<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Mon, 30 Jan 2012 22:09:14 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>“กูเกิล” เผยโครงการ “ธุรกิจไทย Go Online” 6 เดือน ดึงเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ระบบตลาดออนไลน์ทะลุ 40,000 ราย</title><link>http://www.keajon.com/go-online-2012/</link> <comments>http://www.keajon.com/go-online-2012/#comments</comments> <pubDate>Thu, 26 Jan 2012 16:18:03 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[การตลาดบนโลกออนไลน์]]></category> <category><![CDATA[google]]></category> <category><![CDATA[goonline]]></category> <category><![CDATA[sme]]></category> <category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category> <category><![CDATA[ทำเว็บ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6175</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/go-online-2012/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/pornthip.jpeg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="Go online" title="pornthip" /></a>สสว.ทุ่มงบ 1.3 พันล้านบาท เดินเครื่องโครงการสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ ตั้งเป้าปีนี้เกิด 2 หมื่นราย มุ่งเป้าคนรุ่นใหม่ ระบุช่วยส่งเสริมครบวงจรตั้งแต่เริ่มต้นถึงขั้นสร้างธุรกิจสำเร็จ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ทาง สสว. เตรียมจะดำเนินโครงการ ชื่อ “ตั้งตัวได้” โดยตั้งเป้าในปีนี้ (2555) จะสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ จำนวน 2 หมื่นราย ระยะเวลาดำเนินโครงการนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงกันยายน 2555 นี้ ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าโครงการดังกล่าว เน้นไปยังกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่กำลังใกล้จบการศึกษา รวมถึง ผู้ที่เพิ่งจบการศึกษา ผู้ว่างงาน และผู้ที่กำลังอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองทั่วประเทศ โดยการส่งเสริมของ สสว. จะทำครบวงจรตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงผู้เข้าโครงการสร้างธุรกิจได้สำเร็จ ซึ่งเบื้องต้นมีทั้งการเข้าไปอบรมแนะนำการเริ่มต้นธุรกิจ ตามด้วยช่วยพัฒนาธุรกิจ หรือผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะมีทั้งระบบพี่เลี้ยง ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือในการทำธุรกิจ สนับสนุนการตลาด เช่น ส่งเสริมตลาดออนไลน์ พาออกงานแสดงสินค้าต่างๆ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังช่วยเหลือไปถึงด้านเงินทุนการประกอบธุรกิจ โดย สสว.จะช่วยประสานกับสถาบันการเงินในการขอสินเชื่อ และช่วยรับภาระดอกเบี้ยให้ถึง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><a
href="http://www.keajon.com/go-online-2012/pornthip/" rel="attachment wp-att-6176"><img
class="alignleft  wp-image-6176" title="pornthip" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/pornthip.jpeg" alt=" “กูเกิล” เผยโครงการ “ธุรกิจไทย Go Online” 6 เดือน ดึงเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ระบบตลาดออนไลน์ทะลุ 40,000 ราย" width="204" height="307" /></a>สสว.ทุ่มงบ 1.3 พันล้านบาท เดินเครื่องโครงการสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ ตั้งเป้าปีนี้เกิด 2 หมื่นราย มุ่งเป้าคนรุ่นใหม่ ระบุช่วยส่งเสริมครบวงจรตั้งแต่เริ่มต้นถึงขั้นสร้างธุรกิจสำเร็จ</p><p>นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ทาง สสว. เตรียมจะดำเนินโครงการ ชื่อ “ตั้งตัวได้” โดยตั้งเป้าในปีนี้ (2555) จะสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ จำนวน 2 หมื่นราย ระยะเวลาดำเนินโครงการนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงกันยายน 2555 นี้</p><p>ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าโครงการดังกล่าว เน้นไปยังกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่กำลังใกล้จบการศึกษา รวมถึง ผู้ที่เพิ่งจบการศึกษา ผู้ว่างงาน และผู้ที่กำลังอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองทั่วประเทศ โดยการส่งเสริมของ สสว. จะทำครบวงจรตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงผู้เข้าโครงการสร้างธุรกิจได้สำเร็จ ซึ่งเบื้องต้นมีทั้งการเข้าไปอบรมแนะนำการเริ่มต้นธุรกิจ ตามด้วยช่วยพัฒนาธุรกิจ หรือผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะมีทั้งระบบพี่เลี้ยง ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือในการทำธุรกิจ สนับสนุนการตลาด เช่น ส่งเสริมตลาดออนไลน์ พาออกงานแสดงสินค้าต่างๆ เป็นต้น นอกจากนั้น ยังช่วยเหลือไปถึงด้านเงินทุนการประกอบธุรกิจ โดย สสว.จะช่วยประสานกับสถาบันการเงินในการขอสินเชื่อ และช่วยรับภาระดอกเบี้ยให้ถึง 4% ตลอดเวลากู้ยืม ซึ่งวงเงินสินเชื่อจะอยู่ที่ประมาณ 1-3 ล้านบาทต่อราย</p><p>ผอ.สสว. เผยต่อว่า โครงการนี้ สสว.ใช้งบประมาณดำเนินการกว่า 1,300 ล้านบาท โดย สสว.จะทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ รวมถึง ภาคเอกชน เช่น สมาคม<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a> เป็นต้น เพื่อผลักดันนักเรียน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ให้เกิดความตื่นตัว อยากจะก้าวมาเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ และพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการระดับเอสเอ็มอีต่อไป ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ สสว.ทันที<br
/><br
/>ข่าวและภาพโดย<br
/><a
href="http://www.keajon.com/coconut-icream/logo_managers/" rel="attachment wp-att-4675"><img
class="alignleft  wp-image-4675" title="managers_online" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2010/07/logo_managers.gif" alt="logo managers “กูเกิล” เผยโครงการ “ธุรกิจไทย Go Online” 6 เดือน ดึงเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ระบบตลาดออนไลน์ทะลุ 40,000 ราย" width="93" height="29" /></a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/go-online-2012/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ขายน้ำเต้าหู้ ของดีมีประโยชน์ ขายง่ายกำไรงาม</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b9%89/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b9%89/#comments</comments> <pubDate>Tue, 24 Jan 2012 20:59:40 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[อาหารพารวย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6171</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b9%89/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/img_0676.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="น้ำเต้าหู้" title="การทำน้ำเต้าหู้" /></a>สูตรวิธีการทำน้ำเต้าหู้ เพื่อรับประทานหรือทำขาย น้ำเต้าหู้ที่ทำจากถั่วเหลือง ที่คนไทยรู้จักกันดีตอนที่เราเป็น เด็ก แม่จะซื้อน้ำเต้าหู้มาใหรับประทานทุกวัน หรือไม่ก็ไปหาซื้อกินเองก่อนไปเรียนหรือ ก่อนทำงานบ้าง ทุกวันนี้ยังกินอยู่เลยครับ น้ำเต้าหู้ นับว่ามี ประโยชน์มากเพราะทำมาจากถั่วเหลือง บวกกับเครื่องในที่ใส่เพิ่มอย่าง ลูกเดือย,งา แล้วแต่สูตรใครสูตรมัน คุณค่าของน้ำเต้าหูก็เหมือนกับน้ำนมถั่วเหลืองยิ่งคื่มยิ่งมีประโยชน์ วันนี้เองจึงอยากจะแนะนำการทำน้ำเต้าหู้ เพื่อใครที่สนใจทำเป็นอาชีพ เรามาดูกันเลยว่าขั้นตอนการทำเป็นอย่างไร ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้จากถั่วเหลือง - ช่วยลดและป้องกัน โรคมะเร็งเต้านมได้ &#8211; ช่วยป้องกันและยับยั้งโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก &#8211; ช่วยป้องกันโรคระบบทางเดินอาหาร &#8211; ถั่วเหลืองมีสารอะมิโน เอซิด ที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่ช่วย &#8211; เป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ &#8211; และยังมีประโยชนือีกมากมาย ดื่มแทนน้ำนมยังได้เลย ส่วนประกอบการทำน้ำเต้าหู้ ส่วนประกอบ ถั่วเหลืองเลาะเปลือกแยกกากและเศษผงออก 1 ถ้วย ต่อ น้ำสะอาด 7 ถ้วย + น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย &#8211; ชำระล้างทำความสะอาดถั่วเหลืองให้สะอาดแล้วแช่น้ำไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมง &#8211; โม่หรือไม่ก็บดถั่วให้ละเอียด กรองด้วยผ้าสะอาดบางแยกน้ำออก [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<h2>สูตรวิธีการทำน้ำเต้าหู้ เพื่อรับประทานหรือทำขาย</h2><p>น้ำเต้าหู้ที่ทำจากถั่วเหลือง ที่คนไทยรู้จักกันดีตอนที่เราเป็น เด็ก แม่จะซื้อน้ำเต้าหู้มาใหรับประทานทุกวัน หรือไม่ก็ไปหาซื้อกินเองก่อนไปเรียนหรือ ก่อนทำงานบ้าง ทุกวันนี้ยังกินอยู่เลยครับ น้ำเต้าหู้ นับว่ามี ประโยชน์มากเพราะทำมาจากถั่วเหลือง บวกกับเครื่องในที่ใส่เพิ่มอย่าง ลูกเดือย,งา แล้วแต่สูตรใครสูตรมัน คุณค่าของน้ำเต้าหูก็เหมือนกับน้ำนมถั่วเหลืองยิ่งคื่มยิ่งมีประโยชน์ วันนี้เองจึงอยากจะแนะนำการทำน้ำเต้าหู้ เพื่อใครที่สนใจทำเป็นอาชีพ เรามาดูกันเลยว่าขั้นตอนการทำเป็นอย่างไร</p><h3>ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้จากถั่วเหลือง</h3><p>- ช่วยลดและป้องกัน โรคมะเร็งเต้านมได้<br
/> &#8211; ช่วยป้องกันและยับยั้งโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก<br
/> &#8211; ช่วยป้องกันโรคระบบทางเดินอาหาร<br
/> &#8211; ถั่วเหลืองมีสารอะมิโน เอซิด ที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่ช่วย<br
/> &#8211; เป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ<br
/> &#8211; และยังมีประโยชนือีกมากมาย ดื่มแทนน้ำนมยังได้เลย</p><h3>ส่วนประกอบการทำน้ำเต้าหู้</h3><p><a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b9%89/img_0676/" rel="attachment wp-att-6172"><img
class="alignleft size-full wp-image-6172" title="การทำน้ำเต้าหู้" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/img_0676.jpg" alt="img 0676 ขายน้ำเต้าหู้ ของดีมีประโยชน์ ขายง่ายกำไรงาม" width="336" height="448" /></a></p><p>ส่วนประกอบ ถั่วเหลืองเลาะเปลือกแยกกากและเศษผงออก 1 ถ้วย ต่อ น้ำสะอาด 7 ถ้วย + น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย<br
/> &#8211; ชำระล้างทำความสะอาดถั่วเหลืองให้สะอาดแล้วแช่น้ำไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมง<br
/> &#8211; โม่หรือไม่ก็บดถั่วให้ละเอียด กรองด้วยผ้าสะอาดบางแยกน้ำออก หากมีเครื่องแยกกาก<br
/> ก็ใช้เครื่องแยกกากไดเลย<br
/> &#8211; นำขึ้นตั้งไฟ ตอนใกล้ๆเดือดต้องคอย ๆ คนอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ไหม้<br
/> &#8211; ใส่น้ำตาลทราย คนให้ละลายแล้วปิดไฟ อาจแยกบางส่วนไม่ใส่น้ำตาลทรายเลยก็ได้ แล้วแต่ชอบ<br
