10 Oct, 2009
เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม
Posted by: Mr.Keajon In: Home|พักผ่อนหย่อนอารมณ์|ไอเดียงานประดิษฐ์
เห็นชามตราไก่จนคุ้นเคย แต่อย่าคิดนะว่าเซรามิกลำปางเขาจะถนัดเพนท์แค่ชามตราไก จะเอาหรูๆ ไฮๆ ก็ทำให้ตะลึงกันมาแล้ว ด้วยราคาเหยียบแสนบาท

ใครมีโอกาสแวะไปเยือนสยามพารากอน ในวันที่เขาจัดงาน OTOP in the city 2009 ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เชื่อว่าคงมีโอกาสสะดุดตากับป้าย ?ลำปาง..หนาวมาก? กันบ้าง ที่ทำให้สะดุดไม่แค่ป้ายบูธที่อินกระแส
แต่มันคือผลงานอันงามงด สดๆ ใหม่ๆ กับเซรามิกเพนท์ลาย ของค่าย ?หจก. ชอวอ แฮนดิคราฟท์? ..สินค้า OTOP ติดดาวจากจังหวัดลำปาง
แม้วันนั้นกรุงเทพฯ จะร้อนระอุ แต่ความ ?หนาวมาก? ชวนเข้าหาของบูธลำปาง ก็ดึงดูดไฮโซกระเป๋าหนักให้เยี่ยมชมกันไม่ขาดสาย

คนที่ดูจะยิ้มได้ชื่นบานที่สุด ก็คือ ?วาริ วัฒนรุกข์? หุ้นส่วนผู้จัดการ เบื้องหลังความสำเร็จของ ?ชอวอ แฮนดิคราฟท์? ในวันนี้
ในวันที่งานหัตถกรรมของชาว ?ชอวอ? ยังไม่ตั้งไข่ ?วาริ? ทำงานออกแบบอยู่ในบริษัทโฆษณาใหญ่โตแห่งหนึ่ง วันดีคืนดีโชคชะตาพาให้ได้ช่วยงานเพื่อนที่ลำปางทำงานเซรามิก ?เสียงลั่นระฆังบนสนามธุรกิจจึงเริ่มขึ้น
?ช่วยเพื่อนทำเซรามิกมาประมาณ 2 ปี วันหนึ่งมีลูกค้าจากต่างประเทศมาขอให้ทำงานเขียนลายบนเซรามิก ซึ่งในเมืองไทยเวลานั้นยังไม่มีใครทำแบบที่เขาต้องการ เพื่อนถามว่าผมจะทำไหม จึงตัดสินใจลองทำดู เริ่มจากทดลองอยู่ประมาณกว่า 10 วัน สุดท้ายก็ทำได้?

ได้งานลูกค้าตาน้ำข้าวมาด้วยความพยายามล้วนๆ แน่นอนว่าพวกเขาไม่อยากหยุดอยู่แค่นั้น จึงลองเอาผลงานศิลปะบนเซรามิก ส่งเข้าประกวดดู เริ่มจากเวทีใกล้ตัวอย่างงานประจำปีจังหวัดลำปาง เปิดตัวงานแรก เวทีแรก พลพรรค ?ชอวอ? ก็คว้ารางวัลชนะเลิศมาได้สำเร็จ
?เรารีโปรดักชันงานเก่าของวินเซนต์ แวน โก๊ะ แล้วส่งเข้าประกวด จนได้รางวัลชนะเลิศมา จากนั้นเพื่อนจึงเอางานชิ้นนี้ไปจัดแสดงในแกลอรีของเขา จนมีชาวต่างชาติมาเห็นผลงานแล้วชอบ จึงเริ่มสั่งให้เราทำงานให้หลังจากนั้น?
ผลงานศิลปะบนเซรามิกเข้าตา ด้วยจุดเด่นของความเป็นสินค้า ?Unique? และเป็นงาน ?แฮนด์เมด? ที่ลูกค้าต่างชาติปลื้มสุดๆ ทำให้มีตลาดหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
ออกสตาร์ทปีแรกประมาณปี 2539 ได้ออเดอร์มาเบาะๆ กว่าสองแสนบาท ปีถัดมาร่ำว่าไทยเจอวิกฤติ แต่พวกเขายังรับทรัพย์ไปถึง 1.5 ล้านบาท
?ปี 2540 เราเริ่มออกงานแสดงสินค้าในกรุงเทพ เริ่มด้วยงาน BIG&BIH ตอนนั้นค่อนข้างได้รับการตอบรับดีมาก และค่าเงินบาทอ่อนการส่งออกจึงดีเราค่อยๆ เติบโตมาเรื่อยๆ ลูกค้ามีทั้งจาก อเมริกา ฝรั่งเศส และ เยอรมนี?

