07 Jul, 2010
“เลี้ยงปลา”ในกระชัง อาชีพเสริมรายได้คนริมน้ำน่า
Posted by: onemanf_webmaster In: เกษตรแก้จน
ดาวเรือง ศรีกระแจะ หนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการอยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 6 ต.งิ้วงาม เข้าร่วมโครงการเลี้ยงปลากับซีพีเอฟเมื่อปี 2548 โดยเริ่มจากเพียง 10 กระชัง จนปัจจุบันมีจำนวนกระชังที่ต้องดูแลทั้งสิ้น 60 กระชัง มีผลผลิตปลาทับทิมเดือนละประมาณ 7 ตัน มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะนี้มีเกษตรกรที่เลี้ยงปลาทับทิมในกลุ่มจำนวน 6 ราย มีกระชังเลี้ยงปลาทั้งหมดกว่า 180 กระชัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง
เธอเล่าว่า ครอบครัวมีอาชีพทำนาเป็นหลัก หลังเรียนจบม.6 ในปี 2543 ก็ได้ไปทำงานในโรงงานที่จ.สมุทรสาคร ได้ค่าแรงวันละ 172 บาท โดยทำอยู่ประมาณ 5 ปี จากนั้นก็ได้รับคำชักชวนจากทางบ้านว่าให้กลับมาเลี้ยงปลาที่บ้าน ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเลี้ยงปลากับซีพีเอฟในปี 2548 โดยได้กู้ยืมเงินจากธนาคารเพเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) มาลงทุนเลี้ยงปลาในกระชังก้อนแรก 4 แสนบาทจำนวน 10 กระชัง ซึ่งใช้เวลา 4 ปีก็ชำระหนี้หมด พร้อมเพิ่มจำนวนกระชังขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 60 กระชัง
“เราจะซื้อลูกปลาจากฟาร์มอนุบาลลูกปลาของบริษัท แล้วนำมาเลี้ยงต่อในกระชัง อัตราการปล่อยประมาณ 700-800 ตัวต่อกระชัง ซึ่งมีขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 3 เมตรและลึก 15 เมตร โดยใช้ระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ 4 เดือน จะได้ปลาขนาด 750-800 กรัมต่อตัว เมื่อถึงเวลาบริษัทก็จะส่งพนักงานมาจับเอง และตลอดระยะเวลาที่เราเลี้ยงทางซีพีก็จะส่งพนักงานมาช่วยดูแลตลอด จับแต่ละครั้งจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท” ดาวเรืองเผยด้วยความภูมิใจ
เช่นเดียวกับ บุญนาค เขียวขำ อยู่บ้านเลขที่ 52/2 หมู่ 3 ต.งิ้วงาม เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการอีกรายยอมรับว่าหลังเข้าร่วมโครงการเลี้ยงปลากับซีพีเอฟในปี 2548 ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเป็นอาชีพที่ได้รับผลตอบแทนที่ดี มีรายได้ที่แน่นอน โดยแต่ละเดือนจะมีรายได้จากการขายปลาไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นบาท จากจำนวนปลาที่เลี้ยงทั้งหมด 45 กระชัง
“เมื่อก่อนจะทำนา ทำสวนเป็นหลัก บางปีที่นาก็ถูกน้ำท่วม ขายข้าวก็ไม่ได้ราคา ยิ่งทำก็ยิ่งเป็นหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากได้รับการชักชวนจากเพื่อนบ้านที่เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมกับซีพีเอฟมาก่อน จึงเห็นว่ามีรายได้ค่อนข้างดีและบริษัทก็มีแนวทางและระบบที่ชัดเจน จึงตัดสินใจลองเลี้ยงดู เริ่มจาก 8 กระชังปัจจุบันมีทั้งหมด 45 กระชังและคิดว่าจะขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” บุญนาคเผย
ด้าน ปยุต ศิริวัลลภ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวถึงการส่งเสริมเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังแก่เกษตรกรที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านว่าเป็นแม่น้ำสายเดียวที่มีปริมาณน้ำมากพอสำหรับเลี้ยงปลาในกระชังได้ตลอดทั้งปี ในขณะที่ปิง วัง และยมนั้นจะแห้งขอดในช่วงหน้าแล้งไม่สามารถเลี้ยงปลาได้
“ปัญหาแม่น้ำน่าน ช่วงหน้าแล้งน้ำจะขุ่นแดง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับปลาทับทิม เพียงแต่สีจะไม่สวยแดงสด แต่จะมีสีออกขาวแทน คุณภาพเนื้อปลาก็ยังเหมือนเดิม ผู้บริโภคจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ถ้าสีไม่แดงสด โดยบริษัทจะรับซื้ออยู่ที่ราคา 60-65 บาท/กิโลกรัม เกษตรกรมีกำไรเฉลี่ยประมาณ 4-5 พันบาท/กระชัง ขณะที่ต้นทุนการผลิตต่อตัวอยู่ที่ 20 กว่าบาท” ผู้จัดการทั่วไป ซีพีเอฟกล่าวย้ำ
การเลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง นับเป็นอีกอาชีพทางเลือกของเกษตรกรริมฝั่งแม่น้ำน่านที่สร้างรายได้ไม่น้อยไปกว่าอาชีพหลักคือการทำนาที่ดำเนินการมาหลายชั่วอายุคน
ที่มา : คมชัดลึก








แบนเนอร์โฆษณา 140×140
