<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; การพัฒนา</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 20:04:39 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>เครื่องสกัดน้ำผลไม้ วว. เพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร</title><link>http://www.keajon.com/separator-juice/</link> <comments>http://www.keajon.com/separator-juice/#comments</comments> <pubDate>Tue, 24 Nov 2009 14:22:34 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[2552]]></category> <category><![CDATA[ACE]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[ข่าว]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ชุมชน]]></category> <category><![CDATA[ตุลาคม]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ทอด]]></category> <category><![CDATA[ทางการเกษตร]]></category> <category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรม]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[น้ำผลไม้]]></category> <category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category> <category><![CDATA[ปอก]]></category> <category><![CDATA[ผลิตผล]]></category> <category><![CDATA[ผลไม้]]></category> <category><![CDATA[มะม่วง]]></category> <category><![CDATA[ลำไย]]></category> <category><![CDATA[ล้นตลาด]]></category> <category><![CDATA[วว.]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชน]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เครื่องสกัดน้ำผลไม้]]></category> <category><![CDATA[เครื่องแยกกาก]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มมูลค่า]]></category> <category><![CDATA[เอกชน]]></category> <category><![CDATA[แม่บ้าน]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2951</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/separator-juice/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>&#160; นักวิจัย วว. พัฒนาเครื่องสกัดน้ำผลไม้แยกกากประสิทธิภาพเยี่ยม ทัดเทียมของนอก มุ่งส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร ลดปัญหาผลไม้ล้นตลาด คาดอีก 6 เดือน ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เอกชนผลิตเชิงพาณิชน์ ลดการนำเข้าเครื่องจักรต่างประเทศ คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ กับเครื่องสกัดน้ำผลไม้ที่พัฒนาขึ้น เครื่องสกัดน้ำผลไม้ พัฒนาโดยนักวิจัย วว. เหมาะสำหรับกลุ่มแม่บ้านหรือวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการแปรรูปน้ำผลไม้ นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ นักวิชาการฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เปิดเผย กับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ว่า เขาวิจัยและพัฒนาเครื่องสกัดน้ำผลไม้เมื่อต้นปี 52 และประสบความสำเร็จเมื่อเร็วๆ นี้ นักวิจัยอธิบายว่าเครื่องสกัดน้ำผลไม้ดังกล่าวอาศัย หลักการรีดน้ำออกจากเนื้อผลไม้อย่างต่อเนื่อง โดยใส่ผลไม้ที่ปอกเปลือกแล้วลงในถังป้อนวัตถุดิบด้านบน จากนั้นใบกวาดวัตถุดิบจะกวาดเนื้อผลไม้ให้เบียดกับชุดตะแกรงกรองหยาบและกรอง ละเอียดเพื่อให้ได้น้ำออกมา ส่วนกากและเมล็ดที่เหลือจะถูกแยกออกไปอีกทางหนึ่ง ทำให้ได้น้ำผลไม้ที่ปราศจากกากและเมล็ด สำหรับนำไปผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อและใส่บรรจุภัณฑ์ต่อไป ?เครื่องสกัดน้ำผลไม้นี้สามารถ ใช้ได้กับผลไม้หลายชนิดที่มีลักษณะเนื้อนุ่ม เช่น ลองกอง องุ่น มะม่วง สับปะรด ลำไย ลิ้นจี่ มะเม่า และมะเขือเทศ เป็นต้น โดยมีกำลังการผลิต 200-300 ลิตรต่อชั่วโมง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p><p><strong>นักวิจัย วว. พัฒนาเครื่องสกัดน้ำผลไม้แยกกากประสิทธิภาพเยี่ยม ทัดเทียมของนอก มุ่งส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร ลดปัญหาผลไม้ล้นตลาด คาดอีก 6 เดือน ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เอกชนผลิตเชิงพาณิชน์ ลดการนำเข้าเครื่องจักรต่างประเทศ</strong></p><p><strong><br
/></strong></p><table
style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td
width="160" align="center" valign="top"><table
style="width: 100%;" border="0" cellspacing="4" cellpadding="0"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td
align="center" valign="baseline">คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น</td></tr></tbody></table><table
style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td
align="center" valign="middle"></td></tr><tr><td
align="center" valign="baseline"><a
href="http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=1349816">นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ กับเครื่องสกัดน้ำผลไม้ที่พัฒนาขึ้น</a></td></tr></tbody></table><table
style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td
align="center" valign="middle"></td></tr><tr><td
align="center" valign="baseline"><a
href="http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=1349817">เครื่องสกัดน้ำผลไม้ พัฒนาโดยนักวิจัย วว. เหมาะสำหรับกลุ่มแม่บ้านหรือวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการแปรรูปน้ำผลไม้</a></td></tr></tbody></table><table
style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td
width="165" height="1" align="center" valign="middle"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank เครื่องสกัดน้ำผลไม้ วว. เพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร" width="165" height="1" title="เครื่องสกัดน้ำผลไม้ วว. เพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร" /></td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table></td><td
width="4" background="/images/linedot_vert3.gif"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank เครื่องสกัดน้ำผลไม้ วว. เพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร" width="4" height="1" title="เครื่องสกัดน้ำผลไม้ วว. เพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร" /></td><td
align="center" valign="top"><table
style="width: 100%;" border="0" cellspacing="7"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td
align="left" valign="baseline"><strong> </strong> <span
style="font-size: small;">นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ นักวิชาการฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เปิดเผย กับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ว่า เขาวิจัยและพัฒนาเครื่องสกัดน้ำผลไม้เมื่อต้นปี 52 และประสบความสำเร็จเมื่อเร็วๆ นี้</span><p><span
style="font-size: small;">นักวิจัยอธิบายว่าเครื่องสกัดน้ำผลไม้ดังกล่าว<strong>อาศัย หลักการรีดน้ำออกจากเนื้อผลไม้อย่างต่อเนื่อง โดยใส่ผลไม้ที่ปอกเปลือกแล้วลงในถังป้อนวัตถุดิบด้านบน จากนั้นใบกวาดวัตถุดิบจะกวาดเนื้อผลไม้ให้เบียดกับชุดตะแกรงกรองหยาบและกรอง ละเอียดเพื่อให้ได้น้ำออกมา</strong></span> ส่วนกากและเมล็ดที่เหลือจะถูกแยกออกไปอีกทางหนึ่ง ทำให้ได้น้ำผลไม้ที่ปราศจากกากและเมล็ด สำหรับนำไปผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อและใส่บรรจุภัณฑ์ต่อไป</p><p><span
style="font-size: small;">?เครื่องสกัดน้ำผลไม้นี้<strong>สามารถ ใช้ได้กับผลไม้หลายชนิดที่มีลักษณะเนื้อนุ่ม เช่น ลองกอง องุ่น มะม่วง สับปะรด ลำไย ลิ้นจี่ มะเม่า และมะเขือเทศ เป็นต้น โดยมีกำลังการผลิต 200-300 ลิตรต่อชั่วโมง</strong> ขึ้นอยู่กับชนิดของผลไม้ และเหมาะสำหรับวิสาหกิจชุมชนที่ต้องการแปรรูปน้ำผลไม้? นายสัมพันธ์ กล่าว</span></p><p><span
style="font-size: small;">จากการทดลองนำเครื่องสกัดน้ำผลไม้ไปใช้ทำน้ำลองกอง ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของการพัฒนาเครื่องดังกล่าว พบว่าน้ำลองกองที่ได้มีลักษณะที่ดี ไม่มีกากหรือเมล็กปะปนออกมา โดยทีมนักวิจัย วว. จะศึกษาคุณสมบัติน้ำลองกองและวิจัยการตลาดต่อไปในโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ลองกอง หนึ่งในโครงการแก้ปัญหาผลิตผลลองกองล้นตลาด</span></p><p><span
style="font-size: small;">สำหรับเครื่องสกัดน้ำผลไม้ดังกล่าวทำจากสแตนเลสเป็นหลัก ส่วนใบกวาดเป็นยางซิลิโคน อายุการใช้งานนานกว่า 10 ปี ทำความสะอาดง่าย สามารถปรับเปลี่ยนขนาดรูตะแกรง รอบและมุมของใบพัดให้เหมาะสมกับชนิดของผลไม้ได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นจดสิทธิบัตร และคาดว่าน่าจะผลิตเครื่องจำหน่ายหรือถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชนได้ในอีก 6 เดือน โดยมีต้นทุนการผลิตถูกกว่านำเข้า 2-3 เท่า และเชื่อว่าจะสามารถช่วยลดการนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศได้เป็นอย่างดี</span></p></td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table><p>ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ หน้าข่าววิทยาศาสตร์/นวตกรรม 17 ตุลาคม 2552</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/separator-juice/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>นักวิจัย มก.คิดค้นกังหันพลังน้ำต้นแบบตามแนวพระราชดำริ</title><link>http://www.keajon.com/turbine-research/</link> <comments>http://www.keajon.com/turbine-research/#comments</comments> <pubDate>Sun, 22 Nov 2009 15:01:15 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[2552]]></category> <category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category> <category><![CDATA[กันยายน]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[การออกแบบ]]></category> <category><![CDATA[ข่าว]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ธาตุ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[พระเจ้าอยู่หัว]]></category> <category><![CDATA[พลังงาน]]></category> <category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category> <category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[อุปกรณ์]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[แก้ว]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2954</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/turbine-research/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>&#160; ทีม นักวิจัยมก.สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำพลังงานน้ำที่ระบายผ่านคลองลัดโพธิ์ จังหวัดสมุทรปราการ มาผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในประเทศได้สำเร็จ โดยสามารถออกแบบกังหันต้นแบบที่ผลิตขึ้นเองในประเทศ ลดการนำเข้าอุปกรณ์ราคาแพงจากต่างประเทศ และต่อยอดองค์ความรู้การผลิตกังหันประยุกต์ใช้กับประตูระบายน้ำของกรมชล ประทานที่มีอยู่ทั่วประเทศ เป็นพลังงานทดแทนอีกทางหนึ่ง รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) เป็นประธานการแถลงข่าว เปิดตัวทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการออกแบบ กังหันพลังน้ำต้นแบบ เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำตามแนวพระราชดำริ ที่ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี นายชลิต ดำรงศักด์ อธิบดีกรมชลประทาน ร่วมแถลงข่าว &#160; รศ.ดร.เจษฎา แก้วกัลยา ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้อำนวยการโครงการ ศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพของคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านไฟฟ้าพลังน้ำ กล่าวว่า โครงการ ศึกษาศักยภาพของคลองลัดโพธิ์ ในการนำพลังงานน้ำที่ระบายผ่านคลองมาใช้ประโยชน์ตามพระราชดำริของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้นำมาสู่การออกแบบกังหันพลังน้ำต้นแบบติดตั้งที่ตอม่อท้ายประตูคลองลัด โพธิ์ฯ เป็นต้นกำลังไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้สูงสุด 5.74 kW. ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำพลังงานน้ำ มาผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในประเทศได้สำเร็จ ?ซึ่งการผลิตชุดกังหัน พลังน้ำ นี้ใช้อุปกรณ์จากต่างประเทศเฉพาะ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p><p></p><p><span><strong>ทีม นักวิจัยมก.สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำพลังงานน้ำที่ระบายผ่านคลองลัดโพธิ์ จังหวัดสมุทรปราการ มาผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในประเทศได้สำเร็จ โดยสามารถออกแบบกังหันต้นแบบที่ผลิตขึ้นเองในประเทศ ลดการนำเข้าอุปกรณ์ราคาแพงจากต่างประเทศ และต่อยอดองค์ความรู้การผลิตกังหันประยุกต์ใช้กับประตูระบายน้ำของกรมชล ประทานที่มีอยู่ทั่วประเทศ เป็นพลังงานทดแทนอีกทางหนึ่ง<span> </span></strong></span></p><table
style="width: 100%;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td
align="left" valign="baseline"><span><strong> </strong></span></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><strong>รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์</strong> อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) เป็นประธานการแถลงข่าว เปิดตัวทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการออกแบบ กังหันพลังน้ำต้นแบบ เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำตามแนวพระราชดำริ ที่ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี นายชลิต ดำรงศักด์ อธิบดีกรมชลประทาน ร่วมแถลงข่าว<p>&nbsp;</p><p><strong>รศ.ดร.เจษฎา แก้วกัลยา</strong> ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้อำนวยการโครงการ ศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพของคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านไฟฟ้าพลังน้ำ กล่าวว่า</p><p>โครงการ ศึกษาศักยภาพของคลองลัดโพธิ์ ในการนำพลังงานน้ำที่ระบายผ่านคลองมาใช้ประโยชน์ตามพระราชดำริของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้นำมาสู่การออกแบบกังหันพลังน้ำต้นแบบติดตั้งที่ตอม่อท้ายประตูคลองลัด โพธิ์ฯ เป็นต้นกำลังไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้สูงสุด 5.74 kW.</p></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
style="width: 400px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำพลังงานน้ำ มาผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในประเทศได้สำเร็จ</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank นักวิจัย มก.คิดค้นกังหันพลังน้ำต้นแบบตามแนวพระราชดำริ" width="1" height="5" title="นักวิจัย มก.คิดค้นกังหันพลังน้ำต้นแบบตามแนวพระราชดำริ" /></td></tr></tbody></table><p><span>?ซึ่งการผลิตชุดกังหัน พลังน้ำ นี้ใช้อุปกรณ์จากต่างประเทศเฉพาะ Permanent Magnet Generator และ Inverter &amp; Controller เท่านั้นส่วนประกอบที่เหลือทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ผลิต ขึ้นเองโดยใช้วัสดุภายในประเทศ ซึ่งการ ผลิตชุดกังหันพลังน้ำสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับประตูระบายน้ำของกรมชลประทาน ที่มีอยู่ทั่วประเทศ อาทิ ประตูระบายน้ำบรมธาตุ โดยได้มีการลงนามความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับ กรมชลประทาน ไปเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2552 ในโครงการนำร่องศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพของประตูระบายน้ำบรมธาตุด้านไฟฟ้าพลัง น้ำและการติดตั้งกังหันผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ประจำปี 2553?</span></p><p><strong>ทั้ง นี้ ทีมงานได้ทำการออกแบบและผลิตชุดกังหัน พลังน้ำที่เหมาะสมกับกายภาพและการบริหารจัดการประตูระบายน้ำบรมธาตุ พร้อมติดตั้งชุดกังหันผลิตไฟฟ้า พลังน้ำนำร่องอย่างน้อย 4 ชุด เพื่อให้ได้กำลังการผลิตรวมกันไม่น้อยกว่า 80 kW. และเมื่อผลการพัฒนาโครงการนำร่องสำเร็จก็จะขยายผลไปยังโครงการชลประทานต่าง ๆ ต่อไป<br
/> </strong></p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
style="width: 400px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank นักวิจัย มก.คิดค้นกังหันพลังน้ำต้นแบบตามแนวพระราชดำริ" width="1" height="5" title="นักวิจัย มก.คิดค้นกังหันพลังน้ำต้นแบบตามแนวพระราชดำริ" /></td></tr></tbody></table><p><strong>รศ.ชัยวัฒน์ ขยันการนาวี</strong> หัวหน้าโครงการศึกษาฯ กล่าวว่า ทีมนักวิจัยได้ออกแบบชุดกังหันพลังน้ำต้นแบบที่สอดคล้องกับการบริหารจัดการ ประตูคลองลัดโพธิ์ มีประสิทธิภาพสูง สะดวกต่อการปฏิบัติงานและซ่อมบำรุง และมีราคาประหยัด คือ แบบหมุนตามแนวแกน (Axial Flow) และแบบหมุนขวางการไหล (Cross Flow) โดยใบพัดต้นแบบที่วิเคราะห์และผลิตขึ้นแบบหมุนตามแนวแกน มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.00 เมตร และแบบหมุนขวางการไหลมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.00 เมตร ยาว 2.50 เมตร ที่ความเร็วน้ำออกแบบ 2.0 เมตร/วินาที (Design Velocity) จะได้กำลังไฟฟ้าสูงสุด 5 kW.</p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
style="width: 400px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">การออกแบบกังหันพลัง น้ำต้นแบบติดตั้งที่ตอม่อท้ายประตูคลองลัดโพธิ์ฯ เป็นต้นกำลังไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้สูงสุด 5.74 kW.</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank นักวิจัย มก.คิดค้นกังหันพลังน้ำต้นแบบตามแนวพระราชดำริ" width="1" height="5" title="นักวิจัย มก.คิดค้นกังหันพลังน้ำต้นแบบตามแนวพระราชดำริ" /></td></tr></tbody></table><p><span>?ชุดกังหันพลังน้ำต้นแบบ ทั้ง 2 จะประกอบและติดตั้งกับโครงเหล็กที่ปรับขึ้นลงได้ที่ท้ายประตูคลองลัดโพธิ์ ใช้กังหันพลังน้ำเป็นต้นกำลังที่เชื่อมต่อกับเกียร์ทดรอบไปหมุนเครื่อง กำเนิดไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวรที่บรรจุอยู่ภายในกล่องที่จมน้ำได้ โดยโครงเหล็กจะอยู่ในช่องใส่บานซ่อมบำรุง (Bulk head) ที่ตอม่อท้ายประตูคลองลัดโพธิ์ เมื่อเดินชุดกังหันน้ำต้นแบบจะได้พลังงานไฟฟ้าเป็นแบบกระแสสลับ แล้วใช้ Rectifier เปลี่ยนเป็นกระแสตรงแล้วเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์แปลงและควบคุมกระแสไฟฟ้า (Inverter &amp; Controller) ซึ่งจะปรับแรงดันและความถี่เพื่อเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง โดยได้ทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าไปเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2551 ได้กำลังไฟฟ้าสูงสุด 5.74 kW. ซึ่งสูงกว่าที่ได้วิเคราะห์และคำนวณออกแบบไว้ ทำให้มั่นใจได้ว่าการวิจัยและออกแบบชุดกังหันต้นแบบในครั้งนี้ สามารถจะนำไปขยายผลในการผลิตไฟฟ้าที่ประตูระบายของกรมชลประทานที่มีอยู่ทั่ว ประเทศได้?</span></p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
