<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; พนักงาน</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 20:04:39 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>เครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ ส่งเสริมผู้ประกอบการการผลิตภาคการเกษตร</title><link>http://www.keajon.com/fertilizer-producer/</link> <comments>http://www.keajon.com/fertilizer-producer/#comments</comments> <pubDate>Wed, 25 Nov 2009 08:09:01 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[กรรมวิธี]]></category> <category><![CDATA[การปลูก]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[คนไทย]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category> <category><![CDATA[นาฬิกา]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[ลดต้นทุน]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[สระบุรี]]></category> <category><![CDATA[สุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[อัตโนมัติ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเกษตร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2949</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/fertilizer-producer/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ เครื่องแรก เครื่องเดียวในโลก ลิขสิทธ์ร่วมระหว่าง มทร.ธัญบุรีและสถานประกอบการ สมรรถนะเต็มเปี่ยม &#160; ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทยยึดอาชีพเกษตรกรรม ปุ๋ยจึงมีความจำเป็นสำหรับการปลูกพืช ปุ๋ยที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันคือ ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งสามารถผลิตใช้เอง ราคาไม่แพง อีกทั้งยังทำให้คุณสมบัติของดินดีขึ้น สามารถผลิตขึ้นโดยกรรมวิธีต่างๆ แต่จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ก็จะต้องนำเอาวัตถุดิบมาผ่านขบวนการเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ ทางชีวภาพเสียก่อน มีวัตถุหลายประเภทที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ ยกตัวอย่างการนำเศษพืชเศษปลาที่มีในท้องถิ่นไปใส่ในดินสามารถทำให้ดินร่วน ใน ปัจจุบันมีการตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ขึ้นจำนวนมาก ในโรงงานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาสิ้นเปลืองค่าแรงงานมากโดย เฉพาะในขั้นตอนการผสมปุ๋ยและขั้นตอนการกลับปุ๋ย ประกอบกับในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบที่ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายนั้น จะมีมีก๊าชแอมโมเนีย ก๊าชคาบอนไดออกไซด์ และความร้อนเกิดขึ้นขั้นตอนการกลับปุ๋ย ทำให้เป็นอันตรายกับคนงาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าแรงคนและมีความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ ผศ.ไพบูลย์ แย้มเผื่อน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ออกแบบและสร้าง ?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ? ขึ้นมา ผศ.ไพบูลย์ เล่าว่า ?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ? มีส่วนประกอบคือ 1) แท่นเครื่องขนาดกว้าง 0.5 เมตร ยาว 4 เมตร จะยึดกับล้อ 4 ล้อและเคลื่อนไปกลับบนราง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ เครื่องแรก เครื่องเดียวในโลก <br
/>ลิขสิทธ์ร่วมระหว่าง มทร.ธัญบุรีและสถานประกอบการ สมรรถนะเต็มเปี่ยม </strong></p><p>&nbsp;</p><p>ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทยยึดอาชีพเกษตรกรรม ปุ๋ยจึงมีความจำเป็นสำหรับการปลูกพืช ปุ๋ยที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันคือ ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งสามารถผลิตใช้เอง ราคาไม่แพง อีกทั้งยังทำให้คุณสมบัติของดินดีขึ้น สามารถผลิตขึ้นโดยกรรมวิธีต่างๆ แต่จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ก็จะต้องนำเอาวัตถุดิบมาผ่านขบวนการเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ ทางชีวภาพเสียก่อน มีวัตถุหลายประเภทที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ ยกตัวอย่างการนำเศษพืชเศษปลาที่มีในท้องถิ่นไปใส่ในดินสามารถทำให้ดินร่วน <br
/><br
/>ใน ปัจจุบันมีการตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ขึ้นจำนวนมาก ในโรงงานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาสิ้นเปลืองค่าแรงงานมากโดย เฉพาะในขั้นตอนการผสมปุ๋ยและขั้นตอนการกลับปุ๋ย ประกอบกับในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบที่ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายนั้น จะมีมีก๊าชแอมโมเนีย ก๊าชคาบอนไดออกไซด์ และความร้อนเกิดขึ้นขั้นตอนการกลับปุ๋ย ทำให้เป็นอันตรายกับคนงาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าแรงคนและมีความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ <br
/><br
/>ผศ.ไพบูลย์ แย้มเผื่อน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ออกแบบและสร้าง <strong><em>?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ? </em></strong>ขึ้นมา<strong> </strong><br
/><br
/>ผศ.ไพบูลย์ เล่าว่า <strong><em>?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ?</em></strong> มีส่วนประกอบคือ <br
/><strong>1)</strong> <strong>แท่น</strong>เครื่องขนาดกว้าง 0.5 เมตร ยาว 4 เมตร จะยึดกับล้อ 4 ล้อและเคลื่อนไปกลับบนราง ยาว 35 เมตร <strong><br
/>2)</strong> <strong>ใบผสม</strong>ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.90 เมตร ยาว 4 เมตร แบ่ง 6 ชุดๆละ 4 ใบ แต่ละชุดวางมุมสลับทำมุมกัน 45 องศา เพื่อลดแรง โดยมีลูกปืนรองรับเพลา 3 ช่วง<br
/>ในการหมุนของใบผสมสามารถหมุนได้ทั้งทวนเข็มและตามเข็มนาฬิกา<br
/><strong>3)</strong> <strong>ชุดส่งกำลัง</strong> ใบผสมถูกขับส่งกำลังด้วยมอเตอร์ขนาด 3 กำลังม้า ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ โดยผ่านสายพานและโซ่ มีตัวทดรอบ(เพื่อทำให้ความเร็วที่ส่งจากมอเตอร์ลดความเร็วลง) และชุดส่งกำลังขับเคลื่อนแท่นถูกขับส่งกำลังด้วยมอเตอร์ขนาด 1.5 กำลังม้า ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ โดยผ่านสายพานและโซ่ มีตัวทดรอบเช่นกัน <br
/><strong>4)</strong> <strong>ชุดส่งสายไฟ</strong> จะถูกแขวนบนลวดสริงด้วยรอกเป็นขดๆ และสามารถเคลื่อนขยายเข้าออกไปตามแท่นเครื่องที่เคลื่อนไปได้ <strong><br
/>5)</strong> <strong>ระบบฉีดน้ำ</strong> ใช้ปั้มขนาด 1.5 แรงม้า ดูดจากบ่อที่มีความกว้าง 0.40 เมตร ยาว 30 เมตร ขนานกับราง หัวฉีดมี 2 ชุด คือชุดหน้าและชุดหลังเพื่อใช้ได้ทั้งเดินไปและเดินกลับ ทำด้วยท่อ PVC ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว ตรงหัวฉีดยาว 4 เมตร จะเจาะรูเป็น 3 แถว สลับฟันปาก ทั้งชุดหน้าและชุดหลังชุดละประมาณ 34 รู ใช้ในการฉีดน้ำและน้ำจุลินทรีย์ลงไปที่กองปุ๋ย<br
/><strong>6)</strong> <strong>ชุดควบคุม</strong> ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์(PLC) สามารถควบคุมด้วยมือหรืออัตโนมัติก็ได้ แบ่งการควบคุมออกเป็น 3 ส่วน คือ ควบคุมความเร็วของใบผสม ควบคุมความเร็วการเคลื่อนที่ของเครื่องผลิตปุ๋ยที่เคลื่อนที่ไปตามรางยาว 35 เมตร และควบคุมการไหลของน้ำหรือน้ำจุลินทรีย์ <strong> </strong><br
/><br
/>สำหรับสมรรถนะของเครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ <br
/><strong>1)</strong> สามารถผลิตปุ๋ยได้ครั้งละ 20-25 ตัน หรือจำนวนตามที่ลูกค้าต้องการก็ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 3 วัน (จากเดิมที่ต้องใช้เวลาประมาณ 6-7 วัน)<br
/><strong>2) </strong>ใช้เวลาในการเดินเครื่องผสมปุ๋ยหรือกลับปุ๋ยประมาณ 20 นาทีต่อครั้ง โดยใช้คนงานคุมเพียง 1 คน (จากเดิมต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงต่อครั้ง <br
/><strong> </strong><strong> </strong>ใช้คนงานจำนวน 12 คน) สามารถประหยัดค่าแรงงานได้<br
/><strong>3)</strong> สามารถหมุนผสมและเดินไป-กลับอัตโนมัติหรือควบคุมเองได้ <strong><br
/>4)</strong> สามารถฉีดน้ำและปรับอัตราไหลได้<br
/><strong> </strong><strong>5</strong>) เกิดความปลอดภัยจากก๊าชแอมโมเนีย ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์และความร้อนที่เกิดขึ้นในระหว่างการย่อยสลาย <br
/><strong></strong><strong></strong><strong></strong>ที่สำคัญเครื่องดังกล่าวใช้ไฟบ้านทำให้เสียค่าไฟฟ้าประมาณ120 บาทต่อการผลิตปุ๋ย20-25 ตัน(จากเดิมใช้แรงงานประมาณ25,000 บาท<br
/><strong></strong><strong></strong><strong></strong>ต่อการผลิตปุ๋ย20-25 ตัน ) <br
/><br
/><strong><em>?หนุ่ย?</em></strong> นายปุณกัณฐ์ วรรณคำ พนักงานของโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม เอ็ม โอ เครื่องมือเกษตร เล่าว่า หลังจากที่ทางอาจารย์เข้ามาออกแบบเครื่องผลิตปุ๋ยต้นแบบดังกล่าว ลดต้นทุนในการจ้างแรงงาน จากแต่ก่อนที่โรงงานจะต้องมีคนงานประมาณ 12 คน ตอนนี้ก็ลดแรงงานลง ไม่ต้องเสี่ยงกับก๊าชแอมโมเนีย และความร้อน 50-60 องศาเซลเซียสที่เกิดระหว่างการกลับปุ๋ย ส่งผลต่อสุขภาพ ระหว่างที่ทำงานตนเองก็ไม่ต้องลงไปผสมและกลับปุ๋ยเอง เพียงแค่ยืนควบคุมตัวเครื่อง หรือถ้ามีงานอื่นก็สามารถไปทำงานนั่นได้ โดยตั้งระบบตั้งอัตโนมัติ เครื่องจะสามารถผสมปุ๋ยและกลับไป-กลับเองได้ <br
/><br
/>เครื่อง ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ต้นแบบที่อาจารย์ออกแบบเป็นเครื่องต้นแบบ ที่ผลิตโดยคนไทยและไม่มีที่ไหนมาก่อนทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันอาจารย์ได้จดสิทธิบัตรแล้ว ซึ่งต้นทุนในการสร้างเครื่องต้นแบบนี้ราคาประมาณ 500,000/เครื่อง ในอนาคตอาจารย์จะออกแบบปรับขนาดให้สะดวกกับการใช้งาน โดยอาจารย์ตั้งราคาการผลิตเครื่องไว้สำหรับผู้ที่สนใจเช่น ความกว้าง 1.5 เมตร ความยาวราง 10 เมตร ปรับความเร็วของการหมุนผสมไม่ได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 3 ตัน/ครั้ง ราคา 200,000 บาท/เครื่อง ถ้าปรับความเร็วการหมุนผสมได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ราคา 250,000 บาท/เครื่อง ความกว้าง 2.5 เมตร ความยาวราง 20 เมตร ปรับความเร็วในการหมุนผสมไม่ได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 10 ตัน/ครั้ง ราคา 300,000 บาท/เครื่อง ถ้าปรับความเร็วการหมุนผสมได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ราคา 350,000 บาท ความกว้าง 4 เมตร ความยาวของราง 30 เมตร ปรับความเร็วการผสมไม่ได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 20 ตัน/ครั้ง ราคา 450,000 บาท ถ้าปรับความเร็วการผสมได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 20 ตัน/ครั้ง ราคา 500,000 บาท เกษตรกรหรือว่าผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ผศ.ไพบูลย์ โทร.081-3537754 หรือ E-mail : <a
href="mailto:pailboon.y@en.rmutt.ac.th">pailboon.y@en.rmutt.ac.th</a> และสามารถดูเครื่องผลิตปุ๋ยต้นแบบได้ที่ โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม เอ็ม โอ เครื่องมือเกษตร ที่ตั้ง 5/2 ม. 5 ถ.อดิเรกสาร ต.ผึ้งรวง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 18000</p><p>&nbsp;</p><table
style="width: 24px; height: 15px;" border="0"><tbody><tr><td
width="100" valign="top"></td><td
width="500"></td></tr></tbody></table> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/fertilizer-producer/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>มก.รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%a1%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a5/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%a1%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a5/#comments</comments> <pubDate>Fri, 20 Nov 2009 21:19:18 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[2552]]></category> <category><![CDATA[งานราชการ]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2955</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%a1%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a5/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>&#160; กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บรรทึกข้อมูล เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. ? 1 ธ.ค. 2552 ดูรายละเอียดได้ ที่นี่]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p><h2>กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บรรทึกข้อมูล</h2><h3><span>เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. ? 1 ธ.ค. 2552</span></h3><p>ดูรายละเอียดได้ <a
href="http://www.aepd.doae.go.th/blog/?file_id=59" target="_blank">ที่นี่ </a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%a1%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>มนต์รักคลอง ๑๕ ร้านกาแฟน่านั่ง ที่รังสิต</title><link>http://www.keajon.com/love-15river/</link> <comments>http://www.keajon.com/love-15river/#comments</comments> <pubDate>Sun, 08 Nov 2009 15:51:22 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[พักผ่อนหย่อนอารมณ์]]></category> <category><![CDATA[5 บาท]]></category> <category><![CDATA[การชงกาแฟ]]></category> <category><![CDATA[กาแฟ]]></category> <category><![CDATA[ขนม]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ขายของ]]></category> <category><![CDATA[ข่าว]]></category> <category><![CDATA[ข้อคิด]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ดอกไม้]]></category> <category><![CDATA[ตุ๊กตา]]></category> <category><![CDATA[ทำธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[นมสด]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประกอบอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[สูตร]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เกาหลี]]></category> <category><![CDATA[เปิดร้าน]]></category> <category><![CDATA[เพาะ]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category> <category><![CDATA[แก้ว]]></category> <category><![CDATA[แจกัน]]></category> <category><![CDATA[แม่บ้าน]]></category> <category><![CDATA[โบราณ]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไม้ประดับ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2849</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/love-15river/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.komchadluek.net/media/img/size1/2009/06/19/g9bhkh5fi8aa86b8jbfjf.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="มนต์รักคลอง ๑๕" /></a>หลัง จากประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างในตำแหน่งผู้สื่อข่าว และบริษัทรับทำงานด้านประชาสัมพันธ์ (พีอาร์) มาหลายปี ในที่สุดอดีตเหยี่ยวข่าวสาว &#8220;จุฑารัตน์ บุญเสนา&#8221; หรือที่รู้จักของสื่อมวลชนสายเกษตรในนาม &#8220;แอน&#8221; ตัดสินใจมาประกอบอาชีพส่วนตัว โดยไปเช่าบ้านเรือนไทยชั้นเดียวปากทางเข้าหมู่บ้านไม้ดอก-ไม้ประดับคลองสิบ ห้า อ.องครักษ์ จ.นครนายก ขายของตกแต่งบ้าน และกาแฟโบราณไปพร้อมๆ กัน ในชื่อร้าน &#8220;มนต์รักคลองสิบห้า&#8221; วันนี้แม้รายได้ไม่มากนัก แต่เธอบอกว่ามีอิสรภาพแห่งชีวิตที่ดีกว่า &#160; &#8220;ตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจไม่ ค่อยจะดี บริษัทหลายที่ต้องปิดตัว หรือปลดพนักงาน มาคิดอีกทีสักวันหนึ่งก็อาจถึงคิวเรา หากเราไม่เตรียมอะไรเลย โดยหวังที่จะรับเงินเดือนอย่างเดียวก็รู้สึกจะสายเกินไป พอดีแอนชอบเปิดร้านแนวนี้อยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้แอนเคยร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านขายของตกแต่งบ้านมาก่อน แต่ด้วยความที่ไม่มีเวลา เพราะต้องทำงานประจำทำให้ต้องเลิกล้มไป ตอนนี้มีโอกาสจึงเปิดใหม่อีกครั้ง&#8221; จุฑารัตน์ เล่าถึงแรงบันดาลใจที่เปิดร้าน &#8220;มนต์รักคลองสิบห้า&#8221; ขึ้นมา ที่มาของร้าน มนต์รักคลองสิบห้านั้น จุฑารัตน์ บอกว่า จากการสังเกตเห็นว่าคนที่ชอบตกแต่งบ้านส่วนใหญ่มักไปหาต้นไม้มาปลูกประดับ สวนที่คลองสิบห้า เพราะเป็นแหล่งเพาะและจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งของประเทศ ไทย จึงคิดว่าเมื่อคนไปซื้อต้นไม้แล้ว อาจเลือกหาของอย่างอื่นไปตกแต่งบ้านด้วย และอาจร้อนหรือเหนื่อยจากการเดินหาต้นไม้ซึ่งทำให้เกิดกระหายน้ำด้วย จึงตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวจำนวนหนึ่ง เปิดร้านมนต์รักคลองสิบห้า โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
