<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; ปลา</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 20:52:28 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>กล้วยไข่พระตะบอง</title><link>http://www.keajon.com/phratabong-banana/</link> <comments>http://www.keajon.com/phratabong-banana/#comments</comments> <pubDate>Sun, 03 Jan 2010 18:02:50 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[กล้วยพระตะบอง]]></category> <category><![CDATA[กล้วยหอม]]></category> <category><![CDATA[กล้วยไข่]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[จตุจักร]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ดอกไม้]]></category> <category><![CDATA[ตลาดนัด]]></category> <category><![CDATA[ธนาคาร]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[หอม]]></category> <category><![CDATA[อร่อย]]></category> <category><![CDATA[ออมสิน]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไม้ประดับ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3159</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/phratabong-banana/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.thairath.co.th/media/content/2009/12/23/630/54645.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="กล้วยไข่พระตะบอง" title="" /></a>กล้วยไข่พันธุ์นี้ พบมีหวีวางขายที่แผงจำหน่ายกล้วยไม้ของ ?คุณวิรัช? บริเวณหน้าธนาคารออมสิน ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับสวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ราคาหวีละ 20 บาท ซึ่งทีแรกคิดว่าเป็นกล้วยไข่ธรรมดาทั่วไป แต่ดูขนาดของผลแล้วไม่น่าจะใช่ และเมื่อได้ ทดลองรับประทานผลสุกยิ่งพบว่ามีความแตกต่างจากกล้วยไข่ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง รสชาติหวานไม่จัดจ้าน สีเนื้อผลสวย ไม่เละ เคี้ยวหนึบมีกลิ่นหอมแบบเฉพาะตัว อร่อยเยี่ยมจริงๆ คุณวิรัช ผู้ขายบอกว่าซื้อหน่อพันธุ์จากพ่อค้าชายแดนไทย-พม่า ไปปลูกในสวนที่ จ.เชียงใหม่ จำนวนกว่าสิบต้น ตอนซื้อหน่อไม่ได้ถามชื่อว่ากล้วยอะไร จนกระทั่งติดเครือจำนวนมากเลยตัดหวีวางขาย ปรากฏว่าผู้ซื้อรับประทานส่วนใหญ่ชื่นชอบในรสชาติขายดีมาก เพราะแตกต่างจากกล้วยไข่ทั่วไปและยืนยันไม่ทราบชื่อจริงๆ อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องกล้วยบอกว่า กล้วยดังกล่าวมีชื่อเรียกในประเทศไทยว่า ?กล้วยไข่พระตะบอง? ยังไม่แพร่หลายในหมู่ผู้ปลูกเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกอยู่ตามพื้นที่ตะเข็บรอยต่อระหว่างไทย-พม่า เท่านั้น ส่วนใครที่ได้อ่านข้อมูลของ ?กล้วยไข่พระตะบอง? แล้วอยากได้หน่อไปปลูกให้สอบถาม ?คุณวิรัช? ดูว่าพอจะช่วยหาหน่อให้ได้หรือไม่ เพราะ ?คุณวิรัช? ไม่ได้มีอาชีพขายหน่อกล้วย แต่ขายกล้วยไม้ไทยหายากเจ้าดังที่สุดในตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ กล้วยไข่พระตะบอง เท่าที่สอบถามลักษณะต้นพอจะจำแนกได้ว่า เป็นกล้วยในกลุ่มที่เป็นพันธุ์แท้ของกล้วยป่า หรือพันธุ์ที่ได้กลายพันธุ์ไปจากพันธุ์แท้ แต่ยังมีลักษณะพันธุ์แท้อยู่มาก อยู่ในกลุ่มย่อย SUCRIER ลำต้นเทียมสูงได้เกิน 2.5 เมตร [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
src="http://www.thairath.co.th/media/content/2009/12/23/630/54645.jpg" alt="54645 กล้วยไข่พระตะบอง" width="416" height="249" title="กล้วยไข่พระตะบอง" /></p><p>กล้วยไข่พันธุ์นี้ พบมีหวีวางขายที่แผงจำหน่ายกล้วยไม้ของ ?คุณวิรัช? บริเวณหน้าธนาคารออมสิน ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับสวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ราคาหวีละ 20 บาท ซึ่งทีแรกคิดว่าเป็นกล้วยไข่ธรรมดาทั่วไป แต่ดูขนาดของผลแล้วไม่น่าจะใช่ และเมื่อได้ ทดลองรับประทานผลสุกยิ่งพบว่ามีความแตกต่างจากกล้วยไข่ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง รสชาติหวานไม่จัดจ้าน สีเนื้อผลสวย ไม่เละ เคี้ยวหนึบมีกลิ่นหอมแบบเฉพาะตัว อร่อยเยี่ยมจริงๆ</p><p>คุณวิรัช ผู้ขายบอกว่าซื้อหน่อพันธุ์จากพ่อค้าชายแดนไทย-พม่า ไปปลูกในสวนที่ จ.เชียงใหม่ จำนวนกว่าสิบต้น ตอนซื้อหน่อไม่ได้ถามชื่อว่ากล้วยอะไร จนกระทั่งติดเครือจำนวนมากเลยตัดหวีวางขาย ปรากฏว่าผู้ซื้อรับประทานส่วนใหญ่ชื่นชอบในรสชาติขายดีมาก เพราะแตกต่างจากกล้วยไข่ทั่วไปและยืนยันไม่ทราบชื่อจริงๆ</p><p>อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องกล้วยบอกว่า กล้วยดังกล่าวมีชื่อเรียกในประเทศไทยว่า ?กล้วยไข่พระตะบอง? ยังไม่แพร่หลายในหมู่ผู้ปลูกเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกอยู่ตามพื้นที่ตะเข็บรอยต่อระหว่างไทย-พม่า เท่านั้น ส่วนใครที่ได้อ่านข้อมูลของ ?กล้วยไข่พระตะบอง? แล้วอยากได้หน่อไปปลูกให้สอบถาม ?คุณวิรัช? ดูว่าพอจะช่วยหาหน่อให้ได้หรือไม่ เพราะ ?คุณวิรัช? ไม่ได้มีอาชีพขายหน่อกล้วย แต่ขายกล้วยไม้ไทยหายากเจ้าดังที่สุดในตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ</p><p>กล้วยไข่พระตะบอง เท่าที่สอบถามลักษณะต้นพอจะจำแนกได้ว่า เป็นกล้วยในกลุ่มที่เป็นพันธุ์แท้ของกล้วยป่า หรือพันธุ์ที่ได้กลายพันธุ์ไปจากพันธุ์แท้ แต่ยังมีลักษณะพันธุ์แท้อยู่มาก อยู่ในกลุ่มย่อย SUCRIER ลำต้นเทียมสูงได้เกิน 2.5 เมตร ต้นด้านนอกสีเขียวปนเหลืองมีปื้นดำ ด้านในสีชมพูอมแดง ก้านใบสีเขียวอมเหลือง มีร่องกว้าง โคนก้านใบมีครีบเป็นสีชมพู</p><p>ก้านช่อดอกมีขน ใบประดับปลีรูปไข่ม้วนงอขึ้น ปลายค่อน ข้างแหลม ด้านบนสีแดงอมม่วง ด้านล่างที่โคนกลีบสีจะซีด เครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หนึ่งหวีจะมีประมาณ 14-16 ผล ผลทรงกลมยาวและอ้วนใหญ่กว่ากล้วยไข่ทั่วไปอย่างชัดเจน ก้านผลค่อนข้างสั้น เปลือกผลบาง เมื่อผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในสีเหลืองส้ม มีไส้กลางสีนวล รสชาติหวาน เนื้อเหนียวหนึบไม่เละ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว อร่อยมาก ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ ปลูกได้ในดินทั่วไป ไม่ชอบน้ำท่วมขัง หลังปลูกติดเครือและตัดเครือแล้วต้องตัดต้นทิ้งด้วย เพื่อให้มีหน่อใหม่แทงขึ้นจากใต้ดินเป็นต้นใหม่และมีเครือให้เก็บผลรับประทานหรือขายได้อย่างต่อเนื่องครับ.</p><p>นายเกษตร<br
/> <img
class="alignnone size-full wp-image-28" title="thairath" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/thairath.gif" alt="thairath กล้วยไข่พระตะบอง" width="212" height="76" /></p><p><img
src="http://feeds.feedburner.com/~r/kasetnews/~4/xyLBeGNVq58" alt=" กล้วยไข่พระตะบอง" width="1" height="1" title="กล้วยไข่พระตะบอง" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/phratabong-banana/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ก๋วยเตี๋ยวแกงส้ม ทำมือ</title><link>http://www.keajon.com/soursoup/</link> <comments>http://www.keajon.com/soursoup/#comments</comments> <pubDate>Wed, 02 Dec 2009 18:38:38 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ชมรายการTVสร้างอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[อาหารพารวย]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[ก๋วยเตี๋ยว]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ทอด]]></category> <category><![CDATA[ทำมือ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ผัก]]></category> <category><![CDATA[อร่อย]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[แกงส้ม]]></category> <category><![CDATA[แปลก]]></category> <category><![CDATA[ไอเดีย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3042</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/soursoup/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/11/curry-4.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ก๋วยเตี๋ยวแกงส้ม ทำมือ" title="curry-4" /></a>ครับ?.มาอีกแล้วครับ อีกหนึ่งตัวอย่างดี ๆ ที่ไ่ม่ควรมองข้ามเลยที่เดียว คิดแปลกทำแปลก มองในมุมที่แตกต่าง แล้วบรรจงทำด้วยมือ เดี๋ยวก็ออกมาดีและ อร่อย ยังงัยก็ขายได้ครับ จากก๋วยเตี๋ยวธรรมดา ๆ ชามหนึ่ง ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลก แต่ก็แปลก แล้วก็ทำออกมาขายได้ ขายดี เป็นที่รู้จักกันทั่วหน้า จะเห็นได้ว่าการที่คิดอะไรที่แตกต่าง ย่อมได้ในสิ่งใหม่เสมอครับ ทุกอาชีพ ทุกการงาน ไม่ว่าจะทำอะไร ลองคิดบวก คิดนอกกรอบ หรือคิดแปลก ๆ ดูบ้างนะครับ แล้วสิ่งที่คนมองข้ามจะตามมา ดูตัวอย่างจากคุณป้า ?ลำดวล? สิครับไอเดียบรรเจิดจริง ๆ ครับ คุณป้าเค้าก็ บรรจง ทำด้วยมือ แท้ ๆ จะไม่อร่อยได้อย่างไรครับ ?คิดได้ทำได้ ไม่มีจนครับ? ก๋วยเตี๋ยวแกงส้ม รสชาติกลมกล่อม? เปรี้ยว หวาน เค็ม กำลังดี? ใส่ผักกะเฉด แทนผักบุ้ง.. กุ้ง หมึกสด เนื้อปลาอินทรี ได้ใจจริงๆ. &#160; [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>ครับ?.มาอีกแล้วครับ  อีกหนึ่งตัวอย่างดี ๆ ที่ไ่ม่ควรมองข้ามเลยที่เดียว<br
/> คิดแปลกทำแปลก มองในมุมที่แตกต่าง แล้วบรรจง<strong>ทำด้วยมือ</strong> เดี๋ยวก็ออกมาดีและ อร่อย  ยังงัยก็ขายได้ครับ</p><p><img
class="size-full wp-image-785" title="curry-4" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/11/curry-4.jpg" alt="curry 4 ก๋วยเตี๋ยวแกงส้ม ทำมือ" width="500" height="352" /></p><p>จาก<strong>ก๋วยเตี๋ยว</strong>ธรรมดา ๆ ชามหนึ่ง  ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลก  แต่ก็แปลก<br
/> แล้วก็ทำออกมาขายได้  ขายดี  เป็นที่รู้จักกันทั่วหน้า<br
/> จะเห็นได้ว่าการที่คิดอะไรที่แตกต่าง  ย่อมได้ในสิ่งใหม่เสมอครับ<br
/> ทุกอาชีพ  ทุกการงาน  ไม่ว่าจะทำอะไร  ลองคิดบวก คิดนอกกรอบ หรือคิดแปลก ๆ<br
/> ดูบ้างนะครับ  แล้วสิ่งที่คนมองข้ามจะตามมา  ดูตัวอย่างจากคุณป้า ?ลำดวล? สิครับ<strong>ไอเดีย</strong>บรรเจิดจริง ๆ ครับ คุณป้าเค้าก็ บรรจง <strong>ทำด้วยมือ</strong> แท้ ๆ จะไม่อร่อยได้อย่างไรครับ<br
/> ?คิดได้ทำได้  ไม่มีจนครับ?</p><p><strong><strong>ก๋วยเตี๋ยวแกงส้ม </strong>รสชาติกลมกล่อม</strong>?</p><li>เปรี้ยว หวาน เค็ม กำลังดี?</li><li>ใส่ผักกะเฉด แทนผักบุ้ง..</li><li>กุ้ง หมึกสด เนื้อปลาอินทรี ได้ใจจริงๆ.<p>&nbsp;</p><p>กลืนน้ำลายแล้วใช่ไหมล่ะ เอิ๊ก ก ก ก<br
/> อยากไปลองไปได้นะคะ ป้าลำดวล<strong>ก๋วยเตี๋ยวแกงส้ม<br
/> </strong>หน้าโบสถ์วัดปากน้ำระยอง ตรงข้ามต้นมะขาม<br
/> แต่ขอบอกว่าอย่าไปตอนเที่ยงนะเพราะคนแน่นมาก<br
/> ใครอยากชิมก๋วยเตี๋ยวแกงส้มร้านนี้ ต้องมาทานที่ระยองนะจ๊ะ<br
/> ราคาชามละ 30 บาท<br
/> อ้อ?กุ้งทอดที่ใส่มา กรอบ อร่อยจริงๆ</p><p>By อ้ายแป้บ</p><p><img
class="size-full wp-image-784" title="curry-3" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/11/curry-3.jpg" alt="curry 3 ก๋วยเตี๋ยวแกงส้ม ทำมือ" width="500" height="375" /></p><p><img
class="size-full wp-image-782" title="curry-2" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/11/curry-2.jpg" alt="curry 2 ก๋วยเตี๋ยวแกงส้ม ทำมือ" width="500" height="375" /></p><p><img
