<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; กรรมวิธี</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 20:04:39 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>เครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ ส่งเสริมผู้ประกอบการการผลิตภาคการเกษตร</title><link>http://www.keajon.com/fertilizer-producer/</link> <comments>http://www.keajon.com/fertilizer-producer/#comments</comments> <pubDate>Wed, 25 Nov 2009 08:09:01 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[กรรมวิธี]]></category> <category><![CDATA[การปลูก]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[คนไทย]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category> <category><![CDATA[นาฬิกา]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[ลดต้นทุน]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[สระบุรี]]></category> <category><![CDATA[สุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[อัตโนมัติ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเกษตร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2949</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/fertilizer-producer/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ เครื่องแรก เครื่องเดียวในโลก ลิขสิทธ์ร่วมระหว่าง มทร.ธัญบุรีและสถานประกอบการ สมรรถนะเต็มเปี่ยม &#160; ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทยยึดอาชีพเกษตรกรรม ปุ๋ยจึงมีความจำเป็นสำหรับการปลูกพืช ปุ๋ยที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันคือ ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งสามารถผลิตใช้เอง ราคาไม่แพง อีกทั้งยังทำให้คุณสมบัติของดินดีขึ้น สามารถผลิตขึ้นโดยกรรมวิธีต่างๆ แต่จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ก็จะต้องนำเอาวัตถุดิบมาผ่านขบวนการเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ ทางชีวภาพเสียก่อน มีวัตถุหลายประเภทที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ ยกตัวอย่างการนำเศษพืชเศษปลาที่มีในท้องถิ่นไปใส่ในดินสามารถทำให้ดินร่วน ใน ปัจจุบันมีการตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ขึ้นจำนวนมาก ในโรงงานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาสิ้นเปลืองค่าแรงงานมากโดย เฉพาะในขั้นตอนการผสมปุ๋ยและขั้นตอนการกลับปุ๋ย ประกอบกับในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบที่ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายนั้น จะมีมีก๊าชแอมโมเนีย ก๊าชคาบอนไดออกไซด์ และความร้อนเกิดขึ้นขั้นตอนการกลับปุ๋ย ทำให้เป็นอันตรายกับคนงาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าแรงคนและมีความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ ผศ.ไพบูลย์ แย้มเผื่อน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ออกแบบและสร้าง ?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ? ขึ้นมา ผศ.ไพบูลย์ เล่าว่า ?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ? มีส่วนประกอบคือ 1) แท่นเครื่องขนาดกว้าง 0.5 เมตร ยาว 4 เมตร จะยึดกับล้อ 4 ล้อและเคลื่อนไปกลับบนราง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ เครื่องแรก เครื่องเดียวในโลก <br
/>ลิขสิทธ์ร่วมระหว่าง มทร.ธัญบุรีและสถานประกอบการ สมรรถนะเต็มเปี่ยม </strong></p><p>&nbsp;</p><p>ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทยยึดอาชีพเกษตรกรรม ปุ๋ยจึงมีความจำเป็นสำหรับการปลูกพืช ปุ๋ยที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันคือ ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งสามารถผลิตใช้เอง ราคาไม่แพง อีกทั้งยังทำให้คุณสมบัติของดินดีขึ้น สามารถผลิตขึ้นโดยกรรมวิธีต่างๆ แต่จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ก็จะต้องนำเอาวัตถุดิบมาผ่านขบวนการเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ ทางชีวภาพเสียก่อน มีวัตถุหลายประเภทที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ ยกตัวอย่างการนำเศษพืชเศษปลาที่มีในท้องถิ่นไปใส่ในดินสามารถทำให้ดินร่วน <br
/><br
/>ใน ปัจจุบันมีการตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ขึ้นจำนวนมาก ในโรงงานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาสิ้นเปลืองค่าแรงงานมากโดย เฉพาะในขั้นตอนการผสมปุ๋ยและขั้นตอนการกลับปุ๋ย ประกอบกับในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบที่ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายนั้น จะมีมีก๊าชแอมโมเนีย ก๊าชคาบอนไดออกไซด์ และความร้อนเกิดขึ้นขั้นตอนการกลับปุ๋ย ทำให้เป็นอันตรายกับคนงาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าแรงคนและมีความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ <br
/><br
/>ผศ.ไพบูลย์ แย้มเผื่อน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ออกแบบและสร้าง <strong><em>?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ? </em></strong>ขึ้นมา<strong> </strong><br
/><br
/>ผศ.ไพบูลย์ เล่าว่า <strong><em>?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ?</em></strong> มีส่วนประกอบคือ <br
