<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; ฟาร์ม</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 20:04:39 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>&#8216;มิตรใหม่ฟาร์ม&#8217;ปุ๋ยรักษ์โลก มูลไส้เดือนสร้างรายได้</title><link>http://www.keajon.com/manure-from-earth-worm/</link> <comments>http://www.keajon.com/manure-from-earth-worm/#comments</comments> <pubDate>Mon, 08 Mar 2010 11:38:51 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[จุดประกายอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ภูมิปัญญาชาวบ้าน]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียอาชีพแปลก]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ปุ๋ยคอก]]></category> <category><![CDATA[ปุ๋ยมูลสัตว์]]></category> <category><![CDATA[ฟาร์ม]]></category> <category><![CDATA[มูลไส้เดือน]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3583</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/manure-from-earth-worm/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ไส้เดือนอาจเป็นสัตว์ที่หลายคนรังเกียจ และน่าขยะแขยง แต่มาวันนี้ไส้เดือนสามารถสร้างรายได้ให้แก่มนุษย์เงินเดือนเป็นกอบเป็นกำ ขยายเป็นฟาร์มเลี้ยงไส้เดือน เพื่อขยายพันธุ์ นำมูลไส้เดือนมาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ และน้ำหมัก ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แบรนด์ ?น้องเดือน? สถาพร และ เยาวลักษณ์ ฉายะโอภาส เจ้าของฟาร์มไส้เดือนมิตรใหม่ เล่าว่า การเริ่มต้นทำฟาร์มไส้เดือน เกิดจากความสนใจในคุณประโยชน์ของไส้เดือน โดยเฉพาะมูลของมัน ที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยชีวภาพได้ โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งในต่างประเทศได้มีการทำวิจัยเรื่องนี้มานาน นายสถาพรจึงได้หาข้อมูลเพิ่มเติมจากสถานศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงวิธีการเลี้ยงไส้เดือน ซึ่งทั้ง 2 สถาบันนี้ได้ทำการวิจัยมาตั้งแต่ปี 2534 แต่คนไทยรู้จักและรู้ถึงคุณประโยชน์ของไส้เดือนเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา รวมถึงมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และอินเดีย ที่มีการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ยอยู่ก่อนแล้ว จึงนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดสู่การผลิตปุ๋ยจากมูลและปัสสาวะของไส้เดือน ?ในช่วงแรกผมไม่คิดที่จะเลี้ยง ไส้เดือนเพื่อทำเป็นธุรกิจ เพียงแต่ต้องการลดต้นทุนค่าอาหารปลาสวยงาม ที่เลี้ยงไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งผมคิดว่าหากสามารถเพาะพันธุ์ไส้เดือนเองได้ ราคาน่าจะถูกกว่าการไปซื้อตามร้าน จนได้ไปขอคำแนะนำวิธีการเลี้ยงจากสถาบันอุดมศึกษา ทำให้รู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามูลของไส้เดือนก็มีประโยชน์เช่นกัน โดยสามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ รวมถึงเมื่อนำไปใส่ไม้ดอกจะเจริญเติบโตได้ดีมาก? เมื่อทั้งคู่ได้ศึกษากระบวนการเลี้ยงไส้เดือนอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ปุ๋ยชีวภาพ 100% ก็นำมาใส่ต้นไม้ที่บ้านของตัวเอง และแจกให้กับเพื่อนบ้านใกล้เคียง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p