class="alignnone" title="มนต์รักคลอง ๑๕" src="http://www.komchadluek.net/media/img/size1/2009/06/19/g9bhkh5fi8aa86b8jbfjf.jpg" alt="g9bhkh5fi8aa86b8jbfjf มนต์รักคลอง ๑๕ ร้านกาแฟน่านั่ง ที่รังสิต" width="308" height="231" /></p><p><span
id="advenueINTEXT"><strong> </strong><span
style="color: #0000ff;">หลัง จากประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างในตำแหน่งผู้สื่อข่าว และบริษัทรับทำงานด้านประชาสัมพันธ์ (พีอาร์) มาหลายปี ในที่สุดอดีตเหยี่ยวข่าวสาว &#8220;จุฑารัตน์ บุญเสนา&#8221; หรือที่รู้จักของสื่อมวลชนสายเกษตรในนาม &#8220;แอน&#8221; ตัดสินใจมาประกอบอาชีพส่วนตัว โดยไปเช่าบ้านเรือนไทยชั้นเดียวปากทางเข้าหมู่บ้านไม้ดอก-ไม้ประดับคลองสิบ ห้า อ.องครักษ์ จ.นครนายก ขายของตกแต่งบ้าน และกาแฟโบราณไปพร้อมๆ กัน ในชื่อร้าน &#8220;มนต์รักคลองสิบห้า&#8221; วันนี้แม้รายได้ไม่มากนัก แต่เธอบอกว่ามีอิสรภาพแห่งชีวิตที่ดีกว่า </span></span></p><p>&nbsp;</p><p>&#8220;ตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจไม่ ค่อยจะดี บริษัทหลายที่ต้องปิดตัว หรือปลดพนักงาน มาคิดอีกทีสักวันหนึ่งก็อาจถึงคิวเรา หากเราไม่เตรียมอะไรเลย โดยหวังที่จะรับเงินเดือนอย่างเดียวก็รู้สึกจะสายเกินไป พอดีแอนชอบเปิดร้านแนวนี้อยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้แอนเคยร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านขายของตกแต่งบ้านมาก่อน แต่ด้วยความที่ไม่มีเวลา เพราะต้องทำงานประจำทำให้ต้องเลิกล้มไป ตอนนี้มีโอกาสจึงเปิดใหม่อีกครั้ง&#8221; จุฑารัตน์ เล่าถึงแรงบันดาลใจที่เปิดร้าน &#8220;มนต์รักคลองสิบห้า&#8221; ขึ้นมา</p><p>ที่มาของร้าน มนต์รักคลองสิบห้านั้น จุฑารัตน์ บอกว่า จากการสังเกตเห็นว่าคนที่ชอบตกแต่งบ้านส่วนใหญ่มักไปหาต้นไม้มาปลูกประดับ สวนที่คลองสิบห้า เพราะเป็นแหล่งเพาะและจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งของประเทศ ไทย จึงคิดว่าเมื่อคนไปซื้อต้นไม้แล้ว อาจเลือกหาของอย่างอื่นไปตกแต่งบ้านด้วย และอาจร้อนหรือเหนื่อยจากการเดินหาต้นไม้ซึ่งทำให้เกิดกระหายน้ำด้วย จึงตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวจำนวนหนึ่ง เปิดร้านมนต์รักคลองสิบห้า โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนหนึ่งเป็นมุมขายของตกแต่งบ้านและอีกส่วนหนึ่งเป็นร้านขายกาแฟโบราณ<br
/>สินค้า ตกแต่งบ้านมีตั้งแต่ใบพัดที่ทำจากใบลาน โมบาย แจกันตุ๊กตาแมวไม้จากอินโดนีเซีย โปสเตอร์ภาพเก่าๆ ที่หายาก ไม้เก่าสำหรับทำบ้านนก ที่ใส่กระถางต้นไม้ ระฆัง เฟอร์นิเจอร์ไม้สักเก่า และกระดิ่งสไตล์น่ารักจากเกาหลี หรือแม้แต่ตู้ไปรษณีย์ ที่สามารถสั่งทำได้ ราคาตั้งแต่ 20-8,000 บาท สินค้าเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากที่เธอเก็บสะสมในระหว่างที่ออกไปทำข่าวในหลาย พื้นที่ทั่วประเทศไทย ส่วนหนึ่งรับมาจากกลุ่มแม่บ้านแหล่งผลิตโดยตรง และอีกส่วนหนึ่งสั่งมา ที่ขายดีที่สุดคือโมบายกระดิ่งที่ทำจากใบลาน ขณะที่สินค้าที่แพงที่สุดคือชุดเฟอร์นิเจอร์จากไม้สักนั่นเอง ในส่วนร้านกาแฟโบราณมีตั้งแต่กาแฟเย็นขายแก้วละ 20 บาท กาแฟร้อน และกาแฟดำหรือโอยัวะ แก้วละ 15 บาท นอกจากนั้นยังมีชามะนาว ชาดำเย็น รวมถึงขนมประเภทขบเคี้ยวด้วย เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.<br
/>เนื่อง จากร้านเพิ่งเปิดได้ไม่นานนัก ประกอบภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก เธอบอกว่า ในวันธรรมดาจะมีลูกค้าไปอุดหนุนไม่ค่อยมากนัก แต่วันเสาร์-อาทิตย์ก็จะมีลูกค้าระดับหนึ่ง เฉลี่ยรายได้ตลอดทั้งเดือนกว่า 3 หมื่นบาท แม้จะไม่มากนักแต่เธอบอกว่า สบายใจ มีอิสระ ที่สำคัญจุดนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เธอเดินไปข้างหน้ากับกิจการของ ตัวเองต่อไป</p><p>&#8220;ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่แอนก็สู้นะ ใครก็ตามที่อยากทำธุรกิจในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้ หากอยากทำอะไรก็ต้องถามใจตัวเองก่อนว่าสู้หรือไม่ ต้องพยายามหาข้อมูลและเตรียมความพร้อมหลายๆ ด้าน ทั้งด้านเงินทุน การเลือกทำเล และชนิดสินค้า ไม่ใช่ทำตามกระแสอย่างเดียว แต่ต้องทำในสิ่งที่รักชอบและที่สำคัญต้องอดทน บางทีทุกอย่างที่เราคิดว่าดีแล้ว พร้อมแล้ว มันก็อาจจะไม่เป็นไปตามที่คิด ตามที่ฝัน ดังนั้น ต้องพยายามทำให้ดีที่สุดก่อน อย่างน้อยสิ่งที่ไม่มีใครได้เหมือนเราคือประสบการณ์ในการใช้ชีวิตเพราะคุณ ค่าของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ประสบการณ์จากความกล้าที่ได้ลงมือทำด้วย&#8221; จุฑารัตน์ ให้ข้อคิดสำหรับที่จะทำธุรกิจใหม่ๆ ในยุคนี้</p><p>นับเป็นการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ของอดีตนักข่าวสาว ที่กล้าลงทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ในขณะที่ผู้ประกอบการอีกจำนวนมากที่ปิดกิจการไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มนต์รักคลองสิบห้า นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหาสิ่งของมาตกแต่งบ้าน ซึ่งอาจมีความแตกต่างไปจากที่อื่นก็ได้<br
/> <br
/> <br
/><strong>ง่ายๆกับการชงกาแฟโบราณ<br
/>กาแฟเย็น <br
/></strong>กาแฟ 1 ถุง<br
/>1.ผงกาแฟโบราณ 4 ช้อนตวง<br
/>2.นมข้น 1 ช้อนชา<br
/>3.น้ำตาล 1 ช้อน<br
/>4.นมสด?? 1 ช้อน<br
/>5.น้ำ???????? 1 แก้ว<br
/>6 ครีม 1 ช้อน<br
/>น้ำแข็งพอประมาณ</p><p><strong>กาแฟร้อน</strong><br
/>กาแฟ 1 แก้ว<br
/>1.ผงกาแฟ? 3 ช้อนตัก<br
/>2.นมข้น??????? 2 ช้อน<br
/>3.นมสด??????? 1 ช้อน</p><p><strong>กำแฟดำหรือโอยัวะ</strong> <br
/> กาแฟ 1 แก้ว<br
/>1.ผงกาแฟ 4 ช้อนตัก<br
/>2.น้ำตาล??? 2 ช้อน</p><p>&nbsp;</p><p><strong><span
style="text-decoration: underline;">วิธีชง</span></strong><br
/> ตัก ผงกาแฟโบราณจำนวนตามสูตรต่างๆ ตามที่ลูกค้าสั่งมาลงในถุงชงกาแฟโบราณ แล้วเอาถุงชงกาแฟใส่ในกระบวยทรงกระบอกสำหรับรองน้ำที่ลวกผงกาแฟโบราณ แล้วตักน้ำในหม้อต้มเทลงในถุงชงกาแฟ เมื่อน้ำที่ลวกผงกาแฟไหลเข้ากระบวยจนหมด จึงถุงชงกาแฟยกขึ้น ยกลงในน้ำร้อนราว 5-6 ครั้งจึงเทลงแก้ว ใส่ส่วนตามสูตรต่างๆ ก่อนชงให้ลูกค้า</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/love-15river/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>ธุรกิจเสริมต่อเล็บ(สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกในสิ่งที่ดีและปลอดภัย)</title><link>http://www.keajon.com/smart-nail/</link> <comments>http://www.keajon.com/smart-nail/#comments</comments> <pubDate>Wed, 14 Oct 2009 11:30:25 +0000</pubDate> <dc:creator>Enjoy</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ฝึกอบรม]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[ศิลปะ]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เพ้นท์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2705</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/smart-nail/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/HB-156-222-copy5.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="HB-156 222 copy" title="" /></a>? ? บริษัท บิวตี้ ไซเอ็นซ์ จำกัด เริ่มก่อตั้ง สถาบัน Pronails Stylish Academy มาเป็นเวลา 1 ปี แล้ว ?Pronails Stylish Academy มุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจเสริมต่อเล็บ-ศิลปะตบแต่งเล็บ ให้เป็นมากกว่าธุรกิจความงาม แต่เราต้องการสร้างมาตรฐานของคำว่า ?ความสวยงาม? ที่มาพร้อมกับคำว่า ?ความปลอดภัย? เพราะเราเชื่อมั่นว่าผู้หญิงรุ่นใหม่เช่นคุณฉลาดที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด สวยที่สุด และปลอดภัยที่สุด ให้ตัวเอง ??????????????? ที่ Pronails Stylish Academy เราให้บริการ และสนับสนุนธุรกิจร้านเล็บอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ ที่ต้องการที่ปรึกษามือโปร เรามีบริการให้คำปรึกษา จัดการฝึกอบรม เทคนิคการตลาดและการขาย การคัดเลือกพนักงาน การจัดการบริหารพนักงานและร้าน นอกจากนี้เรายังมี Pronails Showroom ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ และ อุปกรณ์เสริมต่อเล็บ-เพ้นท์เล็บ แบบ One-Stop-Service ที่ครบวงจรที่สุดไว้บริการคุณ ? ? New layer&#8230; [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>?</p><p>?</p><p><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/HB-156-222-copy5.jpg"><img
class="alignleft size-full wp-image-2709" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/HB-156-222-copy5.jpg" alt="HB 156 222 copy5 ธุรกิจเสริมต่อเล็บ(สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกในสิ่งที่ดีและปลอดภัย)" width="860" height="600" title="ธุรกิจเสริมต่อเล็บ(สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกในสิ่งที่ดีและปลอดภัย)" /></a></p><p>บริษัท บิวตี้ ไซเอ็นซ์ จำกัด เริ่มก่อตั้ง สถาบัน Pronails Stylish Academy มาเป็นเวลา 1 ปี แล้ว</p><p>?Pronails Sty<a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/HB-156-222-copy4.jpg"></a>lish Academy มุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจเสริมต่อเล็บ-ศิลปะตบแต่งเล็บ ให้เป็นมากกว่าธุรกิจความงาม แต่เราต้องการสร้างมาตรฐานของคำว่า ?ความสวยงาม? ที่มาพร้อมกับคำว่า ?ความปลอดภัย? เพราะเราเชื่อมั่นว่าผู้หญิงรุ่นใหม่เช่นคุณฉลาดที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด สวยที่สุด และปลอดภัยที่สุด ให้ตัวเอง</p><p>??????????????? ที่ Pronails Stylish Academy เราให้บริการ และสนับสนุนธุรกิจร้านเล็บอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ ที่ต้องการที่ปรึกษามือโปร เรามีบริการให้คำปรึกษา จัดการฝึกอบรม เทคนิคการตลาดและการขาย การคัดเลือกพนักงาน การจัดการบริหารพนักงานและร้าน นอกจากนี้เรายังมี Pronails Showroom ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ และ อุปกรณ์เสริมต่อเล็บ-เพ้นท์เล็บ แบบ One-Stop-Service ที่ครบวงจรที่สุดไว้บริการคุณ</p><p>?</p><p>?</p><div
style="width: 500px;height: 114px">New layer&#8230;</div><p>?</p><p>?<a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/IMG_3058.jpg"><img
class="alignleft size-medium wp-image-2713" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/IMG_3058-300x224.jpg" alt="IMG 3058 300x224 ธุรกิจเสริมต่อเล็บ(สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกในสิ่งที่ดีและปลอดภัย)" width="340" height="291" title="ธุรกิจเสริมต่อเล็บ(สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกในสิ่งที่ดีและปลอดภัย)" /></a></p><p>?</p><p>?</p><p>?</p><p>หากคุณคือ</p><p>1.เจ้าของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นร้านเสริมสวย ร้านทำผม สตูดิโองานวิวาห์ หรือสปา สนใจอยากเพิ่มส่วนการบริการเสริมต่อเล็บภายในร้าน</p><p>2. ที่ต้องการเริ่มต้นลงทุนธุรกิจร้านเล็บมาตรฐานระดับสากลเป็นของตัวเอง</p><p>3.ผู้ที่ว่างงาน แล้วต้องการหา<a
href="http://www.keajon.com/keajon-freeblog/"target="_self"title="รายได้เสริม" >รายได้เสริม</a> หรือ เริ่มทำธุรกิจของตัวเอง</p><p>ที่&#8230;&#8230;&#8230;..Pronails Stylish Academy</p><p>??????????????? เรามีทีมงานมืออาชีพคอยดูแลปรึกษา และสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบ โดยนำหลักสูตรการเรียนการสอน พร้อมนำเข้าผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่ทำให้เกิดมลภาวะ ไม่มีสารก่อเกิดมะเร็ง</p><p>ไม่ทำลายระบบประสาท ไม่เกิดอาการแพ้ ไม่ทำลายเนื้อเล็บ มาจากประเทศแถบยุโรป เช่น เยอรมัน เบลเยี่ยม แคนาดา ซึ่งเป็นสุดยอดในด้านเทคโนโลยีใหม่ ที่เน้นความปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ทุกตัว ได้รับการรับรอง และ ได้ EDA ในเมืองไทยว่าเป็นสูตรที่ดีมาก</p><p>?</p><p>?</p><p><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/student3.gif"></a></p><p>?<a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/student4.gif"><img
class="alignleft size-full wp-image-2719" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/student4.gif" alt="student4 ธุรกิจเสริมต่อเล็บ(สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกในสิ่งที่ดีและปลอดภัย)" width="220" height="251" title="ธุรกิจเสริมต่อเล็บ(สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกในสิ่งที่ดีและปลอดภัย)" /></a></p><p>?</p><p>?</p><p>พบกับ 3 รูปแบบของการลงทุนในวันนี้ ที่ได้ผลเกินคาด</p><ol><li>ลงทุน 990 บาท เราเตรียมอุปกรณ์ให้ท่านยืมเรียนพร้อม ไม่ต้องเตรียมอะไรมา</li><li>ลงทุน 1,500 บาท นอกจากท่านจะได้เรียนเสริมต่อเล็บจบหลักสูตรแล้ว ท่านยังจะได้รับ ?ฟรีชุดอุปกรณ์ในการต่อเล็บมูลค่า 3,500 บาท? กลับไปบ้านด้วย</li><li>ลงทุน 30,000 บาท โดยที่บริษัทจะจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับแก่พนักงานของท่าน ปีละไม่เกิน 10 คน นอกจากนั้นบริษัทจะเข้าไปร่วมจัดกิจกรรม ณ. จุดบริการของท่าน ไม่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อปี และลูกค้าของศูนย์บริการสามารถซื้อสินค้าในวันสมาชิก ด้วยส่วนลด 15%</li></ol><p>?</p><p>?<a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/Map-new.jpg"><img