class="size-full wp-image-783" title="curry-11" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/11/curry-11.jpg" alt="curry 11 ก๋วยเตี๋ยวแกงส้ม ทำมือ" width="500" height="375" /></p><p> ต้องขอขอบคุณที่มา : www.gulfpoem.pantown.com</p></li> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/soursoup/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>3</slash:comments> </item> <item><title>เครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ ส่งเสริมผู้ประกอบการการผลิตภาคการเกษตร</title><link>http://www.keajon.com/fertilizer-producer/</link> <comments>http://www.keajon.com/fertilizer-producer/#comments</comments> <pubDate>Wed, 25 Nov 2009 08:09:01 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[กรรมวิธี]]></category> <category><![CDATA[การปลูก]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[คนไทย]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category> <category><![CDATA[นาฬิกา]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[ลดต้นทุน]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[สระบุรี]]></category> <category><![CDATA[สุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[อัตโนมัติ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเกษตร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2949</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/fertilizer-producer/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ เครื่องแรก เครื่องเดียวในโลก ลิขสิทธ์ร่วมระหว่าง มทร.ธัญบุรีและสถานประกอบการ สมรรถนะเต็มเปี่ยม &#160; ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทยยึดอาชีพเกษตรกรรม ปุ๋ยจึงมีความจำเป็นสำหรับการปลูกพืช ปุ๋ยที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันคือ ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งสามารถผลิตใช้เอง ราคาไม่แพง อีกทั้งยังทำให้คุณสมบัติของดินดีขึ้น สามารถผลิตขึ้นโดยกรรมวิธีต่างๆ แต่จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ก็จะต้องนำเอาวัตถุดิบมาผ่านขบวนการเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ ทางชีวภาพเสียก่อน มีวัตถุหลายประเภทที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ ยกตัวอย่างการนำเศษพืชเศษปลาที่มีในท้องถิ่นไปใส่ในดินสามารถทำให้ดินร่วน ใน ปัจจุบันมีการตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ขึ้นจำนวนมาก ในโรงงานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาสิ้นเปลืองค่าแรงงานมากโดย เฉพาะในขั้นตอนการผสมปุ๋ยและขั้นตอนการกลับปุ๋ย ประกอบกับในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบที่ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายนั้น จะมีมีก๊าชแอมโมเนีย ก๊าชคาบอนไดออกไซด์ และความร้อนเกิดขึ้นขั้นตอนการกลับปุ๋ย ทำให้เป็นอันตรายกับคนงาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าแรงคนและมีความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ ผศ.ไพบูลย์ แย้มเผื่อน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ออกแบบและสร้าง ?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ? ขึ้นมา ผศ.ไพบูลย์ เล่าว่า ?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ? มีส่วนประกอบคือ 1) แท่นเครื่องขนาดกว้าง 0.5 เมตร ยาว 4 เมตร จะยึดกับล้อ 4 ล้อและเคลื่อนไปกลับบนราง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ เครื่องแรก เครื่องเดียวในโลก <br
/>ลิขสิทธ์ร่วมระหว่าง มทร.ธัญบุรีและสถานประกอบการ สมรรถนะเต็มเปี่ยม </strong></p><p>&nbsp;</p><p>ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทยยึดอาชีพเกษตรกรรม ปุ๋ยจึงมีความจำเป็นสำหรับการปลูกพืช ปุ๋ยที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันคือ ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งสามารถผลิตใช้เอง ราคาไม่แพง อีกทั้งยังทำให้คุณสมบัติของดินดีขึ้น สามารถผลิตขึ้นโดยกรรมวิธีต่างๆ แต่จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ก็จะต้องนำเอาวัตถุดิบมาผ่านขบวนการเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ ทางชีวภาพเสียก่อน มีวัตถุหลายประเภทที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ ยกตัวอย่างการนำเศษพืชเศษปลาที่มีในท้องถิ่นไปใส่ในดินสามารถทำให้ดินร่วน <br
/><br
/>ใน ปัจจุบันมีการตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ขึ้นจำนวนมาก ในโรงงานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาสิ้นเปลืองค่าแรงงานมากโดย เฉพาะในขั้นตอนการผสมปุ๋ยและขั้นตอนการกลับปุ๋ย ประกอบกับในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบที่ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายนั้น จะมีมีก๊าชแอมโมเนีย ก๊าชคาบอนไดออกไซด์ และความร้อนเกิดขึ้นขั้นตอนการกลับปุ๋ย ทำให้เป็นอันตรายกับคนงาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าแรงคนและมีความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ <br
/><br
/>ผศ.ไพบูลย์ แย้มเผื่อน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ออกแบบและสร้าง <strong><em>?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ? </em></strong>ขึ้นมา<strong> </strong><br
/><br
/>ผศ.ไพบูลย์ เล่าว่า <strong><em>?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ?</em></strong> มีส่วนประกอบคือ <br
/><strong>1)</strong> <strong>แท่น</strong>เครื่องขนาดกว้าง 0.5 เมตร ยาว 4 เมตร จะยึดกับล้อ 4 ล้อและเคลื่อนไปกลับบนราง ยาว 35 เมตร <strong><br
/>2)</strong> <strong>ใบผสม</strong>ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.90 เมตร ยาว 4 เมตร แบ่ง 6 ชุดๆละ 4 ใบ แต่ละชุดวางมุมสลับทำมุมกัน 45 องศา เพื่อลดแรง โดยมีลูกปืนรองรับเพลา 3 ช่วง<br
/>ในการหมุนของใบผสมสามารถหมุนได้ทั้งทวนเข็มและตามเข็มนาฬิกา<br
/><strong>3)</strong> <strong>ชุดส่งกำลัง</strong> ใบผสมถูกขับส่งกำลังด้วยมอเตอร์ขนาด 3 กำลังม้า ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ โดยผ่านสายพานและโซ่ มีตัวทดรอบ(เพื่อทำให้ความเร็วที่ส่งจากมอเตอร์ลดความเร็วลง) และชุดส่งกำลังขับเคลื่อนแท่นถูกขับส่งกำลังด้วยมอเตอร์ขนาด 1.5 กำลังม้า ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ โดยผ่านสายพานและโซ่ มีตัวทดรอบเช่นกัน <br
/><strong>4)</strong> <strong>ชุดส่งสายไฟ</strong> จะถูกแขวนบนลวดสริงด้วยรอกเป็นขดๆ และสามารถเคลื่อนขยายเข้าออกไปตามแท่นเครื่องที่เคลื่อนไปได้ <strong><br
/>5)</strong> <strong>ระบบฉีดน้ำ</strong> ใช้ปั้มขนาด 1.5 แรงม้า ดูดจากบ่อที่มีความกว้าง 0.40 เมตร ยาว 30 เมตร ขนานกับราง หัวฉีดมี 2 ชุด คือชุดหน้าและชุดหลังเพื่อใช้ได้ทั้งเดินไปและเดินกลับ ทำด้วยท่อ PVC ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว ตรงหัวฉีดยาว 4 เมตร จะเจาะรูเป็น 3 แถว สลับฟันปาก ทั้งชุดหน้าและชุดหลังชุดละประมาณ 34 รู ใช้ในการฉีดน้ำและน้ำจุลินทรีย์ลงไปที่กองปุ๋ย<br
/><strong>6)</strong> <strong>ชุดควบคุม</strong> ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์(PLC) สามารถควบคุมด้วยมือหรืออัตโนมัติก็ได้ แบ่งการควบคุมออกเป็น 3 ส่วน คือ ควบคุมความเร็วของใบผสม ควบคุมความเร็วการเคลื่อนที่ของเครื่องผลิตปุ๋ยที่เคลื่อนที่ไปตามรางยาว 35 เมตร และควบคุมการไหลของน้ำหรือน้ำจุลินทรีย์ <strong> </strong><br
/><br
/>สำหรับสมรรถนะของเครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ <br
/><strong>1)</strong> สามารถผลิตปุ๋ยได้ครั้งละ 20-25 ตัน หรือจำนวนตามที่ลูกค้าต้องการก็ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 3 วัน (จากเดิมที่ต้องใช้เวลาประมาณ 6-7 วัน)<br
/><strong>2) </strong>ใช้เวลาในการเดินเครื่องผสมปุ๋ยหรือกลับปุ๋ยประมาณ 20 นาทีต่อครั้ง โดยใช้คนงานคุมเพียง 1 คน (จากเดิมต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงต่อครั้ง <br
/><strong> </strong><strong> </strong>ใช้คนงานจำนวน 12 คน) สามารถประหยัดค่าแรงงานได้<br
/><strong>3)</strong> สามารถหมุนผสมและเดินไป-กลับอัตโนมัติหรือควบคุมเองได้ <strong><br
/>4)</strong> สามารถฉีดน้ำและปรับอัตราไหลได้<br
/><strong> </strong><strong>5</strong>) เกิดความปลอดภัยจากก๊าชแอมโมเนีย ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์และความร้อนที่เกิดขึ้นในระหว่างการย่อยสลาย <br
/><strong></strong><strong></strong><strong></strong>ที่สำคัญเครื่องดังกล่าวใช้ไฟบ้านทำให้เสียค่าไฟฟ้าประมาณ120 บาทต่อการผลิตปุ๋ย20-25 ตัน(จากเดิมใช้แรงงานประมาณ25,000 บาท<br
/><strong></strong><strong></strong><strong></strong>ต่อการผลิตปุ๋ย20-25 ตัน ) <br
/><br
/><strong><em>?หนุ่ย?</em></strong> นายปุณกัณฐ์ วรรณคำ พนักงานของโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม เอ็ม โอ เครื่องมือเกษตร เล่าว่า หลังจากที่ทางอาจารย์เข้ามาออกแบบเครื่องผลิตปุ๋ยต้นแบบดังกล่าว ลดต้นทุนในการจ้างแรงงาน จากแต่ก่อนที่โรงงานจะต้องมีคนงานประมาณ 12 คน ตอนนี้ก็ลดแรงงานลง ไม่ต้องเสี่ยงกับก๊าชแอมโมเนีย และความร้อน 50-60 องศาเซลเซียสที่เกิดระหว่างการกลับปุ๋ย ส่งผลต่อสุขภาพ ระหว่างที่ทำงานตนเองก็ไม่ต้องลงไปผสมและกลับปุ๋ยเอง เพียงแค่ยืนควบคุมตัวเครื่อง หรือถ้ามีงานอื่นก็สามารถไปทำงานนั่นได้ โดยตั้งระบบตั้งอัตโนมัติ เครื่องจะสามารถผสมปุ๋ยและกลับไป-กลับเองได้ <br
/><br
/>เครื่อง ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ต้นแบบที่อาจารย์ออกแบบเป็นเครื่องต้นแบบ ที่ผลิตโดยคนไทยและไม่มีที่ไหนมาก่อนทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันอาจารย์ได้จดสิทธิบัตรแล้ว ซึ่งต้นทุนในการสร้างเครื่องต้นแบบนี้ราคาประมาณ 500,000/เครื่อง ในอนาคตอาจารย์จะออกแบบปรับขนาดให้สะดวกกับการใช้งาน โดยอาจารย์ตั้งราคาการผลิตเครื่องไว้สำหรับผู้ที่สนใจเช่น ความกว้าง 1.5 เมตร ความยาวราง 10 เมตร ปรับความเร็วของการหมุนผสมไม่ได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 3 ตัน/ครั้ง ราคา 200,000 บาท/เครื่อง ถ้าปรับความเร็วการหมุนผสมได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ราคา 250,000 บาท/เครื่อง ความกว้าง 2.5 เมตร ความยาวราง 20 เมตร ปรับความเร็วในการหมุนผสมไม่ได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 10 ตัน/ครั้ง ราคา 300,000 บาท/เครื่อง ถ้าปรับความเร็วการหมุนผสมได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ราคา 350,000 บาท ความกว้าง 4 เมตร ความยาวของราง 30 เมตร ปรับความเร็วการผสมไม่ได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 20 ตัน/ครั้ง ราคา 450,000 บาท ถ้าปรับความเร็วการผสมได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 20 ตัน/ครั้ง ราคา 500,000 บาท เกษตรกรหรือว่าผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ผศ.ไพบูลย์ โทร.081-3537754 หรือ E-mail : <a
href="mailto:pailboon.y@en.rmutt.ac.th">pailboon.y@en.rmutt.ac.th</a> และสามารถดูเครื่องผลิตปุ๋ยต้นแบบได้ที่ โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม เอ็ม โอ เครื่องมือเกษตร ที่ตั้ง 5/2 ม. 5 ถ.อดิเรกสาร ต.ผึ้งรวง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 18000</p><p>&nbsp;</p><table
style="width: 24px; height: 15px;" border="0"><tbody><tr><td
width="100" valign="top"></td><td