style="text-align: left"><strong><span
style="color: #330099"> <span
style="color: #008000"> ไส้เดือนอาจเป็นสัตว์ที่หลายคนรังเกียจ  และน่าขยะแขยง  แต่มาวันนี้ไส้เดือนสามารถ<a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a>ให้แก่มนุษย์เงินเดือนเป็นกอบเป็นกำ  ขยายเป็นฟาร์มเลี้ยงไส้เดือน เพื่อขยายพันธุ์  นำมูลไส้เดือนมาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ และน้ำหมัก ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ภายใต้แบรนด์ ?</span><span
style="color: #ff9900">น้องเดือน</span><span
style="color: #008000">?</span></span></strong></p><p
style="text-align: center"></p><p
style="text-align: left"><br
/> <strong>สถาพร</strong> และ <strong>เยาวลักษณ์ ฉายะโอภาส</strong> เจ้าของฟาร์มไส้เดือนมิตรใหม่ เล่าว่า การเริ่มต้นทำฟาร์มไส้เดือน  เกิดจากความสนใจในคุณประโยชน์ของไส้เดือน โดยเฉพาะมูลของมัน  ที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยชีวภาพได้ โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม  ซึ่งในต่างประเทศได้มีการทำวิจัยเรื่องนี้มานาน  นายสถาพรจึงได้หาข้อมูลเพิ่มเติมจากสถานศึกษา ได้แก่  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงวิธีการเลี้ยงไส้เดือน  ซึ่งทั้ง 2 สถาบันนี้ได้ทำการวิจัยมาตั้งแต่ปี 2534  แต่คนไทยรู้จักและรู้ถึงคุณประโยชน์ของไส้เดือนเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา  รวมถึงมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา  และอินเดีย ที่มีการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ยอยู่ก่อนแล้ว  จึงนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดสู่การผลิตปุ๋ยจากมูลและปัสสาวะของไส้เดือน</p><p
style="text-align: center"></p><p><strong><em><span
style="color: #cc0000"> ?ในช่วงแรกผมไม่คิดที่จะเลี้ยง ไส้เดือนเพื่อทำเป็นธุรกิจ เพียงแต่ต้องการลดต้นทุนค่าอาหารปลาสวยงาม  ที่เลี้ยงไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งผมคิดว่าหากสามารถเพาะพันธุ์ไส้เดือนเองได้  ราคาน่าจะถูกกว่าการไปซื้อตามร้าน  จนได้ไปขอคำแนะนำวิธีการเลี้ยงจากสถาบันอุดมศึกษา  ทำให้รู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามูลของไส้เดือนก็มีประโยชน์เช่นกัน  โดยสามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้  รวมถึงเมื่อนำไปใส่ไม้ดอกจะเจริญเติบโตได้ดีมาก?</span></em></strong></p><p
style="text-align: center"></p><p>เมื่อทั้งคู่ได้<strong>ศึกษากระบวนการเลี้ยงไส้เดือนอย่างจริงจัง  เพื่อให้ได้ปุ๋ยชีวภาพ 100% ก็นำมาใส่ต้นไม้ที่บ้านของตัวเอง  และแจกให้กับเพื่อนบ้านใกล้เคียง จนมีคนมาขอซื้อ พร้อมกับแนะนำให้ทำขาย</strong> จึงตัดสินใจทำส่งขายตามร้านขายต้นไม้ โดยที่ยังไม่มีแบรนด์  แต่เมื่อคู่ค้าบางรายได้นำปุ๋ยจากมูลไส้เดือนของทั้งคู่ไปผสมกับปุ๋ยตัวอื่น ทำให้ด้อยคุณภาพไป ลูกค้าไม่มีการซื้อซ้ำ  รวมถึงไปสร้างความเข้าใจให้กับลูกค้า  ที่บอกกันปากต่อปากว่าปุ๋ยไส้เดือนไม่ดี  ส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจปุ๋ยจากมูลไส้เดือนถูกมองในแง่ลบ ทำให้สถาพร  ตัดสินใจสร้างแบรนด์ปุ๋ยมูลไส้เดือนว่า ?น้องเดือน? เพื่อลดปัญหาการปลอมปน  และลบล้างความเชื่อผิดๆ ของลูกค้า เน้นส่งขายตามร้านขายต้นไม้ ไม้ดอกดอก  ไม้ประดับทั่วไป ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด</p><p