/><br
/>การลงทุน กับร้านเต้าหู้ แบบรถเข็นหรือคีออส ที่วางขายตามหัวมุมในตลาดนัด หรือตลาดตอนเช้า<br
/>ราคาอุปกรณ์จะไม่สูงมากนัก เช่น ค่าคีออส ราคาราว 2000 บาท ค่าป้าย โฆษณาร้าน 500 บาท ค่าอุปกรณ์ เช่น หม้อต้มน้ำเต้าหู้ เป็นต้น</p><p>จุดยิ่งใหญ่ของการทำน้ำเต้าหู้อยู่ที่กระบวนการทำต้องหมั่นคนไม่อย่างนั้นจะมีกลิ่นไหม้<br
/> น้ำนมถั่วเหลืองบริสุทธิ์ที่ไม่ได้เจือปนสิ่งอี่นใดลงไปเพื่อเพิ่มปริมาตรหรือทำให้แลดูข้น<br
/> จะเอร็ดอร่อยและเก็บได้นานกว่า…</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>แรงบันดาลใจ จาก ผู้พันแซนเดอร์ส แห่ง เคนตั๊กกี้ ฟราย ชิคเกน</title><link>http://www.keajon.com/inspiration-from-kfc/</link> <comments>http://www.keajon.com/inspiration-from-kfc/#comments</comments> <pubDate>Fri, 20 Jan 2012 20:03:14 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ตำนานการทำกิน]]></category> <category><![CDATA[อาชีพคนดัง]]></category> <category><![CDATA[KFC]]></category> <category><![CDATA[ผู้พันแซนเดอร์]]></category> <category><![CDATA[ฟาสต์ฟู๊ด]]></category> <category><![CDATA[ไก่ทอดกรอบ]]></category> <category><![CDATA[ไก่ทอดเคเอฟซี]]></category> <category><![CDATA[ไก่ย่าง]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6156</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/inspiration-from-kfc/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/sander4.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="ไก่ทอด KFC" /></a>ถ้าคุณล้มเหลวสักครั้ง..ท้อไปใย       เพราะในชีวิตของคนๆหนึ่ง จะมีกี่คนที่&#8221;ไม่เคยล้มเหลว&#8221; แต่การล้มเหลวไม่ได้หมายถึง&#8221;ความพ่ายแพ้&#8221; หากแต่หมายถึงการต้อง&#8221;เริ่มต้นใหม่&#8221;       ผมนับถือชายคนหนึ่งที่&#8221;ล้มเหลว&#8221;มาตลอดชีวิต แต่เมื่อเขาทำสำเร็จเพียงครั้งเดียว คนทั้งโลกก็รู้จักเขา       ชายคนนี้คือ&#8221;ผู้พันแซนเดอร์ส&#8221;&#8230;เจ้าของ KFC ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีขายทั่วโลก ผู้พันแซนเดอร์ส เป็นชายผู้ล้มเหลวมาตลอดชีวิต       ฮาร์แลนด์ ดี แซนเดอร์ส เกิดที่เมืองคอร์บิน มลรัฐเคนตั๊กกี้ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 1890 แต่เมื่อเขาอายุเพียง 5 ขวบ บิดาก็เสียชีวิต ทำให้ครอบครัวอยู่ในสภาพยากจน เขาจึงต้องออกจากโรงเรียนเมื่ออายุ 16 และต้องหางานทำ       ในวัย 17 ปี เขาสร้างสถิติโลกด้วยการตกงานปีเดียว 4 ครั้ง !!!       โชคดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เขาก็ได้แต่งงานในวัยเพียง 18 ซึ่งยังเด็กเกินไปที่จะมีครอบครัวและความรับผิดชอบ แถมอายุ 19 เขาก็กลายเป็นพ่อคน แต่เพียงปีเดียว เมื่อเขาอายุ 20 ภรรยาก็หอบลูกสาวหนีไปจากชีวิต เพราะทนใช้ชีวิตกับคนไม่เอาไหนแบบเขาต่อไปไม่ได้       เขาจึงตัดสินใจสมัครเป็นทหาร !!!       แต่คนจะ&#8221;ล้มเหลว&#8221;อะไรก็ช่วยไม่ได้ เพราะไม่นานเขาก็ถูกขับออกจากกองทัพ จึงตัดสินใจเข้าโรงเรียนกฎหมาย แต่ก็ตามฟอร์ม [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าคุณล้มเหลวสักครั้ง..ท้อไปใย<br
/>       เพราะในชีวิตของคนๆหนึ่ง จะมีกี่คนที่&#8221;ไม่เคยล้มเหลว&#8221; แต่การล้มเหลวไม่ได้หมายถึง&#8221;ความพ่ายแพ้&#8221; หากแต่หมายถึงการต้อง&#8221;เริ่มต้นใหม่&#8221;<br
/>       ผมนับถือชายคนหนึ่งที่&#8221;ล้มเหลว&#8221;มาตลอดชีวิต แต่เมื่อเขาทำสำเร็จเพียงครั้งเดียว คนทั้งโลกก็รู้จักเขา<br
/>       ชายคนนี้คือ&#8221;ผู้พันแซนเดอร์ส&#8221;&#8230;เจ้าของ KFC ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีขายทั่วโลก</p><p><a
href="http://www.keajon.com/inspiration-from-kfc/sander4/" rel="attachment wp-att-6157"><img
class="alignleft  wp-image-6157" title="ไก่ทอด KFC" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/sander4.jpg" alt="sander4 แรงบันดาลใจ จาก ผู้พันแซนเดอร์ส แห่ง เคนตั๊กกี้ ฟราย ชิคเกน" width="316" height="199" /></a></p><p>ผู้พันแซนเดอร์ส เป็นชายผู้ล้มเหลวมาตลอดชีวิต<br
/>       ฮาร์แลนด์ ดี แซนเดอร์ส เกิดที่เมืองคอร์บิน มลรัฐเคนตั๊กกี้ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 1890 แต่เมื่อเขาอายุเพียง 5 ขวบ บิดาก็เสียชีวิต ทำให้ครอบครัวอยู่ในสภาพยากจน เขาจึงต้องออกจากโรงเรียนเมื่ออายุ 16 และต้องหางานทำ<br
/>       ในวัย 17 ปี เขาสร้างสถิติโลกด้วยการตกงานปีเดียว 4 ครั้ง !!!<br
/>       โชคดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เขาก็ได้แต่งงานในวัยเพียง 18 ซึ่งยังเด็กเกินไปที่จะมีครอบครัวและความรับผิดชอบ แถมอายุ 19 เขาก็กลายเป็นพ่อคน แต่เพียงปีเดียว เมื่อเขาอายุ 20 ภรรยาก็หอบลูกสาวหนีไปจากชีวิต เพราะทนใช้ชีวิตกับคนไม่เอาไหนแบบเขาต่อไปไม่ได้<br
/>       เขาจึงตัดสินใจสมัครเป็นทหาร !!!<br
/>       แต่คนจะ&#8221;ล้มเหลว&#8221;อะไรก็ช่วยไม่ได้ เพราะไม่นานเขาก็ถูกขับออกจากกองทัพ จึงตัดสินใจเข้าโรงเรียนกฎหมาย แต่ก็ตามฟอร์ม เขาถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี แซนเดอร์สจึงต้องไปทำงานเป็นพนักงานขายประกัน และก็ตามคาดหมาย..เขาล้มเหลวกับงานนี้<br
/><br
/><br
/>แซนเดอร์สเชื่อมั่นว่าเขาต้องมีดีแน่ๆ&#8230;สักอย่าง<br
/>       และสิ่งที่เขาเชื่อว่าเขาทำได้(ดี)ก็คือ การทำอาหาร เพราะต้องช่วยแม่เลี้ยงน้องเมื่อพ่อเสียชีวิต เขาจึงสมัครและได้รับโอกาสให้ทำงานเป็นพ่อครัวและคนล้างจานในร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง แต่นั่นก็ไม่ใช่ชีวิตที่ทรงคุณค่าอะไรเลยในความคิดของเขา<br
/>       กระนั้นก็ตาม แม้แซนเดอร์สเห็นว่านั่นไม่ใช่ชีวิตที่ทรงคุณค่าอะไร แต่เขาทำอาหารและล้างจานที่นั่น<br
/>       แต่การ&#8221;มีงานทำ&#8221;ทำให้เขาคิดถึงการเป็น&#8221;ครอบครัว&#8221; นั่นคืออยู่พร้อมหน้า 3 คนพ่อแม่ลูก เขาจึงติดต่อภรรยาและอ้อนวอนให้เธอกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง แต่ก็ได้รับคำปฏิเสธ ทำให้เขาตัดสินใจว่าจะขอคืนเพียงลูกสาว แต่ก็ถูกปฏิเสธ เพราะสถานะของเขาไม่ดีพอที่จะเลี้ยงลูกสาว<br
/>       แซนเดอร์สวางแผนลักพาตัวลูกกลับมาอยู่ในอ้อมอก<br
/>       ในร้านกาแฟ เขาวางแผนในการลักพาตัวลูกสาวกลับคืนมาสู่อ้อมอกของตนทุกขั้นตอนละเอียดยิบ คำนวณทุกฝีก้าว และเมื่อถึงเวลา เขาก็ไปซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้นอกบ้านหลังเล็กๆของภรรยาพร้อมจับจ้องเวลาที่ลูกสาวจะออกมาวิ่งเล่นหน้าบ้านเพื่อลักพาตัว<br
/>       แต่..อนิจจา วันนั้น ลูกสาวของเขากลับไม่ออกมาเล่นหน้าบ้าน แซนเดอร์สล้มเหลวแม้กระทั่งจะก่ออาชญากรรม แต่โชคดีที่สุดท้าย เขาสามารถโน้มน้าวภรรยาให้กลับมาอยู่ด้วยกันได้ครับพ่อแม่ลูก <br
/><br
/><a
href="http://www.keajon.com/inspiration-from-kfc/kfc-colonel-sanders-xl/" rel="attachment wp-att-6158"><img
class="alignleft  wp-image-6158" title="kfc-colonel-sanders" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/kfc-colonel-sanders-xl.jpg" alt="kfc colonel sanders xl แรงบันดาลใจ จาก ผู้พันแซนเดอร์ส แห่ง เคนตั๊กกี้ ฟราย ชิคเกน" width="331" height="331" /></a><br
/><br
/>  การอยู่พร้อมหน้าทั้งครอบครัว ทำให้เขามีกำลังใจและทำงานจนเกษียณตอนอายุ 65<br
/>       สิ่งที่เขาได้รับในวันแรกหลังเกษียณไม่มีงานทำ คือเช็คเงินประกันสังคมฉบับแรกในชีวิตของเขาเป็นเงิน 105 ดอลลาร์ ซึ่งแปลว่า เขามีเงินเหลือจากการทำงานเพียง 105 ดอลลาร์ และจากนี้ไป เขาจะมีชีวิตจากเงินสวัสดิการของรัฐบาล<br
/>       แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาล้มเหลว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่แซนเดอร์สหมดกำลังใจและท้อแท้ เขาจึงคิดว่า เมื่อไม่สามารถดูแลตัวเอง ต้องมีชีวิตอยู่โดยให้รัฐบาลดูแล เขาก็ไม่ควรจะมีชีวิตอีกต่อไป<br
/>       แซนเดอร์สจึงตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือฆ่าตัวตาย !!!<br
/>       เมื่อตัดสินใจเด็ดขาด เขาจึงหยิบกระดาษขึ้นมาพร้อมกับดินสอ แล้วนั่งลงใต้ต้นไม้ในสวนหลังบ้านเพื่อเขียนคำสั่งเสียและพินัยกรรม แต่ในขณะนั้น เขากลับเขียนสิ่งที่เขาควรจะเป็น และสิ่งที่เขาควรจะมีในชีวิต รวมไปถึงสิ่งที่เขาปรารถนาก่อนตาย และเขาก็พบความจริงที่น่าเศร้าว่าเขาไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันกับ เขาเลย<br
/>       แต่แซนเดอร์ก็&#8221;ยกย่องตัวเอง&#8221;ว่าเขาทำได้ในสิ่งที่หลายคนแพ้เขาแน่นอน นั่นคือเขารู้วิธีปรุงอาหาร<br
/><br
/><a
href="http://www.keajon.com/inspiration-from-kfc/sander3/" rel="attachment wp-att-6159"><img
class="alignleft  wp-image-6159" title="sander3" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/sander3.jpg" alt="sander3 แรงบันดาลใจ จาก ผู้พันแซนเดอร์ส แห่ง เคนตั๊กกี้ ฟราย ชิคเกน" width="334" height="250" /></a>ชีวิตแซนเดอร์สเปลี่ยนไปทันทีที่เขาเขียนกระดาษแผ่นนั้นจบ<br
/>       เขาคิดว่าขอเลือกที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อทำอะไรสักอย่างในชีวิตให้ประสบความสำเร็จ ถ้าจะตายก็ขอตายโดยได้พยายามทำบางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่าด้วยชีวิต เขาจึงลุกขึ้นจากสนามหญ้ามุ่งหน้าไปยังธนาคารเพื่อขอยืมเงิน 87 ดอลลาร์จากเช็คประกันสังคมฉบับต่อไป พร้อมซื้อกล่องเปล่าและไก่จำนวนหนึ่ง <br
/>       เมื่อกลับถึงบ้าน เขาลงมือทอดไก่ที่ซื้อมาด้วยสูตรพิเศษที่เขาได้คิดค้นขึ้นเองในช่วงหลายปีที่ทำงานที่ร้านกาแฟ<br
/>       จะมีกี่คนที่รู้ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของ&#8221;ไก่ทอดเคเอฟซี&#8221; จากสูตรของแซนเดอร์ส ที่เริ่มในวัย 65 แล้วนำไก่ที่ทดออกขายตามบ้านต่างๆในเมืองคอร์บิน รัฐเคนตั๊กกี้<br
/>       คนที่ล้มเหลวมาตลอดชีวิต และประสบความสำเร็จในวัย 65 คนนี้ น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนที่เคยท้อแท้ ลองคิดใหม่ว่าตัวเองก็น่าจะมีดีอะไรสักอย่าง&#8230;เหมือนแซนเดอร์ส ชายแก่ผู้สร้างชื่อให้รัฐเคนตั๊กกี้ จนผู้ว่าการรัฐจึงแต่งตั้งให้เขาเป็น&#8221;ผู้พันแซนเดอร์ส&#8221; เพื่อเป็นเกียรติประวัติ<br
