
ศูนย์วิจัยและบริการไบโอดีเซล มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ มีแนวคิดว่าถ้าหากให้ชุมชนสามารถปลูกพืชน้ำมันแล้วนำมาผลิตเป็นไบโอดีเซล เพื่อใช้เองภายในชุมชน ก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในด้านพลังงานทดแทน จึงทำวิจัยเรื่อง ?การศึกษาการผลิตไบโอดีเซล (B100) จากพืชทานตะวัน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเชิงบูรณาการ? เพื่อที่จะทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โครงการนี้เลือกใช้ ?ทานตะวัน? เป็นพืชน้ำมันตัวอย่างของการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ 2 หมู่บ้านคือ บ้านอมลอง ต.แม่สาบ และ บ้านแม่โต๋ ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ อย่างครบวงจรทั้งการปลูก ผลิต แปรรูป ทดลอง และการนำไปใช้งานด้วยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในท้องถิ่นโดยชุมชนมีส่วนร่วม โดยร่วมกับ? ?วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม? ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณของชาวบ้าน ด้วยการนำ ?พลังงานทางเลือก? มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะปลูกจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนแนวคิดในการดำรงชีวิต โดยหันมาพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นในชุมชนโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พระสรยุทธ ชยปญฺโญ รักษาการเจ้าอาวาส วัดพระบรมธาตุฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านมีมิจฉาทิฐิหรือความเห็นผิดในการประกอบอาชีพ ด้วยความอยากมี อยากได้ อยากเป็นไปตามกระแสของโลก ก่อให้เกิดภาระหนี้สินมากมายกลายเป็นทุกข์ โดยไม่ได้มองว่าเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร? ดังนั้นการถ่ายทอดหรือว่าอบรมสั่งสอนญาติโยม จะให้มานั่งอยู่บนธรรมาสน์ใช้ไม่ได้แล้วเพราะมันมองไม่เห็นภาพ จึงต้องลงมือทำให้เห็นจริงในทุก ๆ เรื่อง ทั้งทำปุ๋ยหมัก ฝายกั้นน้ำในป่า ทำการเกษตรแบบพอเพียง [...]
Tags:
2552,
การปลูก,
การผลิต,
การพัฒนา,
การเกษตร,
ขาย,
ความสุข,
คือ,
งานวิจัย,
ชุมชน,
ตุลาคม,
ทอด,
ท้องถิ่น,
ธรรมะ,
ธาตุ,
น้ำ,
น้ำมัน,
น้ำมันไบโอดีเซล,
บำบัด,
ประกอบอาชีพ,
ประหยัด,
ประโยชน์,
ปลา,
ปลูก,
พลังงาน,
พลังงานทดแทน,
พลังงานทางเลือก,
พอเพียง,
ลงทุน,
วิธีการ,
ศาสตร์,
สอน,
สุขภาพ,
หนังสือ,
หมัก,
หมา,
หมู,
อบรม,
อาชีพ,
เกษตร,
เชียงใหม่,
เรียน,
เลี้ยง,
เศรษฐกิจ,
เศรษฐกิจพอเพียง,
แก้ว,
ไบโอดีเซล,
ไร่ 
?ปลาดุกไฟฟ้ายักษ์? เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา ปัจจุบันในธรรมชาติจะพบเฉพาะในแม่น้ำคองโกเท่านั้น ไม่พบในประเทศไทย จัดเป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ในน้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อย ๆ ชอบอาศัยตามโพรงหิน โพรงไม้และตามรากไม้จมน้ำที่มีแสงผ่านได้น้อยหรือเป็นน้ำหมักที่มีการสะสมของสารอินทรีย์ เช่น ใบไม้ทับถมกันและมีอุณหภูมิของน้ำเฉลี่ย 23-28 องศาเซลเซียส ลักษณะรูปร่างของปลาดุกไฟฟ้ายักษ์จะมีรูปร่างกลมและยาวคล้ายไส้กรอก ไม่มีครีบหลังแต่จะมีครีบไขมันขนาดใหญ่ ที่อยู่ค่อนไปทางส่วนท้ายของลำตัวติดกับครีบหาง คุณชวิน ตันพิทยคุปต์ หนึ่งในผู้ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงปลาแปลกและสวยงาม ทั้งในและต่างประเทศได้ย้ำว่าปลาดุกไฟฟ้ายักษ์ไม่พบในแหล่งน้ำในประเทศไทย ใครที่ซื้อมาเลี้ยงเป็นปลาแปลกและปลาสวยงามแล้วเบื่อ ห้ามปล่อยลงสู่แหล่งน้ำไทยอย่างเด็ดขาด ลักษณะเด่นของปลาชนิดนี้จะมีอวัยวะที่สร้างไฟฟ้าเรียงตัวอยู่บริเวณด้านข้างของลำตัว สามารถสร้างกระแสไฟฟ้า ที่รุนแรงได้ถึง 350 โวลต์ โดยกระแสไฟฟ้าดังกล่าวใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวและฆ่าเหยื่อที่จะจับกิน บริเวณลำตัวมีสีเทา มีจุดประสีดำขนาดใหญ่และเล็กกระจายอยู่ทั่วลำตัว จัดเป็นปลาที่ค่อนข้างดุร้ายจึงไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น แม้แต่เลี้ยงรวมด้วยกันจะพบปัญหากัดกันเอง อาหารหลักของปลาดุกไฟฟ้ายักษ์คือปลาเล็ก ๆ ทุกชนิด แต่จัดเป็นปลาที่เคลื่อน ที่ช้า ไม่ว่องไว ดวงตามีขนาดเล็กและใช้การได้ไม่ดีนัก วิธีการล่าเหยื่อจะใช้กระแสไฟฟ้าช็อตให้ปลาหมดสติหรือตายทันทีแล้ว ค่อยกลืนกินเป็นอาหาร คุณชวินยังบอกว่าหลายคนจะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างปลาดุกไฟฟ้ายักษ์กับปลาดุกไฟฟ้า กับปลาดุกธรรมดา ข้อแตกต่างที่สำคัญประการแรกก็คือขนาดและการเจริญเติบโต ปลาดุกไฟฟ้าธรรมดาที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติจะเจริญเติบโตได้เต็มที่มีความยาวของลำตัวได้ถึง 1 เมตร เรียกได้ว่าตัวใหญ่ที่สุดในบรรดาปลาดุกไฟฟ้าทุกชนิด แต่เมื่อนำมาเลี้ยงในตู้เป็นปลาสวยงาม จะเจริญเติบโตช้ามากจากประสบการณ์ของคุณชวินเคยพบมาโตเต็มที่ไม่เกิน 12 นิ้ว ในขณะที่ปลาดุกไฟฟ้ายักษ์เมื่อนำมาเลี้ยงในตู้พบว่าเจริญเติบโตเร็วมากขณะนี้มีคนเลี้ยงได้ขนาดลำตัวถึง 50-60 เซนติเมตรก็มี สำหรับข้อแตกต่างปลีกย่อยอื่น [...]
Tags:
การเลี้ยง,
คือ,
ต่างประเทศ,
ธรรมชาติ,
น้ำ,
ปลา,
รากไม้,
วิธีการ,
หมัก,
อาหาร,
เลี้ยง,
เลี้ยงปลา,
แปลก,
ไทย,
ไส้กรอก 
เกษตรอินทรีย์ หนทางรอดของเกษตรกรยุคนี้ ครั้งอดีต เกษตรกรของไทยไม่จำเป็นต้องอาศัยปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีทางการเกษตรในการเพาะปลูก เนื่องจากสภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งมีการกล่าวขานว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แต่มายุคสมัยนี้ที่การผลิตสินค้าเกษตรมุ่งไปสู่การค้ามากขึ้น การเพิ่มผลผลิตจึง จำเป็น และสิ่งหนึ่งที่เกษตรกรยุคใหม่ใช้คือการเร่งการเจริญเติบโตของพืชด้วยปุ๋ยเคมีและ ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเต็มอัตรา นอกจากนี้การใช้พื้นที่ทำการเกษตรโดยขาดการปรับปรุงบำรุงดินอย่างถูกวิธี ยิ่งส่งผลให้ดินเสื่อมสภาพ เกิดการสะสมของสารเคมีในปริมาณมาก ที่สำคัญพืชไม่สามารถดึงธาตุอาหารที่มีในดินมาใช้ประโยชน์ได้ นั่นคือสาเหตุที่เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุคปัจจุบันปัจจัยการผลิตทั้งปุ๋ยและสารเคมีล้วนปรับราคาสูงขึ้น เกษตรอินทรีย์ จึงเป็นหนทางรอดของเกษตรกรในยุคปัจจุบัน เพราะไม่จำเป็นต้องไปซื้อปุ๋ยเคมีในราคาแพงมาใช้ เพียงแค่เกษตรกรหาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเศษพืช เศษปลา ใบไม้ หรือเศษหญ้ามาหมักกับสารเร่ง พด. ของกรมพัฒนาที่ดิน ก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ ในขณะที่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ที่ผ่านมามีเกษตรกร หันมาใส่ใจเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น สังเกตได้จากเมื่อกรมพัฒนาที่ดินมีโครงการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร มุ่งสู่การทำเกษตรอินทรีย์ จะมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 มาจนถึงปีนี้ สามารถจัดตั้งกลุ่มไปแล้วไม่ต่ำกว่า 51,000 กลุ่ม และในปีนี้ กรมฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ทดแทน สารเคมีทางการเกษตรหรือเกษตรอินทรีย์ ได้แล้ว 15.89 ล้านไร่ คิดเป็น 93.52% จากที่ตั้งเป้าไว้ [...]
Tags:
กลุ่มเกษตรกร,
การทำ,
การผลิต,
การพัฒนา,
การเกษตร,
การเพาะ,
ของไทย,
ขาย,
ข้าว,
คือ,
คุณภาพ,
จำหน่าย,
ช่องทาง,
ตลาดต่างประเทศ,
ต่างประเทศ,
ธาตุ,
น้ำ,
ประโยชน์,
ปลา,
ปลูก,
ผัก,
ลดต้นทุน,
วัสดุเหลือใช้,
วิธีการ,
สมุนไพร,
หมัก,
หมู,
อบรม,
อาหาร,
เกษตร,
เพาะ,
ไทย,
ไร่