุนซื้อเครื่องมือติดตั้งก๊าซรถยนต์ และทำร้านเพิงเล็ก ๆ<br
/>ขนาด 3&#215;3 เมตร ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพราะเห็นว่ามีคู่แข่งน้อยกว่าจะเปิดร้านในกรุงเทพฯ ซึ่งโจจะต้องโดยสารรถตู้จากบ้านพักที่รังสิตไปพระนครศรีอยุธยาเพื่อเปิดร้านทุกวัน<br
/>   <br
/>“เรียกว่าผมเริ่มจากศูนย์ก็ว่าได้ ช่วงนั้นผมต้องทำทุกอย่าง ใกล้ ๆ ร้าน ผมมีตลาดนัดผมก็ใส่ชุดแบบสุภาพไปยืนแจกโบรชัวร์ร้าน และกลับมาเปลี่ยนเป็นชุดช่างเพื่อทำงาน ช่วงนั้นผมจ้างช่าง 2 คนมาช่วย ผลตอบแทนก็ดีอย่างที่คุยกับคุณลุงไว้ ได้กำไรตกคันละ 5,000 บาท วันหนึ่งผมทำรถ 1 คัน เดือนหนึ่งผมก็มีรายได้แสนห้าแล้ว”<br
/>   <br
/>โจชอบหาความรู้พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ จึงมักชอบไปถามช่างตามร้านต่าง ๆ ว่ารถยนต์แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อต้องติดตั้งก๊าซในลักษณะใด พร้อมกับเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการติดตั้ง เพื่อใช้เวลาในการทำงานน้อยลง และเกิดความปลอดภัยกับผู้มาใช้บริการมากขึ้น กิจการของโจขยายขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเห็นช่องทางธุรกิจที่กว้างขึ้น นั่นคือ การนำเข้าอุปกรณ์ติดตั้งก๊าซ โจเริ่มทำธุรกิจนำเข้ากับต่างประเทศ แต่เพียงปีเศษหุ้นส่วนที่ทำธุรกิจด้วยกันเกิดแยกตัวไปทำเอง ทำให้เขาต้องแบกรับภาระ อุปกรณ์ที่นำเข้ามาเป็นเงินหลายสิบล้าน<br
/>   <img
class="alignnone" title="โจ แม่สาย ประภาสะวัต" src="http://www.gasthai.com/article/pictures%5C2511255017454.jpg" alt="pictures%5C2511255017454 โจ แม่สาย ประภาสะวัต” ต้นทุน 7 หมื่น 6 ปี มีเงิน 1 พันล้านบาท กับธุรกิจติดตั้งแก๊ซรถยนต์" width="380" height="285" /><br
/>“ตอนนั้นผมขาดทุนเดือนละ 1 ล้านบาท แต่จะทำอย่างไรได้ ผมลงทุนไปแล้วก็ต้องทำต่อไป ยอมขาดทุน และก็ไม่ท้อด้วย พอเดือนที่ 9 ตัวเลขขาดทุนก็น้อยลง และเริ่มกลับมามีกำไร”<br
/>   <br
/>โจกลับมารุกเรื่องการนำเข้าอุปกรณ์ติดตั้งก๊าซรถยนต์อีกครั้ง เพราะเล็งเห็นว่าธุรกิจนี้ยังขยายตลาดได้อีก เขาได้เขียนตำราคู่มือติดตั้งก๊าซรถยนต์เป็นเล่มแรกของประเทศไทย และถูกใช้อ้างอิงในการเรียนการสอนของนักศึกษาที่เรียนด้านเทคโนโลยี โจยังได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรตามสถาบันการศึกษาเป็นระยะ  นอกจากนี้เขาเองยังได้จัดอบรมฟรีให้กับช่างทั่วประเทศที่ต้องการความรู้ด้านการติดตั้งก๊าซรถยนต์ที่ถูกต้องและปลอดภัยทุกเดือน<br
/>   <br
/>เขาย้ำว่าเขาอบรมให้ฟรีโดยไม่ได้มุ่งหวังอะไร  เพียงแค่ต้องการให้ช่างหรือคนทั่วไปที่สนใจได้รับความรู้ แต่ผลพลอยได้คือได้เพื่อน ได้เครือข่าย หรืออาจจะสนใจสินค้าที่เขานำเข้า แต่หากไม่สนใจก็ไม่เป็นไร ปัจจุบันนอกจากบริษัทนำเข้าอุปกรณ์ติดตั้งก๊าซรถยนต์ครบวงจร โดยมีธุรกิจติดต่อกับต่างประเทศ 7 ประเทศแล้ว  โจยังทำโรงงานผลิตถังก๊าซรถยนต์ และทำธุรกิจ ผู้ผลิต จำหน่าย ให้เช่าจอแอลซีดีอีกด้วย<br
/>   <br
/>ความมุ่งมั่น ไม่ท้อถอย ขยันพัฒนาตัวเอง วาง แผนให้ดี เป็นสิ่งที่หนุ่มคนนี้ยึดถือมาตลอด และเป็นสิ่งผลักดันให้จุดเริ่มต้นที่ศูนย์ กลายเป็นธุรกิจพันล้านได้จริง ๆ.<br
/><br
/>และนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของผู้ที่มุ่งมั่นกับอาชีพไม่ย่อท้อและกล้าได้กล้าเสียจนประสบผลสำเร็จอย่างเหลือเชื่อในการ<a
href="http://www.keajon.com/faverite_program/"target="_self"title="หนทางทำมาหากิน" >ทำมาหากิน</a>ครับ<br
/><br