/><strong>1)</strong> <strong>แท่น</strong>เครื่องขนาดกว้าง 0.5 เมตร ยาว 4 เมตร จะยึดกับล้อ 4 ล้อและเคลื่อนไปกลับบนราง ยาว 35 เมตร <strong><br
/>2)</strong> <strong>ใบผสม</strong>ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.90 เมตร ยาว 4 เมตร แบ่ง 6 ชุดๆละ 4 ใบ แต่ละชุดวางมุมสลับทำมุมกัน 45 องศา เพื่อลดแรง โดยมีลูกปืนรองรับเพลา 3 ช่วง<br
/>ในการหมุนของใบผสมสามารถหมุนได้ทั้งทวนเข็มและตามเข็มนาฬิกา<br
/><strong>3)</strong> <strong>ชุดส่งกำลัง</strong> ใบผสมถูกขับส่งกำลังด้วยมอเตอร์ขนาด 3 กำลังม้า ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ โดยผ่านสายพานและโซ่ มีตัวทดรอบ(เพื่อทำให้ความเร็วที่ส่งจากมอเตอร์ลดความเร็วลง) และชุดส่งกำลังขับเคลื่อนแท่นถูกขับส่งกำลังด้วยมอเตอร์ขนาด 1.5 กำลังม้า ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ โดยผ่านสายพานและโซ่ มีตัวทดรอบเช่นกัน <br
/><strong>4)</strong> <strong>ชุดส่งสายไฟ</strong> จะถูกแขวนบนลวดสริงด้วยรอกเป็นขดๆ และสามารถเคลื่อนขยายเข้าออกไปตามแท่นเครื่องที่เคลื่อนไปได้ <strong><br
/>5)</strong> <strong>ระบบฉีดน้ำ</strong> ใช้ปั้มขนาด 1.5 แรงม้า ดูดจากบ่อที่มีความกว้าง 0.40 เมตร ยาว 30 เมตร ขนานกับราง หัวฉีดมี 2 ชุด คือชุดหน้าและชุดหลังเพื่อใช้ได้ทั้งเดินไปและเดินกลับ ทำด้วยท่อ PVC ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว ตรงหัวฉีดยาว 4 เมตร จะเจาะรูเป็น 3 แถว สลับฟันปาก ทั้งชุดหน้าและชุดหลังชุดละประมาณ 34 รู ใช้ในการฉีดน้ำและน้ำจุลินทรีย์ลงไปที่กองปุ๋ย<br
/><strong>6)</strong> <strong>ชุดควบคุม</strong> ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์(PLC) สามารถควบคุมด้วยมือหรืออัตโนมัติก็ได้ แบ่งการควบคุมออกเป็น 3 ส่วน คือ ควบคุมความเร็วของใบผสม ควบคุมความเร็วการเคลื่อนที่ของเครื่องผลิตปุ๋ยที่เคลื่อนที่ไปตามรางยาว 35 เมตร และควบคุมการไหลของน้ำหรือน้ำจุลินทรีย์ <strong> </strong><br
/><br
/>สำหรับสมรรถนะของเครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ <br
/><strong>1)</strong> สามารถผลิตปุ๋ยได้ครั้งละ 20-25 ตัน หรือจำนวนตามที่ลูกค้าต้องการก็ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 3 วัน (จากเดิมที่ต้องใช้เวลาประมาณ 6-7 วัน)<br
/><strong>2) </strong>ใช้เวลาในการเดินเครื่องผสมปุ๋ยหรือกลับปุ๋ยประมาณ 20 นาทีต่อครั้ง โดยใช้คนงานคุมเพียง 1 คน (จากเดิมต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงต่อครั้ง <br
/><strong> </strong><strong> </strong>ใช้คนงานจำนวน 12 คน) สามารถประหยัดค่าแรงงานได้<br
/><strong>3)</strong> สามารถหมุนผสมและเดินไป-กลับอัตโนมัติหรือควบคุมเองได้ <strong><br
/>4)</strong> สามารถฉีดน้ำและปรับอัตราไหลได้<br
/><strong> </strong><strong>5</strong>) เกิดความปลอดภัยจากก๊าชแอมโมเนีย ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์และความร้อนที่เกิดขึ้นในระหว่างการย่อยสลาย <br
/><strong></strong><strong></strong><strong></strong>ที่สำคัญเครื่องดังกล่าวใช้ไฟบ้านทำให้เสียค่าไฟฟ้าประมาณ120 บาทต่อการผลิตปุ๋ย20-25 ตัน(จากเดิมใช้แรงงานประมาณ25,000 บาท<br
/><strong></strong><strong></strong><strong></strong>ต่อการผลิตปุ๋ย20-25 ตัน ) <br
/><br
/><strong><em>?หนุ่ย?</em></strong> นายปุณกัณฐ์ วรรณคำ พนักงานของโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม เอ็ม โอ เครื่องมือเกษตร เล่าว่า หลังจากที่ทางอาจารย์เข้ามาออกแบบเครื่องผลิตปุ๋ยต้นแบบดังกล่าว ลดต้นทุนในการจ้างแรงงาน จากแต่ก่อนที่โรงงานจะต้องมีคนงานประมาณ 12 คน ตอนนี้ก็ลดแรงงานลง ไม่ต้องเสี่ยงกับก๊าชแอมโมเนีย และความร้อน 50-60 องศาเซลเซียสที่เกิดระหว่างการกลับปุ๋ย ส่งผลต่อสุขภาพ ระหว่างที่ทำงานตนเองก็ไม่ต้องลงไปผสมและกลับปุ๋ยเอง เพียงแค่ยืนควบคุมตัวเครื่อง หรือถ้ามีงานอื่นก็สามารถไปทำงานนั่นได้ โดยตั้งระบบตั้งอัตโนมัติ เครื่องจะสามารถผสมปุ๋ยและกลับไป-กลับเองได้ <br
/><br
/>เครื่อง ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ต้นแบบที่อาจารย์ออกแบบเป็นเครื่องต้นแบบ ที่ผลิตโดยคนไทยและไม่มีที่ไหนมาก่อนทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันอาจารย์ได้จดสิทธิบัตรแล้ว ซึ่งต้นทุนในการสร้างเครื่องต้นแบบนี้ราคาประมาณ 500,000/เครื่อง ในอนาคตอาจารย์จะออกแบบปรับขนาดให้สะดวกกับการใช้งาน โดยอาจารย์ตั้งราคาการผลิตเครื่องไว้สำหรับผู้ที่สนใจเช่น ความกว้าง 1.5 เมตร ความยาวราง 10 เมตร ปรับความเร็วของการหมุนผสมไม่ได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 3 ตัน/ครั้ง ราคา 200,000 บาท/เครื่อง ถ้าปรับความเร็วการหมุนผสมได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ราคา 250,000 บาท/เครื่อง ความกว้าง 2.5 เมตร ความยาวราง 20 เมตร ปรับความเร็วในการหมุนผสมไม่ได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 10 ตัน/ครั้ง ราคา 300,000 บาท/เครื่อง ถ้าปรับความเร็วการหมุนผสมได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ราคา 350,000 บาท ความกว้าง 4 เมตร ความยาวของราง 30 เมตร ปรับความเร็วการผสมไม่ได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 20 ตัน/ครั้ง ราคา 450,000 บาท ถ้าปรับความเร็วการผสมได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 20 ตัน/ครั้ง ราคา 500,000 บาท เกษตรกรหรือว่าผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ผศ.ไพบูลย์ โทร.081-3537754 หรือ E-mail : <a
