<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; อาหาร</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 20:04:39 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>เงินทองเป็นของคุณก็จริง แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติของสังคมส่วนรวม!!</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments> <pubDate>Thu, 19 Jan 2012 18:21:15 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[จุดประกายอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[การประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ขาดแคลน]]></category> <category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category> <category><![CDATA[ทรัพยากร]]></category> <category><![CDATA[อดอยาก]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เยอรมันนี]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=6104</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/german.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="german" /></a>มีเรื่องเล่า จากเพื่อนฝูง ที่บินไปทำธุรกิจที่เยอรมันเห็นว่า น่าจะช่วยค่านิยมเรื่องการรู้จักกินใช้อย่างประหยัด ให้คนไทยได้ เอามาฝากกันครับเยอรมันเป็นประเทศซึ่งพัฒนาอุตสาหกรรมไปไกลแล้ว ประเทศนี้ เป็นผู้ผลิตสินค้าชั้นนำอย่างเช่น เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีเมนส์ เป็นต้น ปั๊มพ์ที่ใช้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ผลิตขึ้นในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งของประเทศนี้  ในประเทศซึ่งมีการพัฒนาไปไกลเช่นนี้ คนส่วนใหญ่คงคิดว่า ประชาชนชาวเยอรมันจะใช้ชีวิตที่หรูหรา อย่างน้อย นั่นเป็นความรู้สึกของผมก่อนเดินทางไปศึกษาดูงานที่นั่นเมื่อผมเดินทางถึงแฮมเบิร์ก เพื่อนร่วมชาติซึ่งทำงานอยู่ที่นั่นจัดให้มีการเลี้ยงต้อนรับผมที่ภัตตาคาร ขณะที่เราเดินเข้าไปในภัตตาคาร เราพบว่าโต๊ะจำนวนมากว่างอยู่ มีโต๊ะหนึ่งมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังนั่งกินอาหารกันอยู่ บนโต๊ะของทั้งคู่ มีอาหารอยู่เพียงสองจาน และเบียร์อีกสองกระป๋อง ผมคิดสงสัยอยู่ในใจ ว่าอาหารมื้อง่ายๆอย่างนี้ จะทำให้เกิดบรรยากาศโรแมนติคขึ้นได้อย่างไร และสาวน้อยคนนี้ คงจะเลิกคบกับไอ้หนุ่มขี้เหนียวคนนั้นหรือไม่ ? มีหญิงสาวสูงอายุอีกสองสามคนนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง เมื่อคนเสิร์ฟนำอาหารมาบริการ เขาจะทำการแบ่งอาหารให้กับหญิงสาวเหล่านั้น และ ทุกคนจะกินอาหารจนหมดสิ้น ไม่มีเศษเหลืออยู่บนจานให้เห็นพวกเราไม่ได้ให้ความสนใจกับหญิงสาวเหล่านั้นมากนัก เพราะเรากำลังนั่งรออาหารซึ่งได้สั่งไปแล้ว เพื่อนคนนั้น สั่งอาหารไว้หลายจาน เพราะเราต่างกำลังหิว อาหารเสิร์ฟออกมาได้เร็ว คงเป็นเพราะภัตตาคารมีแขกน้อย เราใช้เวลาในการกินอาหารเย็นมื้อนั้นไม่นาน ทั้งนี้เพราะเรายังมีกิจกรรมอื่นรออยู่ ขณะที่เราลุกออกจากโต๊ะ ยังมีอาหารซึ่งกินไม่หมดเหลืออยู่อีกราวหนึ่งในสามส่วนขณะที่พวกเรากำลังเดินออกจากภัตาคาร เราได้ยินเสียงใครเรียกพวกเราอยู่ เราสังเกตุเห็นว่า หญิงสาวสูงอายุกำลังพูดกับเจ้าของภัตาคารเกี่ยวกับพวกเรา เมื่อพวกเขาเริ่มพูดกับเราเป็นภาษาอังกฤษ เราจึงเข้าใจว่า พวกเขาต่างไม่พอใจที่พวกเราทิ้งอาหารไว้มากเช่นนั้น เรารู้สึกในทันทีว่า พวกเขา เข้ามายุ่มย่ามเกินกว่าเหตุ “ พวกเราจ่ายค่าอาหารแล้ว [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>มีเรื่องเล่า จากเพื่อนฝูง ที่บินไปทำธุรกิจที่เยอรมัน<br
/>เห็นว่า น่าจะช่วยค่านิยมเรื่องการรู้จักกินใช้อย่างประหยัด ให้คนไทยได้ เอามาฝากกันครับ<br
/><a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/german/" rel="attachment wp-att-6107"><img
class="alignleft  wp-image-6107" title="german" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/german.jpg" alt="german เงินทองเป็นของคุณก็จริง แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติของสังคมส่วนรวม!!" width="357" height="268" /></a><br
/>เยอรมันเป็นประเทศซึ่งพัฒนาอุตสาหกรรมไปไกลแล้ว ประเทศนี้ เป็นผู้ผลิตสินค้าชั้นนำอย่างเช่น เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีเมนส์ เป็นต้น ปั๊มพ์ที่ใช้ในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ผลิตขึ้นในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งของประเทศนี้  ในประเทศซึ่งมีการพัฒนาไปไกลเช่นนี้ คนส่วนใหญ่คงคิดว่า ประชาชนชาวเยอรมันจะใช้ชีวิตที่หรูหรา อย่างน้อย นั่นเป็นความรู้สึกของผมก่อนเดินทางไปศึกษาดูงานที่นั่น<br
/><br
/>เมื่อผมเดินทางถึงแฮมเบิร์ก เพื่อนร่วมชาติซึ่งทำงานอยู่ที่นั่นจัดให้มีการเลี้ยงต้อนรับผมที่ภัตตาคาร ขณะที่เราเดินเข้าไปในภัตตาคาร เราพบว่าโต๊ะจำนวนมากว่างอยู่ มีโต๊ะหนึ่งมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังนั่งกินอาหารกันอยู่ บนโต๊ะของทั้งคู่ มีอาหารอยู่เพียงสองจาน และเบียร์อีกสองกระป๋อง ผมคิดสงสัยอยู่ในใจ ว่าอาหารมื้อง่ายๆอย่างนี้ จะทำให้เกิดบรรยากาศโรแมนติคขึ้นได้อย่างไร และสาวน้อยคนนี้ คงจะเลิกคบกับไอ้หนุ่มขี้เหนียวคนนั้นหรือไม่ ?<br
/><br
/> มีหญิงสาวสูงอายุอีกสองสามคนนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง เมื่อคนเสิร์ฟนำอาหารมาบริการ เขาจะทำการแบ่งอาหารให้กับหญิงสาวเหล่านั้น และ ทุกคนจะกินอาหารจนหมดสิ้น ไม่มีเศษเหลืออยู่บนจานให้เห็น<br
/><br
/>พวกเราไม่ได้ให้ความสนใจกับหญิงสาวเหล่านั้นมากนัก เพราะเรากำลังนั่งรออาหารซึ่งได้สั่งไปแล้ว เพื่อนคนนั้น สั่งอาหารไว้หลายจาน เพราะเราต่างกำลังหิว<br
/> <br
/>อาหารเสิร์ฟออกมาได้เร็ว คงเป็นเพราะภัตตาคารมีแขกน้อย เราใช้เวลาในการกินอาหารเย็นมื้อนั้นไม่นาน ทั้งนี้เพราะเรายังมีกิจกรรมอื่นรออยู่ ขณะที่เราลุกออกจากโต๊ะ ยังมีอาหารซึ่งกินไม่หมดเหลืออยู่อีกราวหนึ่งในสามส่วน<br
/><br
/>ขณะที่พวกเรากำลังเดินออกจากภัตาคาร เราได้ยินเสียงใครเรียกพวกเราอยู่ เราสังเกตุเห็นว่า หญิงสาวสูงอายุกำลังพูดกับเจ้าของภัตาคารเกี่ยวกับพวกเรา เมื่อพวกเขาเริ่มพูดกับเราเป็นภาษาอังกฤษ เราจึงเข้าใจว่า พวกเขาต่างไม่พอใจที่พวกเราทิ้งอาหารไว้มากเช่นนั้น เรารู้สึกในทันทีว่า พวกเขา เข้ามายุ่มย่ามเกินกว่าเหตุ<br
/><br
/> “ พวกเราจ่ายค่าอาหารแล้ว มันไม่ใช่ธุระของพวกคุณ ว่าเรากินอาหารไม่หมดแล้วเหลืออยู่เท่าไร ” เพื่อนของเราคนหนึ่งชื่อ กุ่ย บอกกับหญิงสูงอายุเหล่านั้น<br
