
หลัง จากประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างในตำแหน่งผู้สื่อข่าว และบริษัทรับทำงานด้านประชาสัมพันธ์ (พีอาร์) มาหลายปี ในที่สุดอดีตเหยี่ยวข่าวสาว “จุฑารัตน์ บุญเสนา” หรือที่รู้จักของสื่อมวลชนสายเกษตรในนาม “แอน” ตัดสินใจมาประกอบอาชีพส่วนตัว โดยไปเช่าบ้านเรือนไทยชั้นเดียวปากทางเข้าหมู่บ้านไม้ดอก-ไม้ประดับคลองสิบ ห้า อ.องครักษ์ จ.นครนายก ขายของตกแต่งบ้าน และกาแฟโบราณไปพร้อมๆ กัน ในชื่อร้าน “มนต์รักคลองสิบห้า” วันนี้แม้รายได้ไม่มากนัก แต่เธอบอกว่ามีอิสรภาพแห่งชีวิตที่ดีกว่า “ตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจไม่ ค่อยจะดี บริษัทหลายที่ต้องปิดตัว หรือปลดพนักงาน มาคิดอีกทีสักวันหนึ่งก็อาจถึงคิวเรา หากเราไม่เตรียมอะไรเลย โดยหวังที่จะรับเงินเดือนอย่างเดียวก็รู้สึกจะสายเกินไป พอดีแอนชอบเปิดร้านแนวนี้อยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้แอนเคยร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านขายของตกแต่งบ้านมาก่อน แต่ด้วยความที่ไม่มีเวลา เพราะต้องทำงานประจำทำให้ต้องเลิกล้มไป ตอนนี้มีโอกาสจึงเปิดใหม่อีกครั้ง” จุฑารัตน์ เล่าถึงแรงบันดาลใจที่เปิดร้าน “มนต์รักคลองสิบห้า” ขึ้นมา ที่มาของร้าน มนต์รักคลองสิบห้านั้น จุฑารัตน์ บอกว่า จากการสังเกตเห็นว่าคนที่ชอบตกแต่งบ้านส่วนใหญ่มักไปหาต้นไม้มาปลูกประดับ สวนที่คลองสิบห้า เพราะเป็นแหล่งเพาะและจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งของประเทศ ไทย จึงคิดว่าเมื่อคนไปซื้อต้นไม้แล้ว อาจเลือกหาของอย่างอื่นไปตกแต่งบ้านด้วย และอาจร้อนหรือเหนื่อยจากการเดินหาต้นไม้ซึ่งทำให้เกิดกระหายน้ำด้วย จึงตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวจำนวนหนึ่ง เปิดร้านมนต์รักคลองสิบห้า โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน [...]
Tags:
5 บาท,
การชงกาแฟ,
กาแฟ,
ขนม,
ขาย,
ขายของ,
ข่าว,
ข้อคิด,
คือ,
จำหน่าย,
ดอกไม้,
ตุ๊กตา,
ทำธุรกิจ,
ธุรกิจ,
นมสด,
น้ำ,
ประกอบอาชีพ,
ปลูก,
พนักงาน,
รายได้,
ลงทุน,
สูตร,
หมู,
อาชีพ,
เกษตร,
เกาหลี,
เปิดร้าน,
เพาะ,
เศรษฐกิจ,
แก้ว,
แจกัน,
แม่บ้าน,
โบราณ,
ไทย,
ไม้ประดับ 
เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้ ครั้งอดีต เกษตรกรของไทยไม่จำเป็นต้องอาศัยปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีทางการเกษตรในการเพาะปลูก เนื่องจากสภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งมีการกล่าวขานว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แต่มายุคสมัยนี้ที่การผลิตสินค้าเกษตรมุ่งไปสู่การค้ามากขึ้น การเพิ่มผลผลิตจึง จำเป็น และสิ่งหนึ่งที่เกษตรกรยุคใหม่ใช้คือการเร่งการเจริญเติบโตของพืชด้วยปุ๋ยเคมีและ ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเต็มอัตรา นอกจากนี้การใช้พื้นที่ทำการเกษตรโดยขาดการปรับปรุงบำรุงดินอย่างถูกวิธี ยิ่งส่งผลให้ดินเสื่อมสภาพ เกิดการสะสมของสารเคมีในปริมาณมาก ที่สำคัญพืชไม่สามารถดึงธาตุอาหารที่มีในดินมาใช้ประโยชน์ได้ นั่นคือสาเหตุที่เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุคปัจจุบันปัจจัยการผลิตทั้งปุ๋ยและสารเคมีล้วนปรับราคาสูงขึ้น เกษตรอินทรีย์ จึงเป็นหนทางรอดของเกษตรกรในยุคปัจจุบัน เพราะไม่จำเป็นต้องไปซื้อปุ๋ยเคมีในราคาแพงมาใช้ เพียงแค่เกษตรกรหาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเศษพืช เศษปลา ใบไม้ หรือเศษหญ้ามาหมักกับสารเร่ง พด. ของกรมพัฒนาที่ดิน ก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ ในขณะที่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเกษตรกร หันมาใส่ใจเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น สังเกตได้จากเมื่อกรมพัฒนาที่ดินมีโครงการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร มุ่งสู่การทำเกษตรอินทรีย์ จะมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 มาจนถึงปีนี้ สามารถจัดตั้งกลุ่มไปแล้วไม่ต่ำกว่า 51,000 กลุ่ม และในปีนี้ กรมฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ทดแทน สารเคมีทางการเกษตรหรือเกษตรอินทรีย์ ได้แล้ว 15.89 ล้านไร่ คิดเป็น 93.52% จากที่ตั้งเป้าไว้ [...]