class="alignleft size-medium wp-image-2712" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/Map-new-300x171.jpg" alt="Map new 300x171 ธุรกิจเสริมต่อเล็บ(สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกในสิ่งที่ดีและปลอดภัย)" width="567" height="290" title="ธุรกิจเสริมต่อเล็บ(สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกในสิ่งที่ดีและปลอดภัย)" /></a></p><p>?</p><p>ผู้ที่สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</p><p>Pronails Stylish Academy (บริษัทบิวตี้ไซเอ็นซ์ จำกัด)</p><p>176 ซ.รามคำแหง 21 ถ.<a
href="http://www.keajon.com/category/handcraft-idea/"target="_self"title="ดูเนื้อหางานประดิษฐ์" >ประดิษฐ์</a>มนูธรรม วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310</p><p>โทร 02-718-7470 ,086-328-2958,089-894-0612,081-401-5268 และ 089-210-1268</p><p>โทรสาร 02-718-7482 E-mail :Enjoyder_99@hotmail.com</p><p>ติดต่อ คุณสุภาพร ,คุณจันทนา และ คุณกรณิกา</p><div
style="width: 471px;height: 195px">New layer&#8230;</div><p><a
href="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/10/student3.gif"></a></p><div
style="width: 100px;height: 100px">New layer&#8230;</div> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/smart-nail/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>สร้างรายได้เพิ่มกับธุรกิจนมสดปั่น มิลค์มี (milk me)</title><link>http://www.keajon.com/milkme/</link> <comments>http://www.keajon.com/milkme/#comments</comments> <pubDate>Sat, 05 Sep 2009 20:08:40 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[นมสด]]></category> <category><![CDATA[น่าสนใจ]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[สุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[หารายได้]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพที่น่าสนใจ]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/milkme/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SqDd1bGibdI/AAAAAAAAAdo/9GzpPXvHrRo/s320/%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>สร้างรายได้เพิ่มกับธุรกิจนมสดปั่น มิลค์มี (milk me)อาชีพที่น่าสนใจอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด เพราะธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่ม นับวันมีแต่จะยิ่งเติบโต ยิ่งเป็นเครื่องดื่มเกี่ยวกับสุขภาพยิ่งน่าจับตามอง ใครที่สนใจอยากหารายได้เพิ่มจึงไม่ควรพลาด ธุรกิจนมสดปั่น มิลค์มี ลงทุนน้อย กำไรดี ยิ่งช่วงนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ มิลค์มี ได้จัดทำ วีซีดี และคู่มือการดำเนินธุรกิจ จำหน่ายเพียงชุดละ 500 บาท โดยจะมีรายละเอียดการสอนทำ และเคล็ดลับต่างๆเมนูต่างๆที่เป็นที่ยอดนิยมของผู้บริโภค สอนวิธีผสมวิปปิ้งครีม และบอกแหล่งจำหน่ายวัตถุดิบในการทำ รวมทั้งบอกวิธีบริหารจัดการร้าน และบริหารพนักงานขาย เพื่อให้ผู้ประกอบการ ดำเนินธุรกิจได้อย่างดีมีกำไรเงื่อนไขแฟรนไชส์ลงทุนเพียง 35,000 บาท-ไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์รายปี รายเดือน-ได้อุปกรณ์เครื่องปั่นคุณดี ระดับพรีเมี่ยม ราคา 1 หมื่นบาท 1 เครื่อง-ได้รับเคาน์เตอร์ตกแต่งอย่างสวยหรูสามารถขึ้นห้างได้สบาย เคลื่อนย้ายสะดวก-มีหม้อต้มและอุปกรณ์ครบครัน-ขวดโหลทรงสวย ใช้ใส่วัตถุดิบในการทำ ทำให้ดูน่ากิน-ได้รับวัตถุดิบในการขายชุดแรก อย่างละ 1 กก.และนมสด 5 กก.-วิปปิ้งครีมอัดแก๊ส ขนาด 400 กรัม 3 กระป๋อง-ภาชนะในการขายอย่างละ 100 ชุด รวมทั้งหมด 300 ชุด-มีการสอนอบรม [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<a
href="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SqDd1bGibdI/AAAAAAAAAdo/9GzpPXvHrRo/s1600-h/%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1.jpg"><img
id="BLOGGER_PHOTO_ID_5377541864958356946" style="WIDTH: 231px; CURSOR: hand; HEIGHT: 203px" alt="%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1 สร้างรายได้เพิ่มกับธุรกิจนมสดปั่น มิลค์มี (milk me)" src="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SqDd1bGibdI/AAAAAAAAAdo/9GzpPXvHrRo/s320/%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1.jpg" border="0" title="สร้างรายได้เพิ่มกับธุรกิจนมสดปั่น มิลค์มี (milk me)" /></a><br
/><div><a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a>เพิ่มกับธุรกิจนมสดปั่น มิลค์มี (milk me)<br
/>อาชีพที่น่าสนใจอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด เพราะธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่ม นับวันมีแต่จะยิ่งเติบโต ยิ่งเป็นเครื่องดื่มเกี่ยวกับสุขภาพยิ่งน่าจับตามอง ใครที่สนใจอยากหารายได้เพิ่ม<br
/>จึงไม่ควรพลาด ธุรกิจนมสดปั่น มิลค์มี ลงทุนน้อย กำไรดี ยิ่งช่วงนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ มิลค์มี ได้จัดทำ วีซีดี และคู่มือการดำเนินธุรกิจ จำหน่ายเพียงชุดละ 500 บาท โดยจะมีรายละเอียดการสอนทำ และเคล็ดลับต่างๆ<br
/>เมนูต่างๆที่เป็นที่ยอดนิยมของผู้บริโภค สอนวิธีผสมวิปปิ้งครีม และบอกแหล่งจำหน่ายวัตถุดิบในการทำ รวมทั้งบอกวิธีบริหารจัดการร้าน และบริหารพนักงานขาย เพื่อให้ผู้ประกอบการ ดำเนินธุรกิจได้อย่างดีมีกำไร<br
/>เงื่อนไข<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a>ลงทุนเพียง 35,000 บาท<br
/>-ไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์รายปี รายเดือน<br
/>-ได้อุปกรณ์เครื่องปั่นคุณดี ระดับพรีเมี่ยม ราคา 1 หมื่นบาท 1 เครื่อง<br
/>-ได้รับเคาน์เตอร์ตกแต่งอย่างสวยหรูสามารถขึ้นห้างได้สบาย เคลื่อนย้ายสะดวก<br
/>-มีหม้อต้มและอุปกรณ์ครบครัน<br
/>-ขวดโหลทรงสวย ใช้ใส่วัตถุดิบในการทำ ทำให้ดูน่ากิน<br
/>-ได้รับวัตถุดิบในการขายชุดแรก อย่างละ 1 กก.และนมสด 5 กก.<br
/>-วิปปิ้งครีมอัดแก๊ส ขนาด 400 กรัม 3 กระป๋อง<br
/>-ภาชนะในการขายอย่างละ 100 ชุด รวมทั้งหมด 300 ชุด<br
/>-มีการสอนอบรม จนกว่าจะทำเป็น<br
/>-ซื้อวัตถุดิบได้เอง ในราคาต้นทุน ทำให้สามารถลดต้นทุนได้<br
/><br
/>สนใจธุรกิจติดต่อได้ที่<br
/>มิลค์มี นมสดแท้ 100% 121/20 อ่อนนุช 67/1 ประเวศ กรุงเทพฯ โทร. 086-892-5774,081-371-0047<br
/><br
/>**ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง<br
/>สำหรับใครที่อยากลองหารายได้เพิ่มก็ลองติดต่อ สอบถามกันไปได้ เลือกทำเลขายดีๆ รับรองมีลูกค้าแน่นร้าน ขอให้เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยความอดทน ขยัน อดออม<br
/>ภายภาคหน้าก็จะประสบความสำเร็จเอง เอาใจช่วยครับ</div><div><img
width="1" height="1" src="https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3168865836280322765-7185817789066418645?l=idooidea.blogspot.com" title="สร้างรายได้เพิ่มกับธุรกิจนมสดปั่น มิลค์มี (milk me)" alt="3168865836280322765 7185817789066418645?l=idooidea.blogspot สร้างรายได้เพิ่มกับธุรกิจนมสดปั่น มิลค์มี (milk me)" /></div>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/milkme/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>การควบคุมการปนเปื้อน จุลินทรีย์ในผักและผลไม้</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/#comments</comments> <pubDate>Sun, 30 Aug 2009 04:10:36 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[oil]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การปลูก]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[การเพาะ]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ชมพู่]]></category> <category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[ปอก]]></category> <category><![CDATA[ผัก]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[วิธีการทำ]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[อนามัย]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เพาะ]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยง]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 46 นภาพร เชี่ยวชาญ * ผัก และผลไม้เป็นผลิตผลทางการเกษตรที่มีการเสื่อมเสียได้ง่าย การผลิตในระดับอุตสาหกรรมจึงต้องมีการควบคุมที่ดีโดยเริ่มตั้งแต่แหล่งเพาะ ปลูก ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำ GAP (Good Agricultural Practice มาใช้ด้วย) จนกระทั่งผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีความต้องการในการบริโภคผักและผลไม้สดพร้อมบริโภคสูงขึ้น เช่น ผักสลัด ผลไม้บรรจุถาดพร้อมรับประทาน ดังนั้น กระบวนการผลิตจึงต้องผ่านวิธีการที่ทำให้มั่นใจว่าผักและผลไม้นั้นสะอาดและ ปลอดภัยต่อการบริโภค จากรายงานการเกิดการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษจากการบริโภคผักผลไม้ พบว่ามีสาเหตุมาจากผักเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักสลัด ซึ่งมักเป็นผักสดที่ต้องผ่านการจับต้องจากผู้ประกอบอาหาร ดังนั้น ผู้ที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยเป็นอย่าง ยิ่ง แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคอาหารเป็นพิษและมักพบว่าปนเปื้อนมากับ ผักผลไม้พร้อมบริโภค คือ Escherichia coli O157:H7, Listeria monocytogenes, Shigella, Salmonella และไวรัสตับอักเสบเอ (Singh และคณะ, 2002) บทความนี้จะกล่าวถึงสาเหตุของการปนเปื้อนในผักและผลไม้ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการผลิต ดังแสดงในตารางที่ 1 การทราบสาเหตุจะทำให้สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดการปนเปื้อนในระหว่างการปฏิบัติ งานได้ ซึ่งสามารถกล่าวได้โดยละเอียดดังต่อไปนี้ * [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<br/><p>เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 46<br
/> นภาพร เชี่ยวชาญ *</p><p>ผัก และผลไม้เป็นผลิตผลทางการเกษตรที่มีการเสื่อมเสียได้ง่าย การผลิตในระดับอุตสาหกรรมจึงต้องมีการควบคุมที่ดีโดยเริ่มตั้งแต่แหล่งเพาะ ปลูก ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำ GAP (Good Agricultural Practice มาใช้ด้วย) จนกระทั่งผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย<span></span> นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีความต้องการในการบริโภคผักและผลไม้สดพร้อมบริโภคสูงขึ้น เช่น ผักสลัด ผลไม้บรรจุถาดพร้อมรับประทาน ดังนั้น กระบวนการผลิตจึงต้องผ่านวิธีการที่ทำให้มั่นใจว่าผักและผลไม้นั้นสะอาดและ ปลอดภัยต่อการบริโภค จากรายงานการเกิดการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษจากการบริโภคผักผลไม้ พบว่ามีสาเหตุมาจากผักเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักสลัด ซึ่งมักเป็นผักสดที่ต้องผ่านการจับต้องจากผู้ประกอบอาหาร ดังนั้น ผู้ที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยเป็นอย่าง ยิ่ง แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคอาหารเป็นพิษและมักพบว่าปนเปื้อนมากับ ผักผลไม้พร้อมบริโภค คือ Escherichia coli O157:H7, Listeria monocytogenes, Shigella, Salmonella และไวรัสตับอักเสบเอ (Singh และคณะ, 2002) บทความนี้จะกล่าวถึงสาเหตุของการปนเปื้อนในผักและผลไม้ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการผลิต ดังแสดงในตารางที่ 1 การทราบสาเหตุจะทำให้สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดการปนเปื้อนในระหว่างการปฏิบัติ งานได้ ซึ่งสามารถกล่าวได้โดยละเอียดดังต่อไปนี้</p><p>* ภาควิชาวิศวกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี<br
/> การเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว<br
/> นอก จากผักผลไม้จะมีการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีแล้ว ยังมีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อม โดยอาจมาจากดิน น้ำ หรือปุ๋ย (Brackett, 2000) ชนิดของแบคทีเรียที่มักพบในดินและทำให้เกิดโรค คือ Bacillus, Clostridium และ Listeria โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบคทีเรียที่สามารถสร้าง สปอร์ที่ทนต่อความร้อน เช่น Clostridium botulinum และ Clostridium perfringens บริเวณพื้นที่ที่ใช้เลี้ยงสัตว์มักมีจุลินทรีย์<br
/> ที่อาศัยอยู่ในระบบทาง เดินอาหารของสัตว์ปะปนออกมากับสิ่งขับถ่ายของสัตว์ ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคในมนุษย์ ดังนั้น การใช้ปุ๋ยคอกบำรุงพืชอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนสู่อาหาร เช่น มีการตรวจพบแบคทีเรีย Salmonella typhimurium และ Escherichia coli O157:H7 ที่ใบและรากของผักที่ปลูกโดยการใช้ปุ๋ยคอก (Natvig และคณะ, 2002) นอกจากนี้ยังพบว่า Salmonella, Escherichia coli O157:H7 และ Listeria monocytogenes สามารถรอดชีวิตอยู่ในปุ๋ยคอกได้เป็นระยะเวลานาน (Tauxe, 1997 ; Brackett, 1999) ผักผลไม้ต่างชนิดกันจะมีจำนวนและชนิดจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนต่างกัน จำนวนจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนเริ่มต้นจะบ่งถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์สุดท้าย โดยหากมีจุลินทรีย์เริ่มต้นปนเปื้อนในวัตถุดิบมากจะทำให้ผักผลไม้มีคุณภาพ ที่ด้อยลงและมีอายุการเก็บที่สั้นกว่าปกติ (Zagory, 1999)<br
/> พืชหัวซึ่งมี ลำต้นและรากใต้ดิน หรือพืชผักขนาดเล็กที่มีลำต้นเตี้ยและใบอยู่ใกล้พื้นดิน มักพบการปนเปื้อนค่อนข้างสูง อัตราการปนเปื้อนจะสูงขึ้นในฤดูฝน เนื่องจากเมื่อฝนตกเศษดินอาจกระเด็นมาติดตามใบและลำต้นพืช นอกจากนี้การที่เซลล์พืชถูกทำงายจากแมลงหรือนก ทำให้จุลินทรีย์เข้าทำลายเซลล์ได้ง่ายยิ่งขึ้น<br
/> กระบวนการผลิตขั้นต้น<br
/> การ ใช้น้ำในการล้างและกำจัดสิ่งสกปรกที่ผิวผักและผลไม้จะช่วยยืดอายุการเก็บ เพราะช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ที่ผิว การเติมสารฆ่าเชื้อลงในน้ำล้างจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดจุลินทรีย์ ที่ผิวเพิ่มขึ้นประมาณ 100 เท่า (Burnett และ Beuchat, 2001) การฆ่าเชื้อจะมีประสิทธิภาพเพียงใดขึ้นกับกลไกในการทำลายจุลินทรีย์ของสาร นั้นๆ ชนิดจุลินทรีย์ ชนิดของผักผลไม้ และบริเวณที่จุลินทรีย์ยึดเกาะ เช่น บริเวณขั้วของผลไม้หรือบริเวณที่เป็นร่องลึก อย่างเช่น แอปเปิ้ล ชมพู่ ฝรั่ง เป็นต้น ซึ่งสามารถล้างทำความสะอาดได้ยากกว่าบริเวณที่เป็นผิวเรียบ<br
