<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; ลดต้นทุน</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 20:04:39 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>Buddy Free Call นวัตกรรมใหม่ โทรศัพท์ลดต้นทุนSMEs</title><link>http://www.keajon.com/buddy-free-call-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%8c/</link> <comments>http://www.keajon.com/buddy-free-call-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%8c/#comments</comments> <pubDate>Mon, 05 Apr 2010 13:42:59 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ขยายกิจการ]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจsme]]></category> <category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category> <category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category> <category><![CDATA[ลดต้นทุน]]></category> <category><![CDATA[โทรศัพท์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3885</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/buddy-free-call-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%8c/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เครื่องโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต ด้วยค่าโทรถูกที่สุด ชี้เหมาะกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการลดต้นทุนค่าโทรศัพท์ โทรศัพท์ Buddy Free Call ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการลดต้นทุนในเรื่องค่าโทรศัพท์ โดยเฉพาะการโทรศัพท์ไปต่างจังหวัด และต่างประเทศ ซึ่งเหมาะกับผู้ประกอบการที่ขยายธุรกิจหลายสาขาทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งราคาของเครื่องโทรศัพท์ Buddy Free Call อยู่ที่ประมาณ 3,000 บาท สามารถเก็บเลขหมายโทรศัพท์ได้ 500 เลขหมาย ซึ่งทางบริษัทตั้งเป้ายอดขาย 500 เครื่อง/เดือน เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นหลัก เพราะที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าที่ทดลองใช้เป็นลูกค้าในองค์กรเอกชนเป็นส่วนใหญ่?]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p></p><p><strong><span
style="color: #3300cc">เครื่องโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต  ด้วยค่าโทรถูกที่สุด ชี้เหมาะกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  ที่ต้องการลดต้นทุนค่าโทรศัพท์</span></strong></p><p>โทรศัพท์ <strong>Buddy Free Call</strong> ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  ที่ต้องการลดต้นทุนในเรื่องค่าโทรศัพท์ โดยเฉพาะการโทรศัพท์ไปต่างจังหวัด  และต่างประเทศ  ซึ่งเหมาะกับผู้ประกอบการที่ขยายธุรกิจหลายสาขาทั้งในและต่างประเทศ  ซึ่งราคาของเครื่องโทรศัพท์ Buddy Free Call อยู่ที่ประมาณ 3,000 บาท  สามารถเก็บเลขหมายโทรศัพท์ได้ 500 เลขหมาย ซึ่งทางบริษัทตั้งเป้ายอดขาย 500  เครื่อง/เดือน  เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นหลัก  เพราะที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าที่ทดลองใช้เป็นลูกค้าในองค์กรเอกชนเป็นส่วนใหญ่?</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/buddy-free-call-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>2</slash:comments> </item> <item><title>?กสิกร? มองทิศทางSMEs กระเตื้อง เชื่อมือ ผปก. ปรับตัวรับปัจจัยลบได้</title><link>http://www.keajon.com/smes-increasing-development/</link> <comments>http://www.keajon.com/smes-increasing-development/#comments</comments> <pubDate>Sun, 14 Mar 2010 05:32:15 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[ข่าวการค้า-พาณิชย์]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category> <category><![CDATA[ค่าเงินบาท]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจsme]]></category> <category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category> <category><![CDATA[ลดต้นทุน]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3702</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/smes-increasing-development/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>กสิกรไทย