style="width: 400px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank นักวิจัย มก.คิดค้นกังหันพลังน้ำต้นแบบตามแนวพระราชดำริ" width="1" height="5" title="นักวิจัย มก.คิดค้นกังหันพลังน้ำต้นแบบตามแนวพระราชดำริ" /></td></tr></tbody></table><p>ทั้งนี้ องค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ได้จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ ได้แก่ ทรัพยากรน้ำ วิศวกรรมไฟฟ้า และการเดินเรือ จากนักวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน และวิทยาเขตศรีราชา ซี่งมุ่งมั่นที่จะศึกษาวิจัยการนำพลังน้ำมาใช้ประโยชน์ เพื่อเป็นพลังงานทดแทนในอนาคต โดยใช้ศักยภาพของกังหันลมเป็นต้นแบบความคิด</p></td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/turbine-research/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ไบโอดีเซล? จากเมล็ดทานตะวันสร้างสรรค์ชุมชนให้พอเพียง</title><link>http://www.keajon.com/sunflower-seeds-diesel/</link> <comments>http://www.keajon.com/sunflower-seeds-diesel/#comments</comments> <pubDate>Sat, 21 Nov 2009 11:20:01 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[2552]]></category> <category><![CDATA[การปลูก]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ความสุข]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[งานวิจัย]]></category> <category><![CDATA[ชุมชน]]></category> <category><![CDATA[ตุลาคม]]></category> <category><![CDATA[ทอด]]></category> <category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category> <category><![CDATA[ธรรมะ]]></category> <category><![CDATA[ธาตุ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[น้ำมัน]]></category> <category><![CDATA[น้ำมันไบโอดีเซล]]></category> <category><![CDATA[บำบัด]]></category> <category><![CDATA[ประกอบอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[พลังงาน]]></category> <category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category> <category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category> <category><![CDATA[พอเพียง]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[สอน]]></category> <category><![CDATA[สุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[หนังสือ]]></category> <category><![CDATA[หมัก]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category> <category><![CDATA[เรียน]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยง]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category> <category><![CDATA[แก้ว]]></category> <category><![CDATA[ไบโอดีเซล]]></category> <category><![CDATA[ไร่]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2953</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/sunflower-seeds-diesel/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.kasetcity.com/Agtoday/pic/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="ไบโอดีเซล" /></a>ศูนย์วิจัยและบริการไบโอดีเซล มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ มีแนวคิดว่าถ้าหากให้ชุมชนสามารถปลูกพืชน้ำมันแล้วนำมาผลิตเป็นไบโอดีเซล เพื่อใช้เองภายในชุมชน ก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในด้านพลังงานทดแทน จึงทำวิจัยเรื่อง ?การศึกษาการผลิตไบโอดีเซล (B100) จากพืชทานตะวัน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเชิงบูรณาการ? เพื่อที่จะทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โครงการนี้เลือกใช้ ?ทานตะวัน? เป็นพืชน้ำมันตัวอย่างของการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ 2 หมู่บ้านคือ บ้านอมลอง ต.แม่สาบ และ บ้านแม่โต๋ ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ อย่างครบวงจรทั้งการปลูก ผลิต แปรรูป ทดลอง และการนำไปใช้งานด้วยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในท้องถิ่นโดยชุมชนมีส่วนร่วม โดยร่วมกับ? ?วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม? ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณของชาวบ้าน ด้วยการนำ ?พลังงานทางเลือก? มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะปลูกจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนแนวคิดในการดำรงชีวิต โดยหันมาพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นในชุมชนโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พระสรยุทธ ชยปญฺโญ รักษาการเจ้าอาวาส วัดพระบรมธาตุฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านมีมิจฉาทิฐิหรือความเห็นผิดในการประกอบอาชีพ ด้วยความอยากมี อยากได้ อยากเป็นไปตามกระแสของโลก ก่อให้เกิดภาระหนี้สินมากมายกลายเป็นทุกข์ โดยไม่ได้มองว่าเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร? ดังนั้นการถ่ายทอดหรือว่าอบรมสั่งสอนญาติโยม จะให้มานั่งอยู่บนธรรมาสน์ใช้ไม่ได้แล้วเพราะมันมองไม่เห็นภาพ จึงต้องลงมือทำให้เห็นจริงในทุก ๆ เรื่อง ทั้งทำปุ๋ยหมัก ฝายกั้นน้ำในป่า ทำการเกษตรแบบพอเพียง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
class="alignnone" title="ไบโอดีเซล" src="http://www.kasetcity.com/Agtoday/pic/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5.jpg" alt="%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5 ไบโอดีเซล? จากเมล็ดทานตะวันสร้างสรรค์ชุมชนให้พอเพียง" width="305" height="251" /></p><p>ศูนย์วิจัยและบริการไบโอดีเซล มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ มีแนวคิดว่าถ้าหากให้ชุมชนสามารถปลูกพืชน้ำมันแล้วนำมาผลิตเป็นไบโอดีเซล เพื่อใช้เองภายในชุมชน ก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในด้านพลังงานทดแทน จึงทำวิจัยเรื่อง ?<strong>การศึกษาการผลิตไบโอดีเซล (B100) จากพืชทานตะวัน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเชิงบูรณาการ</strong>? เพื่อที่จะทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน<span> </span><br
/> โครงการนี้เลือกใช้ ?<strong>ทานตะวัน</strong>? เป็นพืชน้ำมันตัวอย่างของการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ 2 หมู่บ้านคือ บ้านอมลอง ต.แม่สาบ และ บ้านแม่โต๋ ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ อย่างครบวงจรทั้งการปลูก ผลิต แปรรูป ทดลอง และการนำไปใช้งานด้วยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในท้องถิ่นโดยชุมชนมีส่วนร่วม โดยร่วมกับ? ?วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม? ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณของชาวบ้าน ด้วยการนำ ?พลังงานทางเลือก? มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะปลูกจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนแนวคิดในการดำรงชีวิต โดยหันมาพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นในชุมชนโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</p><p>พระสรยุทธ ชยปญฺโญ รักษาการเจ้าอาวาส วัดพระบรมธาตุฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านมีมิจฉาทิฐิหรือความเห็นผิดในการประกอบอาชีพ ด้วยความอยากมี อยากได้ อยากเป็นไปตามกระแสของโลก ก่อให้เกิดภาระหนี้สินมากมายกลายเป็นทุกข์ โดยไม่ได้มองว่าเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร? ดังนั้นการถ่ายทอดหรือว่าอบรมสั่งสอนญาติโยม จะให้มานั่งอยู่บนธรรมาสน์ใช้ไม่ได้แล้วเพราะมันมองไม่เห็นภาพ จึงต้องลงมือทำให้เห็นจริงในทุก ๆ เรื่อง ทั้งทำปุ๋ยหมัก ฝายกั้นน้ำในป่า ทำการเกษตรแบบพอเพียง ฯลฯ</p><p>&nbsp;</p><p><img
class="alignnone" title="เมล็ดทานตะวัน" src="http://sci.chandra.ac.th/department/hhold/images/furits/sunflower_seed.jpg" alt="sunflower seed ไบโอดีเซล? จากเมล็ดทานตะวันสร้างสรรค์ชุมชนให้พอเพียง" width="300" height="226" /></p><p>?ที่วัดเรานำเอาเรื่องชีวิตจริงของเขามาผูกโยงไว้กับธรรมะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไบโอดีเซล ก็พยายามให้เขาเห็นถึงการพึ่งพาตัวเอง อยากใช้เท่าไหร่ก็ปลูกไว้ตามหัวไร่ปลายนาเท่านั้น ไม่ต้องทำใหญ่โตหรือคิดเพื่อขาย ทำเก็บไว้ใช้แบ่งปันกัน ถ้าทุกคนในชุมชนปลูกและผลิตน้ำมันได้อย่างน้อยคนละ 150 ลิตร 100 คนก็เท่ากับ 1,500 ลิตร ประหยัดเงินไปได้มาก โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย อย่าไปคิดว่ามันขายไม่ได้เลยไม่สนใจ ให้คิดว่าทำเพื่อใช้เอง ซึ่งวัดจะเน้นในเรื่องของการพึ่งพาตนเองของชุมชนในท้องถิ่น โดยให้ตระหนัก เห็นในเรื่องของจิตใจก่อน คือผลิตเพื่อเลี้ยงตนเองก่อน อย่าคิดผลิตเพื่อขายเพราะชีวิตของคนเราเกิดมาก่อนจะตาย ไม่ได้มาเพื่อร่ำรวย และเสพสุข เกิดมาเพื่ออยู่ได้เอื้อเฟื้อแบ่งปันมีความสุขร่วมกันกับผู้อื่น เปลี่ยนวิธีคิดทั้งหมดของชาวบ้านทำให้ชุมชนเริ่มเปลี่ยน ตอนนี้ก็จะมีของมาแจกกัน ทำให้จิตใจญาติโยมที่แต่ก่อนเคยอยากได้ อยากมีตอนนี้มันเริ่มเปลี่ยนหันมาพึ่งพากันเอื้อเฟื้อกันเพิ่มขึ้น? พระนักพัฒนา กล่าว</p><p>ดร.สุรพล ดำรงกิตติคุณ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ หัวหน้าคณะผู้วิจัย กล่าวว่า การผลิตไบโอดีเซลนั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะผลักดันให้กลุ่มชาวบ้านเข้ม แข็ง เราทำงานวิจัยเล็ก ๆ ที่อาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนตั้งแต่การปลูก จนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยว แล้วเราก็มองว่าการใช้น้ำมันบนดอยอาจจะมีวิธีการที่มากกว่าการใช้สารเคมีไป บำบัดเพื่อให้น้ำมันใสขึ้น เราก็เปลี่ยนมาใช้น้ำกล้วยต้มแทนเพื่อที่จะทำให้น้ำมันใสขึ้นแทน ซึ่งเป็นจุดที่เราเริ่มเห็นว่ามันอาจจะมีความยั่งยืนเกิดขึ้นได้ เพราะว่าทานตะวันเป็นพืชระยะสั้นปลูกเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวได้ สามารถปลูกหัวไร่ปลายนาได้ในช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยว และดอกทานตะวันก็มีความสวยงาม ทำให้ เด็ก ๆ ชอบที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ในขณะเดียวกัน เราก็รวบรวมพืชพลังงานในท้องถิ่นอื่น ๆ มาศึกษาต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อสร้างงานให้ชุมชน?? หัวหน้าคณะผู้วิจัยกล่าว</p><p>ปัจจุบันคณะผู้วิจัยร่วมกับนักศึกษาพัฒนาเครื่องหีบน้ำมันจากเมล็ดทานตะวัน จนสามารถใช้การได้ดีในระดับท้องถิ่น และนำกลับขึ้นไปติดตั้งยังศูนย์เรียนรู้ของชุมชน โดยจากการศึกษาในปีที่ผ่านมา มีชาวบ้าน ที่ร่วมปลูกทานตะวันกับโครงการฯ ทั้งหมด 24 ไร่ ได้เมล็ดทานตะวันเฉลี่ยประมาณ 171-200 กิโลกรัมต่อไร่ โดยเมล็ดทาน ตะวัน 22  กิโลกรัม จะผลิตน้ำมันได้ประมาณ 7.3  ลิตร ซึ่งน้ำมันที่ได้ถูกนำมาทดสอบและทดลองใช้งานร่วมกับชุมชนโดยยังไม่พบปัญหาในการใช้งานแต่อย่างใด</p><p>?เรื่องของน้ำมันไบโอดีเซลเป็นจุดหนึ่งที่เรานำมาเป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนแนวคิดของชาวบ้าน ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือเขาต้องลองทำเองใช้เอง และเห็นว่ามีประโยชน์มากกว่าการนำไปขาย ที่ต้องมีจุดคุ้มทุนซึ่งเป็นเรื่องของการค้า ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดความยั่งยืน?</p><p>ดังนั้นความยั่งยืนจึงต้องอยู่ที่จิตใจ จากจิตสำนึกที่ได้รู้ ได้เห็น และได้ทำ ซึ่งเป็นหลักของเศรษฐกิจพอเพียงที่ว่าด้วยการเข้าถึงและเข้าใจนั่นเอง? ดร.สุรพล สรุป.</p><p><strong>ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 27 ตุลาคม 2552</strong><br