Tags:
กลุ่มเกษตรกร,
การทำ,
การผลิต,
การพัฒนา,
การเกษตร,
การเพาะ,
ของไทย,
ขาย,
ข้าว,
คือ,
คุณภาพ,
จำหน่าย,
ช่องทาง,
ตลาดต่างประเทศ,
ต่างประเทศ,
ธาตุ,
น้ำ,
ประโยชน์,
ปลา,
ปลูก,
ผัก,
ลดต้นทุน,
วัสดุเหลือใช้,
วิธีการ,
สมุนไพร,
หมัก,
หมู,
อบรม,
อาหาร,
เกษตร,
เพาะ,
ไทย,
ไร่ 
ด.ช.13 ปีเมืองน้ำดำไม่ห่วงเล่นตามวัย ใช้เวลาว่างสานตะกร้าไผ่ขายช่วยครอบครัว เด็ก ชายวัย 13 ปี กาฬสินธุ์ไม่ห่วงเล่นตามวัย ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนจักสานตะกร้าไม้ไผ่จนเกิดความชำนาญ เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการสืบสานภูมิปัญญา หารายได้เข้าครอบครัวช่วยพ่อแม่และเหลือเก็บเป็นทุนการศึกษา เด็ก ชายคนดังกล่าวชื่อ เด็กชายวรรณพงษ์ มีชัย อายุ 13 ปี บุตรนายสุนทร-นางดวง มีชัย ราษฎรบ้านท่าแสง หมู่ 6 ตำบลลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ที่มีอาชีพทำนารายได้ต่อวันในครอบครัวไม่ถึงวันละ 200 บาท เด็กชายคนนี้จึงเริ่มหารายได้พิเศษโดยได้ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและในวัน หยุดเสาร์-อาทิตย์ อยู่กับการจักสานเครื่องใช้สอยในครัวเรือน ประเภทตะกร้า ข้อง และกระด้งฝัดข้าว โดยมีเพื่อนบ้านอุดหนุนซื้อผลงาน ทำให้มีรายได้ใช้เป็นทุนการศึกษา ทั้งนี้ นอกเหนือจากการสืบทอดภูมิปัญญาและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยไม่ไปหาเที่ยวเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน เป็นตัวอย่างเยาวชนรุ่นใหม่ที่น่ายกย่องชมเชยในการสร้างงานและ สร้างรายได้ในยุคที่เศรษฐกิจถดถอย เด็กชายวรรณพงษ์กล่าวว่า ตนมีความชำนาญในการจักสานสิ่งของเครื่องใช้มาประมาณ 2 ปี โดยเริ่มจากเห็นนายบุญ ฤทธิ์พูล ผู้เป็นตาจักสานมาก่อน [...]