/></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/joe-maesai-praphasawat/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ด่วนสัมนาฟรี!! กับ K-SME Start-up เพิ่มศักยภาพธุรกิจด้วยหลักสูตรออนไลน์</title><link>http://www.keajon.com/k_sme_start_up_11_7_2011/</link> <comments>http://www.keajon.com/k_sme_start_up_11_7_2011/#comments</comments> <pubDate>Mon, 11 Jul 2011 20:03:53 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[ข่าวฝึกอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category> <category><![CDATA[K-SME Start-up]]></category> <category><![CDATA[กรมพัฒนาธุรกิจการค้า]]></category> <category><![CDATA[การทำธุรกินออนไลน์]]></category> <category><![CDATA[สัมนาฟรี]]></category> <category><![CDATA[สัมนาออนไลน์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5647</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/k_sme_start_up_11_7_2011/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/07/MassEmail_8June11_resize1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ksme_start_up" title="KSME" /></a>ธนาคารกสิกรไทย ขอเรียนเชิญสมาชิกโครงการ K-SME Start-up Solutions ทุกท่าน เรียนหลักสูตรออนไลน์ กับ DBD Academy ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ลองทะเบียนสมัครเรียนได้ที่ http://www.dbdacademy.comสนับสนุนโดย ksmestartup]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทย ขอเรียนเชิญสมาชิกโครงการ K-<a
href="http://www.keajon.com"target="_blank"rel="external"title="ธุรกิจSME" >SME</a> Start-up Solutions ทุกท่าน <br
/> <br
/> เรียนหลักสูตรออนไลน์ กับ DBD Academy ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ <br
/><br
/><br
/><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/07/MassEmail_8June11_resize1.jpg"><img
class="alignnone size-full wp-image-5649" title="KSME" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/07/MassEmail_8June11_resize1.jpg" alt="MassEmail 8June11 resize1 ด่วนสัมนาฟรี!! กับ K SME Start up เพิ่มศักยภาพธุรกิจด้วยหลักสูตรออนไลน์" width="624" height="1001" /></a><br
/><br
/>ลองทะเบียนสมัครเรียนได้ที่ http://www.dbdacademy.com<br
/>สนับสนุนโดย ksmestartup</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/k_sme_start_up_11_7_2011/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>กูเกิลเปิดตัว &#8216;ธุรกิจไทย Go Online&#8217; หนุน SME สู่ตลาดออนไลน์</title><link>http://www.keajon.com/sme-go-online/</link> <comments>http://www.keajon.com/sme-go-online/#comments</comments> <pubDate>Thu, 07 Jul 2011 21:26:23 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[การตลาดบนโลกออนไลน์]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category> <category><![CDATA[google]]></category> <category><![CDATA[internet marketing]]></category> <category><![CDATA[sme]]></category> <category><![CDATA[กูเกิล]]></category> <category><![CDATA[ตลาดออนไลน์]]></category> <category><![CDATA[ทำเว็บไซต์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5641</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/sme-go-online/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/07/630-300x180.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="Google" title="SMEgoonline" /></a>กูเกิล ผนึกกำลัง พันธมิตร อุดช่องว่างให้ธุรกิจไทยด้วยออนไลน์ ชูสร้างเว็บง่าย เร็ว ฟรี พร้อมสนับสนุนอย่างยั่งยืน เปิดให้ลงทะเบียนที่ www.goonline.in.th &#8230;กู เกิล ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ &#8220;ธุรกิจไทย Go Online&#8221; เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจในประเทศไทยกว่า 50,000 รายก้าวเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และขยายกิจการให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ดอทอะไร