style="text-align: center"></p><p>ทั้งนี้การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อให้ได้ปุ๋ยทั้ง 2 ชนิดนี้  เริ่มจากการไส้เดือนพันธุ์ที่คนทั่วไปนิยมเลี้ยง ได้แก่ พันธุ์ขี้ตาแร่  พันธุ์อาฟริกัน พันธุ์สีน้ำเงิน และพันธุ์ลายเสือ  ซึ่งราคาไส้เดือนพ่อแม่พันธุ์อยู่ที่ 1,500 บาท/กก.  นำไปเลี้ยงไว้ในกล่องพลาสติก ให้อาหารโดยการทิ้งเศษอาหาร เศษหญ้า ใบไม้  และเมื่อมูลของไส้เดือนที่ขับถ่ายออกมาก็จะได้ปุ๋ยมูลไส้เดือน  ในขณะที่น้ำหมักมูลไส้เดือนที่สามารถนำไปใช้พ่นทางใบราก หรือผสมน้ำในอัตรา  1:10 ใช้รดน้ำต้นไม้ทั่วไปได้  หรือแม้กระทั่งนำไปราดขยะอินทรีย์เพื่อลดกลิ่น และใช้บำบัดน้ำเสีย  หรือบ่อกรองในบ่อเลี้ยงปลาได้ ซึ่งการทำน้ำหมักมูลไส้เดือนนั้น  เกิดจากการให้ไส้เดือนกินอาหารประเภทผัก ผลไม้ ซึ่งจะมีส่วนประกอบของน้ำ  โดยไส้เดือนจะขับถ่ายออกมา ซึ่งในปัสสาวะของไส้เดือนประกอบด้วยจุลินทรีย  และแร่ธาตุที่มีประโยชน์มากมาย ซึ่งพืชสามารถดูดซับนำไปใช้งานได้ทันที โดย<strong>ราคา ขายปุ๋ยหมักอยู่ที่ 60 บาท/กก. ส่วนน้ำหมักอยู่ที่ขวดละ 45 บาท</strong></p><p
style="text-align: center"></p><p>ที่ผ่านมาลูกค้าที่ได้ทดลองซื้อไปใช้กับต้นไม้ของตนเองแล้วได้ผล  ก็มีการกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง  รวมถึงมีผู้ที่ต้องการเพาะเลี้ยงไส้เดือนเอง เพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจ  และเลี้ยงไว้เพื่อกำจัดเศษอาหารในบ้าน และใช้มูลไส้เดือนมาทำเป็นปุ๋ย  ทำให้สถาพร ผลิตชุดเลี้ยงไส้เดือนราคาย่อมเยา คือ 1,200 บาท  ผู้ซื้อจะได้กล่องพลาสติก และพ่อแม่พันธุ์ไส้เดือนครึ่งกิโลกรัม และภายใน 3  เดือน ไส้เดือนจะขยายพันธุ์เองเป็น 5 เท่าของไส้เดือนครึ่งกิโลกรัม  ส่วนการให้อาหารเพียงให้เศษอาหารที่ผู้เลี้ยงรับประทานเหลือในแต่ละมื้อให้ กับไส้เดือนเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการช่วยลดปริมาณขยะ  และช่วยลดโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง</p><p>&nbsp;</p><p>****<strong><span
style="color: #cc0000">สนใจติดต่อ 08-6599-9958,  08-6889-9909 หรือที่ <a
href="http://www.baankhongdee.pantown.com/" target="_blank"><span
style="text-decoration: underline">www.baankhongdee.pantown.com</span></a></span></strong>****</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/manure-from-earth-worm/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>2</slash:comments> </item> <item><title>ของเซ่นไหว้แห่ขึ้นราคารับตรุษจีน หมูเป็ดไก่-ไข่-ผักผลไม้ ราคาพุ่ง</title><link>http://www.keajon.com/increasing-price-festive-food/</link> <comments>http://www.keajon.com/increasing-price-festive-food/#comments</comments> <pubDate>Tue, 09 Feb 2010 06:16:27 