href="mailto:pailboon.y@en.rmutt.ac.th">pailboon.y@en.rmutt.ac.th</a> และสามารถดูเครื่องผลิตปุ๋ยต้นแบบได้ที่ โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม เอ็ม โอ เครื่องมือเกษตร ที่ตั้ง 5/2 ม. 5 ถ.อดิเรกสาร ต.ผึ้งรวง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 18000</p><p>&nbsp;</p><table
style="width: 24px; height: 15px;" border="0"><tbody><tr><td
width="100" valign="top"></td><td
width="500"></td></tr></tbody></table> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/fertilizer-producer/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>การทำไข่เค็มสมุนไพร ขายง่ายรายได้งาม</title><link>http://www.keajon.com/salted-egg/</link> <comments>http://www.keajon.com/salted-egg/#comments</comments> <pubDate>Wed, 07 Oct 2009 22:16:58 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[กรรมวิธี]]></category> <category><![CDATA[กระดาษสา]]></category> <category><![CDATA[การถนอมอาหาร]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[ขนม]]></category> <category><![CDATA[ขนมไหว้พระจันทร์]]></category> <category><![CDATA[ขั้นตอนการทำ]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ข้าว]]></category> <category><![CDATA[ครอบครัว]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[คุณภาพ]]></category> <category><![CDATA[งานวิจัย]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[จีน]]></category> <category><![CDATA[จุดเด่น]]></category> <category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category> <category><![CDATA[ทำอาหาร]]></category> <category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category> <category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[วิธีการทำ]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[สมุนไพร]]></category> <category><![CDATA[สุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[สูตร]]></category> <category><![CDATA[อร่อย]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกลือ]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[ไก่]]></category> <category><![CDATA[ไข่เค็ม]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไหว้พระจันทร์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2612</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/salted-egg/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0909/29/page10/n2.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="การทำไข่เค็มสมุนไพร สูตรพอกเยื่อฟางข้าว" title="" /></a>ไข่เค็มสมุนไพร พอกเยื่อฟางข้าว ขึ้นชื่อว่า ?ไข่? แล้วไม่ว่าจะเป็นไข่อะไร ก็อร่อยและได้คุณค่าอาหารไม่แตกต่างกัน แต่สำหรับยุคสมัยนี้ ไข่อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะนอกจาก ราคาถูก คุณค่าอาหารต้องทวีคูณด้วย อาจารย์สุภกาญจน์ พรหมขันธ์ จากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการผลิตอาหาร คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตสกลนคร จึงคิดค้นงานวิจัย ?ผลิตไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าว? ที่นอกจากเพิ่มคุณค่าทางอาหารสำหรับคนรักสุขภาพแล้ว ยังเป็นการช่วยเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย เพราะปัจจุบันดินจอมปลวกที่ใช้ทำไข่เค็มนั้นเริ่มขาดแคลน เรื่อย ๆ แล้ว อ.สุภกาญจน์ เล่าว่า ปัจจุบันดินจอมปลวกที่ใช้ทำไข่เค็มนั้นเริ่มขาดแคลนรวมถึงมีขั้นตอนการเตรียมดินที่ยุ่งยาก อีกทั้งกำไรต่ำมากเมื่อเทียบกับต้นทุนแรงงาน ดังนั้น หากสามารถนำวัสดุอื่นที่มีในท้องถิ่นและหาได้ง่ายมาพอกไข่แทนดินได้ จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ผลิตและผู้บริโภคในการนำไปบริโภคและจำหน่ายโดยไม่ต้องเสียเวลาในการทำความสะอาด ?ไข่เค็ม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการถนอมอาหารโดยใช้เกลือ เพื่อให้ไข่เก็บไว้ได้นานขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับไข่ด้วย มีทั้งไข่เป็ดเค็ม ไข่ไก่เค็ม และไข่นกกระทาเค็ม ซึ่งไข่เค็ม เป็นอาหารที่คนไทยนิยมรับประทานกันมาก เนื่องจากมีวิธีการทำง่าย สะดวกในการรับประทาน และใช้ประกอบอาหารอื่นได้มาก เช่น ทำอาหารคาว ทำไส้ขนมเปี๊ยะ ไส้ขนมไหว้พระจันทร์ ใช้ตกแต่งอาหารบางอย่าง เป็นต้น? สำหรับยุคนี้ ?ไข่เค็ม? อย่างเดียวคงไม่พอ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0909/29/page10/n2.jpg" alt="n2 การทำไข่เค็มสมุนไพร ขายง่ายรายได้งาม"  title="การทำไข่เค็มสมุนไพร ขายง่ายรายได้งาม" /><br