width="500"></td></tr></tbody></table> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/fertilizer-producer/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>ไบโอดีเซล? จากเมล็ดทานตะวันสร้างสรรค์ชุมชนให้พอเพียง</title><link>http://www.keajon.com/sunflower-seeds-diesel/</link> <comments>http://www.keajon.com/sunflower-seeds-diesel/#comments</comments> <pubDate>Sat, 21 Nov 2009 11:20:01 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[2552]]></category> <category><![CDATA[การปลูก]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ความสุข]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[งานวิจัย]]></category> <category><![CDATA[ชุมชน]]></category> <category><![CDATA[ตุลาคม]]></category> <category><![CDATA[ทอด]]></category> <category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category> <category><![CDATA[ธรรมะ]]></category> <category><![CDATA[ธาตุ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[น้ำมัน]]></category> <category><![CDATA[น้ำมันไบโอดีเซล]]></category> <category><![CDATA[บำบัด]]></category> <category><![CDATA[ประกอบอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[พลังงาน]]></category> <category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category> <category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category> <category><![CDATA[พอเพียง]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[สอน]]></category> <category><![CDATA[สุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[หนังสือ]]></category> <category><![CDATA[หมัก]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category> <category><![CDATA[เรียน]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยง]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category> <category><![CDATA[แก้ว]]></category> <category><![CDATA[ไบโอดีเซล]]></category> <category><![CDATA[ไร่]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2953</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/sunflower-seeds-diesel/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.kasetcity.com/Agtoday/pic/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="ไบโอดีเซล" /></a>ศูนย์วิจัยและบริการไบโอดีเซล มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ มีแนวคิดว่าถ้าหากให้ชุมชนสามารถปลูกพืชน้ำมันแล้วนำมาผลิตเป็นไบโอดีเซล เพื่อใช้เองภายในชุมชน ก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในด้านพลังงานทดแทน จึงทำวิจัยเรื่อง ?การศึกษาการผลิตไบโอดีเซล (B100) จากพืชทานตะวัน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเชิงบูรณาการ? เพื่อที่จะทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โครงการนี้เลือกใช้ ?ทานตะวัน? เป็นพืชน้ำมันตัวอย่างของการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ 2 หมู่บ้านคือ บ้านอมลอง ต.แม่สาบ และ บ้านแม่โต๋ ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ อย่างครบวงจรทั้งการปลูก ผลิต แปรรูป ทดลอง และการนำไปใช้งานด้วยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในท้องถิ่นโดยชุมชนมีส่วนร่วม โดยร่วมกับ? ?วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม? ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณของชาวบ้าน ด้วยการนำ ?พลังงานทางเลือก? มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะปลูกจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนแนวคิดในการดำรงชีวิต โดยหันมาพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นในชุมชนโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พระสรยุทธ ชยปญฺโญ รักษาการเจ้าอาวาส วัดพระบรมธาตุฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านมีมิจฉาทิฐิหรือความเห็นผิดในการประกอบอาชีพ ด้วยความอยากมี อยากได้ อยากเป็นไปตามกระแสของโลก ก่อให้เกิดภาระหนี้สินมากมายกลายเป็นทุกข์ โดยไม่ได้มองว่าเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร? ดังนั้นการถ่ายทอดหรือว่าอบรมสั่งสอนญาติโยม จะให้มานั่งอยู่บนธรรมาสน์ใช้ไม่ได้แล้วเพราะมันมองไม่เห็นภาพ จึงต้องลงมือทำให้เห็นจริงในทุก ๆ เรื่อง ทั้งทำปุ๋ยหมัก ฝายกั้นน้ำในป่า ทำการเกษตรแบบพอเพียง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
class="alignnone" title="ไบโอดีเซล" src="http://www.kasetcity.com/Agtoday/pic/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5.jpg" alt="%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5 ไบโอดีเซล? จากเมล็ดทานตะวันสร้างสรรค์ชุมชนให้พอเพียง" width="305" height="251" /></p><p>ศูนย์วิจัยและบริการไบโอดีเซล มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ มีแนวคิดว่าถ้าหากให้ชุมชนสามารถปลูกพืชน้ำมันแล้วนำมาผลิตเป็นไบโอดีเซล เพื่อใช้เองภายในชุมชน ก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในด้านพลังงานทดแทน จึงทำวิจัยเรื่อง ?<strong>การศึกษาการผลิตไบโอดีเซล (B100) จากพืชทานตะวัน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเชิงบูรณาการ</strong>? เพื่อที่จะทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน<span> </span><br
/> โครงการนี้เลือกใช้ ?<strong>ทานตะวัน</strong>? เป็นพืชน้ำมันตัวอย่างของการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ 2 หมู่บ้านคือ บ้านอมลอง ต.แม่สาบ และ บ้านแม่โต๋ ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ อย่างครบวงจรทั้งการปลูก ผลิต แปรรูป ทดลอง และการนำไปใช้งานด้วยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในท้องถิ่นโดยชุมชนมีส่วนร่วม โดยร่วมกับ? ?วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม? ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณของชาวบ้าน ด้วยการนำ ?พลังงานทางเลือก? มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะปลูกจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนแนวคิดในการดำรงชีวิต โดยหันมาพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นในชุมชนโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</p><p>พระสรยุทธ ชยปญฺโญ รักษาการเจ้าอาวาส วัดพระบรมธาตุฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านมีมิจฉาทิฐิหรือความเห็นผิดในการประกอบอาชีพ ด้วยความอยากมี อยากได้ อยากเป็นไปตามกระแสของโลก ก่อให้เกิดภาระหนี้สินมากมายกลายเป็นทุกข์ โดยไม่ได้มองว่าเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร? ดังนั้นการถ่ายทอดหรือว่าอบรมสั่งสอนญาติโยม จะให้มานั่งอยู่บนธรรมาสน์ใช้ไม่ได้แล้วเพราะมันมองไม่เห็นภาพ จึงต้องลงมือทำให้เห็นจริงในทุก ๆ เรื่อง ทั้งทำปุ๋ยหมัก ฝายกั้นน้ำในป่า ทำการเกษตรแบบพอเพียง ฯลฯ</p><p>&nbsp;</p><p><img
class="alignnone" title="เมล็ดทานตะวัน" src="http://sci.chandra.ac.th/department/hhold/images/furits/sunflower_seed.jpg" alt="sunflower seed ไบโอดีเซล? จากเมล็ดทานตะวันสร้างสรรค์ชุมชนให้พอเพียง" width="300" height="226" /></p><p>?ที่วัดเรานำเอาเรื่องชีวิตจริงของเขามาผูกโยงไว้กับธรรมะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไบโอดีเซล ก็พยายามให้เขาเห็นถึงการพึ่งพาตัวเอง อยากใช้เท่าไหร่ก็ปลูกไว้ตามหัวไร่ปลายนาเท่านั้น ไม่ต้องทำใหญ่โตหรือคิดเพื่อขาย ทำเก็บไว้ใช้แบ่งปันกัน ถ้าทุกคนในชุมชนปลูกและผลิตน้ำมันได้อย่างน้อยคนละ 150 ลิตร 100 คนก็เท่ากับ 1,500 ลิตร ประหยัดเงินไปได้มาก โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย อย่าไปคิดว่ามันขายไม่ได้เลยไม่สนใจ ให้คิดว่าทำเพื่อใช้เอง ซึ่งวัดจะเน้นในเรื่องของการพึ่งพาตนเองของชุมชนในท้องถิ่น โดยให้ตระหนัก เห็นในเรื่องของจิตใจก่อน คือผลิตเพื่อเลี้ยงตนเองก่อน อย่าคิดผลิตเพื่อขายเพราะชีวิตของคนเราเกิดมาก่อนจะตาย ไม่ได้มาเพื่อร่ำรวย และเสพสุข เกิดมาเพื่ออยู่ได้เอื้อเฟื้อแบ่งปันมีความสุขร่วมกันกับผู้อื่น เปลี่ยนวิธีคิดทั้งหมดของชาวบ้านทำให้ชุมชนเริ่มเปลี่ยน ตอนนี้ก็จะมีของมาแจกกัน ทำให้จิตใจญาติโยมที่แต่ก่อนเคยอยากได้ อยากมีตอนนี้มันเริ่มเปลี่ยนหันมาพึ่งพากันเอื้อเฟื้อกันเพิ่มขึ้น? พระนักพัฒนา กล่าว</p><p>ดร.สุรพล ดำรงกิตติคุณ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ หัวหน้าคณะผู้วิจัย กล่าวว่า การผลิตไบโอดีเซลนั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะผลักดันให้กลุ่มชาวบ้านเข้ม แข็ง เราทำงานวิจัยเล็ก ๆ ที่อาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนตั้งแต่การปลูก จนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยว แล้วเราก็มองว่าการใช้น้ำมันบนดอยอาจจะมีวิธีการที่มากกว่าการใช้สารเคมีไป บำบัดเพื่อให้น้ำมันใสขึ้น เราก็เปลี่ยนมาใช้น้ำกล้วยต้มแทนเพื่อที่จะทำให้น้ำมันใสขึ้นแทน ซึ่งเป็นจุดที่เราเริ่มเห็นว่ามันอาจจะมีความยั่งยืนเกิดขึ้นได้ เพราะว่าทานตะวันเป็นพืชระยะสั้นปลูกเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวได้ สามารถปลูกหัวไร่ปลายนาได้ในช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยว และดอกทานตะวันก็มีความสวยงาม ทำให้ เด็ก ๆ ชอบที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ในขณะเดียวกัน เราก็รวบรวมพืชพลังงานในท้องถิ่นอื่น ๆ มาศึกษาต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อสร้างงานให้ชุมชน?? หัวหน้าคณะผู้วิจัยกล่าว</p><p>ปัจจุบันคณะผู้วิจัยร่วมกับนักศึกษาพัฒนาเครื่องหีบน้ำมันจากเมล็ดทานตะวัน จนสามารถใช้การได้ดีในระดับท้องถิ่น และนำกลับขึ้นไปติดตั้งยังศูนย์เรียนรู้ของชุมชน โดยจากการศึกษาในปีที่ผ่านมา มีชาวบ้าน ที่ร่วมปลูกทานตะวันกับโครงการฯ ทั้งหมด 24 ไร่ ได้เมล็ดทานตะวันเฉลี่ยประมาณ 171-200 กิโลกรัมต่อไร่ โดยเมล็ดทาน ตะวัน 22  กิโลกรัม จะผลิตน้ำมันได้ประมาณ 7.3  ลิตร ซึ่งน้ำมันที่ได้ถูกนำมาทดสอบและทดลองใช้งานร่วมกับชุมชนโดยยังไม่พบปัญหาในการใช้งานแต่อย่างใด</p><p>?เรื่องของน้ำมันไบโอดีเซลเป็นจุดหนึ่งที่เรานำมาเป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนแนวคิดของชาวบ้าน ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือเขาต้องลองทำเองใช้เอง และเห็นว่ามีประโยชน์มากกว่าการนำไปขาย ที่ต้องมีจุดคุ้มทุนซึ่งเป็นเรื่องของการค้า ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดความยั่งยืน?</p><p>ดังนั้นความยั่งยืนจึงต้องอยู่ที่จิตใจ จากจิตสำนึกที่ได้รู้ ได้เห็น และได้ทำ ซึ่งเป็นหลักของเศรษฐกิจพอเพียงที่ว่าด้วยการเข้าถึงและเข้าใจนั่นเอง? ดร.สุรพล สรุป.</p><p><strong>ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 27 ตุลาคม 2552</strong><br
/> <a
href="http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryId=344&amp;contentID=28270" target="_blank" class="broken_link">http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryId=344&amp;contentID=28270</a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/sunflower-seeds-diesel/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>ต้นพญาคชราช ไม้เศรษฐกิจตัวใหม่มาแรง</title><link>http://www.keajon.com/phaya-kacha-raja/</link> <comments>http://www.keajon.com/phaya-kacha-raja/#comments</comments> <pubDate>Sat, 21 Nov 2009 09:10:01 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[5 บาท]]></category> <category><![CDATA[ACE]]></category> <category><![CDATA[กลุ่มเกษตรกร]]></category> <category><![CDATA[กล้าไม้]]></category> <category><![CDATA[กันยายน]]></category> <category><![CDATA[การค้าขาย]]></category> <category><![CDATA[การดูแล]]></category> <category><![CDATA[การปลูก]]></category> <category><![CDATA[การลงทุน]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ข่าว]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[คุณภาพ]]></category> <category><![CDATA[ค้าขาย]]></category> <category><![CDATA[งอก]]></category> <category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category> <category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[พื้นเมือง]]></category> <category><![CDATA[ยางพารา]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[สระบุรี]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยง]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category> <category><![CDATA[ไร่]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2943</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/phaya-kacha-raja/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0910/28/page10/s1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ต้นพญาคชราช" title="" /></a>ไม้ที่ควรศึกษาก่อนปลูก ขณะนี้มีไม้เศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังมาแรงในกลุ่มเกษตรกรผู้ค้าและลงทุนกล้า ไม้ คือ ต้นพญาคชราช หรือ ต้นปอหู โดยเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ณ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) มีการแถลงข่าว เรื่อง ?ไม้พญาคชราช คือไม้อะไร มีคุณสมบัติอย่างไร เหมาะกับการปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจหรือไม่? ซึ่ง รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มอบให้คณะวนศาสตร์ดำเนินการวิเคราะห์และตรวจสอบเนื้อไม้พญาคชราชในเชิง ฟิสิกส์ และทางกลสมบัติพร้อมทั้งเผยแพร่ข้อเท็จจริงนี้สู่สาธารณชนเพื่อให้ได้ทราบ ข้อมูลเชิงลึกของต้นพญาคชราช และช่วยให้เกษตรกรที่จะลงทุนปลูกได้เข้าใจถึงคุณสมบัติและการค้าขายเป็นไม้ เศรษฐกิจ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจในการปลูกไม้ชนิดนี้ รศ.ทรงกลด จารุสมบัติ หัวหน้าภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ คณะวนศาสตร์ กล่าวว่า ต้นพญาคชราช ที่เป็นที่สนใจอยู่ในปัจจุบัน ทางภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ คณะวนศาสตร์ ได้ส่งตัวอย่างทางพฤกษศาสตร์ให้หอพรรณไม้ กรมป่าไม้ ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นไม้ปอหู มีชื่อพื้นเมืองคือ ปอหู (สระบุรี, นครราชสีมา), ปอจง (ปัตตานี, มาเลเซีย) มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Talipariti macrophyllum [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0910/28/page10/s1.jpg" alt="s1 ต้นพญาคชราช ไม้เศรษฐกิจตัวใหม่มาแรง"  title="ต้นพญาคชราช ไม้เศรษฐกิจตัวใหม่มาแรง" /><br
