<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; ธนาคารกสิกรไทย</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 20:04:39 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>KSMEcare สัมมนาฟรี หัวข้อ &#8220;เผยกลยุทธ์ธุรกิจ e-Commerce สู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่ง&#8221;</title><link>http://www.keajon.com/ksmecare-ecommerce-semina/</link> <comments>http://www.keajon.com/ksmecare-ecommerce-semina/#comments</comments> <pubDate>Tue, 27 Apr 2010 19:16:11 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ข่าวฝึกอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category> <category><![CDATA[ขายของทางเน็ต]]></category> <category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category> <category><![CDATA[ฝึกอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[สัมนา]]></category> <category><![CDATA[สัมนาฟรี]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3994</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/ksmecare-ecommerce-semina/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ธนาคารกสิกรไทยขอเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมงานสัมมนา?เผยกลยุทธ์ธุรกิจ e-Commerce สู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่ง?วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2553? เวลา 11.00-12.15 น.ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์งานสัมมนาดีๆ ที่ผู้ประกอบธุรกิจ e-Commerce ไม่ควรพลาด !!!เชิญฟัง&#8230;กลยุทธ์การตลาดแนวใหม่ สำหรับการทำธุรกิจ e-Commerce จาก อาจารย์ ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย นักบรรยาย พิธีกร นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด และอาจารย์สอนวิชา Brand Management มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีกำหนดการ วันอาทิตย์ที่ 9 พ.ค. 2553? เวลา 11.00-12.15 น. ในงานมหกรรมการเงินครั้งที่ 10 กรุงเทพฯ ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 11.00 &#8211; 12.00 น. หัวข้อ? &#8220;Social Media กับการทำการตลาดของธุรกิจ e-Commerce&#8221; วิทยากร อาจารย์ ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทย<br
/>ขอเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมงานสัมมนา<br
/><br
/>?เผยกลยุทธ์ธุรกิจ e-Commerce สู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่ง?<br
/><br
/>วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2553? เวลา 11.00-12.15 น.<br
/>ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์<br
/><br
/>งานสัมมนาดีๆ ที่ผู้ประกอบธุรกิจ e-Commerce ไม่ควรพลาด !!!<br
/>เชิญฟัง&#8230;กลยุทธ์การตลาดแนวใหม่ สำหรับการทำธุรกิจ e-Commerce จาก อาจารย์ ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย นักบรรยาย พิธีกร นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด และอาจารย์สอนวิชา Brand Management มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี<br
/><br
/>กำหนดการ <br
/>วันอาทิตย์ที่ 9 พ.ค. 2553? เวลา 11.00-12.15 น.<br
/> <br
/>ในงานมหกรรมการเงินครั้งที่ 10 กรุงเทพฯ ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์<br
/> <br
/>11.00 &#8211; 12.00 น. หัวข้อ? &#8220;Social Media กับการทำการตลาดของธุรกิจ e-Commerce&#8221; <br