มองทิศทางเอสเอ็มอีปีเสือ แนวโน้มเติบโตดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว คาดเห็นผลชัดในช่วง Q2-3 ชี้ปัจจัยเสี่ยงจากความไม่สงบทางการเมือง แต่เชื่อเอสเอ็มอีรับมือได้ เพราะเคยผ่านประสบการณ์มาแล้ว ระบุเกษตรแปรรูป เครื่องนุ่งห่ม ท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ ก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์จะมีอัตราการเติบโตสดใส นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (มหาชน) เปิดเผยถึงสถานการณ์ธุรกิจเอสเอ็มอีปี 2553 ในงานเถ้าแก่ติดดาว ของโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV ว่า ภาพรวมในปีนี้ มีแนวโน้มที่ดี ทั้งในมุมมองของทางธนาคารและภาคเอกชน หลังจากเศรษฐกิจโลกโดยรวมมีอัตราการขยายตัวไปในทิศทางที่ดี หลายประเทศมีการปรับประมาณการณ์เติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย และไทย เป็นต้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณฟื้นตัวอันดับแรก ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้น ในรอบ 17 เดือนเช่นกัน สำหรับประเทศไทยคาดว่าในปี 2553 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 3-4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วติดลบ 3% ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ปัจจัยที่น่าจับตามอง คือ อัตราเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเอสเอ็มอี [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสิกรไทย มองทิศทางเอสเอ็มอีปีเสือ  แนวโน้มเติบโตดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว คาดเห็นผลชัดในช่วง Q2-3  ชี้ปัจจัยเสี่ยงจากความไม่สงบทางการเมือง แต่เชื่อเอสเอ็มอีรับมือได้  เพราะเคยผ่านประสบการณ์มาแล้ว ระบุเกษตรแปรรูป เครื่องนุ่งห่ม ท่องเที่ยว  อิเล็กทรอนิกส์ ก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์จะมีอัตราการเติบโตสดใส </strong><br
/> <br
/> นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (มหาชน)  เปิดเผยถึงสถานการณ์ธุรกิจเอสเอ็มอีปี 2553 ในงานเถ้าแก่ติดดาว  ของโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV ว่า ภาพรวมในปีนี้ มีแนวโน้มที่ดี  ทั้งในมุมมองของทางธนาคารและภาคเอกชน  หลังจากเศรษฐกิจโลกโดยรวมมีอัตราการขยายตัวไปในทิศทางที่ดี  หลายประเทศมีการปรับประมาณการณ์เติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน  อินเดีย และไทย เป็นต้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณฟื้นตัวอันดับแรก  ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้น ในรอบ 17 เดือนเช่นกัน<br
/> <br
/> สำหรับประเทศไทยคาดว่าในปี 2553  อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 3-4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วติดลบ 3%  ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน  โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ปัจจัยที่น่าจับตามอง คือ  อัตราเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น<br
/> <br
/> ส่วนปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเอสเอ็มอี คือ  การผันผวนของค่าเงินบาท ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง  แต่ปัจจัยลบดังกล่าว ผู้ประกอบการเคยผ่านมาแล้ว  จึงคาดว่าเอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวรับมือได้  โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์การลดต้นทุนการผลิต  เมื่อรวมกับเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว น่าจะทำให้ภาพรวมเอสเอ็มอีเติบโตขึ้น  ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 2-3<br
/> <br