/> <em>ไม้ที่ควรศึกษาก่อนปลูก</em></p><p>ขณะนี้มีไม้เศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังมาแรงในกลุ่มเกษตรกรผู้ค้าและลงทุนกล้า ไม้ คือ ต้นพญาคชราช หรือ ต้นปอหู โดยเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ณ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) มีการแถลงข่าว เรื่อง  ?ไม้พญาคชราช คือไม้อะไร มีคุณสมบัติอย่างไร เหมาะกับการปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจหรือไม่? ซึ่ง รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มอบให้คณะวนศาสตร์ดำเนินการวิเคราะห์และตรวจสอบเนื้อไม้พญาคชราชในเชิง ฟิสิกส์ และทางกลสมบัติพร้อมทั้งเผยแพร่ข้อเท็จจริงนี้สู่สาธารณชนเพื่อให้ได้ทราบ ข้อมูลเชิงลึกของต้นพญาคชราช และช่วยให้เกษตรกรที่จะลงทุนปลูกได้เข้าใจถึงคุณสมบัติและการค้าขายเป็นไม้ เศรษฐกิจ  เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจในการปลูกไม้ชนิดนี้</p><p>รศ.ทรงกลด จารุสมบัติ หัวหน้าภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ คณะวนศาสตร์ กล่าวว่า  ต้นพญาคชราช ที่เป็นที่สนใจอยู่ในปัจจุบัน ทางภาควิชาวนผลิตภัณฑ์ คณะวนศาสตร์ ได้ส่งตัวอย่างทางพฤกษศาสตร์ให้หอพรรณไม้ กรมป่าไม้ ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นไม้ปอหู มีชื่อพื้นเมืองคือ  ปอหู (สระบุรี, นครราชสีมา), ปอจง (ปัตตานี, มาเลเซีย) มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Talipariti macrophyllum (Roxb. Ex Hornem.) Fryxell อยู่ในวงศ์  Malvaceae</p><p>จากการนำลำต้นไม้ปอหูอายุ 25 ปีมาวิเคราะห์คุณสมบัติของไม้ คุณสมบัติของไม้ปอหู พบว่า เนื้อไม้จัดอยู่ในชั้นไม้คุณภาพปาน กลางหรือเกรดบี ความหนาแน่นปานกลางคือประมาณ 630 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีความทนทานตามธรรมชาติเฉลี่ยน้อยกว่า 2 ปี ซึ่งจัดอยู่ในไม้ที่มีความทนทานต่ำ ถูกเชื้อราและปลวกเข้าทำลายได้ง่าย แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการป้องกันรักษาเนื้อไม้ ด้านคุณสมบัติการใช้งาน การเลื่อย การไส การกลึง และการขัดเงา ทำได้ง่าย เมื่อเทียบกับไม้ยางพาราที่อายุ 25 ปี จะมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน แต่ในปัจจุบันเพิ่งเริ่มมีการปลูกแบบลักษณะสวนป่าทำให้ด้านการตลาดไม้ยังไม่ ชัดเจน</p><p>ผศ.ดร.ดำรง พิพัฒนวัฒนากุล อาจารย์ ประจำภาควิชาวนวัฒนวิทยา คณะวนศาสตร์ กล่าวว่า ในกระบวนการทดแทนทางธรรมชาติของพื้นที่หนึ่ง ๆ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว พื้นที่นั้นก็จะมีพืชต่าง ๆ ตั้งแต่มอส ไลเคนเรื่อยมาเป็นหญ้าคาและเรื่อยมาจนถึงระดับที่มีไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด อย่างที่เห็นเป็นป่าธรรมชาติในปัจจุบัน จากการทดแทนของพืชพรรณในระบบนิเวศ ปอหู จัดเป็นไม้เบิกนำที่เข้ามาเป็นกลุ่มแรก ๆ ของไม้ยืนต้น หากพิจารณาลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของไม้ปอหู เป็นไม้ที่มีเมล็ดเล็ก เบาปลิวลอยลมได้ เมล็ดมีความสามารถในการงอกดี ใบใหญ่ต้องการแสงมาก สังเคราะห์แสงได้ปริมาณมาก ส่งผลให้การเจริญเติบโตเร็ว เปลาตรง</p><p>ประเด็นการปลูกป่าเศรษฐกิจ จะพิจารณาความคุ้มทุนในการปลูกเชิงเดี่ยว  โดยคิดประมาณการการลงทุนปลูกในพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์ปานกลาง ด้วยระยะปลูก 3?3 เมตร ต่อไร่ ต้องใช้กล้าไม้ 179 ต้น ราคากล้าไม้ต้นละ 39 บาท ประมาณการรายจ่ายในกิจกรรมเตรียมพื้นที่ ขุดหลุมปลูก ปลูกซ่อม การดูแลรักษาใส่ปุ๋ยกำจัดวัชพืช ตั้งแต่ปีแรกไปจนถึงปีที่ 25 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 7.5%  คิดเป็นเงินลงทุนเพื่อการปลูกประมาณ 20,000 บาท เมื่อไม้ครบรอบตัดฟันปีที่ 25 ประมาณการให้มีต้นไม้เหลืออยู่ในแปลง 89 ต้น (50% ของไม้ที่เริ่มปลูก) แต่ละต้นจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 30 ซม. ขายได้ราคาต้นละ 1,200 บาท คิดเป็นรายรับทั้งสิ้น 107,400 บาท ประมาณการรายจ่ายเป็นค่าดำเนินการธุรกิจปลูกป่า (20% ของค่าปลูก) คิดเป็นเงิน 4,018 บาท ค่าดำเนินการตัดไม้และค่าขนส่งผลผลิตสู่โรงงาน 10,000 บาท โดยรวมแล้วคิดเป็นกำไรต่อไร่เป็นเงิน 73,291 บาทในเวลา 25 ปี เฉลี่ยปีละ 2,931 บาท คิดว่าเป็นการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนไม่คุ้มทุน เพราะระหว่างเวลาปีที่ 1-25 ไม่สามารถได้รายรับกลับคืนมา หากเปรียบเทียบกับยางพารายังสามารถได้รายรับจากการขายน้ำยาง</p><p>ประเด็นการปลูกป่าอนุรักษ์ ในหลักวิชาการแล้วควรจะปลูกไม้หลากหลายชนิดคละกันไป โดยเลือกไม้ท้องถิ่นของประเภทป่านั้น ๆ ซึ่งจะเลือกชนิดไม้ปลูกเลียนแบบไม้ในการทดแทนทางธรรมชาติ หรือจะเลือกเจาะปลูกไม้ชนิดนั้น ๆ ให้เหมาะสมกับระบบนิเวศท้องถิ่น เพื่อสร้างความหลากหลายของชนิดไม้และส่งผลถึงการเป็นอยู่ของสัตว์ในระบบ นิเวศ การปลูกปอหู ที่เป็นไม้เบิกนำก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเป็นไม้เบิกนำ ใบใหญ่ สามารถเป็นไม้ พี่เลี้ยงที่ให้ร่มเงากับลูกไม้ชนิดที่ไม่ต้องการแสงมาก แต่การลงทุนด้วยราคากล้าไม้กล้าละ 39 บาท เป็นราคากล้าไม้ที่แพงเกินจริง หากเปรียบเทียบกับกล้าไม้ที่ขายกันอยู่ในท้องตลาด ราคาจะอยู่ที่ 3-5 บาท สำหรับไม้ยูคาลิปตัส 10-15 บาท สำหรับยางพารา  และ 5-10 บาท สำหรับไม้สัก</p><p><strong>โดยสรุปแล้วการปลูกไม้ปอหูหากพิจารณาความคุ้มทุนแล้ว ไม่คุ้มทุนในการปลูกป่าเชิงเศรษฐกิจเนื่องจากราคากล้าไม้ที่มีราคาแพง และยังมีความเสี่ยง.</strong></p><p><strong><br
/></strong></p><p><img
class="alignnone size-full wp-image-19" title="dailynews" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="dailynews ต้นพญาคชราช ไม้เศรษฐกิจตัวใหม่มาแรง" width="162" height="52" /></p><p><span
style="color: #000000; font-size: x-small;">หากท่านเห็นว่าบทความนี้มีประโยยช์ต่อการประกอบ<a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a> ช่วยกันสนับสนุนสื่อคุณภาพด้วยนะครับ</span></p><p><img
src="http://feeds.feedburner.com/~r/kasetnews/~4/nPXLO09o-mI" alt=" ต้นพญาคชราช ไม้เศรษฐกิจตัวใหม่มาแรง" width="1" height="1" title="ต้นพญาคชราช ไม้เศรษฐกิจตัวใหม่มาแรง" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/phaya-kacha-raja/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>การเพาะเลี้ยงปลาทอง เป็นอาชีพเสริม</title><link>http://www.keajon.com/hatchery-goldenfish/</link> <comments>http://www.keajon.com/hatchery-goldenfish/#comments</comments> <pubDate>Fri, 20 Nov 2009 21:09:36 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[การเพาะ]]></category> <category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category> <category><![CDATA[เพาะ]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยง]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2942</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/hatchery-goldenfish/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0910/10/12/fish.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ปลาทอง" title="" /></a>มือใหม่หัดเพาะปลาทอง คุณมาโนช ลักษณะกิจ ชาวเชียงใหม่ได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจหรือมือใหม่ที่จะหัดเพาะ ปลาทองจะต้องมีการเตรียมใจกับเรื่องอะไรบ้าง อาทิ เมื่อเพาะออกมาแล้วมีที่เลี้ยงหรือไม่ เนื่องจากในการรีดไข่ปลาในแต่ละครั้งนั้น ถ้าแม่ปลาที่มีความสมบูรณ์เต็มที่จะให้ลูกได้ไม่ต่ำกว่า 2,000-4,000 ตัว มีที่เลี้ยงเพียงพอกับการอนุบาลต่อไปหรือไม่ ในการอนุบาลลูกปลาทองจะต้องมีการเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี ถ้าขาดตกบกพร่องในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกปลาได้ อีกทั้งอาหารจะต้องมีการให้อย่างสม่ำเสมอและน้ำที่ใช้เลี้ยงจะต้องคอย เปลี่ยนถ่ายให้สะอาดอย่างตลอดเวลา หลักการสำคัญในการเพาะปลาทองนั้น คุณมาโนช บอกว่า พ่อแม่พันธุ์ที่จะใช้ในการผสมพันธุ์นั้น แนะนำให้ใช้ตัวผู้ 2 ตัว ต่อตัวเมีย 1 ตัว เนื่องจากน้ำเชื้อตัวผู้เพียงตัวเดียวจะไม่เพียงพอกับไข่ปลาตัวเมียที่ สมบูรณ์เพียงตัวเดียว ถ้าเป็นการผสมพันธุ์แบบธรรมชาติ เราจะปล่อยให้พ่อ-แม่พันธุ์ได้ผสมพันธุ์กันเอง ตัวผู้จะไล่ตอดตัวเมียเพื่อให้ไข่หลุดออกมาจากท้องตัวเมีย หลังจากนั้นจะทำการฉีดน้ำเชื้อเข้าผสมไข่ที่หลุดออกมา ในบ่อผสมพันธุ์ควรจะมีพันธุ์ไม้น้ำ เช่น สาหร่ายหรืออาจจะใช้เชือกฟางฉีกเป็นฝอยเพื่อให้ไข่ปลาเกาะติด (เชือกฟางหรือสาหร่ายจะสามารถป้องกันการกินไข่ของพ่อแม่ปลาทองได้) พ่อแม่ปลาทองจะเก็บกินไข่ที่ตกอยู่ที่พื้นหรือที่โล่งจนหมด สำหรับวิธีการผสมพันธุ์เทียม ให้สังเกตดูท้องตัวเมียจะป่อง ๆ แสดงว่าจะเริ่มไข่แล้ว หากไข่ที่สุกเต็มที่ตัวเมียจะขับเมือกคาว ๆ ออกมาพร้อมไข่ ให้เตรียมกะละมังขาวใส่น้ำสะอาด (ปราศจากคลอรีน) มาเตรียมเพื่อทำการรีดไข่ นำแม่พันธุ์มาอยู่ในกะละมัง พยายามจับเบา ๆ อย่า ให้แม่ปลาทองตกใจ จากนั้นให้นำพ่อปลาทองมาใส่รวมกัน เมื่อแม่ปลาหายตื่นตกใจให้เริ่มทำการรีดไข่ปลา [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0910/10/12/fish.jpg" alt="fish การเพาะเลี้ยงปลาทอง เป็นอาชีพเสริม"  title="การเพาะเลี้ยงปลาทอง เป็นอาชีพเสริม" /><br
/> <em>มือใหม่หัดเพาะปลาทอง</em></p><p>คุณมาโนช ลักษณะกิจ ชาวเชียงใหม่ได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจหรือมือใหม่ที่จะหัดเพาะ ปลาทองจะต้องมีการเตรียมใจกับเรื่องอะไรบ้าง อาทิ เมื่อเพาะออกมาแล้วมีที่เลี้ยงหรือไม่ เนื่องจากในการรีดไข่ปลาในแต่ละครั้งนั้น ถ้าแม่ปลาที่มีความสมบูรณ์เต็มที่จะให้ลูกได้ไม่ต่ำกว่า 2,000-4,000 ตัว มีที่เลี้ยงเพียงพอกับการอนุบาลต่อไปหรือไม่</p><p>ในการอนุบาลลูกปลาทองจะต้องมีการเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี ถ้าขาดตกบกพร่องในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกปลาได้ อีกทั้งอาหารจะต้องมีการให้อย่างสม่ำเสมอและน้ำที่ใช้เลี้ยงจะต้องคอย เปลี่ยนถ่ายให้สะอาดอย่างตลอดเวลา</p><p>หลักการสำคัญในการเพาะปลาทองนั้น คุณมาโนช บอกว่า พ่อแม่พันธุ์ที่จะใช้ในการผสมพันธุ์นั้น แนะนำให้ใช้ตัวผู้ 2 ตัว ต่อตัวเมีย 1 ตัว เนื่องจากน้ำเชื้อตัวผู้เพียงตัวเดียวจะไม่เพียงพอกับไข่ปลาตัวเมียที่ สมบูรณ์เพียงตัวเดียว ถ้าเป็นการผสมพันธุ์แบบธรรมชาติ เราจะปล่อยให้พ่อ-แม่พันธุ์ได้ผสมพันธุ์กันเอง ตัวผู้จะไล่ตอดตัวเมียเพื่อให้ไข่หลุดออกมาจากท้องตัวเมีย หลังจากนั้นจะทำการฉีดน้ำเชื้อเข้าผสมไข่ที่หลุดออกมา ในบ่อผสมพันธุ์ควรจะมีพันธุ์ไม้น้ำ เช่น สาหร่ายหรืออาจจะใช้เชือกฟางฉีกเป็นฝอยเพื่อให้ไข่ปลาเกาะติด (เชือกฟางหรือสาหร่ายจะสามารถป้องกันการกินไข่ของพ่อแม่ปลาทองได้) พ่อแม่ปลาทองจะเก็บกินไข่ที่ตกอยู่ที่พื้นหรือที่โล่งจนหมด</p><p>สำหรับวิธีการผสมพันธุ์เทียม ให้สังเกตดูท้องตัวเมียจะป่อง ๆ แสดงว่าจะเริ่มไข่แล้ว หากไข่ที่สุกเต็มที่ตัวเมียจะขับเมือกคาว ๆ ออกมาพร้อมไข่ ให้เตรียมกะละมังขาวใส่น้ำสะอาด (ปราศจากคลอรีน) มาเตรียมเพื่อทำการรีดไข่ นำแม่พันธุ์มาอยู่ในกะละมัง พยายามจับเบา ๆ อย่า ให้แม่ปลาทองตกใจ จากนั้นให้นำพ่อปลาทองมาใส่รวมกัน เมื่อแม่ปลาหายตื่นตกใจให้เริ่มทำการรีดไข่ปลา</p><p>โดยปกติแล้วน้ำเชื้อของตัวผู้จะต้อง ออกแรงฉีดมากกว่าตัวเมีย เนื่องจากไข่ของตัวเมียแค่แม่ปลาสะบัดตัวก็หลุดออกมาแล้ว ในการรีดไข่จะต้องมีเทคนิคตรงที่ขณะที่รีดจะต้องวนมือเป็นวงกลมตามกะละมัง ด้วย เพื่อให้ไข่มีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอเพื่อเปอร์เซ็นต์การฟักจะสูงขึ้น ด้วย จากนั้นประมาณ 10-15 นาที ให้นำกะละมังไปล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง เราจะพบไข่ปลาที่มีสีเหลืองใส ติดหนึบอยู่บริเวณก้นกะละมัง นำกะละมังนั้นไปแช่ในอ่างแล้วเปิดออกซิเจนให้แรงให้ออกซิเจนเพียงพอสำหรับ ไข่ปลาที่กำลังจะฟัก</p><p>หลังจากนั้นอีกประมาณ 3-4 วัน ลูกปลาตัวน้อยก็จะเริ่มดีดตัวออกมาจากไข่ ลูกปลาจะออกช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำด้วย ถ้าอุณหภูมิของน้ำค่อนข้างเย็น ลูกปลาจะออกช้าซึ่งเป็นผลดี เพราะการที่ลูกปลาอยู่ในไข่นานจะทำให้การพัฒนาเป็นตัวมีความสมบูรณ์มากยิ่ง ขึ้น.</p><p>&nbsp;</p><p>ข่าวโดย ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ</p><h3><span