/> <em>ไข่เค็มสมุนไพร พอกเยื่อฟางข้าว</em></p><p>ขึ้นชื่อว่า ?ไข่? แล้วไม่ว่าจะเป็นไข่อะไร ก็อร่อยและได้คุณค่าอาหารไม่แตกต่างกัน แต่สำหรับยุคสมัยนี้ ไข่อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะนอกจาก ราคาถูก คุณค่าอาหารต้องทวีคูณด้วย</p><p>อาจารย์สุภกาญจน์ พรหมขันธ์ จากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการผลิตอาหาร คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตสกลนคร จึงคิดค้นงานวิจัย ?ผลิตไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าว? ที่นอกจากเพิ่มคุณค่าทางอาหารสำหรับคนรักสุขภาพแล้ว ยังเป็นการช่วยเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย เพราะปัจจุบันดินจอมปลวกที่ใช้ทำไข่เค็มนั้นเริ่มขาดแคลน เรื่อย ๆ แล้ว</p><p>อ.สุภกาญจน์ เล่าว่า ปัจจุบันดินจอมปลวกที่ใช้ทำไข่เค็มนั้นเริ่มขาดแคลนรวมถึงมีขั้นตอนการเตรียมดินที่ยุ่งยาก อีกทั้งกำไรต่ำมากเมื่อเทียบกับต้นทุนแรงงาน ดังนั้น หากสามารถนำวัสดุอื่นที่มีในท้องถิ่นและหาได้ง่ายมาพอกไข่แทนดินได้ จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ผลิตและผู้บริโภคในการนำไปบริโภคและจำหน่ายโดยไม่ต้องเสียเวลาในการทำความสะอาด</p><p>?ไข่เค็ม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการถนอมอาหารโดยใช้เกลือ เพื่อให้ไข่เก็บไว้ได้นานขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับไข่ด้วย มีทั้งไข่เป็ดเค็ม ไข่ไก่เค็ม และไข่นกกระทาเค็ม ซึ่งไข่เค็ม เป็นอาหารที่คนไทยนิยมรับประทานกันมาก เนื่องจากมีวิธีการทำง่าย สะดวกในการรับประทาน และใช้ประกอบอาหารอื่นได้มาก เช่น ทำอาหารคาว ทำไส้ขนมเปี๊ยะ ไส้ขนมไหว้พระจันทร์ ใช้ตกแต่งอาหารบางอย่าง เป็นต้น?</p><p>สำหรับยุคนี้ ?ไข่เค็ม? อย่างเดียวคงไม่พอ เพราะใคร ๆ ก็นิยมรักสุขภาพกันมากขึ้น อ.สุภกาญจน์ เล่าต่อถึงจุดเด่นของไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าว ว่านอกจากขั้นตอนการทำและวัสดุในการพอกสามารถหาได้ง่ายแล้วสิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างก็คือการใช้สมุนไพรอย่างตะไคร้ ใบมะกรูด และสมุนไพรอื่น ๆมาผสมกับเยื่อฟางข้าวสำหรับพอกไข่ซึ่งนอกจากจะลดความคาวของไข่แล้วยังได้กลิ่นสมุนไพรเวลารับประทานด้วย และที่สำคัญยังลดการใช้เกลือโซเดียมคลอไรด์โดยใช้เกลือโปแตสเซียมคลอไรด์แทน จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนรักสุขภาพ</p><p>การทำไข่เค็มมี 2 วิธี คือไข่เค็มที่ได้จากการนำไข่เป็ดสดมาแช่ในสารละลายเกลือ ที่มีความเข้มข้นร้อยละ 20-25 เป็นเวลานาน 15-20 วัน และไข่เค็มพอก ที่เป็นวิธีการดั้งเดิมของชาวจีน และปฏิบัติต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ โดยใช้ดินเหนียวซึ่งปัจจุบันนิยมใช้ดินจอมปลวกผสมกับเกลือเข้มข้นร้อยละ 25-30 จนดินนิ่มสามารถปั้นเป็นก้อนได้ จึงนำดินมาพอกไข่ไว้เป็นเวลานาน 10-15 วัน ไข่เค็มพอกดินที่ขึ้นชื่อในบ้านเราได้แก่ไข่เค็มไชยา ไข่เค็มปักธงชัย เป็นต้น</p><p>แต่ ?ไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าว? อ.สุภกาญจน์ บอกว่า ขั้นตอนการทำนั้นเริ่มจาก การเตรียมไข่เป็ดสดโดยนำไข่เป็ดขนาดกลางที่มีอายุการเก็บไม่เกิน 1 สัปดาห์ มาล้างทำความสะอาดและเช็ดให้แห้ง คัดไข่ที่แตกและมีรอยร้าว ออก เพื่อป้องกันไข่เน่าระหว่างการพอก จากนั้นเตรียมเยื่อฟางข้าวโดยคัดคุณภาพของฟางข้าวที่ได้จากการเก็บใหม่ ๆ ที่มีอายุการเก็บรักษาไม่เกิน 3-4 เดือน ฟางข้าวจะต้องไม่ผุ ไม่ขึ้นรา และไม่มีกลิ่นเหม็นอับ นำฟางข้าวที่คัดมาตากแดดให้แห้ง เก็บใส่ถุงพลาสติกที่ปิดสนิท</p><p>ส่วน ขั้นตอนการต้มเยื่อฟางข้าว ที่ดัดแปลงจากกรรมวิธีการผลิตกระดาษสาด้วยวิธีชาวบ้านคือ ชั่งน้ำหนักฟางข้าวแห้งเติมน้ำต่อฟางข้าวในอัตราส่วน 1 ต่อ 8 และหาวัสดุหนัก ๆ มากดทับฟางข้าว แช่ทิ้งไว้ 1 คืน นำฟางข้าวที่แช่น้ำมาต้มที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นาน 40 นาที ในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ความเข้มข้น ร้อยละ 2 จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดจนเยื่อฟางข้าวมีความเป็นกรดด่าง (pH) ประมาณ 7-7.5 จากนั้นนำเยื่อฟางข้าวที่ได้มาอบแห้งที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส นาน 6-8 ชั่วโมง หรือตากแดดนาน 1 วันก็จะได้เยื่อฟางข้าวที่พร้อมใช้งานได้ตลอด โดยสามารถเก็บในถุงพลาสติกที่ปิดสนิทเพื่อใช้ในขั้นตอนต่อไป</p><p>ต่อมา ขั้นตอนการเตรียมเกลือโซเดียมคลอไรด์เริ่มจากนำไปอบในตู้อบอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 3 ชั่วโมง จนเกลือแห้ง นำไปบดแล้วร่อนผ่านตะแกรงขนาด 1 มิลลิเมตร เก็บใส่ถุงพลาสติกที่ปิดสนิท เพียงเท่านี้ก็พร้อมสำหรับการผลิตไข่เค็มที่มีขั้นตอนคือ นำเยื่อฟางข้าวที่เตรียมไว้มาผสมกับน้ำ เกลือ และน้ำสมุนไพรตามต้องการจะได้เยื่อฟางข้าวที่เปียกหลังจากนั้นก็สามารถนำไปพอกหุ้มไข่เป็ดที่เตรียมเอาไว้ จากนั้นนำไข่ที่พอกเสร็จบรรจุใส่ถุงพลาสติกชนิดมีซิปเก็บไว้นาน 25 วัน เพียงเท่านี้ก็จะได้ไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าวสำหรับจำหน่ายและรับประทานในครอบครัว</p><p>อ.สุภกาญจน์ บอกว่า ต้นทุนในการทำไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าวนั้นอยู่ที่ฟองละประมาณ 5 บาทและสามารถขายได้ในราคาฟองละ 8 บาท ขึ้นไป</p><p>ผู้สนใจสามารถเข้าไปขอสูตรรวมถึงขอคำแนะนำในการผลิตไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าวได้ตลอดที่ อ.สุภกาญจน์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการผลิตอาหาร คณะทรัพยากรธรรมชาติ มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร โทร. 08-7806-6587, 08-7806-6587.</p><p><img