/>       และวันนี้ KFC ทั่งโลกกว่า 3 หมื่นร้านใน 100 ประเทศย่อมบอกชัดเจนว่า แม้จะล้มเหลวมาตลอดชีวิต แต่หากสามารถประสบความสำเร็จเพียงครั้งเดียว..ก็คุ้มค่า</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/inspiration-from-kfc/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>เงินทองเป็นของคุณก็จริง แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติของสังคมส่วนรวม!!</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments> <pubDate>Thu, 19 Jan 2012 18:21:15 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[จุดประกายอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[การประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ขาดแคลน]]></category> <category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category> <category><![CDATA[ทรัพยากร]]></category> <category><![CDATA[อดอยาก]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เยอรมันนี]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6104</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/german.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="german" /></a>มีเรื่องเล่า จากเพื่อนฝูง ที่บินไปทำธุรกิจที่เยอรมันเห็นว่า น่าจะช่วยค่านิยมเรื่องการรู้จักกินใช้อย่างประหยัด ให้คนไทยได้ เอามาฝากกันครับเยอรมันเป็นประเทศซึ่งพัฒนาอุตสาหกรรมไปไกลแล้ว ประเทศนี้ เป็นผู้ผลิตสินค้าชั้นนำอย่างเช่น เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีเมนส์ เป็นต้น ปั๊มพ์ที่ใช้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ผลิตขึ้นในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งของประเทศนี้  ในประเทศซึ่งมีการพัฒนาไปไกลเช่นนี้ คนส่วนใหญ่คงคิดว่า ประชาชนชาวเยอรมันจะใช้ชีวิตที่หรูหรา อย่างน้อย นั่นเป็นความรู้สึกของผมก่อนเดินทางไปศึกษาดูงานที่นั่นเมื่อผมเดินทางถึงแฮมเบิร์ก เพื่อนร่วมชาติซึ่งทำงานอยู่ที่นั่นจัดให้มีการเลี้ยงต้อนรับผมที่ภัตตาคาร ขณะที่เราเดินเข้าไปในภัตตาคาร เราพบว่าโต๊ะจำนวนมากว่างอยู่ มีโต๊ะหนึ่งมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังนั่งกินอาหารกันอยู่ บนโต๊ะของทั้งคู่ มีอาหารอยู่เพียงสองจาน และเบียร์อีกสองกระป๋อง ผมคิดสงสัยอยู่ในใจ ว่าอาหารมื้อง่ายๆอย่างนี้ จะทำให้เกิดบรรยากาศโรแมนติคขึ้นได้อย่างไร และสาวน้อยคนนี้ คงจะเลิกคบกับไอ้หนุ่มขี้เหนียวคนนั้นหรือไม่ ? มีหญิงสาวสูงอายุอีกสองสามคนนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง เมื่อคนเสิร์ฟนำอาหารมาบริการ เขาจะทำการแบ่งอาหารให้กับหญิงสาวเหล่านั้น และ ทุกคนจะกินอาหารจนหมดสิ้น ไม่มีเศษเหลืออยู่บนจานให้เห็นพวกเราไม่ได้ให้ความสนใจกับหญิงสาวเหล่านั้นมากนัก เพราะเรากำลังนั่งรออาหารซึ่งได้สั่งไปแล้ว เพื่อนคนนั้น สั่งอาหารไว้หลายจาน เพราะเราต่างกำลังหิว อาหารเสิร์ฟออกมาได้เร็ว คงเป็นเพราะภัตตาคารมีแขกน้อย เราใช้เวลาในการกินอาหารเย็นมื้อนั้นไม่นาน ทั้งนี้เพราะเรายังมีกิจกรรมอื่นรออยู่ ขณะที่เราลุกออกจากโต๊ะ ยังมีอาหารซึ่งกินไม่หมดเหลืออยู่อีกราวหนึ่งในสามส่วนขณะที่พวกเรากำลังเดินออกจากภัตาคาร เราได้ยินเสียงใครเรียกพวกเราอยู่ เราสังเกตุเห็นว่า หญิงสาวสูงอายุกำลังพูดกับเจ้าของภัตาคารเกี่ยวกับพวกเรา เมื่อพวกเขาเริ่มพูดกับเราเป็นภาษาอังกฤษ เราจึงเข้าใจว่า พวกเขาต่างไม่พอใจที่พวกเราทิ้งอาหารไว้มากเช่นนั้น เรารู้สึกในทันทีว่า พวกเขา เข้ามายุ่มย่ามเกินกว่าเหตุ “ พวกเราจ่ายค่าอาหารแล้ว [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>มีเรื่องเล่า จากเพื่อนฝูง ที่บินไปทำธุรกิจที่เยอรมัน<br
/>เห็นว่า น่าจะช่วยค่านิยมเรื่องการรู้จักกินใช้อย่างประหยัด ให้คนไทยได้ เอามาฝากกันครับ<br
/><a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/german/" rel="attachment wp-att-6107"><img
class="alignleft  wp-image-6107" title="german" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/german.jpg" alt="german เงินทองเป็นของคุณก็จริง แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติของสังคมส่วนรวม!!" width="357" height="268" /></a><br
/>เยอรมันเป็นประเทศซึ่งพัฒนาอุตสาหกรรมไปไกลแล้ว ประเทศนี้ เป็นผู้ผลิตสินค้าชั้นนำอย่างเช่น เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีเมนส์ เป็นต้น ปั๊มพ์ที่ใช้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ผลิตขึ้นในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งของประเทศนี้  ในประเทศซึ่งมีการพัฒนาไปไกลเช่นนี้ คนส่วนใหญ่คงคิดว่า ประชาชนชาวเยอรมันจะใช้ชีวิตที่หรูหรา อย่างน้อย นั่นเป็นความรู้สึกของผมก่อนเดินทางไปศึกษาดูงานที่นั่น<br
/><br
/>เมื่อผมเดินทางถึงแฮมเบิร์ก เพื่อนร่วมชาติซึ่งทำงานอยู่ที่นั่นจัดให้มีการเลี้ยงต้อนรับผมที่ภัตตาคาร ขณะที่เราเดินเข้าไปในภัตตาคาร เราพบว่าโต๊ะจำนวนมากว่างอยู่ มีโต๊ะหนึ่งมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังนั่งกินอาหารกันอยู่ บนโต๊ะของทั้งคู่ มีอาหารอยู่เพียงสองจาน และเบียร์อีกสองกระป๋อง ผมคิดสงสัยอยู่ในใจ ว่าอาหารมื้อง่ายๆอย่างนี้ จะทำให้เกิดบรรยากาศโรแมนติคขึ้นได้อย่างไร และสาวน้อยคนนี้ คงจะเลิกคบกับไอ้หนุ่มขี้เหนียวคนนั้นหรือไม่ ?<br
/><br
/> มีหญิงสาวสูงอายุอีกสองสามคนนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง เมื่อคนเสิร์ฟนำอาหารมาบริการ เขาจะทำการแบ่งอาหารให้กับหญิงสาวเหล่านั้น และ ทุกคนจะกินอาหารจนหมดสิ้น ไม่มีเศษเหลืออยู่บนจานให้เห็น<br
/><br
/>พวกเราไม่ได้ให้ความสนใจกับหญิงสาวเหล่านั้นมากนัก เพราะเรากำลังนั่งรออาหารซึ่งได้สั่งไปแล้ว เพื่อนคนนั้น สั่งอาหารไว้หลายจาน เพราะเราต่างกำลังหิว<br
/> <br
/>อาหารเสิร์ฟออกมาได้เร็ว คงเป็นเพราะภัตตาคารมีแขกน้อย เราใช้เวลาในการกินอาหารเย็นมื้อนั้นไม่นาน ทั้งนี้เพราะเรายังมีกิจกรรมอื่นรออยู่ ขณะที่เราลุกออกจากโต๊ะ ยังมีอาหารซึ่งกินไม่หมดเหลืออยู่อีกราวหนึ่งในสามส่วน<br
/><br
/>ขณะที่พวกเรากำลังเดินออกจากภัตาคาร เราได้ยินเสียงใครเรียกพวกเราอยู่ เราสังเกตุเห็นว่า หญิงสาวสูงอายุกำลังพูดกับเจ้าของภัตาคารเกี่ยวกับพวกเรา เมื่อพวกเขาเริ่มพูดกับเราเป็นภาษาอังกฤษ เราจึงเข้าใจว่า พวกเขาต่างไม่พอใจที่พวกเราทิ้งอาหารไว้มากเช่นนั้น เรารู้สึกในทันทีว่า พวกเขา เข้ามายุ่มย่ามเกินกว่าเหตุ<br
/><br
/> “ พวกเราจ่ายค่าอาหารแล้ว มันไม่ใช่ธุระของพวกคุณ ว่าเรากินอาหารไม่หมดแล้วเหลืออยู่เท่าไร ” เพื่อนของเราคนหนึ่งชื่อ กุ่ย บอกกับหญิงสูงอายุเหล่านั้น<br
/><a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/german-food/" rel="attachment wp-att-6108"><img
class="alignleft size-full wp-image-6108" title="german food" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/german-food.png" alt="german food เงินทองเป็นของคุณก็จริง แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติของสังคมส่วนรวม!!" width="295" height="195" /></a><br
/>  หญิงสาวเหล่านั้นรู้สึกโกรธขึ้นมาทันที คนหนึ่งในนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วต่อสายเพื่อพูดกับใครบางคน ไม่นานหลังจากนั้น ชายในชุดยูนิฟอร์มก็มาถึง โดยแสดงตัวว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่จากองค์การสวัสดิการสังคม ( Social Security organization) ภายหลังจากฟังความจนเข้าใจว่า มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เขาก็สั่งปรับพวกเราเป็นเงิน 50 มาร์ค พวกเราทุกคนต่างเงียบกริบ เพื่อนซึ่งอยู่ในเมืองนี้หยิบเงิน 50 มาร์คส่งให้ไป พร้อมกับกล่าวขอโทษขอโพยต่อเจ้าหน้าที่หลายครั้ง.<br
/><br
/>  เจ้าหน้าที่ผู้นั้นกล่าวกับเรา ด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดว่า <span
style="color: #0000ff;"><strong>“ สั่งอาหารเท่าที่พวกคุณจะสามารถกินได้หมด เงินทองอาจจะเป็นของคุณ แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติส่วนรวมมีคนอีกจำนวนมากในโลกนี้ ที่ยังขาดแคลนทรัพยากร พวกคุณไม่มีเหตุผล ที่จะใช้ทรัพยากรอย่างทิ้งๆขว้างๆ ”</strong></span><br
/><br
/>สีหน้าพวกเราเปลี่ยนเป็นสีแดง พวกเราเห็นด้วยกับคำพูดของเขาหมดทั้งหัวใจ ทัศนคติของผู้คนในประเทศร่ำรวยแห่งนี้ทำให้พวกเรารู้สึกละอาย เราต้องทบทวนพิจารณาตัวเองกันจริงๆในประเด็นนี้ พวกเรามาจากประเทศซึ่งมีทรัพยากรไม่อุดมสมบูรณ์นัก  เพื่อรักษาหน้าตาตัวเอง เราจึงสั่งอาหารมามากๆ และพวกเรามักสั่งกันจนเหลือในยามที่เลี้ยงผู้อื่น บทเรียนนี้ สอนเราให้คิดอย่างจริงจังเพื่อที่จะปรับเปลี่ยนนิสัยไม่ดีเหล่านี้เสีย<br
/><br
/>เพื่อนของผมถ่ายสำเนาใบเสร็จค่าปรับนั้น และมอบให้กับพวกเราแต่ละคน ทุกคน พวกเราทุกคนรับเก็บไว้ และแปะไว้ข้างฝา เพื่อเตือนใจเราว่า เราจะต้องไม่ทำตัวเป็นคนสิ้นเปลืองอีกอย่างเด็ดขาด<br
/><br
/>ถ้าสังเกต จะพบว่าชาติที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เช่น ญี่ปุ่น เยอรมัน ผู้คนของเขาจะมีวัฒนธรรมในเรื่องการไม่ปล่อยให้เกิดของเหลือทิ้ง นั่นเป็นเหตุให้ชาติบ้านเมืองของเขาเจริญรุดหน้า<br
/>สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดี อย่างเช่นรถยนต์ อย่างเช่น เทคโนโลยีอันก้าวล้ำชนิดต่างๆ <br
/>เราลองปรับเอามาใช้ และสั่งสอนลูกหลานของพวกเราให้รู้จัก วัฒนธรรมการไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติกันดูบ้างนะครับ<br
/><br
/>เพราะ ความจริงแล้ว เงินทอง นั้นก็แปลงมาจากทรัพยากรทุกสิ่งอย่างของเรานั่นเองครับ<br
/><br
/><a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81/" rel="attachment wp-att-6109"><img
class="alignleft  wp-image-6109" title="อดอยาก" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/อดอยาก.jpg" alt="อดอยาก เงินทองเป็นของคุณก็จริง แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติของสังคมส่วนรวม!!" width="299" height="197" /></a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>&#8220;มะพร้าวกะทิชุมพร 84—2&#8243;ผลผลิตดีเนื้ออร่อย</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3-84-2%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3-84-2%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5/#comments</comments> <pubDate>Thu, 12 Jan 2012 17:02:52 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[การปลูกมะพร้าว]]></category> <category><![CDATA[มะพร้าวกะทิ]]></category> <category><![CDATA[มะพร้าวห้าว]]></category> <category><![CDATA[มะพร้าวอ่อน]]></category> <category><![CDATA[วุ้นมะพร้าว]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6097</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3-84-2%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/630-300x180.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ปลูกมะพร้าว" title="มะพร้าวกะทิ" /></a>โดย ธรรมชาติของมะพร้าวกะทิทั่วไปในหนึ่งทะลายจะมีผลที่เป็นมะพร้าวกะทิประมาณ 1-3 ผล จะไม่เป็นมะพร้าวกะทิทั้งทะลาย จึงทำให้มะพร้าวกะทิมีราคาแพง เพราะตลาดผู้บริโภคมีความต้องการสูง และทำให้เกษตรกรหันไปปลูกมะพร้าวกะทิเพื่อเก็บผลขายกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันซึ่ง “มะพร้าวกะทิชุมพร 84—2” เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาพันธุ์ขึ้นมาจนสามารถให้ผลผลิตดี และมีผลที่เป็นมะพร้าวกะทิได้สม่ำเสมอ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์คือ 3 ผลต่อหนึ่งทะลายอย่างแน่นอน แตกต่างจากมะพร้าวกะทิสายพันธุ์อื่นที่ผลผลิตไม่คงที่ บางทะลายไม่มีผลที่เป็นมะพร้าวกะทิเลยที่สำคัญ “มะพร้าวกะทิชุมพร 84—2” จะมีเนื้อในฟูเกือบเต็มกะลา สีขาวสวย น้ำและเนื้อนุ่ม มีรสหวานหอมรับประทานอร่อยมาก จึงทำให้ “มะพร้าวกะทิชุมพร 84-2” ได้รับความนิยมจากผู้รับประทานและเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวกะทิเพื่อเก็บผลขายอยู่ในเวลานี้มะพร้าวกะทิชุมพร 84—2 เป็นไม้ยืนต้น สูง 3-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง ไม่แตกกิ่งก้าน มีรอยแผลตามลำต้นเมื่อก้านใบหลุดออกไป ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับหนาแน่น บริเวณปลายต้นยาว 4-6 เมตร ใบย่อยรูปพัดจีบ กว้าง 1.5-5 ซม. ยาว 50-100 ซม. สีเขียวสดดอก ออกเป็นช่อระหว่างก้านใบ แต่ละช่อมีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกเป็นแบบแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวผู้เป็นสีเหลืองหม่น ดอกตัวเมียสีเขียวหรือเขียวแกมเหลือง ใบประดับยาว [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/630.jpg"><img