และ เว็บบิส เนื่องจากธุรกิจในปัจจุบันนี้จำเป็นต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง โดยลูกค้าคนไทย 8 ใน 10 ราย นิยมค้นหาข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับสินค้า บริการ และธุรกิจระดับท้องถิ่นก่อนตัดสินใจซื้อ แต่จากผลสำรวจล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) และ สสว. พบว่ามีเพียง 1 ใน 10 ธุรกิจเท่านั้น ที่มีเว็บไซต์ให้ลูกค้าเข้าไปเยี่ยมชมออนไลน์ได้นาย จูเลียน เพอร์ซูด กรรมการผู้จัดการ กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า บริษัทฯ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/07/630.jpg"><img
class="alignleft size-medium wp-image-5642" title="SMEgoonline" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/07/630-300x180.jpg" alt="630 300x180 กูเกิลเปิดตัว ธุรกิจไทย Go Online หนุน SME สู่ตลาดออนไลน์" width="374" height="224" /></a>กูเกิล ผนึกกำลัง พันธมิตร อุดช่องว่างให้ธุรกิจไทยด้วยออนไลน์ ชูสร้างเว็บง่าย เร็ว ฟรี พร้อมสนับสนุนอย่างยั่งยืน เปิดให้ลงทะเบียนที่ <a
href="http://www.goonline.in.th/" rel="nofollow" target="_blank">www.goonline.in.th</a> &#8230;<br
/><br
/>กู เกิล ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ &#8220;ธุรกิจไทย Go Online&#8221; เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจในประเทศไทยกว่า 50,000 รายก้าวเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และขยายกิจการให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ดอทอะไร และ เว็บบิส เนื่องจากธุรกิจในปัจจุบันนี้จำเป็นต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง โดยลูกค้าคนไทย 8 ใน 10 ราย นิยมค้นหาข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับสินค้า บริการ และธุรกิจระดับท้องถิ่นก่อนตัดสินใจซื้อ แต่จากผลสำรวจล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) และ สสว. พบว่ามีเพียง 1 ใน 10 ธุรกิจเท่านั้น ที่มีเว็บไซต์ให้ลูกค้าเข้าไปเยี่ยมชมออนไลน์ได้<br
/><br
/>นาย จูเลียน เพอร์ซูด กรรมการผู้จัดการ กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า บริษัทฯ เชื่อว่าอินเทอร์เน็ตจะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กเติบโตขึ้น และช่วยให้ชีวิตของผู้คนสะดวกสบายขึ้นเพราะประโยชน์ในการเข้าถึงข้อมูล ทั้งนี้ บริษัทฯ และพันธมิตรยังตระหนักถึงปัญหาท้าทายที่องค์กรธุรกิจขนาดเล็กต้องพบ จากการไม่มีตัวตนบนโลกออนไลน์ ซึ่งบริษัทฯ ต้องการช่วยขจัดปัญหาดังกล่าวเพื่อนำธุรกิจไทยเข้าสู่โลกออนไลน์และขยาย กิจการ ทั้งนี้ธุรกิจไทยหลายแห่งยังไม่เข้าสู่โลกออนไลน์ เพราะคิดว่าสินค้าของตนไม่เหมาะจะขายออนไลน์ ไม่คิดว่าลูกค้าพร้อมซื้อผ่านออนไลน์ หรือคิดว่าการเข้าสู่โลกออนไลน์จะมีค่าใช้จ่ายสูงหรือยุ่งยากซับซ้อน บริษัทฯ จึงเปิดตัวโครงการธุรกิจไทย Go Online เพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติดังกล่าว และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถจัดทำเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว ง่าย และฟรี พร้อมเครือข่ายสนับสนุนระยะยาวครอบคลุมทั่วประเทศ<br
/><br
/>ทั้ง นี้ ใช้เวลาแค่ 15 นาที ตั้งแต่ลงมือทำไปจนถึงเริ่มปรากฏตัวออนไลน์แก่คนทั่วโลก ด้วยเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ที่ออกแบบเป็นพิเศษจากเว็บบิส (Web Biz) ทั้งยังได้รับการออกแบบเครื่องมือสร้างเว็บที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค โดยผู้ประกอบการจากทุกกลุ่มอุตสาหกรรมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศจะสามารถเริ่ม ต้นการสร้างธุรกิจออนไลน์โดยใช้เพียงที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ นอกจากนี้ ไม่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ สำหรับองค์กรธุรกิจที่ต้องการเข้าสู่โลกออนไลน์ โดยผู้เข้าร่วมโครงการทุกรายจะได้รับชื่อเว็บไซต์ .in หรือ .co.th ฟรีในปีแรก และเครื่องมือการสร้างเว็บไซต์อย่างง่าย พร้อมกับพื้นที่เว็บไซต์อย่างไม่จำกัด โดยไม่มีค่าบำรุงรักษาเพิ่มเติมแต่อย่างใด<br