class="alignnone size-full wp-image-19" title="dailynews" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="dailynews การทำไข่เค็มสมุนไพร ขายง่ายรายได้งาม" width="162" height="52" /></p><p><span
style="font-size: xx-small;">ช่วยกันสนับสนุนสื่อที่มีคุณภาพด้วยครับ</span></p><p><img
src="http://feeds.feedburner.com/~r/kasetnews/~4/quSGZgjbxQw" alt=" การทำไข่เค็มสมุนไพร ขายง่ายรายได้งาม" width="1" height="1" title="การทำไข่เค็มสมุนไพร ขายง่ายรายได้งาม" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/salted-egg/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>เรื่องของการผลิตน้ำปลา</title><link>http://www.keajon.com/fish-sauce-production/</link> <comments>http://www.keajon.com/fish-sauce-production/#comments</comments> <pubDate>Mon, 07 Sep 2009 10:05:11 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[กรรมวิธี]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[ตราปลาหมึก]]></category> <category><![CDATA[ตราหอยนางรม]]></category> <category><![CDATA[น้ำปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลากระตัก]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกลือ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2349</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/fish-sauce-production/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ได้รับจดหมายข่าวจาก ศูนย์หนังสือ สวทช. มีหนังสือเล่มหนึ่ง เกี่ยวกับการผลิตน้ำปลา นายแก้จนเห็นว่ามีประโยชน์เลยไปค้้นคว้าความรู้เกี่ยวกับกรรมวิธีการผลิตย้ำปลาในประเทศไทย มาเสนอให้ผู้อ่านได้เรียนรู้กันครับ น้ำปลา คือ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวมีรสเค็ม ใช้ปรุงแต่งกลิ่นรสของอาหาร เป็นผลิตผลที่ ได้จากการหมักปลากับเกลือซึ่งเป็นกรรมวิธีการแปรรูป ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในเอเชีย อาคเนย์ โดย เฉพาะประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ทำน้ำปลามากที่สุดประเทศหนึ่ง นอกจากความสำคัญทางด้านอุตสาหกรรมแล้ว น้ำปลายังมีความสำคัญทางด้านโภชนาการ อีกด้วย น้ำปลาประกอบด้วยเกลือ 27-28 กรัม, สารอินทรีย์ไนโตรเจน 0.6-2 กรัม, แอมโมเนียม ไนโตรเจน 0.2-0.7กรัม ใน100 มิลลิลิตรของน้ำปลา ซึ่งจะให้ไนโตรเจน แก่ร่างกาย 7.5% จากปริมาณไนโตร เจนทั้งหมดที่ร่างกายได้รับเข้าไป 40 กรัมต่อคนต่อวัน. ได้ทีการวิจัยพบว่า น้ำปลาเป็นแหล่งใหญ่ของเกลือแร่ และกรดอะมิโน ที่จำเป็นไม่น้อยกว่า 13 ชนิด โดยเฉพาะ &#8220;ไลซีน&#8221; (LYSINE) ซึ่งมีปริมาณสูงพอที่จะทดแทน การขาดไลซีนในคนที่ รับประทานข้าวเป็นอาหารหลักได้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ น้ำปลายังมีสารอาหาร ที่สำคัญ อีกอย่างหนึ่งคือ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><span
style="color: #990000; font-size: x-small;"><strong>ได้</strong><span
style="font-size: medium;">รับจดหมายข่าวจาก ศูนย์หนังสือ สวทช. มีหนังสือเล่มหนึ่ง เกี่ยวกับการผลิตน้ำปลา นายแก้จนเห็นว่ามีประโยชน์เลยไปค้้นคว้าความรู้เกี่ยวกับกรรมวิธีการผลิตย้ำปลาในประเทศไทย มาเสนอให้ผู้อ่านได้เรียนรู้กันครับ </span></span></p><table
border="0"><tbody><tr><td
width="450"><p
align="justify"><span
style="font-size: medium;"><strong>น้ำ</strong></span><span
style="font-size: medium;">ปลา คือ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวมีรสเค็ม  ใช้ปรุงแต่งกลิ่นรสของอาหาร เป็นผลิตผลที่  ได้จากการหมักปลากับเกลือซึ่งเป็นกรรมวิธีการแปรรูป  ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในเอเชีย อาคเนย์ โดย</span><span
style="color: #990000; font-size: x-small;"><strong> </strong></span><br
/><span
style="font-size: medium;">เฉพาะประเทศไทย  ซึ่งเป็นประเทศที่ทำน้ำปลามากที่สุดประเทศหนึ่ง </span></p></td></tr></tbody></table><table
border="0"><tbody><tr><td
width="450"><p
align="justify"><span
style="font-size: medium;">นอกจากความสำคัญทางด้านอุตสาหกรรมแล้ว  น้ำปลายังมีความสำคัญทางด้านโภชนาการ อีกด้วย </span><span
style="font-size: medium;"><br
/>น้ำปลาประกอบด้วยเกลือ 27-28 กรัม,  สารอินทรีย์ไนโตรเจน 0.6-2 กรัม, แอมโมเนียม ไนโตรเจน</span><span
style="font-size: medium;"> 0.2-0.7กรัม ใน100  มิลลิลิตรของน้ำปลา ซึ่งจะให้ไนโตรเจน แก่ร่างกาย 7.5%  จากปริมาณ</span><span
style="font-size: medium;">ไนโตร <br
/>เจนทั้งหมดที่ร่างกายได้รับเข้าไป 40 กรัมต่อคนต่อวัน</span><span
style="font-size: medium;">.</span></p></td></tr></tbody></table><table
border="0"><tbody><tr><td
width="450"><span
style="font-size: medium;">ได้ทีการวิจัยพบว่า  น้ำปลาเป็นแหล่งใหญ่ของเกลือแร่ และกรดอะมิโน ที่จำเป็นไม่น้อยกว่า 13 ชนิด  โดยเฉพาะ &#8220;ไลซีน&#8221; (LYSINE) ซึ่งมีปริมาณสูงพอที่จะทดแทน การขาดไลซีนในคนที่  รับประทานข้าวเป็นอาหารหลักได้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ น้ำปลายังมีสารอาหาร ที่สำคัญ  อีกอย่างหนึ่งคือ วิตามินบี 12 ซึ่งมีค่อนข้างมาก โดยปกติแล้วร่างกายของคน  ต้องการวิตามินบี 12 เฉลี่ยคนละ 1 ไมโครกรัม </span><span
