04 Feb, 2010
วิธีการผลิตเครื่องประดับจากเกล็ดปลา โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Posted by: Mr.Keajon In: Home|ไอเดียงานประดิษฐ์
เกล็ดปลา เป็นของที่มีในธรรมชาติ เหลือใช้จากการนำเนื้อปลา ไปประกอบอาหาร ถ้าเก็บไว้หรือทิ้งไว้ในสภาพสด ๆ จะมีกลิ่นเน่าเหม็นเป็นของสกปรก ถูกทิ้งเป็นเศษขยะ ผู้คนส่วนใหญ่จึงนึกไม่ถึงว่า เศษขยะที่เหลือทิ้งเหล่านี้ จะสามารถนำมาสร้างสรรค์ เป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องประดับตกแต่งนานาชนิด ได้อย่างสวยงามและหลากหลาย
หากจะมองในแง่ของการอนุรักษ์ธรรมชาติแล้ว การนำเอาของเสียเหลือทิ้งที่สลายตัวได้ยาก มาใช้ประโยชน์ทดแทนวัสดุที่ผลิตจากวัตถุดิบ และกระบวนการผลิตที่ทำลาย ธรรมชาติ เช่น กระดาษ พลาสติก และเส้นใยสังเคราะห์ชนิดต่าง ๆ ก็จะเห็นได้ว่าเครื่องประดับจากเกล็ดปลา เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่อนุรักษ์ธรรมชาติโดยแท้
| เครื่องประดับเกล็ดปลา = ความคิดสร้างสรรค์ + ดอกไม้ประดิษฐ์จากเกล็ดปลา |
|---|
แนวคิดในการทำเครื่องประดับเกล็ดปลา
ผลงานเครื่องประดับเกล็ดปลาที่ดีจะต้องประกอบด้วย ส่วนสำคัญ 2 ประการ คือ
1) ผู้ผลิตจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการประดิษฐ์ดอกไม้เกล็ดปลาให้สวยงาม ทั้งรูปแบบ และสีสัน2) ผู้ผลิตจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ และรู้จักเสาะหาของใช้หรือเครื่องประดับหลากหลายรูปแบบที่เหมาะสมแก่การนำ ดอกไม้เกล็ดปลา (ที่ได้จัดเตรียมไว้แล้ว) มาประดับ ตกแต่งลงบนของใช้ตามที่คิดหรือออกแบบไว้เป็นการเพิ่มคุณค่าของสิ่งเหล่านั้น ผู้ผลิตควรต้องฝึกความคิดสร้างสรรค์ และออกแบบเครื่องประดับให้ได้อย่างหลากหลาย และ สวยงามทั้งรูปแบบ ขนาด และสีสันที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามความต้องการของลูกค้าหรือผู้ใช้ รูปแบบทั่ว ๆ ไปที่นิยมกัน เช่น เครื่องประดับประเภทโบว์ติดผม เข็มกลัดติดเสื้อ ต่างหู เป็นต้น ส่วนประเภทของใช้ เช่น กรอบรูป กระจก กล่องใส่นามบัตร แจกันต่าง ๆ เป็นต้นขั้นตอนในในการทำเครื่องประดับเกล็ดปลา
1) เตรียมอุปกรณ์ ประกอบดอกไม้ประดิษฐ์จากเกล็ดปลา ดังนี้ – ปืนยิงกาวไฟฟ้า – แท่งกาว – กรรไกร/คีม สำหรับตัดและดัดเกล็ดปลา – สีย้อมเกล็ดปลา – สิ่งของเครื่องใช้ที่ต้องการทำเป็นเครื่องประดับ – เกสรดอกไม้ต่าง ๆ2) เตรียมเกล็ดปลา – จัดหาเกล็ดปลา ชนิด และขนาดต่าง ๆ – ล้างเกล็ดปลาให้สะอาด ย้อมสี และนำไปผึ่งลมให้แห้ง3) ประกอบเกล็ดปลาให้เป็นดอกไม้ชนิดและขนาดต่าง ๆ4) ประดับดอกไม้เกล็ดปลาลงบนสิ่งของเครื่องใช้ ตามที่ออกแบบไว้การเตรียมเกล็ดปลา
เกล็ดปลาเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ได้จากปลาชนิดต่าง ๆ ที่เรานำมาประกอบอาหารประจำวันหรืออาจหาได้จากร้านค้าปลาสดที่ตลาดทั่วไป เมื่อได้มาแล้วทำตามลำดับ ดังนี้1) แยกเกล็ดปลาแต่ละชนิดออกจากกัน เพราะเกล็ดปลาแต่ละชนิด จะมีขนาดและรูปทรงเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป2) นำเกล็ดปลามาล้างน้ำธรรมดาให้สิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ติดมาออก ประมาณ 2-3 ครั้ง3) ล้างด้วยเกลือเม็ด เพื่อลดกลิ่นคาว และเมือกปลา4) ล้างด้วยผงซักฟอก ประมาณ 2-3 ครั้ง ถ้าเกล็ดปลาดำมากแช่ค้างคืนไว้ 1 คืน5) ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกประมาณ 5-10 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับเกล็ดปลา ถ้ามีสิ่งสกปรกติดมามากก็ล้างหลายครั้ง แต่ถ้ามีสิ่งสกปรกติดมาไม่มาก ก็ล้างน้ำสะอาดประมาณ 4-5 ครั้ง)6) ย้อมสีด้วยสีที่ละลายน้ำได้ทุกชนิด เช่น สีย้อมผ้า, สีทำดอกไม้ หรือสีผสมอาหารก็ได้ 6.1 นำสีที่ต้องการย้อมละลายลงในน้ำสะอาด แล้วนำเกล็ดปลาที่ล้างสะอาดแล้ว ลงย้อม คนให้เข้ากันประมาณ 3-5 นาที นำขึ้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง แล้วนำไปผึ่งลมให้แห้ง (อย่าตากในที่แดดจัดเพราะเกล็ดปลาจะงอ)การใช้และเก็บรักษาเครื่องประดับเกล็ดปลา
เนื่องจากเกล็ดปลาจะโค้งงอเมื่อถูกความร้อนที่อุณหภูมิสูงเกิน กว่า 50 องศา เป็นเวลานาน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเก็บเครื่องประดับเกล็ดปลาในที่ ๆ ร้อนจัด เช่น ในรถยนต์ที่ จอดตากแดดเป็นเวลานาน เป็นต้นการทำความสะอาด ให้ใช้แปรงขนอ่อน ๆ หรือพู่กันค่อย ๆ ปัดฝุ่นละอองออก การทำความสะอาดตามปกติ ไม่ทำให้เครื่องประดับเสียหาย เพราะเกล็ดปลาค่อนข้างทนทาน หากมี ชิ้นส่วนหลุดสามารถซ่อมโดยใช้กาวติด

คุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวของดอกไม้เกล็ดปลา
- เป็นวัตถุดิบหลักที่หาได้ง่าย มาจากของที่ไร้ค่า
- มีความสวยงามแวววาวในตัวเอง
- ย้อมสีได้ง่าย และไม่ตกสี
- ดัดงอได้ตามใจชอบ
- ทนทาน ตกไม่แตก น้ำหนักเบา
- มดและแมลงต่าง ๆ ไม่รบกวน
- ตกแต่งประกอบของใช้ของที่ระลึกชนิดต่าง ๆ ได้หลากหลาย

การลงทุนและผลตอบแทน
- ลงทุนเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ประมาณ 500 บาท
- วงเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 1,000 บาท
- ผลกำไรประมาณ 70-200% ของต้นทุน ขึ้นอยู่กับชนิดคุณภาพงาน และสถานที่จำหน่าย

ตลาดเครื่องประดับจากเกล็ดปลา
ควรเริ่มต้นจากคนใกล้ชิดก่อน เช่น ญาติ พี่ น้อง หรือ เพื่อน ๆ เมื่อคุณภาพสินค้าดีขึ้น จึงค่อยขยับขยายติดต่อร้านขายยาของที่ระลึกตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือ ตัวแทนจำหน่ายส่งออก เป็นต้นเอื้อเฟื้อข้อมูลอาชีพงานประดิษฐ์โดย : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์