/><a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/german-food/" rel="attachment wp-att-6108"><img
class="alignleft size-full wp-image-6108" title="german food" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/german-food.png" alt="german food เงินทองเป็นของคุณก็จริง แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติของสังคมส่วนรวม!!" width="295" height="195" /></a><br
/>  หญิงสาวเหล่านั้นรู้สึกโกรธขึ้นมาทันที คนหนึ่งในนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วต่อสายเพื่อพูดกับใครบางคน ไม่นานหลังจากนั้น ชายในชุดยูนิฟอร์มก็มาถึง โดยแสดงตัวว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่จากองค์การสวัสดิการสังคม ( Social Security organization) ภายหลังจากฟังความจนเข้าใจว่า มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เขาก็สั่งปรับพวกเราเป็นเงิน 50 มาร์ค พวกเราทุกคนต่างเงียบกริบ เพื่อนซึ่งอยู่ในเมืองนี้หยิบเงิน 50 มาร์คส่งให้ไป พร้อมกับกล่าวขอโทษขอโพยต่อเจ้าหน้าที่หลายครั้ง.<br
/><br
/>  เจ้าหน้าที่ผู้นั้นกล่าวกับเรา ด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดว่า <span
style="color: #0000ff;"><strong>“ สั่งอาหารเท่าที่พวกคุณจะสามารถกินได้หมด เงินทองอาจจะเป็นของคุณ แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติส่วนรวมมีคนอีกจำนวนมากในโลกนี้ ที่ยังขาดแคลนทรัพยากร พวกคุณไม่มีเหตุผล ที่จะใช้ทรัพยากรอย่างทิ้งๆขว้างๆ ”</strong></span><br
/><br
/>สีหน้าพวกเราเปลี่ยนเป็นสีแดง พวกเราเห็นด้วยกับคำพูดของเขาหมดทั้งหัวใจ ทัศนคติของผู้คนในประเทศร่ำรวยแห่งนี้ทำให้พวกเรารู้สึกละอาย เราต้องทบทวนพิจารณาตัวเองกันจริงๆในประเด็นนี้ พวกเรามาจากประเทศซึ่งมีทรัพยากรไม่อุดมสมบูรณ์นัก  เพื่อรักษาหน้าตาตัวเอง เราจึงสั่งอาหารมามากๆ และพวกเรามักสั่งกันจนเหลือในยามที่เลี้ยงผู้อื่น บทเรียนนี้ สอนเราให้คิดอย่างจริงจังเพื่อที่จะปรับเปลี่ยนนิสัยไม่ดีเหล่านี้เสีย<br
/><br
/>เพื่อนของผมถ่ายสำเนาใบเสร็จค่าปรับนั้น และมอบให้กับพวกเราแต่ละคน ทุกคน พวกเราทุกคนรับเก็บไว้ และแปะไว้ข้างฝา เพื่อเตือนใจเราว่า เราจะต้องไม่ทำตัวเป็นคนสิ้นเปลืองอีกอย่างเด็ดขาด<br
/><br
/>ถ้าสังเกต จะพบว่าชาติที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เช่น ญี่ปุ่น เยอรมัน ผู้คนของเขาจะมีวัฒนธรรมในเรื่องการไม่ปล่อยให้เกิดของเหลือทิ้ง นั่นเป็นเหตุให้ชาติบ้านเมืองของเขาเจริญรุดหน้า<br
/>สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดี อย่างเช่นรถยนต์ อย่างเช่น เทคโนโลยีอันก้าวล้ำชนิดต่างๆ <br
/>เราลองปรับเอามาใช้ และสั่งสอนลูกหลานของพวกเราให้รู้จัก วัฒนธรรมการไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติกันดูบ้างนะครับ<br
/><br
/>เพราะ ความจริงแล้ว เงินทอง นั้นก็แปลงมาจากทรัพยากรทุกสิ่งอย่างของเรานั่นเองครับ<br
/><br
/><a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81/" rel="attachment wp-att-6109"><img
class="alignleft  wp-image-6109" title="อดอยาก" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2012/01/อดอยาก.jpg" alt="อดอยาก เงินทองเป็นของคุณก็จริง แต่ทรัพยากรนั้นเป็นสมบัติของสังคมส่วนรวม!!" width="299" height="197" /></a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>สถาบันเอชานซ์  (A Chance Learning) จัดอบรมเดือนตุลาคม 2553 พบหลักสูตรหลากหลาย</title><link>http://www.keajon.com/a-chance-learning-october-2010/</link> <comments>http://www.keajon.com/a-chance-learning-october-2010/#comments</comments> <pubDate>Wed, 13 Oct 2010 12:50:21 +0000</pubDate> <dc:creator>achance</dc:creator> <category><![CDATA[ข่าวฝึกอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[จุดประกายอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[ฝึกอบรม สัมนาื่อื่นๆ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[สถาบัน]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อบรมอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เครื่องสำอางค์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=4944</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/a-chance-learning-october-2010/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>สถาบันเอชานซ์? (A Chance Learning) จัดอบรมเดือนตุลาคม 2553 พบหลักสูตรหลากหลาย &#160; วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 การทำผลิตภัณฑ์สปาและขัดผิว ?ตำรับการทำผลิตภัณฑ์สปาและผลิตภัณฑ์ขัดผิวเนื้อต่างๆ ประกอบด้วย น้ำแร่ น้ำนมแช่อาบ สมุนไพรผงขัดผิว โคลนพอกผิว เกลือน้ำผึ้งขัดผิวอโรมา น้ำตาลในบาล์มขัดผิว? สรรพคุณของสมุนไพรที่ใช้ในสูตร? การปรับสูตรเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ &#160; วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 การออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าสุนัข หลักสูตร 2? หลักการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับสุนัข?? การเลือกผ้าและวัสดุที่ใช้ในการตัดเย็บ? การวัดขนาดและรูปร่างสุนัข? การขึ้นหุ่น? การทำแพทเทิร์น? การขยายแบบ การวางผ้า ?การตกแต่งเสื้อผ้า? การติดกระดุมและการทำปกเสื้อ ?ปฏิบัติการตัดเย็บเสื้อผ้าสุนัข 1 ชุด? การพัฒนาแบบ &#160; วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 การทำเทียน ธูปหอม และกำยานสมุนไพร เรียนรู้วัสดุอุปกรณ์ในการทำเทียนสมุนไพร และส่วนผสมในการทำธูป และกำยานสมุนไพร? [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>สถาบันเอชานซ์? (A Chance Learning) จัดอบรมเดือนตุลาคม 2553 พบหลักสูตรหลากหลาย</p><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 การทำผลิตภัณฑ์สปาและขัดผิว ?ตำรับการทำผลิตภัณฑ์สปาและผลิตภัณฑ์ขัดผิวเนื้อต่างๆ ประกอบด้วย น้ำแร่ น้ำนมแช่อาบ สมุนไพรผงขัดผิว โคลนพอกผิว เกลือน้ำผึ้งขัดผิวอโรมา น้ำตาลในบาล์มขัดผิว? สรรพคุณของสมุนไพรที่ใช้ในสูตร? การปรับสูตรเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 การออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าสุนัข หลักสูตร 2? หลักการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับสุนัข?? การเลือกผ้าและวัสดุที่ใช้ในการตัดเย็บ? การวัดขนาดและรูปร่างสุนัข? การขึ้นหุ่น? การทำแพทเทิร์น? การขยายแบบ การวางผ้า ?การตกแต่งเสื้อผ้า? การติดกระดุมและการทำปกเสื้อ ?ปฏิบัติการตัดเย็บเสื้อผ้าสุนัข 1 ชุด? การพัฒนาแบบ</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 การทำเทียน ธูปหอม และกำยานสมุนไพร เรียนรู้วัสดุอุปกรณ์ในการทำเทียนสมุนไพร และส่วนผสมในการทำธูป และกำยานสมุนไพร? ปฏิบัติการทำเทียนสมุนไพร เทียนดอกบัวอโรมา กำยานสมุนไพร? และธูปหอมผสมสมุนไพร? การเลือกสมุนไพรเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์? เทคนิคการแต่งสีและกลิ่น? การพัฒนาแบบให้หลากหลาย? แนะนำแหล่งซื้อวัสดุอุปกรณ์? ปฏิบัติการทำผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 การทำผลิตภัณฑ์เรซิ่นไฟเบอร์กลาส ทำผลิตภัณฑ์ขึ้นรูปโดยใช้เรซิ่นที่ใช้ในอุตสาหกรรมไฟเบอร์กลาส ???มา<a