/> สำหรับธุรกิจที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไปในทิศทางที่ดี คือ  ภาคการเกษตรแปรรูป อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอสังหาริมทรัพย์  ที่ได้อานิสงส์มาจากโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาล  ส่วนภาคการท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมือง</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/smes-increasing-development/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>เครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ ส่งเสริมผู้ประกอบการการผลิตภาคการเกษตร</title><link>http://www.keajon.com/fertilizer-producer/</link> <comments>http://www.keajon.com/fertilizer-producer/#comments</comments> <pubDate>Wed, 25 Nov 2009 08:09:01 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[กรรมวิธี]]></category> <category><![CDATA[การปลูก]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[คนไทย]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category> <category><![CDATA[นาฬิกา]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[ลดต้นทุน]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[สระบุรี]]></category> <category><![CDATA[สุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[อัตโนมัติ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเกษตร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2949</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/fertilizer-producer/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ เครื่องแรก เครื่องเดียวในโลก ลิขสิทธ์ร่วมระหว่าง มทร.ธัญบุรีและสถานประกอบการ สมรรถนะเต็มเปี่ยม &#160; ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทยยึดอาชีพเกษตรกรรม ปุ๋ยจึงมีความจำเป็นสำหรับการปลูกพืช ปุ๋ยที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันคือ ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งสามารถผลิตใช้เอง ราคาไม่แพง อีกทั้งยังทำให้คุณสมบัติของดินดีขึ้น สามารถผลิตขึ้นโดยกรรมวิธีต่างๆ แต่จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ก็จะต้องนำเอาวัตถุดิบมาผ่านขบวนการเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ ทางชีวภาพเสียก่อน มีวัตถุหลายประเภทที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ ยกตัวอย่างการนำเศษพืชเศษปลาที่มีในท้องถิ่นไปใส่ในดินสามารถทำให้ดินร่วน ใน ปัจจุบันมีการตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ขึ้นจำนวนมาก ในโรงงานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาสิ้นเปลืองค่าแรงงานมากโดย เฉพาะในขั้นตอนการผสมปุ๋ยและขั้นตอนการกลับปุ๋ย ประกอบกับในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบที่ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายนั้น จะมีมีก๊าชแอมโมเนีย ก๊าชคาบอนไดออกไซด์ และความร้อนเกิดขึ้นขั้นตอนการกลับปุ๋ย ทำให้เป็นอันตรายกับคนงาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าแรงคนและมีความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ ผศ.ไพบูลย์ แย้มเผื่อน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ออกแบบและสร้าง ?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ? ขึ้นมา ผศ.ไพบูลย์ เล่าว่า ?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ? มีส่วนประกอบคือ 1) แท่นเครื่องขนาดกว้าง 0.5 เมตร ยาว 4 เมตร จะยึดกับล้อ 4 ล้อและเคลื่อนไปกลับบนราง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>เครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ เครื่องแรก เครื่องเดียวในโลก <br
/>ลิขสิทธ์ร่วมระหว่าง มทร.ธัญบุรีและสถานประกอบการ สมรรถนะเต็มเปี่ยม </strong></p><p>&nbsp;</p><p>ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทยยึดอาชีพเกษตรกรรม ปุ๋ยจึงมีความจำเป็นสำหรับการปลูกพืช ปุ๋ยที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันคือ ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งสามารถผลิตใช้เอง ราคาไม่แพง อีกทั้งยังทำให้คุณสมบัติของดินดีขึ้น สามารถผลิตขึ้นโดยกรรมวิธีต่างๆ แต่จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ก็จะต้องนำเอาวัตถุดิบมาผ่านขบวนการเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ ทางชีวภาพเสียก่อน มีวัตถุหลายประเภทที่สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ ยกตัวอย่างการนำเศษพืชเศษปลาที่มีในท้องถิ่นไปใส่ในดินสามารถทำให้ดินร่วน <br