class="alignleft  wp-image-6098" title="มะพร้าวกะทิ" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/630-300x180.jpg" alt="630 300x180 มะพร้าวกะทิชุมพร 84—2ผลผลิตดีเนื้ออร่อย" width="378" height="227" /></a><br
/>โดย ธรรมชาติของมะพร้าวกะทิทั่วไปในหนึ่งทะลายจะมีผลที่เป็นมะพร้าวกะทิประมาณ 1-3 ผล จะไม่เป็นมะพร้าวกะทิทั้งทะลาย จึงทำให้มะพร้าวกะทิมีราคาแพง เพราะตลาดผู้บริโภคมีความต้องการสูง และทำให้เกษตรกรหันไปปลูกมะพร้าวกะทิเพื่อเก็บผลขายกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันซึ่ง “มะพร้าวกะทิชุมพร 84—2” เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาพันธุ์ขึ้นมาจนสามารถให้ผลผลิตดี และมีผลที่เป็นมะพร้าวกะทิได้สม่ำเสมอ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์คือ 3 ผลต่อหนึ่งทะลายอย่างแน่นอน แตกต่างจากมะพร้าวกะทิสายพันธุ์อื่นที่ผลผลิตไม่คงที่ บางทะลายไม่มีผลที่เป็นมะพร้าวกะทิเลยที่สำคัญ “มะพร้าวกะทิชุมพร 84—2” จะมีเนื้อในฟูเกือบเต็มกะลา สีขาวสวย น้ำและเนื้อนุ่ม มีรสหวานหอมรับประทานอร่อยมาก จึงทำให้ “มะพร้าวกะทิชุมพร 84-2” ได้รับความนิยมจากผู้รับประทานและเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวกะทิเพื่อเก็บผลขายอยู่ในเวลานี้มะพร้าวกะทิชุมพร 84—2 เป็นไม้ยืนต้น สูง 3-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง ไม่แตกกิ่งก้าน มีรอยแผลตามลำต้นเมื่อก้านใบหลุดออกไป ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับหนาแน่น บริเวณปลายต้นยาว 4-6 เมตร ใบย่อยรูปพัดจีบ กว้าง 1.5-5 ซม. ยาว 50-100 ซม. สีเขียวสดดอก ออกเป็นช่อระหว่างก้านใบ แต่ละช่อมีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกเป็นแบบแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวผู้เป็นสีเหลืองหม่น ดอกตัวเมียสีเขียวหรือเขียวแกมเหลือง ใบประดับยาว 60-90 ซม. “ผล” รูปไข่แกมทรงกลม สีเขียว หรือเขียวแกมเหลือง หนึ่งทะลายจะมีผลเป็นมะพร้าวกะทิไม่ต่ำกว่า 3 ผล ขยายพันธุ์ด้วยผลแก่วิธีพิสูจน์ว่าผลไหนเป็นมะพร้าวกะทิคือ นำผลมะพร้าวจากทะลายมาเขย่าฟังเสียงน้ำในผล หากมีเสียงกระฉอกแรงแสดงว่าไม่ใช่มะพร้าวกะทิ แต่ถ้าไม่ได้ยินเสียงน้ำกระฉอก หรือมีเสียงกระฉอกน้อยมาก แสดงว่ามะพร้าวลูกนั้นเป็นมะพร้าวกะทิอย่างแน่นอนส่วน ใครต้องการ “มะพร้าวกะทิชุมพร 84—2” ไปปลูก ติดต่อ “ดาบสมพร” ที่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 13 ต.ตะลุง ถ.ลพบุรี—บางปะหัน อ.เมือง จ.ลพบุรี โทร.08—6605—4945 หรือไปดูต้นและผลจริงที่ งานกาชาดเจ้าพ่อพญาแล จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-20 ม.ค. บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ บูธ หน้า รพ.ชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ ราคาสอบถามกันเองครับ<br
/><br
/>สนับสนุนเนื้อหา ข่าวอาชีพดีดีโดย<br
/><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2010/01/logo.jpg"><img
class="alignleft  wp-image-3217" title="ไทยรัฐออนไลน์" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2010/01/logo.jpg" alt="logo มะพร้าวกะทิชุมพร 84—2ผลผลิตดีเนื้ออร่อย" width="122" height="44" /></a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3-84-2%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-8-%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-8-%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments> <pubDate>Mon, 09 Jan 2012 10:54:01 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[การผลิตอาหาร]]></category> <category><![CDATA[ขาดแคลนอาหาร]]></category> <category><![CDATA[วิกฤตอาหาร]]></category> <category><![CDATA[สภาวะโลกร้อน]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจตกต่ำ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6092</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-8-%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.greenworld.or.th/sites/default/files/bread.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ใครคิดว่าสภาพอากาศของโลกเราเปลี่ยนไปแล้วบ้าง? หากใครต้องการข้อพิสูจน์ “อาหารและเครื่องดื่ม” จานโปรดของใครหลายคนอาจเป็นหลักฐานได้อย่างดี เพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ฝนที่ตกแบบไม่มีฤดูกาล และภาวะแห้งแล้งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กำลังส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำผึ้ง กาแฟ ช็อกโกแลต และเบอร์เบิ้น ฯลฯ &#8230; แค่นี้ก็อาจทำให้หลายคนเริ่มตระหนักถึงปัญหาสภาพดินฟ้าอากาศกันแล้วก็เป็น ได้ ใครคิดว่าสภาพอากาศของโลกเราเปลี่ยนไปแล้วบ้าง? หากใครต้องการข้อพิสูจน์ “อาหารและเครื่องดื่ม” จานโปรดของใครหลายคนอาจเป็นหลักฐานได้อย่างดี เพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ฝนที่ตกแบบไม่มีฤดูกาล และภาวะแห้งแล้งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กำลังส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำผึ้ง กาแฟ ช็อกโกแลต และเบอร์เบิ้น ฯลฯ &#8230; แค่นี้ก็อาจทำให้หลายคนเริ่มตระหนักถึงปัญหาสภาพดินฟ้าอากาศกันแล้วก็เป็น ได้ ขนมปัง ภาวะขาดแคลนขนมปังเริ่มกลายเป็นความจริงที่น่าตกใจ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ราคาของธัญพืชทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว เนื่องจากความร้อน ความแห้งแล้ง และไฟป่าในรัสเซีย รวมทั้งอุทกภัยที่ออสเตรเลียด้วย ผลผลิตข้าวสาลีที่เสียหายเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นปัจจัยสำคัญของการปฏิวัติ “อาหรับสปริง” (ประชาชนประท้วงรัฐบาลที่ปล่อยให้ข้าวยากหมากแพง และขนมปังก็เป็นอาหารหลักของชาวอาหรับ) ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ผลกระทบของสภาวะอากาศต่อผลผลิตทั่วโลกถือว่าเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น อีก 20 ปีข้างหน้า ราคาขนมปังจะเพิ่มขึ้นถึง 90% และเพื่อเตรียมการต่อภาวะข้าวสาลีขาดตลาด บริษัทใหญ่อย่าง Glencore และ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>ใครคิดว่าสภาพอากาศของโลกเราเปลี่ยนไปแล้วบ้าง?</p><p>หากใครต้องการข้อพิสูจน์ “อาหารและเครื่องดื่ม” จานโปรดของใครหลายคนอาจเป็นหลักฐานได้อย่างดี เพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ฝนที่ตกแบบไม่มีฤดูกาล และภาวะแห้งแล้งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กำลังส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำผึ้ง กาแฟ ช็อกโกแลต และเบอร์เบิ้น ฯลฯ &#8230; แค่นี้ก็อาจทำให้หลายคนเริ่มตระหนักถึงปัญหาสภาพดินฟ้าอากาศกันแล้วก็เป็น ได้<br
/><br
/></p><p>ใครคิดว่าสภาพอากาศของโลกเราเปลี่ยนไปแล้วบ้าง?</p><p>หากใครต้องการข้อพิสูจน์ “อาหารและเครื่องดื่ม” จานโปรดของใครหลายคนอาจเป็นหลักฐานได้อย่างดี เพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ฝนที่ตกแบบไม่มีฤดูกาล และภาวะแห้งแล้งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กำลังส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำผึ้ง กาแฟ ช็อกโกแลต และเบอร์เบิ้น ฯลฯ &#8230; แค่นี้ก็อาจทำให้หลายคนเริ่มตระหนักถึงปัญหาสภาพดินฟ้าอากาศกันแล้วก็เป็น ได้</p><p><strong><img
src="http://www.greenworld.or.th/sites/default/files/bread.jpg" alt="bread อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป"  title="อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป" />ขนมปัง</strong><br
/> ภาวะขาดแคลนขนมปังเริ่มกลายเป็นความจริงที่น่าตกใจ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ราคาของธัญพืชทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว เนื่องจากความร้อน ความแห้งแล้ง และไฟป่าในรัสเซีย รวมทั้งอุทกภัยที่ออสเตรเลียด้วย ผลผลิตข้าวสาลีที่เสียหายเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นปัจจัยสำคัญของการปฏิวัติ “อาหรับสปริง” (ประชาชนประท้วงรัฐบาลที่ปล่อยให้ข้าวยากหมากแพง และขนมปังก็เป็นอาหารหลักของชาวอาหรับ) ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ผลกระทบของสภาวะอากาศต่อผลผลิตทั่วโลกถือว่าเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น อีก 20 ปีข้างหน้า ราคาขนมปังจะเพิ่มขึ้นถึง 90% และเพื่อเตรียมการต่อภาวะข้าวสาลีขาดตลาด บริษัทใหญ่อย่าง Glencore และ Cargrill จึงได้ตั้งเป้าผูกขาดตลาด เพื่อทำกำไรสูงสุดหากปริมาณข้าวสาลีทั่วโลกยังลดลงต่อเนื่อง</p><p><strong><img
src="http://www.greenworld.or.th/sites/default/files/chocolate_0.jpg" alt="chocolate 0 อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป"  title="อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป" />ช็อกโกแลต</strong><br
/> สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่เพียงแต่ทำให้น้ำแข็งเท่านั้นที่ละลาย ช็อกโกแลตที่รักของหลายๆ คนก็เช่นกัน อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 3 องศาก็ส่งผลให้เมล็ดโกโก้ในกานาและไอเวอรี่โคสต์ลดลงอย่างฮวบฮาบ ปรากฏการณ์นี้ส่งผลอย่างมากต่อประเทศแถบแอฟริกาซึ่งทำรายได้จากการขายโกโก้ (ขายดีขนาดเปรียบเปรยกันว่า ชาวบ้านสามารถเก็บเมล็ดโกโก้จากต้นแล้วไปแลกเป็นเงินสดได้ทันที) แต่โชคยังดีที่แม้วัตถุดิบช็อกโกแลตจะลดลง แต่มันก็ยังไม่หายไปเสียทีเดียว กลุ่มประเทศที่ปลูกต้นโกโก้อาจต้องย้ายพื้นที่เพาะปลูกไปยังที่เหมาะสมกว่า สภาพอากาศเย็นกว่า ประมาณ 200 ไมล์จากชายฝั่ง และหากมองในแง่ดี ผลผลิตโกโก้ที่ลดลงอาจทำให้คุณภาพช็อกโกแลตดีขึ้นก็ได้</p><p><strong><img
src="http://www.greenworld.or.th/sites/default/files/coffee_1.jpg" alt="coffee 1 อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป"  title="อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป" /><br