href="http://www.keajon.com/category/handcraft-idea/"target="_self"title="ดูเนื้อหางานประดิษฐ์" >ประดิษฐ์</a>เป็นงานศิลปะสำหรับตกแต่งบ้านเลียนแบบที่มีความสวยงามและน้ำหนักเบา อาทิ ภาพติดผนัง ?โคมไฟ หินเทียม ฯลฯ วัสดุอุปกรณ์การผลิต ปฏิบัติการทำผลิตภัณฑ์ภาพนูนติดผนังเลียนแบบโลหะ ?การพัฒนาแบบ</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาตม 2553 การทำเซรั่มบำรุงผิวหน้า ?เครื่องสำอางสำหรับผิว ความรู้พื้นฐานในการเตรียมเซรั่ม? ส่วนผสมที่ใช้ในการเตรียมเซรั่ม? การเลือกใช้สารที่มีคุณสมบัติในการดูแลผิวหน้า? เทคนิคในการเตรียมเซรั่ม? ปฏิบัติการทำเซรั่ม ?4 สูตร? ประกอบด้วย เซรั่มคอลลาเจน เซรั่มวิตามินซีและกรดซาริไซริค? และเซรั่มสารสกัดสมุนไพร 2 สูตร? การทดสอบความคงสภาพของผลิตภัณฑ์</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาตม 2553 การทำเครปเย็นแบบญี่ปุ่น 3 สูตร? เรียนรู้การใช้วัตถุดิบประยุกต์และอุปกรณ์ ?การผสมแป้งแบบต่างๆ ?(พร้อมสูตรมาบุญครอง) ?การทำวิปป์ครีม? เทคนิค?? การทำเครปเย็น? การจัดเก็บรักษา ?การเลือกไส้ผสม ?การห่อแบบญี่ปุ่น? พร้อมเทคนิคการตลาด</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาตม 2553 การทำพิมพ์ซิลิโคนเพื่อใช้กับสบู่ เทียน และเรซิ่น เรียนรู้ทฤษฎีอุปกรณ์แบบพิมพ์? ประโยชน์การใช้?? ?แหล่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ การเปรียบเทียบต้นทุน ปฏิบัติการทำพิมพ์ซิลิโคนแบบลอยตัว และพิมพ์สบู่แบบถลก</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาตม 2553 การออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าสุนัข หลักสูตร 4? หลักการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับสุนัข?? การเลือกผ้าและวัสดุที่ใช้ในการตัดเย็บ? การวัดขนาดและรูปร่างสุนัข? การขึ้นหุ่น? การทำแพทเทิร์น? การขยายแบบ การวางผ้า ?การตกแต่งเสื้อผ้า ?ปฏิบัติการตัดเย็บกางเกงสุนัข 1 ชุด? การพัฒนาแบบ</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม 2553 การทำสร้อยคอดัดลวดสี่เหลี่ยม เรียนรู้การเลือกคริสตัลคุณภาพเกรด A วัสดุอุปกรณ์การทำเครื่องประดับ?? เทคนิคการออกแบบ?? ปฏิบัติการทำสร้อยคอ? แนะนำแหล่งซื้อวัสดุอุปกรณ์</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม 2553 การทำกระเป๋าผ้าแฮนด์เมด หลักสูตร 2 ??เรียนรู้การเลือกผ้าและวัสดุตกแต่ง?? การสร้างแพทเทิร์น? การวางผ้า / ตัดผ้า / การเย็บและประกอบตัวกระเป๋า? การดัดแปลงแบบ? ปฏิบัติการทำกระเป๋าผ้าแฮนด์เมดแบบถือด้วยจักรมือ? แนะนำแหล่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ ?(ไม่มีพื้นฐาน? สามารถอบรมได้)</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม 2553 การทำบาล์มและน้ำมันนวดตัว เรียนรู้ตำรับการทำลิปบาล์มผลไม้ บาล์มแก้ส้นเท้าแตก บาล์มอโรมา และบาล์มสมุนไพรสูตรเย็น?? น้ำมันอโรมา และน้ำมันนวดตัวลดเซลลูไลท์?? เรียนรู้สมุนไพรที่มีคุณค่าช่วยบำรุงผิว? ตำรับและเทคนิคการทำผลิตภัณฑ์? แนะนำแหล่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ การพัฒนาสูตรเพื่อสร้างความแตกต่าง</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม 2553 การทำซุปเพื่อสุขภาพ<strong> </strong>เรียนรู้การทำน้ำสต๊อกเพื่อใช้ในการทำซุป การทำซุปใสแบบดั้งเดิม ซุปแบบฝรั่งเศส??? ซุปผักสไตล์อิตาเลียน ซุปข้นกุ้งไขมันต่ำ พื้นฐานการทำซุปข้น เช่น ซุปหน่อไม้ฝรั่ง การทำซุปเย็นแบบสเปน?? การทำซุปสมุนไพร เช่น ซุปผักโขม ซุปฟักทอง แครอท และงาดำ เทคนิคการทำขนมปังอบสำหรับเสิร์ฟพร้อมซุป เช่น ขนมปังอบสมุนไพร ขนมปังอบเพสโต้</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม 2553 การทำเรซิ่นเลียนแบบเครื่องประดับอัญมณี ?การทำเรซิ่นอีฟ๊อกซี และเรซิ่นใสพิเศษเลียนแบบอัญมณี. การหล่อเรซิ่นเลียนแบบอัญมณีประเภทต่างๆ? เช่น? มุก? หยก พลอยสี? นิล บุศราคัม ฯลฯ เรียนรู้สูตรการผสมเนื้องาน? การคำนวณต้นทุน? การพัฒนาและประยุกต์แบบ</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม 2553 การทำอาหารญี่ปุ่น การเลือกวัตถุดิบสำหรับทำอาหารญี่ปุ่น? แนะนำแหล่งซื้อวัตถุดิบ? ปฏิบัติการทำเทมปุระ? ยากิโซบะ? สเต็กแบบญี่ปุ่น? การทำซอส 3 ชนิด? ซุปราเมง? อุด้ง? ข้าวหน้าหมูทอด? ข้าวหน้าเทมปุระ? ปลาย่างเทอริยากิ? ไก่เสียบไม้ย่าง (ยากิโตริ)? และเกี๊ยวซ่า</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 การทำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทำความสะอาด ตำรับการทำสบู่เหลวขมิ้นชัน สบู่เหลวล้างหน้าผสมน้ำผึ้ง? ครีมอาบน้ำผลไม้? แชมพูขิง ?ครีมนวดผมดอกอัญชันและบอระเพ็ด? การใส่สมุนไพรและสารสกัดเพื่อเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์? การหมักสมุนไพรเพื่อใช้ในสูตร? ปฏิบัติการทำผลิตภัณฑ์? ข้อกำหนดในการทำผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 การทำชีสเค้กชนิดอบ? ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำขนมอบ? การเลือกใช้เตาอบ? การชั่งตวงวัด? การจัดเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบ? ปฏิบัติการทำนิวยอร์กชีสเค้ก? และคาปูชิโนชีสเค้ก</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 การทำอาหารจีนสูตรดั้งเดิม? เรียนรู้พื้นฐานการหั่นเนื้อแบบจีน? การหมักเนื้อประเภทต่างๆ? วิธีการทำซอสแบบจีน 7 ชนิด? การทำกุ้งผัดพริกเสฉวน? กุ้งทอดครีมสลัดโรยงา? ฮ่องเต้สลัด? กุ้งหวานแบบเซี่ยงไฮ้? ไก่ผัดเม็ดมะม่วง? ไก่ทอดซอสมะนาว? ปลานึ่งซีอิ๊ว? ปีกไก่เหล้าแดง? ซุปเสฉวน? และเนื้ออบยอดผัก</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 การทำเรซิ่น 3 แบบ 3 สไตล์ ?