<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; สินค้าส่งออก</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 20:04:39 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>?more OR less? กระเป๋าหนังรักษ์โลกจากเศษวัสดุ</title><link>http://www.keajon.com/more-or-less/</link> <comments>http://www.keajon.com/more-or-less/#comments</comments> <pubDate>Sat, 24 Apr 2010 06:36:06 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[จุดประกายอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[กระเป๋า]]></category> <category><![CDATA[ดีไซน์]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจsme]]></category> <category><![CDATA[ผู้ผลิตเครื่องหนัง]]></category> <category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category> <category><![CDATA[ลดโลกร้อน]]></category> <category><![CDATA[สินค้าส่งออก]]></category> <category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจตกต่ำ]]></category> <category><![CDATA[เศษวัสดุ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3970</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/more-or-less/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ในยุคที่ ?การนำของเหลือกลับมาใช้ใหม่ หรือ เปลี่ยนขยะเป็นทอง? กำลังเฟื่องฟู เพราะนอกจากรับกระแสการลดภาวะโลกร้อน green product และ Eco Design แล้ว ยังทำให้ผู้ประกอบการหันมาใส่ใจกับสิ่งของที่อยู่ภายในโรงงานนำกลับมาใช้ให้ เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อลดต้นทุน และเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ เช่นเดียวกับ บริษัท สุวิโน จำกัด ( Suvino Corporation Limited ) ผู้ผลิตกระเป๋าเครื่องหนังส่งออกระดับต้นๆ ของไทยที่ผลิตให้กับแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศมานานกว่า 24 ปี มองความเป็นไปได้ของกรีนโปรดักส์และพยายามรณรงค์ในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อ เนื่อง ? เพราะสินค้าที่ทำขึ้นอยู่กับแฟชั่น เรื่องของดีไซน์ การออกแบบ และสีสันย่อมเปลี่ยนไปตามเทรนด์ของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม และยุคสมัย อาทิ กลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น จะเน้นสีสันที่มีความหลากหลาย สไตล์น่ารักเก๋ไก่ และเรียบง่าย มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่วัสดุที่ใช้เน้นความเป็นธรรมชาติ และงานต้องใช้ความละเอียดสูงมีสเป็กมาก ขณะที่แฟชั่นกระเป๋าเครื่องหนังของทางยุโรปจะนิยมกระเป๋าขนาดกลางถึงขนาด ใหญ่ สีสันเรียบง่ายกว่าไม่เน้นสีฉูดฉาด หรือโดดมากเกินไป ฉะนั้น เมื่อสินค้าอิงกับเทรนด์แฟชั่นทำให้ในกระบวนการผลิตที่ผ่านมา จึงมีเศษวัสดุเหลือใช้อยู่เป็นจำนวนมากสะสมภายในโรงงาน ? โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ผลิตจากเศษวัสดุนี้ บริษัทฯ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?more OR less? กระเป๋าหนังรักษ์โลกจากเศษวัสดุ" width="1" height="5" title="?more OR less? กระเป๋าหนังรักษ์โลกจากเศษวัสดุ" /></td></tr></tbody></table><p><strong>ในยุคที่ ?การนำของเหลือกลับมาใช้ใหม่ หรือ  เปลี่ยนขยะเป็นทอง? กำลังเฟื่องฟู เพราะนอกจากรับกระแสการลดภาวะโลกร้อน  green product และ Eco Design แล้ว  ยังทำให้ผู้ประกอบการหันมาใส่ใจกับสิ่งของที่อยู่ภายในโรงงานนำกลับมาใช้ให้ เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อลดต้นทุน และเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ  เช่นเดียวกับ <span
style="color: #990000">บริษัท สุวิโน จำกัด</span> ( Suvino  Corporation Limited ) ผู้ผลิตกระเป๋าเครื่องหนังส่งออกระดับต้นๆ  ของไทยที่ผลิตให้กับแบรนด์ชั้นนำในต่างประเทศมานานกว่า 24 ปี  มองความเป็นไปได้ของกรีนโปรดักส์และพยายามรณรงค์ในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อ เนื่อง</strong></p><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="300"><tbody><tr><td