/> กาแฟ</strong><br
/> ถือเป็นอาหารที่หายากไปเรียบร้อยแล้วสำหรับกาแฟ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศ วงจรฝนที่เปลี่ยนไป ส่งผลกระทบกับทุกภูมิภาคที่ปลูกกาแฟ เช่น บราซิล เวียดนาม แอฟริกา สิ่งยืนยันว่าผลผลิตกาแฟลดลงเห็นได้จากราคากาแฟที่สูงขึ้นอย่างมาก ระหว่างปี 2010 ถึง 2011 ผู้ผลิตกาแฟในสหรัฐอเมริกาอย่าง Maxwell House และ Folgers ขึ้นราคากาแฟถึง 25%</p><p><strong><img
src="http://www.greenworld.or.th/sites/default/files/bourbon.jpg" alt="bourbon อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป"  title="อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป" />เบอร์เบิ้น</strong><br
/> การผลิตเบอร์เบิ้นในมลรัฐเคนตักกี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศตามฤดูกาล สภาพอากาศและอุณหภูมิของโลกเปลี่ยนไป ส่งผลต่อรสชาติและสีสันของเบอร์เบิ้น เป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์ได้จากรูปแบบฤดูกาล และตามที่คาดการณ์ไว้ว่าใน 100 ปีข้างหน้า อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มขึ้น 3 องศา ก็อาจทำให้มลรัฐเคนตักกี้ไม่สามารถผลิตเบอร์เบิ้นได้อีกเลย</p><p><strong><img
src="http://www.greenworld.or.th/sites/default/files/honey.jpg" alt="honey อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป"  title="อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป" />น้ำผึ้ง</strong><br
/> หนึ่งในตัวบ่งชี้ผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศก็คือการตายของ ผึ้งเป็นจำนวนมาก และแน่นอนจำนวนผึ้งที่ลดลงย่อมทำให้สิ่งที่ผึ้งเท่านั้นผลิตได้อย่าง “น้ำผึ้ง” ลดลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม ของหวานชนิดนี้ไม่ได้หายไปเสียทีเดียว เพราะผึ้งถือเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ที่ปรับตัวกับโรคภัยไข้เจ็บได้ดี  เพราะฉะนั้น มันอาจจะปรับตัวกับอุณหภูมิโลกที่เปลี่ยนไปได้</p><p><strong><img
src="http://www.greenworld.or.th/sites/default/files/peanut.jpg" alt="peanut อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป"  title="อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป" /></strong></p><p><strong>ถั่วลิสง</strong><br
/> ดูเหมือนว่าการผลิตถั่วลิสงจะได้ประโยชน์จากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง เพราะถั่วลิสงออกผลผลิตดีขึ้นเมื่อมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น แต่ทว่าในฤดูร้อนที่แห้งแล้งก็ทำให้ผลผลิตถั่วลดลงไปมาก การขาดแคลนถั่วลิสงยังหมายถึงเนยถั่วที่ลดลงด้วย ราคาเนยถั่วได้พุ่งสูงขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว แต่อย่างที่บอกว่าถั่วลิสงออกผลผลิตได้ดีในที่มีคาร์บอนไดออกไซด์สูง จึงคาดการณ์กันว่าจะกลับมาเพาะปลูกได้อีกในปีหน้าที่อากาศเริ่มเย็นลง</p><p><strong><img
src="http://www.greenworld.or.th/sites/default/files/agave.jpg" alt="agave อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป"  title="อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป" />อากาเว่</strong><br
/> อากาเว่เป็นอาหารให้คาร์โบไฮเดรตตัวหลักของชาวเม็กซิกัน และเป็นวัตถุดิบผลิตเตกีล่าด้วย แต่ด้วยความแห้งแล้งในภาคเหนือของเม็กซิโกทำให้การทำเกษตรทุกประเภทได้รับผล กระทบ และรัฐบาลก็ถูกกดดันจากอเมริกาและยุโรปให้ปลูกข้าวโพดเพื่อผลิตเอทานอลแทน นั่นอาจหมายถึงเราจะมีเอทานอลเพิ่มขึ้นขณะที่เตกีล่าน้อยลง</p><p><strong><img
src="http://www.greenworld.or.th/sites/default/files/wine_1.jpg" alt="wine 1 อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป"  title="อาหาร 8 ชนิดที่เราอาจไม่ได้กินอีกต่อไป" />ไวน์</strong><br
/> อากาศที่ร้อนขึ้นในพื้นที่ปลูกองุ่นของแคลิฟอร์เนียอาจทำให้ปริมาณองุ่นลดลง ถึง 50% จากที่เคยผลิตได้ในปี 2004 และพื้นที่อื่นๆ ของประเทศก็กำลังพบเจอกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นเช่นกัน การผลิตไวน์อาจจะต้องย้ายที่ เมืองฟิงเกอร์เลคที่ชานเมืองนิวยอร์กและพูเก็ตซาวนด์ในรัฐวอชิงตันอาจจะกลาย เป็นพื้นที่เพาะปลูกไวน์แห่งใหม่ก็เป็นได้</p><p><em><strong>เรียบเรียงจาก : มูลนิธิโลกสีเขียว<br
/></strong></em></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-8-%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>เน้นความเป็นพื้นบ้าน สบู่กลีเซอรีนสมุนไพรลภัสรดา</title><link>http://www.keajon.com/lasphasada-glycerin-soap/</link> <comments>http://www.keajon.com/lasphasada-glycerin-soap/#comments</comments> <pubDate>Thu, 22 Dec 2011 14:18:39 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์สินค้า]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[ลภัสรดา]]></category> <category><![CDATA[สบู่กลีเซอรีน.สบู่สมุนไพร]]></category> <category><![CDATA[สบู่แฮนด์เมด]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6079</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/lasphasada-glycerin-soap/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/090211213012-300x225.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="สบู่สมุนไพร" title="สบู่กลีเซอรีน" /></a>สบู่กลีเซอรีนสมุนไพรลภัสรดา ก้อนทำความสะอาดผิวที่มีส่วนผสมของกลีเซอรีน และ มีคุณสมบัติ คือ กลีเซอรีนจะช่วยดูดความชื้นในอากาศ เมื่อเราใช้สบู่ชนิดนี้ จะรู้สึกว่าผิวมีความชุ่มชื้นขึ้น อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน เนื่องจากสบู่ชนิดนี้มีส่วนผสมของกลีเซอรีนทั้งก้อนโดยไม่ผสมไขมันพืชหรือสัตว์เลย จึงมีความนิ่มกว่าสบู่ในท้องตลาดทั่วไป ราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าเปรียบเทียบคุณสมบัติกับสบู่ทั่วไปก็นับว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เพราะสบู่ทั่วไปได้จากการทำปฏิกริยากันระหว่างไขมัน กับโซดาไฟ ซึ่งโซดาไฟเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน (หลายที่ใช้ล้างคราบสกปรกในห้องน้ำ) เมื่อเราใช้สบู่ชนิดนี้ไปนานๆจะสังเกตได้ว่าพื้นห้องน้ำมีคราบไคล และหินปูนเกาะหนาและล้างออกอยาก และคราบเหล่านี้ก็จะติดผิวเรา เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานๆหลายคนจะเห็นว่าผิวเป็นกระดำกระด่าง&#8230;ตกกระง่ายขึ้น&#8230;ผิวเหี่ยวย่นเร็วกว่าวัยซึ่งถ้าร้ายแรงกว่านั้นอาจเป็นมะเร็งที่ผิวหนังเลยก็ได้ หรือบางคนร่างกายพยายามกำจัดผิดออกมาโดยการเป็นผดผื่นคัน&#8230;..ก็มีสาเหตุจากการสะสมของสารเคมีอีกอย่างหนึ่ง                 ดังนั้นเราจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในข้อนี้ จึงได้ผลิตสบู่ที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย มาจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเพื่อให้ชาวบ้าน ประชาชนทั่วไปที่มีค่าครองชีพสูงอยู่แล้วได้ใช้ของดีและมีคุณภาพ                 สบู่ของร้านเราเน้นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อผิวแตกต่างกันไป อาทิ เช่น  มะขาม  น้ำผึ้ง  มะนาว    น้ำนมข้าว  น้ำนม  ส้ม  เปลือกมังคุด  ทับทิม  ตะไคร้หอม ฯลฯ เพื่อให้เกิดความหลากหลายให้ลูกค้ามีโอกาสในการเลือกสินค้าได้มากขึ้น  พร้อมทั้งผสมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่างๆมากมาย เพื่อผ่อนคลายอารมณ์เครียดจากการทำงานหนักทั้งวัน                 สบู่ของเรามีฟองครีมนุ่ม ฟองพอดีไม่มากนัก จับแล้วลื่นมือ ผลิตโดยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้เครื่องจักร ทุกขั้นตอนทำด้วยมือนี้ ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม เริ่มจากการคัดกลีเซอรีนคุณภาพสูง สมุนไพรไทยนานาชนิด [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p
style="text-align: left;" align="center"><strong>สบู่กลีเซอรีนสมุนไพรลภัสรดา</strong><strong></strong></p><p><strong><span
style="text-decoration: underline;"><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/090211213012.jpg"><img
class="alignleft size-medium wp-image-6080" title="สบู่กลีเซอรีน" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/090211213012-300x225.jpg" alt="090211213012 300x225 เน้นความเป็นพื้นบ้าน สบู่กลีเซอรีนสมุนไพรลภัสรดา" width="300" height="225" /></a></span></strong><strong></strong></p><p>ก้อนทำความสะอาดผิวที่มีส่วนผสมของกลีเซอรีน และ มีคุณสมบัติ คือ กลีเซอรีนจะช่วยดูดความชื้นในอากาศ เมื่อเราใช้สบู่ชนิดนี้ จะรู้สึกว่าผิวมีความชุ่มชื้นขึ้น อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน เนื่องจากสบู่ชนิดนี้มีส่วนผสมของกลีเซอรีนทั้งก้อนโดยไม่ผสมไขมันพืชหรือสัตว์เลย จึงมีความนิ่มกว่าสบู่ในท้องตลาดทั่วไป ราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าเปรียบเทียบคุณสมบัติกับสบู่ทั่วไปก็นับว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เพราะสบู่ทั่วไปได้จากการทำปฏิกริยากันระหว่างไขมัน กับโซดาไฟ ซึ่งโซดาไฟเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน (หลายที่ใช้ล้างคราบสกปรกในห้องน้ำ) เมื่อเราใช้สบู่ชนิดนี้ไปนานๆจะสังเกตได้ว่าพื้นห้องน้ำมีคราบไคล และหินปูนเกาะหนาและล้างออกอยาก และคราบเหล่านี้ก็จะติดผิวเรา เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานๆหลายคนจะเห็นว่าผิวเป็นกระดำกระด่าง&#8230;ตกกระง่ายขึ้น&#8230;ผิวเหี่ยวย่นเร็วกว่าวัยซึ่งถ้าร้ายแรงกว่านั้นอาจเป็นมะเร็งที่ผิวหนังเลยก็ได้ หรือบางคนร่างกายพยายามกำจัดผิดออกมาโดยการเป็นผดผื่นคัน&#8230;..ก็มีสาเหตุจากการสะสมของสารเคมีอีกอย่างหนึ่ง</p><p>                ดังนั้นเราจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในข้อนี้ จึงได้ผลิตสบู่ที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย มาจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเพื่อให้ชาวบ้าน ประชาชนทั่วไปที่มีค่าครองชีพสูงอยู่แล้วได้ใช้ของดีและมีคุณภาพ</p><p>                สบู่ของร้านเราเน้นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อผิวแตกต่างกันไป อาทิ เช่น  มะขาม  น้ำผึ้ง  มะนาว    น้ำนมข้าว  น้ำนม  ส้ม  เปลือกมังคุด  ทับทิม  ตะไคร้หอม ฯลฯ เพื่อให้เกิดความหลากหลายให้ลูกค้ามีโอกาสในการเลือกสินค้าได้มากขึ้น  พร้อมทั้งผสมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่างๆมากมาย เพื่อผ่อนคลายอารมณ์เครียดจากการทำงานหนักทั้งวัน</p><p>                สบู่ของเรามีฟองครีมนุ่ม ฟองพอดีไม่มากนัก จับแล้วลื่นมือ ผลิตโดยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้เครื่องจักร ทุกขั้นตอนทำด้วยมือนี้ ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม เริ่มจากการคัดกลีเซอรีนคุณภาพสูง สมุนไพรไทยนานาชนิด กวนส่วนผสมเข้าด้วยกันภายใต้อุณหภูมิห้องและผสมน้ำมันหอมระเหยคุณภาพดี และนำสบู่เทลงไปในพิมพ์ที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้สบู่เซ็ทตัว และแกะสบู่ออกจากพิมพ์ จะได้สบู่ธรรมชาติที่ทำด้วยมือ ที่อุดมไปด้วยกลีเซอรีนธรรมชาติ มีคุณสมบัติ ปรับสมดุลย์ความชุ่มชื่นผิว พร้อมคุณค่าสมุนไพรไทย บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส นุ่มนวล น่าสัมผัส</p><p><strong> รายการสบู่ที่ร้านเราจำหน่าย</strong></p><p>๑.สบู่น้ำนมข้าว  ลดฝ้าหน้าเด้ง</p><p>๒. สบู่น้ำนม  ผิวขาว ใส เนียนนุ่ม</p><p>๓.สบู่มะขาม  ผิวขาวกระจ่างใส</p><p>๔. สบู่ ขมิ้น ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่นแบบหญิงไทย</p><p>๕. สบู่น้ำผึ้ง ผิวขาว เนียนนุ่ม</p><p>๖. สบู่ส้ม ผลัดเซลล์ผิว  ผิวขาวใส</p><p>๗. สบู่มะละกอ ผลัดเซลล์ผิวลดจุดด่างดำ</p><p>๘. สบู่คาร์บอน ดีท๊อกผิวหนัง กำจัดสารพิษ</p><p>๙. สบู่อโวคาโด เหมาะกับคนที่ผิวแห้งแตกลอกเป็นขุย</p><p>๑๐. มะเขือเทศ ผลัดเซลล์ผิว ผิวขาว</p><p>๑๑. สบู่แตงกวา  ลดการอักเสบของสิว รักษารอยแผลเป็น</p><p>๑๒. สบู่รังไหม อุดมไปด้วยโปรตีนสกัดจากธรรมชาติ อันทรงคุณค่า ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของสิวและลดการอักเสบละคายเคือง กรดผลไม้วิตามินซี ช่วยลดความหมองคล้ำของผิวหน้า ใยไหมประกอบด้วยกรมอะมิโน 18 ชนิด ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ต้านรอยย่น ชลอความแก่ของผิว ทองคำช่วยปรับสมดุล สมานผิวให้ความยืดหยุ่นชุ่มชื่นแก่ผิว สิง ฟ้า จุดด่างดำดูจางลง ใบหน้าดูขาวเนียนเป็นธรรมชาติ</p><p