รู้จักวัสดุอุปกรณ์? การทำเรซิ่นแบบใส และทึบ? การเลือกซื้อ? ขั้นตอนและวิธีการหล่อ? การย้อมสี เพ้นท์สี และพ่นสีเพื่อตกแต่งผลิตภัณฑ์? การเปรียบเทียบต้นทุนการผลิต? ปฏิบัติการทำเรซิ่นแบบใสใส่วัตถุในเนื้องาน? เรซิ่นแบบทึบเลียนแบบไม้มะค่า และเรซิ่นแบบทึบเลียนแบบโลหะ</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2553 การทำสร้อยคอและสร้อยข้อมือปีกนก 3 สาย เรียนรู้การเลือกคริสตัลคุณภาพเกรด A วัสดุอุปกรณ์การทำเครื่องประดับ?? เทคนิคการออกแบบ?? ปฏิบัติการทำสร้อยคอและสร้อยข้อมือคริสตัลแบบเข้าชุด? แนะนำแหล่งซื้อวัสดุอุปกรณ์</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2553 การตัดเย็บเสื้อผ้าเด็ก? เรียนรู้การเลือกใช้ผ้า? การวัดขนาดและการสร้างแพทเทิร์น? การขยายขนาด?? การเปลี่ยนรูปปกเสื้อ? การตัดเย็บและประกอบตัว?? การดัดแปลงและตกแต่งเพิ่มเติม? ปฏิบัติการตัดเย็บเสื้อผ้าเด็กด้วยจักรมือ? แนะนำแหล่งซื้อวัสดุอุปกรณ์</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 16 ตุลาตม 2553 การทำผลิตภัณฑ์ขัดผิวและผลัดเซลล์ผิว<strong> </strong>ตำรับการทำผลิตภัณฑ์ขัดผิว ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวเนื้อต่างๆ ประกอบด้วย สบู่ใสสครับ สบู่เหลวสครับ ?น้ำนมขัดผิว ?ครีมน้ำมันขัดผิว เจลผลัดเซลล์ผิวกรดผลไม้ และเกลือแฟนซีขัดผิว ?สรรพคุณของสมุนไพรที่ใช้ในสูตร? การปรับสูตรเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 16 ตุลาตม 2553 การทำน้ำสลัดยอดนิยมและน้ำสลัดสุขภาพ ?ประเภทของน้ำสลัด? ส่วนประกอบของน้ำสลัด เครื่องปรุงและเครื่องปรุงแต่งรสธรรมชาติ?? ปฏิบัติการทำน้ำสลัดยอดนิยม ประกอบด้วย น้ำสลัดมายองเนส แบบต่างๆ น้ำสลัดอิตาเลียน น้ำสลัดซีซาร์ เทาซันด์ไอส์-แลนด์ น้ำสลัดงาญี่ปุ่น? และน้ำสลัดสุขภาพ ประกอบด้วย น้ำสลัดแครอท น้ำสลัดผลไม้ น้ำสลัดโยเกิร์ตชินนามอน น้ำสลัดเต้าหู้ น้ำสลัดอะโวคาโด้?? รวม 22 สูตร</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 16 ตุลาตม 2553 การทำอาหารอิตาเลียนยอดฮิต ??การเลือกวัตถุดิบสำหรับทำอาหารอิตาเลียน? การทำซอสหลักต่างๆ สำหรับอาหารอิตาเลียน เช่น ซอสเนื้อ ซอสมะเขือเทศ ซอสครีม ซอสเพสโต้?? การต้มเส้นพาสต้าอย่างถูกวิธี?? การทำลาซานญ่าซอสเนื้อ? ลาซานญ่าผักโขมและเห็ด? สปาเก็ตตี้ซอสต่างๆ? พาสต้าอบครีมชีส? และผักโขม? อบชีส</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2553 การทำเครื่องหอมอาบน้ำ 7 สูตร?? ประกอบด้วย Bath Bomb? เจลหอมอาบน้ำ ?ผงหอมอโรมา สมุนไพรหอมอาบน้ำ โคโลญจน์? แป้งหอมอโรมา และน้ำดอก-กุหลาบ เรียนรู้ตำรับการทำผลิตภัณฑ์เครื่องหอม? ?การแต่งสีและกลิ่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย? แนะนำแหล่งซื้อวัสดุอุปกรณ์? ปฏิบัติการทำผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2553 การทำแซนวิชสูตรการค้า เรียนรู้การจัดเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์? เทคนิคการทำน้ำสลัดเพื่อนำมาประยุกต์ ใช้กับการทำแซนวิช?? เทคนิคการทำผักดองสามรส? ปฏิบัติการทำแซนวิชเกล็ดหิมะ? การทำแซนวิชเวียดนาม?? แซนวิชสเปรดทูน่าและไส้ประยุกต์? แซนวิชสามสี? และแซนวิชสเต็ก? ?แนะนำเทคนิคการตลาด</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2553 การทำไอศกรีมผลไม้สูตรไขมันต่ำ หลักสูตร 2 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการผสมเครื่องดื่มม๊อกเทลสูตรไขมันต่ำ?? ชนิดและองค์ประกอบของไอศกรีม? อุปกรณ์และเครื่องมือในการทำไอศกรีมม๊อกเทล? ความรู้เกี่ยวกับน้ำเชื่อม และวัตถุดิบ? เทคนิคการดัดแปลงรสชาติ? การคำนวณต้นทุน แหล่งซื้อของ/ไอเดียเปิดร้าน ?ปฏิบัติจริง 5 สูตร? เช่น? บลูคูโรโชซอร์เบ ,ไอศกรีมลิ้นจี่นมสดไขมันต่ำ , ฟรุ๊ตพั้นซ์ซอร์เบ, ไอศกรีมมะม่วงโยเกิร์ต , แอปริคอตซอร์เบ</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2553 การทำสเต็กแบบต่างๆ? เรียนรู้การหมักสเต็กให้นุ่มอร่อย วิธีการทำซอสสำหรับสเต็กเนื้อ หมู ไก่ แกะ ?ซอสโรสแมรี่, ซอสมะเขือเทศ, ซอสเห็ด, ซอสไวน์แดง, ซอสหัวหอม? วิธีการทำซอสสำหรับสเต็กปลา? และซีฟู้ด ซอสเนยสมุนไพร, ซอสไวน์ขาว, ซอสมัสตาร์ดน้ำผึ้ง, ซอสมะเขือเทศ? วิธีการทำมันฝรั่ง? และผักสำหรับเสิร์ฟกับสเต็ก ไอเดียการแต่งจานสเต็กแบบโมเดิร์น</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2553 การทำเวชภัณฑ์สมุนไพรเพื่อใช้รักษาภายนอก<strong> </strong>เรียนรู้สมุนไพรที่ใช้ในการป้องกันและรักษาโรคที่เกิดกับร่างกายภายนอกพร้อมสรรพคุณที่ควรทราบ? วิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ ปฏิบัติการทำครีมลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ? เจลแก้ปวดเมื่อย? เวชภัณฑ์บรรเทาแมลงสัตว์กัดต่อย? เวชภัณฑ์รักษากลากเกลื้อน? และเวชภัณฑ์รักษาเชื้อราที่เท้า</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2553 การทำสบู่ก้อนใส และทึบแนวแฟนซี หลักสูตร 2? การทำสบู่ก้อนประเภทต่างๆ ประกอบด้วย สบู่ใสจาก กลีเซอรีน สบู่ทึบจากน้ำมันและด่าง การทำสบู่ใส? สูตรตั้งต้น เทคนิคการตกแต่งสบู่ประกอบด้วย การทำสบู่สลับสี การทำสบู่ก้อนใสสอดไส้แยมโรล การตกแต่งด้วยสมุนไพร การใส่รูปภาพและข้อความ พร้อมการตกแต่งสบู่ขั้น advance? แนะนำแหล่งซื้อวัสดุอุปกรณ์</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2553 การทำเค้กยอดนิยม? ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำขนมอบ? การเลือกใช้เตาอบ? การชั่งตวงวัด?? การจัดเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบ? ปฏิบัติการทำ? เค้กรัมช็อก? เค้กน้ำส้ม? และเค้กทีรามิซึ</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2553 การทำป้ายไม้ฉลุลาย? เรียนรู้การเลือกวัสดุอุปกรณ์และชนิดของไม้? เทคนิคการฉลุไม้/ การลงสี / การประกอบชิ้นงาน และการตกแต่งชิ้นงาน? การผสมสี และลงสีเพื่อทำชิ้นงาน 2 แบบ ประกอบด้วยแบบสีไม้ธรรมชาติ และแบบโมเดิร์น?? การคำนวณต้นทุน/ แนวทางการตลาด? การพัฒนาสินค้า/ การประยุกต์แบบ? แนะนำแหล่งซื้ออุปกรณ์? ปฏิบัติการทำป้ายไม้</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 การทำสบู่ก้อนใส และทึบแนวแฟนซี??? หลักสูตร 3? เรียนรู้เทคนิคการทำสบู่ก้อนประเภทต่างๆ ขั้นสูง เทคนิคการตกแต่งสบู่ เช่น การทำลวดลายแบบ 2 ชั้น การทำลวดลายแบบซาลอน? การทำสบู่สลับสี ????