/><br
/>สำหรับ บริการสนับสนุนระยะยาว ผู้ใช้จะได้รับบริการให้คำปรึกษาฟรีผ่านเว็บคลินิกตามหัวเมืองใหญ่ทั่ว ประเทศ โดยองค์กรธุรกิจจะได้รับบริการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากศูนย์ประสานงาน โครงการ (Business Incubator Centers) ทั้งหมด 55 แห่งในเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และศูนย์บริการคอลล์เซ็นเตอร์ที่จัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ รวมถึงศูนย์การเรียนรู้ออนไลน์แบบครบวงจรที่ <a
href="http://www.goonline.in.th/" rel="nofollow" target="_blank">http://www.goonline.in.th</a> โดยบริการฟรีเว็บคลินิก จะมีขึ้นครั้งเเรกในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 29-30 ก.ค. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์เพื่อทำธุรกิจของตนเอง และผู้ที่มีเว็บไซต์อยู่แล้วแต่่กำลังมองหาคำปรึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการโป รโมตเว็บไซต์ของตนให้โดดเด่นมากขึ้นในโลกออนไลน์ นอกจากผู้ร่วมงานจะมีเว็บไซต์และชื่อโดเมนเป็นของตนเองเเล้ว จะได้เรียนรู้และรับฟังข้อมูลอันเป็นประโยชน์ จากหลากหลายผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อที่น่าสนใจ ตั้งเเต่ระดับเริ่มต้นในหัวข้อ “ต้อนรับสู่โลกออนไลน์” ไปสู่ระดับเต็มรูปแบบ ที่เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ และการพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce)<br
/><img
class="alignnone" title="google thailand" src="http://3.bp.blogspot.com/_aJW__5yifFI/SeX4mP_HNdI/AAAAAAAAABs/Ufi_2-OaUVU/s320/songkran08.gif" alt="songkran08 กูเกิลเปิดตัว ธุรกิจไทย Go Online หนุน SME สู่ตลาดออนไลน์" width="276" height="110" /><br
/>นาย ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว.ในฐานะหน่วยงานหลักด้านนโยบายการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ <a
href="http://www.keajon.com"target="_blank"rel="external"title="ธุรกิจSME" >SME</a>s ของประเทศ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ในหลายมิติ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการประกอบธุรกิจและสามารถแข่งขันในระดับสากล ผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยจากผลการศึกษาพบว่าผู้ประกอบการ SMEs ของไทย มองว่าการเข้าสู่ระบบออนไลน์จะช่วยเปิดโอกาสในการส่งเสริมการขายสินค้าและ บริการมากขึ้น โดยกว่า 60% ระบุว่าต้องการวิธีที่ง่ายขึ้นในการทำธุรกิจออนไลน์และต้องการบริการสนับ สนุนในระยะยาว เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากอินเทอร์เน็ต<br
/><br
/>ผู้ประกอบการชาวไทยที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ <a
href="http://www.goonline.in.th/" rel="nofollow" target="_blank">http://www.goonline.in.th</a> หรือโทร.0 2257 7299.</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/sme-go-online/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ผวาขึ้นค่าแรง300บาทต่อวันทุบเอสเอ็มอีเดี้ยง</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87300%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b1/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87300%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b1/#comments</comments> <pubDate>Thu, 07 Jul 2011 21:13:28 