width="300" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?more OR less? กระเป๋าหนังรักษ์โลกจากเศษวัสดุ" width="1" height="5" title="?more OR less? กระเป๋าหนังรักษ์โลกจากเศษวัสดุ" /></td></tr></tbody></table><p><span
style="color: #333366">? เพราะสินค้าที่ทำขึ้นอยู่กับแฟชั่น  เรื่องของดีไซน์ การออกแบบ  และสีสันย่อมเปลี่ยนไปตามเทรนด์ของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม และยุคสมัย อาทิ  กลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น จะเน้นสีสันที่มีความหลากหลาย สไตล์น่ารักเก๋ไก่  และเรียบง่าย มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่วัสดุที่ใช้เน้นความเป็นธรรมชาติ  และงานต้องใช้ความละเอียดสูงมีสเป็กมาก  ขณะที่แฟชั่นกระเป๋าเครื่องหนังของทางยุโรปจะนิยมกระเป๋าขนาดกลางถึงขนาด ใหญ่ สีสันเรียบง่ายกว่าไม่เน้นสีฉูดฉาด หรือโดดมากเกินไป ฉะนั้น  เมื่อสินค้าอิงกับเทรนด์แฟชั่นทำให้ในกระบวนการผลิตที่ผ่านมา  จึงมีเศษวัสดุเหลือใช้อยู่เป็นจำนวนมากสะสมภายในโรงงาน ?<br
/> </span><br
/> โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ผลิตจากเศษวัสดุนี้ บริษัทฯ  เตรียมนำออกสู่ตลาดเน้นตลาดในประเทศภายใต้แบรนด์ <strong><span
style="color: #990000;font-size: small">?more OR less?</span></strong> เจาะกลุ่มวัยรุ่น ,  วัยทำงานที่ชอบสินค้าแฟชั่นแนวโบฮีเมียร์ หรือ ยิปซี  และผู้ที่ชื่นชอบเครื่องหนัง ที่มีกำลังซื้อตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป คาดว่า  จะได้รับตอบรับที่ดีจากตลาดกลุ่มใหม่กับผลิตภัณฑ์ใหม่นี้<br
/> <br
/></p><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="300"><tbody><tr><td
width="300" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?more OR less? กระเป๋าหนังรักษ์โลกจากเศษวัสดุ" width="1" height="5" title="?more OR less? กระเป๋าหนังรักษ์โลกจากเศษวัสดุ" /></td></tr></tbody></table><p>กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า การเข้าร่วมแสดงผลงานภายในงาน ?TIFF  2010? ที่ผ่านมา ถือเป็นการเปิดตัวสินค้าอย่างไม่เป็นทางการ แต่ในส่วนของ  OEM นั้น ยังเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ แม้ผลประกอบการในช่วง 2-  3ปีที่ผ่านมาจะหดตัวลงบ้างตามสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว  แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทมากนัก แม้ตัวเลขจะไม่เติบโตเหมือนในอดีต  แต่สำหรับสินค้าตัวใหม่นี้ เบื้องต้นคงต้องรอดูผลการตอบรับจากตลาดก่อน  จึงยังไม่ตั้งเป้ายอดขายมากนัก อย่างไรก็ดี  สิ่งที่เน้นคือการได้นำเศษวัสดุในโรงงานมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก้ปัญหา ของเหลือทิ้ง<br
/> <br
/> <span
style="color: #333300">บจก.สุวิโน  ถือเป็นผู้ผลิตเครื่องหนังส่งออกเพียงไม่กี่รายจากกลุ่มผู้ผลิตเครื่องหนัง ส่งออกจำนวนมากที่สามารถใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส  ?เปลี่ยนขยะจากเศษของเหลือในโรงงาน?  ประกอบกับจุดแข็งของบริษัทมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่หลากหลายที่มีดีไซน์ เป็นของตัวเอง สามารถสร้างกลุ่มลูกค้าและตลาดขึ้นมาใหม่  ซึ่งในประเทศไทยถือว่ายังมีน้อยรายนัก </span><br
/> <br
/> <em><span
style="color: #330099">@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@<br
/> </span></em><br
/> บจก.สุวิโน โทรศัพท์ 02-536-3542-3 โทรสาร 02-536-3541 หรือเว็บไซต์  www.suvinocorp.com<br
/> <br
/> <em><span
style="color: #990000">**** ข้อมูลโดย :  โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP)โทร.02-564-7000  ต่อ 1381,1368 หรือ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซน์ www.tmc.nstda.or.th/itap  ****</span></em></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/more-or-less/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง</title><link>http://www.keajon.com/crispy-rice-with-watermelon-syrup/</link> <comments>http://www.keajon.com/crispy-rice-with-watermelon-syrup/#comments</comments> <pubDate>Thu, 18 Mar 2010 05:41:01 