ยิ่งเติบโตจากเสียงตอบรับที่เพิ่มขึ้น ?วาริ? กลับมาคิดว่า พวกเขาจะยิ่งหยุดนิ่งไม่ได้ จึงหันมาเร่ง ?พัฒนาสินค้า? เต็มกำลัง วิธีการก็ทั้งออกแบบเอง ทั้งฟังเสียงจากลูกค้า รวมถึงประสานแนวคิดร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อผลิตผลงานใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนานอกจากจะได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ยังรวมถึงได้ตลาดใหม่มาขยายแขนขาอีกด้วย
?ตอนที่ส่งงานให้เยอรมนี เริ่มมีสินค้าเกรด บี ที่ไม่สามารถขายได้ เขาตีกลับมา เราจึงนำมาทำเป็นโมเสกแล้วเขียนให้เป็นลวดลาย เรียกว่าเอาโมเสกมาผสมผสานกับงานเพนท์ จนเป็นผลิตภัณฑ์กระเบื้องโมเสก แล้วส่งให้ญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก?
จากของเสียมีตำหนิ ก็กลายเป็นของดี มีมูลค่าขึ้นมาได้ แถมยังขยายตลาดใหม่มายังเอเชียเป็นครั้งแรก นำมาซึ่งออเดอร์ต่อเดือนถึง 3 แสนบาท
ไม่หยุดเพียงเท่านั้น การขยายช่องทางขายจากแค่ออกงานแสดงสินค้า มาเปิดเว็บไซต์ควบคู่ ทำให้มีลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาต่อเนื่อง ได้เปิดประสบการณ์งานเพนท์ไปยังผลิตภัณฑ์ตัวอื่นด้วย
?มีลูกค้าญี่ปุ่นติดต่อเข้ามา ขอให้ทำงานเพนท์ลงในพวกสุขภัณฑ์อย่างอ่างล้างหน้า ซึ่งงานนี้มันยากทั้งกระบวนการทำอย่างเทคนิคการเผา การเขียนลาย และการจัดวางองค์ประกอบ จึงไม่มีใครทำให้เขา เราลองทำดู โดยอาศัยประสบการณ์จากงานเซรามิกที่ผ่านมา ความรู้เรื่องศิลปะ และพูดคุยกับดีไซเนอร์ญี่ปุ่น ร่วมออกความคิดเห็นว่างานอย่างนี้ทำได้หรือไม่ได้ มีขีดจำกัดตรงไหน เพื่อทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด?
งานศิลปะ และไอเดียใหม่ๆ ถูกถ่ายทอดออกสู่งานเพ้นท์ กระจกภาพโชว์ ไม่ขาดสาย
ในช่วงแรกยังระรื่นกับตลาดส่งออก ?วาริ? บอกว่า ในตอนนั้น กระแสของงานแฮนด์เมดรุ่งสุดๆ โดยเฉพาะงานเพนท์ที่ต่างชาติสนอกสนใจ ?ชอวอ? จึงยังสนุกกับออเดอร์นอกบ้าน แต่เมื่อฤดูกาลผ่านพ้น ตลาดส่งออกเริ่มซบเซา ถึงคราวหมุนเข็มทิศกลับมามองศักยภาพในบ้านอีกครั้ง
?เมื่อก่อนเราเน้นขายจำนวนชิ้นมากๆ เน้นส่งออกเป็นหลัก แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว กำลังการผลิตเราลดลง แต่เน้นขายของที่ราคาแพงขึ้น จากเมื่อก่อนผลิตได้เป็นหมื่นชิ้น แต่ขายได้หลักแสน แต่เดี๋ยวนี้ชิ้นเดียวก็ร่วมแสนแล้ว?
?เราเริ่มมาทำตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งลูกค้าที่เป็นบริษัทออกแบบตกแต่งบ้าน กับลูกค้าระดับบนที่ชอบงานนี้ พูดได้ว่าเรามีแฟนประจำอยู่พอสมควร จึงมีงานใหม่ๆ ออกมาต่อเนื่อง?
ธุรกิจดูสดใส กับการคิดใหม่ทำใหม่ไม่หยุดนิ่ง แต่ความเป็น ?ศิลปิน? ของพวกเขา บ่อยครั้งที่สร้างความขัดแย้งกับความเป็นธุรกิจ ต้องหากลยุทธ์มาพลิกมุมคิดกันบ้าง
?ที่ผ่านมาเราเคยปฏิเสธออเดอร์ด้วยอารมณ์ ลูกค้าบางรายเขาเข้าใจเราเขาก็ไม่ค่อยกล้าสั่ง ไม่กล้าว่า เพราะเราเป็นศิลปินมากไป บางทีก็ไม่กล้าเอางานมาให้ทำ แต่พอเราเป็นธุรกิจมากๆ ลูกค้าอีกกลุ่มที่เขาต้องการความเป็นศิลปะจริงๆ เขาก็ไม่ชอบอีก หาว่างานเราโหล นี่เป็นที่มาของปัญหาในปัจจุบัน?
วิธีการแก้ปัญหา คือพวกเขาเอาความเป็น ?ศิลปะ? มาสร้างมูลค่าในเชิงธุรกิจมากขึ้น จากเขียนลายง่ายๆ ขายในปริมาณมากๆ แต่ได้ราคาแค่กระบิมือ จนถูกเรียกว่าของโหล ก็มาเน้นลายให้ยากขึ้น คนเห็นแล้วอยากควักกระเป๋าจ่าย ขายได้ราคาสูงๆ กลยุทธ์ บีบตลาดให้เล็ก แต่รับทรัพย์ก้อนใหญ่ คือแนวทางของพวกเขาในวันนี้
การเดินทางของพลพรรค ?ชอวอ? ยังไม่หยุดนิ่ง เหมือนที่พวกเขาออกเดินมาตั้งแต่เริ่มต้น อย่างการขยายจากตลาดผู้ใหญ่ ไฮโซกระเป๋าหนัก มามองกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น พร้อมๆ กับพัฒนาผลงานใหม่ๆ ออกมา ต่อยอดศักยภาพความเป็น ?เซรามิก? และ ?งานเพนท์? เพื่อเติบใหญ่ในตลาดนี้ต่อไป
ที่สำคัญสร้างตลาดเซรามิกลำปาง ฝ่าความหนาวเหน็บ ไปสู่ความ ?ฮอต? ทั้งในและต่างประเทศ ต่อไป
คิดแบบ ?ชอวอ แฮนดิคราฟท์?
เื้อื้อเฟื้ออาชีพโดย :

กรุงเทพธุรกิจ








แบนเนอร์โฆษณา 140×140