/><br
/>ใน ปัจจุบันมีการตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ขึ้นจำนวนมาก ในโรงงานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาสิ้นเปลืองค่าแรงงานมากโดย เฉพาะในขั้นตอนการผสมปุ๋ยและขั้นตอนการกลับปุ๋ย ประกอบกับในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบที่ใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายนั้น จะมีมีก๊าชแอมโมเนีย ก๊าชคาบอนไดออกไซด์ และความร้อนเกิดขึ้นขั้นตอนการกลับปุ๋ย ทำให้เป็นอันตรายกับคนงาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าแรงคนและมีความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ <br
/><br
/>ผศ.ไพบูลย์ แย้มเผื่อน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้ออกแบบและสร้าง <strong><em>?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ? </em></strong>ขึ้นมา<strong> </strong><br
/><br
/>ผศ.ไพบูลย์ เล่าว่า <strong><em>?เครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัตโนมัติต้นแบบ?</em></strong> มีส่วนประกอบคือ <br
/><strong>1)</strong> <strong>แท่น</strong>เครื่องขนาดกว้าง 0.5 เมตร ยาว 4 เมตร จะยึดกับล้อ 4 ล้อและเคลื่อนไปกลับบนราง ยาว 35 เมตร <strong><br
/>2)</strong> <strong>ใบผสม</strong>ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.90 เมตร ยาว 4 เมตร แบ่ง 6 ชุดๆละ 4 ใบ แต่ละชุดวางมุมสลับทำมุมกัน 45 องศา เพื่อลดแรง โดยมีลูกปืนรองรับเพลา 3 ช่วง<br
/>ในการหมุนของใบผสมสามารถหมุนได้ทั้งทวนเข็มและตามเข็มนาฬิกา<br
/><strong>3)</strong> <strong>ชุดส่งกำลัง</strong> ใบผสมถูกขับส่งกำลังด้วยมอเตอร์ขนาด 3 กำลังม้า ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ โดยผ่านสายพานและโซ่ มีตัวทดรอบ(เพื่อทำให้ความเร็วที่ส่งจากมอเตอร์ลดความเร็วลง) และชุดส่งกำลังขับเคลื่อนแท่นถูกขับส่งกำลังด้วยมอเตอร์ขนาด 1.5 กำลังม้า ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ โดยผ่านสายพานและโซ่ มีตัวทดรอบเช่นกัน <br
/><strong>4)</strong> <strong>ชุดส่งสายไฟ</strong> จะถูกแขวนบนลวดสริงด้วยรอกเป็นขดๆ และสามารถเคลื่อนขยายเข้าออกไปตามแท่นเครื่องที่เคลื่อนไปได้ <strong><br
/>5)</strong> <strong>ระบบฉีดน้ำ</strong> ใช้ปั้มขนาด 1.5 แรงม้า ดูดจากบ่อที่มีความกว้าง 0.40 เมตร ยาว 30 เมตร ขนานกับราง หัวฉีดมี 2 ชุด คือชุดหน้าและชุดหลังเพื่อใช้ได้ทั้งเดินไปและเดินกลับ ทำด้วยท่อ PVC ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว ตรงหัวฉีดยาว 4 เมตร จะเจาะรูเป็น 3 แถว สลับฟันปาก ทั้งชุดหน้าและชุดหลังชุดละประมาณ 34 รู ใช้ในการฉีดน้ำและน้ำจุลินทรีย์ลงไปที่กองปุ๋ย<br
/><strong>6)</strong> <strong>ชุดควบคุม</strong> ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์(PLC) สามารถควบคุมด้วยมือหรืออัตโนมัติก็ได้ แบ่งการควบคุมออกเป็น 3 ส่วน คือ ควบคุมความเร็วของใบผสม ควบคุมความเร็วการเคลื่อนที่ของเครื่องผลิตปุ๋ยที่เคลื่อนที่ไปตามรางยาว 35 เมตร และควบคุมการไหลของน้ำหรือน้ำจุลินทรีย์ <strong> </strong><br
/><br
/>สำหรับสมรรถนะของเครื่องผลิตปุ๋ยอัตโนมัติ <br
/><strong>1)</strong> สามารถผลิตปุ๋ยได้ครั้งละ 20-25 ตัน หรือจำนวนตามที่ลูกค้าต้องการก็ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 3 วัน (จากเดิมที่ต้องใช้เวลาประมาณ 6-7 วัน)<br
/><strong>2) </strong>ใช้เวลาในการเดินเครื่องผสมปุ๋ยหรือกลับปุ๋ยประมาณ 20 นาทีต่อครั้ง โดยใช้คนงานคุมเพียง 1 คน (จากเดิมต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงต่อครั้ง <br
/><strong> </strong><strong> </strong>ใช้คนงานจำนวน 12 คน) สามารถประหยัดค่าแรงงานได้<br
/><strong>3)</strong> สามารถหมุนผสมและเดินไป-กลับอัตโนมัติหรือควบคุมเองได้ <strong><br
/>4)</strong> สามารถฉีดน้ำและปรับอัตราไหลได้<br
/><strong> </strong><strong>5</strong>) เกิดความปลอดภัยจากก๊าชแอมโมเนีย ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์และความร้อนที่เกิดขึ้นในระหว่างการย่อยสลาย <br