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[อาหารพารวย]]></category> <category><![CDATA[ข้าวแต๋นธัญพืช]]></category> <category><![CDATA[ข้าวแต๋นน้ำแตงโม]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[สินค้าส่งออก]]></category> <category><![CDATA[สินค้าไทย]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3738</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/crispy-rice-with-watermelon-syrup/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ข้าวแต๋นแม่บัว จันทร์ ข้าวแต๋น ขนมพื้นบ้านทางภาคเหนือที่นำเอาข้าวเหนียววัตถุดิบหลักในพื้นที่มาผลิตและ แปรรูป ซึ่งเป็นการถนอมอาหารวิธีหนึ่ง แต่ปัจจุบันมิใช่เพียงขนมพื้นบ้านอีกต่อไป เมื่อผู้ผลิตข้าวแต๋นน้ำแตงโมภายใต้แบรนด์ ?แม่บัวจันทร์? ได้ปรับโฉมหน้าผลิตภัณฑ์ข้าวแต๋นให้มีความหลากหลาย ทั้งรูปแบบและรสชาติกลายเป็น ?ข้าวแต๋นวาไรตี้? อาทิ หน้า โดนัท , ธัญพืชรวม , สาหร่ายสไปซี่ , หมูหยอง ฯลฯ เพื่อขยายตลาดผู้บริโภคไปยังกลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มตลาดบน รวมถึงตลาดส่งออก นายสุธาณี เยาวพัฒน์ เจ้าของข้าวแต๋นแม่บัวจันทร์ 2 ปัจจุบันข้าวแต๋นแม่บัวจันทร์ สามารถครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศได้ถึงร้อยละ80 กระจายอยู่ทั่วประเทศ ผ่านตัวแทนจำหน่ายในแต่ละภาค นอกจากนี้ยังรับผลิตตามออร์เดอร์ ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่องกว่า 27 ประเทศ ทั้งในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ นายสุธาณี เยาวพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนสามัญข้าวแต๋นแม่บัวจันทร์ 2 เปิดเผยว่า ข้าวแต๋นแม่บัวจันทร์ เป็นการรวมตัวของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านทุ่งม่านเหนือ ต.บ้านเป้า อ.เมือง จ.ลำปาง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 จากโรงงานเล็กๆ ที่ต้องอาศัยกำลังการผลิตในชุมชน [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">ข้าวแต๋นแม่บัว จันทร์</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " width="1" height="5" title="ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " /></td></tr></tbody></table> <strong><span
style="color: #3333ff">ข้าวแต๋น  ขนมพื้นบ้านทางภาคเหนือที่นำเอาข้าวเหนียววัตถุดิบหลักในพื้นที่มาผลิตและ แปรรูป ซึ่งเป็นการถนอมอาหารวิธีหนึ่ง  แต่ปัจจุบันมิใช่เพียงขนมพื้นบ้านอีกต่อไป  เมื่อผู้ผลิตข้าวแต๋นน้ำแตงโมภายใต้แบรนด์ ?แม่บัวจันทร์?  ได้ปรับโฉมหน้าผลิตภัณฑ์ข้าวแต๋นให้มีความหลากหลาย  ทั้งรูปแบบและรสชาติกลายเป็น ?ข้าวแต๋นวาไรตี้? อาทิ หน้า โดนัท ,  ธัญพืชรวม , สาหร่ายสไปซี่ , หมูหยอง ฯลฯ  เพื่อขยายตลาดผู้บริโภคไปยังกลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มตลาดบน รวมถึงตลาดส่งออก</span></strong><br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350"><tbody><tr><td
width="350" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">นายสุธาณี   เยาวพัฒน์  เจ้าของข้าวแต๋นแม่บัวจันทร์ 2</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " width="1" height="5" title="ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " /></td></tr></tbody></table> ปัจจุบันข้าวแต๋นแม่บัวจันทร์  สามารถครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศได้ถึงร้อยละ80 กระจายอยู่ทั่วประเทศ  ผ่านตัวแทนจำหน่ายในแต่ละภาค นอกจากนี้ยังรับผลิตตามออร์เดอร์  ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่องกว่า 27 ประเทศ ทั้งในเอเชีย  ยุโรป และสหรัฐฯ<br
/> <br
/> <span
style="color: #cc3300"><strong>นายสุธาณี เยาวพัฒน์  กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนสามัญข้าวแต๋นแม่บัวจันทร์ 2</strong></span> เปิดเผยว่า ข้าวแต๋นแม่บัวจันทร์  เป็นการรวมตัวของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านทุ่งม่านเหนือ ต.บ้านเป้า อ.เมือง  จ.ลำปาง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 จากโรงงานเล็กๆ  ที่ต้องอาศัยกำลังการผลิตในชุมชน ได้มีการพัฒนาเรื่องคุณภาพสินค้า  และช่องทางการจัดจำหน่าย จนวันนี้ <span