style="color: #0000ff;">สาระอาชีพดีดี โดย เดลินิวส์</span></h3><p><img
class="alignnone size-full wp-image-19" title="dailynews" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="dailynews การเพาะเลี้ยงปลาทอง เป็นอาชีพเสริม" width="162" height="52" /></p><p><span
style="font-size: xx-small;">หากท่านเห็นว่าข่าวนี้มีประโยชน์ กรุณาช่วยกันอุดหนุนสื่อคุณภาพด้วยครับ</span></p><p><img
src="http://feeds.feedburner.com/~r/kasetnews/~4/n4EIbKORr7c" alt=" การเพาะเลี้ยงปลาทอง เป็นอาชีพเสริม" width="1" height="1" title="การเพาะเลี้ยงปลาทอง เป็นอาชีพเสริม" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/hatchery-goldenfish/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ตามหาของเล่นพื้นบ้าน ตามหาความสุขคืนสู่ใจ</title><link>http://www.keajon.com/folk-toys/</link> <comments>http://www.keajon.com/folk-toys/#comments</comments> <pubDate>Tue, 10 Nov 2009 16:41:22 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียงานประดิษฐ์]]></category> <category><![CDATA[การดูแล]]></category> <category><![CDATA[ของเล่น]]></category> <category><![CDATA[ข้าว]]></category> <category><![CDATA[ความสุข]]></category> <category><![CDATA[งานฝีมือ]]></category> <category><![CDATA[ทอด]]></category> <category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[พื้นบ้าน]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[หมูป่า]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[เยาวชน]]></category> <category><![CDATA[เอกชน]]></category> <category><![CDATA[โบราณ]]></category> <category><![CDATA[ไม้ไผ่]]></category> <category><![CDATA[ไร่]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2808</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/folk-toys/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/10/antique-toys.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="antique-toys" title="antique-toys" /></a>&#160; ตามหาของเล่นพื้นบ้าน ตามหาความสุขคืนสู่ใจ ?..ที่หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อบ้านป่าแดด ในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย วันนี้ คนเฒ่าคนแก่ไม่ได้มีชีวิตอยู่อย่างหงอยเหงา ว่างเปล่า และโดดเดี่ยวเดียวดาย ไร้ค่าอีกต่อไป ?..เพราะมีองค์กรพัฒนาเอกชน ชื่อ ?กลุ่มคนเฒ่าคนแก่? ที่ริเริ่มต้น ทำงานโดย คนหนุ่มวัย ๒๗ ปีชื่อ วีระพงษ์ กังวานนรกุล เข้าไปปลุกเร้า ความทรงจำแสนสดใส ในวัยเด็กของ คนเฒ่าคนแก่ ให้ตื่นฟื้นคืนกลับมา อีกครั้ง ?..วีระพงษ์ หรือที่คนเฒ่าคนแก่ที่บ้านป่าแดดรู้จักในชื่อ ?เบิ้ม? เริ่มต้น มองเห็นปัญหา ของคนแก่ จากการเข้ามาช่วยเพื่อน ทำงานที่ กลุ่ม พัฒนาเด็กเล็ก และเยาวชน ในเขตอำเภอแม่สรวย เขาพบว่า คนแก่ ในพื้นที่ชนบท มักถูกทอดทิ้งให้มีชีวิตอยู่อย่างเดียวดาย เนื่องจาก ลูกหลาน จะอพยพเข้าไปหางานทำในเมือง ทิ้งคนแก่ให้เฝ้าบ้าน และไร่นา ที่ตนเองไม่มีเรี่ยวแรงกำลัง ที่จะไถหว่านและเก็บเกี่ยวได้ อีกแล้ว ชีวิตของ คนแก่ในชนบท [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p><p><span
style="text-decoration: underline;"><strong>ตามหาของเล่นพื้นบ้าน  ตามหาความสุขคืนสู่ใจ</strong></span><br
/><br
/> ?..ที่หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อบ้านป่าแดด ในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย<strong> จังหวัดเชียงราย</strong> วันนี้ คนเฒ่าคนแก่ไม่ได้มีชีวิตอยู่อย่างหงอยเหงา ว่างเปล่า และโดดเดี่ยวเดียวดาย ไร้ค่าอีกต่อไป<br
/> ?..เพราะมีองค์กรพัฒนาเอกชน ชื่อ ?กลุ่มคนเฒ่าคนแก่? ที่ริเริ่มต้น ทำงานโดย คนหนุ่มวัย ๒๗ ปีชื่อ วีระพงษ์ กังวานนรกุล เข้าไปปลุกเร้า ความทรงจำแสนสดใส ในวัยเด็กของ คนเฒ่าคนแก่ ให้ตื่นฟื้นคืนกลับมา อีกครั้ง</p><p><img
class="alignnone size-full wp-image-723" title="antique-toys" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/10/antique-toys.jpg" alt="antique toys ตามหาของเล่นพื้นบ้าน ตามหาความสุขคืนสู่ใจ" width="500" height="708" /></p><p>?..วีระพงษ์ หรือที่คนเฒ่าคนแก่ที่บ้านป่าแดดรู้จักในชื่อ ?เบิ้ม? เริ่มต้น มองเห็นปัญหา ของคนแก่ จากการเข้ามาช่วยเพื่อน ทำงานที่ กลุ่ม พัฒนาเด็กเล็ก และเยาวชน ในเขตอำเภอแม่สรวย เขาพบว่า คนแก่ ในพื้นที่ชนบท มักถูกทอดทิ้งให้มีชีวิตอยู่อย่างเดียวดาย เนื่องจาก ลูกหลาน จะอพยพเข้าไปหางานทำในเมือง ทิ้งคนแก่ให้เฝ้าบ้าน และไร่นา ที่ตนเองไม่มีเรี่ยวแรงกำลัง ที่จะไถหว่านและเก็บเกี่ยวได้ อีกแล้ว ชีวิตของ คนแก่ในชนบท จึงไม่เพียงแต่ ปราศจาก การดูแลเอาใจใส่จาก ญาติมิตรเท่านั้น แต่นับวันร่างกายก็โรยแรง และจิตใจเสื่อมถอย และองค์กร พัฒนาต่างๆ ก็มักไม่ค่อยมี หน่วยงานใด ที่สนใจ ทำงานกับ คนแก่ ด้วยเหตุผลที่ว่า เดี๋ยวก็ตายแล้ว</p><p>?..แต่เบิ้มเห็นว่า คนแก่ยังมีค่า ทั้งต่อตนเอง และสังคม ถ้าเราช่วยเหลือ โดยถูกทาง<br
/> ?..เขาเริ่มเข้าไปพูดคุย สนทนากับคนเฒ่าคนแก่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลย กับการเข้าไป สร้างความสัมพันธ์กับคนแก่ ที่มีเวลาเหลือมากมาย ในแต่ละวัน บางคนอาจเหงา เศร้า และเฝ้ารอคอย คนที่จะเข้ามา พูดคุยด้วย อยู่แล้ว</p><p>?..ระหว่างนั้นเอง เบิ้มก็สังเกตเห็นว่า คนแก่ในชนบท แทบทุกคน จะมี<strong>งานฝีมือ</strong>ใน<strong>การจักสาน</strong> พวกข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ข้อง หมวก หวด(นึ่งข้าวเหนียว) ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้น เบิ้ม ยังมองเห็น <strong>ของเล่นเก่าๆ</strong> พังๆ<strong> แบบโบราณ</strong> ที่ซุกอยู่ตามใต้ถุนบ้าน ข้างโรงนา หรือใต้บันได<br
/> ?..เขาถามถึงของเล่นเหล่านี้ บอกให้คนแก่ ช่วยทำออกมาให้ดูได้ไหม?</p><p>?..เท่านั้นละ เป็นเรื่อง ! ขบวน<strong>ของเล่นพื้นบ้าน</strong>มากมาย เดินเรียงแถวกัน ออกมาจาก ความทรงจำ สีเหลืองซีดจาง ของคนเฒ่าคนแก่ ทั้งก๋งเก๋ง ถึ่ดถึม บอกโย่ง นกหวีด<strong>ทำจากไม้ไผ่ </strong>ลูกข่างทำจากสะบ้า และจำพวก สิงสาราสัตว์ต่าง ๆ เช่น หมูป่า งู นก กบ ปลา วัว<br
/> ?..ของเล่นส่วนใหญ่ทำขึ้นจาก<strong>วัสดุในท้องถิ่น</strong>นั่นเอง เช่น ไม้ไผ่ ตอก ใบไม้ เมล็ด ฝัก กะลา ฯลฯ<br
/> ?..นับวัน คนแก่ก็ยิ่งนึกออกว่า ตอนเป็นเด็ก เคยเล่นของเล่นอะไรบ้าง รูปร่างหน้าตาและวิธีเล่นเป็นอย่างไร จนถึงวันนี้มีถึงราว ๒๐ ชนิดแล้ว</p><p>&nbsp;</p> เรื่อง: ขวัญใจ เอมใจ<br
/> ภาพ: บันสิทธิ์ บุณยะรัตเวช<br
/> ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก<br
/> <a
title="http://www.smilehandmade.com/" href="http://www.sarakadee.com" target="_blank"> http://www.sarakadee.com</a><p>&nbsp;</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/folk-toys/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>อาชีพทำดอกไม้จันทน์ ลงทุนน้อย ทำดีมีรายได้</title><link>http://www.keajon.com/funeral-flower/</link> <comments>http://www.keajon.com/funeral-flower/#comments</comments> <pubDate>Wed, 14 Oct 2009 23:27:34 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียงานประดิษฐ์]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[ขั้นตอนการทำ]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ครอบครัว]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[คุณภาพ]]></category> <category><![CDATA[งานศพ]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ชลบุรี]]></category> <category><![CDATA[ดอกไม้]]></category> <category><![CDATA[ดอกไม้จันทร์]]></category> <category><![CDATA[ดอกไม้จันท์]]></category> <category><![CDATA[ดอกไม้ประดิษฐ์]]></category> <category><![CDATA[ทอด]]></category> <category><![CDATA[ทำเงิน]]></category> <category><![CDATA[ธนาคาร]]></category> <category><![CDATA[ธูปเทียน]]></category> <category><![CDATA[บล็อก]]></category> <category><![CDATA[บัญชี]]></category> <category><![CDATA[ประดิษฐ์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[มีนบุรี]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[รายได้พิเศษ]]></category> <category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[วิธีการทำ]]></category> <category><![CDATA[วิธีทำ]]></category> <category><![CDATA[สอน]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[หารายได้]]></category> <category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อุปกรณ์]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มรายได้]]></category> <category><![CDATA[เรียน]]></category> <category><![CDATA[แก้ว]]></category> <category><![CDATA[แฟชั่น]]></category> <category><![CDATA[โบราณ]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไม้ไผ่]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2740</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/funeral-flower/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://3.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/Ss8Ebr0TYsI/AAAAAAAAAg4/sqemmr2t9nk/s320/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ดอกไม้จันทร์ เป็นดอกไม้ที่ใช้ประกอบพิธีในงานเผาศพที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบันนี้ จึงมีอาชีพหนึ่งที่กำลังได้รับการตอบรับอย่างดี คืออาชีพทำดอกไม้จันทร์ การทำดอกไม้จันทร์นั้นทำง่ายต้นทุนต่ำรายได้ดีจึงมีผู้สนใจอยู่มาก วันนี้ นายแก้จนได้รวบรวมแหล่ง สอนทำดอกไม้จันทร์ ที่สามารถให้ท่านเริ่มทำได้เองที่บ้านเพื่อเป็นอาชีพเสริมที่บ้าน เพิ่มรายได้ให้กับท่านที่ว่างงาน หรือกำลังมองหารายได้เสริม ลงทุนน้อย ทำง่าย ขายง่าย รายได้ดี แหล่งสอนทำดอกไม้จันทร์ &#160; 1. แสงธรรมดอกไม้จันทน์เป็นผู้ผลิตดอกไม้จันทน์ ขายปลีก และส่ง กำลังขยายงาน เนื่องจากมีการสั่งซื้อเข้ามามากมาย แต่ไม่อาจจัดตาม order ได้ครบถ้วน จึงคิดว่าตลาดดอกไม้จันทน์นี้ยังกว้างมาก หากสอนให้คนที่ต้องการมีรายได้พิเศษนอกเวลางาน ได้ทำเป็นรายได้เสริม ก็น่าจะดี บวกกับอาจมีคนช่วยทำ เพราะเมื่อทำเป็นแล้วก็จะรับซื้อด้วย ผู้ที่สนใจจะเรียนทำดอกไม้จันทน์ สามารถติดต่อนัดเวลาเรียนได้ รับจำนวนจำกัด (1 คอร์ส ไม่เกิน 2 คน) ทำเป็นแล้วยินดีรับซื้อ แต่หากจะหาตลาดขายเอง ก็ไม่ขัดข้อง และจะได้กำไรมากกว่าด้วย เพราะไม่ต้องผ่านตัวกลาง สนใจคุยรายละเอียดที่ 07-9252682 นัท &#160; รายละเอียดการเรียน1. เปิดสอนในวัน เสาร์ บ่าย 3 โมงครึ่ง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><a
href="http://3.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/Ss8Ebr0TYsI/AAAAAAAAAg4/sqemmr2t9nk/s1600-h/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C.jpg"><img
id="BLOGGER_PHOTO_ID_5390532152650851010" style="width: 249px; height: 193px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/Ss8Ebr0TYsI/AAAAAAAAAg4/sqemmr2t9nk/s320/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C.jpg" border="0" alt="%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C อาชีพทำดอกไม้จันทน์ ลงทุนน้อย ทำดีมีรายได้"  title="อาชีพทำดอกไม้จันทน์ ลงทุนน้อย ทำดีมีรายได้" /></a></p><div></div><div>ดอกไม้จันทร์ เป็นดอกไม้ที่ใช้ประกอบพิธีในงานเผาศพที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบันนี้ จึงมีอาชีพหนึ่งที่กำลังได้รับการตอบรับอย่างดี คืออาชีพทำดอกไม้จันทร์ การทำดอกไม้จันทร์นั้นทำง่ายต้นทุนต่ำรายได้ดีจึงมีผู้สนใจอยู่มาก วันนี้ นายแก้จนได้รวบรวมแหล่ง สอนทำดอกไม้จันทร์ ที่สามารถให้ท่านเริ่มทำได้เองที่บ้านเพื่อเป็น<a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a>ที่บ้าน เพิ่มรายได้ให้กับท่านที่ว่างงาน หรือกำลังมองหา<a