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ข่าวฝึกอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[sme]]></category> <category><![CDATA[ขึ้นค่าแรง]]></category> <category><![CDATA[ค่าแรงขั้นต่ำ]]></category> <category><![CDATA[ต้นทุนการผลิต]]></category> <category><![CDATA[รัฐบาล]]></category> <category><![CDATA[แรงงาน]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=5639</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87300%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b1/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.smesmarket.com/userfiles/yustasak%281%29.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="สสว." title="ยุทธศักดิ์ สุภสร" /></a>สสว.หวั่น ขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวัน ทำเอสเอ็มอีเดี้ยง แนะ รัฐพิจารณาอย่างค่อยเป็นค่อยไปในกลุ่มที่มีความพร้อมก่อน ขณะเดียวกันต้องดำเนินมาตรการส่งเสริม สนับสนุนเอสเอ็มอี ในด้านต่างๆ ที่ชัดเจนด้วย&#8230;เมื่อวันที่ 7 ก.ค. นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เปิดเผยว่า จากการศึกษาของสสว. พบว่า โครงสร้างต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานและเงินเดือนของ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเฉลี่ยคิดเป็น 16.2% ของต้นทุนปัจจัยการผลิตทั้งหมด ดังนั้นหากค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 1 % จะส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานเพิ่มขึ้น 0.16% ซึ่งผลจากการปรับค่าจ้างแรงงานครั้งล่าสุดตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ม.ค. มีการปรับค่าจ้างแรงงานสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 6.4 % ส่งผลให้ต้นทุนของกิจการในด้านค่าใช้จ่ายแรงงานเพิ่มสูงขึ้น 1.03% โดยเหตุผลในการปรับเพิ่มขึ้นค่าแรง มี 2 ประการ คือ ช่วยให้แรงงานรอดพ้นจากความยากจนที่รุนแรง และมีรายได้ใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายตามอัตภาพ และช่วยให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโต ซึ่งปัจจุบันค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเฉลี่ยเท่ากับ 175.8 บาทต่อวันนายยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า นโยบายของรัฐบาลใหม่ ที่จะปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน เท่ากันทั่วประเทศ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
class="alignnone" title="ยุทธศักดิ์ สุภสร" src="http://www.smesmarket.com/userfiles/yustasak%281%29.jpg" alt="yustasak%281%29 ผวาขึ้นค่าแรง300บาทต่อวันทุบเอสเอ็มอีเดี้ยง" width="250" height="345" />สสว.หวั่น ขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวัน ทำเอสเอ็มอีเดี้ยง แนะ รัฐพิจารณาอย่างค่อยเป็นค่อยไปในกลุ่มที่มีความพร้อมก่อน ขณะเดียวกันต้องดำเนินมาตรการส่งเสริม สนับสนุนเอสเอ็มอี ในด้านต่างๆ ที่ชัดเจนด้วย&#8230;<br
/><br
/>เมื่อวันที่ 7 ก.ค. นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เปิดเผยว่า จากการศึกษาของสสว. พบว่า โครงสร้างต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานและเงินเดือนของ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเฉลี่ยคิดเป็น 16.2% ของต้นทุนปัจจัยการผลิตทั้งหมด ดังนั้นหากค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 1 % จะส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานเพิ่มขึ้น 0.16% ซึ่งผลจากการปรับค่าจ้างแรงงานครั้งล่าสุดตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ม.ค. มีการปรับค่าจ้างแรงงานสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 6.4 % ส่งผลให้ต้นทุนของกิจการในด้านค่าใช้จ่ายแรงงานเพิ่มสูงขึ้น 1.03% โดยเหตุผลในการปรับเพิ่มขึ้นค่าแรง มี 2 ประการ คือ ช่วยให้แรงงานรอดพ้นจากความยากจนที่รุนแรง และมีรายได้ใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายตามอัตภาพ และช่วยให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโต ซึ่งปัจจุบันค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเฉลี่ยเท่ากับ 175.8 บาทต่อวัน<br