style="color: #cc6600">มีโรงงานแห่งที่ 2  กำลังการผลิตออกสู่ตลาดถึงวันละ 4 ตัน ผลประกอบการโตขึ้นเฉลี่ยปีละ 30 %  จากรายได้ 300,000 บาทเมื่อปี 2538 ปัจจุบันมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000,000  บาท<br
/> </span><br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">บรรจุภัณฑ์เพื่อส่ง ออกไปขายตปท.และเป็นของฝาก</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " width="1" height="5" title="ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " /></td></tr></tbody></table> จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทำให้กำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้อง การของตลาด  โดยเฉพาะในขั้นตอนการตากแผ่นข้าวแต๋นดิบต้องอาศัยแสงแดดจากธรรมชาติจึงขึ้น อยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ  หากฝนตกหรือวันใดที่ไม่มีแดดจะต้องใช้เวลาในการตากนานขึ้น  ส่งผลต่อกระบวนการผลิตอื่นๆ  โดยเฉพาะการส่งมอบสินค้าสำหรับออร์เดอร์ต่างประเทศ  ขณะที่ยอดความต้องการในประเทศเองมีปริมาณเพิ่มขึ้นเช่นกัน  จึงต้องการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้แก้ปัญหาดังกล่าว<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">ส่วนผสมของข้าวแต๋น</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " width="1" height="5" title="ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " /></td></tr></tbody></table> จึงได้มาขอความช่วยเหลือ จาก?  โครงการการปรับปรุงประสิทธิภาพการอบแห้งข้าวแต๋นด้วยโรงอบแห้งพลังงานแสง อาทิตย์ ?  ภายใต้ความช่วยเหลือและสนับสนุนจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของ อุตสาหกรรมไทย (iTAP) ในสังกัดศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย iTAP ได้เชิญ  รศ. ดร. เสริม จันทร์ฉาย อาจารย์จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์  ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการอบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์  มาช่วยพัฒนาโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบกรีนเฮาส์สำหรับการอบแห้งแผ่นข้าว แต๋นดิบจนประสบความสำเร็จ<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350"><tbody><tr><td
width="350" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">ข้าวแต๋นตากในโรงอบ พลังงานแสงอาทิตย์</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " width="1" height="5" title="ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " /></td></tr></tbody></table> จากการทดสอบสามารถลดเวลาการตากแผ่นข้าวแต๋นดิบจากเดิม 2-3 วัน  เหลือเพียง 8 ชม.ต่อวัน จากความชื้นแผ่นข้าวแต๋นดิบประมาณ 55%  เหลือความชื้นสุดท้ายประมาณ 9-10%  โดยพลังงานแสงอาทิตย์จะถูกเปลี่ยนเป็นความร้อนโดยอาศัยปรากฏการณ์เรือนกระจก ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิภายในโรงอบแห้งสูงกว่าอุณหภูมิอากาศแวดล้อม  ช่วยให้ความชื้นจากผลิตภัณฑ์ระเหยได้เร็วยิ่งขึ้น  ความชื้นที่ระเหยออกมาจะถูกพัดลมดูดอากาศซึ่งใช้ไฟฟ้าที่ได้จากแผงโซ ลาร์เซลล์ดูดออกไปภายนอก ทำให้ผลิตภัณฑ์แห้งเร็วกว่าการตากแดดตามธรรมชาติ<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350"><tbody><tr><td
width="350" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">ข้าวแต๋นธัญพืชขายดี สุดในปัจจุบัน</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " width="1" height="5" title="ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " /></td></tr></tbody></table> นอกจากนี้การอบแห้งแผ่นข้าวแต๋นดิบในโรงอบแห้งนี้  ยังช่วยแก้ปัญหาการรบกวนของแมลง และความเสียหายจากการเปียกฝน  ในเบื้องต้นโรงอบแห้งนี้สามารถอบแห้งแผ่นข้าวแต๋นดิบครั้งละประมาณ 1,000  กิโลกรัม  โดยต่อไปจะทำการเพิ่มชั้นวางผลิตภัณฑ์ให้สามารถตากแห้งผลิตภัณฑ์ได้ 2,000 &#8211;  4,000กิโลกรัมต่อวัน โดยลงทุนโรงอบดังกล่าวไปประมาณ 5 แสนบาท<br
/> <br