href="http://www.keajon.com/keajon-freeblog/"target="_self"title="รายได้เสริม" >รายได้เสริม</a> ลงทุนน้อย ทำง่าย ขายง่าย รายได้ดี</div><div>แหล่งสอนทำดอกไม้จันทร์</div><p>&nbsp;</p><div>1. แสงธรรมดอกไม้จันทน์เป็นผู้ผลิตดอกไม้จันทน์ ขายปลีก และส่ง กำลังขยายงาน เนื่องจากมีการสั่งซื้อเข้ามามากมาย แต่ไม่อาจจัดตาม order ได้ครบถ้วน จึงคิดว่าตลาดดอกไม้จันทน์นี้ยังกว้างมาก หากสอนให้คนที่ต้องการมีรายได้พิเศษนอกเวลางาน ได้ทำเป็นรายได้เสริม ก็น่าจะดี บวกกับอาจมีคนช่วยทำ เพราะเมื่อทำเป็นแล้วก็จะรับซื้อด้วย ผู้ที่สนใจจะเรียนทำดอกไม้จันทน์ สามารถติดต่อนัดเวลาเรียนได้ รับจำนวนจำกัด (1 คอร์ส ไม่เกิน 2 คน) ทำเป็นแล้วยินดีรับซื้อ แต่หากจะหาตลาดขายเอง ก็ไม่ขัดข้อง และจะได้กำไรมากกว่าด้วย เพราะไม่ต้องผ่านตัวกลาง สนใจคุยรายละเอียดที่ 07-9252682 นัท</div><p>&nbsp;</p><div>รายละเอียดการเรียน<br
/>1. เปิดสอนในวัน เสาร์ บ่าย 3 โมงครึ่ง วันอาทิตย์หรือวันหยุดมี 3 รอบ คือ 9.00 ?12.00, 12.30 ?15.00, 15.00-18.00</div><p>&nbsp;</p><div>2. ค่าเรียน 400 บาท อุปกรณ์การเรียนฟรี</div><p>&nbsp;</p><div>3. สอนทำ 2 แบบ คือ พุ่มเชิญและดอกเดี่ยว พุ่มเชิญมี 9 ดอก ต้นทุน 5 บาท รับซื้อราคา 10 บาท (ถ้าหาตลาดเองก็จะได้ราคาดี ประมาณ 15-30 บาท) ดอกเดี่ยว ต้นทุน ร้อยละ 40 บาท รับซื้อร้อยละ 70 บาท (ถ้าหาตลาดเองจะขายได้ประมาณ ร้อยละ 80-140 บาท แล้วแต่ต่อรอง) ผู้ที่อยู่ในเขต กทม. ทางร้านจะหาตลาดแถวบ้านท่านไว้ให้ขายเองโดยตรง</div><p>&nbsp;</p><div>2. คุณอนุรักษ์ (ต้าร์)และคุณ อุ๊</div><p>&nbsp;</p><div>สอนทำดอกไม้จันทน์กับท่านผู้สนใจหารายได้เสริมเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว หรือจะยึดเป็นอาชีพหลักก็ได้ ลงทุนน้อย รายได้ดีมีกำไรสูง มีตลาดรับซื้อตลอด วัสดุหาซื้อง่าย แน่ะนำตลาดให้ ทำเป็นรับซื้อต่อ ค่าเรียนถูก สมัครเรียน 2 ท่าน เรียนฟรี 1 ท่าน อุปกรณ์การเรียนฟรี สนใจติดต่อ คุณกิตติมา (อุ๊) โทร. 089-4030456 หรือ คุณอนุรักษ์ (ต้าร์) โทร. 086-3651208 นอกจากนี้ยังรับสอนนอกสถานที่ 5 ท่านขึ้นไปเฉพาะเขตพื้นที่กรุงเทพฯหรือเขตปริมณฑลเท่านั้น</div><p>&nbsp;</p><div>3.คุณ หน่อย</div><p>&nbsp;</p><div>รับสอนทำดอกไม้จันท์ รามอินทรา-มีนบุรี</div><p>&nbsp;</p><div>เงื่อนไขการเรียน</div><p>&nbsp;</p><div>1.คิดค่าสอน 500 บาท ฟรีค่าอุปกรณ์ในการเรียน<br
/>2.สอนแบบกันเอง ฝีมือ ประณีต เรียบร้อย<br
/>3.ใช้เวลาในเวลาในการเรียน 3 ชั่งโมง สอนจนเป็น<br
/>4.มีอุปกรณ์จำหน่าย หากท่านไม่สะดวกไปซื้อ<br
/>สนใจสอบถามได้ คุณ หน่อย 082-7015120 รามอินทรา-มีนบุรี( เปิดสอนทุกวัน 08.00น.-17.00น.)ย่านใกล้เคียง/แฟชั่นไอซ์แลนด์/ซาฟารีเวริลด์/ลำลูกกา/คันนายาว/นิมิตรใหม่/รามคำแหง/รังสิต/นวมินทร์/รามอินทรา/สุวินทวงศ์/มีนบุรี/หนองจอก<br
/>หรือดุได้ที่ เว็บไซต์ http://forist.plazathai.com</div><p>&nbsp;</p><div>4.คุณน้อง</div><p>&nbsp;</p><div>รับสอนทำดอกไม้จันทน์ฟรีเพื่อเป็นอาชีพเสริม<br
/>มีจำหน่ายอุปกรณ์ทำดอกไม้จันทน์ราคาถูก กลีบอัดมีทุกสีราคาเริ่มต้น 140 บาท หนวดจันทน์ เกสรพร้อมก้าน ฯลฯและมีบริการจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ สนใจติดต่อ คุณน้อง 084-1270692 และทางเรามีซีดีสอนดอกเดี่ยวและช่อประธาน+ชุดฝึกทำครบชุด ราคา 100 บาท หรือจะดูขั้นตอนการทำแบบดอกเดี่ยวได้ที่ www.saranyaflower.blogspot.com</div><p>&nbsp;</p><div>5.ร้านป้าเป้า ดอกไม้จัน</div><p>&nbsp;</p><div>ป้าเป้า หรือนางบัวไพร ตาลทัพ (ป้าเป้า ) ได้ทำเป็นอาชีพมานานกว่า 30 ปี ได้คิดค้น<a
href="http://www.keajon.com/category/handcraft-idea/"target="_self"title="ดูเนื้อหางานประดิษฐ์" >ประดิษฐ์</a>กระขนวนการทำดอกไม้จันทน์ไม้โมกมัน และได้นำความรู้ไปถ่ายทอด ให้แก่คนในชุมชุนเพื่อกระจายรายได้ให้ชาวชุมชุน การทำดอกไม้จันทน์เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวสืบทอดต่อ นางกรกมล ศิริทัศนกุล (ลูกป้าเป้า) เจ้าของแนวคิดดอกไม้จันทน์หลากสีสัน เกิดขึ้นมาราว 10 กว่าปีที่ผ่านมา ปัจจุบันดอกไม้จันทน์มีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายสีที่ทำมาจากกระดาษ อาทิเช่น ดอกกลีบลำดวน ดอกบัว ดอกคาร์เนชั่น ดอกชวนชม ดอกแก้ว ดอกกุหลาบ 6 กลีบ ซึ่งในอดีตมีแต่ ดอกไม้จันทน์ที่เป็นไม้โมกเพียงอย่างเดียว ที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับที่ดีเรื่อยมาจากลูกค้าและงานที่นี่ยังได้รับความนิยมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว อีกด้วยรับสอนทำและจำหน่ายอุปกรณ์การทำดอกไม้จันทร์รับสอนทำดอกไม้จันทน์(ต้นฉบับ)ประสบการณ์ทำดอกไม้จันทน์มากว่า 30 กว่าปี สอนตั้งแต่การประกอบดอก-ขั้นตอนการใส่ถุง วิธีทำไม่ยุ่งยาก สอนให้ใส่บล็อกเรียนเร็ว เรียนง่ายและเทคนิคต่างๆ</div><p>&nbsp;</p><div>อุปกรณ์การเรียนฟรีแบบที่เปิดสอนมี</div><p>&nbsp;</p><div>1.ดอกไม้จันทน์ (แบบดั้งเดิม) มี 2 แบบ ไส้ม้วนและไส้ฝอย การเข้าช่อประธาน</div><p>&nbsp;</p><div>2.ดอกไม้จันทน์ (แบบโบราณ) การเข้าช่อประธาน</div><p>&nbsp;</p><div>ราคาอุปกรณ์ดอกไม้จันทน์</div><p>&nbsp;</p><div>กลีบอัด ถุงละ 150 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>กลีบสีฟ้า,เหลือง,ชมพู,เขียว ถุงละ 160 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>กลีบสีทอง,ม่วง,โอรส ถุงละ 170 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>กลีบสีดำ,ม่วงเข้ม,แดง ถุงละ 230 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ใบกระดาษครีม กกละ 70 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ใบกระดาษสีฟ้า,เหลือง,ชมพู,เขียวกกละ 70 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ใบกระดาษสี ทอง,ม่วง,โอรส กกละ 90 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ใบกระดาษสี ดำ,ม่วงเข้ม,แดง กกละ 150 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>หนวด กำละ 25 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>หนวดสี(มีทุกสี) กำละ 50 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>เทียนจิ๋ว ห่อละ 5 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ธูปเล็ก กกละ 45 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ธูปเล็ก (ตัดแล้ว) ห่อละ 20 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>กระดาษดำ แผ่นละ 10 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ถุง 16&#215;26 กกละ 90 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ลวด กกละ 90 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ด้าย หลอดละ 8 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ใบไม้ กำละ 25 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ใบไม้(ตัด) กำละ 30 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>โบดำเล็ก ม้วนละ 12 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>โบดำใหญ่ ม้วนละ 25 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>โบดำสำเร็จ โหลละ 50 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>โบทองเงินสำเร็จ ห่อละ 50 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ไม้ไผ่ กำละ 20 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>เทียนใหญ่ ห่อละ 15 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ธูประกำเล็ก ห่อละ 45 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>ธูประกำใหญ่ ห่อละ 55 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>แพรช่อเชิญ ร้อยละ 150 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>แพรช่อเชิญ สี อันละ 6 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>เกสรกระดาษฝอย พันละ 120 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>เกสรกระดาษม้วน พันละ 150 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>เกสรไม้ฝอย พันละ 160 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>****ราคาอุปกรณ์ทำดอกไม้จันทน์ 1 ชุด ทำได้ 1,000 ดอกกลีบอัด 1 ถุงละ 160 บาท 160 บาทหนวด 2 กำละ 25 บาท 50 บาทเทียนจิ๋ว 5 ถุงละ 5 บาท 25 บาทธูป (ตัด) 1 ถุงละ 20 บาท 20 บาทกระดาษดำ 1 แผ่นละ10 บาท 10 บาทลวด 1 ห่อละ 25 บาท 25 บาทด้าย 1 หลอดละ 8 บาท 8 บาทถุง 10 ใบ 17 บาทรวม 315 บาท</div><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><div>ราคาดอกเดี่ยวดอกไม้จันทน์ดอกเดี่ยวไส้ม้วนร้อยละ 55 บาทดอกเดี่ยวไส้ฝอยร้อยละ 55 บาทดอกเดี่ยวไม้โมกร้อยละ 70 บาทดอกเดี่ยวดอกกลีบลำดวนดอกละ 12 บาทดอกเดี่ยวดอกบัวดอกละ 7 บาทดอกเดี่ยวดอกชวนชม ดอกละ 4 บาท ดอกเดี่ยวดอกคาร์เนชั่นดอกละ 5 บาทดอกเดี่ยวดอกแก้วมีเกสรดอกละ 4 บาท ดอกเดี่ยวดอกกุหลาบ 6 กลีบดอกละ 3 บาทราคาช่อดอกไม้จันทน์ช่อ 9 ดอกไส้ม้วน ช่อละ 8 บาทช่อ 9 ดอกไส้ฝอย ช่อละ 8 บาทช่อ 7 ดอกไส้ม้วน ช่อละ 6 บาทช่อ 7 ดอกไส้ฝอย ช่อละ 6 บาทช่อ 5 ดอกไส้ม้วน ช่อละ 5 บาทช่อ 5 ดอกไส้ฝอย ช่อละ 5 บาทช่อ 9 ดอกดอกกลีบลำดวน ช่อละ 150 บาทช่อ 9 ดอกดอกบัว ช่อละ 120 บาทช่อ 9 ดอกดอกแก้วมีเกสร ช่อละ 90 บาทช่อ 9 ดอกดอกชวนชม ช่อละ 70 บาทช่อ 9 ดอกดอกกุหลาบ 6 กลีบ ช่อละ 50 บาท</div><p>&nbsp;</p><div>****บริการส่งทุกจังหวัด</div><p>&nbsp;</p><div>อาทิเช่น-กรุงเทพฯและปริมณฑลส่งฟรี -ไปรษณีย์ ราคาส่งขึ้นอยู่กับที่หนัก-ทางรถไฟ เก็บเงินปลายทาง-ทางรถทัวร์ คิดเป็นชิ้น-บริษัทขนส่ง</div><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><div>สนใจติดต่อร้านป้าเป้า</div><p>&nbsp;</p><div>ให้คำปรึกษา (02)913-8045,(081)839-3494102/146 ซ.ตึกแดง แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800กรกมล ศิริทัศนกุลธนาคารกรุงเทพ สาขาบางซื่อ เลขที่บัญชี 132-4-1-86004E-mail:skyward_99@hotmail.com<br
/>หรือดูได้ที่ เว็บไซต์ http://skyward.siam2web.com/</div><p>&nbsp;</p><div>6.คุณ กิ๊ก</div><p>&nbsp;</p><div>รับสอนทำดอกไม้จันทร์ ทั้งดอกเดี่ยวและช่อประธานสำหรับท่านที่สนใจทำเป็นอาชีพเสริม หรืออาชีพหลัก พร้อมอุปกรณ์การเรียน เปิดสอนวันเสาร์-อาทิตย์ &#8230;(พักอยู่สุขาภิบาล 3 )รับสอนนอกสถานที่ด้วยค่ะ (เรียน 2 คนขึ้นไป) ราคา 600.- (รวมอุปกรณ์แล้ว)สนใจติดต่อ 087-5980530 หรือ 089-4516183</div><p>&nbsp;</p><div>7.โรงงานผลิตกลีบดอกไม้จันทน์<br
/>หจก. ดอกไม้ไทย เป็นโรงงานผลิต กลีบดอกไม้จันทน์, หนวดจันทน์, ดอกไม้จันทน์สำเร็จรูป ภายใต้ ตรายี่ห้อ ดอกไม้ไทย ผลิตโดยใช้กระดาษคุณภาพและเครื่องจักรมาตรฐาน รับสั่งผลิต จำหน่ายปลีกและส่งทั่วประเทศ ราคาโรงงาน !!! ติดต่อ ศูนย์กระจายสินค้าส่วนกลาง คุณ ศศิธร 081 -724 0840พิเศษ หจก. ดอกไม้ไทยเปิดสอนทำดอกไม้จันทน์ ฟรี !! ในภาคเหนือ โดย อ. อริสา ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำดอกไม้ประดิษฐ์มากว่า 30 ปีสนใจสินค้าหรือเรียนประดิษฐ์ติดต่อ ศูนย์กระจายสินค้า ภาคเหนือ คุณ ชาญชัย 089 &#8211; 636 4688 E &#8211; Mail: chanchai@mungmee.co.th , หรือดูที่ Website: www.about-beauty.weloveshopping.com<br
/><br
/>8.คุณ ขวัญ</div><p>&nbsp;</p><div>รับสอนทำดอกไม้จันท์ ราคา 350 บาท/คน ฟรีค่าอุปกรณ์ และพร้อมให้ตัวอย่างกลับไปทำเป็นแบบที่บ้านเลย สามารถทำเป็นภายใน 1-2 ชม. พร้อมมีอุปกรณ์การทำขายราคาถูก และรับซื้องานที่ทำเสร็จ สามารถนำงานมาขายได้ตลอดไม่กำหนดวันแล้วแตความสะดวก รับซื้อในราคาดี (เฉพาะผู้ที่มาลงทะเบียนเรียนไว้เท่านั้น)เปิดสอน ที่ จ.ระยอง<br
/>หรือดูได้ที่ เว็บไซต์ http://kwan.plazathai.com</div><p>&nbsp;</p><div>9.ศุภนิตดอกไม้จันทน์</div><p>&nbsp;</p><div>จำหน่าย ปลีก-ส่ง และรับสั่งทำ ดอกไม้จันทน์ หลายแบบหลายราคา และจำหน่ายวัสดุ อุปกรณ์ในการทำดอกไม้จันทน์บริการส่งถึงที่ ราคาย่อมเยาว์<br
/>และรับสอนทำดอกไม้จันทน์ แค่ 400 บาทเท่านั้น สอนทำ 2 แบบคือแบบดอกเดี่ยว และแบบช่อประธาน ถ้าหากยังไม่มีตลาดเองยินดีรับซื้อร้อยละ 70 ใช้เวลาในการสอน 3-4 ชม.<br