/> วิทยากร อาจารย์ ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย <br
/> ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด และกรรมการตัดสิน รายการ <a
href="http://www.keajon.com"target="_blank"rel="external"title="ธุรกิจSME" >SME</a> ตีแตก ออกอากาศทางช่อง 5 <br
/> <br
/>12.00 &#8211; 12.15 น. หัวข้อ? &#8220;เริ่มธุรกิจ e-Commerceได้ง่ายๆ ด้วยระบบรับชำระเงิน K-Payment Gateway&#8221; <br
/> วิทยากร คุณศิริวรรณ เอมวิวัฒนคุปต์ <br
/> ผู้เชี่ยวชาญบริการ K-Payment Gateway ฝ่ายธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย <br
/><br
/>สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่<br
/>คุณนิภาพร? วิบูลย์ศักดิ์ชัย เบอร์โทรศัพท์? 02-470-1744 begin_of_the_skype_highlighting????????????? 02-470-1744????? end_of_the_skype_highlighting<br
/>หรือลงทะเบียนออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.ksmecare.com <br
/>สำรองที่นั่งด่วน จำนวนจำกัด เพียง 300 ที่นั่ง เท่านั้น <br
/>พิเศษ รับฟรี! ชุดสมุดโน๊ต K-EXCELLENCE ลาย Graphic สุดเท่ห์และปากกา K-Payment Gateway สุดเก๋ หน้างานทันที! <br
/><br
/><br
/><br
/>กลุ่ม: ผู้ประกอบการ e commerce<br
/><br
/>วันที่: 9/5/2553???? ?<br
/> <br
/>เวลา: 11:00-12:15 ?<br
/><br
/>สถานที่จัด: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์<br
/><br
/>ที่อยู่ของสถานที่จัด: 60 ถ. รัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 <br
/><br
/>เบอร์โทรของสถานที่จัด: (662) 229-3000<br
/>ห้อง-ชั้น: ห้องบอลรูม<br
/><br
/>จำนวนคนสูงสุด: 300 คน<br
/><br
/>ค่าใช้จ่ายต่อคน: ไม่มีค่าใช้จ่าย<br
/><br
/>แผนที่: View<br
/><br
/>ผู้บรรยาย: ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย <br
/><br
/>เอกสารประกอบ: กำหนดการ<br
/><br
/>ผู้จัดสัมมนา: ธนาคารกสิกรไทย<br
/><br
/>วิธีเข้าร่วมการสัมมนาหรือการอบรม: <br
/><br
/></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/ksmecare-ecommerce-semina/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>เอสเอ็มอีแฟรนไชส์ : เริ่มต้นธุรกิจอย่างไรถึงจะรุ่ง</title><link>http://www.keajon.com/sme-franchise-ksme/</link> <comments>http://www.keajon.com/sme-franchise-ksme/#comments</comments> <pubDate>Thu, 11 Mar 2010 17:19:26 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[kbank]]></category> <category><![CDATA[ksme]]></category> <category><![CDATA[การเลือกแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[ซื้อแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เริ่มต้นธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3626</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/sme-franchise-ksme/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.v-servelogistics.com/media/news/20081115095527_ksme.