/> โดย ทั่วไปนิยมใช้คลอรีนในการล้างผักและผลไม้ โดยใช้ในรูปของสารละลายไฮโปคลอไรด์ ปริมาณ 50-200 ppm (Active chlorine) อย่างไรก็ตามไม่ควรนำน้ำที่ใช้ในการล้างผักและผลไม้กลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ เพราะจะทำให้มีการสะสมของจำนวนจุลินทรีย์มากขึ้น และเป็นการเพิ่มการปนเปื้อนให้กับตัววัตถุดิบ (Hulland, 1980) สารอินทรีย์ที่สะสมในน้ำจะทำให้ประสิทธิภาพของคลอรีนลดลง นอกจากนี้จุลินทรีย์แต่ละชนิดมีความต้านทานต่อคลอรีนลดลง นอกจานี้จุลินทรีย์แต่ละชนิดมีความต้านทานต่อคลอรีนที่แตกต่างกัน Listeria monocytogenes มีความต้านทานต่อคลอรีนมากกว่า Salmonella และ E. coli O157:H7 (Burnett และ Beuchat, 2001) ส่วนสปอร์ของแบคทีเรียมีความต้านทานต่อคลอรีนสูงกว่าเซลล์ปกติ การเพิ่มปริมาณคลอรีนในน้ำล้างที่นำกลับมาใช้ จึงไม่มีประโยชน์ทั้งยังเป็นการสิ้นเปลือง ค่าใช้จ่าย สำหรับผลไม้ การล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อร่วมกับการขัดถู หรือการแช่ในน้ำร้อน อาจช่วยลดจุลินทรีย์ที่ผิวลงได้<br
/> ตารางที่ 1 : แนวโน้มการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในผักและผลไม้ระหว่างกระบวนการผลิต<br
/> ขั้นตอน	แหล่งของการปนเปื้อน<br
/> การเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยว เช่น การปลูก การเก็บและการมัดแบ่งเป็นกำ	น้ำ มูลสัตว์ การขาดสุขลักษณะที่ดีในการจัดการ<br
/> กระบวนการผลิตขั้นต้น เช่น การล้าง การเคลือบไข การคัด การบรรจุกล่องหรือลังพลาสติก	น้ำล้าง การจับต้องของพนักงานและภาชนะ<br
/> กระบวนการผลิตขั้นสุดท้าย เช่น การหั่น การคั้นน้ำ การปอก	น้ำล้าง การจับต้องของพนักงาน การปนเปื้อนข้าม<br
/> การขนส่ง เช่น การขนส่งโดยใช้รถบรรทุก	รถบรรทุกไม่สะอาด น้ำแข็งที่ใช้<br
/> ที่มา : จาก Tauxe (1997)<br
/> นอก จากสารประกอบคลอรีนแล้ว ยังมีสารอีกหลายชนิดที่นิยมนำมาใช้กับผักและผลไม้ เช่น คลอรีนไดออกไซด์ มีประสิทธิภาพในการยับยั้งจุลินทรีย์ได้หลายชนิด ไม่ทำปฏิกิริยากับสารที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบหรือแอมโนเนียเกิดเป็นคลอ รามีนซึ่งเป็นสารที่เป็นพิษ Food and Drug Administration แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (USFDA) อนุญาตให้ใช้คลอรีนไดออกไซด์ในการล้างผักและผลไม้ (Singh และคณะ, 2002) นอกจากนี้ยังมีการใช้โอโซนซึ่งได้รับการรับรองแล้วว่าเป็นสารที่มีความ ปลอดภัยที่จะนำมาใช้กับอาหาร (Generally Recognized as Safe- GRAS) เพื่อล้างผักและผลไม้ (Xu, 1999) โดยโอโซนสามารถยับยั้งจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคได้ หลากชนิดกว่าคลอรีน<br
/> ผัก ประเภทใบเป็นผักที่มีโอกาสในการปนเปื้อนสูงที่สุด เนื่องจากมีพื้นผิวสัมผัสมากทำให้ง่ายต่อการยึดเกาะของจุลินทรีย์ (NACMCF, 1999) ถึงแม้ว่าการตัดแต่งส่วนที่เน่าเสียออกก่อนการล้างจะช่วยกำจัดจุลินทรีย์ออก บางส่วนก็ตาม แต่การตัดแต่งอาจทำให้เนื้อเยื่อพืชฉีกขาดทำให้จุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนมากับ น้ำหรือสิ่งแวดล้อมสามารถเข้าทำลายได้ง่ายขึ้น ผักและผลไม้บางชนิดไม่สามารถทำความสะอาดโดยวิธีการล้างเนื่องจากมีลักษณะทาง กายภาพที่ค่อนข้างซ้ำได้ง่าย เช่น สตรอเบอร์รี่และพริกหวาน (Green pepper) จึงอาจใช้การฉายรังสีที่ความเข้มต่ำ (Low dose ionizing radiation) (NACMCF, 1999) ทนแทน เพื่อยึดอายุการเก็บ<br
/> กระบวนการผลิตขั้นสุดท้าย<br
/> ดัง ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผักผลไม้มักพบการปนเปื้อนที่ผิวโดยอาจเนื่องมาจากเซลล์อาจเกิดความเสียหาย ตั้งแต่แปลงเพาะปลูกจากการเข้าทำลายของแมลง นก หรือจุลินทรีย์ นอกจากนี้ยังอาจเกิดความเสียหายในระหว่างการเก็บเกี่ยว เมื่อผักผลไม้เข้าสู่กระบวนการผลิต กรรมวิธีการผลิตก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเพิ่มมากยิ่งขึ้น เช่น การปอกผิว การหั่นเป็นชิ้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เซลล์พืชสูญเสียความแข็งแรง สารอาหารภายในเซลล์จึงออกมาภายนอก ทำให้ จุลินทรีย์ที่ผิวพืชสามารถนำไปใช้เพื่อการเจริญและเพิ่มจำนวน หากกำจัดจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคเหล่านี้ไม่หมดในระหว่างกระบวนการผลิต หรือประกอบอาหาร และผู้บริโภครับประทานเข้าไปจะทำให้ผู้บริโภคได้รับโรคอาหารเป็นพิษในที่สุด<br
/> สำหรับ ผลไม้ ผลไม้ส่วนมากมีความเป็นกรดสูงจึงช่วยในการจำกัดการเจริญของจุลินทรีย์ได้ดี กว่า อย่างไรก็ตามยังมีการตรวจพบจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคอยู่ที่บริเวณผิว รอยช้ำหรือรอยแผลที่เกิดขึ้นในระหว่างการเก็บเกี่ยวหรือการเตรียม เช่น การผ่าหรือหั่น ทำให้เกิดการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ไปทั่วบริเวณเนื้อผล อย่างเช่น สตอรเบอร์รี่ ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีเนื้อเยื่อบอบบาง ดังนั้น จึงมักไม่มีการฉีดล้างผลในระหว่างการปลูก การเก็บเกี่ยว และหลังการเก็บเกี่ยว จึงมักพบจุลินทรีย์ที่ผิวในปริมาณค่อนข้างสูง จากงานวิจัยพบว่า E. coli O157:H7 สามารถเจริญบนผิวสตรอเบอร์รี่ที่เก็บที่อุณหภูมิ 10, 5 และ ?20 องศาเซลเซียส ได้เป็นเวลานาน 3 วัน และที่อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง (Yu และคณะ, 2001) นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าแบคทีเรียที่มีความต้านทานต่อความเป็นกรดสูง จะสามารถรอดชีวิตได้ดีกว่าหรือพอๆ กับแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ที่ผิวผลไม้ เนื่องจากภายในเนื้อผลไม้มีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญอย่างเพียงพอ ในขณะที่การเจริญที่ผิวถูกจำกัดโดยปริมาณสารอาหาร ความชื้นที่ต่ำ และการแย่งสารอาหารกัน เนื่องจากมีจุลินทรีย์หลายชนิดที่ผิว</p><p>การขนส่ง<br
/> การ ขนส่งผักผลไม้ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน จะต้องมีการขนส่งที่เหมาะสม โดยส่วนใหญ่จะทำการขนส่งโดยรถที่ควบคุมอุณหภูมิและมีการหมุนเวียนอากาศดี ดังนั้น การจัดเรียงภาชนะบรรจุ ผักผลไม้จะต้องออกแบบให้เอื้อต่อการกระจายลมเย็น นอกจากนี้ผักผลไม้ยังมีการคายความร้อนจากการหายใจ และรถยังมีการดูดความร้อนจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ทำให้อุณหภูมิภายในตู้สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ภาระการทำงานของระบบทำเย็นหนักยิ่งขึ้น หากภายในตู้คอนเทนเนอร์มีการระบายอากาศที่ไม่ดี จะเป็นสาเหตุทำให้ผักผลไม้เสื่อมคุณภาพและเน่าเสียเร็วยิ่งขึ้น (Brackett, 1999)<br
/> สรุป<br
/> การควบคุมการผลิตที่ดีที่สุด คือ การควบคุมกระบวนการเพาะปลูก และการป้องกันพืชจากแหล่งที่อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อน และควรเริ่มต้นทันทีเมื่อวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต กระบวนการผลิตขั้นต้นที่ดีจึงขึ้นกับวิธีการทำความสะอาดวัตถุดิบที่เหมาะสม เพื่อลดการปนเปื้อนที่ผิวให้ได้มากที่สุด ซึ่งขั้นตอนนี้รวมถึง การตรวจสอบวัตถุดิบ การคัดเลือกเอาส่วนเสียออก จนกระทั่งการเปลี่ยนถ่ายภาชนะบรรจุวัตถุดิบเพื่อการขนส่ง ลงสู่ภาชนะบรรจุที่สะอาด นอกจากนี้ยังต้องควบคุมในเรื่องของความสะอาด และการปฏิบัติในระหว่างกระบวนการผลิต การขนส่ง รวมไปถึงร้านค้าที่จำหน่าย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้ยังคงคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับการบริโภค<br
/> เอกสารอ้างอิง<br
/> ? Brackett, R.E. 1999. Incidence, contributing factors and control of bacterial pathogens in produce. Postharvest Biological and Technology 15, 305-311.<br
/> ? Brackett, R.E. 2000. Safe handling of fruits and vegetables, pp. 79-103. In: Farber, J.M., and Todd, E.C.D.(Editors), Safe Handling of Foods. New York; Marcel Dekker, Inc.<br
/> ? Burnett, S.L. and Beuchat, L.R. 2001. Food-borne pathogens : human pathogens associated with raw procuce and unpasteurized juices and difficulties in decontamination. Journal of Industrial Microbiology and Biotechnology 27, 107-110.<br
/> ? Hulland, E.D. 1980. Hygeinic handlanding and the influence of raw material condition, pp. 143-153. In : Jowitt, R. (Editor), Hygienic Design and Operation of Food Plant. Westport : The AVI Publishing Company, Inc. National Advisory Committee o?n Microbiological Criterial for Foods (NACMCF). 1999. Microbiological safety evaluations and recommendations o?n fresh produce. Food Control 10, 117-143.<br
/> ? Natvig, E.E., Ingham, S.C., Ingham, B.H., Cooperband, L.R. and Roper, T.R. 202. Salmonella enterica serovars typhimurim and Escherichia coli contamination of root and leaf vegetables grown in soils with incorporated bovine manure. Applied and Environmental Microbiology 68, 2737-2744.<br
/> ? Singh, N., Singh, R.K., Bhunia, A.K. and Stroshine, R.L. 2002. Effect of inoculation and washing methods o?n the efficacy of different sanitizers against Eshcerichia coli O157:H7. Food Micorbiology 19, 183-193.<br
/> ? Tauxe, R.V. 1997. Emerging foodborne diseases:an evolving public health challenge. Special issue : Emerging Infectious Diseases 3, 425-434.<br
/> ? Xu, L. 1999. Use of ozone to improve the safety of fresh fruits and vegetables. Food Technology 53, 58-63.<br
/> ? Yu, K., Newman, M.C., Archbold, D.D. and Hamilton-Demp, T.R. 2001 Survival of Escherichia coli O157:H7 o?n strawberry fruit and reduction of the pathogen population by chemical agents. Journal Food Protection 64, 1334-1340<br
/> ? Zagory, D. 1999. Effects of post-processing handling and packaging o?n microbial populations. Postharvest Biology and Technology 15, 313-321.</p><p>ที่มา : วารสารจาร์พา ปีที่ 10 ฉบับที่ 73 (กรกฎาคม/สิงหาคม 2546) http://www.charpa.co.th</p>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>การลงทุนในธุรกิจ Apartment</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-apartment/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-apartment/#comments</comments> <pubDate>Mon, 10 Aug 2009 08:04:27 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[บัญชี]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-apartment/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-apartment/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>การลงทุนในธุรกิจ Apartment การที่จะลงทุนสร้าง Apartment ให้เช่า ถ้าผู้ประกอบการมีที่ดินเป็นของตนเอง และมีเงินลงทุนค่าก่อสร้างโดยไม่ต้อง ไปกู้ยืมก็จะไม่มีปัญหาวิตกกังวลใด ๆ แต่ถ้าต้องมีการกู้ยืมเงินเพื่อลงทุน องค์ประกอยต่อไปนี้เช่น การชำระหนี้คืน ระยะเวลาคุ้มทุน ผลตอบแทนการลงทุน และความเสี่ยงใด ๆ ที่จะเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่สถาบันการเงินที่ให้การสนับสนุน ทางการเงินต้องการทราบ ดังนั้นการสร้าง Apartment ให้เช่า ควรสร้างความเชื่อมั่นให้ตนเอง และผู้สนับสนุนทางการเงิน โดยการวางแผน การพัฒนาโครงการ ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาว่าโครงการ Apartment ที่จะสร้างให้ประสบความสำเร็จควรคำนึงถึง ปัจจัยต่างๆ ดังนี้ 1. ทำเลที่ตั้ง (Location) ของโครงการ Apartment การพิจารณาว่าทำเลที่ตั้งดีหรือไม่ โดยพิจารณาจาก ที่ตั้งโครงการอยู่ในเขตชุมชน อยู่ริมถนน หรือใกล้ถนนใหญ่ ใกล้ ตลาด การเดินทางสะดวกมีรถโดยสารประจำทางผ่าน หรือใกล้สถานีรถไฟฟ้า( ในเขตกรุงเทพฯ) อยู่ในซอยลึกเกิน ไปหรือไม่ ทางเข้าออกเงียบและเปลี่ยวหรือไม่ การเดินทางเข้าออกของผู้เช่าลำบากหรือไม่ มีสิ่งอำนวยความสะดวก มากน้อยแค่ไหน 2. กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Target [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><span>การลงทุนในธุรกิจ Apartment</p><p>การที่จะลงทุนสร้าง Apartment ให้เช่า ถ้าผู้ประกอบการมีที่ดินเป็นของตนเอง และมีเงินลงทุนค่าก่อสร้างโดยไม่ต้อง ไปกู้ยืมก็จะไม่มีปัญหาวิตกกังวลใด ๆ แต่ถ้าต้องมีการกู้ยืมเงินเพื่อลงทุน องค์ประกอยต่อไปนี้เช่น การชำระหนี้คืน ระยะเวลาคุ้มทุน ผลตอบแทนการลงทุน และความเสี่ยงใด ๆ ที่จะเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่สถาบันการเงินที่ให้การสนับสนุน ทางการเงินต้องการทราบ</p><p>ดังนั้นการสร้าง Apartment ให้เช่า ควรสร้างความเชื่อมั่นให้ตนเอง และผู้สนับสนุนทางการเงิน โดยการวางแผน<br
/> การพัฒนาโครงการ ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาว่าโครงการ Apartment ที่จะสร้างให้ประสบความสำเร็จควรคำนึงถึง ปัจจัยต่างๆ ดังนี้</p><p>1. ทำเลที่ตั้ง (Location) ของโครงการ Apartment<br
/> การพิจารณาว่าทำเลที่ตั้งดีหรือไม่ โดยพิจารณาจาก ที่ตั้งโครงการอยู่ในเขตชุมชน อยู่ริมถนน หรือใกล้ถนนใหญ่<br
/> ใกล้ ตลาด การเดินทางสะดวกมีรถโดยสารประจำทางผ่าน หรือใกล้สถานีรถไฟฟ้า( ในเขตกรุงเทพฯ) อยู่ในซอยลึกเกิน ไปหรือไม่ ทางเข้าออกเงียบและเปลี่ยวหรือไม่ การเดินทางเข้าออกของผู้เช่าลำบากหรือไม่ มีสิ่งอำนวยความสะดวก มากน้อยแค่ไหน</p><p>2. กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Target Group)<br
/> ต้องพิจารณาว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นใคร มีปริมาณท่าไหร่ ความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยประเภท Apartment<br
/> ยังมีอยู่หรือไม่ พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายต้องการเปลี่ยนไปอยู่อพาร์ทเม้นท์ใหม่ที่มีราคาค่าเช่าเท่าเดิม ต้องการหรือ ไม่ต้องการอะไร</p><p>3 . คู่แข่ง<br
/> อพาร์ทเม้นท์ที่มีอยู่ในบริเวณนั้นมีเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ อัตราการเข้าพักอาศัย ระดับราคาค่าเช่า ค่าน้ำ<br
/> ค่า ไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ที่เรียกเก็บจากผู้เช่า สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มีให้ นำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้กับโครงการ Apartment ที่จะก่อสร้าง</p><p>4. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง Apartment<br
/> จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ<br
/> 4.1 ส่วนที่เกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร<br
/> การก่อสร้างอาคารจะต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับเช่น</p><p>พรบ. ผังเมือง ที่ดินที่จะก่อสร้างอยู่ในพื้นที่สีอะไร สามารถก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยประเภท Apartment ได้หรือไม่<br
/> พร บ. ควบคุมอาคาร เกี่ยวกับการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ขนาดของอาคารที่จะก่อสร้างได้จะขึ้นอยู่กับ ความกว้างของถนนที่ติดพื้นที่ก่อสร้าง เนื่องจากมีพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร กำหนด ให้ต้องมีระยะล่น ในการก่อสร้างและจำกัดความสูงของอาคาร ดังนี้</p><p>อาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้ถนนสาธารณะที่มีความกว้างน้อยกว่า 6 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนน สาธารณะอย่างน้อย 3 เมตร<br