/>สถานที่สอน หมู่บ้านไมตรีจิต 19/349 ม. 17 ซอยวัดบางหญ้าแพรกถ.ปู่เจ้าสมิงพราย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ<br
/>**** บอกวินหน้าปากซอยว่าไปหมู่บ้านไมตรีจิต ซอย 4 ถ้าท่านใดสนใจทำอาชีพเสริมติดต่อมานัดวัน เวลาได้ตามเบอร์ที่ให้ไว้ข้างล่างสนใจติดต่อที่ 080-9352332 (ษา)E-mail : Choksathit27@gmail.com</div><p>&nbsp;</p><div>10.คุณน้อย</div><p>&nbsp;</p><div>สอนและจำหน่ายอุปกรณ์การทำดอกไม้จัน เขต พัทยา ชลบุรี สัตหีบ ทำเป็นรับซื้อสอนทำดอกไม้จัน ทั้งดอกเดี่ยว 2 แบบ ช่อประธานอีก 2 แบบ<br
/>เงื่อนไขการเรียน1.สอนการจัดเรียงใส่ถุง การหาตลาด อย่างละเอียด2.จำหน่ายอุปกรณ์ครบ3.เรียน 2 ชม. หรือจนกว่าจะเป็น4.ค่าสอน 500 แถมอุปกรณ์การเรียนพร้อม และชุดกลับไปหัดทำต่อที่บ้าน 5.รับสอนนอกสถานที่ (ต่างจังหวัด) 6.เรียนเป็นกลุ่มใหญ่ มีราคาแบบกันเองไม่แพง7.สอบถามเพิ่มเติมที่ คุณน้อย 085 3235374<br
/>หรือดูได้ที่ เว็บไซต์ http://junflower.plazathai.com</div><p>&nbsp;</p><div>11.คุณ ศิราณี ยิ้มถนอม</div><p>&nbsp;</p><div>มีCDสอนทำดอกไม้จันทร์ขาย<br
/>ทำดอกไม้จันทร์ เป็นอาชีพที่ทำเงินได้ง่ายๆที่บ้าน จะทำเป็นอาชีพประจำ หรือ อาชีพเสริมก็ดี และเหมาะมากกับผู้ที่ว่างงาน และทุนน้อยจำหน่าย CD Video สอนวิธีการทำดอกไม้จันทน์(แบบต้นฉบับดั่งเดิม)เพียง 250 บาท พร้อมค่าจัดส่งเป็น CD ภาพวิดีโอ และ โปรแกรม Power Point สอนการทำดอกไม้จันทน์ แถมฟรีอุปกรณ์ ฝึกหัดทำดอกไม้จันทน์ในกล่อง สามารถฝึกหัดจนนำไปประกอบเป็นงานอาชีพเสริมในครอบครัวได้ หรือส่งงานให้กับตามวัดต่างๆใกล้บ้านคุณบทเรียนประกอบไปด้วย</div><p>&nbsp;</p><div>บทที่ 1 : วัสดุ อุปกรณ์ในการทำดอกไม้จันทน์ แหล่งที่ซื้อ</div><p>&nbsp;</p><div>บทที่ 2 : วิธีขึ้นใจใน ของดอกไม้จันทน์</div><p>&nbsp;</p><div>บทที่ 3 : การเข้ากลีบดอกชั้นใน และกลีบดอกชั้นนอก/ การเซ็ตปรับรูปทรง</div><p>&nbsp;</p><div>บทที่ 4 : การพันก้านติดหนวดไม้จันทน์ ประกอบธูปเทียนจิ๋ว</div><p>&nbsp;</p><div>บทที่ 5 : การทำดอกไม้จันทน์ช่อประธาน</div><p>&nbsp;</p><div>***แถมฟรี! อุปกรณ์ในการฝึกหัดทำดอกไม้จันทน์ ดอกเดี่ยวประมาณ 10 ดอก<br
/>วิธีการสั่งซื้อ/และวิธีการชำระเงิน<br
/>โอนเงินเข้าบัญชี &#8211; ธนาคารกสิกรไทย ประเภทออมทรัพย์ หมายเลขที่บัญชี : 765-2-11624-2 สาขา : ย่อยเดอะมอลล์ ท่าพระ ชื่อ : น.ส. ศิราณี ยิ้มถนอม-ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเภทออมทรัพย์หมายเลขบัญชี : 170-222-599-4ชื่อบัญชี : สิทธิรัตน์ ทรัพย์ชนาทิต<br
/>จัดส่งแบบด่วนEMSรวมค่ากล่อง 50 บาท รวมเป็นเงิน : 250 บาท<br
/>เมื่อโอนเงินเสร็จแล้ว โปรดโทรแจ้ง ด่วน! และโปรดเก็บสลิปในการโอนเงินไว้ ว่าโอนเมื่อไหร่ เวลาอะไรแล้วโทรแจ้งคุณ เฟิร์ส โทร: 086-1015948 ด่วน! เพื่อเราจะได้รีบจัดส่ง สินค้าไปโดยรวดเร็ว *** กรุณาส่งที่อยู่ในการจัดส่ง ชุดเรียนที่ อีเมล์ : frist4biz@gmail.comราคา : รวมค่าส่งด่วนEMSเป็นเงิน 250 บาทสนใจติดต่อคุณ : เฟิร์ส<br
/>ได้ที่ โทร/e-mail : 0861015948<br
/>หรือดูได้ที่ เว็บไซต์ http://www.pantipmarket.com/view.php?id=BU8836088</div><p>&nbsp;</p><div>ใครที่สนใจอยากจะมีอาชีพเสริมทำง่ายที่บ้านของตัวเอง ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร สามารถเรียนทำดอกไม้จันทร์ได้แล้ว สนใจแหล่งเรียนที่ไหนก็ติดต่อได้ที่นั่น ร่วมเป็นกำลังใจให้คนสู้ชีวิตครับ</div><div><img
src="https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3168865836280322765-3451095121719741848?l=idooidea.blogspot.com" alt="3168865836280322765 3451095121719741848?l=idooidea.blogspot อาชีพทำดอกไม้จันทน์ ลงทุนน้อย ทำดีมีรายได้" width="1" height="1" title="อาชีพทำดอกไม้จันทน์ ลงทุนน้อย ทำดีมีรายได้" /></div> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/funeral-flower/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>7</slash:comments> </item> <item><title>เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม</title><link>http://www.keajon.com/ceeramic-lampang/</link> <comments>http://www.keajon.com/ceeramic-lampang/#comments</comments> <pubDate>Sat, 10 Oct 2009 19:01:28 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[พักผ่อนหย่อนอารมณ์]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียงานประดิษฐ์]]></category> <category><![CDATA[OTOP]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ขายของ]]></category> <category><![CDATA[ข้าว]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[จุดเด่น]]></category> <category><![CDATA[ชามตราไก่]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category> <category><![CDATA[ต่างชาติ]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ทอด]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ฝรั่งเศส]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[ลำปาง]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[ศิลปะ]]></category> <category><![CDATA[หัตถกรรม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เซรามิค]]></category> <category><![CDATA[เปิดเว็บ]]></category> <category><![CDATA[เพ้นท์]]></category> <category><![CDATA[แก้จน]]></category> <category><![CDATA[โชคชะตา]]></category> <category><![CDATA[โอทอป]]></category> <category><![CDATA[ไก่]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไอเดีย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2648</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/ceeramic-lampang/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/09/ceramic-pattern.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ceramic-pattern" title="ceramic-pattern" /></a>&#160; &#160; เห็นชามตราไก่จนคุ้นเคย แต่อย่าคิดนะว่าเซรามิกลำปางเขาจะถนัดเพนท์แค่ชามตราไก จะเอาหรูๆ ไฮๆ ก็ทำให้ตะลึงกันมาแล้ว ด้วยราคาเหยียบแสนบาท &#160; ใครมีโอกาสแวะไปเยือนสยามพารากอน ในวันที่เขาจัดงาน OTOP in the city 2009 ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เชื่อว่าคงมีโอกาสสะดุดตากับป้าย ?ลำปาง..หนาวมาก? กันบ้าง ที่ทำให้สะดุดไม่แค่ป้ายบูธที่อินกระแส &#160; &#160; แต่มันคือผลงานอันงามงด สดๆ ใหม่ๆ กับเซรามิกเพนท์ลาย ของค่าย ?หจก. ชอวอ แฮนดิคราฟท์? ..สินค้า OTOP ติดดาวจากจังหวัดลำปาง &#160; &#160; แม้วันนั้นกรุงเทพฯ จะร้อนระอุ แต่ความ ?หนาวมาก? ชวนเข้าหาของบูธลำปาง ก็ดึงดูดไฮโซกระเป๋าหนักให้เยี่ยมชมกันไม่ขาดสาย &#160; คนที่ดูจะยิ้มได้ชื่นบานที่สุด ก็คือ ?วาริ วัฒนรุกข์? หุ้นส่วนผู้จัดการ เบื้องหลังความสำเร็จของ ?ชอวอ แฮนดิคราฟท์? ในวันนี้ ในวันที่งานหัตถกรรมของชาว ?ชอวอ? [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>เห็น<strong>ชามตราไก่</strong>จนคุ้นเคย แต่อย่าคิดนะว่า<strong>เซรามิกลำปาง</strong>เขาจะถนัด<strong>เพนท์</strong>แค่<strong>ชามตราไก</strong> จะเอาหรูๆ ไฮๆ ก็ทำให้ตะลึงกันมาแล้ว ด้วยราคาเหยียบแสนบาท</p><p><br
/> <img
class="alignnone size-full wp-image-634" title="ceramic-pattern" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/09/ceramic-pattern.jpg" alt="ceramic pattern เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม" width="335" height="240" /></p><p>&nbsp;</p><p>ใครมีโอกาสแวะไปเยือนสยามพารากอน ในวันที่เขาจัดงาน OTOP in the city 2009 ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เชื่อว่าคงมีโอกาสสะดุดตากับป้าย ?<strong>ลำปาง</strong>..หนาวมาก? กันบ้าง ที่ทำให้สะดุดไม่แค่ป้ายบูธที่อินกระแส</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>แต่มันคือผลงานอันงามงด สดๆ ใหม่ๆ  กับ<strong>เซรามิกเพนท์ลาย </strong>ของค่าย ?หจก. ชอวอ แฮนดิคราฟท์?  ..สินค้า OTOP ติดดาวจากจังหวัดลำปาง</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>แม้วันนั้นกรุงเทพฯ จะร้อนระอุ แต่ความ ?หนาวมาก? ชวนเข้าหาของบูธ<strong>ลำปาง </strong>ก็ดึงดูดไฮโซกระเป๋าหนักให้เยี่ยมชมกันไม่ขาดสาย</p><p><br
/> <img
class="alignnone size-full wp-image-635" title="ceramic-pattern-2" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/09/ceramic-pattern-2.jpg" alt="ceramic pattern 2 เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม" width="460" height="330" /></p><p>&nbsp;</p><p>คนที่ดูจะยิ้มได้ชื่นบานที่สุด ก็คือ ?วาริ วัฒนรุกข์?  หุ้นส่วนผู้จัดการ เบื้องหลังความสำเร็จของ ?ชอวอ แฮนดิคราฟท์? ในวันนี้<br
/> ในวันที่งานหัตถกรรมของชาว ?ชอวอ? ยังไม่ตั้งไข่ ?วาริ? ทำงานออกแบบอยู่ในบริษัทโฆษณาใหญ่โตแห่งหนึ่ง วันดีคืนดีโชคชะตาพาให้ได้ช่วยงานเพื่อนที่ลำปางทำงานเซรามิก ?เสียงลั่นระฆังบนสนามธุรกิจจึงเริ่มขึ้น</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>?ช่วยเพื่อนทำ<strong>เซรามิก</strong>มาประมาณ 2 ปี วันหนึ่งมีลูกค้าจากต่างประเทศมาขอให้ทำ<strong>งานเขียนลายบนเซรามิก</strong> ซึ่งในเมืองไทยเวลานั้นยังไม่มีใครทำแบบที่เขาต้องการ เพื่อนถามว่าผมจะทำไหม จึงตัดสินใจลองทำดู เริ่มจากทดลองอยู่ประมาณกว่า 10 วัน สุดท้ายก็ทำได้?</p><p><br
/> <img
class="alignnone size-full wp-image-636" title="ceramic-pattern-3" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/09/ceramic-pattern-3.jpg" alt="ceramic pattern 3 เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม" width="357" height="256" /></p><p>&nbsp;</p><p>ได้งานลูกค้าตาน้ำข้าวมาด้วยความพยายามล้วนๆ แน่นอนว่าพวกเขาไม่อยากหยุดอยู่แค่นั้น จึงลองเอาผล<strong>งานศิลปะ</strong>บน<strong>เซรามิก</strong> ส่งเข้าประกวดดู เริ่มจากเวทีใกล้ตัวอย่างงานประจำป<strong>ีจังหวัดลำปาง </strong>เปิดตัวงานแรก เวทีแรก พลพรรค ?ชอวอ? ก็คว้ารางวัลชนะเลิศมาได้สำเร็จ</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>?เรารีโปรดักชันงานเก่าของวินเซนต์ แวน โก๊ะ แล้วส่งเข้าประกวด จนได้รางวัลชนะเลิศมา จากนั้นเพื่อนจึงเอางานชิ้นนี้ไปจัดแสดงในแกลอรีของเขา จนมีชาวต่างชาติมาเห็นผลงานแล้วชอบ จึงเริ่มสั่งให้เราทำงานให้หลังจากนั้น?</p><p>ผล<strong>งานศิลปะ</strong>บน<strong>เซรามิก</strong>เข้าตา ด้วยจุดเด่นของความเป็นสินค้า ?Unique? และเป็นงาน ?<strong>แฮนด์เมด</strong>? ที่ลูกค้าต่างชาติปลื้มสุดๆ ทำให้มีตลาดหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ออกสตาร์ทปีแรกประมาณปี 2539 ได้ออเดอร์มาเบาะๆ กว่าสองแสนบาท ปีถัดมาร่ำว่าไทยเจอวิกฤติ แต่พวกเขายังรับทรัพย์ไปถึง 1.5 ล้านบาท</p><p>?ปี 2540 เราเริ่มออกงานแสดงสินค้าในกรุงเทพ เริ่มด้วยงาน BIG&amp;BIH ตอนนั้นค่อนข้างได้รับการตอบรับดีมาก และค่าเงินบาทอ่อนการส่งออกจึงดีเราค่อยๆ เติบโตมาเรื่อยๆ ลูกค้ามีทั้งจาก อเมริกา ฝรั่งเศส และ เยอรมนี?</p><p><br
/> <img