การทำสบู่ก้อนใสสอดไส้ด้วยลวดลายต่างๆ พร้อมทั้งวิธีการตัดสบู่ด้วยเครื่องตัดมือ เรียนรู้อุปกรณ์ตกแต่งสบู่ การเลือกวัสดุเพื่อสอดไส้ในสบู่/ การเลือกวัตถุดิบจากธรรมชาติเพื่อตกแต่งสบู่ ข้อกำหนดในการทำผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย แนะนำแหล่งซื้ออุปกรณ์ (ไม่มีพื้นฐานการทำสบู่ สามารถเรียนได้)</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 การทำขนมจีบและซาลาเปา เรียนรู้วัสดุอุปกรณ์การทำซาลาเปาและขนมจีบ วิธีการเตรียมแป้ง? การเลือกไส้ ?การห่อไส้? และการเลือกส่วนผสมต่างๆ? ปฏิบัติการทำซาลาเปาไส้ชาเขียว? ซาลาเปาหมูสับ ซาลาเปาหมูแดง? ซาลาเปาเจ? ซาลาเปาไส้ครีม? ซาลาเปาถั่วแดง? ขนมจีบหมูและขนมจีบกุ้ง</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 การออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าสุนัข? หลักสูตร 3? หลักการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับสุนัข? การเลือกผ้าและวัสดุที่ใช้ในการตัดเย็บ? การวัดขนาดและรูปร่างสุนัข? การขึ้นหุ่น? การทำแพทเทิร์น? การขยายแบบ การวางผ้า?? การตกแต่งเสื้อผ้า ลวดลาย และการทำกระโปรงต่อชาย-ระบาย? ปฏิบัติการตัดเย็บเสื้อผ้าสุนัข? แบบชุด 1 ชิ้น ด้วยมือ? และการพัฒนาแบบอื่นๆ</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2553 การทำมาม่อนเค้กเพื่อสุขภาพ ?ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำมาม่อนเค้ก? การจัดเตรียมอุปกรณ์ และวัตถุดิบที่ใช้? ปฏิบัติการทำมาม่อนเค้กนมสด?? มาม่อนเค้กชาเชียว? มาม่อนเค้กโกโก้? มาม่อนเค้กน้ำส้ม? ?มาม่อนเค้กธัญพืช? และตกแต่งมาม่อนเค้กด้วยธัญพืช? ผลไม้แห้ง? และผลไม้สด</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2553 การทำเครื่องสำอางบำรุงเส้นผม ?ตำรับการทำแชมพู 2 in 1,? ครีมหมักผมสมุนไพร (Hair Treatment),? Silky Hair Coat,? เจลแต่งผสมสารสกัดสมุนไพร?? และโลชั่นใส่ผมผสมสมุนไพร ??การเลือกสมุนไพรเพื่อใส่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผม ??การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย? แนะนำแหล่งซื้อวัสดุอุปกรณ์</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2553 การทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Spa Drink)?? เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแนวสปา คุณค่าของผลไม้เพื่อสุขภาพ รู้จักเครื่องมือและส่วนผสม?? สูตรผสมเครื่องดื่มในแบบต่าง ๆ เพื่อการบำบัด บำรุงร่างกาย เพื่อคลายเครียดทำให้ปลอดโปร่ง เป็นต้น? การตกแต่งเครื่องดื่มให้ดูน่าดื่ม ปฏิบัติจริงกว่า 15 สูตร</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2553 การทำพิมพ์ยางพาราและงานหล่อหินทรายแบบประยุกต์ การทำพิมพ์ยางพาราเพื่อหล่องานศิลปะหินทราย? เพื่อใช้เป็นงานการตกแต่งสวน สปาหรือบ้านพักอาศัย? เรียนรู้เทคนิคการหล่อ/ ย้อมสี/ กัดผิว? สูตรผสมเนื้องาน? เทคนิคการทำสีหินทรายเลียนแบบโลหะเก่า?? สีแบบธรรมชาติ การทำสีผสม การทำสีเหมือนจริง และการทำสีเลียนแบบหินทรายแบบเก่า</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 การทำผลิตภัณฑ์ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม ขบวนการหลุดร่วงของเส้นผม? สาเหตุการหลุดร่วงของเส้นผม? การรักษา ยาที่ช่วยรักษาอาการหลุดร่วงของเส้นผม การใช้สมุนไพรในการรักษาและการศัลยกรรม ปฏิบัติการทำแชมพูสูตรธรรมชาติ? แชมพูผสมสารสกัด? ครีมนวด? แฮร์โทนิค และเซรั่มบำรุงเส้นผม</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 การทำม็อกเทล เฟร้ปเป้ พั้นช์ผลไม้ และสมูธตี้ส์? เรียนรู้หลักการทำเครื่องดื่มประเภทม็อกเทล เฟร้ปเป้? พั้นช์ผลไม้? และสมูธตี้ส์? ความรู้เกี่ยวกับน้ำเชื่อมและผลไม้ประเภทต่าง ๆ?? หลักการผสมเครื่องดื่มแนวใหม่? ไร้แอลกอฮอล์? อุปกรณ์ที่ใช้ในการผสมเครื่องดื่ม ???แหล่งซื้อของ? ปฏิบัติจริงกว่า 20 สูตร</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 การทำผลิตภัณฑ์เครื่องหอมดับกลิ่น? วัสดุอุปกรณ์การทำเครื่องหอมดับกลิ่น? วิธีการทำเจลหอมดับกลิ่น กำยานหอมสมุนไพร คาร์บอนดูดกลิ่น? เม็ดหอมอโรมา? และสเปรย์ดับกลิ่น? การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย? แนะนำแหล่งซื้อวัสดุอุปกรณ์? ปฏิบัติการทำผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 การทำเบเกอรี่โฮมเมดแนวสุขภาพ? เรียนรู้วัตถุดิบและส่วนผสมในการทำเบเกอรี่ อุปกรณ์สำคัญในการทำเบเกอรี่ การเลือกใช้เตาอบ การชั่งตวงวัด ปฏิบัติการทำเค้กนมสดฟักทองและแครอท เค้กแอปเปิ้ลโยเกิร์ต ลูกเกด และทาร์ตเสาวรสและนมถั่วเหลือง</li></ol><p>&nbsp;</p><ol><li>วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 การทำพิซซ่าอิตาเลียนหน้าต่างๆ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำแป้งพิซซ่า 2 ชนิด และซอสมะเขือเทศ 2 ชนิด? ปฏิบัติการทำพิซซ่า 4 สูตร ประกอบด้วย ?พิซซ่าซอสมะเขือเทศและชีส (Pizza Napoletana),? พิซซ่า 4 ฤดู (Pizza Quattro Stagioni),? พิซซ่าหน้ารวม (Pizza Capricciosa)? และพิซซ่าปิดหน้า (Pizza Calzone)</li></ol><p>&nbsp;</p><p>สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 029334597-8 , 08-9665-3599 หรือ <a
href="http://www.achance.co.th/">www.achance.co.th</a> (จำนวนจำกัด)</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/a-chance-learning-october-2010/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>2</slash:comments> </item> <item><title>โปรแกรมฝึกอบรมวิชาชีพ &#8220;คมชัดลึกฝึกอาชีพ&#8221; เดือนกันยายน</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81/#comments</comments> <pubDate>Sat, 28 Aug 2010 17:08:06 +0000</pubDate> <dc:creator>kaikook</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ฝึกอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=4783</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>วันเสาร์ที่ 4 กันยายน 2553 ราดหน้ายอดผักสูตรเอ็มไพร์??????????????? อ.มนต์ชัย พลบุบผา เจ้าของร้าน ?ราดหน้านายรอนเอ็มไพร์? ที่เปิดกิจการมากว่า 20 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 เริ่มแรกเป็นสูตรเอ็มไพร์ แต่ อ.