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="กสิกรไทย" title="ksme care" /></a>เอสเอ็มอีแฟรนไชส์ : เริ่มต้นธุรกิจอย่างไรถึงจะรุ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบบแฟรนไชส์ เป็นระบบที่ขายสิทธิให้กับผู้ที่สนใจเปิดธุรกิจในแบบเดียวกับบริษัทแม่ โดยจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นค่าดำเนินการ หรือค่าพัฒนาสินค้าของเจ้าของลิขสิทธิ์ แลกกับการลดความเสี่ยงในการลงทุน เพราะมีแนวทาง วิธีทำธุรกิจ และมีผู้คอยช่วยเหลือด้านสินค้าและการบริหารงานให้ อย่างไรก็ตาม อัตราการประสบความสำเร็จของผู้ที่กระโดดเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ในประเทศไทยนั้นยังถือว่าต่ำมาก ดังนั้น นักธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการนำระบบแฟรนไชส์เข้ามาเป็นเครื่องมือการตลาดเพื่อขยายธุรกิจ ต้องเข้าใจเสียก่อนว่าระบบแฟรนไชส์ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกคนจะทำได้ และไม่ใช่แค่การขายสูตรลับ หรือเพื่อต้องการใช้เป็นแหล่งระดมทุนเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการสร้างระบบธุรกิจทั้งระบบขึ้นมา ก่อนการเริ่มต้นธุรกิจเอสเอ็มอีแฟรนไชส์ ต้องเริ่มจากการสร้างความพร้อม ต้องประกอบไปด้วยความสำเร็จที่พิสูจน์ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นก็อย่าเพิ่งเริ่มนำคำว่าแฟรนไชส์มาใช้ในธุรกิจ ก่อนเริ่มระบบแฟรนไชส์ควรถามตัวเองก่อนว่า พร้อมหรือยัง ธุรกิจที่ทำอยู่ประสบความสำเร็จ เข้มแข็งแล้วหรือไม่ ถ้าคำตอบที่ได้ยังไม่แน่ใจ 100% แนะนำว่าการขยายธุรกิจยังมีอีกหลายวิธีให้เลือกใช้ อาจเริ่มด้วยการหาตัวแทนจำหน่าย สร้างระบบเอเยนต์ กระจายสินค้าเข้าสู่ระบบการค้าปกติ หากต้องการหาเงินทุนเพื่อขยายกิจการ สามารถเริ่มจากหาผู้ร่วมทุน จนถึงการกู้ยืมจากระบบการเงินต่างๆ ถึงจะดูยาก แต่เปรียบเทียบกับระบบแฟรนไชส์แล้วง่ายกว่ากันมาก การจัดการระบบแฟรนไชส์ไม่ยากอย่างที่คิด โดยระบบแฟรไชส์นั้นไม่ยากจริงๆ ที่จะเริ่มต้น แต่มันยากตรงที่จะทำให้แฟรนไชส์ของเราอยู่ยังไงให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ไม่ใช่ 3 ปีร่อแร่ 5 ปีตายจาก ต้องคำนึงถึงคนที่นำเงินมาซื้อแฟรนไชส์เราด้วย อุตส่าห์ไว้ใจมาลงทุนกับเรา เชื่อว่าเขาก็คงอยากอยู่กับเราไปนานๆ เพราะคิดว่าเรานำความสำเร็จมากระจาย ไม่ใช่กระจายความล้มเหลว สำหรับผู้ที่มุ่งมั่นและมั่นใจในความสำเร็จของตัวเองเต็มเปี่ยม [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<h2><img
class="alignleft" title="ksme care" src="http://www.v-servelogistics.com/media/news/20081115095527_ksme.jpg" alt="20081115095527 ksme เอสเอ็มอีแฟรนไชส์ : เริ่มต้นธุรกิจอย่างไรถึงจะรุ่ง" width="373" height="113" /><span
style="color: #0000ff;">เอสเอ็มอี<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a> : เริ่มต้นธุรกิจอย่างไรถึงจะรุ่ง<br
/></span></h2><h2></h2><h2></h2><h2></h2><h2><span
style="color: #0000ff;">ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</span></h2><p>ระบบแฟรนไชส์ เป็นระบบที่ขายสิทธิให้กับผู้ที่สนใจเปิดธุรกิจในแบบเดียวกับบริษัทแม่ โดยจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นค่าดำเนินการ หรือค่าพัฒนาสินค้าของเจ้าของลิขสิทธิ์ แลกกับการลดความเสี่ยงในการลงทุน เพราะมีแนวทาง วิธีทำธุรกิจ และมีผู้คอยช่วยเหลือด้านสินค้าและการบริหารงานให้ อย่างไรก็ตาม อัตราการประสบความสำเร็จของผู้ที่กระโดดเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ในประเทศไทยนั้นยังถือว่าต่ำมาก ดังนั้น นักธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการนำระบบแฟรนไชส์เข้ามาเป็นเครื่องมือการตลาดเพื่อขยายธุรกิจ ต้องเข้าใจเสียก่อนว่าระบบแฟรนไชส์ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกคนจะทำได้ และไม่ใช่แค่การขายสูตรลับ หรือเพื่อต้องการใช้เป็นแหล่งระดมทุนเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการสร้างระบบธุรกิจทั้งระบบขึ้นมา</p><p>ก่อนการเริ่มต้นธุรกิจเอสเอ็มอีแฟรนไชส์ ต้องเริ่มจากการสร้างความพร้อม ต้องประกอบไปด้วยความสำเร็จที่พิสูจน์ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นก็อย่าเพิ่งเริ่มนำคำว่าแฟรนไชส์มาใช้ในธุรกิจ ก่อนเริ่มระบบแฟรนไชส์ควรถามตัวเองก่อนว่า พร้อมหรือยัง ธุรกิจที่ทำอยู่ประสบความสำเร็จ เข้มแข็งแล้วหรือไม่ ถ้าคำตอบที่ได้ยังไม่แน่ใจ 100% แนะนำว่าการขยายธุรกิจยังมีอีกหลายวิธีให้เลือกใช้ อาจเริ่มด้วยการหาตัวแทนจำหน่าย สร้างระบบเอเยนต์ กระจายสินค้าเข้าสู่ระบบการค้าปกติ หากต้องการหาเงินทุนเพื่อขยายกิจการ สามารถเริ่มจากหาผู้ร่วมทุน จนถึงการกู้ยืมจากระบบการเงินต่างๆ ถึงจะดูยาก แต่เปรียบเทียบกับระบบแฟรนไชส์แล้วง่ายกว่ากันมาก</p><p></p><p>การจัดการระบบแฟรนไชส์ไม่ยากอย่างที่คิด โดยระบบแฟรไชส์นั้นไม่ยากจริงๆ ที่จะเริ่มต้น แต่มันยากตรงที่จะทำให้แฟรนไชส์ของเราอยู่ยังไงให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ไม่ใช่ 3 ปีร่อแร่ 5 ปีตายจาก ต้องคำนึงถึงคนที่นำเงินมาซื้อแฟรนไชส์เราด้วย อุตส่าห์ไว้ใจมาลงทุนกับเรา เชื่อว่าเขาก็คงอยากอยู่กับเราไปนานๆ เพราะคิดว่าเรานำความสำเร็จมากระจาย ไม่ใช่กระจายความล้มเหลว สำหรับผู้ที่มุ่งมั่นและมั่นใจในความสำเร็จของตัวเองเต็มเปี่ยม พร้อมผันตัวสู่ระบบแฟรนไชส์แล้ว ก่อนอื่นต้องสร้างระบบงานของตัวเองก่อน เช่น สร้างคู่มือการทำงาน สร้างรูปแบบการทำงานของสาขา สร้างวิธีฝึกอบรม สร้างระบบการจัดเก็บข้อมูล มีตัวอย่างหน้าร้าน ที่ขาดไม่ได้คือ ทีมงาน จากนั้นวางรูปแบบการสร้างตลาด ขั้นแรก สร้างความรับรู้ การมีอยู่ของกิจการ สินค้า และแบรนด์ของเรา มุ่งตรงเข้าสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ไม่ใช่การหว่านข้อมูลสู่คนหมู่มากแบบไร้ทิศทาง ถัดมาคือ สร้างความต้องการลงทุน ผ่านการให้ข้อมูล ข่าวสาร จัดกิจกรรม นิทรรศการ ออกงานแสดงสินค้าต่างๆ ชูจุดเด่น สร้างแรงจูงใจ ทำไมต้องเลือกลงทุนกับเรา มีข้อน่าสังเกตว่า ผู้ที่สนใจลงทุนแฟรนไชส์ของเรา มักจะเป็นลูกค้าประจำที่ชอบผลิตภัณฑ์ และติดตามวิธีทำงานของร้าน หรือรู้จักตราสินค้า มีข้อมูลของบริษัทอยู่พอสมควร จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเพิ่มการสื่อสารให้มากขึ้น และเริ่มต้นจากกลุ่มเป้าหมายใกล้ตัว วางตำแหน่งสินค้าให้ชัดจะเน้นกลุ่มเป้าหมายในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด การระบุกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดเท่าใด จะทำให้เข้าใกล้กลุ่มผู้ที่จะเข้าร่วมลงทุนซื้อระบบแฟรนไชส์ที่ตรงกับธุรกิจเรามากเท่านั้น แต่ต้องคัดสรรคุณสมบัติเฉพาะรายให้รอบคอบ ผ่านการสัมภาษณ์ ตรวจสอบฐานะการเงิน เป็นต้น ต้องพิจารณากันให้ดี รับเข้ามาเป็นคู่ธุรกิจแล้วจะต้องช่วยเสริมส่งซึ่งกันและกันไปสู่ความสำเร็จ<br
/><br
/>ระบบแฟรนไชส์นั้น เขาขายกันที่ระบบงาน ต้องวางโครงสร้างธุรกิจให้ง่าย สะดวก ถึงจะขยายสาขาได้ ส่วนการแจ้งเกิด ต้องใช้ระบบการตลาดนำ และยืนยงอยู่ได้ด้วยแผนประชาสัมพันธ์ ควบคู่กับผลประโยชน์ที่ลงตัวของสมาชิกในระบบ<br
/>สำหรับข้อแนะนำสำหรับเอสเอ็มอีแฟรนไชส์ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจให้รุ่ง ไม่ควรมองข้ามสิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้<br