/> อาคารที่ก่อสร้างใกล้ถนนสาธารณะที่มีความกว้างน้อยกว่า 10 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนนสาธารณะอย่างน้อย 6 เมตร<br
/> อาคาร ที่ก่อสร้างใกล้ถนนสาธารณะที่มีความกว้างตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป แต่ไม่เกิน 20 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากเขตถนนสาธารณะอย่างน้อย 1 ใน 10 ของความกว้างของถนนสาธารณะถ้าถนนสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า 20 เมตรขึ้นไป ให้ร่นแนวอาคารห่างจากเขตถนนสาธารณะอย่างน้อย 2 เมตร</p><p>โดย การก่อสร้างอาคารจะมีความสูงไม่เกิน 2 เท่าของความกว้างของถนนรวมกับระยะล่น เช่น พื้นที่ ที่จะก่อสร้างอพาร์ทเม้นท์ด้านหน้าติดถนนกว้าง 6 เมตร ดังนั้นการก่อสร้างอาคารจะต้องมีระยะล่น<br
/> ไม่ต่ำกว่า 3 เมตรจากที่ดินส่วนที่ติดกับถนน (อาคารที่ก่อสร้างใกล้ถนนสาธารณะที่มีความกว้างน้อย<br
/> กว่า 10 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนนสาธารณะอย่างน้อย 6 เมตร) ดังนั้นการก่อสร้างอพาร์ทเม้นท์จะสูงได้ไม่เกิน 16 เมตร (6 + 3 = 9 เมตร X 2 เท่า = 18 เมตร) เป็นต้น<br
/> ตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้าง ได้กำหนดให้ภายในอาคารต้องมีทางเดินภายในอาคาร กรณีอาคารที่ถูกสร้างมีการสร้างห้อง 2 ฝั่ง ทางเดินภายในอาคารต้องกว้าง 2 เมตร แต่ถ้ากรณีอาคารที่ถูกสร้างมีการสร้างห้องฝั่งเดียว ทางเดินภายในอาคารต้องกว้าง 1.5 เมตร ส่วนพื้นที่ห้องขึ้นอยู่กับความกว้างยาวของแต่ละห้อง</p><p>ตามพระราช บัญญัติควบคุมการก่อสร้าง ได้กำหนดให้มีพื้นที่จอดรถ 120 ตร.ม.ต่อรถ 1 คัน ดังนั้นถ้ามีพื้นที่ใช้สอยรวมภายในอาคารที่ก่อสร้าง 1,200 ตร.ม. จะต้องจัดให้มีพื้นที่จอดรถ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภายในอาคาร หรือพื้นที่ภายนอกอาคาร 10 คัน</p><p>ในส่วนนี้ยังมีข้อปลีกย่อยอีกมากที่ต้องพิจารณาครับ ในที่นี้ขอเสนอเพียงเท่านี้ก่อนครับ</p><p>4.2 ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร Apartment<br
/> หลังจากที่ก่อสร้างเสร็จแล้วก็จะเป็นส่วนของการบริหารจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่น</p><p>พร บ. สิ่งแวดล้อม ถ้า Apartment ที่ก่อสร้างมีขนาดมากกว่า 80 ห้องต้องทำรายงานศึกษาผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ในการขออนุญาตเปิดใช้อาคาร<br
/> พรบ. หอพัก มีหลักเกณฑ์กำหนดว่า อพาร์ทเม้นท์ ที่อยู่ในข่ายต้องจดทะเบียนเป็น หอพัก และอยู่ในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะต้องดำเนินกิจการเข้าข่าย และครบทั้งสาม ประเด็นต่อไปนี้</p><p>1. มีการจัดสถานที่ขึ้นเพื่อรับผู้พัก เช่น มีห้องนอน และเครื่องใช้ในการหลับนอน ห้องน้ำ และห้องส้วม<br
/> 2. เจ้าของมีเจตนารับผู้พักเพื่อเอาค่าตอบแทน<br
/> 3. รับผู้พัก ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และอยู่ในระหว่างการศึกษาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง</p><p>อพาร์ท เม้นต์ที่ดำเนินกิจการครบทั้ง 3 ข้อนี้ต้องจดทะเบียน หอพัก หากอพาร์ทเม้นท์ใด แม้จะดำเนิน กิจการคล้ายคลึงข้างต้น แต่เข้าข่ายไม่ครบทั้งสามประเด็น ขาดประเด็นที่สำคัญ คือ รับผู้พักที่มิได้อยู่ใน ระหว่างการศึกษาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ก็มิต้องจดทะเบียนขึ้นอยู่ในความดูแลของ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ<br
/> 5. การก่อสร้าง<br
/> ค่าก่อสร้าง<br
/> สถาปนิก และวิศวกรจะบอกข้อมูลเบื้องต้นของค่าก่อสร้าง โดยคิดเป็นตารางเมตร เช่น ต้นทุนค่าก่อสร้างจะคิดเป็น ต่อตารางเมตรเช่น 7,500 บาทต่อตร.ม. (ไม่รวมงานระบบลิฟท์) แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับวัสดุตกแต่ง นอกจากนี้ยัง มีค่าออกแบบ ค่าควบคุมงานก่อสร้างอีก<br
/> การควบคุมการก่อสร้าง<br
/> ผู้ประกอบ การควรพิจารณาตรวจสอบให้ระยะเวลาการก่อสร้างเป็นไปตามแผน เพราะถ้าระยะเวลาการก่อสร้างไม่เป็น ไปตามที่กำหนด ผู้ประกอบการอาจได้รับรายได้ล่าช้ากว่ากำหนด แต่ต้องชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยแล้ว และอาจ กลายเป็นปัญหาขึ้นมาได้</p><p>6. การดำเนินการ<br
/> รายจ่าย<br
/> เมื่อ ก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการบริหาร ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นของการทำ Apartment จะประกอบไปด้วย ค่าจ้างพนักงานต่างๆ เช่น ยาม พนักงานทำความสะอาด ค่าทำบัญชี ค่าทำป้ายโฆษณา และประชาสัมพันธ์โครงการ ค่าใช้จ่ายส่วนกลางเช่นค่าไฟฟ้าส่วนกลาง เป็นต้น<br
/> รายรับ<br
/> ผู้ประกอบการ ต้องพิจารณาอัตราการเข้าพักของผู้เช่าห้องว่าจะมีสัดส่วนเท่าใด ในแต่ละช่วงเวลา เช่น คาดว่าจะมีผู้เช่า ห้องพัก ประมาณ 50% ในช่วง 6 เดือนแรก หลังจากนั้นจะเพิ่มเป็น 70% ของจำนวนห้อง อัตราการเข้าพักนี้จะมีผล ต่อรายได้ ในแต่ละเดือนของผู้ประกอบการ เพราะนอกจากรายได้จากค่าเช่าห้องแล้วยังมีรายได้จากค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และค่าโทรศัพท์ด้วย การประมาณการรายรับที่ดีจะทำให้ควบคุมรายจ่ายในส่วนของการดำเนินงานได้ด้วย</p><p>7. ผลตอบแทนที่จะได้รับและระยะเวลาคืนทุน<br
/> เมื่อสามารถประเมิน เงินลงทุนในการก่อสร้างอพาร์ทเม้นท์ รายรับ และรายจ่ายที่จะมีขึ้นในอนาคตได้แล้วว่าเป็นจำนวน เท่าใด ก็จะทำให้ทราบถึงผลตอบแทนจากการลงทุนสร้างอพาร์ทเม้นท์และระยะเวลาคืนทุนกี่ ปี ซึ่งต้องใช้วิธีทางการเงิน มาคำนวณ โดยคิดถึงเรื่องมูลค่าของเงินพิจารณาจากรายได้ รายจ่าย และค่าก่อสร้าง สมมุติว่าผลตอบแทนที่ได้รับเป็น 12% คืนทุนภายใน 10 ปี ซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับต้องนำไปเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับควรสูง กว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้</p><p>ผลสรุปของ การวิเคราะห์ ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในธุรกิจ Apartment จะทำให้ ผู้ประกอบการรู้ถึงความเป็นไปได้ของการลงทุนในธุรกิจนี้ ทำให้ทราบว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ </span></p>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-apartment/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>Twitter:มุ่งสร้างกำไรจาก?เครือข่ายทางสังคม?</title><link>http://www.keajon.com/twitter%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e2%80%98%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7/</link> <comments>http://www.keajon.com/twitter%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e2%80%98%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7/#comments</comments> <pubDate>Mon, 10 Aug 2009 08:04:25 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ความสุข]]></category> <category><![CDATA[ทำเงิน]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[นิตยสาร]]></category> <category><![CDATA[บันเทิง]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[รายการ]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[สมัครงาน]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[หารายได้]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มรายได้]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/twitter%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e2%80%98%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/twitter%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e2%80%98%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>แปลจาก?Tweeting all the way to the bank? ในนิตยสาร ?ดิอีโคโนมิสต์? 23 กรกฎาคม 2009 โดย ประชาไท เครือข่ายทางสังคมสามารถทำเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากการเชื่อมต่อหลายล้านครั้งได้หรือไม่? เมื่อ ใดก็ตามที่ผู้ก่อตั้ง Twitter ถูกถามถึงรายได้ที่พวกเขาคาดหวังว่าจะสร้างขึ้นจากสิ่งสร้างสรรค์นี้ พวกเขาจะเฉไฉ ในการตอบคำถามแต่ก็ด้วยความสุภาพ อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ พวกลักลอบเจาะข้อมูลหรือแฮ็กเกอร์ได้ปล่อยเอกสารรั่วออกมา หลังจากที่สามารถเข้าไปในอีเมล์ส่วนตัวของพนักงาน Twitter รวมทั้งอีเมล์ของภรรยาของหนึ่งในผู้ก่อตั้ง บรรยากาศของเว็บบล็อกจึงเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบเซ็งแซ่ จากเอกสารที่ หลุดออกมามีตารางรายการแสดงตัวเลขรายได้ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 140 ล้านเหรียญสหรัฐภายในสิ้นปี 2010 เพิ่มจาก 4.4 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ Twitter แจ้งว่า เอกสารนี้เป็นเอกสารเก่าที่ใช้ไม่ได้แล้ว แต่มันก็ได้แสดงให้เห็นว่า เจ้าของบริษัทเชื่อว่า Twitter มีศักยภาพในการทำเงินได้จริง ความเชื่อมั่นของพวกเขาไม่ใช่เรื่อง น่าประหลาดใจ ในปัจจุบัน คิดว่ามีผู้ใช้ Twitter ประมาณ 23 ล้านคน และเครือข่ายทางสังคมอื่นๆ ซึ่งสมาชิกจำนวนมากเช่นกันก็คือ Facebook [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><span>แปลจาก<a
href="http://www.economist.com/businessfinance/displaystory.cfm?story_id=14098313" target="blank">?Tweeting all the way to the bank?</a><br
/> ในนิตยสาร ?ดิอีโคโนมิสต์? 23 กรกฎาคม 2009<br
/> โดย ประชาไท</p><p>เครือข่ายทางสังคมสามารถทำเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากการเชื่อมต่อหลายล้านครั้งได้หรือไม่?</p><p>เมื่อ ใดก็ตามที่ผู้ก่อตั้ง Twitter ถูกถามถึงรายได้ที่พวกเขาคาดหวังว่าจะสร้างขึ้นจากสิ่งสร้างสรรค์นี้ พวกเขาจะเฉไฉ ในการตอบคำถามแต่ก็ด้วยความสุภาพ อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ พวกลักลอบเจาะข้อมูลหรือแฮ็กเกอร์ได้ปล่อยเอกสารรั่วออกมา หลังจากที่สามารถเข้าไปในอีเมล์ส่วนตัวของพนักงาน Twitter รวมทั้งอีเมล์ของภรรยาของหนึ่งในผู้ก่อตั้ง บรรยากาศของเว็บบล็อกจึงเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบเซ็งแซ่</p><p>จากเอกสารที่ หลุดออกมามีตารางรายการแสดงตัวเลขรายได้ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 140 ล้านเหรียญสหรัฐภายในสิ้นปี 2010 เพิ่มจาก 4.4 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ Twitter แจ้งว่า เอกสารนี้เป็นเอกสารเก่าที่ใช้ไม่ได้แล้ว แต่มันก็ได้แสดงให้เห็นว่า เจ้าของบริษัทเชื่อว่า Twitter มีศักยภาพในการทำเงินได้จริง</p><p>ความเชื่อมั่นของพวกเขาไม่ใช่เรื่อง น่าประหลาดใจ ในปัจจุบัน คิดว่ามีผู้ใช้ Twitter ประมาณ 23 ล้านคน และเครือข่ายทางสังคมอื่นๆ ซึ่งสมาชิกจำนวนมากเช่นกันก็คือ Facebook หนึ่งในเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดพร้อมกันกับ MySpace ของบริษัท News Corporation สมาชิกของ Facebook เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 100 ล้านคนในเดือนสิงหาคม 2008 ไปเป็นราว 250 ล้านคนในปัจจุบัน ด้วยจำนวนของคนที่ออนไลน์ทั่วโลกซึ่งคาดว่าจะเพิ่มจาก 1,500 คนในปัจจุบันไปเป็น 2,200 ล้านคนภายในปี 2013 จากข้อมูลของบริษัทวิจัย Forrester Research และเครือข่ายจำนวนมากเหล่านี้ก็จะเติบโตดั่ง ?Topsy?</p><p>เครือ ข่ายเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่งผลกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ เปลี่ยนทิศทางการใช้งบโฆษณาก้อนใหญ่ของตน โอกาสในอนาคตนี้สร้างความกระหายแก่นักลงทุน มาร์ค แอนเดรสเซ่น ผู้เป็นที่รู้จักกันดีของ Silicon Valley ผู้มีส่วนแบ่งในทั้ง Twitter และ Facebook เชื่อว่า ภายใน 5 ปี รายได้ของ Facebookจะสูงถึงหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากราว 500 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ การลงทุนใน Facebook เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทรัสเซียได้ประเมินมูลค่าของ Facebook ไว้ที่ 6,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะเดียวกัน นักลงทุนร่วมในกิจการใหม่ๆ ได้ใส่เงินลงทุนเข้าไปในการพัฒนาโปรแกรมใช้งานต่างๆ สำหรับชุมชนออนไลน์เหล่านี้ (ผู้ใช้ Twitter สามารถหาโปรแกรมจากที่อื่นๆ โดยไม่ต้องเข้าหน้าเว็บ twitter)</p><p>แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนชี้ว่า แม้เครือข่ายทางสังคมสามารถดักจับจินตนาการอันเป็นที่นิยมของผู้ใช้บริการ ไว้ได้ แต่ผู้จัดการซึ่งบริหารเครือข่ายเหล่านี้ต้องเผชิญปัญหาอ่อนไหวว่า ทำอย่างไรการทำธุรกิจจึงมีความสมดุล กล่าวคือ พวกเขาต้องจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนสมาชิกโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าของเครือข่ายทั้งจากสมาชิกที่มีอยู่ และผู้ที่มีโอกาสเป็นสมาชิกในภายหน้าด้วย</p><p>ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็น ที่ต้องทดลอง แนวทางต่างๆ เพื่อหาเงินลงทุนต่อความเติบโตในระยะยาวของบริษัท แต่ถ้าพวกเขากดดันให้เกิดรายได้ในระยะสั้นมากเกินไป ก็อาจเสียลูกค้าไป ทำลายเครือข่ายทางสังคมลง และมันเป็นการปล่อยให้สายเกินแก้ต่อการทำมันให้มันมีมูลค่าเป็นเงินและ ธุรกิจก็อาจล้มลง</p><p>MySpace ซึ่งถูกซื้อโดยบริษัท News Corp ในปี 2005 มีเรื่องราวเตือนไว้เป็นข้อควรระวังคือ มันได้เติบโตอย่างรวดเร็วจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเว็บไซต์เน้นสมาชิกผู้สนใจ ดนตรีจนไปสู่เครือข่ายที่มีสมาชิกหลายหลายยิ่งขึ้น แต่ในการขยายธุรกิจ Myspace ใช้เวลามากเกินไปในการวิ่งหารายได้ และมีการปรับปรุงน้อยเกินไปในนำเสนอบริการต่างๆ ออนไลน์ จนในปัจจุบัน มันกำลังสูญเสียผู้ใช้บริการไป รวมทั้งโฆษณาอีกด้วย</p><p>บริษัทวิจัย eMarketer ประมาณการณ์ว่า ในปีนี้ MySpace จะมีโฆษณาเข้ามาเป็นมูลค่า 495 ล้านเหรียญสหรัฐจากในสหรัฐอเมริกาเอง ซึ่งเป็นมูลค่าที่ลดลง 15 % จากปีที่แล้ว ในเดือนมิถุนายน Owen Van Natta ผู้บริหารคนใหม่ของเว็บไซต์ ประกาศแผนลดพนักงานจำนวนหลายร้อยคนในส่วนงานปฏิบัติการที่มีความเทอะทะ เขาถูกคาดหวังในวงกว้างว่าจะนำ MySpace กลับไปสู่รากเดิมของตนในด้านความบันเทิง</p><p>ผู้บริหารของเครือข่าย อื่นๆ เน้นว่า ความสำคัญอันดับต้นคือการรักษาลูกค้าให้มีความสุข แต่พวกเขาก็ยอมรับว่า ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้ต้องมุ่งความสนใจไปที่การ<a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a> เว็บไซต์บางแห่ง เช่น LinkedIn เครือข่ายทางอาชีพ ซึ่งช่วยสมาชิกในเรื่องอาชีพและการงาน เว็บไซต์นี้ได้สร้างรายได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกันกับการขายโฆษณาสมัครงาน เว็บไซต์เก็บค่าธรรมเนียมผู้ใช้ บริการในบริการที่เกี่ยวกับอาชีพ และเก็บค่าธรรมเนียมจากบริษัทต่างๆ สำหรับการใช้ซอร์ฟแวร์แบบเฉพาะกลุ่มที่สามารถช่วยให้พวกเขาระบุถึงตัวผู้ สมัครงานที่มีคุณสมบัติได้<br