/> นายสุธาณี กล่าวต่อว่า นอกจากการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีแล้ว  ยังต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถเก็บรักษาได้นานขึ้นเป็นแห่งแรกของไทย ที่สามารถเก็บได้ถึง 8 เดือนหลังการทอด ส่วนแผ่นข้าวแต๋นดิบเก็บได้นาน 6 &#8211; 8  เดือน (โดยไม่ใส่ตัวดูดซับความชื้น) จากเดิมที่เก็บได้เพียง 3 เดือน  อนาคตจะยังคงพัฒนาต่อให้เก็บนานขึ้นถึง 18 เดือน  เพื่อส่งออกไปยังประเทศอังกฤษ<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350"><tbody><tr><td
width="350" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">พนักงานขณะทำงานใน โรงงาน</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " width="1" height="5" title="ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " /></td></tr></tbody></table> นายสุธาณี กล่าวต่อว่า นอกจากการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีแล้ว  ยังต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถเก็บรักษาได้นานขึ้นเป็นแห่งแรกของไทย ที่สามารถเก็บได้ถึง 8 เดือนหลังการทอด ส่วนแผ่นข้าวแต๋นดิบเก็บได้นาน 6 &#8211; 8  เดือน (โดยไม่ใส่ตัวดูดซับความชื้น) จากเดิมที่เก็บได้เพียง 3 เดือน  อนาคตจะยังคงพัฒนาต่อให้เก็บนานขึ้นถึง 18 เดือน  เพื่อส่งออกไปยังประเทศอังกฤษ<br
/> <br
/> นอกจากรสชาติที่หลากหลายแล้ว  ยังมีการพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์แบบต่างๆ มากขึ้น เช่นรูปหัวใจและหมีแพนด้า  การพัฒนาแพคเก็จจิ้งซึ่งที่ผ่านมามีการออกแบบถึง 5 แบบด้วยกัน  โดยดีไซน์ตามความเหมาะสมของตลาดและมีบรรยายถึง 4 ภาษาทั้งไทย จีน อังกฤษ  และญี่ปุ่น ล่าสุดได้เพิ่มภาษาเกาหลีอีก 1 ภาษา  หลังสินค้าได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดเกาหลี  และต้องการขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้บริโภควัยเด็ก และวัยรุ่น  ให้หันมากินขนมพื้นบ้านไทย เพราะได้คุณค่าทางอาหาร<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">ข้าวแต๋นภายในโรงอบ</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " width="1" height="5" title="ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " /></td></tr></tbody></table> สำหรับการผลิตข้าวแต๋น ของชุมชนใน ?หมู่บ้านทุ่งม่านเหนือ? นั้น  กว่า 45%ของชุมชนมีรายได้จากการทำข้าวแต๋น  จึงเป็นที่รู้จักกันในนามของหมู่บ้านข้าวแต๋น  นอกจากทำการเกษตรแล้วอาชีพรองคือ การทำข้าวแต๋นน้ำแตงโม <a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a>เฉลี่ย  300 ? 450 บาทต่อคนต่อวัน( ระยะเวลาในการทำข้าวแต๋นเพียงเดือนละ 20 วัน)  นับเป็นกลุ่มอาชีพที่ทำรายได้ให้แก่หมู่บ้าน 72,000 &#8211; 80,000 บาทต่อคนต่อปี<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">ข้าวแต๋นดิบขึ้นรูป เหมือนโดนัทออกมาเอาใจคนรุ่นใหม่</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " width="1" height="5" title="ข้าวแต๋นขนมพื้นบ้านร้อยล้าน ขึ้นแท่นสแน็กไทยเบอร์หนึ่ง " /></td></tr></tbody></table> ? <em>ธุรกิจเล็กๆ  อย่างข้าวแต๋นสามารถอยู่รอดและเติบโตสวนกระแสวิกฤตเศรษฐกิจได้  เพราะรู้จักปรับตัวและใช้วิกฤตเป็นโอกาสตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง  ควบคู่กับแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์  แม้ไทยจะเป็นประเทศเกษตรกรรมกึ่งอุตสาหกรรม แต่วันนี้ !!!  ต้องนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการผลิต  และการขาดแคลนอาหารโลก โดยเฉพาะ ?ข้าว? ดังนั้น  การแปรรูปจึงเป็นวิธีการถนอมอาหารและเพิ่มมูลค่าสินค้าอีกทางหนึ่ง  ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาข้าวและสินค้าทางการเกษตรของกลุ่มข้าว แต๋นฯ</em> ?<br
/> <br
/> <strong><span