/>?อย่าคิดเล็กเกินไป? การเข้าสู่ธุรกิจแฟรนไชส์ของบรรดาเอสเอ็มอี ว่าที่เถ้าแก่อาจต้องแข่งขันแย่งลูกค้ากับบริษัทใหญ่กว่า ซึ่งมีทรัพยากรต่างๆ มากกว่า แต่ผู้ริเริ่มเอสเอ็มอีบางรายกลับไม่แสดงความโดดเด่นกับความสามารถ อย่าตีวงตัวเองอยู่ในที่แคบ หรือปล่อยให้ขนาดของธุรกิจเป็นข้อจำกัด สิ่งที่เอสเอ็มอี แฟรนไชส์ที่เพิ่มเริ่มต้นต้องทำคือ ต้องนำเสนอด้วยการเน้นไปที่การสร้างความได้เปรียบ การบริหารงานคล่องตัวรวดเร็ว</p><p>?อย่าประหยัดจนมองข้ามเทคโนโลยีที่จำเป็น? แม้ว่าอุปกรณ์กับเครื่องมืออันทันสมัย ทำให้ว่าที่เถ้าแก่ใช้ต้นทุนมากขึ้น แต่การให้พนักงานร่วมบุกเบิกมีอุปกรณ์ไฮเทคโนโลยีใช้บ้าง ย่อมเป็นเรื่องดี อย่างน้อยช่วยให้ได้งานมากขึ้น เสียเวลาน้อยลง เทคโนโลยีช่วยให้ทั้งว่าที่เถ้าแก่และทีมงานตดต่อโต้ตอบกับลูกค้าได้ในทันที ไม่ว่าทีมงานหรือตัวว่าที่เถ้าแก่เองจะอยู่ที่แห่งใดก็ตาม หรือกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องง่ายขึ้น สำหรับบริษัทขนาดเล็กที่จะประยุกต์หรือหยิบเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้บ้าง ทั้งนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่จำเป็นในการสร้างเสริมงาน</p><p>?อย่ามองข้ามความสำคัญของยอดขาย? เจ้าของธุรกิจเพิ่งเริ่มต้นต้องให้ความสำคัญกับรายได้และยอดขายมากที่สุด หากยอดขายเติบโต ย่อมสามารถจะรองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าธุรกิจเอสเอ็มอีจะมีขนาดเล็กเพียงใดก็ตาม บริษัทเพิ่งตั้งไข่ทุกแห่งจำเป็นต้องผลักดันให้เกิดยอดขายเพื่อรับประกันอนาคตของตัวเองได้ และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะสามารถดำเนินงานต่อไปได้ ด้วยรายได้ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง</p><p>?กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน? สำหรับธุรกิจทุกประเภทที่ว่าที่เถ้าแก่คิดทำ ควรได้วิสัยทัศน์ว่า ธุรกิจจะเป็นอย่างไรและมีอะไรบ้างเข้ามาช่วยสนับสนุน ยิ่งปรับวิสัยทัศน์นั้นๆให้ชัดเจน โอกาสที่ธุรกิจจะไปให้ถึงเป้าหมายก็จะยิ่งมีมากขึ้น</p><p>ดังนั้น ก่อนเริ่มเดินหน้าทำธุรกิจบรรดาว่าที่เถ้าแก่ต้องให้ความรอบคอบระวังในการวางแผนกำหนดสิ่งต่างๆ ที่ช่วยธุรกิจของตัวเองยืนอยู่ได้ สิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อให้คาดการณ์หรือความคาดหวังในการทำธุรกิจเป็นผลสำเร็จได้ การประสบปัญหากับการสร้างแผนธุรกิจที่ต้องกำหนดแผนในรายละเอียด อาจทำให้ต้องใช้เวลารอนานขึ้น และต้องรอจนกว่าตัวเองจะอยู่ในสถานะมีเงินสดเพียงพอที่จะเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ความล้มเหลวของแฟรนไชส์เอสเอ็มอีที่เข้ามาในธุรกิจแฟรนไชส์เกิดจากการขาดความอดทน และการตัดสินใจที่อาศัยอารมณ์มากกว่าการปฏิบัติที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง<br
/><br
/><strong>ลักษณะของคนที่จะประสบความสำเร็จในการซื้อแฟรนไชส์2 มีสิ่งบ่งบอกได้ ดังนี้</strong><br
/>1.มีความมั่นใจในตัวเอง มุ่งมั่นเรียนรู้ เป็นความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ซื้อแฟรนไชส์ หรือแฟรนไชซี ต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ จะต้องได้รับการฝึกหัด เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ในธุรกิจที่อาจไม่เคยรู้มาก่อน การมุ่งมั่นจะทำให้เรียนรู้ได้เร็ว<br
/>2.กระตือรือร้นในการทำงาน และเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ<br
/>3.มีประสบการณ์ทำงาน จะองค์กรเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ขอให้รู้จักทำงานกับระบบองค์กรที่มีขั้นตอน รู้จักงานด้านเอกสารบ้าง การเข้าร่วมประชุมออกความคิดเห็น เรื่องเหล่านี้ในองค์กรจะมีการฝึกการทำงานขั้นต้นให้ผู้ที่เป็นแฟรนไชซี เหมือนการทำงานในองค์กรใหญ่ ดังนั้นประสบการณ์เบื้องต้นในเรื่องดังกล่าว จะทำให้เกิดความเข้าใจและช่วยให้สามารถประสานงานได้ลุล่วงโดยง่าย<br