style="font-size: medium;"><span
style="color: #ff33ff; font-size: xx-small;"><br
/></span></span><span
style="font-size: medium;">ต่อวัน </span></td></tr></tbody></table><table
border="0"><tbody><tr><td
width="450"><p
align="justify"><span
style="font-size: medium;">จากการศึกษาพบว่า  ถ้ารับประทานน้ำปลาแท้เพียงวันละ 10-15 ลูกบาศก์เซ็นติเมตร ก็จะทำให้</span><span
style="font-size: medium;"><span
style="color: #ff33ff; font-size: xx-small;"><br
/> </span></span><span
style="font-size: medium;">ร่างกายได้รับ  วิตามินบี 12 ส่วนหนึ่ง ซึ่งเมื่อรวมกับที่ได้รับจากอาหาร อื่นๆ อีกเพียงเล็กน้อย  ก็จะมี</span><span
style="font-size: medium;"><span
style="color: #ff33ff; font-size: xx-small;"><br
/> </span></span><span
style="font-size: medium;">ปริมาณเพียงพอต่อ ร่างกาย และทำให้ปลอดภัยจากโรคโลหิตชนิดเม็ดเลือดแดงโตได้ </span></p></td></tr></tbody></table><table
border="0"><tbody><tr><td
width="450"><p
align="justify"><span
style="font-size: medium;">น้ำปลาในแต่ละประเทศจะมีชื่อเรียกต่างๆ กันไป เช่น ฟิลิปินส์ เรียกว่า &#8220;ปาทิส&#8221;  (Patis), เวียดนาม </span><span
style="font-size: medium;"><span
style="color: #ff33ff; font-size: xx-small;"><br
/></span></span><span
style="font-size: medium;">เรียกว่า &#8220;น็อกมั่ม&#8221; (Nuocmam) เป็นต้น </span></p></td></tr></tbody></table><table
border="0"><tbody><tr><td
width="450"><p
align="justify"><span
style="font-size: medium;">น้ำปลาสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ  ตามลักษณะของกรรมวิธีการผลิต ได้ดังนี้</span></p></td></tr></tbody></table><p>&nbsp;</p><table
border="0"><tbody><tr><th
width="10" align="left" valign="top"><span
style="font-size: medium;">1.</span></th><td
width="440" valign="top"><span
style="font-size: medium;"><strong>น้ำปลาแท้</strong> คือ  น้ำปลาที่ได้จากการหมัก หรือย่อยปลา หรือส่วนของปลา หรือกาก  ของปลาที่เหลือจากการหมักตามกรรมวิธีการผลิตน้ำปลา</span></td></tr><tr><th
width="10" align="left" valign="top"><span
style="font-size: medium;">2.</span></th><td
width="440" valign="top"><span
style="font-size: medium;"><strong>น้ำปลาที่ทำมาจากสัตว์อื่น</strong> คือ น้ำปลาที่ได้จากการหมัก หรือย่อยสัตว์อื่น  ที่ไม่ใช่ปลา หรือส่วนของสัตว์อื่น หรือกากของสัตว์อื่น ที่เหลือจากการหมักตามกรรม  วิธีการผลิตน้ำปลา และให้หมายความ<span
style="color: #ff33ff; font-size: xx-small;"><br
/></span>รวมถึงน้ำปลาที่ทำจากสัตว์อื่น ที่มีน้ำปลาแท้  ผสมอยู่</span></td></tr><tr><th
width="10" align="left" valign="top"><span
style="font-size: medium;">3.</span></th><td
width="440" valign="top"><span
style="font-size: medium;"><strong>น้ำปลาผสม</strong> คือ น้ำปลาแท้ หรือน้ำปลาที่ทำจากสัตว์อื่น  ที่มีสิ่งอื่นที่ไม่เป็น อันตรายต่อผู้บริโภคเจือปน หรือมีการปรุงแต่งกลิ่นรส .</span></td></tr></tbody></table><p>&nbsp;</p><table
border="0"><tbody><tr><th
width="450" align="center"><span
style="color: #000099;">ขั้นตอนในการเลือกซื้อน้ำปลา</span><br
/></th></tr><tr><td
width="450"><span
style="font-size: medium;">คุณสมบัติฃองน้ำปลาแท้ :</span></td></tr></tbody></table><table
border="0"><tbody><tr><th
width="10" align="left" valign="top"><span
style="font-size: medium;">1.</span></th><td
width="440" valign="top"><span
style="font-size: medium;">จะต้องได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานอุตสาหกรรม                                  (ม.อ.ก.) ระบุอยู่บนฉลาก.</span></td></tr><tr><th
width="10" align="left" valign="top"><span
style="font-size: medium;">2.</span></th><td
width="440" valign="top"><span
style="font-size: medium;">จะต้องมีการขึ้นทะเบียน                                  อย. โดยระบุอยู่บนฉลาก</span></td></tr><tr><th
width="10" align="left" valign="top"><span
style="font-size: medium;">3.</span></th><td
width="440" valign="top"><span
style="font-size: medium;">ต้องมีตราสินค้าและบริษัทที่ผลิต.</span></td></tr><tr><th
width="10" align="left" valign="top"><span
style="font-size: medium;">4.</span></th><td
width="440" valign="top"><span
style="font-size: medium;">มีการระบุวันที่ผลิต                                  และวันที่หมดอายุ</span></td></tr><tr><th
width="10" align="left" valign="top"><span
style="font-size: medium;">5.</span></th><td
width="440" valign="top"><span
style="font-size: medium;">ใส                                  สะอาด มีสีน้ำตาลทอง และมีกลิ่นหอมของปลา.</span></td></tr></tbody></table><p>&nbsp;</p><table
border="0"><tbody><tr><th
width="450" align="center"><span
style="color: #000099;">กระบวนการในการผลิตน้ำปลาของ</span><br
/></th></tr><tr><th
width="450" align="center"><span
style="color: #000099;">บริษัท บริษัทน้ำปลาพิไชย                                  จำกัด</span><br