style="color: #cc3300">โทร. 08-1558-4983</span></strong></td></tr></tbody></table> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/crispy-rice-with-watermelon-syrup/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร</title><link>http://www.keajon.com/trendy-shoes/</link> <comments>http://www.keajon.com/trendy-shoes/#comments</comments> <pubDate>Wed, 24 Feb 2010 03:50:35 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[ไอเดียงานประดิษฐ์]]></category> <category><![CDATA[ค้าขาย]]></category> <category><![CDATA[ชาวเขา]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[รองเท้า]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[สินค้าส่งออก]]></category> <category><![CDATA[แม้ว]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3541</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/trendy-shoes/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>รองเท้าของชาวเขาเผ่าต่างๆ มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยสีสดใส และที่สำคัญเป็นงานแฮนด์เมดทำจากวัสดุผ้าปักมือ เป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนไม่น้อย จึงมีการนำสไตล์ดังกล่าวมาต่อเติมและประยุกต์ให้เป็นรองเท้าที่คนทั่วไป สามารถหาซื้อใส่ได้เช่นกัน ชัยยศ บุญเรืองฤทธิ์ อย่างไรก็ตาม แม้สินค้าจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ การตลาด เหตุนี้ทำให้ ?ชัย ยศ บุญเรืองฤทธิ์?ซึ่งมองเห็นศักยภาพสินค้า เข้ามาต่อยอดงานฝีมือของกลุ่มธุรกิจชุมชนใน จ. เชียงใหม่ ให้สามารถก้าวไปยังตลาดต่างประเทศได้สำเร็จ โดยเฉพาะตลาดแดนมังกรที่ให้ความนิยมอย่างสูง ถือเป็นการเติมเต็มกันและกัน ระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่น กับการทำตลาดที่เหมาะสม &#160; ทั้งนี้ โดยส่วนตัว ชัยยศทำธุรกิจหลายๆด้าน ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการส่งออกและนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ทำให้รู้ช่องทางค้าขายในจีน รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างดี ประกอบกับได้เจอสินค้ารองเท้าสไตล์ชาวเขา ผลิตโดยกลุ่มรองเท้าผ้าจากวัสดุธรรมชาติ ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ มี ?บุญช่วย อังสมาภรณ์พานิช? เป็นประธานกลุ่ม ส่วนตัวมองเห็นศักยภาพสินค้าว่า ควรจะขยายตลาดได้มากกว่าที่เป็นอยู่ จึงได้ติดต่อร่วมธุรกิจกัน โดยเข้ามารับหน้าที่ดูแลการตลาดให้ทั้งหมด &#160; ?เดิมกลุ่มธุรกิจชุมชนนี้ จะมีปัญหาเรื่องการตลาดมาก ช่องทางตลาดแคบมีแค่ขายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ในถนนคนเดิน เชียงใหม่ ซึ่งจากประสบการณ์ของผมที่เคยพานักธุรกิจชาวจีนมาเที่ยวเมืองไทย เห็นโอกาสว่า คนจีนชื่นชอบรองเท้าประเภทนี้มาก ดังนั้น [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="300"><tbody><tr><td
width="300" align="center" valign="Top"><p></p></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><p><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" width="1" height="5" title="รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" /></p></td></tr></tbody></table><p><strong><span
style="color: #330099">รองเท้าของชาวเขาเผ่าต่างๆ  มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยสีสดใส  และที่สำคัญเป็นงานแฮนด์เมดทำจากวัสดุผ้าปักมือ  เป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนไม่น้อย  จึงมีการนำสไตล์ดังกล่าวมาต่อเติมและประยุกต์ให้เป็นรองเท้าที่คนทั่วไป สามารถหาซื้อใส่ได้เช่นกัน</span><br
/> <br
/></strong></p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="410"><tbody><tr><td
width="410" align="center" valign="Top"><p></p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><p>ชัยยศ บุญเรืองฤทธิ์</p></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><p><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" width="1" height="5" title="รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" /></p></td></tr></tbody></table><p><span
style="color: #993300">อย่างไรก็ตาม แม้สินค้าจะยอดเยี่ยมเพียงใด  แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ การตลาด เหตุนี้ทำให้ <span
style="color: #330099">?ชัย ยศ บุญเรืองฤทธิ์?</span>ซึ่งมองเห็นศักยภาพสินค้า เข้ามาต่อยอดงานฝีมือของ<span