/> <a
href="http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryId=344&amp;contentID=28270" target="_blank" class="broken_link">http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryId=344&amp;contentID=28270</a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/sunflower-seeds-diesel/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>การเพาะเลี้ยงปลาทอง เป็นอาชีพเสริม</title><link>http://www.keajon.com/hatchery-goldenfish/</link> <comments>http://www.keajon.com/hatchery-goldenfish/#comments</comments> <pubDate>Fri, 20 Nov 2009 21:09:36 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[การเพาะ]]></category> <category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category> <category><![CDATA[เพาะ]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยง]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2942</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/hatchery-goldenfish/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0910/10/12/fish.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ปลาทอง" title="" /></a>มือใหม่หัดเพาะปลาทอง คุณมาโนช ลักษณะกิจ ชาวเชียงใหม่ได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจหรือมือใหม่ที่จะหัดเพาะ ปลาทองจะต้องมีการเตรียมใจกับเรื่องอะไรบ้าง อาทิ เมื่อเพาะออกมาแล้วมีที่เลี้ยงหรือไม่ เนื่องจากในการรีดไข่ปลาในแต่ละครั้งนั้น ถ้าแม่ปลาที่มีความสมบูรณ์เต็มที่จะให้ลูกได้ไม่ต่ำกว่า 2,000-4,000 ตัว มีที่เลี้ยงเพียงพอกับการอนุบาลต่อไปหรือไม่ ในการอนุบาลลูกปลาทองจะต้องมีการเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี ถ้าขาดตกบกพร่องในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกปลาได้ อีกทั้งอาหารจะต้องมีการให้อย่างสม่ำเสมอและน้ำที่ใช้เลี้ยงจะต้องคอย เปลี่ยนถ่ายให้สะอาดอย่างตลอดเวลา หลักการสำคัญในการเพาะปลาทองนั้น คุณมาโนช บอกว่า พ่อแม่พันธุ์ที่จะใช้ในการผสมพันธุ์นั้น แนะนำให้ใช้ตัวผู้ 2 ตัว ต่อตัวเมีย 1 ตัว เนื่องจากน้ำเชื้อตัวผู้เพียงตัวเดียวจะไม่เพียงพอกับไข่ปลาตัวเมียที่ สมบูรณ์เพียงตัวเดียว ถ้าเป็นการผสมพันธุ์แบบธรรมชาติ เราจะปล่อยให้พ่อ-แม่พันธุ์ได้ผสมพันธุ์กันเอง ตัวผู้จะไล่ตอดตัวเมียเพื่อให้ไข่หลุดออกมาจากท้องตัวเมีย หลังจากนั้นจะทำการฉีดน้ำเชื้อเข้าผสมไข่ที่หลุดออกมา ในบ่อผสมพันธุ์ควรจะมีพันธุ์ไม้น้ำ เช่น สาหร่ายหรืออาจจะใช้เชือกฟางฉีกเป็นฝอยเพื่อให้ไข่ปลาเกาะติด (เชือกฟางหรือสาหร่ายจะสามารถป้องกันการกินไข่ของพ่อแม่ปลาทองได้) พ่อแม่ปลาทองจะเก็บกินไข่ที่ตกอยู่ที่พื้นหรือที่โล่งจนหมด สำหรับวิธีการผสมพันธุ์เทียม ให้สังเกตดูท้องตัวเมียจะป่อง ๆ แสดงว่าจะเริ่มไข่แล้ว หากไข่ที่สุกเต็มที่ตัวเมียจะขับเมือกคาว ๆ ออกมาพร้อมไข่ ให้เตรียมกะละมังขาวใส่น้ำสะอาด (ปราศจากคลอรีน) มาเตรียมเพื่อทำการรีดไข่ นำแม่พันธุ์มาอยู่ในกะละมัง พยายามจับเบา ๆ อย่า ให้แม่ปลาทองตกใจ จากนั้นให้นำพ่อปลาทองมาใส่รวมกัน เมื่อแม่ปลาหายตื่นตกใจให้เริ่มทำการรีดไข่ปลา [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0910/10/12/fish.jpg" alt="fish การเพาะเลี้ยงปลาทอง เป็นอาชีพเสริม"  title="การเพาะเลี้ยงปลาทอง เป็นอาชีพเสริม" /><br
/> <em>มือใหม่หัดเพาะปลาทอง</em></p><p>คุณมาโนช ลักษณะกิจ ชาวเชียงใหม่ได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจหรือมือใหม่ที่จะหัดเพาะ ปลาทองจะต้องมีการเตรียมใจกับเรื่องอะไรบ้าง อาทิ เมื่อเพาะออกมาแล้วมีที่เลี้ยงหรือไม่ เนื่องจากในการรีดไข่ปลาในแต่ละครั้งนั้น ถ้าแม่ปลาที่มีความสมบูรณ์เต็มที่จะให้ลูกได้ไม่ต่ำกว่า 2,000-4,000 ตัว มีที่เลี้ยงเพียงพอกับการอนุบาลต่อไปหรือไม่</p><p>ในการอนุบาลลูกปลาทองจะต้องมีการเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี ถ้าขาดตกบกพร่องในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกปลาได้ อีกทั้งอาหารจะต้องมีการให้อย่างสม่ำเสมอและน้ำที่ใช้เลี้ยงจะต้องคอย เปลี่ยนถ่ายให้สะอาดอย่างตลอดเวลา</p><p>หลักการสำคัญในการเพาะปลาทองนั้น คุณมาโนช บอกว่า พ่อแม่พันธุ์ที่จะใช้ในการผสมพันธุ์นั้น แนะนำให้ใช้ตัวผู้ 2 ตัว ต่อตัวเมีย 1 ตัว เนื่องจากน้ำเชื้อตัวผู้เพียงตัวเดียวจะไม่เพียงพอกับไข่ปลาตัวเมียที่ สมบูรณ์เพียงตัวเดียว ถ้าเป็นการผสมพันธุ์แบบธรรมชาติ เราจะปล่อยให้พ่อ-แม่พันธุ์ได้ผสมพันธุ์กันเอง ตัวผู้จะไล่ตอดตัวเมียเพื่อให้ไข่หลุดออกมาจากท้องตัวเมีย หลังจากนั้นจะทำการฉีดน้ำเชื้อเข้าผสมไข่ที่หลุดออกมา ในบ่อผสมพันธุ์ควรจะมีพันธุ์ไม้น้ำ เช่น สาหร่ายหรืออาจจะใช้เชือกฟางฉีกเป็นฝอยเพื่อให้ไข่ปลาเกาะติด (เชือกฟางหรือสาหร่ายจะสามารถป้องกันการกินไข่ของพ่อแม่ปลาทองได้) พ่อแม่ปลาทองจะเก็บกินไข่ที่ตกอยู่ที่พื้นหรือที่โล่งจนหมด</p><p>สำหรับวิธีการผสมพันธุ์เทียม ให้สังเกตดูท้องตัวเมียจะป่อง ๆ แสดงว่าจะเริ่มไข่แล้ว หากไข่ที่สุกเต็มที่ตัวเมียจะขับเมือกคาว ๆ ออกมาพร้อมไข่ ให้เตรียมกะละมังขาวใส่น้ำสะอาด (ปราศจากคลอรีน) มาเตรียมเพื่อทำการรีดไข่ นำแม่พันธุ์มาอยู่ในกะละมัง พยายามจับเบา ๆ อย่า ให้แม่ปลาทองตกใจ จากนั้นให้นำพ่อปลาทองมาใส่รวมกัน เมื่อแม่ปลาหายตื่นตกใจให้เริ่มทำการรีดไข่ปลา</p><p>โดยปกติแล้วน้ำเชื้อของตัวผู้จะต้อง ออกแรงฉีดมากกว่าตัวเมีย เนื่องจากไข่ของตัวเมียแค่แม่ปลาสะบัดตัวก็หลุดออกมาแล้ว ในการรีดไข่จะต้องมีเทคนิคตรงที่ขณะที่รีดจะต้องวนมือเป็นวงกลมตามกะละมัง ด้วย เพื่อให้ไข่มีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอเพื่อเปอร์เซ็นต์การฟักจะสูงขึ้น ด้วย จากนั้นประมาณ 10-15 นาที ให้นำกะละมังไปล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง เราจะพบไข่ปลาที่มีสีเหลืองใส ติดหนึบอยู่บริเวณก้นกะละมัง นำกะละมังนั้นไปแช่ในอ่างแล้วเปิดออกซิเจนให้แรงให้ออกซิเจนเพียงพอสำหรับ ไข่ปลาที่กำลังจะฟัก</p><p>หลังจากนั้นอีกประมาณ 3-4 วัน ลูกปลาตัวน้อยก็จะเริ่มดีดตัวออกมาจากไข่ ลูกปลาจะออกช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำด้วย ถ้าอุณหภูมิของน้ำค่อนข้างเย็น ลูกปลาจะออกช้าซึ่งเป็นผลดี เพราะการที่ลูกปลาอยู่ในไข่นานจะทำให้การพัฒนาเป็นตัวมีความสมบูรณ์มากยิ่ง ขึ้น.</p><p>&nbsp;</p><p>ข่าวโดย ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ</p><h3><span
style="color: #0000ff;">สาระอาชีพดีดี โดย เดลินิวส์</span></h3><p><img
class="alignnone size-full wp-image-19" title="dailynews" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="dailynews การเพาะเลี้ยงปลาทอง เป็นอาชีพเสริม" width="162" height="52" /></p><p><span
style="font-size: xx-small;">หากท่านเห็นว่าข่าวนี้มีประโยชน์ กรุณาช่วยกันอุดหนุนสื่อคุณภาพด้วยครับ</span></p><p><img
src="http://feeds.feedburner.com/~r/kasetnews/~4/n4EIbKORr7c" alt=" การเพาะเลี้ยงปลาทอง เป็นอาชีพเสริม" width="1" height="1" title="การเพาะเลี้ยงปลาทอง เป็นอาชีพเสริม" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/hatchery-goldenfish/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ตุ๊กตาผ้า ทำด้วยมือ</title><link>http://www.keajon.com/doll-handmade/</link> <comments>http://www.keajon.com/doll-handmade/#comments</comments> <pubDate>Wed, 04 Nov 2009 09:31:38 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียงานประดิษฐ์]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[ขั้นตอนการทำ]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[คุณภาพ]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ชุมชน]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ช่องทางทำกิน]]></category> <category><![CDATA[ตลาดนัด]]></category> <category><![CDATA[ตุ๊กตา]]></category> <category><![CDATA[ตุ๊กตาทำมือ]]></category> <category><![CDATA[ตุ๊กตาผ้า]]></category> <category><![CDATA[ตุ๊กตาแฮนด์เมด]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[บัญชี]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[วิธีการทำ]]></category> <category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชน]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[หัตถกรรม]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อุปกรณ์]]></category> <category><![CDATA[เทคนิคการขาย]]></category> <category><![CDATA[เทศกาล]]></category> <category><![CDATA[เรียน]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2810</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/doll-handmade/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/10/handmade-dolls.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="handmade-dolls" title="handmade-dolls" /></a>?ตุ๊กตาผ้า? ขายได้ขายดีทุกเทศกาล &#160; ถ้าพูดถึงของขวัญที่ได้รับความนิยม หนึ่งในของที่คนส่วนใหญ่มักจะซื้อเพื่อเป็นของขวัญมอบให้กับคนที่รักในงานเทศกาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปีใหม่ วาเลนไทน์ รับปริญญา วันเด็ก ฯลฯ ก็จะรวมถึง ?ตุ๊กตา? ที่มิใช่แค่ของเล่น เด็กเท่านั้น ซึ่ง ?ตุ๊กตาผ้า? ก็เป็นหนึ่งในตุ๊กตายอดฮิต และวันนี้ทีม ?ช่องทางทำกิน? มีข้อมูลมานำเสนอ? &#160; &#160; สุชญา สุขหงษ์ ประธานกลุ่มหัตถกรรมทำด้วยมือผลิตตุ๊กตาบ้านวังน้ำเขียว ต.วังน้ำเขียว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เป็นผู้ที่ผลิตและจำหน่ายตุ๊กตาทุกชนิด ภายใต้ชื่อ ?PLOY TOYS? ซึ่งมีประสบการณ์ในการผลิตตุ๊กตามานานกว่า 10 ปี ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของกลุ่มมีจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ก่อนที่จะมายึดอาชีพทำตุ๊กตานั้น สุชญาเล่าว่า เคยทำงานบริษัทผลิตตุ๊กตาส่งออก อยู่ฝ่ายการตลาด แต่ในช่วงยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตก บริษัทที่ทำอยู่ก็เริ่มให้คนงานออก และตนก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น หลังจากตกงานก็เริ่มหาช่องทางอาชีพทำ และก็ตกลงกับสามีว่าจะมาทำ ?