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[ข่าวการค้า-พาณิชย์]]></category> <category><![CDATA[กรมปศุสัตว์]]></category> <category><![CDATA[ของเซ่นไหว้]]></category> <category><![CDATA[ตรุษจีน]]></category> <category><![CDATA[ฟาร์ม]]></category> <category><![CDATA[ร้านค้า]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เนื้อ]]></category> <category><![CDATA[เนื้อสัตว์ปีก]]></category> <category><![CDATA[โรงฆ่าสัตว์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3402</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/increasing-price-festive-food/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>?????????? ไข่ไก่พุ่ง 10 สตางค์ หมู-เป็ด-ไก่-ผลไม้ ขยับขึ้นรับตรุษจีน ผักราคาปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 3 เท่าตัว เนื่องจากเกษตรกรลดการปลูกลง ด้านกรมปศุสัตว์ ดันโครงการเนื้อสัตว์ปีกปลอดภัย การันตีเป็ด-ไก่ปลอดภัยรับตรุษจีน 2 ล้านตัว แนะผู้บริโภคสังเกตสายรัดข้อเท้า??????????????นายมงคล พิพัฒน์สัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ เปิดเผยว่า จากการบริโภคไข่ไก่ที่เพิ่มมากขึ้น และการช่วยเหลือจากภาครัฐที่รับซื้อไข่ไก่ส่วนเกิน ทำให้ราคาไข่ไก่กลับมาอยู่ภาวะปกติแล้ว ประกอบกับช่วงเทศกาลตรุษจีนทำให้มีความต้องการไก่มากขึ้น เกษตรกรจึงปลดแม่ไก่ยืนกรงจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณไข่ไก่ลดลงไปด้วย โดยวานนี้ ทางสมาคมได้ประกาศขึ้นราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มอีกฟองละ 10 สตางค์ จากเดิมฟองละ 2.40 บาท เป็น 2.50 บาท ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ฟองละ 2.40 บาท??????????????นายมงคล กล่าวอีกว่า ปัจจุบันราคาไข่ไก่มีความผันผวนสูง ทำให้เกษตรกรรายย่อยเลิกกิจการไปแล้วกว่า 30% จึงขอให้ภาครัฐเข้ามาแก้ปัญหาระยะยาว ด้วยการส่งเสริมให้คนไทยบริโภคไข่ไก่มากขึ้น และสนับสนุนด้านการส่งออก เพราะสามารถส่งออกได้เพียงเดือนละ 30 ล้านฟอง ขณะที่กำลังการผลิตอยู่ที่วันละ 28 ล้านฟอง??????????????ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าที่ใช้เซ่นไหว้ในเทศกาลตรุษจีน ทั้งเนื้อหมู เป็ด ไก่ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>?????????? ไข่ไก่พุ่ง 10 สตางค์ หมู-เป็ด-ไก่-ผลไม้ ขยับขึ้นรับตรุษจีน ผักราคาปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 3 เท่าตัว เนื่องจากเกษตรกรลดการปลูกลง ด้านกรมปศุสัตว์ ดันโครงการเนื้อสัตว์ปีกปลอดภัย การันตีเป็ด-ไก่ปลอดภัยรับตรุษจีน 2 ล้านตัว แนะผู้บริโภคสังเกตสายรัดข้อเท้า</strong><br
/>???????<br
/>???????นายมงคล พิพัฒน์สัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ เปิดเผยว่า จากการบริโภคไข่ไก่ที่เพิ่มมากขึ้น และการช่วยเหลือจากภาครัฐที่รับซื้อไข่ไก่ส่วนเกิน ทำให้ราคาไข่ไก่กลับมาอยู่ภาวะปกติแล้ว ประกอบกับช่วงเทศกาลตรุษจีนทำให้มีความต้องการไก่มากขึ้น เกษตรกรจึงปลดแม่ไก่ยืนกรงจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณไข่ไก่ลดลงไปด้วย โดยวานนี้ ทางสมาคมได้ประกาศขึ้นราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มอีกฟองละ 10 สตางค์ จากเดิมฟองละ 2.40 บาท เป็น 2.50 บาท ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ฟองละ 2.40 บาท<br
/>???????<br