style="color: #336633">กลุ่มธุรกิจชุมชนใน จ. เชียงใหม่</span> ให้สามารถก้าวไปยังตลาดต่างประเทศได้สำเร็จ  โดยเฉพาะตลาดแดนมังกรที่ให้ความนิยมอย่างสูง ถือเป็นการเติมเต็มกันและกัน  ระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่น กับการทำตลาดที่เหมาะสม</span></p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="600"><tbody><tr><td
width="600" align="center" valign="Top"><p></p></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><p><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" width="1" height="5" title="รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" /></p></td></tr></tbody></table><p>ทั้งนี้ โดยส่วนตัว ชัยยศทำธุรกิจหลายๆด้าน  ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการส่งออกและนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน  ทำให้รู้ช่องทางค้าขายในจีน รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างดี  ประกอบกับได้เจอสินค้ารองเท้าสไตล์ชาวเขา<strong> ผลิตโดยกลุ่มรองเท้าผ้าจากวัสดุธรรมชาติ ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่  มี ?บุญช่วย อังสมาภรณ์พานิช? เป็นประธานกลุ่ม</strong> ส่วนตัวมองเห็นศักยภาพสินค้าว่า ควรจะขยายตลาดได้มากกว่าที่เป็นอยู่  จึงได้ติดต่อร่วมธุรกิจกัน โดยเข้ามารับหน้าที่ดูแลการตลาดให้ทั้งหมด</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"><p></p></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><p><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" width="1" height="5" title="รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" /></p></td></tr></tbody></table><p><em><span
style="color: #990000">?เดิมกลุ่มธุรกิจชุมชนนี้  จะมีปัญหาเรื่องการตลาดมาก ช่องทางตลาดแคบมีแค่ขายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ  ในถนนคนเดิน เชียงใหม่  ซึ่งจากประสบการณ์ของผมที่เคยพานักธุรกิจชาวจีนมาเที่ยวเมืองไทย  เห็นโอกาสว่า คนจีนชื่นชอบรองเท้าประเภทนี้มาก ดังนั้น  ผมเจรจากับคุณบุญช่วย โดยให้ทางกลุ่มรับผิดชอบแค่การผลิตสินค้า  แล้วผมจะรับซื้อไว้เองทั้งหมด เพื่อจะไปขายที่จีน ซึ่งทางกลุ่มก็ยินดีมาก  เพราะพวกเขาจะได้ทำเฉพาะส่วนที่ตัวเองถนัด ทำเสร็จแล้วได้เงินทันที  ไม่ต้องเหนื่อยกับการหาตลาด?</span></em> ชัยยศ  เผยจุดเริ่มต้นที่เข้ามารับหน้าที่ดูแลการตลาด เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"><p></p></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><p><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" width="1" height="5" title="รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" /></p></td></tr></tbody></table><p>เขา เล่าว่า หลังเข้ามาต่อยอดธุรกิจ  ยอมควักทุนหลักแสนว่าจ้างกลุ่มชุมชนผลิตสินค้าในปริมาณที่มากขึ้น  พอเพียงที่จะมีสินค้าเก็บเป็นสต็อกได้ ครบทุกแบบและขนาด  ซึ่งจะทำให้สามารถนำไปขายในตลาดจีนได้สะดวกกว่าการผลิตแบบแฮนด์เมด  ที่เดิมต้องรอมีออเดอร์ก่อน จึงค่อยลงมือผลิตสินค้า</p><p><br
/> นอกจากนั้น พัฒนาด้านการออกแบบ <strong><span
style="color: #990099">นำเท รนด์แฟชั่น กระแสนิยม และคำแนะนำของลูกค้าเป้าหมายชาวจีน  มาประยุกต์เข้ากับรองเท้าของชาวเขา โดยให้ออกมาแล้วดูทันสมัย  แต่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ </span></strong>นอกจากนั้น  เสริมอุปกรณ์ให้เหมาะสมในการสวมใส่ของคนทั่วไป ไม่ว่าจะเสริมส้น  หรือแผ่นรองพื้น เป็นต้น ทุกวันนี้ มีกว่า <strong>20 แบบ</strong> ทั้งหมดเป็นรองเท้าสตรี ขนาดให้เลือกเบอร์ 5-8 โดยมีทั้ง<strong>รองเท้าแตะ  รองเท้าหุ้มส้น และรองเท้าบูท</strong> เป็นต้น</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="600"><tbody><tr><td