Tags:
การปลูก,
ขาย,
ข้าว,
ครอบครัว,
งานฝีมือ,
ทอด,
น้ำ,
ประโยชน์,
ปลูก,
ปัญญา,
รายได้,
รายได้พิเศษ,
หมู,
หัตถกรรม,
หารายได้,
อาชีพ,
เยาวชน,
เศรษฐกิจ,
ไม้ไผ่ 
กิมเจ็ง ยาดีมีหัวขาย คนไทยส่วนใหญ่รู้จัก “กิมเจ็ง” น้อยมาก แต่ถ้าเป็นชาวจีน หรือชาวไทยเชื้อสายจีนรุ่นเก่าๆ จะคุ้นเคยและรู้จัก “กิมเจ็ง” เป็นอย่างดี เนื่องจากหัวของ “กิมเจ็ง” มีคุณค่าและมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลังชั้นดี โดย ชาวจีนนิยมเอาหัวแบบสดๆของ “กิมเจ็ง” กะจำนวนพอประมาณต้มกับหมูเนื้อแดง หรือกระดูกหมูจำนวนเล็กน้อย ปรุงแต่งรสชาติอ่อนๆ คล้ายน้ำชุปใสรับประทานได้ทั้งเนื้อและน้ำวันละครั้ง ครั้งละ 1 ถ้วย จะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง หายอ่อนเพลีย เป็นยาโป๊ดีนัก ส่วน ตำรายาแผนไทยเรียก “กิมเจ็ง” ว่า “ว่านกิมเจ็ง” หรือ “ต้นอีนูน” มี สรรพคุณทางเภสัชใช้เป็นยาเย็น แก้ร้อนในกระหายน้ำ และเจ็บในลำคอ โดยเอาหัวสดกะจำนวนพอประมาณต้มกับน้ำสะอาดจำนวน 3 แก้ว จนเดือดเคี่ยวเหลือ 1 แก้ว ดื่มขณะอุ่นวันละครั้ง ต้มกิน 1-2 วัน อาการที่กล่าวข้างต้นจะดีขึ้นและหายได้ กิมเจ็ง เป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น มีหัวใต้ดินขนาดใหญ่ เนื้อหัวฉ่ำน้ำเล็กน้อยสีขาวนวล มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ลักษณะหัวคล้ายมันแกว หรือหัวของต้น [...]
Tags:
ขาย,
จตุจักร,
ดอกไม้,
ตลาดนัด,
ธรรมชาติ,
น้ำ,
ปลา,
ปลูก,
หมู,
หอม,
เกษตร,
แก้ว,
ไทย,
ไม้ประดับ 
จอกหูหนูยักษ์ สวยแต่มีภัย จอกหูหนูยักษ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบร้อนทวีปอเมริกา เป็นวัชพืชที่เป็นภัยร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก และระบาดไปทุกทวีปทั่วโลก ได้แพร่เข้ามาในเอเชียครั้งแรกเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2473 ที่ประเทศศรีลังกา หลังจากนั้นได้ขยายพื้นที่ปกคลุมออกไปอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นวัชพืชร้ายแรงในนาข้าว ในสหรัฐอเมริกา ได้จัดจอกหูหนูยักษ์เป็นวัชพืชร้ายแรงและห้าม นำเข้า ซึ่งในพื้นที่ที่ระบาดหลายแห่งต้องเสียค่า ใช้จ่ายในการควบคุมและกำจัดออกจากแหล่ง น้ำ เฉพาะในมลรัฐลุยเซียนาเพียงแห่งเดียว ประมาณการค่าใช้จ่ายในการควบคุมมากกว่า 9,950 ล้านบาท โดยเป็นค่าสารเคมีควบคุมวัชพืชประมาณ 1,600 บาทต่อไร่ ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอย่างอื่น กล่าวโดยรวมแล้วมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่า 17,600 ล้านบาท ดร.ศิริพร ซึงสนธิพร นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กลุ่มวิจัยวัชพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า จอกหูหนูยักษ์ร้ายยิ่งกว่าผักตบชวา เนื่องจากเจริญเติบโตรวดเร็ว เพิ่มปริมาณเป็น 2 เท่าได้ในเวลา 2-4 วัน ถ้าอยู่ในสภาพที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโต สามารถเพิ่มมวลเป็น 2 เท่าภายในเวลา 7-10 วัน จากหนึ่งตันสามารถเจริญเติบโตปกคลุมพื้นที่ถึง 64,750 ไร่ ในเวลา 3 เดือน [...]
Tags:
การเกษตร,
ข้าว,
คือ,
ธรรมชาติ,
น้ำ,
ประโยชน์,
ปลูก,
ผัก,
ผักตบชวา,
รายได้,
วิชา,
หมา,
เกษตร,
เลี้ยง,
เศรษฐกิจ,
ไทย,
ไม้ประดับ,
ไร่