/>4.รู้จักพัฒนาบุคลากร เป็นความสามารถที่แฟรนไชซีต้องใช้ เมื่อต้องสร้างทีมงานของตนเองขึ้น การถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องนำไปสร้างบุคลากรใหม่ที่จะเข้ามาร่วมงาน<br
/>5.เคยเป็นเจ้าของธุรกิจมาก่อน (เรื่องนี้ไม่จำเป็นมากนัก) จะทำให้สามารถรับสภาพในสถานการณ์ต่างๆ ได้หลากหลายกว่าผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ เช่น การบริหารเงินหมุนเวียน การบริหารลูกจ้าง เป็นต้น<br
/>6.มีความอดทนต่อความเครียดในการทำงาน ปรับตัวให้ยอมรับกับความเป็นจริงได้ โดยเฉพาะสภาพของการเป็นเจ้าของธุรกิจที่เสี่ยงต่อกำไร ขาดทุน<br
/>7.มีเงินทุน เพราะการซื้อแฟรนไชส์ใช้เงินลงทุนมากกว่าธุรกิจที่สร้างขึ้นเองทีละเล็กทีละน้อยในระยะแรก เนื่องจากต้องสร้างมาตรฐานคุณภาพสินค้า บุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ นอกจากเงินซื้อระบบแล้ว ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนสำรองไว้ด้วย<br
/>8.มีความสามารถในการรับนโยบาย เข้าใจงานที่ต้องอาศัยการประสานงานระหว่างองค์กรหลายหน่วย ต้องมีความเข้าใจหลักการทำงาน สามารถคิดงานในรายละเอียดต่อเนื่อง เพื่อรองรับนโยบายต่างๆ ให้ได้<br
/>9.เต็มใจทำงานหนัก ไม่มีธุรกิจใดที่จะประสบความสำเร็จโดยขาดคุณสมบัติข้อนี้<br
/>10.มีความสามารถในการขาย เพราะธุรกิจแฟรนไชส์ก็คือ การขายสินค้าและบริการ ซึ่งความสามารถในการขายจะทำให้ธุรกิจเจริญเติบโต สร้างลูกค้าต่อเนื่องได้<br
/>เจ้าของแฟรนไชส์เวลาจะเลือกใครมาร่วมลงทุน คัดให้ได้คุณสมบัติตามนี้ หรือให้ได้มากข้อที่สุด ธุรกิจของเราก็มีแต่รุ่งกับรุ่ง เพราะแฟรนไชส์คือ การเติบโตเป็นทีม<br
/>ผลจากการวิจัยภาพธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในปีที่ผ่านมา เพื่อคาดการณ์และมองแนวโน้มของการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย พบว่าในช่วงที่มีวิกฤติด้านสังคมการเมืองทำให้มีผลต่อการขยายธุรกิจอย่างมาก แม้ว่าจำนวนของธุรกิจที่ประกาศตัวเป็นระบบแฟรนไชส์จะเพิ่มขึ้นแต่สภาพการขยายตัวของธุรกิจเป็นไปอย่างช้าและเกือบจะถดถอยลงมากกว่าที่คาดการณ์ จำนวนธุรกิจแฟรนไชส์ที่ปัจจุบันมีการขยายตัวกลายเป็นธุรกิจด้านแฟรนไชส์ทั้งสิ้น 456 กิจการ แต่เป็นการขยายจำนวนธุรกิจที่เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดจะ<br
/>เห็นได้ว่ามีจำนวนกว่าครึ่งมีสภาพของการหยุดขยายตัว และเชื่อได้ว่าจะมีจำนวนมากจะต้องปิดตัวลงไป ด้วยสาเหตุของการพัฒนาและการบริหารที่ผิดแนวทาง<br
/>เมื่อขยายภาพของธุรกิจแฟรนไชส์ที่นักธุรกิจไทยบางส่วนที่พยายามวางเป็นแนวทางการขยายธุรกิจนั้นพบว่าส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่มีขนาดเล็กเกินไป มีวิธีการลงทุนที่ใช้เงินทุนน้อยกว่าที่ควรทำให้ผลประกอบการไม่สามารถสร้างธุรกิจให้มั่นคงเพียงพอ จากผลการวิจัยพบว่าธุรกิจแฟรนไชส์ไทยส่วนหนึ่งที่ปัจจุบันยังมีขนาดพื้นที่เล็กๆ ใช้เงินทุนต่ำในการลงทุน และไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายการบริหาร ส่งผลให้บริษัทที่เป็นบริษัทแฟรนไชส์ซอร์ไม่มีกำลังเพียงพอในการขยายธุรกิจ ต้องลดการให้การสนับสนุนด้านต่างๆ ไม่มีการหาพื้นที่ทำเล หรือการช่วยเหลือการหาแหล่งเงินทุน ขาดการสนับสนุนภาคสนาม แฟรนไชส์ซอร์ไม่พยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลือด้านต่างๆเท่าที่ระบบแฟรนไชส์ต้องการ นอกจากนั้น การถ่ายทอดความรู้ในด้านธุรกิจก็ยังเน้นในเรื่องการจัดทำสินค้าหรือการผลิตในจุดขายเป็นหลักเท่านั้น ไม่ได้เน้นที่จะสร้างให้แฟรนไชส์ซีมีความรู้ในด้านธุรกิจที่แท้จริง การฝึกอบรมมีน้อยเกินไปไม่สามารถทำให้แฟรนไชส์ซีเรียนรู้ที่จะสร้างธุรกิจให้เข้มแข็ง<br