style="text-align: left;" align="center">!!!    ทุกสูตรเพิ่มใยบวบได้..      แต่ต้องสั่งก่อน คิดเพิ่มก้อนละ ๕ บาท!!!!</p><p
style="text-align: left;" align="center"><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/121511192723.jpg"><img
class="alignleft size-medium wp-image-6081" title="สบู่ใยบวบ" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/121511192723-300x225.jpg" alt="121511192723 300x225 เน้นความเป็นพื้นบ้าน สบู่กลีเซอรีนสมุนไพรลภัสรดา" width="300" height="225" /></a></p><p
style="text-align: left;" align="center">ทุกอย่างราคาขายปลีกเพียงก้อนละ ๓๕ บาท</p><p
style="text-align: left;" align="center">๑๐ ก้อน ขึ้นไป ก้อนละ ๓๐ บาท</p><p
style="text-align: left;" align="center">๒๕  ก้อนขึ้นไปก้อนละ ๒๕ บาท</p><p><strong><span
style="text-decoration: underline;">สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายติดต่อ </span></strong><strong>082-4852013<span
style="text-decoration: underline;"> , </span>087-5472864 คุณลภัสรดา<br
/>http://nook1985.myreadyweb.com/<br
/></strong></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/lasphasada-glycerin-soap/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>กทม.ร่วมสคบ.ขอความร่วมมือจำหน่ายกระเช้าของขวัญปีใหม่ตามหลักเกณฑ์</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d/#comments</comments> <pubDate>Sun, 18 Dec 2011 18:40:12 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ข่าวการค้า-พาณิชย์]]></category> <category><![CDATA[กระเช้าของขวัญ]]></category> <category><![CDATA[การจัดกระเช้า]]></category> <category><![CDATA[ของขวัญปีใหม่]]></category> <category><![CDATA[ขายของตามเทศกาล]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6062</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/600/12600/images/0/000/2658.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="กระเช้าของขวัญตามหลักเกณฑ์" /></a>(15 ธ.ค.54) ณ ห้องประชุม 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง : พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวการจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555 โดยกล่าวว่า กรุงเทพมหานครเริ่มดำเนินการในการควบคุมดูแลการจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546 เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหาร เพื่อให้ได้รับความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยกำหนดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญปีใหม่ของกรุงเทพมหานคร ที่ยังคงให้ยึดหลักเกณฑ์การจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญหลักเกณฑ์เดิมในปี 54 เป็นแนวทางปฏิบัติ และมีการปรับเปลี่ยนในบางส่วนเพื่อให้สอดรับกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ออกประกาศในการควบคุมการแสดงฉลากของอาหารจัดรวมในภาชนะ และยังมีนโยบายจะขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ตลาด ร้านค้า มินิมาร์ท ฯลฯ ให้สามารถเข้าถึงหลักเกณฑ์และปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง              จึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรุงเทพมหานคร เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยกรุงเทพมหานครจะสุ่มตรวจการจัดจำหน่ายกระเช้าของขวัญโดยชุดเฉพาะกิจ พร้อมให้คำแนะนำให้ผู้ประกอบการดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในช่วงเดือน ธ.ค.54 &#8211; ก.พ.55 โอกาสเดียวกันนี้กรุงเทพมหานครได้มอบโล่ให้แก่ผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือในการจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญตามหลักเกณฑ์เป็นอย่างดีมาโดยตลอด จำนวน 20 รายด้วย              สำหรับหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญปีใหม่ 2555 มีดังนี้ กระเช้าของขวัญประเภทอาหารบรรจุภัณฑ์ ต้องคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพดี มีฉลากอาหารถูกต้องและมี อย.รับรองสินค้าที่จะนำมาบรรจุลงกระเช้า โดยต้องระบุวันหมดอายุของสินค้าทุกชิ้นอย่างน้อย 6 เดือน [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
class="alignleft" title="กระเช้าของขวัญตามหลักเกณฑ์" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/600/12600/images/0/000/2658.jpg" alt="2658 กทม.ร่วมสคบ.ขอความร่วมมือจำหน่ายกระเช้าของขวัญปีใหม่ตามหลักเกณฑ์" width="296" height="216" />(15 ธ.ค.54) ณ ห้องประชุม 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง : พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวการจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555 โดยกล่าวว่า กรุงเทพมหานครเริ่มดำเนินการในการควบคุมดูแลการจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546 เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหาร เพื่อให้ได้รับความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยกำหนดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญปีใหม่ของกรุงเทพมหานคร ที่ยังคงให้ยึดหลักเกณฑ์การจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญหลักเกณฑ์เดิมในปี 54 เป็นแนวทางปฏิบัติ และมีการปรับเปลี่ยนในบางส่วนเพื่อให้สอดรับกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ออกประกาศในการควบคุมการแสดงฉลากของอาหารจัดรวมในภาชนะ และยังมีนโยบายจะขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ตลาด ร้านค้า มินิมาร์ท ฯลฯ ให้สามารถเข้าถึงหลักเกณฑ์และปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง<br
/>       <br
/>       จึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรุงเทพมหานคร เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยกรุงเทพมหานครจะสุ่มตรวจการจัดจำหน่ายกระเช้าของขวัญโดยชุดเฉพาะกิจ พร้อมให้คำแนะนำให้ผู้ประกอบการดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในช่วงเดือน ธ.ค.54 &#8211; ก.พ.55 โอกาสเดียวกันนี้กรุงเทพมหานครได้มอบโล่ให้แก่ผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือในการจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญตามหลักเกณฑ์เป็นอย่างดีมาโดยตลอด จำนวน 20 รายด้วย<br
/>       <br
/>       สำหรับหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการจัดและจำหน่ายกระเช้าของขวัญปีใหม่ 2555 มีดังนี้ กระเช้าของขวัญประเภทอาหารบรรจุภัณฑ์ ต้องคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพดี มีฉลากอาหารถูกต้องและมี อย.รับรองสินค้าที่จะนำมาบรรจุลงกระเช้า โดยต้องระบุวันหมดอายุของสินค้าทุกชิ้นอย่างน้อย 6 เดือน และต้องแสดงสัญลักษณ์ของสถานประกอบการบนกระเช้าของขวัญอย่างชัดเจน และแสดงวันที่รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้าหากผู้บริโภคไม่พึงพอใจในคุณภาพสินค้า โดยสามารถนำมาแลกเปลี่ยนหรือคืนได้ภายใน 29 ก.พ.55<br
/>       <br
/>       กระเช้าของขวัญประเภทผัก-ผลไม้ จะต้องคัดเลือกสินค้าที่ใหม่ สด มาจัดกระเช้าของขวัญ โดยแสดงวัน เดือน ปีที่บรรจุ ลงกระเช้าของขวัญ และตั้งกระเช้ารอจำหน่ายไม่เกิน 3 วัน โดยต้องแสดงสัญลักษณ์ของ สถานประกอบการบนกระเช้าของขวัญ และแสดงวัน เดือน ปี ที่ประชาชนสามารถนำมาแลกเปลี่ยนหรือคืนได้หากไม่พึงพอใจในสินค้า กระเช้าสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น ผู้ประกอบการต้องกำหนดพื้นที่หรือบริเวณตั้งวางกระเช้าของขวัญสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่นให้ ชัดเจน แยกออกจากกระเช้าประเภทอื่นๆ โดยมีข้อความว่า “ผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น” ต้องแสดงวันหมดอายุของสินค้าทุกชนิดบนกระเช้าของขวัญ และแจ้งวัน เดือน ปี หากผู้บริโภคไม่พึงพอใจในคุณภาพสินค้าให้นำมาแลกเปลี่ยนหรือคืนได้ ก่อนวันหมดอายุของสินค้าที่มีอายุสั้นที่สุดในกระเช้า สำหรับกระเช้าของขวัญที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551<br
/><br
/>ข่าวการค้าขายโดย<br
/><img