/> สำหรับ LinkedIn แล้ว เศรษฐกิจขาลงเป็นโอกาสในการดึงส่วนแบ่งทางธุรกิจจากคู่แข่งที่อ่อนแอกว่า โดยบริษัทมีกำไรมาตั้งแต่ปี 2007 Steve Sordello หัวหน้าพนักงานการเงินของบริษัทกล่าว</p><p>เครือข่ายทางสังคมที่มีฐาน กว้างกว่า เช่น Facebook และ Twitter ลังเลที่จะเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้บริการ ดังนั้น Facebook จึงมุ่งความสนใจหารายได้จากการตลาดมากยิ่งขึ้นในเว็บไซต์ มันมีโอกาสที่ยิ่งใหญ่อยู่ที่นี่ แต่ในปัจจุบันงบประมาณทางการตลาดที่กระจัดกระจายจำนวนน้อยมากถูกจัดสรรให้ แก่เครือข่ายทางสังคมเหล่านี้ ทั้งที่เครือข่ายทางสังคมเต็มไปด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมายเกี่ยวกับ ความชอบและไม่ชอบของผู้ใช้บริการ<br
/> อย่างไรก็ตาม เครือข่ายเหล่านี้มีความเสียเปรียบอยู่ก็คือ โดยปกติ ผู้ใช้บริการอยากออกไปสังสรรค์ข้างนอกกับเพื่อนๆในเวลาที่พวกเขากำลังออ นไลน์ และมักจะไม่สนใจโฆษณาที่เข้ามาในขณะที่พวกเขากำลังนินทากันอยู่ ดังนั้น เครือข่ายทางสังคมถูกมองว่า เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าเว็บไซต์ค้นหา เช่น Google ซึ่งผู้ใช้บริการหาข้อมูลในหัวข้อที่เฉพาะเจาะจง และมักจะคลิกโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ตนสนใจ สิ่งนี้ช่วยอธิบายว่า เหตุใดผู้ลงโฆษณาจึงจ่ายเงินจำนวนน้อยนิดให้กับ จำนวน ?เพจวิว? ของเครือข่ายทางสังคม</p><p>ต่อประเด็นนี้ Facebook กำลังทดลองการเป็นโฮสต์ของรูปแบบโฆษณาซึ่งสามารถให้บริษัทต่างๆ สามารถจู่โจมเข้ามาด้วยข้อความพูดคุยทางออนไลน์ภายในเครือข่ายทางสังคม แต่โดยไม่ทำให้ผู้ใช้บริการเสียอารมณ์ ซึ่งหวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น Facebook ยังได้ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้จากการค้าออนไลน์ ทั้งนี้การค้าออนไลน์เป็นแหล่งรายได้แหล่งใหญ่สำหรับเครือข่ายทางสังคมของ เอเชียอยู่แล้ว ด้วยการตัดราคาทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่การ์ดอวยพรอิเลคทรอนิกส์ไปจนถึงเกม ดิจิตอล</p><p>ในเดือนมิถุนายน Facebook เริ่มเปิดตัวระบบเครดิตที่ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถจ่ายเงินซื้อสินค้า ดิจิตอลและบริการต่างๆ ในเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น และเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราต่ำในการโอนเงินแต่ละครั้ง Sheryl Sandberg หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของ Facebook กล่าวว่า ขอบคุณสำหรับความริเริ่มในการมีโฆษณาและการค้าออนไลน์ ในปีนี้ เครือข่ายทางสังคมนี้ อยู่ในแนวทางที่จะเพิ่มรายได้ถึง 70%</p><p>ส่วน Twitter ล่ะ? ในการนำโฆษณาเข้ามาอยู่ในการส่งข้อความในเครือข่ายของ Twitter ด้วยข้อความขนาดสั้นจำกัดความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษรจึงไม่น่าดึงดูดใจต่อผู้ใช้บริการ หนทางเสี่ยงที่ดีกว่า อาจเป็นการเก็บค่าธรรมเนียมบริการพิเศษกับผู้ใช้บริการที่เป็นบริษัทธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น อาจเก็บค่าธรรมเนียมจากบริษัทธุรกิจในการตรวจสอบความถูกต้องของตัวผู้ใช้ที่ เป็นบริษัทซึ่งส่งข้อความใน Twitter เพื่อให้ผู้ใช้บริการอื่นๆ ที่สนใจในโฆษณานั้น สามารถติดตามข้อความที่โพสต์มาและสามารถรู้ได้ว่า เป็นข้อความที่แท้จริงจากบริษัทนั้นๆ นอกจากนี้ Twitter ยังสามารถพัฒนาเครื่องมือทางสถิติอย่างง่ายในการวัดความมีประสิทธิภาพของการ ส่งข้อความของบริษัทในการเพิ่มยอดขายอีกด้วย</p><p>นักวิเคราะห์บางคนได้ เตือนว่า หากเครือข่ายทางสังคมเหล่านี้ไม่ฉลาดขึ้นในการสร้างรายได้ด้วยตัวเอง เครือข่ายทั้งหลายเสี่ยงที่จะเห็นโอกาสในการได้เงินของตนหลุดไปยังบริษัทที่ ตั้งขึ้นใหม่โดยมีนักลงทุนร่วมความเสี่ยงหนุนหลัง มีการการประมาณการณ์ว่า นักพัฒนาที่กำลังสร้างแอพพลิเคชั่นสำหรับใช้ใน Facebook อาจจะนำรายได้มาลงทุนเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับตัวเว็บไซต์เอง</p><p>ใน รายงานที่ตีพิมพ์ในเดือนพฤษภาคม บริษัทวิจัย ContentNext Media สรุปว่า Facebook ควรจะคิดถึงตัวเองในฐานะเป็นห้างสรรพสินค้า และเริ่มต้นเก็บเงิน ?ค่าเช่า? จากนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับการจะอยู่ในระบบปฏิบัติการของ Facebook ส่วน Twitter ก็อาจต้องการทำตามเช่นเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงนี้อาจนำมาซึ่งเงินสดอย่างเหลือเฟือ แม้ว่ามันจะปรากฏให้เห็นนิดหน่อยว่า&#8230;เอ่อ&#8230;เป็นการต่อต้าน (เครือข่าย) ทางสังคม</span></p>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/twitter%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e2%80%98%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>เบื้องหลังความสำเร็จของโตโยต้า</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad/#comments</comments> <pubDate>Mon, 10 Aug 2009 08:03:47 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การออกแบบ]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ข้าว]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[จุดเด่น]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[บันเทิง]]></category> <category><![CDATA[บำบัด]]></category> <category><![CDATA[ประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[ศิลปะ]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[อัตโนมัติ]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เบื้องหลังความสำเร็จของโตโยต้า เริ่มต้นขึ้นในปี 2499 ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์เซลส์ จำกัด นับเป็นโตโยต้าสาขาแรกที่ก้าวออกมาเติบโตนอกตลาดประเทศญี่ปุ่น โดยดำเนินกิจการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทั้งรถยนต์นั่ง และรถบรรทุกซึ่งรถยนต์ในยุคแรกๆ ที่โตโยต้านำเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย อาทิ TOYO-ACE, STOUT,MS 40, DA, LAND CRUISER โตโยต้าได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน จึงได้จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขึ้นในปี 2505 ด้วยทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 11.8 ล้านบาท มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพฯ ขณะนั้นมีผู้แทนจำหน่ายจำนวน 13 แห่ง 2 ปีต่อมา โรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกได้ถูกจัดสร้างขึ้นบนพื้นที่เขตสำโรงเหนือเพื่อ ประกอบรถยนต์โดยนำเข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์สำเร็จรูป (CKD) รถที่ประกอบขึ้นรุ่นแรกคือTOYOTA DYNA JK 170, TIARA, STOUT, PUBLICA (UP 10), DA, CORONA RT40 ขณะที่โรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 2 [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><span>เบื้องหลังความสำเร็จของโตโยต้า เริ่มต้นขึ้นในปี 2499 ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์เซลส์ จำกัด นับเป็นโตโยต้าสาขาแรกที่ก้าวออกมาเติบโตนอกตลาดประเทศญี่ปุ่น โดยดำเนินกิจการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทั้งรถยนต์นั่ง และรถบรรทุกซึ่งรถยนต์ในยุคแรกๆ ที่โตโยต้านำเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย อาทิ TOYO-ACE, STOUT,MS 40, DA, LAND CRUISER</p><p>โตโยต้าได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน จึงได้จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขึ้นในปี 2505 ด้วยทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 11.8 ล้านบาท มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพฯ ขณะนั้นมีผู้แทนจำหน่ายจำนวน 13 แห่ง</p><p>2 ปีต่อมา โรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกได้ถูกจัดสร้างขึ้นบนพื้นที่เขตสำโรงเหนือเพื่อ ประกอบรถยนต์โดยนำเข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์สำเร็จรูป (CKD) รถที่ประกอบขึ้นรุ่นแรกคือTOYOTA DYNA JK 170, TIARA, STOUT, PUBLICA (UP 10), DA, CORONA RT40</p><p>ขณะที่โรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 2 ถูกสร้างขึ้นในปี 2518 ในเขตสำโรงใต้พร้อมทั้งสร้างโรงบำบัดน้ำเสียมูลค่า 10 ล้านบาท ต่อมาได้ติดตั้งระบบ CATION E.D.P.(Electro Deposit Painting) พร้อมด้วยระบบแขนกลอัตโนมัติ (Swing Arm AutoLoading) ในกระบวนการผลิตเป็นรายแรกในประเทศไทย</p><p>ปี 2531 โตโยต้าย้ายกองบัญชาการใหญ่จากถนนสุรวงศ์มาปักหลักที่สำโรงคอมเพล็กซ์ พร้อมวางแผนการก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้น มีประสิทธิภาพในการผลิตสูงด้วยกำลังการผลิตในขณะนั้น 100,000 คันต่อปี</p><p>และอาจเป็นช่วงเริ่มต้นในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์เมืองไทย</p><p>เมื่อโรงงานสร้างแล้วเสร็จ โตโยต้าได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ในปี 2540 เป็นโรงงานที่ได้รับการยอมรับว่าทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย อาคเนย์</p><p>ที่นี่คือจุดกำเนิดของรถยนต์โตโยต้า โซลูน่า โครงการที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของวิศวกรชาวไทย และญี่ปุ่นในการออกแบบ</p><p>ตลอดระยะเวลานับตั้งแต่โตโยต้ารุกเข้าสู่ตลาดเมืองไทย ความทุ่มเทของโตโยต้าคือ ความพยายามที่จะตอบสนองความต้องการสูงสุดของลูกค้า ทั้งในกระบวนการผลิตระดับมาตรฐานโลก เทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงการสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพการบริการ การมุ่งพัฒนาบุคลากร และการขยายกิจการ</p><p>ปัจจุบัน TOYOTA กลายเป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์ชั้นนำของประเทศไทย ที่มีทุนจดทะเบียน 7,520 ล้านบาท ทำตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มรถยนต์นำเข้า CBU (CompleteBuilt-Up) ได้แก่ LEXUS, CROWN, CELICA, LAND CRUISER PRADO, HIAGEและ COMUTER</p><p>กลุ่มรถยนต์ประกอบในประเทศ CKD (Complete Knock-Down) ได้แก่ HILUXTIGER, SOLUNA VIOS, COROLLA ALTIS, CAMRY, WISH และ DINA ที่ผลิตโดยHINO (Thailand)</p><p>มีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 240,000 คันต่อปี จากโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า สำโรง สำหรับผลิตถยนต์ HILUX TIGER 140,000 คันต่อปี และจากโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ สำหรับผลิตรถยนต์ COROLLA ALTIS, SOLUNA VIOS, CAMRYและ WISH ด้วยกำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี</p><p>มีพนักงานบริษัทกว่า 5,000 คน มีเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 89 แห่ง 241 โชว์รูมมีเครือข่ายสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน 151 ราย</p><p>สิ่งที่เป็นการแสดงถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะการเติบโตของ อุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทย คือ เครือข่ายของบริษัทในเครือที่โตโยต้าโยงใยเชื่อมต่อกันไว้ถึง 7แห่ง ได้แก่ บริษัท โตโยต้า ออโต้ บอดี้ ประเทศไทย จำกัด (TABT), บริษัท โตโยต้าบอดี้ เซอร์วิส จำกัด (TBS), บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (TLT),บริษัท โตโยต้า ทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด (TTT), บริษัท เทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า จำกัด (TAT), บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด (RRC) และบริษัท ไทย ออโต้เวิร์ค จำกัด (TAW)</p><p></span><span><strong>วิถีโตโยต้า วิถีผู้นำเกม</strong></span><span></p><p>ช่วงเวลาที่ถือว่าโตโยต้าเข้มแข็งมากที่สุดในตลาดเมืองไทย คือ ช่วงปลายทศวรรษที่ 4 ต่อเนื่องมาถึงต้นทศวรรษที่ 5 หรือประมาณปี 2544 &#8211; 2547 ทั้งในเรื่องของตัวโปรดักต์ และกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดแบบ IMC ที่โตโยต้าพยายาม Breakinto Style มาตั้งแต่การทำตลาดในรุ่น TOYOTA COROLLA ALTIS</p><p>เริ่มต้นจากการใช้ Celebrity ระดับฮอลลีวู้ดอย่าง &#8220;แบรด พิทท์&#8221; และ &#8220;บริทนีย์ สเปียร์ส&#8221; ให้กับ COROLLA ALTIS นอกจากจะสร้างกระแส Talk of theTown ให้กับตัวสินค้าได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ใหม่ให้กับของBrand Positioning ของโตโยต้าที่ต้องถูกยกระดับให้สูงขึ้น ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์ที่ดูดีมีระดับ</p><p>Brand Positioning ของโตโยต้าถูกยกระดับให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อ NEWCAMRY ปรากฏโฉมพร้อมการยกระดับขึ้นเทียบรุ่นรถหรูระดับพรีเมียม MERCEDES BENZ C-Class ที่สำคัญโตโยต้า ตอกย้ำภาพลักษณ์ใหม่ด้วยสโลแกน &#8220;เปลี่ยนผู้อื่นให้เป็นผู้ตาม&#8221; จนกลายเป็นคำพูดที่ฮิตติดปากอยู่พักใหญ่</p><p>ในช่วงนั้น โตโยต้าได้รับการยอมรับว่า มีความพร้อมที่สุดทั้งในเรื่องความสมบูรณ์แบบของตัวโปรดักต์รถยนต์ และกลยุทธ์การสื่อสารการตลาด ที่โตโยต้าระดมทุกรูปแบบการสื่อสารมาผสมผสานกันแบบ IMC (Integrated Marketing Communication)</p><p>แม้จะไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด แต่ประมาณคร่าวๆ ได้ว่า ในแต่ละปีโตโยต้าอาจมีการใช้เม็ดเงินเพื่อการสื่อสารการตลาดไม่น้อยกว่า 300 &#8211; 400 ล้านบาท</p><p>Brand Image ที่ดูดีมีระดับมากขึ้นของโตโยต้าเมืองไทย ยังสะท้อนได้จากนโยบายการทำตลาดของรถหรูเลกซัส เมื่อในปี 2545 แบรนด์เลกซัส ถูกกำหนดให้เป็นรถธงในการทำตลาดรถพรีเมียมของโตโยต้า โดยมี &#8220;เลกซัส กรุ๊ป&#8221; หน่วยงานพิเศษในองค์กรโตโยต้าเป็นผู้ดูแลเรื่องการทำตลาด</p><p>ภาพความหรูหรามีระดับของแบรนด์เลกซัสถูกผูกติดไว้กับแบรนด์โตโยต้า เพราะการทำตลาดเลกซัสในเมืองไทยอยู่ภายใต้ร่มเงาของโตโยต้า ไม่ได้แยกตัวออกมาเป็นอีกบริษัทหนึ่งเหมือนการทำตลาดในสหรัฐอเมริกา</p><p>สิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคมั่นใจในแบรนด์ของโตโยต้า ก็คือราคาขายต่อของรถยนต์มือสอง ที่แต่เดิมก็เป็นที่ยอมรับในตลาดรถมือสองอยู่แล้ว โตโยต้ายังตอกย้ำจุดแข็งนี้ด้วยการเปิดธุรกิจรถยนต์มือสองในชื่อ TOYOTA SURE เพื่อให้บริการลูกค้าที่ต้องการซื้อรถยนต์ราคาถูก และยังช่วยการันตีราคาขายต่อของรถโตโยต้าในอนาคต ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น</p><p>โตโยต้ายังเป็นค่ายรถยนต์ที่ได้ชื่อว่ามีความพร้อมในเรื่องเครือข่ายการจัด จำหน่ายค่อนข้างสูง ซึ่งนโยบายของโตโยต้าจะให้การสนับสนุนดีลเลอร์ ทั้งด้านตัวสินค้าในระดับราคาที่สามารถแข่งขันได้อย่างสมเหตุสมผล รวมถึงการสนับสนุนด้านโฆษณา ส่งเสริมการขายในลักษณะ National Advertising</p><p>พร้อมทั้งการมีบริษัทลีสซิ่ง TLT (TOYOTA Leasing Thailand) ที่คอยช่วยเหลือในเรื่องการเงินให้กับลูกค้า รวมถึงการสนับสนุนในเรื่องเทคโนโลยีโนว์ฮาว และระบบการจัดการต่าง ๆ อีกมากมาย</p><p>คุณไพบูลย์ ไวความดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ผู้บริหารระดับสูงเบอร์ 1 ในฝั่งผู้บริหารคนไทย เล่าให้ฟังว่า การ LaunchProduct ในแต่ละเซ็กเม้นต์ โตโยต้าจะยึดหลักการทำแบบ Customize โดยดูจากTarget Customer เป็นหลัก และดูจาก Timing หรือรอบระยะเวลาของแต่ละรุ่น