/>ภาพการจัดการธุรกิจของแฟรนไชส์ขนาดเล็กเป็นการเน้นการขายสินค้ามากกว่าจะเข้าไปช่วยสร้างธุรกิจและสนับสนุนให้กิจการเกิดยอดขายและกำไร เป็นการบริหารที่คล้ายคลึงกับระบบขายส่งมากกว่าจะสร้างระบบเครือข่ายในรูปแบบแฟรนไชส์ที่แท้จริง การทำงานที่เป็นไปตามแต่ละหน่วยงานที่ต้องพึ่งตัวเอง ขาดความสัมพันธ์ในการพึ่งพา ด้วยลักษณะดังกล่าวจึงทำให้ระบบแฟรนไชส์ไทยโดยภาพรวมไม่มีความเข้มแข็งเท่าที่ควร แต่ในขณะ เดียวกันปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ที่มีอายุธุรกิจมากกว่า 8 ปีขึ้นไป และมีการสร้างระบบธุรกิจการสร้างทีมงานสนับสนุน และวางรูปแบบการถ่ายทอดความรู้ด้านธุรกิจ จึงสามารถสร้างและขยายธุรกิจได้ต่อเนื่องได้อย่างเห็นได้ชัด</p><p>ภาพปัญหาในระบบแฟรนไชส์ กลายเป็นเรื่องของความเข้าใจในธุรกิจแฟรนไชส์ที่ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ การแยกรูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์กับรูปแบบธุรกิจที่ใกล้เคียง เริ่มกลายเป็นประเด็นเด่นชัดมากขึ้น สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ การสร้างธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีการพัฒนาในช่วงที่ผ่านมาที่ยังเป็นธุรกิจขนาดเล็กเกินไปขาดคุณภาพการจัดการบริหาร และไม่ได้วางแนวทางการจัดการหรือออกแบบธุรกิจที่ถูกต้อง จะทำให้สภาพธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพัฒนาที่ถูกต้อง ความจำเป็นที่ต้องสร้างระบบการควบคุม ด้วยกฎเกณฑ์เพื่อการแยกแยะช่วยกลั่นกรองสำหรับนักลงทุน รวมถึงสนับสนุนให้เกิดระบบสินเชื่อที่จะมาสนับสนุนการลงทุน และสร้างความเข้าใจพื้นฐานให้มากขึ้นคือ สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญในวันนี้เพื่อการสร้างธุรกิจที่เป็นโอกาสของประเทศให้เติบโตอย่างถูกวิธีต่อไป<br
/>นอกจากนี้ ประเด็นที่ผู้ต้องการเริ่มธุรกิจเอสเอ็มอีแฟรนไชส์ต้องพึงระวังคือ ผลการวิจัยธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยล่าสุด3 พบว่าประเทศไทยมีบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งสิ้น 505 บริษัท แต่กลับพบว่าเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่แท้จริง 479 บริษัท ส่วนอีก 26 แห่ง เป็นเพียงธุรกิจแนะนำอาชีพ โดยเน้นขายอุปกรณ์และฝึกอบรมให้เท่านั้น แต่ไม่ได้ติดตามช่วยเหลือผู้ซื้อแฟรนไชส์แต่อย่างใด จึงถือเป็นกลุ่มเสี่ยง<br
/>ต่อการลงทุน ดังนั้น ผู้ซื้อต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ 3 ด้าน ได้แก่ ต้องเป็นธุรกิจที่มีตราสินค้าแข็งแรงเพียงพอ ต้องมีทีมงานที่จะช่วยเหลือให้ประสบความสำเร็จ และต้องมีความเชี่ยวชาญและร้านต้นแบบ ทั้งนี้การวิจัยยังพบด้วยว่า แฟรนไชส์ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง จะต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 500,000 บาทขึ้นไป หากต่ำกว่านี้จะส่งผลให้รายได้และกำไรไม่เพียงพอกับเงินที่ลงทุนไป ซึ่งหากเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ในต่างประเทศ จะมีความเชื่อถือจนสามารถกู้เงินจากธนาคารได้ ขณะเดียวกันยังพบว่า มีธุรกิจที่จดตั้งขึ้นมาคล้ายแฟรนไชส์ที่มีคุณภาพ แต่มีจุดประสงค์เพื่อหลอกลวงประชาชน ดังนั้น ผู้ที่จะซื้อแฟรนไชส์จะต้องหาข้อมูลและสอบถามคนที่เคยซื้อแฟรนไชส์ยี่ห้อนั้นมากกว่า 3 ราย หรือจนกว่าจะมั่นใจ<br