class="alignleft  wp-image-6064" title="managerlogo_t" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/managerlogo_t.gif" alt="managerlogo t กทม.ร่วมสคบ.ขอความร่วมมือจำหน่ายกระเช้าของขวัญปีใหม่ตามหลักเกณฑ์" width="138" height="44" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>อาชีพช่างแต่งหน้า เข้ากับยุคสมัยแห่งความสวยงาม</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments> <pubDate>Sun, 18 Dec 2011 17:32:31 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียอาชีพแปลก]]></category> <category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category> <category><![CDATA[ช่างทำผม]]></category> <category><![CDATA[ช่างแต่งหน้า]]></category> <category><![CDATA[เปิดร้านเสริมสวย]]></category> <category><![CDATA[เรียนแต่งหน้า]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6055</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/Make-up_artist2.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="อาชีพช่างแต่งหน้า" title="Make-up_artist2" /></a>อาชีพช่างแต่งหน้า Make-up Artistมีคนพูดเอาไว้ว่า &#8220;ไม่ร่ำไม่รวย ก็ขอให้สวยไว้ก่อน&#8221; ฟังแล้วก็ให้คิดไปถึงว่า ความสวยความงามก็มีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของเราอยู่เนืองๆ จะเห็นได้ว่า ในทุกวันนี้ผู้คนให้ความสนใจใส่ใจเรื่องของ รูปร่างหน้าตามากขึ้นทุกวัน บางคนก็สวยเฉพาะเทศกาล เรียกว่า ถูกกาลเทศะความสวย แต่งงาน งานเลี้ยง งานราตรี คนพอมีเงินก็จะต้องมีการตกแต่งรังสรรค์ เสื้อผ้า หน้า ผม ให้สวยงาม บางท่านหนักหน่อย สวยมันทุกเมื่อเชื่อวัน วันนี้ออกไปเรียน ไปชอปปิ้ง เป็นเข้าร้านเสริมสวยวันนี้ ขอมาแนะนำ อาชีพใหม่ๆ ที่กำลังเบ่งบานไปตามกระแสความงามของโลก อ มี คำๆ หนึ่ง หรืออีกสายอาชีพหนึ่ง มาเล่าสู่กันฟัง ในสังคมที่เราอาศัยอยู่ มีอยู่หลายสาขาอาชีพ ซึ่งแต่ละสาขาอาชีพ ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ แตกต่างกันไปแล้วแต่ละสายงาน ควรจะให้เกียรติ์ ซึ่งกันและกัน ซึ่งบ่อยครั้งที่ในความแตกต่างของสายงาน ต้องมาเกียวเนื่องกัน เพื่อให้หนึ่ง Project สำเร็จลุล่วง แต่ละสาขา อาชีพล้วนแล้วแต่ ต้องอาศัย ทักษะ และความชำนาญการแต่งหน้า มิใช่เพียงสักแต่การเอาสีมาป้ายๆๆ บนใบหน้าแค่นั้น หลักสูตร [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<h3>อาชีพช่างแต่งหน้า Make-up Artist<br
/><br
/><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/Make-up_artist2.jpg"><img
class="alignleft size-full wp-image-6056" title="Make-up_artist2" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/Make-up_artist2.jpg" alt="Make up artist2 อาชีพช่างแต่งหน้า เข้ากับยุคสมัยแห่งความสวยงาม" width="400" height="266" /></a>มีคนพูดเอาไว้ว่า &#8220;ไม่ร่ำไม่รวย ก็ขอให้สวยไว้ก่อน&#8221;</h3><p>ฟังแล้วก็ให้คิดไปถึงว่า ความสวยความงามก็มีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของเราอยู่เนืองๆ จะเห็นได้ว่า ในทุกวันนี้ผู้คนให้ความสนใจใส่ใจเรื่องของ รูปร่างหน้าตามากขึ้นทุกวัน บางคนก็สวยเฉพาะเทศกาล เรียกว่า ถูกกาลเทศะความสวย แต่งงาน งานเลี้ยง งานราตรี คนพอมีเงินก็จะต้องมีการตกแต่งรังสรรค์ เสื้อผ้า หน้า ผม ให้สวยงาม บางท่านหนักหน่อย สวยมันทุกเมื่อเชื่อวัน วันนี้ออกไปเรียน ไปชอปปิ้ง เป็นเข้าร้านเสริมสวย<br
/><br
/>วันนี้ ขอมาแนะนำ อาชีพใหม่ๆ ที่กำลังเบ่งบานไปตามกระแสความงามของโลก อ</p><p>มี คำๆ หนึ่ง หรืออีกสายอาชีพหนึ่ง มาเล่าสู่กันฟัง ในสังคมที่เราอาศัยอยู่ มีอยู่หลายสาขาอาชีพ ซึ่งแต่ละสาขาอาชีพ ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ แตกต่างกันไปแล้วแต่ละสายงาน ควรจะให้เกียรติ์ ซึ่งกันและกัน ซึ่งบ่อยครั้งที่ในความแตกต่างของสายงาน ต้องมาเกียวเนื่องกัน เพื่อให้หนึ่ง Project สำเร็จลุล่วง แต่ละสาขา อาชีพล้วนแล้วแต่ ต้องอาศัย ทักษะ และความชำนาญ<br
/><br
/>การแต่งหน้า มิใช่เพียงสักแต่การเอาสีมาป้ายๆๆ บนใบหน้าแค่นั้น</p><p>หลักสูตร การแต่งหน้าเบื้องต้น<br
/><br
/>สิ่งที่คนเป็นช่างแต่งหน้า ควรรู้ หรือผ่านการอบรม เป็นหลักสูตรเพื่อการเป็นช่างแต่งหน้า ซึ่งจะละเอียดกว่าการแต่งหน้าสำหรับตนเอง</p><ol><li>ทฤษฎีผิว&#8230;ปัญหาของผิวพรรณ และการดูแลรักษา</li><li>ขั้นตอนการดูแลผิว อย่างถูกวิธี</li><li>โครงสร้างและสัดส่วนของใบหน้า</li><li>ทฤษฎีรองพื้น และการใช้รองพื้นชนิดต่างๆ</li><li>การแก้ไขรูปหน้า ในขั้นตอนของการใช้ครีม แรเงา แก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้า</li><li>การแก้ใขรูปหน้า ในขั้นตอน การแต่งคิ้ว ตา แก้ม ปาก การใชสีสันบนใบหน้า ให้เข้ากับสีของเสื้อผ้า</li><li>การแต่งหน้าเจ้าสาว</li></ol><p>การทำงานของช่างแต่งหน้า ในสายงานธุรกิจบันเทิง<br
/>การ เรียน หรือ อบรม ในหลักสูตรการแต่งหน้า ธุรกิจบันเทิง ต้องผ่านหลักสูตรการแต่งหน้า ขั้นต้นมาก่อน การทำงานของช่างแต่งหน้า ในสายงานธุรกิจบันเทิง จะแตกต่างกับการแต่งหน้าโดยทั่วไป คือ การแต่งหน้าสวยงามทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้าเจ้าสาว การแต่งหน้าบัณฑิต หรือการแต่งหน้าเพื่อเข้าสังคมต่างๆ ซึ่งเป็นการทำงานระหว่างช่างแต่งหน้า กับผู้ว่าจ้างเท่านั้น<br
/><br
/>แต่ การทำงานในแวดวงธุรกิจบันเทิง จะเป็นการทำงานร่วมกันหลายฝ่าย มีข้อจำกัดและกฎเกณฑ์ต่างๆมาเกียวข้องมากกว่าปกติ ซึ่งช่างแต่งหน้าจะต้องศึกษาลักษณะงานในแต่ละประเภท เพื่อความพร้อมก่อนการปฎิบัติงาน ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยของการทำงานในสายงานธุรกิจบันเทิงทุกประเภท เช่น การแต่งหน้าเพื่อการถ่ายทำละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ ภาพยนตร์โฆษณา รายการโทรทัศน์ การถ่ายทำภาพนิ่ง แฟชั่นโชว์ ละครเวที รวมถึงนิตยสาร และสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ ซึ่งแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน<br
/><br
/><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/108102635.jpg"><img
class="alignleft  wp-image-6057" title="เครื่องสำอางค์" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/108102635.jpg" alt="108102635 อาชีพช่างแต่งหน้า เข้ากับยุคสมัยแห่งความสวยงาม" width="384" height="360" /></a><br
/><strong>หลักสูตรการแต่งหน้า สำหรับธุรกิจบันเทิง</strong></p><ol><li>การเลือกสีรองพื้นสำหรับการแต่งหน้าเข้ากล้อง</li><li>Documentary Make-up</li><li>Straight Make-up</li><li>Clean Beauty Make-up</li><li>Glamour Beauty Make-up</li><li>Stage Make-up</li><li>การแต่งหน้าสำหรับละครเวที</li><li>การแต่งหน้าอ้างอิงวัฒนธรรม</li><li>ทฤษฎีการแต่งหน้าตามยุคแฟชั่น</li></ol><p>ซึ่ง นอกจากนี้ ก็อยู่ที่ Tips และเทคนิค ของช่างแต่งหน้า แต่ละคนที่จะนำมา Apply ใช้แล้วแต่ประสบการณ์ และทักษะของช่างแต่งหน้า ซึ่งหากต้องการศึกษา ให้ลึกไปกว่านี้ จะมีหลักสูตรเฉพาะทางเพิ่มอีก นั่นคือ<br
/><br
/>การเรียนหรือ อบรม ให้ลึกไปอีก เป็นเฉพาะทาง ก็ต้องผ่าน การแต่งหน้าเบื้องต้น และหลักสูตรธุรกิจบันเทิงมาก่อน</p><p
align="left">หลักสูตรการแต่งหน้า เทคนิคพิเศษ</p><ul><li>Special effect Make-up</li><li>Body Paint Make-up</li></ul> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>มาหัดเรียนทำเค้กอร่อยๆ ไว้ฉลองปีใหม่กัน</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%81/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%81/#comments</comments> <pubDate>Wed, 14 Dec 2011 18:42:14 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[อาหารพารวย]]></category> <category><![CDATA[คัพเค้ก]]></category> <category><![CDATA[วิธีการทำเค้ก]]></category> <category><![CDATA[ส่วนผสมเค้ก]]></category> <category><![CDATA[เค้กกล้วยหอม]]></category> <category><![CDATA[เค้กวันเกิด]]></category> <category><![CDATA[เค้กแต่งงาน]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6037</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%81/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/cake.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="การทำเค้ก" title="cake" /></a>หลังจากผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมมาหมาดๆ ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลแห่งความสุข ที่หลายๆคนรอคอย ทั้งเทศกาลคริสมาสต์ และเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในเทศกาลนี้ เวลาเฉลิมฉลองจัดงานกัน ก็มักนิยมสั่งเค้กจากร้านดังๆ อย่าง ร้าน S&#38;P ร้าน gateauxhouse ที่มักจะมีเค้กรสชาตินุ่มๆ อร่อยๆ ไว้บริการ แต่ก็ราคาแพงพอสมควร วันนี้หากอยากจะลองทำเค้กเอาไว้ฉลองเทศกาลปีใหม่ นายแก้จนเอาวิธีการทำขนมเค้กแสนอร่อยมาแบ่งปันกันครับเวลาเราจะทำขนมเค้ก เราเองอาจจะมีหนังสือคู่มือ ที่ซื้อมาจากร้าน มาเปิดอ่านแล้วทำตามนะครับขั้นตอนการทำเค้ก ส่วนมากในตำรับจะบอกวิธีการทำที่เหมาะสมไว้สำหรับเค้กนั้นแล้ว เค้กแต่ละประเภทจะมีวิธีการทำหลายวิธี ดังจะกล่าวต่อไปนี้ เค้กที่มีไขมันเป็นส่วนผสมหลัก ( เค้กเนย ) เป็นวิธีผสมที่จะทำให้เกิดอากาศและเก็บไว้ในแป้งให้มากและนานสุด ซึ่งต้องทำอย่างเร็ว วิธีที่1 ตีเนยกับน้ำตาล 1. ใช้หัวตีใบไม้ ใช้ความเร็วในการตีเนยเบอร์สองเพราะถ้าตีแรงเกินจะทำให้เนยกลายเป็นของเหลว ขาดคุณสมบัติในการเก็บอากาศ แต่ถ้าตีมากเกินเนยจะเหลวเก็บอากาศไม่ได้ 2. การใช้เนยสดไม่ควรใช้เนยที่เย็นมากเพราะจะแข็งการตีจะยาก ควรตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องสัก 15-20 นาทีก่อนแต่ห้ามนำไปโดนความร้อนเพราะเนยจะเหลวไป 3.น้ำตาลที่ใช้ควรเป็น น้ำตาลบดเพราะจะช่วยในการตีเนยนั้นสามารถเก็บอากาศได้มากขึ้น แต่ถ้าใช้ไอซิ่งจะทำให้เนื้อเค้กแน่น เนื่องจากในไอซิ่งมีแป้งหนักผสม 4. การเติมน้ำตาลต้องเติมทีละน้อยประมาณครั้งละช้อนเพราะการเติมมากเกินไป การเก็บอากาศจะทำได้ไม่ดีใช้เวลาประมาณ8-15 นาที การเติมน้ำตาลทำต่อเนื่องช้อนต่อช้อนจนหมด 5.การเติมไข่ต้องเติมทีละฟอง แล้วตีให้เข้ากันดีก่อนจึงจะเติมฟองต่อไปใช้เวลาประมาณฟองละ 1/2 [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมมาหมาดๆ ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลแห่งความสุข ที่หลายๆคนรอคอย ทั้งเทศกาลคริสมาสต์ และเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่<br
/>ในเทศกาลนี้ เวลาเฉลิมฉลองจัดงานกัน ก็มักนิยมสั่งเค้กจากร้านดังๆ อย่าง ร้าน S&amp;P ร้าน<cite>gateauxhouse</cite> ที่มักจะมีเค้กรสชาตินุ่มๆ อร่อยๆ ไว้บริการ แต่ก็ราคาแพงพอสมควร วันนี้หากอยากจะลองทำเค้กเอาไว้ฉลองเทศกาลปีใหม่ นายแก้จนเอาวิธีการทำขนมเค้กแสนอร่อยมาแบ่งปันกันครับ<br
/>เวลาเราจะทำขนมเค้ก เราเองอาจจะมีหนังสือคู่มือ ที่ซื้อมาจากร้าน มาเปิดอ่านแล้วทำตามนะครับ<strong><br
/><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/cake.jpg"><img
class="alignleft size-full wp-image-6038" title="cake" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/cake.jpg" alt="cake มาหัดเรียนทำเค้กอร่อยๆ ไว้ฉลองปีใหม่กัน" width="450" height="338" /></a><br
/><br
/>ขั้นตอนการทำเค้ก</strong><br
/> ส่วนมากในตำรับจะบอกวิธีการทำที่เหมาะสมไว้สำหรับเค้กนั้นแล้ว เค้กแต่ละประเภทจะมีวิธีการทำหลายวิธี ดังจะกล่าวต่อไปนี้<br
/> <br
/><strong>เค้กที่มีไขมันเป็นส่วนผสมหลัก ( เค้กเนย )</strong><br
/> เป็นวิธีผสมที่จะทำให้เกิดอากาศและเก็บไว้ในแป้งให้มากและนานสุด ซึ่งต้องทำอย่างเร็ว<br
/> <strong><br
/>วิธีที่1 ตีเนยกับน้ำตาล</strong><br
/> 1. ใช้หัวตีใบไม้ ใช้ความเร็วในการตีเนยเบอร์สองเพราะถ้าตีแรงเกินจะทำให้เนยกลายเป็นของเหลว ขาดคุณสมบัติในการเก็บอากาศ แต่ถ้าตีมากเกินเนยจะเหลวเก็บอากาศไม่ได้<br
/> 2. การใช้เนยสดไม่ควรใช้เนยที่เย็นมากเพราะจะแข็งการตีจะยาก ควรตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องสัก 15-20 นาทีก่อนแต่ห้ามนำไปโดนความร้อนเพราะเนยจะเหลวไป<br