/><strong></strong><strong></strong><strong></strong>ที่สำคัญเครื่องดังกล่าวใช้ไฟบ้านทำให้เสียค่าไฟฟ้าประมาณ120 บาทต่อการผลิตปุ๋ย20-25 ตัน(จากเดิมใช้แรงงานประมาณ25,000 บาท<br
/><strong></strong><strong></strong><strong></strong>ต่อการผลิตปุ๋ย20-25 ตัน ) <br
/><br
/><strong><em>?หนุ่ย?</em></strong> นายปุณกัณฐ์ วรรณคำ พนักงานของโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม เอ็ม โอ เครื่องมือเกษตร เล่าว่า หลังจากที่ทางอาจารย์เข้ามาออกแบบเครื่องผลิตปุ๋ยต้นแบบดังกล่าว ลดต้นทุนในการจ้างแรงงาน จากแต่ก่อนที่โรงงานจะต้องมีคนงานประมาณ 12 คน ตอนนี้ก็ลดแรงงานลง ไม่ต้องเสี่ยงกับก๊าชแอมโมเนีย และความร้อน 50-60 องศาเซลเซียสที่เกิดระหว่างการกลับปุ๋ย ส่งผลต่อสุขภาพ ระหว่างที่ทำงานตนเองก็ไม่ต้องลงไปผสมและกลับปุ๋ยเอง เพียงแค่ยืนควบคุมตัวเครื่อง หรือถ้ามีงานอื่นก็สามารถไปทำงานนั่นได้ โดยตั้งระบบตั้งอัตโนมัติ เครื่องจะสามารถผสมปุ๋ยและกลับไป-กลับเองได้ <br
/><br
/>เครื่อง ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ต้นแบบที่อาจารย์ออกแบบเป็นเครื่องต้นแบบ ที่ผลิตโดยคนไทยและไม่มีที่ไหนมาก่อนทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันอาจารย์ได้จดสิทธิบัตรแล้ว ซึ่งต้นทุนในการสร้างเครื่องต้นแบบนี้ราคาประมาณ 500,000/เครื่อง ในอนาคตอาจารย์จะออกแบบปรับขนาดให้สะดวกกับการใช้งาน โดยอาจารย์ตั้งราคาการผลิตเครื่องไว้สำหรับผู้ที่สนใจเช่น ความกว้าง 1.5 เมตร ความยาวราง 10 เมตร ปรับความเร็วของการหมุนผสมไม่ได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 3 ตัน/ครั้ง ราคา 200,000 บาท/เครื่อง ถ้าปรับความเร็วการหมุนผสมได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ราคา 250,000 บาท/เครื่อง ความกว้าง 2.5 เมตร ความยาวราง 20 เมตร ปรับความเร็วในการหมุนผสมไม่ได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 10 ตัน/ครั้ง ราคา 300,000 บาท/เครื่อง ถ้าปรับความเร็วการหมุนผสมได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ราคา 350,000 บาท ความกว้าง 4 เมตร ความยาวของราง 30 เมตร ปรับความเร็วการผสมไม่ได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 20 ตัน/ครั้ง ราคา 450,000 บาท ถ้าปรับความเร็วการผสมได้ ปรับความเร็วการเดินขับเคลื่อนได้ ผลิตปุ๋ย 20 ตัน/ครั้ง ราคา 500,000 บาท เกษตรกรหรือว่าผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ผศ.ไพบูลย์ โทร.081-3537754 หรือ E-mail : <a
href="mailto:pailboon.y@en.rmutt.ac.th">pailboon.y@en.rmutt.ac.th</a> และสามารถดูเครื่องผลิตปุ๋ยต้นแบบได้ที่ โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็ม เอ็ม โอ เครื่องมือเกษตร ที่ตั้ง 5/2 ม. 5 ถ.อดิเรกสาร ต.ผึ้งรวง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 18000</p><p>&nbsp;</p><table
style="width: 24px; height: 15px;" border="0"><tbody><tr><td
width="100" valign="top"></td><td
width="500"></td></tr></tbody></table> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/fertilizer-producer/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้</title><link>http://www.keajon.com/organic-farming/</link> <comments>http://www.keajon.com/organic-farming/#comments</comments> <pubDate>Tue, 22 Sep 2009 13:45:22 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[กลุ่มเกษตรกร]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[การเพาะ]]></category> <category><![CDATA[ของไทย]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ข้าว]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[คุณภาพ]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ตลาดต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ธาตุ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[ผัก]]></category> <category><![CDATA[ลดต้นทุน]]></category> <category><![CDATA[วัสดุเหลือใช้]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[สมุนไพร]]></category> <category><![CDATA[หมัก]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เพาะ]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไร่]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2495</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/organic-farming/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0909/22/page10/d2.