ตุ๊กตา? ขาย &#160; &#160; ?จากที่เคยอยู่ฝ่ายการตลาดของบริษัทเก่า ทำให้เห็นว่ายอดขายตุ๊กตามียอดจำหน่ายที่สูง บวกกับเป็นคนที่ชอบตุ๊กตาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงยิ่งทำให้เป็นเรื่องง่ายในการที่จะตัดสินใจทำตุ๊กตาผ้าขาย? [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>?ตุ๊กตาผ้า? ขายได้ขายดีทุกเทศกาล</strong></p><p>&nbsp;</p><p>ถ้าพูดถึงของขวัญที่ได้รับความนิยม หนึ่งในของที่คนส่วนใหญ่มักจะซื้อเพื่อเป็น<strong>ของขวัญ</strong>มอบให้กับคนที่รักใน<strong>งานเทศกาล</strong>ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปีใหม่ วาเลนไทน์ รับปริญญา วันเด็ก ฯลฯ ก็จะรวมถึง <strong>?ตุ๊กตา? </strong>ที่มิใช่แค่ของเล่น เด็กเท่านั้น ซึ่ง<strong> ?ตุ๊กตาผ้า? </strong>ก็เป็นหนึ่งในตุ๊กตายอดฮิต และวันนี้ทีม ?ช่องทางทำกิน? มีข้อมูลมานำเสนอ?</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>สุชญา สุขหงษ์ ประธานกลุ่ม<strong>หัตถกรรมทำด้วยมือ</strong>ผลิต<strong>ตุ๊กตา</strong>บ้านวังน้ำเขียว ต.วังน้ำเขียว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เป็นผู้ที่ผลิตและจำหน่ายตุ๊กตาทุกชนิด ภายใต้ชื่อ <strong>?PLOY TOYS?</strong> ซึ่งมีประสบการณ์ในการผลิตตุ๊กตามานานกว่า 10 ปี ปัจจุบัน<strong>ผลิตภัณฑ์</strong>ของกลุ่มมีจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ</p><p><br
/> <img
class="alignleft size-full wp-image-749" title="handmade-dolls" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/10/handmade-dolls.jpg" alt="handmade dolls ตุ๊กตาผ้า ทำด้วยมือ" width="300" height="184" /></p><p>ก่อนที่จะมายึดอาชีพทำตุ๊กตานั้น สุชญาเล่าว่า เคยทำงานบริษัทผลิตตุ๊กตาส่งออก อยู่ฝ่ายการตลาด แต่ในช่วงยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตก บริษัทที่ทำอยู่ก็เริ่มให้คนงานออก และตนก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น หลังจากตกงานก็เริ่มหาช่องทาง<strong>อาชีพ</strong>ทำ และก็ตกลงกับสามีว่าจะมาทำ<strong> ?ตุ๊กตา? </strong>ขาย</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>?จากที่เคยอยู่ฝ่ายการตลาดของบริษัทเก่า ทำให้เห็นว่ายอดขาย<strong>ตุ๊กตา</strong>มียอดจำหน่ายที่สูง บวกกับเป็นคนที่ชอบตุ๊กตาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงยิ่งทำให้เป็นเรื่องง่ายในการที่จะตัดสินใจทำตุ๊กตาผ้าขาย?</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><strong>การทำตุ๊กตาทำด้วยมือ</strong>อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่ไม่มีความรู้ทางด้านนี้ แต่ก็ไม่ยากถ้ามีความพยายาม พอเริ่มที่จะทำจริงจังก็เริ่มศึกษาวิธีการทำด้วยตัวเอง โดยหาซื้อตุ๊กตาผ้ามาแกะแยกชิ้นส่วนออกจนหมดทุกชิ้น เพื่อที่จะนำมาเป็นตัวอย่างในการทำ แรก ๆ ตุ๊กตาที่ทำออกมาจะนำไปขายตามงานวัดและตลาดนัด</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ตุ๊กตาที่ผลิตขึ้นก็พอขายได้ แต่ยังไม่ค่อยมีมาตรฐาน อีกทั้งการบริหารจัดการต่าง ๆ ก็ยังไม่ดี สุชญาจึงเข้าไปอบรมในโครงการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถด้านบริหารจัดการธุรกิจในแต่ละด้าน ให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน</p><p><img
class="alignright size-full wp-image-751" title="handmade-dolls-2" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/10/handmade-dolls-2.jpg" alt="handmade dolls 2 ตุ๊กตาผ้า ทำด้วยมือ" width="300" height="225" /></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>หลังจากที่ได้เข้าอบรมก็สามารถวางแผนในการจัดการธุรกิจได้ดีขึ้น รู้จักการจัดทำบัญชี ได้เรียนรู้เทคนิคด้านการตลาด เทคนิคการขาย จากนั้นก็เริ่มมาพัฒนากลุ่มผลิตตุ๊กตาให้มีมาตรฐานมากขึ้น จนปัจจุบัน<strong>ผลิตภัณฑ์ทำด้วยมือ</strong>เริ่มเป็นที่ยอมรับจากลูกค้า ผลิตส่งให้กับบริษัทลิขสิทธิ์ถึง 70% และทางกลุ่มผลิตจำหน่ายเอง 30%</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>?ธุรกิจผลิตตุ๊กตาผ้า สินค้าที่ผลิตออกมาจะต้องเป็นที่ถูกใจลูกค้าจึงจะขายได้ เพราะฉะนั้นรูปแบบของ<strong>ตุ๊กตา</strong>จะต้องมีความโดดเด่น ที่สำคัญจะทำให้ธุรกิจไปรอดก็จะต้องเน้นในเรื่องคุณภาพสินค้า ตรงต่อเวลา และความซื่อสัตย์? สุชญากล่าว</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ในการผลิต <strong>?ตุ๊กตาผ้า?</strong> ขาย วัสดุอุปกรณ์ในการทำที่สำคัญ ๆ ก็มีจักรเย็บผ้า, ผ้าสำหรับทำตุ๊กตาโดยเฉพาะ, ใยสำหรับยัดในตัวตุ๊กตา? แหล่งวัตถุดิบที่เป็นแหล่งใหญ่ที่สามารถไปหาซื้อได้อยู่ที่ย่านบางบอน?</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ขั้นตอนการทำ เริ่มจากออกแบบ<strong>ตุ๊กตาทำด้วยมือ</strong> หรือหาต้นแบบตุ๊กตาที่ต้องการจะทำ หลังจากที่ได้แบบที่ต้องการก็ทำแพตเทิร์น ซึ่งตุ๊กตา 1 ตัว อาจมีแพตเทิร์น 25-40 ชิ้น จากนั้นก็นำแพตเทิร์นไปวางทาบบนผ้า วาดตามรอยจากนั้นก็ตัดตามรอยเส้น ซึ่งวิธีนี้เป็น วิธีที่ง่าย แต่งานอาจจะช้าหน่อย</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ในส่วนของสุชญาจะใช้วิธีการนำแพตเทิร์นที่ได้ไปวาดลงบนแผ่นกระเบื้องกันความร้อน จากนั้นก็จะตัดตามแบบ ใช้เส้นลวดกันความร้อนชนิดแบนติดตามขอบกระเบื้องกันความร้อนที่ตัดตามแพตเทิร์น ล็อกติดเข้าด้วยกันโดยใช้ลวดกันความร้อนเส้นเล็กเป็นตัวรัด เชื่อมต่อสายไฟที่จะต้องไปเสียบเข้ากับหม้อแปลงไฟฟ้าปรับแรงดัน สุดท้ายต่อด้ามจับด้วยไม้ วิธีการใช้ก็แค่เสียบปลั๊กไฟเข้ากับหม้อแปลงปรับแรงดันไฟฟ้า รอให้ลวดเกิดความร้อน จากนั้นก็ทำการปั๊มลงบนผ้า<br
/> วิธีนี้เป็นวิธีที่รวดเร็วในการตัดผ้า แต่ก็ต้องใช้ทุนสูงหน่อย โดยหม้อแปลงปรับแรงดันไฟฟ้ามีราคาอยู่ที่ประมาณ 12,000-13,000 บาท?</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>เมื่อได้ชิ้นส่วน<strong>ตุ๊กตา</strong>ทุกชิ้นครบ ก็ทำการเย็บแต่ละชิ้นให้เรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปก็คือการยัดใย ก่อนยัดใยก็นำชิ้นส่วนที่แยกเย็บมาเย็บประกอบกันให้เรียบร้อย แล้วทำการยัดใย ยัดเสร็จก็ทำการตกแต่งภายนอกให้เรียบร้อย<br
/> การยัดใยใส่ในตัวตุ๊กตานั้นสามารถยัดด้วยมือได้สำหรับผู้ที่ยังไม่มีเงินทุนที่จะซื้อเครื่องฉีดใย ส่วนเครื่องฉีดใยนั้นมีราคาอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาท ซึ่งคุณภาพตุ๊กตาที่ยัดใยด้วยเครื่องก็จะนิ่งกว่าการใช้มือ</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>จากนั้นก็ทำการเย็บปิดรูของตัว<strong>ตุ๊กตาทำด้วยมือ</strong>ที่เป็นจุดยัดใย ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน พร้อมจำหน่าย<br
/> ตุ๊กตาของกลุ่มหัตถกรรมผลิตตุ๊กตาบ้านวังน้ำเขียว มีราคาขายตั้งแต่ 30-1,000 บาท โดยมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 70% ของราคาจำหน่าย ใครสนใจสั่งซื้อก็สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 08-1616-5967<br
/> จะสั่งไปจำหน่ายต่อเป็นอาชีพ หรือจะลองฝึกฝนทำขายเองก็สุดแท้แต่ !!.</p><p>&nbsp;</p><p><br
/> ขอบคุณที่มา : women.sanook.com</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/doll-handmade/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม</title><link>http://www.keajon.com/ceeramic-lampang/</link> <comments>http://www.keajon.com/ceeramic-lampang/#comments</comments> <pubDate>Sat, 10 Oct 2009 19:01:28 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[พักผ่อนหย่อนอารมณ์]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียงานประดิษฐ์]]></category> <category><![CDATA[OTOP]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ขายของ]]></category> <category><![CDATA[ข้าว]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[จุดเด่น]]></category> <category><![CDATA[ชามตราไก่]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category> <category><![CDATA[ต่างชาติ]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ทอด]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ฝรั่งเศส]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[ลำปาง]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[ศิลปะ]]></category> <category><![CDATA[หัตถกรรม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เซรามิค]]></category> <category><![CDATA[เปิดเว็บ]]></category> <category><![CDATA[เพ้นท์]]></category> <category><![CDATA[แก้จน]]></category> <category><![CDATA[โชคชะตา]]></category> <category><![CDATA[โอทอป]]></category> <category><![CDATA[ไก่]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไอเดีย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2648</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/ceeramic-lampang/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/09/ceramic-pattern.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ceramic-pattern" title="ceramic-pattern" /></a>&#160; &#160; เห็นชามตราไก่จนคุ้นเคย แต่อย่าคิดนะว่าเซรามิกลำปางเขาจะถนัดเพนท์แค่ชามตราไก จะเอาหรูๆ ไฮๆ ก็ทำให้ตะลึงกันมาแล้ว ด้วยราคาเหยียบแสนบาท &#160; ใครมีโอกาสแวะไปเยือนสยามพารากอน ในวันที่เขาจัดงาน OTOP in the city 2009 ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เชื่อว่าคงมีโอกาสสะดุดตากับป้าย ?ลำปาง..หนาวมาก? กันบ้าง ที่ทำให้สะดุดไม่แค่ป้ายบูธที่อินกระแส &#160; &#160; แต่มันคือผลงานอันงามงด สดๆ ใหม่ๆ กับเซรามิกเพนท์ลาย ของค่าย ?หจก. ชอวอ แฮนดิคราฟท์? ..สินค้า OTOP ติดดาวจากจังหวัดลำปาง &#160; &#160; แม้วันนั้นกรุงเทพฯ จะร้อนระอุ แต่ความ ?หนาวมาก? ชวนเข้าหาของบูธลำปาง ก็ดึงดูดไฮโซกระเป๋าหนักให้เยี่ยมชมกันไม่ขาดสาย &#160; คนที่ดูจะยิ้มได้ชื่นบานที่สุด ก็คือ ?วาริ วัฒนรุกข์? หุ้นส่วนผู้จัดการ เบื้องหลังความสำเร็จของ ?ชอวอ แฮนดิคราฟท์? ในวันนี้ ในวันที่งานหัตถกรรมของชาว ?ชอวอ? [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>เห็น<strong>ชามตราไก่</strong>จนคุ้นเคย แต่อย่าคิดนะว่า<strong>เซรามิกลำปาง</strong>เขาจะถนัด<strong>เพนท์</strong>แค่<strong>ชามตราไก</strong> จะเอาหรูๆ ไฮๆ ก็ทำให้ตะลึงกันมาแล้ว ด้วยราคาเหยียบแสนบาท</p><p><br