width="600" align="center" valign="Top"><p></p></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><p><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" width="1" height="5" title="รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" /></p></td></tr></tbody></table><p>สำหรับการผลิตนั้น  ในส่วนวัสดุผ้าปักมือจะว่าจ้างกลุ่มชาวเขาเผ่าต่างๆ ตามแนวชายแดน ทั้งไทย  และลาว ส่วนการผลิตและประกอบให้เป็นรองเท้าสมบูรณ์ เกิดจากแรงงานฝีมือไทย  โดยกลุ่มรองเท้าผ้าจากวัสดุธรรมชาติ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่  มีสมาชิกประมาณ <strong>20 คน</strong> สามารถผลิตรองเท้าได้ราว <strong>2,000  คู่ต่อเดือน</strong></p><p><br
/> ในส่วนการช่องทางตลาด เขาเผยว่า  เดินทางไปเจรจาที่ประเทศจีนด้วยตัวเอง  โดยอาศัยสายสัมพันธ์ส่วนตัวในการเข้าไปติดต่อ ปัจจุบัน<strong> รายได้มาจากส่งออกต่างประเทศกว่า 90% ตลาดใหญ่ คือ เมืองคุนหมิง ประเทศจีน</strong> โดยมียอดขายประจำแน่นอน 500 คู่ต่อเดือน นอกจากนั้น  บางส่วนจะส่งออกไปที่ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงตลาดยุโรป  ส่วนตลาดในประเทศมีไม่ถึง 10% โดยขายที่ถนนคนเดิน จ.เชียงใหม่  ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวเมืองไทย</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"><p></p></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><p><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" width="1" height="5" title="รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" /></p></td></tr></tbody></table><p><em><span
style="color: #003366">?รองเท้าประเภทนี้  สำหรับคนไทยแม้จะชมว่าสวย แต่ไม่ซื้อ เพราะไม่เหมาะใส่ในชีวิตประจำวัน  แต่คนจีน รองเท้าแบบนี้ มันเป็นพื้นฐานวัฒนธรรมของเขาอยู่แล้ว  เมื่อมาประยุกต์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ทำให้ตลาดตอบรับด้วยดี  ลูกค้ามีตั้งแต่วัยรุ่น จนถึงวัยทำงาน?</span></em> ชัยยศ ระบุ</p><p><br
/> อย่างไรก็ตาม เขาเสริมว่า <strong>สินค้าที่จะไปขายในประเทศจีนนั้น  สิ่งสำคัญต้องคำนึงว่า ชาวจีนส่วนใหญ่ยังนิยมซื้อสินค้าราคาไม่สูงอยู่  หากตั้งราคาแพงเกินไป โอกาสประสบความสำเร็จเป็นเรื่องยากมาก ดังนั้น  โจทย์สำคัญของธุรกิจ คือ ต้องพยายามลดต้นทุนการผลิตทุกๆ ด้าน  เพื่อให้สามารถขายสินค้าได้ในราคาไม่สูงเกินไป โดยขณะนี้ เฉลี่ยที่คู่ละ  150-500 บาท ส่วนสินค้าที่ส่งไปประเทศญี่ปุ่น หรือยุโรป จะมีปรับดีไซน์  วัสดุ และการผลิต ยกระดับให้เป็นสินค้าอีกเกรด เพื่อขายในราคาสูงขึ้น<br
/> </strong></p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="300"><tbody><tr><td
width="300" align="center" valign="Top"><p></p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><p>ผ้าปักจากฝีมือชาว เขาแท้ๆ</p></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><p><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" width="1" height="5" title="รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" /></p></td></tr></tbody></table><p>แผนการตลาดขั้นต่อไป กำลังจะสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง รวมถึง  ลงทุนเพิ่มกว่าล้านบาท เพื่อเปิดหน้าร้านในประเทศจีน  ไว้เป็นโชว์รูมแสดงสินค้า เพราะเชื่อมั่นว่า จากแนวโน้มธุรกิจที่ผ่านมา  อีกทั้ง การเปิดเสรีการค้าและความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างอาเซียนกับจีน  จะเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจมีอนาคตที่ดีในอนาคต</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="420"><tbody><tr><td
width="420" align="center" valign="Top"><p></p></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><p><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" width="1" height="5" title="รองเท้าชาวเขาอินเทรนด์ ฝีมือไทยถูกใจแดนมังกร" /></p></td></tr></tbody></table><p><em><span
style="color: #003399">@@@@@@@@@@@@@@</span></em></p><p><br
/><span
style="color: #660000">โทร.053-338-612 , 053-387-030</span></p></td></tr></tbody></table> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/trendy-shoes/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>2</slash:comments> </item> </channel> </rss>