/>???????นายมงคล กล่าวอีกว่า ปัจจุบันราคาไข่ไก่มีความผันผวนสูง ทำให้เกษตรกรรายย่อยเลิกกิจการไปแล้วกว่า 30% จึงขอให้ภาครัฐเข้ามาแก้ปัญหาระยะยาว ด้วยการส่งเสริมให้คนไทยบริโภคไข่ไก่มากขึ้น และสนับสนุนด้านการส่งออก เพราะสามารถส่งออกได้เพียงเดือนละ 30 ล้านฟอง ขณะที่กำลังการผลิตอยู่ที่วันละ 28 ล้านฟอง<br
/>???????<br
/>???????ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าที่ใช้เซ่นไหว้ในเทศกาลตรุษจีน ทั้งเนื้อหมู เป็ด ไก่ ผัก และผลไม้ ต่างขยับขึ้นราคาเกือบทุกประเภท โดยเฉพาะราคาผักที่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว เนื่องจากเกษตรกรในภาคเหนือลดการเพาะปลูกลง<br
/>???????<br
/>???????**การันตีสัตว์ปีกปลอดภัย<br
/>???????<br
/>???????นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยไม่พบเชื้อไข้หวัดนก เป็นระยะเวลา 450 วัน ผู้บริโภคจึงมั่นใจถึงความปลอดภัยในการบริโภคสัตว์ปีก ทั้งเป็ดและไก่มากขึ้น ซึ่งในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ กรมได้จัดโครงการเนื้อสัตว์ปีกปลอดภัยฉลองตรุษจีน ปี 2553 ขึ้น<br
/>???????<br
/>???????ทั้งนี้ จะจัดป้ายติดร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ จำหน่ายสัตว์ปีกปลอดภัย ขณะที่สัตว์ปีกที่จำหน่าย จะมีสายรัดข้อเท้า ระบุคำว่า กรมปศุสัตว์พร้อมรหัสเป็นเลข 6 หลักกำกับรายตัว สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสัตว์ปีกตัวดังกล่าวได้ ว่า มาจากฟาร์มใด โรงฆ่าที่ไหน ผลิตเมื่อใดและแสดงถึงการผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และความปลอดภัยจากกรมปศุสัตว์ โดยขณะนี้ มีจำนวนสัตว์ปีกที่จะเข้าร่วมโครงการประมาณ 2 ล้านตัว<br
/>???????<br
/>???????น.ส. ฉวีวรรณ วิริยะภาค รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า โครงการเนื้อสัตว์ปีกปลอดภัยฉลองตรุษจีนปี 2553 นี้ มีผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 3,319 แห่ง ประกอบด้วย ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก 1,321 ฟาร์ม โรงฆ่าสัตว์ปีก 798 แห่ง แบ่งเป็นโรงฆ่าสัตว์ปีกภายในประเทศ 782 แห่ง และโรงฆ่าสัตว์ปีกเพื่อการส่งออก 16 แห่ง<br
/>???????<br
/>???????ขณะที่สถานที่จำหน่ายมีทั้งหมด 1,200 ร้านค้า ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งทั้งหมดจะผ่านระบบการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ จากเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์จนถึงสถานที่จำหน่าย เริ่มตั้งแต่การเก็บตัวอย่างอุจจาระสัตว์ปีกที่ฟาร์ม เพื่อพิสูจน์หาเชื้อไข้หวัดนก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์จะออกใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกไปที่โรงฆ่าสัตว์ปีก<br
/>???????<br
/>???????ทั้งนี้ โรงฆ่าสัตว์ปีกต้องปรับปรุงให้ได้ตามมาตรฐานโรงฆ่าสัตว์ ตามหลักการปฏิบัติที่ดีในโรงฆ่าสัตว์ (จีเอ็มพี) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมทั้งมีการตรวจสอบกระบวนการผลิตให้ถูกสุขลักษณะ และตรวจสุขอนามัยของผู้จำหน่ายและสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปีกด้วย</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/increasing-price-festive-food/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> </channel> </rss>