/> <img
class="alignnone size-full wp-image-634" title="ceramic-pattern" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/09/ceramic-pattern.jpg" alt="ceramic pattern เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม" width="335" height="240" /></p><p>&nbsp;</p><p>ใครมีโอกาสแวะไปเยือนสยามพารากอน ในวันที่เขาจัดงาน OTOP in the city 2009 ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เชื่อว่าคงมีโอกาสสะดุดตากับป้าย ?<strong>ลำปาง</strong>..หนาวมาก? กันบ้าง ที่ทำให้สะดุดไม่แค่ป้ายบูธที่อินกระแส</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>แต่มันคือผลงานอันงามงด สดๆ ใหม่ๆ  กับ<strong>เซรามิกเพนท์ลาย </strong>ของค่าย ?หจก. ชอวอ แฮนดิคราฟท์?  ..สินค้า OTOP ติดดาวจากจังหวัดลำปาง</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>แม้วันนั้นกรุงเทพฯ จะร้อนระอุ แต่ความ ?หนาวมาก? ชวนเข้าหาของบูธ<strong>ลำปาง </strong>ก็ดึงดูดไฮโซกระเป๋าหนักให้เยี่ยมชมกันไม่ขาดสาย</p><p><br
/> <img
class="alignnone size-full wp-image-635" title="ceramic-pattern-2" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/09/ceramic-pattern-2.jpg" alt="ceramic pattern 2 เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม" width="460" height="330" /></p><p>&nbsp;</p><p>คนที่ดูจะยิ้มได้ชื่นบานที่สุด ก็คือ ?วาริ วัฒนรุกข์?  หุ้นส่วนผู้จัดการ เบื้องหลังความสำเร็จของ ?ชอวอ แฮนดิคราฟท์? ในวันนี้<br
/> ในวันที่งานหัตถกรรมของชาว ?ชอวอ? ยังไม่ตั้งไข่ ?วาริ? ทำงานออกแบบอยู่ในบริษัทโฆษณาใหญ่โตแห่งหนึ่ง วันดีคืนดีโชคชะตาพาให้ได้ช่วยงานเพื่อนที่ลำปางทำงานเซรามิก ?เสียงลั่นระฆังบนสนามธุรกิจจึงเริ่มขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>?ช่วยเพื่อนทำ<strong>เซรามิก</strong>มาประมาณ 2 ปี วันหนึ่งมีลูกค้าจากต่างประเทศมาขอให้ทำ<strong>งานเขียนลายบนเซรามิก</strong> ซึ่งในเมืองไทยเวลานั้นยังไม่มีใครทำแบบที่เขาต้องการ เพื่อนถามว่าผมจะทำไหม จึงตัดสินใจลองทำดู เริ่มจากทดลองอยู่ประมาณกว่า 10 วัน สุดท้ายก็ทำได้?</p><p><br
/> <img
class="alignnone size-full wp-image-636" title="ceramic-pattern-3" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/09/ceramic-pattern-3.jpg" alt="ceramic pattern 3 เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม" width="357" height="256" /></p><p>&nbsp;</p><p>ได้งานลูกค้าตาน้ำข้าวมาด้วยความพยายามล้วนๆ แน่นอนว่าพวกเขาไม่อยากหยุดอยู่แค่นั้น จึงลองเอาผล<strong>งานศิลปะ</strong>บน<strong>เซรามิก</strong> ส่งเข้าประกวดดู เริ่มจากเวทีใกล้ตัวอย่างงานประจำป<strong>ีจังหวัดลำปาง </strong>เปิดตัวงานแรก เวทีแรก พลพรรค ?ชอวอ? ก็คว้ารางวัลชนะเลิศมาได้สำเร็จ</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>?เรารีโปรดักชันงานเก่าของวินเซนต์ แวน โก๊ะ แล้วส่งเข้าประกวด จนได้รางวัลชนะเลิศมา จากนั้นเพื่อนจึงเอางานชิ้นนี้ไปจัดแสดงในแกลอรีของเขา จนมีชาวต่างชาติมาเห็นผลงานแล้วชอบ จึงเริ่มสั่งให้เราทำงานให้หลังจากนั้น?</p><p>ผล<strong>งานศิลปะ</strong>บน<strong>เซรามิก</strong>เข้าตา ด้วยจุดเด่นของความเป็นสินค้า ?Unique? และเป็นงาน ?<strong>แฮนด์เมด</strong>? ที่ลูกค้าต่างชาติปลื้มสุดๆ ทำให้มีตลาดหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ออกสตาร์ทปีแรกประมาณปี 2539 ได้ออเดอร์มาเบาะๆ กว่าสองแสนบาท ปีถัดมาร่ำว่าไทยเจอวิกฤติ แต่พวกเขายังรับทรัพย์ไปถึง 1.5 ล้านบาท</p><p>?ปี 2540 เราเริ่มออกงานแสดงสินค้าในกรุงเทพ เริ่มด้วยงาน BIG&amp;BIH ตอนนั้นค่อนข้างได้รับการตอบรับดีมาก และค่าเงินบาทอ่อนการส่งออกจึงดีเราค่อยๆ เติบโตมาเรื่อยๆ ลูกค้ามีทั้งจาก อเมริกา ฝรั่งเศส และ เยอรมนี?</p><p><br
/> <img
class="alignnone size-full wp-image-637" title="ceramic-pattern-4" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/09/ceramic-pattern-4.jpg" alt="ceramic pattern 4 เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม" width="403" height="289" /></p><p>&nbsp;</p><p>ยิ่งเติบโตจากเสียงตอบรับที่เพิ่มขึ้น ?วาริ? กลับมาคิดว่า พวกเขาจะยิ่งหยุดนิ่งไม่ได้ จึงหันมาเร่ง ?พัฒนาสินค้า? เต็มกำลัง วิธีการก็ทั้งออกแบบเอง  ทั้งฟังเสียงจากลูกค้า รวมถึงประสานแนวคิดร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อผลิตผลงานใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนานอกจากจะได้มาซึ่ง<strong>ผลิตภัณฑ์</strong>ใหม่ๆ ยังรวมถึงได้ตลาดใหม่มาขยายแขนขาอีกด้วย</p><p>?ตอนที่ส่งงานให้เยอรมนี เริ่มมีสินค้าเกรด บี ที่ไม่สามารถขายได้ เขาตีกลับมา เราจึงนำมาทำเป็นโมเสกแล้วเขียนให้เป็นลวดลาย เรียกว่าเอาโมเสกมาผสมผสานกับงานเพนท์ จนเป็น<strong>ผลิตภัณฑ์</strong>กระเบื้องโมเสก แล้วส่งให้ญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก?</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>จากของเสียมีตำหนิ ก็กลายเป็นของดี มีมูลค่าขึ้นมาได้ แถมยังขยายตลาดใหม่มายังเอเชียเป็นครั้งแรก นำมาซึ่งออเดอร์ต่อเดือนถึง 3 แสนบาท</p><p>ไม่หยุดเพียงเท่านั้น การขยายช่องทางขายจากแค่ออกงานแสดงสินค้า มาเปิดเว็บไซต์ควบคู่ ทำให้มีลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาต่อเนื่อง ได้เปิดประสบการณ์<strong>งานเพนท์</strong>ไปยังผลิตภัณฑ์ตัวอื่นด้วย</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>?มีลูกค้าญี่ปุ่นติดต่อเข้ามา ขอให้ทำงานเพนท์ลงในพวกสุขภัณฑ์อย่างอ่างล้างหน้า ซึ่งงานนี้มันยากทั้งกระบวนการทำอย่างเทคนิคการเผา <strong>การเขียนลาย </strong>และการจัดวางองค์ประกอบ  จึงไม่มีใครทำให้เขา เราลองทำดู โดยอาศัยประสบการณ์จาก<strong>งานเซรามิก</strong>ที่ผ่านมา ความรู้เรื่อง<strong>ศิลปะ </strong>และพูดคุยกับ<strong>ดีไซเ</strong>นอร์ญี่ปุ่น ร่วมออกความคิดเห็นว่างานอย่างนี้ทำได้หรือไม่ได้ มีขีดจำกัดตรงไหน เพื่อทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด?</p><p><strong>งานศิลปะ</strong> และ<strong>ไอเดีย</strong>ใหม่ๆ ถูกถ่ายทอดออกสู่<strong>งานเพ้นท์ </strong>กระจกภาพโชว์ ไม่ขาดสาย</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ในช่วงแรกยังระรื่นกับตลาดส่งออก ?วาริ? บอกว่า ในตอนนั้น กระแสของงาน<strong>แฮนด์เมด</strong>รุ่งสุดๆ โดยเฉพาะงานเพนท์ที่ต่างชาติสนอกสนใจ ?ชอวอ? จึงยังสนุกกับออเดอร์นอกบ้าน แต่เมื่อฤดูกาลผ่านพ้น ตลาดส่งออกเริ่มซบเซา ถึงคราวหมุนเข็มทิศกลับมามองศักยภาพในบ้านอีกครั้ง</p><p>?เมื่อก่อนเราเน้นขายจำนวนชิ้นมากๆ เน้นส่งออกเป็นหลัก แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว กำลังการผลิตเราลดลง แต่เน้นขายของที่ราคาแพงขึ้น จากเมื่อก่อนผลิตได้เป็นหมื่นชิ้น แต่ขายได้หลักแสน แต่เดี๋ยวนี้ชิ้นเดียวก็ร่วมแสนแล้ว?</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>?เราเริ่มมาทำตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งลูกค้าที่เป็นบริษัทออกแบบตกแต่งบ้าน กับลูกค้าระดับบนที่ชอบงานนี้ พูดได้ว่าเรามีแฟนประจำอยู่พอสมควร จึงมีงานใหม่ๆ ออกมาต่อเนื่อง?</p><p>ธุรกิจดูสดใส กับการคิดใหม่ทำใหม่ไม่หยุดนิ่ง แต่ความเป็น<strong> ?ศิลปิน? </strong>ของพวกเขา บ่อยครั้งที่สร้างความขัดแย้งกับความเป็นธุรกิจ ต้องหากลยุทธ์มาพลิกมุมคิดกันบ้าง</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>?ที่ผ่านมาเราเคยปฏิเสธออเดอร์ด้วยอารมณ์ ลูกค้าบางรายเขาเข้าใจเราเขาก็ไม่ค่อยกล้าสั่ง ไม่กล้าว่า เพราะเราเป็น<strong>ศิลปิน</strong>มากไป บางทีก็ไม่กล้าเอางานมาให้ทำ  แต่พอเราเป็นธุรกิจมากๆ ลูกค้าอีกกลุ่มที่เขาต้องการความเป็น<strong>ศิลปะ</strong>จริงๆ เขาก็ไม่ชอบอีก หาว่างานเราโหล นี่เป็นที่มาของปัญหาในปัจจุบัน?</p><p>วิธีการแก้ปัญหา คือพวกเขาเอาความเป็น <strong>?ศิลปะ?</strong> มาสร้างมูลค่าในเชิง<strong>ธุรกิจ</strong>มากขึ้น จากเขียนลายง่ายๆ ขายในปริมาณมากๆ แต่ได้ราคาแค่กระบิมือ จนถูกเรียกว่าของโหล ก็มาเน้นลายให้ยากขึ้น คนเห็นแล้วอยากควักกระเป๋าจ่าย ขายได้ราคาสูงๆ กลยุทธ์ บีบตลาดให้เล็ก แต่รับทรัพย์ก้อนใหญ่ คือแนวทางของพวกเขาในวันนี้</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>การเดินทางของพลพรรค ?ชอวอ? ยังไม่หยุดนิ่ง เหมือนที่พวกเขาออกเดินมาตั้งแต่เริ่มต้น อย่างการขยายจากตลาดผู้ใหญ่ ไฮโซกระเป๋าหนัก มามองกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น พร้อมๆ กับพัฒนาผลงานใหม่ๆ ออกมา ต่อยอดศักยภาพความเป็น <strong>?เซรามิก?</strong> และ<strong> ?งานเพนท์? </strong>เพื่อเติบใหญ่ในตลาดนี้ต่อไป</p><p>ที่สำคัญสร้างตลาด<strong>เซรามิกลำปาง</strong> ฝ่าความหนาวเหน็บ ไปสู่ความ ?ฮอต? ทั้งในและต่างประเทศ ต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>คิดแบบ ?ชอวอ แฮนดิคราฟท์?</p><p>&nbsp;</p><li><strong> เขียนลาย</strong>ยากๆ บน<strong>เซรามิก</strong> เพิ่มมูลค่า</li><li> บีบตลาดให้เล็ก แต่ขายของดี ของแพง</li><li> พัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่าหยุดนิ่ง</li><li> ของเกรดตกไม่ใช่ของเสียใส่<strong>ไอเดีย</strong>ได้งานใหม่</li><li> ไม่ปฏิเสธลูกค้างานหิน</li><li> <strong>?ศิลปิน?</strong>กับ <strong>?ธุรกิจ?</strong> ต้องไปด้วยกันได้<p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>เื้อื้อเฟื้ออาชีพโดย :</p><div
id="attachment_2652" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><img