/> 3.น้ำตาลที่ใช้ควรเป็น น้ำตาลบดเพราะจะช่วยในการตีเนยนั้นสามารถเก็บอากาศได้มากขึ้น แต่ถ้าใช้ไอซิ่งจะทำให้เนื้อเค้กแน่น เนื่องจากในไอซิ่งมีแป้งหนักผสม<br
/> 4. การเติมน้ำตาลต้องเติมทีละน้อยประมาณครั้งละช้อนเพราะการเติมมากเกินไป การเก็บอากาศจะทำได้ไม่ดีใช้เวลาประมาณ8-15 นาที การเติมน้ำตาลทำต่อเนื่องช้อนต่อช้อนจนหมด<br
/> 5.การเติมไข่ต้องเติมทีละฟอง แล้วตีให้เข้ากันดีก่อนจึงจะเติมฟองต่อไปใช้เวลาประมาณฟองละ 1/2 นาที เพราะไข่เป็นของเหลวจะเข้ากับครีมยาก ไข่ที่ใช้ควรเป็นไข่ที่พึ่งนำออกจากตู้เย็น<br
/> 6.การผสมแป้งต้องผสมอย่างเบาและเร็วสามารถใช้เครื่องได้ โดยใช้ความเร็วเบอร์ต่ำสุด<br
/> โดย แบ่งแป้งเป็น 3 ส่วน แบ่งนมหรือน้ำเป็น 2 ส่วนสลับกันใส่โดยใส่แป้งไป 1/3 ก่อน แล้วจึงใส่นมตาม ต้องใส่แป้งสุดท้ายเพราะแป้งจะได้ดูดซับนมไว้<br
/> 7.การผสมแป้งแต่ละครั้งต้องให้เข้าเป็นเนื้อเดียวก่อนเติมนม และเมื่อเข้ากันดีไม่ควรคนต่อ<br
/> เพราะจะทำให้เนื้อขนมที่ได้แน่นเหนียว<br
/>กรณีใช้มือทำควรใช้หัวตีตะกร้อคนไปทางเดียวกันตลอดเพื่อเก็บอากาศ แต่เมื่อจะผสมแป้งและน้ำลงควรใช้พายยางตะล่อมเบาๆ แต่เร็ว เพื่อเก็บอากาศไว้ให้มากที่สุด</p><p><strong>วิธีที่ 2</strong> ตีเนยกับแป้ง ใช้กับเค้กที่มีปริมาณน้ำตาลหรือน้ำในส่วนผสมมาก เค้กที่ได้จะมีปริมาณต่ำแต่มีความชุ่มนุ่ม รูละเอียด เนื้อสัมผัสและคุณภาพในการเก็บดี<br
/> 1. ร่อนแป้งกับของแห้งเช่น ผงฟู เกลือ โกโก้เป็นต้น แล้วใส่อ่างผสมไว้<br
/> 2. เติมเนยที่มีอุณหภูมิห้อง ( ลักษณะคล้ายดินน้ำมัน ) พอแป้งเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเม็ดทราย ใช้หัวตีตะกร้อความเร็วต่ำ (เบอร์ 1)<br
/> 3. เติมของเหลวประมาณ 1/2 ส่วนของของเหลวทั้งหมด ผสมพอเข้ากันจึงเติมของเหลวที่เหลือทั้งหมด ใช้ความเร็วปานกลาง ( เบอร์ 2 )<br
/> 4. พอส่วนผสมเข้ากันจนเนียนแล้วเทใส่พิมพ์ที่ทาไขมันบางๆ นำเข้าอบ<br
/> <strong><br
/>วิธี ที่3</strong> ผสมน้ำกับน้ำตาล วิธีนี้จะทำให้ขนมขึ้นฟูดี เพราะฉะนั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องปาดอ่างผสมระหว่างทำ การใช้ผงฟูสำหรับวิธีนี้ให้ลดลงประมาณ 10 % ของปริมาณปกติที่จะต้องใช้<br
/> 1. ผสมน้ำตาลที่มีในตำรับทั้งหมดในอ่างผสมใส่น้ำ ( ซึ่งมีปริมาณน้ำหนักครึ่งหนึ่งของน้ำหนักน้ำตาล ) ลงไปคนให้น้ำตาลละลาย<br
/> 2. นำของแห้งที่ร่อนรวมกันไว้แล้วเทลง ตีด้วยความเร็วปานกลาง ( เบอร์ 2 ) จนกระทั้งขึ้นฟู<br
/> 3. เติมไข่ไก่ลงไปทีละฟองตีจนกระทั่งเรียบเนียน ผสมกับเนยละลาย เทลงพิมพ์<br
/> <br
/><strong>วิธี ที่4</strong> ผสมแบบขั้นตอนเดียว ส่วนมากเหมาะกับเค้กสำเร็จรูป วิธีนี้จะต้องใช้สารอิมัลซิไฟล์เออร์จึงจะได้ผลดี ต้องใช้เครื่องผสมจะดีกว่า ( อิมัลซิไฟเออร์ได้แก่ เอสพี , โอวาเล็ต )<br
/> 1. นำส่วนผสมที่เป็นของเหลวเทลงอ่างผสม แล้วเทส่วนของแห้งตาม<br
/> 2. ใช้หัวตีตะกร้อตีด้วยความเร็วต่ำ (เบอร์1 ) พอเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ( ประมาณ? นาที )<br
/> 3. ปาดอ่างผสมก่อนแล้วใช้ความเร็วสูงสุดตีต่ออีก 6 นาที แล้วลดความเร็วเป็นต่ำสุดตีอีก 1-1/5 นาที<br
/> 4. นำส่วนผสมเทลงพิมพ์ที่ทาไขมันบางๆ</p><p><strong>วิธีที่5</strong> ผสมแยกไข่ขาวไข่แดง ต้องแยกไข่ขาวออกจากไข่แดงก่อน และทิ้งให้ไข่มีอุณหภูมิปกติก่อนจะทำให้ไข่ขาวขึ้นฟูมาก<br
/> วิธีนี้จะได้เค้กที่ขึ้นฟูและมีปริมาณมากสุด แต่เสียเวลาในการทำ<br
/> 1. ร่อนแป้ง ผงฟู ของแห้งรวมกันพักไว้<br
/> 2. ตีเนยพอขึ้นเติมน้ำตาลทีละช้อนจนหมดใช้หัวตีใบพัดและใช้ความเร็วปานกลาง (เบอร์2) ใช้เวลาประมาณ 10 นาที แล้วแต่ปริมาณน้ำตาล<br
/> 3. เติมไข่แดงลงในข้อ 2 ทีละฟอง ต้องตีให้เข้ากันดีก่อนที่จะเติมฟองต่อไป<br
/> 4. นำของแห้งที่ร่อนเตรียมไว้ลงสลับกับของเหลวที่เหลือ ต้องใช้ความเร็วต่ำ (เบอร์1)<br
/> 5. ตีไข่ขาวที่แยกไว้กับครีมออฟทาร์ทาร์ (หรือจะใช้น้ำมะนาวแทนได้) ด้วยความเร็วสูงสุดของเครื่อง จนกระทั่งตั้งยอดอ่อนเติมน้ำตาลที่แบ่งไว้ทีละน้อยจนหมด ตีต่อจนตั้งยอดแข็ง เนียนขึ้นเงามัน ( ประมาณ 15-20 นาที)<br
/> 6. นำส่วนผสมไข่แดงเทลงเบาๆ ในส่วนไข่ขาวแล้วตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากันควรผสมด้วยมือ<br
/> ตะล่อมโดยกลับล่างขึ้นบนสลับกันต้องทำเร็วแต่เบาๆ เพื่อรักษาฟองอากาศไว้ให้มากที่สุด<br
/> 1. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีอย่าคนต่อขนมจะยุบตัวต้องรีบใส่พิมพ์และนำเข้าอบทันที</p><p><strong>วิธีที่6.</strong> ผสมทุกอย่างยกเว้นไขมัน วิธีนี้ต้องใช้สารอิมัลซิไฟล์เออร์ ช่วย และต้องใช้ไขมันละลาย ต้องใช้เครื่องผสมเท่านั้น<br
/> 1. ถ้าใช้เนยต้องนำไปละลายและทิ้งไว้ให้เย็นก่อนที่จะมาผสม<br
/> 2. นำของเหลวเทลงอ่างผสม แล้วเททุกอย่างยกเว้นไขมันละลาย ตีด้วยความเร็วต่ำประมาณ 1/5 นาที<br
/> 3. เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีเปลี่ยนเป็นความเร็วสูงสุดตีต่ออีก 10 นาที แล้วเปลี่ยนความเร็วต่ำ 1/2 นาที<br
/> 4. นำไขมันละลายที่เตรียมมาเคล้าเบาๆ แต่เร็วๆ ให้เข้ากัน ต้องผสมด้วยมือแล้วเทลงพิมพ์ที่ทาไขมันบาง ๆ</p><p><strong><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/cake2.jpg"><img
class="alignleft size-full wp-image-6040" title="cake2" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/cake2.jpg" alt="cake2 มาหัดเรียนทำเค้กอร่อยๆ ไว้ฉลองปีใหม่กัน" width="225" height="225" /></a><br
/>เค้กที่มีไข่เป็นส่วนผสมหลัก</strong><br
/> เค้ก ชนิดนี้จะใช้วิธีตีให้โปรตีนในไข่แข็งตัว ชามที่ใช้ตีไข่จะต้องสะอาดและไม่ควรใช้ชามพลาสติกเนื่องจากไข่จะลื่น การขึ้นฟูของไข่จะไม่ดีเท่าที่ควร<br
/> ไข่ที่จะตีจะต้องไม่เย็น และภาชนะที่ใช้จะต้องไม่เย็นด้วยมิฉะนั้นไข่จะไม่ค่อยขึ้นฟู พิมพ์ที่ใช้อบไม่ต้องทาไขมัน แต่นำไปลวกน้ำร้อนแทน หรือทาไขมันแล้วฝดรยแป้งบางๆ<br
/> <strong>1. แองเจิลเค้ก ใช้แต่ไข่ขาวมีวิธีการทำดังนี้</strong><br
/> &#8211; ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์ให้ตั้งยอดอ่อน<br
/> &#8211; เติมน้ำตาลทีละน้อยจนหมดตีต่อจนตั้งยอดแข็ง สังเกตุจะมีความเงามันเนียน<br
/> &#8211; ต้องตีให้ขึ้นเงาจึงจะใช้ได้ แต่ถ้าตีน้อยหรือมากเกินไปขนมจะด้านและเนื้อหยาบ<br
/> &#8211; นำของแห้งที่ร่อนรวมกันลงผสมตะล่อมเบาๆ แต่เร็ว<br
/> &#8211; นำใส่พิมพ์ที่ลวกน้ำร้อน ใช้พิมพ์ที่มีปล่องกลางจะเนื้อเค้กที่ดีกว่าดี<br
/> &#8211; เค้กที่อบเสร็จแล้วนำมาคว่ำหน้าบนตะแกรงให้เย็นแล้วเค้กจะหดตัวหลุดจากพิมพ์เอง<br
/> <strong>2. สปองจ์เค้ก ใช้ไข่ทั้งฟองหรือเฉพาะไข่แดง</strong><br
/> &#8211; นำไข่มาตีด้วยความเร็วสูงสุด พอเป็นฟองหมดแล้ว เติมน้ำตาลทีละน้อยตีจนเป็นครีมข้น ตั้งยอดอ่อน ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที แล้วลดความเร็วต่ำตีต่ออีก 1/2 นาที<br
/> &#8211; นำของแห้งที่ร่อนรวมไว้แล้วผสมลงทีละน้อยตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากัน<br
/> &#8211; เมื่อเข้ากันดีแล้วรีบเทลงพิมพ์ไม่ต้องทาไขมัน แตะฟองอากาศที่หน้าถ้ามี แล้วรีบนำเข้าอบ<br
/> &#8211; เมื่อสุกดีแล้วนำมาคว่ำหน้าบนตะแกรงจนเย็นเค้กจะหลุดออกมาเอง เนื่องจากเค้กจะหดตัว<br
/> • เค้กไข่จะมีความนุ่มแต่แห้งการตีไข่มีความสำคัญมากต้องดีให้ขึ้นฟูจนเป็นครีมข้นตั้งยอดได้<br
/> • ถ้าตีไข่ไม่ได้ที่เค้กจะยุบง่ายเมื่อผสม แต่ถ้าตีมากเกินไปเค้กจะเนื้อหยาบและยุบง่ายด้วย<br
/> • เค้กไข่ถ้าใช้เวลาในการผสมแป้งนานเค้กจะยุบหยาบเนื่องจากเสียอากาศระหว่างคนผสม<br
/> • เมื่อผสมเสร็จต้องรีบอบทันที ถ้าทิ้งนานก่อนอบเค้กจะเสียอากาศระหว่างรอ<br
/> • ระหว่างการอบต้องให้เค้กเริ่มอยู่ตัวจึงจะเปิดดูได้ ต้องให้ใกล้เวลาที่สุด และการเปิดดูต้องทำเร็วๆ เพราะระหว่างเปิดเตา จะมีการสูญเสียความร้อนทำให้เค้กยุบได้<br
/> • การทดสอบเค้กไข่ ต้องใช้วิธีแตะหน้าเค้ก โดยกดเบาๆ ที่หน้าถ้าเป็นสปริงดีแสดงว่าใช่ได้<br
/> • การตรวจว่าไข่ตั้งยอดทำโดยใช้พายยางสะอาดๆ จุ่มแล้วยกขึ้นถ้าส่วนผสมขึ้นตามเป็นยอดแหลมแล้วยอดงอลงนิดหน่อยแสดงว่าใช้ได้<br
/> • การตีไข่กับน้ำตาลวิธีการตรวจเหมือนกันแต่ส่วนครีมที่ได้ต้องเนียนเป็นเงามันด้วย<br
/> • เมื่อตีไข่ได้ที่แล้วควรลดความเร็วต่ำสุดตีต่ออีก 1/2 นาทีเพื่อไล่ฟองอากาศที่ใหญ่ออกไป</p><p><strong><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/cake3.jpg"><img
class="alignleft size-full wp-image-6041" title="cake3" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2011/12/cake3.jpg" alt="cake3 มาหัดเรียนทำเค้กอร่อยๆ ไว้ฉลองปีใหม่กัน" width="225" height="225" /></a>เค้กที่มีการแยกไข่ขาวไข่แดง</strong><br
/> ได้แก่พวกชิฟฟ่อนเค้ก เป็นเค้กระหว่างเค้กเนยกับเค้กไข่ มีเนื้อเบา และนุ่มมากคล้ายเค้กไข่ แต่มีความชุ่มคล้ายเค้กเนย<br
/> <strong>มีการเตรียม 2 ขั้นตอน</strong><br
/> 1. ร่อนแป้ง ผงฟู หรือของแห้งอื่น (ยกเว้นครีมออฟทาร์ทาร์ที่ต้องใช้ตีกับไข่ขาว) เทลงชามผสม<br
/> 2. นำของเหลวอื่นๆผสมรวมกัน (ยกเว้นไข่ขาว) คนรวมกันและน้ำตาลส่วนหนึ่งเทลงในแป้งที่ทำเป็นบ่อไว้คนพอเข้ากัน<br
/> 3. การคนต้องคนเร็วๆ ไม่ต้องคนทางเดียวกันแป้งจะเหนียว พอแป้งเข้ากันไม่เป็นเม็ด ให้หยุด<br
/> 4. นำไข่ขาวและครีมออฟทาร์ทาร์ตีด้วยกันจนตั้งยอดอ่อน เติมน้ำตาลที่แบ่งไว้ส่วนหนึ่งตีจนตั้งยอดแข็งขึ้นเงามัน<br
/> 5. นำส่วนของไข่แดงเทลงในไข่ขาวที่ตีเสร็จแล้ว ผสมด้วยมือตะล่อมเบาๆ แต่เร็ว<br
/> 6. เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้<br
/> • การทำและการระวังคล้ายเค้กไข่<br
/> • การสังเกตุว่าไข่ตั้งยอดใช้พายตักดูถ้าตั้งยอดได้เติมน้ำตาลได้เลย<br
/> • การตีไข่เมื่อใส่น้ำตาลหมดแล้วต้องตีจนขึ้นเงามันเนื้อไข่ขาวจะเริ่มเนียนเงาและตั้งยอดได้ให้หยุดตี<br
/> • การผสมต้องเทส่วนไข่แดงลงส่วนไข่ขาวแล้วใช้วิธีตะล่อมล่างขึ้นบนทำเบาๆ แต่เร็วเพื่อรักษาฟองอากาศ<br
/> • ผสมอย่าให้มีฟองไข่ขาวที่ก้อนใหญ่เหลือเพราะถ้าอบสุกจะเห็นเป็นก้อนไข่ขาวอยู่ในเค้ก<br
/> • การผสมส่วนไข่แดงไม่ควรกวนนานจะทำให้เหนียวเพราะเกิดเส้นใยในแป้งและทำให้เข้ากับส่วนไข่ขาวยากขึ้น<br
/> • ไม่ควรทิ้งส่วนผสมไข่แดงไว้นานเพราะจะทำให้แป้งแห้งและเหนียว ส่วนไข่ขาวถ้ารอผสมนานจะยุบเพราะสูญเสียอากาศ ( ระหว่างตีไข่ขาวควรทำส่วนไข่แดง)<br
/> • การตีไข่ขาวสามารถตีแบบสั้นได้โดยการตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์และน้ำตาล พร้อมกันใช้ความเร็วสูงสุดเวลาประมาณ 5 นาทีสังเกตุจากไข่ที่ตีได้จะมีความละเอียดเนียนเงาเหมือนครีมตั้งยอดอ่อนๆ แสดงว่าไข่ที่ตีใช้ได้แล้วลดความเร็วต่ำตีต่ออีกสัก 1/5 นาทีแล้วนำส่วนไข่แดงมาผสม การตีวิธีนี้ง่ายกว่าและเร็วกว่าแต่ไข่ขาวที่ได้จะปริมาณน้อยกว่า</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> </channel> </rss>
<!-- Dynamic page generated in 2.524 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2012-02-04 03:02:32 -->