มนต์ชัยนำมาปรับปรุงให้เป็นสูตรของตนเองทำให้มีรสชาติเข้มข้นขึ้น โดยจะพิถีพิถันในเรื่องของวัตถุดิบต้องเป็นของแท้และสะอาด ไม่ใช้สารเคมี หมักหมูให้นุ่มด้วยสัปปะรดแทนที่จะใช้ผงหมัก ทำให้ราดหน้ามีความแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ แป้งไม่คืนตัวแม้ว่าจะทิ้งไว้ไม่ทานทันทีจึงยังคงรสชาติไว้ได้เหมือนเดิม และยังมีเคล็ดลับการทำหมี่กรอบให้กรอบนานไม่เหม็นหืนด้วย อ.มนต์ชัยยังบอกอีกว่าตนเองมีความตั้งใจที่จะเผยแพร่หลักสูตรนี้เพื่อให้คนมีอาชีพทำกิน และจะให้วิชาทั้งหมดไม่หวงไว้เพราะไม่อยากให้วิชานี้ตายไปกับตน หากใครจะรักษาสูตรนี้ไว้หรือพัฒนาสูตรให้ดียิ่งขึ้นก็ยินดี หลักสูตรราดหน้ายอดผักสูตรเอ็มไพร์ โดย อ.มนต์ชัย ผลบุบผา เจ้าของร้านย่านสุขุมวิท 71 คลองตัน ปากซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ค่าสมัคร 1,284 บาท วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน 2553 ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ สูตรสมุนไพรไทยกว่า 10 ชนิด (ไม่ใส่ผงชูรส) อ.ธนพัฒน์ ธนาธีระสกุล เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ถ.หทัยราษฎร์ กล่าวว่า นอกจากการใส่ใจในคุณภาพความอร่อยทุกชามตามที่ลูกค้าสั่ง ตลอดรวมทั้งเครื่องมือ เครื่องใช้ที่ต้องสะอาดแล้ว [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>วันเสาร์ที่ </strong><strong>4 กันยายน 2553 </strong></p><p>ราดหน้ายอดผักสูตรเอ็มไพร์??????????????? <strong>อ.มนต์ชัย พลบุบผา เจ้าของร้าน ?ราดหน้านายรอนเอ็มไพร์?</strong> ที่เปิดกิจการมากว่า 20 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 เริ่มแรกเป็นสูตรเอ็มไพร์ แต่ อ.มนต์ชัยนำมาปรับปรุงให้เป็นสูตรของตนเองทำให้มีรสชาติเข้มข้นขึ้น โดยจะพิถีพิถันในเรื่องของวัตถุดิบต้องเป็นของแท้และสะอาด ไม่ใช้สารเคมี หมักหมูให้นุ่มด้วยสัปปะรดแทนที่จะใช้ผงหมัก ทำให้ราดหน้ามีความแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ แป้งไม่คืนตัวแม้ว่าจะทิ้งไว้ไม่ทานทันทีจึงยังคงรสชาติไว้ได้เหมือนเดิม และยังมีเคล็ดลับการทำหมี่กรอบให้กรอบนานไม่เหม็นหืนด้วย อ.มนต์ชัยยังบอกอีกว่าตนเองมีความตั้งใจที่จะเผยแพร่หลักสูตรนี้เพื่อให้คนมีอาชีพทำกิน และจะให้วิชาทั้งหมดไม่หวงไว้เพราะไม่อยากให้วิชานี้ตายไปกับตน หากใครจะรักษาสูตรนี้ไว้หรือพัฒนาสูตรให้ดียิ่งขึ้นก็ยินดี <strong>หลักสูตรราดหน้ายอดผักสูตรเอ็มไพร์ โดย อ.มนต์ชัย ผลบุบผา เจ้าของร้านย่านสุขุมวิท 71 คลองตัน ปากซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ค่าสมัคร 1,284 บาท</strong></p><p><strong>วันอาทิตย์ที่ </strong><strong>5 กันยายน 2553</strong><strong></strong></p><p><strong>ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ สูตรสมุนไพรไทย</strong><strong>กว่า</strong><strong> 10 ชนิด (ไม่ใส่ผงชูรส)</strong></p><p><strong>อ.ธนพัฒน์ ธนาธีระสกุล เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ถ.หทัยราษฎร์ </strong>กล่าวว่า นอกจากการใส่ใจในคุณภาพความอร่อยทุกชามตามที่ลูกค้าสั่ง ตลอดรวมทั้งเครื่องมือ เครื่องใช้ที่ต้องสะอาดแล้ว การที่เครื่องปรุงทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นพริกป่น น้ำส้ม ถั่วลิสง ฯลฯ ต้องลงมือปรุงเองทั้งหมด แถมทุกเมนูปลอดผงชูรส และมีส่วนประกอบของสมุนไพรไทยอีกกว่า 10 ชนิด ถือเป็นเคล็ดลับความอร่อยที่สร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าและดีต่อสุขภาพอีกด้วย <strong>หลักสูตรก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ สูตรสมุนไพรไทยกว่า 10 ชนิด</strong> <strong>(ไม่ใส่ผงชูรส)</strong> <strong>โดย อ.ธนพัฒน์-อรภา ธนาธีระสกุล เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ถ.หทัยราษฎร์ เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ</strong> <strong>ค่าสมัครเพียง </strong><strong>1,284 บาท</strong> นับว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว เพราะลงทุนไม่มากแต่สามารถ<a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a>ให้ไม่น้อยพร้อมเผยเคล็ดลับสูตรเด็ดแบบไม่หวง ปัจจุบันร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ขยายสาขาไปที่ หน้าโรงพยาบาลสนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา</p><p><strong>ข้าวมันไก่ไหหลำ? พร้อมน้ำซุปสาหร่าย</strong></p><p>อ.ศักดา มีลาภ เจ้าของร้านเป็ดย่างลิตเติ้ลดั๊ก เผยว่า เป็นข้าวมันไก่สูตรลับเฉพาะที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ยกเว้น คม ชัด ลึก <a
href="http://www.keajon.com/training_course/"target="_self"title="ข่าวฝึกอาชีพ" >ฝึกอาชีพ</a> ที่เดียว และเป็นสูตรที่ไม่เหมือนกับร้านที่เปิดขายโดยทั่วไป เนื้อไก่นุ่มชุ่มชื้น เข้ากันดีกับน้ำจิ้มรสเด็ด และน้ำซุปสาหร่ายคล่องคอ <strong>หลักสูตรข้าวมันไก่ไหหลำ พร้อมน้ำซุปสาหร่าย โดย อ.ศักดา มีลาภ เจ้าของร้านเป็ดย่างลิตเติ้ลดั๊ก ซ.ลาซาล </strong><strong>29 จ.สมุทรปราการ </strong>สำหรับวิทยากรรายนี้ ทุกครั้งที่มาอบรมการันตีได้ถึงรายละเอียด เคล็ดลับต่างๆ ที่สำคัญทุกเมนูบทสรุปอร่อยทุกรายการ <strong>ค่าสมัคร </strong><strong>1,284 บาท</strong> <strong>เท่านั้น</strong></p><p>วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2552</p><p>หลักสูตร อาหารญี่ปุ่น 3 อย่าง (ซาซิมิ, ซูชิ, มากิ) ฟรี สูตรสลัดมันคลุกญี่ปุ่น และแกงกะหรี่</p><p
class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span
lang="TH">หลักสูตรก๋วยเตี๋ยวปลาต้มยำน้ำข้น-เย็นตาโฟทรงเครื่อง-ข้าวต้มปลา</span>&#8220;จิง จู ฮวยไฉ่&#8221; สมพล ยินดีจะถ่ายทอดทุกอย่าง ชนิดที่ไม่หวงสูตรในโครงการ &#8220;คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ&#8221; อย่าง หลักสูตรก๋วยเตี๋ยวปลาต้มยำน้ำข้น-เย็นตาโฟทรงเครื่อง-ข้าวต้มปลา&#8221;? จะสอนใน วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2553 ค่าสมัครเพียง 1,819 บาท</p><p><span