class="size-full wp-image-2652" title="bangkokbiz" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/bangkokbiz.jpg" alt="bangkokbiz เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม" width="200" height="75" /><p
class="wp-caption-text">กรุงเทพธุรกิจ</p></div></li> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/ceeramic-lampang/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้</title><link>http://www.keajon.com/organic-farming/</link> <comments>http://www.keajon.com/organic-farming/#comments</comments> <pubDate>Tue, 22 Sep 2009 13:45:22 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[กลุ่มเกษตรกร]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[การเพาะ]]></category> <category><![CDATA[ของไทย]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ข้าว]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[คุณภาพ]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ตลาดต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ธาตุ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[ผัก]]></category> <category><![CDATA[ลดต้นทุน]]></category> <category><![CDATA[วัสดุเหลือใช้]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[สมุนไพร]]></category> <category><![CDATA[หมัก]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เพาะ]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไร่]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2495</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/organic-farming/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0909/22/page10/d2.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="เกษตรอินทรีย์" title="" /></a>เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้ ครั้งอดีต เกษตรกรของไทยไม่จำเป็นต้องอาศัยปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีทางการเกษตรในการเพาะปลูก เนื่องจากสภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งมีการกล่าวขานว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แต่มายุคสมัยนี้ที่การผลิตสินค้าเกษตรมุ่งไปสู่การค้ามากขึ้น การเพิ่มผลผลิตจึง จำเป็น และสิ่งหนึ่งที่เกษตรกรยุคใหม่ใช้คือการเร่งการเจริญเติบโตของพืชด้วยปุ๋ยเคมีและ ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเต็มอัตรา นอกจากนี้การใช้พื้นที่ทำการเกษตรโดยขาดการปรับปรุงบำรุงดินอย่างถูกวิธี ยิ่งส่งผลให้ดินเสื่อมสภาพ เกิดการสะสมของสารเคมีในปริมาณมาก ที่สำคัญพืชไม่สามารถดึงธาตุอาหารที่มีในดินมาใช้ประโยชน์ได้ นั่นคือสาเหตุที่เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุคปัจจุบันปัจจัยการผลิตทั้งปุ๋ยและสารเคมีล้วนปรับราคาสูงขึ้น เกษตรอินทรีย์ จึงเป็นหนทางรอดของเกษตรกรในยุคปัจจุบัน เพราะไม่จำเป็นต้องไปซื้อปุ๋ยเคมีในราคาแพงมาใช้ เพียงแค่เกษตรกรหาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเศษพืช เศษปลา ใบไม้ หรือเศษหญ้ามาหมักกับสารเร่ง พด. ของกรมพัฒนาที่ดิน ก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ ในขณะที่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเกษตรกร หันมาใส่ใจเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น สังเกตได้จากเมื่อกรมพัฒนาที่ดินมีโครงการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร มุ่งสู่การทำเกษตรอินทรีย์ จะมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 มาจนถึงปีนี้ สามารถจัดตั้งกลุ่มไปแล้วไม่ต่ำกว่า 51,000 กลุ่ม และในปีนี้ กรมฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ทดแทน สารเคมีทางการเกษตรหรือเกษตรอินทรีย์ ได้แล้ว 15.89 ล้านไร่ คิดเป็น 93.52% จากที่ตั้งเป้าไว้ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0909/22/page10/d2.jpg" alt="d2 เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้"  title="เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้" /><br
/> <em>เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้</em></p><p>ครั้งอดีต เกษตรกรของไทยไม่จำเป็นต้องอาศัยปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีทางการเกษตรในการเพาะปลูก เนื่องจากสภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งมีการกล่าวขานว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แต่มายุคสมัยนี้ที่การผลิตสินค้าเกษตรมุ่งไปสู่การค้ามากขึ้น การเพิ่มผลผลิตจึง  จำเป็น และสิ่งหนึ่งที่เกษตรกรยุคใหม่ใช้คือการเร่งการเจริญเติบโตของพืชด้วยปุ๋ยเคมีและ ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเต็มอัตรา นอกจากนี้การใช้พื้นที่ทำการเกษตรโดยขาดการปรับปรุงบำรุงดินอย่างถูกวิธี ยิ่งส่งผลให้ดินเสื่อมสภาพ เกิดการสะสมของสารเคมีในปริมาณมาก ที่สำคัญพืชไม่สามารถดึงธาตุอาหารที่มีในดินมาใช้ประโยชน์ได้ นั่นคือสาเหตุที่เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุคปัจจุบันปัจจัยการผลิตทั้งปุ๋ยและสารเคมีล้วนปรับราคาสูงขึ้น</p><p>เกษตรอินทรีย์ จึงเป็นหนทางรอดของเกษตรกรในยุคปัจจุบัน เพราะไม่จำเป็นต้องไปซื้อปุ๋ยเคมีในราคาแพงมาใช้ เพียงแค่เกษตรกรหาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเศษพืช เศษปลา ใบไม้ หรือเศษหญ้ามาหมักกับสารเร่ง พด. ของกรมพัฒนาที่ดิน ก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ ในขณะที่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย</p><p>นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเกษตรกร หันมาใส่ใจเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น สังเกตได้จากเมื่อกรมพัฒนาที่ดินมีโครงการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร มุ่งสู่การทำเกษตรอินทรีย์ จะมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 มาจนถึงปีนี้ สามารถจัดตั้งกลุ่มไปแล้วไม่ต่ำกว่า 51,000 กลุ่ม และในปีนี้ กรมฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ทดแทน สารเคมีทางการเกษตรหรือเกษตรอินทรีย์ ได้แล้ว 15.89 ล้านไร่ คิดเป็น 93.52% จากที่ตั้งเป้าไว้ 17 ล้านไร่ โดยกรมฯ ได้เข้าไปปรับเปลี่ยนระบบการผลิตจากเกษตรเคมีมุ่งสู่เกษตรลดการใช้สารเคมี หรือถึงขั้นเกษตรอินทรีย์ โดยการจัดตั้งกลุ่ม อบรม สาธิตวิธีการผลิตและการใช้สารอินทรีย์ทดแทนรวมทั้งสิ้น 17,284  กลุ่ม อบรมเกษตรกรจำนวน 840,663  ราย  เรียกว่าขณะนี้มีกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีครอบคลุมอยู่เกือบทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ</p><p>ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาระบบการผลิตเกษตรอินทรีย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กรมฯ จึงได้ตั้งเป้าส่งเสริมการผลิตเกษตรอินทรีย์เพื่อส่งออก โดยกรมฯ จะเป็นตัวกลางทำหน้าที่ประสานกับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่น สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) ให้เข้ามาตรวจรับรองสินค้าของกลุ่มเกษตรกรที่กรมพัฒนาที่ดินจัดตั้งขึ้น เบื้องต้นตั้งเป้าส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อส่งออกจำนวน 2 แสนไร่ โดยเน้นพืชสมุนไพร และผักที่ขนส่งสะดวก อาทิ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบโหระพา กะเพรา พริก</p><p>ปัจจุบัน มีพื้นที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ส่งออกไปตลาดต่างประเทศแล้วไม่ต่ำกว่า 80,000 ไร่ ซึ่งตลาดยังมีความต้องการสูงมาก ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่าถ้ากรมฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานให้หน่วยงานเข้ามารับรองมาตรฐานสินค้าให้กับกลุ่มเกษตรกรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศได้ก็จะช่วยลดขั้นตอนให้กับเกษตรกร เป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้มากขึ้น ส่งผลให้จำหน่ายสินค้าได้ราคาดีขึ้นด้วย</p><p>เห็นว่าภายในปีนี้ กรมพัฒนาที่ดินเขาจะรวบรวมแหล่งผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกรจากทั่วประเทศมาใส่ไว้ในฐานข้อมูลสารสนเทศของกรมฯ เพื่อเปิดให้บริการกับผู้ประกอบการหรือพ่อค้าที่ต้องการติดต่อซื้อขายสินค้าเกษตรอินทรีย์กับกลุ่มเกษตรกร แต่ไม่รู้จะไปติด ต่อได้ที่ไหน ก็จะได้มีช่องทางในการติดต่อ ซื้อขายสินค้ากันสะดวกยิ่งขึ้น นับเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้าถึงแหล่งรับซื้อได้โดยตรงนั่นเอง.</p><p>เพิ่มเติมข้อมูลได้ที่<br
/> farmdaily@dailynews.co.th<br
/> <img
class="alignnone size-full wp-image-19" title="dailynews" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="dailynews เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้" width="162" height="52" /></p><p><img