/></th></tr></tbody></table><table
border="0"><tbody><tr><td
width="450"><p
align="justify">วั<span
style="font-size: medium;">ตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตน้ำปลา                                  คือ ปลาสด คัดสรรค์เฉพาะปลาไส้ตันสดเพื่อให้ได้น้ำปลาคุณ<span
style="color: #ff33ff; font-size: xx-small;"><br
/></span>ภาพดี                                  ซึ่งจะมีความใสสะอาด และมีกลิ่นหอม ขั้นตอนที่สำคัญคือ                                  การนำปลาไปผสมกับเกลือและใส่ถังหมักให้เร็วที่สุด                                  ซึ่งทางบริษัทได้ผลิตเครื่องผสมเกลือกับปลาที่มีความทันสมัย                                  ซึ่งจากความรวดเร็วของเครื่องจักรในการทำงาน ทำให้ได้ปลาที่ใหม่                                  สด ?ก่อนจะไปสู่ถังหมัก</span></p><p
align="justify"><span
style="font-size: medium;"><br
/></span></p></td></tr></tbody></table><table
border="0"><tbody><tr><td
width="225" align="center"><br
/>ปลาไส้ตัน</td><td
width="225" align="center"><br
/>บ่อหมักน้ำปลา</td></tr></tbody></table><table
border="0"><tbody><tr><th
width="450" align="center"><p><span
style="color: #000099;">ผังกระบวนการผลิต </span></p></th></tr><tr><td
align="center"> <br
/><br
/><br
/></td></tr><tr><th
width="470" align="center"><span
style="color: #000099; font-size: xx-small;">มาตรฐานคุณภาพของน้ำปลาไทย</span></th></tr></tbody></table><table
border="0"><tbody><tr><th
width="450" align="left"><span
style="color: #000099;">ควบคุมคุณภาพโดยหน่วยงานของทางราชการ</span></th></tr><tr><td
width="450" align="left"><p
align="justify"><span
style="font-size: medium;">น้ำปลาเป็นซอสปรุงรสหลักของประเทศไทย                                  และโดยปกติแล้วคนไทยทั้งประเทศจะบริโภคน้ำปลา<br
/> การก่อตั้งโรงงานจะต้องได้รับการอณุญาติจากหน่วยงานของภาครัฐก่อนที่จะมีการผลิตและจำหน่าย<br
/> แหลังจากได้รับการอนุญาติแล้ว                                  หน่วยงานของรัฐจะเข้ามาทำการตรวจสอบโดยสม่ำเสมอ                                  เพื่อให้แน่ใจว่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์จะคงอยู่ในระดับมาตรฐานเสมอ</span></p></td></tr></tbody></table><p>&nbsp;</p><table
border="0"><tbody><tr><th
width="450" align="left"><span
style="color: #000099;">คุณภาพของน้ำปลาแท้ (สถาบันมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย                                  ม.อ.ก.) </span></th></tr><tr><td
align="left"><span
style="font-size: medium;">ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้:</span></td></tr></tbody></table><table
style="width: 455px;" border="0"><tbody><tr><th
width="15" align="center"><span
style="font-size: medium;">1.</span></th><td
width="430" align="left"><span
style="font-size: medium;">จะต้องมีกลิ่น และ                                  รสชาติของน้ำปลาแท้</span></td></tr><tr><th
width="15" align="center" valign="top"><span
style="font-size: medium;">2.</span></th><td
width="430" align="left"><span
style="font-size: medium;">ต้อง ใส สะอาด ไม่มีวัตถุอื่นเจอปน ยกเว้นวัตถุที่ได้มาจากกระบวนการหมักทางธรรมชาติเท่านั้น (ต้องไม่เกิน 0.1 กรัมต่อ 1 ลิตร)</span></td></tr><tr><th
width="15" align="center"><span
style="font-size: medium;">3.</span></th><td
width="430" align="left"><span
style="font-size: medium;">มีส่วนผสมของเกลือ (เกลือโซเดียมคลอไรด์) ไม่ต่ำกว่า 200  กรัมต่อ                                  1 ลิตร</span></td></tr><tr><th
width="15" align="center"><span
style="font-size: medium;">4.</span></th><td
width="430" align="left"><span
style="font-size: medium;">ต้องมีปริมาณของโปรตีนไม่ต่ำกว่า                                  9 กรัมต่อ 1 ลิตร</span></td></tr><tr><th
width="15" align="center"><span
style="font-size: medium;">5.</span></th><td
width="430" align="left"><span
style="font-size: medium;">มีกรดอมีโน                                  ไนโตรเจนอยู่ระหว่าง 40% &#8211; 60% ของปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด</span></td></tr><tr><th
width="15" align="center"><span
style="font-size: medium;">6.</span></th><td
width="430" align="left"><span
style="font-size: medium;">มีกรดกลูตามิคประกอบของไนโตรเจนทั้งหมดอยู่ระหว่าง 0.4-0.8.</span></td></tr><tr><th
width="15" align="center"><span
style="font-size: medium;">7.</span></th><td
width="430" align="left"><span
style="font-size: medium;">ไม่เจือสีใดๆ                                  ยกเว้นสีที่ได้จากน้ำตาลคาราเมล</span></td></tr><tr><th
width="15" align="center"><span
style="font-size: medium;">8.</span></th><td
width="430" align="left"><span
style="font-size: medium;">ไม่ใส่สารให้รสหวานใดๆ                                  ยกเว้นน้ำตาล</span></td></tr></tbody></table><p><span