class="alignnone size-full wp-image-637" title="ceramic-pattern-4" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/09/ceramic-pattern-4.jpg" alt="ceramic pattern 4 เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม" width="403" height="289" /></p><p>&nbsp;</p><p>ยิ่งเติบโตจากเสียงตอบรับที่เพิ่มขึ้น ?วาริ? กลับมาคิดว่า พวกเขาจะยิ่งหยุดนิ่งไม่ได้ จึงหันมาเร่ง ?พัฒนาสินค้า? เต็มกำลัง วิธีการก็ทั้งออกแบบเอง  ทั้งฟังเสียงจากลูกค้า รวมถึงประสานแนวคิดร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อผลิตผลงานใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนานอกจากจะได้มาซึ่ง<strong>ผลิตภัณฑ์</strong>ใหม่ๆ ยังรวมถึงได้ตลาดใหม่มาขยายแขนขาอีกด้วย</p><p>?ตอนที่ส่งงานให้เยอรมนี เริ่มมีสินค้าเกรด บี ที่ไม่สามารถขายได้ เขาตีกลับมา เราจึงนำมาทำเป็นโมเสกแล้วเขียนให้เป็นลวดลาย เรียกว่าเอาโมเสกมาผสมผสานกับงานเพนท์ จนเป็น<strong>ผลิตภัณฑ์</strong>กระเบื้องโมเสก แล้วส่งให้ญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก?</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>จากของเสียมีตำหนิ ก็กลายเป็นของดี มีมูลค่าขึ้นมาได้ แถมยังขยายตลาดใหม่มายังเอเชียเป็นครั้งแรก นำมาซึ่งออเดอร์ต่อเดือนถึง 3 แสนบาท</p><p>ไม่หยุดเพียงเท่านั้น การขยายช่องทางขายจากแค่ออกงานแสดงสินค้า มาเปิดเว็บไซต์ควบคู่ ทำให้มีลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาต่อเนื่อง ได้เปิดประสบการณ์<strong>งานเพนท์</strong>ไปยังผลิตภัณฑ์ตัวอื่นด้วย</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>?มีลูกค้าญี่ปุ่นติดต่อเข้ามา ขอให้ทำงานเพนท์ลงในพวกสุขภัณฑ์อย่างอ่างล้างหน้า ซึ่งงานนี้มันยากทั้งกระบวนการทำอย่างเทคนิคการเผา <strong>การเขียนลาย </strong>และการจัดวางองค์ประกอบ  จึงไม่มีใครทำให้เขา เราลองทำดู โดยอาศัยประสบการณ์จาก<strong>งานเซรามิก</strong>ที่ผ่านมา ความรู้เรื่อง<strong>ศิลปะ </strong>และพูดคุยกับ<strong>ดีไซเ</strong>นอร์ญี่ปุ่น ร่วมออกความคิดเห็นว่างานอย่างนี้ทำได้หรือไม่ได้ มีขีดจำกัดตรงไหน เพื่อทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด?</p><p><strong>งานศิลปะ</strong> และ<strong>ไอเดีย</strong>ใหม่ๆ ถูกถ่ายทอดออกสู่<strong>งานเพ้นท์ </strong>กระจกภาพโชว์ ไม่ขาดสาย</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ในช่วงแรกยังระรื่นกับตลาดส่งออก ?วาริ? บอกว่า ในตอนนั้น กระแสของงาน<strong>แฮนด์เมด</strong>รุ่งสุดๆ โดยเฉพาะงานเพนท์ที่ต่างชาติสนอกสนใจ ?ชอวอ? จึงยังสนุกกับออเดอร์นอกบ้าน แต่เมื่อฤดูกาลผ่านพ้น ตลาดส่งออกเริ่มซบเซา ถึงคราวหมุนเข็มทิศกลับมามองศักยภาพในบ้านอีกครั้ง</p><p>?เมื่อก่อนเราเน้นขายจำนวนชิ้นมากๆ เน้นส่งออกเป็นหลัก แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว กำลังการผลิตเราลดลง แต่เน้นขายของที่ราคาแพงขึ้น จากเมื่อก่อนผลิตได้เป็นหมื่นชิ้น แต่ขายได้หลักแสน แต่เดี๋ยวนี้ชิ้นเดียวก็ร่วมแสนแล้ว?</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>?เราเริ่มมาทำตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งลูกค้าที่เป็นบริษัทออกแบบตกแต่งบ้าน กับลูกค้าระดับบนที่ชอบงานนี้ พูดได้ว่าเรามีแฟนประจำอยู่พอสมควร จึงมีงานใหม่ๆ ออกมาต่อเนื่อง?</p><p>ธุรกิจดูสดใส กับการคิดใหม่ทำใหม่ไม่หยุดนิ่ง แต่ความเป็น<strong> ?ศิลปิน? </strong>ของพวกเขา บ่อยครั้งที่สร้างความขัดแย้งกับความเป็นธุรกิจ ต้องหากลยุทธ์มาพลิกมุมคิดกันบ้าง</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>?ที่ผ่านมาเราเคยปฏิเสธออเดอร์ด้วยอารมณ์ ลูกค้าบางรายเขาเข้าใจเราเขาก็ไม่ค่อยกล้าสั่ง ไม่กล้าว่า เพราะเราเป็น<strong>ศิลปิน</strong>มากไป บางทีก็ไม่กล้าเอางานมาให้ทำ  แต่พอเราเป็นธุรกิจมากๆ ลูกค้าอีกกลุ่มที่เขาต้องการความเป็น<strong>ศิลปะ</strong>จริงๆ เขาก็ไม่ชอบอีก หาว่างานเราโหล นี่เป็นที่มาของปัญหาในปัจจุบัน?</p><p>วิธีการแก้ปัญหา คือพวกเขาเอาความเป็น <strong>?ศิลปะ?</strong> มาสร้างมูลค่าในเชิง<strong>ธุรกิจ</strong>มากขึ้น จากเขียนลายง่ายๆ ขายในปริมาณมากๆ แต่ได้ราคาแค่กระบิมือ จนถูกเรียกว่าของโหล ก็มาเน้นลายให้ยากขึ้น คนเห็นแล้วอยากควักกระเป๋าจ่าย ขายได้ราคาสูงๆ กลยุทธ์ บีบตลาดให้เล็ก แต่รับทรัพย์ก้อนใหญ่ คือแนวทางของพวกเขาในวันนี้</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>การเดินทางของพลพรรค ?ชอวอ? ยังไม่หยุดนิ่ง เหมือนที่พวกเขาออกเดินมาตั้งแต่เริ่มต้น อย่างการขยายจากตลาดผู้ใหญ่ ไฮโซกระเป๋าหนัก มามองกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น พร้อมๆ กับพัฒนาผลงานใหม่ๆ ออกมา ต่อยอดศักยภาพความเป็น <strong>?เซรามิก?</strong> และ<strong> ?งานเพนท์? </strong>เพื่อเติบใหญ่ในตลาดนี้ต่อไป</p><p>ที่สำคัญสร้างตลาด<strong>เซรามิกลำปาง</strong> ฝ่าความหนาวเหน็บ ไปสู่ความ ?ฮอต? ทั้งในและต่างประเทศ ต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>คิดแบบ ?ชอวอ แฮนดิคราฟท์?</p><p>&nbsp;</p><li><strong> เขียนลาย</strong>ยากๆ บน<strong>เซรามิก</strong> เพิ่มมูลค่า</li><li> บีบตลาดให้เล็ก แต่ขายของดี ของแพง</li><li> พัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่าหยุดนิ่ง</li><li> ของเกรดตกไม่ใช่ของเสียใส่<strong>ไอเดีย</strong>ได้งานใหม่</li><li> ไม่ปฏิเสธลูกค้างานหิน</li><li> <strong>?ศิลปิน?</strong>กับ <strong>?ธุรกิจ?</strong> ต้องไปด้วยกันได้<p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>เื้อื้อเฟื้ออาชีพโดย :</p><div
id="attachment_2652" class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><img
class="size-full wp-image-2652" title="bangkokbiz" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/bangkokbiz.jpg" alt="bangkokbiz เซรามิคเพนท์ลาย รายได้งาม" width="200" height="75" /><p
class="wp-caption-text">กรุงเทพธุรกิจ</p></div></li> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/ceeramic-lampang/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>การเลี้ยงปลาดุกไฟฟ้ายักษ์</title><link>http://www.keajon.com/electric-fish/</link> <comments>http://www.keajon.com/electric-fish/#comments</comments> <pubDate>Wed, 07 Oct 2009 22:13:06 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[การเลี้ยง]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[รากไม้]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[หมัก]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยง]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยงปลา]]></category> <category><![CDATA[แปลก]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไส้กรอก]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2613</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/electric-fish/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0910/03/page12/p2.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="ปลาดุกไฟฟ้ายักษ์" title="" /></a>?ปลาดุกไฟฟ้ายักษ์? เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา ปัจจุบันในธรรมชาติจะพบเฉพาะในแม่น้ำคองโกเท่านั้น ไม่พบในประเทศไทย จัดเป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ในน้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อย ๆ ชอบอาศัยตามโพรงหิน โพรงไม้และตามรากไม้จมน้ำที่มีแสงผ่านได้น้อยหรือเป็นน้ำหมักที่มีการสะสมของสารอินทรีย์ เช่น ใบไม้ทับถมกันและมีอุณหภูมิของน้ำเฉลี่ย 23-28 องศาเซลเซียส ลักษณะรูปร่างของปลาดุกไฟฟ้ายักษ์จะมีรูปร่างกลมและยาวคล้ายไส้กรอก ไม่มีครีบหลังแต่จะมีครีบไขมันขนาดใหญ่ ที่อยู่ค่อนไปทางส่วนท้ายของลำตัวติดกับครีบหาง คุณชวิน ตันพิทยคุปต์ หนึ่งในผู้ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงปลาแปลกและสวยงาม ทั้งในและต่างประเทศได้ย้ำว่าปลาดุกไฟฟ้ายักษ์ไม่พบในแหล่งน้ำในประเทศไทย ใครที่ซื้อมาเลี้ยงเป็นปลาแปลกและปลาสวยงามแล้วเบื่อ ห้ามปล่อยลงสู่แหล่งน้ำไทยอย่างเด็ดขาด ลักษณะเด่นของปลาชนิดนี้จะมีอวัยวะที่สร้างไฟฟ้าเรียงตัวอยู่บริเวณด้านข้างของลำตัว สามารถสร้างกระแสไฟฟ้า ที่รุนแรงได้ถึง 350 โวลต์ โดยกระแสไฟฟ้าดังกล่าวใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวและฆ่าเหยื่อที่จะจับกิน บริเวณลำตัวมีสีเทา มีจุดประสีดำขนาดใหญ่และเล็กกระจายอยู่ทั่วลำตัว จัดเป็นปลาที่ค่อนข้างดุร้ายจึงไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น แม้แต่เลี้ยงรวมด้วยกันจะพบปัญหากัดกันเอง อาหารหลักของปลาดุกไฟฟ้ายักษ์คือปลาเล็ก ๆ ทุกชนิด แต่จัดเป็นปลาที่เคลื่อน ที่ช้า ไม่ว่องไว ดวงตามีขนาดเล็กและใช้การได้ไม่ดีนัก วิธีการล่าเหยื่อจะใช้กระแสไฟฟ้าช็อตให้ปลาหมดสติหรือตายทันทีแล้ว ค่อยกลืนกินเป็นอาหาร คุณชวินยังบอกว่าหลายคนจะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างปลาดุกไฟฟ้ายักษ์กับปลาดุกไฟฟ้า กับปลาดุกธรรมดา ข้อแตกต่างที่สำคัญประการแรกก็คือขนาดและการเจริญเติบโต ปลาดุกไฟฟ้าธรรมดาที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติจะเจริญเติบโตได้เต็มที่มีความยาวของลำตัวได้ถึง 1 เมตร เรียกได้ว่าตัวใหญ่ที่สุดในบรรดาปลาดุกไฟฟ้าทุกชนิด แต่เมื่อนำมาเลี้ยงในตู้เป็นปลาสวยงาม จะเจริญเติบโตช้ามากจากประสบการณ์ของคุณชวินเคยพบมาโตเต็มที่ไม่เกิน 12 นิ้ว ในขณะที่ปลาดุกไฟฟ้ายักษ์เมื่อนำมาเลี้ยงในตู้พบว่าเจริญเติบโตเร็วมากขณะนี้มีคนเลี้ยงได้ขนาดลำตัวถึง 50-60 เซนติเมตรก็มี สำหรับข้อแตกต่างปลีกย่อยอื่น [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0910/03/page12/p2.jpg" alt="p2 การเลี้ยงปลาดุกไฟฟ้ายักษ์"  title="การเลี้ยงปลาดุกไฟฟ้ายักษ์" /></p><p>?ปลาดุกไฟฟ้ายักษ์? เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา ปัจจุบันในธรรมชาติจะพบเฉพาะในแม่น้ำคองโกเท่านั้น ไม่พบในประเทศไทย จัดเป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ในน้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อย ๆ ชอบอาศัยตามโพรงหิน โพรงไม้และตามรากไม้จมน้ำที่มีแสงผ่านได้น้อยหรือเป็นน้ำหมักที่มีการสะสมของสารอินทรีย์ เช่น ใบไม้ทับถมกันและมีอุณหภูมิของน้ำเฉลี่ย 23-28 องศาเซลเซียส ลักษณะรูปร่างของปลาดุกไฟฟ้ายักษ์จะมีรูปร่างกลมและยาวคล้ายไส้กรอก ไม่มีครีบหลังแต่จะมีครีบไขมันขนาดใหญ่ ที่อยู่ค่อนไปทางส่วนท้ายของลำตัวติดกับครีบหาง</p><p>คุณชวิน ตันพิทยคุปต์ หนึ่งในผู้ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงปลาแปลกและสวยงาม ทั้งในและต่างประเทศได้ย้ำว่าปลาดุกไฟฟ้ายักษ์ไม่พบในแหล่งน้ำในประเทศไทย ใครที่ซื้อมาเลี้ยงเป็นปลาแปลกและปลาสวยงามแล้วเบื่อ ห้ามปล่อยลงสู่แหล่งน้ำไทยอย่างเด็ดขาด ลักษณะเด่นของปลาชนิดนี้จะมีอวัยวะที่สร้างไฟฟ้าเรียงตัวอยู่บริเวณด้านข้างของลำตัว สามารถสร้างกระแสไฟฟ้า ที่รุนแรงได้ถึง 350 โวลต์ โดยกระแสไฟฟ้าดังกล่าวใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวและฆ่าเหยื่อที่จะจับกิน บริเวณลำตัวมีสีเทา มีจุดประสีดำขนาดใหญ่และเล็กกระจายอยู่ทั่วลำตัว จัดเป็นปลาที่ค่อนข้างดุร้ายจึงไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น แม้แต่เลี้ยงรวมด้วยกันจะพบปัญหากัดกันเอง</p><p>อาหารหลักของปลาดุกไฟฟ้ายักษ์คือปลาเล็ก ๆ ทุกชนิด แต่จัดเป็นปลาที่เคลื่อน ที่ช้า ไม่ว่องไว ดวงตามีขนาดเล็กและใช้การได้ไม่ดีนัก วิธีการล่าเหยื่อจะใช้กระแสไฟฟ้าช็อตให้ปลาหมดสติหรือตายทันทีแล้ว ค่อยกลืนกินเป็นอาหาร คุณชวินยังบอกว่าหลายคนจะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างปลาดุกไฟฟ้ายักษ์กับปลาดุกไฟฟ้า กับปลาดุกธรรมดา</p><p>ข้อแตกต่างที่สำคัญประการแรกก็คือขนาดและการเจริญเติบโต ปลาดุกไฟฟ้าธรรมดาที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติจะเจริญเติบโตได้เต็มที่มีความยาวของลำตัวได้ถึง 1 เมตร เรียกได้ว่าตัวใหญ่ที่สุดในบรรดาปลาดุกไฟฟ้าทุกชนิด แต่เมื่อนำมาเลี้ยงในตู้เป็นปลาสวยงาม จะเจริญเติบโตช้ามากจากประสบการณ์ของคุณชวินเคยพบมาโตเต็มที่ไม่เกิน 12 นิ้ว ในขณะที่ปลาดุกไฟฟ้ายักษ์เมื่อนำมาเลี้ยงในตู้พบว่าเจริญเติบโตเร็วมากขณะนี้มีคนเลี้ยงได้ขนาดลำตัวถึง 50-60 เซนติเมตรก็มี สำหรับข้อแตกต่างปลีกย่อยอื่น ๆ ก็คือรูปร่างลักษณะอื่น ๆ อาทิ ส่วนหัวของปลาดุกไฟฟ้าธรรมดาจะสั้นกลม จะงอยปากสั้นทู่ แต่ส่วนหัวของปลาดุกไฟฟ้ายักษ์จะลาดยาวเรียวแหลมกว่าชัดเจน จะงอยปากยาวช่องเปิดของปากมีขนาดเล็กกว่าส่วนของลำตัวปลาดุกไฟฟ้าธรรมดาจะมีลำตัวสีน้ำตาลอมชมพู ในขณะที่ปลาดุกไฟฟ้ายักษ์มีสีเทา</p><p>ปลาดุกไฟฟ้ายักษ์จัดเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายชนิดหนึ่ง ระมัดระวังเรื่องอาการผิดน้ำ หลังจากที่ย้ายปลามาลงใหม่ ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปลาชนิดนี้ชอบน้ำเก่าหรือน้ำหมัก.</p><p>ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ<br
/> <img
class="alignnone size-full wp-image-19" title="dailynews" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="dailynews การเลี้ยงปลาดุกไฟฟ้ายักษ์" width="162" height="52" /></p><p><img
src="http://feeds.feedburner.com/~r/kasetnews/~4/kiyWqxVcU5k" alt=" การเลี้ยงปลาดุกไฟฟ้ายักษ์" width="1" height="1" title="การเลี้ยงปลาดุกไฟฟ้ายักษ์" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/electric-fish/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> </channel> </rss>