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="เกษตรอินทรีย์" title="" /></a>เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้ ครั้งอดีต เกษตรกรของไทยไม่จำเป็นต้องอาศัยปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีทางการเกษตรในการเพาะปลูก เนื่องจากสภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งมีการกล่าวขานว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แต่มายุคสมัยนี้ที่การผลิตสินค้าเกษตรมุ่งไปสู่การค้ามากขึ้น การเพิ่มผลผลิตจึง จำเป็น และสิ่งหนึ่งที่เกษตรกรยุคใหม่ใช้คือการเร่งการเจริญเติบโตของพืชด้วยปุ๋ยเคมีและ ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเต็มอัตรา นอกจากนี้การใช้พื้นที่ทำการเกษตรโดยขาดการปรับปรุงบำรุงดินอย่างถูกวิธี ยิ่งส่งผลให้ดินเสื่อมสภาพ เกิดการสะสมของสารเคมีในปริมาณมาก ที่สำคัญพืชไม่สามารถดึงธาตุอาหารที่มีในดินมาใช้ประโยชน์ได้ นั่นคือสาเหตุที่เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุคปัจจุบันปัจจัยการผลิตทั้งปุ๋ยและสารเคมีล้วนปรับราคาสูงขึ้น เกษตรอินทรีย์ จึงเป็นหนทางรอดของเกษตรกรในยุคปัจจุบัน เพราะไม่จำเป็นต้องไปซื้อปุ๋ยเคมีในราคาแพงมาใช้ เพียงแค่เกษตรกรหาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเศษพืช เศษปลา ใบไม้ หรือเศษหญ้ามาหมักกับสารเร่ง พด. ของกรมพัฒนาที่ดิน ก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ ในขณะที่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเกษตรกร หันมาใส่ใจเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น สังเกตได้จากเมื่อกรมพัฒนาที่ดินมีโครงการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร มุ่งสู่การทำเกษตรอินทรีย์ จะมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 มาจนถึงปีนี้ สามารถจัดตั้งกลุ่มไปแล้วไม่ต่ำกว่า 51,000 กลุ่ม และในปีนี้ กรมฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ทดแทน สารเคมีทางการเกษตรหรือเกษตรอินทรีย์ ได้แล้ว 15.89 ล้านไร่ คิดเป็น 93.52% จากที่ตั้งเป้าไว้ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0909/22/page10/d2.jpg" alt="d2 เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้"  title="เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้" /><br
/> <em>เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้</em></p><p>ครั้งอดีต เกษตรกรของไทยไม่จำเป็นต้องอาศัยปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีทางการเกษตรในการเพาะปลูก เนื่องจากสภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งมีการกล่าวขานว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แต่มายุคสมัยนี้ที่การผลิตสินค้าเกษตรมุ่งไปสู่การค้ามากขึ้น การเพิ่มผลผลิตจึง  จำเป็น และสิ่งหนึ่งที่เกษตรกรยุคใหม่ใช้คือการเร่งการเจริญเติบโตของพืชด้วยปุ๋ยเคมีและ ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเต็มอัตรา นอกจากนี้การใช้พื้นที่ทำการเกษตรโดยขาดการปรับปรุงบำรุงดินอย่างถูกวิธี ยิ่งส่งผลให้ดินเสื่อมสภาพ เกิดการสะสมของสารเคมีในปริมาณมาก ที่สำคัญพืชไม่สามารถดึงธาตุอาหารที่มีในดินมาใช้ประโยชน์ได้ นั่นคือสาเหตุที่เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุคปัจจุบันปัจจัยการผลิตทั้งปุ๋ยและสารเคมีล้วนปรับราคาสูงขึ้น</p><p>เกษตรอินทรีย์ จึงเป็นหนทางรอดของเกษตรกรในยุคปัจจุบัน เพราะไม่จำเป็นต้องไปซื้อปุ๋ยเคมีในราคาแพงมาใช้ เพียงแค่เกษตรกรหาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเศษพืช เศษปลา ใบไม้ หรือเศษหญ้ามาหมักกับสารเร่ง พด. ของกรมพัฒนาที่ดิน ก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ ในขณะที่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย</p><p>นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเกษตรกร หันมาใส่ใจเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น สังเกตได้จากเมื่อกรมพัฒนาที่ดินมีโครงการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร มุ่งสู่การทำเกษตรอินทรีย์ จะมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 มาจนถึงปีนี้ สามารถจัดตั้งกลุ่มไปแล้วไม่ต่ำกว่า 51,000 กลุ่ม และในปีนี้ กรมฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ทดแทน สารเคมีทางการเกษตรหรือเกษตรอินทรีย์ ได้แล้ว 15.89 ล้านไร่ คิดเป็น 93.52% จากที่ตั้งเป้าไว้ 17 ล้านไร่ โดยกรมฯ ได้เข้าไปปรับเปลี่ยนระบบการผลิตจากเกษตรเคมีมุ่งสู่เกษตรลดการใช้สารเคมี หรือถึงขั้นเกษตรอินทรีย์ โดยการจัดตั้งกลุ่ม อบรม สาธิตวิธีการผลิตและการใช้สารอินทรีย์ทดแทนรวมทั้งสิ้น 17,284  กลุ่ม อบรมเกษตรกรจำนวน 840,663  ราย  เรียกว่าขณะนี้มีกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีครอบคลุมอยู่เกือบทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ</p><p>ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาระบบการผลิตเกษตรอินทรีย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กรมฯ จึงได้ตั้งเป้าส่งเสริมการผลิตเกษตรอินทรีย์เพื่อส่งออก โดยกรมฯ จะเป็นตัวกลางทำหน้าที่ประสานกับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่น สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) ให้เข้ามาตรวจรับรองสินค้าของกลุ่มเกษตรกรที่กรมพัฒนาที่ดินจัดตั้งขึ้น เบื้องต้นตั้งเป้าส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อส่งออกจำนวน 2 แสนไร่ โดยเน้นพืชสมุนไพร และผักที่ขนส่งสะดวก อาทิ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบโหระพา กะเพรา พริก</p><p>ปัจจุบัน มีพื้นที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ส่งออกไปตลาดต่างประเทศแล้วไม่ต่ำกว่า 80,000 ไร่ ซึ่งตลาดยังมีความต้องการสูงมาก ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่าถ้ากรมฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานให้หน่วยงานเข้ามารับรองมาตรฐานสินค้าให้กับกลุ่มเกษตรกรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศได้ก็จะช่วยลดขั้นตอนให้กับเกษตรกร เป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้มากขึ้น ส่งผลให้จำหน่ายสินค้าได้ราคาดีขึ้นด้วย</p><p>เห็นว่าภายในปีนี้ กรมพัฒนาที่ดินเขาจะรวบรวมแหล่งผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกรจากทั่วประเทศมาใส่ไว้ในฐานข้อมูลสารสนเทศของกรมฯ เพื่อเปิดให้บริการกับผู้ประกอบการหรือพ่อค้าที่ต้องการติดต่อซื้อขายสินค้าเกษตรอินทรีย์กับกลุ่มเกษตรกร แต่ไม่รู้จะไปติด ต่อได้ที่ไหน ก็จะได้มีช่องทางในการติดต่อ ซื้อขายสินค้ากันสะดวกยิ่งขึ้น นับเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้าถึงแหล่งรับซื้อได้โดยตรงนั่นเอง.</p><p>เพิ่มเติมข้อมูลได้ที่<br
/> farmdaily@dailynews.co.th<br
/> <img
class="alignnone size-full wp-image-19" title="dailynews" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="dailynews เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้" width="162" height="52" /></p><p><img
src="http://feeds.feedburner.com/~r/kasetnews/~4/HcnBDPHuZC8" alt=" เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้" width="1" height="1" title="เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/organic-farming/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>รายการกูรู รู้ทางรวย ตอน ธุรกิจโรงสีข้าว ทวีลาภ ธีระธนานนท์ เจ้าของบริษัท โรงสีข้าวไทยอุดร จำกัด</title><link>http://www.keajon.com/guru09-09-18/</link> <comments>http://www.keajon.com/guru09-09-18/#comments</comments> <pubDate>Mon, 21 Sep 2009 15:24:09 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ชมรายการTVสร้างอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ITAP]]></category> <category><![CDATA[กูรูรู้ทางรวย]]></category> <category><![CDATA[ข้าวสาร]]></category> <category><![CDATA[ข้าวเปลือก]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ลดต้นทุน]]></category> <category><![CDATA[โรงสีข้าว]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2475</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/guru09-09-18/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/09/guru.