style="font-size: medium;"><br
/> วันหมดอายุของ น้ำปลา จะเก็บไว้ได้ประมาณ 3 ปี ขณะที่ยังไม่ได้เปิดใช้ ?และหลังจากเปิดน้ำปลาใช้<br
/> แล้ว                                  ควรปิดฝาให้สนิทเสมอ</span></p><p>&nbsp;</p><p><span
style="font-size: medium;">ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก บริษัท น้ำปลาพิไชย จำกัด<br
/></span></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/fish-sauce-production/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ชมรายการ อาชีพนี้ คุณทำได้ หอยจ๊อ ปูจ๋า ถุงทองปู ร้านแม่จารึก ตลาดเก่าอ่างศิลา 133 ปี กับ อาทิตย์ จรูญโรจน์ ณ อยุธยา กลุ่มจรูญโรจน์</title><link>http://www.keajon.com/archeepyoucando-2009-08-31/</link> <comments>http://www.keajon.com/archeepyoucando-2009-08-31/#comments</comments> <pubDate>Mon, 31 Aug 2009 20:51:20 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ชมรายการTVสร้างอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[อาหารพารวย]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[กรรมวิธี]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[ถุงทองปู]]></category> <category><![CDATA[ปูจ๊อ]]></category> <category><![CDATA[รายการ]]></category> <category><![CDATA[หอยจ๊อ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพนี้คุณทำได้]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2233</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/archeepyoucando-2009-08-31/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/08/head_hip.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="head_hip" /></a>ชมรายการ อาชีพนี้ คุณทำได้ หอยจ๊อ ปูจ๋า ถุงทองปู ร้านแม่จารึก ตลาดเก่าอ่างศิลา 133 ปี กับ อาทิตย์ จรูญโรจน์ ณ อยุธยา กลุ่มจรูญโรจน์ &#160; &#160; รายการอาชีพนี้ คุณทำได้ : ไปดูกรรมวิธีการผลิตหอยจ๊อ ปูจ๊อ ถุงทองปู ที่ตลาดเก่าอ่างศิลา ของกลุ่มจรูญโรจน์ ออกอากาศ เมื่อ 2009-08-31 Modern9 TV เอื้อเฟื้อข่าวโดย :]]></description> <content:encoded><![CDATA[<h3><span
style="color: #0000ff;">ชมรายการ อาชีพนี้ คุณทำได้ </span><span
style="color: #0000ff;">หอยจ๊อ ปูจ๋า ถุงทองปู ร้านแม่จารึก ตลาดเก่าอ่างศิลา 133 ปี กับ อาทิตย์ จรูญโรจน์ ณ อยุธยา กลุ่มจรูญโรจน์ <br
/></span></h3><p>&nbsp;</p><p><object
classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="375" height="300" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param
name="bgcolor" value="000000" /><param
name="flashvars" value="author=vod&amp;file=rtmp://202.142.200.132/vod/1251747633&amp;image=http://modernine.mcot.net/_images/mo-flv1251744935.jpg&amp;bufferlength=10&amp;volume=60&amp;fullscreen=true" /><param
name="src" value="http://www.mcot.net/player.swf" /><param
name="allowfullscreen" value="true" /><embed
type="application/x-shockwave-flash" width="375" height="300" src="http://www.mcot.net/player.swf" allowfullscreen="true" flashvars="author=vod&amp;file=rtmp://202.142.200.132/vod/1251747633&amp;image=http://modernine.mcot.net/_images/mo-flv1251744935.jpg&amp;bufferlength=10&amp;volume=60&amp;fullscreen=true" bgcolor="000000"></embed></object></p><p>&nbsp;</p><p>รายการอาชีพนี้ คุณทำได้ : ไปดูกรรมวิธีการผลิตหอยจ๊อ ปูจ๊อ ถุงทองปู ที่ตลาดเก่าอ่างศิลา ของกลุ่มจรูญโรจน์</p><p>ออกอากาศ เมื่อ <img
src='http://www.keajon.com/wp-includes/images/smilies/icon_confused.gif' alt="icon confused ชมรายการ อาชีพนี้ คุณทำได้ หอยจ๊อ ปูจ๋า ถุงทองปู ร้านแม่จารึก ตลาดเก่าอ่างศิลา 133 ปี กับ อาทิตย์ จรูญโรจน์ ณ อยุธยา กลุ่มจรูญโรจน์ " class='wp-smiley' title="ชมรายการ อาชีพนี้ คุณทำได้ หอยจ๊อ ปูจ๋า ถุงทองปู ร้านแม่จารึก ตลาดเก่าอ่างศิลา 133 ปี กับ อาทิตย์ จรูญโรจน์ ณ อยุธยา กลุ่มจรูญโรจน์ " /> <span>2009-08-31</span> Modern9 TV</p><p>เอื้อเฟื้อข่าวโดย :</p><dl
id="attachment_1661" style="width: 98px;"><dt><img
style="margin: 3px; vertical-align: baseline;" title="head_hip" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/08/head_hip.gif" alt="head hip ชมรายการ อาชีพนี้ คุณทำได้ หอยจ๊อ ปูจ๋า ถุงทองปู ร้านแม่จารึก ตลาดเก่าอ่างศิลา 133 ปี กับ อาทิตย์ จรูญโรจน์ ณ อยุธยา กลุ่มจรูญโรจน์ " width="199" height="65" /><img
src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/08/Archeepyoucando.gif" alt="Archeepyoucando ชมรายการ อาชีพนี้ คุณทำได้ หอยจ๊อ ปูจ๋า ถุงทองปู ร้านแม่จารึก ตลาดเก่าอ่างศิลา 133 ปี กับ อาทิตย์ จรูญโรจน์ ณ อยุธยา กลุ่มจรูญโรจน์ " width="88" height="33" title="ชมรายการ อาชีพนี้ คุณทำได้ หอยจ๊อ ปูจ๋า ถุงทองปู ร้านแม่จารึก ตลาดเก่าอ่างศิลา 133 ปี กับ อาทิตย์ จรูญโรจน์ ณ อยุธยา กลุ่มจรูญโรจน์ " /></dt></dl>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/archeepyoucando-2009-08-31/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> </channel> </rss>