src="http://feeds.feedburner.com/~r/kasetnews/~4/HcnBDPHuZC8" alt=" เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้" width="1" height="1" title="เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/organic-farming/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ส่งออกผลไม้ไทยตีตลาดจีน</title><link>http://www.keajon.com/fruit-export/</link> <comments>http://www.keajon.com/fruit-export/#comments</comments> <pubDate>Tue, 22 Sep 2009 13:43:26 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ข่าวการค้า-พาณิชย์]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[ของไทย]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ข้าว]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[คุณภาพ]]></category> <category><![CDATA[จีน]]></category> <category><![CDATA[ชมพู่]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ดอกไม้]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ทอด]]></category> <category><![CDATA[ทุเรียน]]></category> <category><![CDATA[ทุเรียนทอดกรอบ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ผลไม้]]></category> <category><![CDATA[ผลไม้แปรรูป]]></category> <category><![CDATA[ผัก]]></category> <category><![CDATA[มะพร้าว]]></category> <category><![CDATA[มะพร้าวน้ำหอม]]></category> <category><![CDATA[มะม่วง]]></category> <category><![CDATA[ยางพารา]]></category> <category><![CDATA[ลำไย]]></category> <category><![CDATA[ลำไยอบแห้ง]]></category> <category><![CDATA[ล้นตลาด]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[หอม]]></category> <category><![CDATA[อนามัย]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เส้นทาง]]></category> <category><![CDATA[เอกชน]]></category> <category><![CDATA[แก้ว]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2496</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/fruit-export/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0909/22/page10/f2.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ผลไม้" title="" /></a>ผลไม้เมืองร้อนไทย สยายปีกตีตลาดจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของไทย โดยมีมูลค่าส่งออกสูงถึง 200,000 ล้านบาทต่อปี และมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว ผลไม้ สดแช่เย็น-แช่แข็งและแห้ง ปลาสดแช่เย็น-แช่แข็ง กุ้งสดแช่เย็น-แช่แข็ง ปลาหมึกสดแช่เย็น-แช่แข็ง กล้วยไม้ สัตว์น้ำ จำพวกครัสตาเซีย และตะพาบน้ำ เป็นต้น ขณะนี้ผลไม้ไทยกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนอย่างมาก ทำให้ไทยสามารถส่งออกผลไม้คุณภาพดีไปจีนได้ปีละกว่า 5,000 ล้านบาท และปีนี้คาดว่ามูลค่าส่งออกจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากกระทรวง เกษตรฯ เร่งสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า และความปลอดภัยทางอาหารให้กับผู้นำเข้า ซึ่งเป็นช่องทางที่จะช่วยขยายตลาดส่งออกผลไม้ไทยในจีนได้เพิ่มมากขึ้น นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงปักกิ่ง ภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดโรดโชว์ ศักยภาพผลไม้เมืองร้อนของไทยได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย เงาะ ลองกอง ส้มโอ และ กล้วยไข่ ที่ตลาดขายส่งสินค้าเกษตรซินฟาตี้ ณ กรุงปักกิ่ง ภายใต้ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0909/22/page10/f2.jpg" alt="f2 ส่งออกผลไม้ไทยตีตลาดจีน"  title="ส่งออกผลไม้ไทยตีตลาดจีน" /><br
/> <em>ผลไม้เมืองร้อนไทย สยายปีกตีตลาดจีน</em></p><p>สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของไทย โดยมีมูลค่าส่งออกสูงถึง 200,000 ล้านบาทต่อปี และมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว ผลไม้ สดแช่เย็น-แช่แข็งและแห้ง ปลาสดแช่เย็น-แช่แข็ง กุ้งสดแช่เย็น-แช่แข็ง ปลาหมึกสดแช่เย็น-แช่แข็ง กล้วยไม้ สัตว์น้ำ จำพวกครัสตาเซีย และตะพาบน้ำ เป็นต้น ขณะนี้ผลไม้ไทยกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนอย่างมาก ทำให้ไทยสามารถส่งออกผลไม้คุณภาพดีไปจีนได้ปีละกว่า 5,000 ล้านบาท และปีนี้คาดว่ามูลค่าส่งออกจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากกระทรวง เกษตรฯ เร่งสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า และความปลอดภัยทางอาหารให้กับผู้นำเข้า ซึ่งเป็นช่องทางที่จะช่วยขยายตลาดส่งออกผลไม้ไทยในจีนได้เพิ่มมากขึ้น</p><p>นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงปักกิ่ง ภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดโรดโชว์ ศักยภาพผลไม้เมืองร้อนของไทยได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย เงาะ ลองกอง ส้มโอ และ กล้วยไข่ ที่ตลาดขายส่งสินค้าเกษตรซินฟาตี้ ณ กรุงปักกิ่ง ภายใต้ ชื่อ ?ผลไม้มงคล สดจากไทยปลอดภัยได้มาตรฐานสากล?</p><p>การจัดโรดโชว์ครั้งนี้ ยังเป็นการเปิดเวทีให้ผู้ส่งออกผลไม้ของไทยได้พบปะกับผู้นำเข้าและลูกค้าชาวจีนที่มาซื้อผลไม้ ณ ตลาดผลไม้กรุงปักกิ่ง ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรให้ตรงตามความต้องการของตลาด ซึ่งผลการจัดงานปรากฏว่าได้รับความสนใจจากผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง-ค้าปลีก และผู้บริโภคชาวจีนเป็นจำนวนมาก</p><p>ปัจจุบันรัฐบาลจีนอนุญาตให้นำเข้าผลไม้ไทย จำนวน 23 ชนิด สำหรับผลไม้ที่ได้รับความนิยม ได้ แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย กล้วยไข่ ชมพู่ทับทิมจันทร์ มะม่วงน้ำดอกไม้ เงาะโรงเรียน ส้มโอ มะขามหวาน มะพร้าวน้ำหอม ส้ม เปลือกล่อน น้อยหน่า และแก้วมังกร นอกจากนั้นยังมีผลไม้แปรรูปหลายชนิดกำลังเป็นที่นิยมด้วย อาทิ ลำไยอบแห้ง ทุเรียนทอดกรอบ กล้วยอบกรอบ ขนุนและสับปะรดอบกรอบ เป็นต้น</p><p>ประเทศไทยได้เปิดช่องทางขนส่งสินค้าผลไม้ไปจีนเส้นทางใหม่ คือ เส้นทาง R9 จากจังหวัดมุกดาหารผ่านลาว เวียดนาม เข้าสู่ด่านโหย่อี้กว่าน เมืองผิงเสียง มณฑลกวางสีของจีน ระยะทางรวมประมาณ 1,200 กิโลเมตร ซึ่งการลำเลียงสินค้าไปยังปลายทางจะใช้ระยะเวลาสั้น ประมาณ 2-3 วัน ทำให้ชาวจีนที่อยู่ห่างไกลมีโอกาสบริโภคผลไม้ไทยที่ยังสด ใหม่ รสชาติดี และคงคุณค่าทางโภชนาการที่สมบูรณ์เหมือนกับสินค้าที่คน ไทยได้บริโภค อนาคตคาดว่าการเปิดเส้นทาง R9 จะช่วยให้ไทยสามารถกระจายสินค้า  ผลไม้และสินค้าเกษตรอื่น ๆ ไปจีนได้เพิ่มขึ้น 20-30% หรือประมาณ 1,000-1,500 ล้านบาท</p><p>นางสาวเมทนี สุคนธรักษ์ ผอ.สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การเยือนจีนครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงควบคุมคุณภาพและตรวจสอบกักกันโรค (AQSIQ) แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน  โดยฝ่ายไทยขอให้ AQSIQ มั่นใจในสินค้าเกษตรและอาหารจากไทยโดยเฉพาะผลไม้</p><p>นอกจากนั้น AQSIQ ยังได้เสนอ ให้มีการทำความร่วมมือในการขนส่งสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นอีก 1 เส้นทาง คือ เส้นทาง R3 ที่เชื่อมระหว่างจังหวัดเชียงรายไปยังมณฑลยูนนานของจีน ซึ่งการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางนี้ จะทำให้เกิดการค้าสินค้าผักและผลไม้ระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นและทั้ง 2 ฝ่ายยังได้หารือถึงแนวทางการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช พร้อมพิจารณาความก้าวหน้าเรื่องคงค้างระหว่างกัน</p><p>หลังเปิดเขตเสรีทางการค้าหรือ เอฟทีเอ (FTA) ระหว่างไทย-จีน ที่มีการปรับ ลดภาษีนำเข้าตามข้อตกลงเหลือร้อยละ 0 ส่งผลให้มีการขยายการค้าสินค้าผักและผลไม้ เพิ่มขึ้น โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า และการเปิดใช้เส้นทาง R9 ขนส่งสินค้า ผลไม้ทางบกไปยังจีนจะเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยกระจายสินค้าผลไม้ไปจีนได้เพิ่มมากขึ้นและรวดเร็วด้วย โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดกระจุกตัวมาก คาดว่าจะสามารถช่วยระบายสินค้าออกจากแหล่งผลิตและช่วยลดปัญหาสินค้าล้นตลาดได้</p><p><img
class="alignnone size-full wp-image-19" title="dailynews" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="dailynews ส่งออกผลไม้ไทยตีตลาดจีน" width="162" height="52" /></p><p><img
src="http://feeds.feedburner.com/~r/kasetnews/~4/vam1Rs9_yHs" alt=" ส่งออกผลไม้ไทยตีตลาดจีน" width="1" height="1" title="ส่งออกผลไม้ไทยตีตลาดจีน" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/fruit-export/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>ทำไมคนไทยดูถูกอาชีพค้าขาย ? คำถามโดนใจจาก Guru Google</title><link>http://www.keajon.com/why/</link> <comments>http://www.keajon.com/why/#comments</comments> <pubDate>Thu, 17 Sep 2009 08:53:42 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[จุดประกายอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[การค้าขาย]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[ค้าขาย]]></category> <category><![CDATA[ดูถูก]]></category> <category><![CDATA[ทัศนคติลบ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2443</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/why/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ทำไมคนไทยดูถูกอาชีพค้าขาย ? โดย สุริยา ธุษาวัน บ้านเมืองไทย มีของดีมีคนเก่งๆ ทรัพยากรเหลือกินเหลือใช้ แต่คนส่วนไหญ่ก็ยังคงยากจน เด็กเรียนเก่ง เกรดเฉลี่ย 4.0 หลายคน จบมากลับไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร ก็ไปเป้นลูกจ้างเค้าเงินเดือนถูกๆ ก็เอา แต่ไม่ยอมค้าขาย แม้แต่การค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ?แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่ ยังดูถูก ดูหมิ่น คนทำมาค้าขาย ซะด้วยซ้ำ หรือระบอบการศึกษาไทยเรา จะปลูกฝังคนให้ไปเป็นลูกจ้างมากเกินไป ถ้าคนไทยที่เรียนจบสูงๆ หัวดีๆ ยังมีทัศนะคติแบบนี้ เศรษฐกิจมันจะเติบโตได้อย่างไร ไม่มีการคิดสร้างงาน ก็จะไม่มีการจ้างงาน สุดท้ายจะเอางานที่ไหน มาให้คนที่เรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยดีๆ ทำกัน]]></description> <content:encoded><![CDATA[<h2><span
style="color: #0000ff;">ทำไมคนไทยดูถูกอาชีพค้าขาย ?</span></h2><p><span> โดย สุริยา ธุษาวัน</span></p><p><span><br
/></span></p><p>บ้านเมืองไทย มีของดีมีคนเก่งๆ ทรัพยากรเหลือกินเหลือใช้ แต่คนส่วนไหญ่ก็ยังคงยากจน เด็กเรียนเก่ง เกรดเฉลี่ย 4.0 หลายคน จบมากลับไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร ก็ไปเป้นลูกจ้างเค้าเงินเดือนถูกๆ ก็เอา แต่ไม่ยอมค้าขาย แม้แต่การค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ?แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่ ยังดูถูก ดูหมิ่น คนทำมาค้าขาย ซะด้วยซ้ำ หรือระบอบการศึกษาไทยเรา จะปลูกฝังคนให้ไปเป็นลูกจ้างมากเกินไป ถ้าคนไทยที่เรียนจบสูงๆ หัวดีๆ ยังมีทัศนะคติแบบนี้ เศรษฐกิจมันจะเติบโตได้อย่างไร ไม่มีการคิดสร้างงาน ก็จะไม่มีการจ้างงาน สุดท้ายจะเอางานที่ไหน มาให้คนที่เรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยดีๆ ทำกัน</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/why/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>20</slash:comments> </item> </channel> </rss>