แต่ละโมเดล</p><p>&#8220;เพราะการ Launching Product จะค่อนข้าง Sensitive กับการตัดสินใจของลูกค้า ยกตัวอย่าง การเปิดตัวไฮลักซ์ วีโก้ เราไม่สามารถตอบได้ว่าจะเปิดตัวในอินโดนีเชียเมื่อไหร่ เพราะข้อมูลนี้จะกระทบตลาดอินโดนีเชีย กระทบกับพฤติกรรมของลูกค้าในการตัดสินใจ ทุกค่ายไม่ใช่เฉพาะเราจะต้องนึกถึงเรื่องของ Timingในการเปิดตัวสินค้า เพราะเป็นเรื่องที่ Sensitive กับการดำเนินธุรกิจ&#8221;</p><p>&#8220;ความท้าทาย คือ ต้องออกแบบวันนี้ ต้องขายพรุ่งนี้ ต้องฉับไว ต้องคิดล่วงหน้าคิดถูกต้องและใกล้เคียง ถ้านานสิบปีก็คงคาดการณ์ได้ลำบาก แต่ถ้าหนึ่งคืนก็คงคาดการณ์ได้ถูกต้อง แม่นยำ มากขึ้น ดังนั้นความท้าทายในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำยังไงให้เวลามันสั้น ยิ่งสั้นยิ่งดี เพราะจะทำให้เราสามารถทำนายความต้องการของลูกค้า สภาวะแวดล้อมต่าง ๆ แม่นยำมากขึ้น&#8221;</p><p>โตโยต้ามองว่า ด้วยแนวคิดในการบริการที่ &#8220;พร้อมจะมอบความพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยประกันการสร้างคุณภาพในทุกกระบวนการ&#8221; ผสานกับความมุ่งมั่นของเหล่าพนักงานโตโยต้า คือ เบื้องหลังความสำเร็จของโตโยต้า ที่ผลักดันให้บริษัทฯ ครองความเป็นอันดับหนึ่งของผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง</p><p>คุณไพบูลย์ เสริมว่า ในแง่ของการบริหารงานบุคคล ขึ้นกับปัจจัยหลายๆ อย่างที่เป็นองค์ประกอบของธุรกิจ ธุรกิจไฮเทค ธุรกิจที่มีการทำวิจัยพัฒนาอาจต้องใช้ด็อกเตอร์จำนวนมาก ในระบบโตโยต้าสายงานหลักต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้มีคุณวุฒิเฉพาะ</p><p>&#8220;ที่สำคัญเราเน้นเรื่องของ On the job training ค่อนข้างมาก โตโยต้ามีความเชื่อในเรื่องนี้มาก ปฏิบัติมาแล้วได้ผล On the job training เป็นเรื่องของการให้เรียนรู้จากงาน ประกอบกับว่าโตโยต้ามี Corporate Culture เราเรียกว่า DNA ที่ซึมซับเข้าไปในทุก ๆ คน รวมทั้งผู้แทนจำหน่ายของเราด้วย</p><p>Corporate Culture มีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือ Continue improvementการพัฒนา หรือการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง หรือทำอะไรแล้วต้องทำให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆไม่มีวันหยุด หรือบอกว่าพอใจแล้ว เรื่องที่2 Respect for people การเคารพบุคลากรที่เกี่ยวข้องในงาน คือ การสร้างทีมเวิร์ค เราจะเน้นเรื่องทีมเวิร์ค การแชร์ข้อมูล เราถือว่าทุกคนสำคัญต้องได้รับข้อมูลทัดเทียมกัน Communication การฟังความคิดเห็น นี่คือTeamwork spirit เราเรียกเป็น DNA ของโตโยต้าจะอยู่ในสายเลือดของทุกคน&#8221;</p><p><strong>Thailand Innovation Base</strong></p><p>สิ่งหนึ่งที่ทำให้โตโยต้าสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ การใช้แนวทางปฏิบัติแบบวิถีแห่งโตโยต้า (Toyota Way) เป็นการเปลี่ยนโลกอุตสาหกรรมได้ด้วยระบบการผลิตแบบ Toyota Production System (TPS) ควบคู่ไปกับ Lean System</p><p>ส่งผลให้โตโยต้าโดดเด่นในแง่การเป็น Cost Advantage และสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างคล่องตัว ซึ่งนโยบายการทำตลาดของโตโยต้าได้เชื่อมต่อกันทั้งในระดับDomestic &#8211; Regional และ Global ว่าหากมองในแง่ของตัวองค์กร จะเห็นว่าโตโยต้ามีการทำงานร่วมกันมากทั้งในระดับ Global, region และ Domestic</p><p>โดยเฉพาะตลาดเมืองไทย โตโยต้าค่อนข้างให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นรากฐานที่สำคัญของโตโยต้า ขณะเดียวกันก็เป็นตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง</p><p>สิ่งที่กำลังทำให้โตโยต้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คือ ความพยายามในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต และการออกแบบรถยนต์ ที่ไม่ได้คำนึงถึงเฉพาะรูปลักษณ์ แต่ยังรวมถึงเรื่องวิธีปฏิบัติ และการบริการลูกค้า ที่ต้องมีความสอดคล้องกันแต่ละตลาด เป็นจุดสำคัญของการแข่งขันในยุคนี้</p><p>ในแง่ยอดขายโตโยต้าทั่วโลก ประเทศไทยอาจมียอดจำหน่ายรวมอยู่ในอันดับ 3 แต่หากมองในแง่ของตัวองค์กรของ &#8220;โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย&#8221; ก็มีนัยะสำคัญอยู่หลายประการ โดยเฉพาะความสำคัญในการเป็นฐานการผลิตของโครงการ IMV และเป็นโครงการแรกที่โตโยต้านำระบบการจัดการเรื่องการลดต้นทุนมาใช้กับ โครงการผลิตรถกระบะ</p><p>เป็นเหตุผลที่โตโยต้าเลือกเมืองไทยเป็นฐานการผลิตรถกระบะ เพราะหากไม่นับรวมสหรัฐอเมริกา เมืองไทยจะเป็นตลาดรถปิกอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นตลาดฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพ รวมถึงการมีเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนอยู่เป็นจำนวนมาก</p><p>โครงการ IMV (Innovative International Multi Purpose Vehicle)จึงถือกำเนิดขึ้น ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท โดยมี &#8216;ไฮลักซ์ วีโก้&#8217; เป็นโปรดักต์นำร่องที่โตโยต้าจะใช้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเจาะผู้บริโภค ทุกกลุ่มเป้าหมายในระดับ Mass Market</p><p>โครงการ IMV จึงเป็นโครงการที่หักเหบทบาทของโตโยต้า ประเทศไทย ให้ยกระดับขึ้นสู่นัยะสำคัญในระดับที่เรียกได้ว่าเป็น Second Large Production Base นอกประเทศญี่ปุ่นที่ใหญ่รองจากอเมริกา ด้วยปริมาณการผลิตรถยนต์ที่เกือบจะถึงระดับครึ่งล้านคัน ซึ่งในมุมของภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ถือว่า Global Scale</p><p>ปลายปี 2548 โตโยต้าประกาศความสำเร็จหลังครบรอบ 1 ปี IMV Projectด้วยการสร้างยอดขายในประเทศสูงถึง 1.77 แสนคัน เป็นยอดจำหน่ายที่เกิดจากอิทธิพลของไฮลักซ์วีโก้ และฟอร์จูนเนอร์</p><p>ด้วยศักยภาพการผลิตที่เพิ่มมากขึ้นกว่า 2.8 แสนคัน จากโครงการ IMV ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมาโตโยต้ามียอดการส่งออกเติบโตสูงขึ้นกว่า 188.3% คิดเป็นมูลค่าการส่งออกรวม 116,531 ล้านบาท เป็นการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 151,868 คัน แน่นอนว่าในจำนวนนี้เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากการส่งออกรถในโครงการ IMV</p><p>ปัจจุบันรถยนต์สำเร็จรูป และชิ้นส่วนอะไหล่ในโครงการ IMV ถูกส่งไปกว่า 90ประเทศทั่วโลก นับเป็นอีกความภาคภูมิใจหนึ่งของโตโยต้า (ประเทศไทย)</p><p><strong> &#8220;VIGO&#8221; New Hero Project</strong></p><p>การมีผลิตภัณฑ์ที่มากถึง 18 รุ่น ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ และเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โตโยต้าครอบคลุมได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นรถหรูอย่างเลกซัส หรือคัมรี ไล่มาจนถึงกลุ่มรถราคาประหยัดอย่างวีออส รถเพื่อการพาณิชย์ ประเภทรถตู้ รถกระบะ และรถกระบะดัดแปลง แถมยังได้กำลังเสริมจากฮีโน่ และไดฮัทสุ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ก็ยิ่งทำให้โตโยต้ามีโปรดักต์ที่หลากหลาย สนองตอบทุกกลุ่มเป้าหมายในตลาดได้อย่างแท้จริง</p><p>นับจากอดีต โตโยต้าประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องกับการทำตลาดในรถยนต์แต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นใหญ่ที่มีคัมรีเป็นตัวหลัก หรือในกลุ่มระดับกลางก็มีโคโรลล่า ต่อเนื่องมาถึงนิวโคโรลล่า แบบปรับโฉมหมดจดถอดด้ามใน ทั้งในรุ่นอัลติส และนิว อัลติสหรือรถเล็กในกลุ่มวีออส ที่โตโยต้าเคลมว่าเป็นรถราคาประหยัด รวมไปถึงกลุ่มรถกระบะไฮลักซ์ที่ขายดีต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กับเวอร์ชั่น &#8220;ไฮลักซ์ วีโก้&#8221;</p><p>การกำเนิดไฮลักซ์ วีโก้ ส่งผลให้ยอดจำหน่ายรถกระบะของโตโยต้าขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนกว่า 50 &#8211; 60% ของยอดจำหน่ายรวมในแต่ละเดือน เป็นตัวเลขที่มาจากรถยนต์ในโครงการ IMV</p><p>ไฮลักซ์ วีโก้ ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของนโยบายสำคัญ 3 ประการ คือ ความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ที่มีคุณภาพสูง แข็งแกร่ง ทนทาน เหนือกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่น ๆ พร้อมความสะดวกสบาย และปลอดภัยสูงสุด ที่สำคัญต้องมีเทคโนโลยีที่คุ้มค่าในราคาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นนโยบายที่ใช้ได้ผลมาแล้วในสหรัฐอเมริกา</p><p>พร้อมการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใส่ไว้ในตัวโปรดักต์ เช่น เทคโนโลยีโครงสร้างนิรภัย GOA ผนวกกับความโดดเด่นของเครื่องยนต์ D4D คอมมอนเรล จุดเด่นเรื่องศักยภาพการประหยัดน้ำมัน และความสามารถในการบรรทุกจากขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น</p><p>สิ่งเหล่านี้ กลายเป็น Value Added ที่ทำให้ตัวไฮลักซ์ วีโก้ มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น กระทั่งเกิดกระแสวีโก้ฟีเวอร์ ด้วยสถิติยอดจองสูงกว่า 5.4 หมื่นคัน ในเวลาเพียง1 เดือน</p><p>ปลายปี 2548 โตโยต้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มรถกระบะด้วยเลขตัวรวมกว่า 1.77 แสนคัน เพราะได้อานิสงส์ความแรงของรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งเป็นกระบะดัดแปลงที่มียอดขายกว่า 3.27 หมื่นคัน ส่งผลให้โตโยต้าสามารถก้าวสู่ความเป็นผู้นำทั้ง 3 ตลาดได้แก่ ตลาดรวม ตลาดรถยนต์นั่ง และตลาดรถกระบะได้เป็นครั้งแรก</p><p>กลางเดือนมกราคม 2549 โตโยต้าปลุกแนวรบตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กในประเทศไทย ด้วยการส่งยาริส ลงเจาะตลาดรถหรูในกลุ่ม Sub Compact ชูจุดเด่นสไตล์ HatchBack Design หวังเจาะกลุ่มเป้าหมาย Younger Generation โดยเลือกใจกลางย่านสยามสแควร์เป็นสถานที่จัดกิจกรรม ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน Yaris&#8230;Be Groovy เนื่องจากสยามสแควร์เป็นแหล่งรวมของกลุ่มเป้าหมายใหญ่ของยาริส</p><p>โตโยต้าตั้งเป้ายอดจำหน่ายหนนี้ไว้กว่า 35,000 คันต่อปี หรือเดือนละ 3,000 คันในช่วง 3 เดือนแรก และเพียงแค่ออกสตาร์ท ยาริสก็สามารถพิสูจน์ตัวเองด้วยการสร้างยอดจองได้กว่า 5,000 คัน ในเดือนแรก</p><p>ยาริสมาพร้อมกับการเปิดตัว &#8220;The Style by Toyota&#8221; Edutainment Centerแห่งใหม่ใจกลางสยามแควร์ เพื่อตอกย้ำความชัดเจนในการที่โตโยต้ากำลังโฟกัสไปสู่กลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของเยาวชนคนรุ่นใหม่อายุ 17- 21 ปี และคนทำงานในช่วงอายุ 22 ปีขึ้นไป ที่ต้องการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ในแบบ Edutainment ด้านเทคโนโลยียานยนต์และข่าวสารแวดวงศิลปะ การบันเทิงแขนงต่าง ๆ</p><p>ความสำเร็จของโตโยต้า พิสูจน์ได้จากรายงานยอดจำหน่ายที่มีปรากฏให้เห็นเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งก่อนวิกฤตเศรษฐกิจโตโยต้าสามารถสร้างยอดขายสูงสุดได้เป็นประวัติการณ์ใน ปี 2539 ก่อนจะปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ และขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2545</p><p>กระทั่งปี 2548 โตโยต้ามียอดจำหน่ายรวมสูงถึง 277,955 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดราว 39.5%</p><p>สิ้นปี 2549 โตโยต้าประมาณการยอดขายรถยนต์ในตลาดรวมอาจสูงถึง 735,000คัน และกว่า 40% เป็นสัดส่วนการขายที่มาจากค่ายโตโยต้า คิดเป็นจำนวน 295,000 คัน</p><p>ขณะที่ยอดจำหน่ายรวมรถกระบะอาจขยับสูงขึ้นเป็น 180,000 คัน แต่โตโยต้าจะสามารถครองส่วนแบ่งในตลาดกระบะมากเป็นอันดับ 1 เหมือนเช่นปีที่ผ่านมาหรือไม่นั้น</p><p>นี่คือความท้าทายครั้งใหม่ เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งของโตโยต้าในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย</p><p>ที่มา : คอลัมน์ กว่าจะถึงวันนี้ / TOYOTA Thailand<br
/> (26 ก.ค.-สยามรัฐ)</span></p>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>กว่าจะถึงวันสิ้นเดือน เรื่องจริงของชีวิตลูกจ้างมืออาชีพ</title><link>http://www.keajon.com/true-life/</link> <comments>http://www.keajon.com/true-life/#comments</comments> <pubDate>Fri, 31 Jul 2009 13:59:44 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[จุดประกายอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[ชีวิตลูกจ้าง]]></category> <category><![CDATA[ประหยัด]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[มนุษย์เงินเดือน]]></category> <category><![CDATA[รายได้พิเศษ]]></category> <category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=1618</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/true-life/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.tpif.or.th/board/news_showimage.php?table=data&amp;No=83" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>30 มิถุนายน 2551 ไชโย เงินเดือนออกแล้ว ไปกดดูในเครื่องเอทีเอ็มเห็นมีเงินเข้ามา 13,600 บาทแล้ว รอดตายแล้วเรา &#160; 1 กรกฎาคม 2551 ไปห้างสรรพสินค้าตอนเลิกงาน ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาตุนไว้ที่หอพัก 4 แพ็ค ใครจะรู้ว่าเดือนนี้อะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตฉัน อาจจะเงินหมดกระเป๋าจนอาทิตย์สุดท้ายต้องต้มบะหมี่กินอย่างเดียวก็ได้ ไม่ประมาทไว้เป็นดี ไปกินหมูกะทะฉลองเงินเดือนออก นานๆทีจะได้กินของที่อยากกินแบบนี้ ค่าใช้จ่ายวันนี้ รวมราคาบะหมี่ ค่าหมูกะทะตอนเย็น ค่าอาหารเช้ากับกลางวัน ค่ารถเมล์ ค่ารถสองแถวเข้าซอย = 420 บาท &#160; &#160; 2 กรกฎาคม 2551 เจ้านายใช้ให้ไปอบรมแทนที่สาธรตอนบ่าย ตั้งใจจะนั่งรถเมล์ออกจากบริษัทตอนเที่ยงและหาข้าวกินกลางทางจะได้ทันช่วงบ่ายไม่ต้องรีบมาก แต่กลายเป็นว่าเจ้านายสั่งงานด่วนให้ทำตอนสาย กว่าจะทำเสร็จก็เที่ยงครึ่ง ต้องเปลี่ยนแผนเป็นขึ้นรถแท๊กซี่จากบางพลัดไป ลงรถหน้าโรงแรมแล้วต้องมองซ้ายขวาหาร้านอาหารแถวนี้กินแบบด่วนๆ ไม่อยากเชื่อว่าอาหารแถวนี้แพงเหลือเกิน (ที่จริงก็แพงทุกที่นั่นแหละ) สุดท้ายไปได้ร้านบะหมี่ละแวกนั้นกินสยบความหิวแล้วเดินเข้าโรงแรมไปด้วยเหงื่อเต็มตัว นั่งหลับระหว่างฟังอบรมที่แสนน่าเบื่อ ตอนเย็นนั่งรถเมล์กลับบ้าน ค่าใช้จ่ายวันนี้ รวมค่าเดินทางทุกประเภท ค่าอาหารทุกมื้อ = 385 บาท &#160; 3 [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