/>ในวงการแฟรนไชส์ให้คาถารวยของแฟรนไชส์เซอร์ไว้ว่า &#8220;คอนเซปต์ชัดเจน + ระบบแฟรนไชส์ยืนพื้น + นัมเบอร์วันในไลน์ธุรกิจของตัวเอง&#8221; ส่วนคาถาแฟรนไชซีจะต้องท่องให้ขึ้นใจว่า &#8220;ข้อมูล = โอกาส&#8221; โดยพยายามเติมความรู้ให้มากเพื่อตัดสินใจเลือกลงทุน และต้องหาข้อมูลพิจารณาการลงทุนว่าจะต้องกู้หรือไม่ด้วย ที่สำคัญอย่าละเลยคำนึงถึงมาตรฐาน เนื่องจากจะช่วยคัดตัวจริง และเขี่ยตัวปลอมให้หลุดจากวงการได้ง่ายขึ้น<br
/><br
/>คาดการณ์ว่ามูลค่าภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ปี 2552 นี้อยู่ในระดับ 7.5-7.6 หมื่นล้านบาท4 เมื่อเทียบกับปี 2551 แล้วหดตัวร้อยละ 12-15 นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี รายได้หายไป 8,000-9,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วมีมูลค่า 8.5 หมื่นล้านบาท สาเหตุที่ทำให้ยอดขายธุรกิจแฟรนไชส์ปรับตัวลดลง เป็นผลจากประชาชนลดการจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมือง ภาพรวมของธุรกิจแฟรนไชส์ปรับตัวลดลงมาเรื่อยๆ จากที่เคยเฟื่องฟูในปี 2550 ที่ยอดขายขยายตัวถึงร้อยละ 11-12 และก็เริ่มชะลอตัว โดยปี 2551 ยอดขายเติบโตเหลือแค่ร้อยละ 8 ขณะที่จำนวนธุรกิจแฟรนไชส์ปีนี้ลดลงเช่นกัน ปัจจุบันจำนวนธุรกิจแฟรนไชส์เหลือ 479 ธุรกิจ จากปีที่แล้วมี 505 ธุรกิจ หรือลดลงร้อยละ 5.1 ธุรกิจที่ปิดกิจการส่วนใหญ่เป็นรายย่อยที่ใช้เงินลงทุนไม่สูง เนื่องจากไม่มีความชำนาญในการบริหาร อีกทั้งธนาคารพาณิชย์ในช่วงที่ผ่านมาปล่อยสินเชื่อน้อย ทำให้รายย่อยไปไม่รอด โดยสาขาแฟรนไชส์ ปัจจุบันอยู่ที่ 2 หมื่นสาขา<br
/>อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์นับว่ายังเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ โดยแนวโน้มธุรกิจแฟรนไชส์ปี 2553 ด้านยอดขายคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 4 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการเมืองมีความอ่อนไหวต่อการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์มากกว่าปัจจัยอื่น สำหรับจำนวนธุรกิจแฟรนไชส์ คาดว่าจะมีธุรกิจรายใหม่เพิ่มร้อยละ 20 เพราะมีการประเมินไว้ว่า 5 ปีจะมีธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศเพิ่มขึ้นมาเป็น 800 ธุรกิจ หากภาครัฐมีการผลักดันเรื่องการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ให้สามารถนำร้านแฟรนไชส์มาค้ำประกันเงินกู้เพื่อลงทุนได้ สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำคือ ให้องค์ความรู้กับธุรกิจแฟรนไชส์ โดยเฉพาะรายย่อยที่ต้องเน้นคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ ขณะนี้ภาคเอกชนกับกระทรวงพาณิชย์ร่วมมือสร้างมาตรฐานให้กับระบบแฟรนไชส์ เนื่องจากมีแนวโน้มที่ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยจะประสบปัญหามากขึ้น หากไม่สร้างมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับ เพราะจะถูกต่างชาติเข้ามาตีตลาด โดยอาศัยชื่อเสียงของธุรกิจบริการไทย เช่น ร้านอาหารไทย สปาไทย มาทำเป็นระบบแฟรนไชส์ขายแข่งกับผู้ประกอบการไทย ภายหลังที่ไทยและประเทศในอาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคม<br
/>เศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรี บรรดาประเทศยักษ์ใหญ่ในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เตรียมที่จะใช้ไทยเป็นฐานลงทุนระบบแฟรนไชส์เพื่อขยายตลาดในอาเซียน</p><p>ที่มา : K<a
href="http://www.keajon.com"target="_blank"rel="external"title="ธุรกิจSME" >SME</a> Care</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/sme-franchise-ksme/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> </channel> </rss>