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="เอ๊าะ กีรติ เทพธัญ" title="guru" /></a>รายการกูรู รู้ทางรวย ตอน ธุรกิจโรงสีข้าว ทวีลาภ ธีระธนานนท์ เจ้าของบริษัท โรงสีข้าวไทยอุดร จำกัด &#160; &#160; กูรู รู้ทางรวย เอ๊าะ กีรติ ไปสืบหาข้อมูลความก้าวหน้าของธุรกิจโรงสีข้าว ในจังหวัดอุดรธานี ที่สามารถลดต้นทุนการผลิต ทั้งทางด้านแรงงาน โดยอาศัยเทคโนโลยีความก้าวหน้าจาก ITAP ซึ่งคอยให้คำปรึกษาแก้เจ้าของโรงสีข้าว จนกระทั่งประสบผลสำเร็จในธุรกิจโรงสีข้าวแบบพัฒนา ดำเนินรายการโดย &#160; เอ๊าะ กีรติ เทพธัญ &#160; ออกอากาศทาง Nodern9TV ออกอากศเมื่อ?: 2009-09-11 เอื้อเฟื้อข่าวโดย กูรู รู้ทางรวย &#160;]]></description> <content:encoded><![CDATA[<h2><span
style="color: #0000ff;">รายการกูรู รู้ทางรวย ตอน ธุรกิจโรงสีข้าว ทวีลาภ ธีระธนานนท์ เจ้าของบริษัท โรงสีข้าวไทยอุดร จำกัด</span></h2><p>&nbsp;</p><p><object
classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="450" height="370" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param
name="bgcolor" value="000000" /><param
name="flashvars" value="author=vod&amp;file=rtmp://202.142.200.132/vod/1253262294&amp;image=http://modernine.mcot.net/_images/mo-flv1253262219.jpg&amp;bufferlength=10&amp;volume=60&amp;fullscreen=true" /><param
name="src" value="http://www.mcot.net/player.swf" /><param
name="allowfullscreen" value="true" /><embed
type="application/x-shockwave-flash" width="450" height="370" src="http://www.mcot.net/player.swf" allowfullscreen="true" flashvars="author=vod&amp;file=rtmp://202.142.200.132/vod/1253262294&amp;image=http://modernine.mcot.net/_images/mo-flv1253262219.jpg&amp;bufferlength=10&amp;volume=60&amp;fullscreen=true" bgcolor="000000"></embed></object></p><p>&nbsp;</p><p>กูรู รู้ทางรวย เอ๊าะ กีรติ ไปสืบหาข้อมูลความก้าวหน้าของธุรกิจโรงสีข้าว ในจังหวัดอุดรธานี ที่สามารถลดต้นทุนการผลิต ทั้งทางด้านแรงงาน โดยอาศัยเทคโนโลยีความก้าวหน้าจาก ITAP ซึ่งคอยให้คำปรึกษาแก้เจ้าของโรงสีข้าว จนกระทั่งประสบผลสำเร็จในธุรกิจโรงสีข้าวแบบพัฒนา</p><p>ดำเนินรายการโดย</p><p>&nbsp;</p><div><dl
id="attachment_2384" style="width: 158px;"><dt><img
title="guru" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/09/guru.jpg" alt="guru รายการกูรู รู้ทางรวย ตอน ธุรกิจโรงสีข้าว ทวีลาภ ธีระธนานนท์ เจ้าของบริษัท โรงสีข้าวไทยอุดร จำกัด" width="148" height="111" /></dt><dd>เอ๊าะ กีรติ เทพธัญ</dd></dl></div><p>&nbsp;</p><p>ออกอากาศทาง Nodern9TV</p><p>ออกอากศเมื่อ?: <span>2009-09-11</span></p><p>เอื้อเฟื้อข่าวโดย</p><table
style="width: 289px; height: 86px;" border="0" align="left"><tbody><tr><td><dl
id="attachment_1776" style="width: 167px;"><dt><img
title="head_hip" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/08/head_hip1.gif" alt="head hip1 รายการกูรู รู้ทางรวย ตอน ธุรกิจโรงสีข้าว ทวีลาภ ธีระธนานนท์ เจ้าของบริษัท โรงสีข้าวไทยอุดร จำกัด" width="157" height="51" /></dt></dl></td><td><div><dl
id="attachment_1905" style="width: 98px;"><dt><img
title="kuru-Modern9" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/08/kuru-Modern9.gif" alt="kuru Modern9 รายการกูรู รู้ทางรวย ตอน ธุรกิจโรงสีข้าว ทวีลาภ ธีระธนานนท์ เจ้าของบริษัท โรงสีข้าวไทยอุดร จำกัด" width="88" height="33" /></dt><dd>กูรู รู้ทางรวย</dd></dl></div></td></tr></tbody></table><p>&nbsp;</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/guru09-09-18/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> </channel> </rss>