lang="TH"><span> </span></span></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>4</slash:comments> </item> <item><title>?เจลาโต้ คาริโน่? ไอศกรีมอิตาเลียน สูตรรักสุขภาพเจาะตลาดวัยรุ่น</title><link>http://www.keajon.com/talian-ice-cream-recipe-healthy/</link> <comments>http://www.keajon.com/talian-ice-cream-recipe-healthy/#comments</comments> <pubDate>Sun, 11 Jul 2010 04:25:04 +0000</pubDate> <dc:creator>onemanf_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เจลาโต้]]></category> <category><![CDATA[ไอศครีมอิตาเลียน]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=4277</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/talian-ice-cream-recipe-healthy/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>รสชาติอร่อยหวานหอมสดชื่น และที่สำคัญไขมันต่ำ ถือเป็นเสน่ห์สำคัญของไอศกรีมโฮมเมด สไตล์อิตาเลียนจากฝีมือคนไทย แบรนด์ ?เจลาโต้ คาริโน่? (GELATO CARINO) ที่คิดค้นสูตรของตัวเอง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าตลาดวัยรุ่นและผู้รักสุขภาพโดยเฉพาะ ปัทมา เอี่ยมวิจารณ์ เจ้าของธุรกิจไอศกรีม ?เจลาโต้ คาริโน่? ปัทมา เอี่ยมวิจารณ์ เจ้าของธุรกิจไอศกรีม ?เจลาโต้ คาริโน่? เล่าที่มาที่ไปว่า ส่วนตัวชอบไอศกรีม และสนใจเรื่องสุขภาพ ขณะที่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน จึงสนใจธุรกิจไอศกรีมสไตล์อิตาเลียนหรือที่เรียกกันว่า ?เจลาโต้? เพราะเป็นไอศกรีมไขมันต่ำ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น และคนรักสุขภาพ ?พอสนใจจะทำธุรกิจนี้ ดิฉันก็ได้ไปเรียนวิธีทำ ซึ่งสถาบันแต่ละแห่ง จะมีสูตรลับเป็นของตัวเอง และมีข้อดีแตกต่างกันไป ดังนั้น หลังจากที่ได้เข้าไปเรียนรู้ ดิฉันก็จะเอาข้อดีของแต่ละสูตร มาประยุกต์จนได้สูตรที่น่าพอใจเป็นของเราเอง โดยเน้นให้เป็นไอศกรีมไขมันต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ส่วนรสชาติไม่เน้นหวานมากนัก? ปัทมา เผย กว่าจะได้สูตรรสชาติที่ลงตัว เธอเล่าว่า ใช้เวลาร่วมครึ่งปี เริ่มจากทดสอบให้คนใกล้ชิดได้ลองชิม หลังจากนั้น ตระเวนออกบูทยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อทดสอบตลาด รวมถึง รับฟังข้อติชมจากลูกค้าที่ได้ลิ้มรส เพื่อนำกลับมาปรับปรุง ทั้งนี้ เคล็ดลับที่ทำให้ไอศกรีม [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>รสชาติอร่อยหวานหอมสดชื่น และที่สำคัญไขมันต่ำ ถือเป็นเสน่ห์สำคัญของไอศกรีมโฮมเมด สไตล์อิตาเลียนจากฝีมือคนไทย แบรนด์ ?เจลาโต้ คาริโน่? (GELATO CARINO) ที่คิดค้นสูตรของตัวเอง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าตลาดวัยรุ่นและผู้รักสุขภาพโดยเฉพาะ</p><p>ปัทมา เอี่ยมวิจารณ์ เจ้าของธุรกิจไอศกรีม ?เจลาโต้ คาริโน่?</p><p>ปัทมา เอี่ยมวิจารณ์ เจ้าของธุรกิจไอศกรีม ?เจลาโต้ คาริโน่? เล่าที่มาที่ไปว่า ส่วนตัวชอบไอศกรีม และสนใจเรื่องสุขภาพ ขณะที่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน จึงสนใจธุรกิจไอศกรีมสไตล์อิตาเลียนหรือที่เรียกกันว่า ?เจลาโต้? เพราะเป็นไอศกรีมไขมันต่ำ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น และคนรักสุขภาพ</p><p>?พอสนใจจะทำธุรกิจนี้ ดิฉันก็ได้ไปเรียนวิธีทำ ซึ่งสถาบันแต่ละแห่ง จะมีสูตรลับเป็นของตัวเอง และมีข้อดีแตกต่างกันไป ดังนั้น หลังจากที่ได้เข้าไปเรียนรู้ ดิฉันก็จะเอาข้อดีของแต่ละสูตร มาประยุกต์จนได้สูตรที่น่าพอใจเป็นของเราเอง โดยเน้นให้เป็นไอศกรีมไขมันต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ส่วนรสชาติไม่เน้นหวานมากนัก? ปัทมา เผย        กว่าจะได้สูตรรสชาติที่ลงตัว เธอเล่าว่า ใช้เวลาร่วมครึ่งปี เริ่มจากทดสอบให้คนใกล้ชิดได้ลองชิม หลังจากนั้น ตระเวนออกบูทยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อทดสอบตลาด รวมถึง รับฟังข้อติชมจากลูกค้าที่ได้ลิ้มรส เพื่อนำกลับมาปรับปรุง        ทั้งนี้ เคล็ดลับที่ทำให้ไอศกรีม ได้ทั้งความอร่อยและไขมันต่ำ สิ่งสำคัญคือ การคัดสรรวัตถุดิบเหมาะสม อย่างนมควรเลือกใช้พร่องมันเนย ส่วนผลไม้ต้องสดใหม่ ไม่ผ่านการเชื่อมแช่แข็ง เพราะจะทำให้สูญเสียความสดชื่น และยังมีไขมันสูงด้วย</p><p>ภายในร้าน ที่อยู่แถวหลัง ม.รังสิต</p><p>ชื่อแบรนด์ ?เจลาโต้ คาริโน่? เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า ไอศกรีมที่อ่อนหวานน่ารัก ซึ่งความหมายดังกล่าวต้องการให้เหมาะสมกับลูกค้าเป้าหมาย คือ กลุ่มวัยรุ่น และคนรุ่นใหม่ที่เป็นวัยแห่งความสดใส สอดคล้องกับทำเลในการเปิดร้าน พยายามเล็งหาย่านสถาบันการศึกษา จนที่สุดได้ทำเลหลังมหาวิทยาลัยรังสิต เริ่มเปิดบริการเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี่เอง               เมนูไอศกรีมในร้าน มีให้เลือกทั้ง Sunday (59 บาท) banana split (59 บาท) Birthday (199 บาท) และFondu (219 บาท) หรือซื้อปลีกใส่ถ้วยกระดาษ ราคา 20 บาท และใส่โคม ราคา 15 บาท โดยมีรสชาติต่างๆ สลับหมุนเวียนมาให้เลือกกว่า 60-70 รสชาติ เช่น โยเกิร์ตบูลเบอรี่ ทีรามิสุ รัมเรซิ่น ช็อกโกแลต ฯลฯ รวมถึง รสผลไม้ต่างๆ ตามฤดูกาลออกของผลไม้</p><p>ปัทมา เล่าต่อว่า ใช้เงินลงทุนเบื้องต้น กว่า 150,000 บาท แบ่งเป็นค่าอุปกรณ์และวัตถุดิบต่างๆ ประมาณ 50,000-60,000 บาท ที่เหลือเป็นค่าเช่าและตกแต่งสถานที่ โดยแผนทำตลาดนั้น ให้ความสำคัญด้านราคาที่เหมาะสมกับลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นนักศึกษาที่มีรายได้ไม่มากนัก ดังนั้น จะตั้งราคาให้ถูกกว่าไอศกรีมเจลาโต้ แบรนด์เนม โดยไอศกรีมของเธอ หลังหักต้นทุนวัตถุดิบจะเหลือกำไรประมาณ 50% แม้ส่วนต่างจะไม่สูงเท่าไอศกรีมแบรนด์เนม แต่เป็นกำไรที่พอใจ เพราะเชื่อว่า ราคาที่เป็นมิตรกับลูกค้าบวกด้วยรสชาติอร่อย จะเป็นตัวเรียกให้ลูกค้ากลับมากินซ้ำ และกลายเป็นขาประจำ</p><p>ช่องทางตลาด นอกเหนือจากขายปลีกผ่านหน้าร้านแล้ว ยังผลิตส่งตามออเดอร์ ซึ่งลูกค้าสั่งไปใช้จัดเลี้ยง งานอีเว้นท์ งานประชุมและสัมมนาต่างๆ รวมถึง กำลังหาเช่าพื้นที่ตามร้านอาหารต่างๆ เพื่อวางตู้ไอศกรีมขายปลีก ประมาณ 5 จุดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล</p><p>นอกจากนี้ ยังยื่นโอกาสสำหรับคนอยากมีอาชีพ โดยเปิดขายธุรกิจด้วยเงินลงทุน 16,000 บาท ซึ่งจะได้รับตู้แช่ไอศกรีม พร้อมป้ายแบรนด์ โดยเงื่อนไขธุรกิจ กำหนดกติกาว่า ช่วงเดือนแรกจะให้ตู้แช่ไปวางขายฟรีๆ แต่ต้องสั่งไอศกรีมเริ่มต้น 10 ถาด (ราคาถาดละ 450 บาท รวมเป็นเงิน 4,500 บาท) โดย 1 ถาดจะตักไอศกรีมได้ประมาณ 50 ลูก สามารถขายได้ในราคา 15-20 บาทต่อลูก แล้วแต่ทำเล หลังจากนั้น ตั้งแต่เดือนที่ 2 เป็นต้นไป ต้องจ่ายค่าเช่าตู้ เดือนละ 1,000-1,500 บาท จนครบ จำนวนเงิน 16,000 บาท จากนั้น ผู้ลงทุนจะได้ตู้แช่ไอศกรีมไปครองเป็นของตัวเอง</p><p>ตู้แช่ไอศกรีม ?เจลาโต้ คาริโน่?