style="float: left;" src="http://www.tpif.or.th/board/news_showimage.php?table=data&amp;No=83" alt=" กว่าจะถึงวันสิ้นเดือน เรื่องจริงของชีวิตลูกจ้างมืออาชีพ" width="343" height="227" title="กว่าจะถึงวันสิ้นเดือน เรื่องจริงของชีวิตลูกจ้างมืออาชีพ" />30 มิถุนายน 2551</p><p>ไชโย เงินเดือนออกแล้ว ไปกดดูในเครื่องเอทีเอ็มเห็นมีเงินเข้ามา 13,600 บาทแล้ว</p><p>รอดตายแล้วเรา</p><p>&nbsp;</p><p>1 กรกฎาคม 2551</p><p>ไปห้างสรรพสินค้าตอนเลิกงาน ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาตุนไว้ที่หอพัก 4 แพ็ค ใครจะรู้ว่าเดือนนี้อะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตฉัน อาจจะเงินหมดกระเป๋าจนอาทิตย์สุดท้ายต้องต้มบะหมี่กินอย่างเดียวก็ได้ ไม่ประมาทไว้เป็นดี</p><p>ไปกินหมูกะทะฉลองเงินเดือนออก นานๆทีจะได้กินของที่อยากกินแบบนี้</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ รวมราคาบะหมี่ ค่าหมูกะทะตอนเย็น ค่าอาหารเช้ากับกลางวัน ค่ารถเมล์ ค่ารถสองแถวเข้าซอย = 420 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>2 กรกฎาคม 2551</p><p>เจ้านายใช้ให้ไปอบรมแทนที่สาธรตอนบ่าย   ตั้งใจจะนั่งรถเมล์ออกจากบริษัทตอนเที่ยงและหาข้าวกินกลางทางจะได้ทันช่วงบ่ายไม่ต้องรีบมาก แต่กลายเป็นว่าเจ้านายสั่งงานด่วนให้ทำตอนสาย กว่าจะทำเสร็จก็เที่ยงครึ่ง ต้องเปลี่ยนแผนเป็นขึ้นรถแท๊กซี่จากบางพลัดไป ลงรถหน้าโรงแรมแล้วต้องมองซ้ายขวาหาร้านอาหารแถวนี้กินแบบด่วนๆ ไม่อยากเชื่อว่าอาหารแถวนี้แพงเหลือเกิน (ที่จริงก็แพงทุกที่นั่นแหละ) สุดท้ายไปได้ร้านบะหมี่ละแวกนั้นกินสยบความหิวแล้วเดินเข้าโรงแรมไปด้วยเหงื่อเต็มตัว</p><p>นั่งหลับระหว่างฟังอบรมที่แสนน่าเบื่อ ตอนเย็นนั่งรถเมล์กลับบ้าน</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ รวมค่าเดินทางทุกประเภท ค่าอาหารทุกมื้อ = 385 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>3 กรกฎาคม 2551</p><p>นั่งทำงานอยู่ดี ๆ เพื่อนร่วมงานที่ทำขนมคุกกี้ขายเป็น<a
href="http://www.keajon.com/keajon-freeblog/"target="_self"title="รายได้เสริม" >รายได้เสริม</a> เอาคุกกี้มาเร่ขายตามโต๊ะ</p><p>?อร่อยนะ ไม่ซื้อไม่เป็นไร ชิมดูก่อนก็ได้?</p><p>?เอาถุงนึงก็ได้? พูดไปด้วยความใจดีมีน้ำใจ</p><p>?ขอบใจมากนะเพื่อน เอ้านี่ถุงนึง ร้อยยี่สิบบาท?</p><p>?หา! คุกกี้นี่ถุงละร้อยยี่สิบเหรอ??</p><p>เพื่อนทำหน้าหุบทันที ?ใช่ อร่อยนะ ใคร ๆ ในบริษัทก็ชอบ แต่ถ้าเธอยังไม่มีเงินจะผ่อนกับเราวันละยี่สิบบาทก็ได้?</p><p>??????</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทางไป-กลับ ค่าอาหารทุกมื้อ และค่าคุกกี้ = 290 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>4 กรกฎาคม 2551</p><p>เลิกงานกลับหอ แวะกินข้าวแล้วกดเงินระหว่างทางมาจ่ายค่าหอพัก ลงรถสองแถวหน้าตึกเห็นป้าเจ้าของหอพักนั่งหน้าแฉล้มรออยู่</p><p>?จ่ายค่าหอพักจ้ะ?</p><p>?ดีๆ? ป้าเจ้าหอหอพักยิ้ม ?เอ้านี่เงินทอนนะ อ้อลืมบอกไป เดือนหน้าป้าขอขึ้นค่าเช่าห้องอีกเดือนละ 300 นะ?</p><p>?อ้าว ทำไมขึ้นล่ะป้า?</p><p>?โธ่หนู ข้าของทุกวันนี้มันแพงไปหมดแล้ว ขืนไม่ขึ้นค่าหอพักนี่ก็อยู่ไม่รอด?</p><p>?แต่หอพักมันไม่ได้กินข้าวกินน้ำมันนี่ ตึกก็สร้างเสร็จตั้งนานแล้ว?</p><p>?เอาหน่า จะอยู่หรือไม่อยู่ ถ้าไม่ชอบก็ไปเช่าหออื่น?</p><p>????? อยู่ก็ได้?</p><p>?งั้นตกลงเดือนหน้าจ่ายค่าหอเพิ่มอีกสามร้อยนะ?</p><p>??????</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าหอพักรายเดือน = 3,677 บาท (นี่เลือกหอพักราคาถูกก้นซอยแล้วนะ) ยังไม่ทันพ้นอาทิตย์แรกก็หมดไปเกือบห้าพันแล้ว?.</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>5 กรกฎาคม 2551</p><p>ไปห้างสรรพสินค้า ซื้อสบู่แชมพูมาเตรียมแทนของเก่าที่ใกล้หมดขวด ซื้ออาหารปรุงสำเร็จกลับมากินที่หอพัก</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ซื้อของที่ห้างฯ = 445 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>6 กรกฎาคม 2551</p><p>กบดานอย่างเงียบเชียบในหอพัก กินอาหารเก่าที่ซื้อมาจากห้างเมื่อวาน ตอนเย็นออกไปกินข้าวและซื้อนิตยสารมาอ่าน</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าอาหารเย็นและค่านิตยสาร = 95 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>7 กรกฎาคม 2551</p><p>ทำงานเงียบ ๆ แต่เงี่ยหูฟังคนคุยกันจับความได้ว่าบริษัทอาจขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานเพื่อสู้สภาพข้าวยากหมากแพงในยุคนี้ (ไชโย!)</p><p>ตรงดิ่งกลับหอพัก เย็นนี้กินอาหารดีนิดหนึ่งฉลองข่าวดี!</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร = 220 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>8 กรกฎาคม 2551</p><p>จ่ายค่าโทรศัพท์มือถือตอนพักเที่ยง</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ = 630 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>9 กรกฎาคม 2551</p><p>นั่งทำงานอยู่เงียบๆ เพื่อนพนักงานถือซองผ้าป่าเดินผ่านมา และหยุดยืนข้างๆโต๊ะ&#8230;..</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ทำบุญผ้าป่า = 275 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>10 กรกฎาคม 2551</p><p>ทำงานตามปกติ กินอยู่อย่างเจียมตัว</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ = 165 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>11 กรกฎาคม 2551</p><p>ไปร่วมงานแต่งงานเลขานุการบริษัทที่โรงแรมย่านศาลาแดงหลังเลิกงาน</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ รวมค่าเดินทางไปกลับบริษัทและโรงแรม ค่าอาหารเช้ากับเที่ยง</p><p>เงินใส่ซองงานแต่งงาน = 715 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>12 กรกฎาคม 2551</p><p>จ่ายค่าซักรีดผ้ารายเดือน แวะซื้อผ้าอนามัยกับน้ำดื่มที่ร้านสะดวกซื้อ กลับมานอนดูทีวีที่ห้องทั้งวัน</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าอาหาร ค่าซักรีด ซื้อข้าวของ = 580 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>13 กรกฎาคม 2551</p><p>ซื้ออาหารมาทำกินเองที่หอพัก พรุ่งนี้ตั้งใจจะห่อข้าวจากหอไปกินที่ทำงาน ก่อนนอนแวะร้านอินเตอร์เน็ตใต้หอเพื่อหางานใหม่ทำแต่ยังไม่พบ</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าวัตถุดิบ ค่าอาหาร ค่าร้านอินเตอร์เน็ต = 145 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>14 กรกฎาคม 2551</p><p>ทำงานตามปกติ กินอยู่อย่างเจียมตัว ( โอ๊ย! ทำไมอยู่ ๆ ปวดฟัน)</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ = 170 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>15 กรกฎาคม 2551</p><p>ก่อนเที่ยงมีเพื่อนต่างแผนกมาหา บอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดเพื่อนอีกคนในออฟฟิต จะมีเลี้ยงข้าวเที่ยงกันที่ร้านสุกี้ อยากให้ไปกันเยอะ ๆ ไม่มีปัญหาหรอก&#8230;. เรื่องกินฟรีชอบอยู่แล้ว</p><p>มันเป็นมื้อเที่ยงที่อร่อยมาก ดีจัง&#8230; นาน ๆ จะได้กินของอร่อยแบบนี้ ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ!</p><p>กินเสร็จเรียกพนักงานมาคิดเงินที่โต๊ะ พนักงานกดเครื่องคิดเลขแล้วบอก ?สามพันสามร้อยเก้าสิบหาบาทค่ะ ราคาลดแล้วค่ะ?</p><p>เพื่อน ๆ ทุกคนหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา</p><p>?แหม&#8230;. กินซะอิ่ม เอาโว้ย ๆ นาน ๆ มีที มากันสิบสองคนก็คนละสองร้อยแปดสิบสามบาท?</p><p>?อ้าว ไหนว่าเลี้ยงข้าวเที่ยงไง ต้องแชร์กันเหรอ?</p><p>เพื่อนคนที่ชวนมาแต่แรกทำหนาเหรอหรา หันไปถามความกันครู่หนึ่ง ก็ยกมือขอโทษขอโพย</p><p>?เฮ้ย ได้ยินมาผิดเหมือนกันว่ะ นึกว่าใครเลี้ยง ตกลงหารเท่ากันนะ ขอโทษที ๆ?</p><p>&#8230;. รู้แบบนี้ไปกินข้าวแกงกลางซอยดีกว่า</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหารเช้า-เย็น ค่าสุกี้ที่เสียไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ = 400 บาทพอดี</p><p>&nbsp;</p><p>16 กรกฎาคม 2551</p><p>ไปหาหมอฟันเพราะปวดฟันกรามซี่ในสุดมาหลายวันแล้ว หมอเอาแท่งเหล็กแงะปากนิดนึงก็ร้องโอ้โห</p><p>?ฟันน้องผุเยอะมาก ที่เห็น ๆ นี่ก็สามซี่แล้ว นี่ไงถึงได้ปวดฟันกับมีกลิ่นปาก หินปูนก็เริ่มเยอะแล้ว ตกลงอุดฟันแล้วขูดหินปูนเลยนะ?</p><p>?เอ่อ &#8230;&#8230;อ่า&#8230;&#8230;..? (อ้าปากค้างอยู่)</p><p>?ถ้าเจ็บแล้วบอกหมอนะ ยกมือก็ได้?</p><p>วี๊&#8230;&#8230;&#8230; (เสียงเครื่องมือทำฟัน)</p><p>?อ๊า&#8230;&#8230;&#8230;.!?</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าหมอฟัน = 1,615 บาท (หัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก แค่ครึ่งเดือนก็เสียเงินไปเกินหมื่นแล้ว)</p><p>&nbsp;</p><p>17 กรกฎาคม 2551</p><p>วันอาสาฬหาบูชา กบดานอยู่หอพักทั้งวัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถูกแกะออกมาต้มกินสามมื้อ แต่ยังไม่วายต้องซื้อน้ำยาล้างจานใหม่เพราะของเก่าหมดแล้ว</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ = 38 บาท (ทุกข์ระทม)</p><p>&nbsp;</p><p>18 กรกฎาคม 2551</p><p>วันเข้าพรรษา จำศีลอยู่บนเตียงเกือบทั้งวันพร้อมต้มบะหมี่กินสามมื้อเช่นเคย วันนี้ไม่ออกไปซื้ออะไรทั้งนั้น</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ = 0 บาท (เศร้าสุดแสน)</p><p>&nbsp;</p><p>19 กรกฎาคม 2551</p><p>เมื่อคืนฝันว่ากินบะหมี่ก่งสำเร็จรูปจนอาเจียน เช้านี้ตื่นมาก็ยังรู้สึกเอียน ๆ อยู่ (คงไม่แปลกหรอก กินบะหมี่ซองอย่างเดียวติดต่อกันมาหกมื้อติดต่อกันแล้วนี่) เลยเดินลงมาจากหอพักไปหาข้าวแกงกิน เอาผ้าไปส่งซัก กลับมาที่หอแล้วรู้สึกเบื่อมาก ๆ ปัดกวาดห้องก็แล้ว นั่งอ่านนิตยสารก็แล้ว สุดท้ายทนไม่ไหวต้องลุกไปอาบน้ำแต่งตัว ออกไปดูหนังสักรอบก็ยังดี จำเจจนทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าตั๋วหนัง (ไม่ยอมซื้อขนมหรือของอื่น ๆในห้างเลย) = 270 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>20 กรกฎาคม 2551</p><p>วันอาทิตย์แล้ว เมื่อไหร่จะถึงปลายเดือนสักที เดือนนี้ดันมี 31 วันด้วย วันนี้หลับหูหลับตากินบะหมี่สามมื้ออีกแล้ว&#8230;</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ซื้อไข่ไก่กับไส้กรอกและผักมาเติมในบะหมี่แก้เอียน= 55 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>21 กรกฎาคม 2551</p><p>นั่งทำงานอย่างเงียบเชียบ เห็นเพื่อนเดินถือซองผ้าป่าเดินผ่านมาจึงรีบยกหูโทรศัพท์ขึ้นทำทียุ่งอยู่แล้วแกล้งทำเป็นเครียด เพื่อนถือซองผ้าป่าเดินผ่านไป &#8230;..รอดตัวไปตู</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร = 150 บาท (ค่าอาหารตามร้านเดี๋ยวนี้ 30 บาทแล้วทั้งนั้น)</p><p>&nbsp;</p><p>22 กรกฎาคม 2551</p><p>10 วันระวังอันตราย (ก่อนสิ้นเดือน) ทำงานเงียบ ๆ และกินอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร = 155 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>23 กรกฎาคม 2551</p><p>คันหัวมากจนทนไม่ไหว ต้องไปตัดผมหลังเลิกงาน</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าซอยผม = 285 บาท (ขณะนี้มีเงินเหลือในกระเป๋าสองพันกว่าบาทก่อนถึงสิ้นเดือน)</p><p>&nbsp;</p><p>24 กรกฎาคม 2551</p><p>กำลังทำงานอยู่ มีเพื่อนถือขนมคุกกี้ฝีมือเมียเดินมาหาเลยมองด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ผลคือเพื่อนถอยหลังกลับไป</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร = 160 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>25 กรกฎาคม 2551</p><p>วันศุกร์-วันสุข อดทนไว้ ใกล้วันเงินเดือนออกแล้ว อ้าวเฮ้ย&#8230;.. ส้นรองเท้าหักตอนพักเที่ยง เวรกรรม&#8230; ต้องหารองเท้าแตะในร้านสะดวกซื้อ (ใส่ไปพลางก่อน เลิกงานแล้วรีบไปซื้อรองเท้าส้นสูงใหม่ที่ร้าน) ควักเงินอีกแล้ว&#8230;&#8230;</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่ารองเท้าแตะ ค่ารองเท้าส้นสูง = 520 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>26 กรกฎาคม 2551</p><p>นั่งต้มบะหมี่ซองกินในหอพักเงียบ ๆ</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ = 0 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>27 กรกฎาคม 2551</p><p>&#8230;วันเกิดฉันเอง&#8230;</p><p>ไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัด บริจาคเงินช่วยเหลือมูลนิธิเพื่อการศึกษาของเด็กยากจน ออกจากวัดด้วยความรู้สึกที่ดี เงินในกระเป๋าแต่ละเดือนอาจมีไม่มากนัก แต่ก็ยังเผื่อแผ่ช่วยเหลือคนรอบข้างได้</p><p>ไปดูหนังกินอาหารดี ๆ ให้รางวัลตัวเอง ซื้อของใช้ที่จำเป็นอีกนิดหน่อยแล้วกลับหอพัก เดินผ่านร้านเค้กเห็นเค้กสวย ๆ งาม ๆ แต่อดใจไว้ไม่ซื้อ ใครนะที่คิดธรรมเนียมมาว่าวันเกิดต้องเป่าเทียนตัดเค้ก แต่ไม่เห็นสมเหตุสมผลมากไปกว่าธรรมเนียมที่รับต่อ ๆ กันมาเลย กลับมากินข้าวธรรมดาที่หอพัก นั่งดูทีวีสนุก ๆ และเข้านอน แก่ลงอีกปีแล้วนะเรา&#8230;</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหารแถวหอพักและในห้างสรรพสินค้า ค่าตั๋วหนัง ค่าของใช้ ค่าสังฆทาน เงินทำบุญ = 840 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>28 กรกฎาคม 2551</p><p>ตอนนิ้เหลือเงินในกระเป๋าสตางค์ 900 บาท&#8230;&#8230;</p><p>นั่งทำงานเงียบๆ วันนี้มีเพื่อนพนักงานหลายคนห่อข้าวจากบ้านมากินที่ทำงาน น่าจะเป็นสิ่งที่เห็นได้เป็นปกติช่วงปลายเดือน</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร = 150 บาท</p><p>&nbsp;</p><p>29 กรกฎาคม 2551</p><p>วันนี้ว่าจะพกบะหมี่ซองไปต้มกินที่ทำงานด้วย แต่ก็ลืมหยิบใส่ถุงตอนออกจากบ้าน สรุปก็คือต้องซื้อข้าวกินทุกตอนเช้ากับเที่ยง ส่วนตอนเย็นกลับมาก็ต้มบะหมี่ที่หอพัก ต้องแวะซื้อผงละลายท่ออุดตันด้วยเพราะท่อระบายน้ำในอ่างล้างหน้าตันเมื่อคืน</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ซื้อผงละลายท่ออุดตัน = 190 บาท</p><p>เปิดดูกระเป๋าเงินแล้วใจหาย&#8230;อดทนอีกนิดนะ จะสิ้นเดือนแล้ว</p><p>&nbsp;</p><p>30 กรกฎาคม 2551</p><p>ทำไมเดือนนี้ต้องมี 31 วันด้วย&#8230; (เงินเดือนออกทุกวันสุดท้ายของเดือน) สังขารก็ไม่รู้เป็นอะไร เจ็บคอไอไม่หยุดมาตั้งแต่เมื่อคืน ตื่นเช้ามาเสียงแหบไปหมด นึกถึงตอนเป็นหวัดลงคอเมื่อปลายปีก่อน หมอให้ยาพ่นคอกับยาแก้อักเสบรวมค่าตรวจหมดไปพันกว่าบาท คิด ๆ แล้ว วันนี้เลยตัดสินใจยังไม่ไปหาหมอ แวะแค่ร้านขายยาก็คงพอ ไม่มีเงินแล้ว&#8230;</p><p>ค่าใช้จ่ายวันนี้ ค่าเดินทาง ค่าอาหารค่ายาแก้เจ็บคอ = 355 บาท</p><p>เหลือเงินทั้งเนื้อทั้งตัวสองร้อยกว่าบาท&#8230;</p><p>&nbsp;</p><p>31 กรกฎาคม 2551</p><p>หลังจากประคับประคองตัวมาตลอดทั้งเดือน ก็มาถึงวันเงินเดือนออกจนได้ (เงินเดือนตัดเข้าบัญชีธนาคารตอนดึกๆ) ผู้จัดการเรียกพนักงานในแผนกมาประชุมและบอกว่าบริษัทมีฐานะทางการเงินไม่ค่อยดีนักแต่จะไม่เลิกจ้างใคร เพียงแต่คงขึ้นเงินเดือนให้อย่างพวกบริษัทใหญ่ ๆ ไม่ได้ จึงขอให้ทุกคนช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายของบริษัทด้วย พวกเราประชุมเสร็จก็แยกย้ายกลับโต๊ะทำงานกันเงียบ ๆ นี่คือวันสิ้นเดือน พรุ่งนี้คือเดือนใหม่&#8230; เดือนใหม่ที่พวกเราต้องดิ้นรนให้รอดกว่าจะถึงปลายเดือนอีกครั้ง</p><p>แวะกดเงินตู้เอทีเอ็ม เงินเดือนเข้ามาอีก 13,600 บาท นี่คือเงินที่ฉันต้องใช้ไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม แต่เอาเถอะ ฉันต้องอยู่ให้ได้ ฉันจะมากินอยู่ให้ประหยัดลงอีก จะหา<a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a>นอกเวลางานเพื่อหารายได้จุนเจือและเก็บสะสมไว้เพื่ออนาคต จะต้องเลิกเศร้าโศกและโทษสิ่งรอบข้าง ฉันจะสู้เพื่อให้วันนี้ดีกว่าวันนี้ให้ได้!</p><p>&nbsp;</p><p>1 สิงหาคม 2551</p><p>สู้โว้ย !!</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/true-life/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> </channel> </rss>