/><br
/>นายยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า นโยบายของรัฐบาลใหม่ ที่จะปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน เท่ากันทั่วประเทศ จึงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างรุนแรง โดยกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการจ้างงานเอสเอ็มอี 3.3 ล้านคน หากมีการขึ้นค่าแรงเป็น 300 บาทต่อวัน จะทำให้ธุรกิจ มีค่าแรงงานเพิ่มขึ้น 39.5% และต้องแบกรับต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานเพิ่มขึ้น 6.4% และเมื่อพิจารณาถึงจังหวัดหลักๆ ที่จ้างงานในระดับสูง พบว่า ร้อยเอ็ด และ ขอนแก่น เป็นจังหวัดที่จะปรับขึ้นของค่าจ้างแรงงานและต้นทุนสูงที่สุด รองลงมาคือ อุดรธานี และอุบลราชธานี ขณะที่ภูเก็ต เป็นจังหวัดที่จะปรับขึ้นของค่าจ้างแรงงานและต้นทุนต่ำที่สุด<br
/><br
/>ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายสาขาธุรกิจ โดยคิดค่าเฉลี่ยทุกรายสาขาธุรกิจมีการจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ 215 บาทต่อวัน พบว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน จะส่งผลให้ค่าแรงเพิ่มขึ้น 39.5% ทำให้ ธุรกิจที่มีการใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ ธุรกิจผลิตเฟอร์นิเจอร์หวาย เพิ่มขึ้น 10.2% การผลิตอัญมณี เพิ่มขึ้น 7.6% เครื่องนุ่งห่มและผลิตเครื่องกระเป๋าหนัง เพิ่มขึ้น 7.3% ธุรกิจผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ เพิ่มขึ้น 5.8 % และการฟอกย้อมพิมพ์ลายผ้า เพิ่มขึ้น 5.5 %ภาคบริการ ธุรกิจที่จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นในระดับสูง ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม เพิ่มขึ้น 12% ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างบ้าน เพิ่มขึ้น 9.8%<br
/><br
/>นายยุทธศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน นโยบายดังกล่าว ก็ยังมีผลดีต่อเอสเอ็มอี คื อ ในส่วนของผู้ใช้แรงงานจะมีรายได้เพิ่มขึ้นส่งผลให้มีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก็ต้องปรับตัวหันมาใช้ความรู้และฝีมือในการประกอบธุรกิจมากขึ้น ให้ความสำคัญกับการจ้างแรงงานที่มีความรู้และมีประสบการณ์มากขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพแรงงาน ซึ่งเป็นผลดีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะต่อไป<br
/><br
/>“ผมเห็นว่าเพื่อลดผลกระทบจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน รัฐบาลอาจพิจารณาดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปในกลุ่มที่มีความพร้อมก่อน เช่น ผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องใช้แรงงานกึ่งฝีมือหรือมีประสบการณ์ ขณะเดียวกันต้องดำเนินมาตรการส่งเสริม สนับสนุนเอสเอ็มอี ในด้านต่างๆ ที่ชัดเจน เช่น ที่ประเทศสิงคโปร์ซึ่งมีอัตราค่าจ้างแรงงานอยู่ในระดับสูง รัฐบาลสิงคโปร์ได้ให้เงินสนับสนุนแบบให้เปล่าแก่ เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ เพื่อลดอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากอัตราค่าจ้างแรงงาน&#8221;ผู้อำนวยการสสว. กล่าว<br
/><br
/><img
class="alignnone" title="SME" src="http://www.tkc.go.th/uploads/wiki/1254/3178_SME.jpg" alt="3178 SME ผวาขึ้นค่าแรง300บาทต่อวันทุบเอสเอ็มอีเดี้ยง" width="244" height="150" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87300%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> </channel> </rss>