</p><p>ทั้งนี้ การจัดส่งไอศกรีมไปยังลูกค้า ถ้าเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ และใกล้เคียง จะบรรจุกล่องโฟมอัดด้วยน้ำเย็นแห้ง แล้วส่งด้วยตัวเอง ส่วนกรณีต่างจังหวัดไกลๆ จะฝากส่งไปทางรถแช่เย็นขนส่ง ที่มีอุณหภูมิ -20 องศา สามารถส่งถึงมือผู้สั่งได้ในเวลาไม่เกิน 1 วัน ส่วนการผลิตเป็นลักษณะโฮมเมดแท้ๆ ทำสดใหม่วันต่อวัน สามารถทำได้ถึง 20-30 ถาดต่อวัน</p><p>เน้นลูกค้ากลุ่มเด็กวัยรุ่น</p><p>?จากที่ดิฉันเริ่มธุรกิจนี้มาประมาณครึ่งปี ยอมรับว่า การแข่งขันมีสูง แต่ความต้องการของผู้บริโภคก็ยังมีอีกมากเช่นกัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้ไอศกรีมอิตาเลียนได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เนื่องจากความเป็นไอศกรีมอีตาเลียนที่ดูหรูหรา ผู้ขายส่วนใหญ่จึงมักดันราคาสูงไว้ก่อน แต่ที่ร้านจะเน้นรสชาติ และคุณภาพดี ในราคาสมเหตุสมผล ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นช่องทางตลาดที่พอจะเดินต่อไปได้? ปัทมา กล่าว</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/talian-ice-cream-recipe-healthy/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>5</slash:comments> </item> <item><title>คนไทยหนีไม่พ้นสองอาชีพนี้ แง่คิดดี ๆ จากวารสาร &#8216;รากแก้ว&#8217;</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e/#comments</comments> <pubDate>Thu, 08 Jul 2010 15:54:51 +0000</pubDate> <dc:creator>onemanf_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[จุดประกายอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ทำนา]]></category> <category><![CDATA[รากแก้ว]]></category> <category><![CDATA[วารสาร]]></category> <category><![CDATA[อาชีพคนไทย]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=4266</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://3.bp.blogspot.com/_sQV-hm-G7b4/TC9Qr5FuwBI/AAAAAAAAAD4/Ey16JsHNt08/s420/archeep-thai.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>&#8220;รากแก้ว&#8221; วารสารเสริมสร้างสุขภาวะสู่ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ฉบับเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 นำเสนอเรื่อง?ซีอีโอบ้านทุ่ง : ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ เกษตรกรแห่ง &#8220;ธรรมเกษตร&#8221; ไว้อย่างน่าศึกษามากทีเดียว โดยสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้ ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ มีตำแหน่งผู้จัดการแผนงานประเทศไทยของศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์แห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2546 จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งฝูงบินไปถล่มอิรัก เขาบอกกับตัวเองว่า &#8220;นั่นไม่ใช่โลกที่น่าอยู่สำหรับเรา&#8221; ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ ดร.เพิ่มศักดิ์ ลาออกจากตำแหน่ง กลับไปบ้านเกิดที่ปราจีนบุรี พลิกฟื้นผินดินที่แห้งระแหง 20 ไร่ เพื่อสร้างโลกใหม่ของตัวเอง นั่นก็คือ &#8220;การเกษตรที่เกื้อกูลธรรมชาติ&#8221; ดร.เพิ่มศักดิ์ สำเร็จปริญญาตรีและปริญญาโทสาขาวนศาสตร์ ด้านการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรทั้งดินและน้ำ ปริญญาเอกสาขาการเกษตร ด้านวนศาสตร์ชุมชน มหาวิทยาลัยสึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น ดร.เพิ่มศักดิ์เคยได้รับคำถามว่า เรียนถึงปริญญาเอกแล้วมาทำนา ถ้ารู้ว่ามาทำนา แล้วไปเรียนทำไมหรือ สิ้นคิดแล้วหรือ ไม่มีอะไรทำแล้วหรือ จึงมาทำนา คำตอบคือ &#8220;ไม่ได้ทำให้หัวใจผมฝ่อ มันทำให้ใจผมฟู ทัศนคติเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นว่าใครที่เป็นผู้รู้ ใครที่เป็นนักปราชญ์ สุดท้าย [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;รากแก้ว&#8221;</strong> วารสารเสริมสร้างสุขภาวะสู่ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ฉบับเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 นำเสนอเรื่อง?<strong>ซีอีโอบ้านทุ่ง</strong> : ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ เกษตรกรแห่ง &#8220;ธรรมเกษตร&#8221; ไว้อย่างน่าศึกษามากทีเดียว โดยสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้<img
class="aligncenter" src="http://3.bp.blogspot.com/_sQV-hm-G7b4/TC9Qr5FuwBI/AAAAAAAAAD4/Ey16JsHNt08/s420/archeep-thai.jpg" alt="archeep thai คนไทยหนีไม่พ้นสองอาชีพนี้ แง่คิดดี ๆ จากวารสาร รากแก้ว" width="420" height="252" title="คนไทยหนีไม่พ้นสองอาชีพนี้ แง่คิดดี ๆ จากวารสาร รากแก้ว" /></p><p>ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ มีตำแหน่งผู้จัดการแผนงานประเทศไทยของศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์แห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2546 จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งฝูงบินไปถล่มอิรัก เขาบอกกับตัวเองว่า &#8220;นั่นไม่ใช่โลกที่น่าอยู่สำหรับเรา&#8221;<span
id="more-4266"></span></p><p>ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ ดร.เพิ่มศักดิ์ ลาออกจากตำแหน่ง กลับไปบ้านเกิดที่ปราจีนบุรี พลิกฟื้นผินดินที่แห้งระแหง 20 ไร่ เพื่อสร้างโลกใหม่ของตัวเอง นั่นก็คือ &#8220;การเกษตรที่เกื้อกูลธรรมชาติ&#8221;</p><p>ดร.เพิ่มศักดิ์ สำเร็จปริญญาตรีและปริญญาโทสาขาวนศาสตร์ ด้านการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรทั้งดินและน้ำ ปริญญาเอกสาขาการเกษตร ด้านวนศาสตร์ชุมชน มหาวิทยาลัยสึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น</p><p>ดร.เพิ่มศักดิ์เคยได้รับคำถามว่า เรียนถึงปริญญาเอกแล้วมาทำนา ถ้ารู้ว่ามาทำนา แล้วไปเรียนทำไมหรือ สิ้นคิดแล้วหรือ ไม่มีอะไรทำแล้วหรือ จึงมาทำนา</p><p>คำตอบคือ &#8220;ไม่ได้ทำให้หัวใจผมฝ่อ มันทำให้ใจผมฟู ทัศนคติเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นว่าใครที่เป็นผู้รู้ ใครที่เป็นนักปราชญ์ สุดท้าย เมื่อตั้งใจทำนา ผมต้องไปเรียนรู้กับชาวนา&#8230;ชีวิตในท้องนาที่มีน้ำขังอยู่ครึ่งแข้ง มันให้ความรู้ ให้ความคิด ให้ความรู้ทางจิตวิญญาณ ให้เทคนิคการดำนา เรียนรู้ไปทุกวิธี ทำให้ผมอิ่มเอิบ เกิดปีติ</p><p>เรื่องราวของ ดร.เพิ่มศักดิ์ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เราได้หยิบยกขึ้นมาเรียบเรียงใหม่ โดยขณะยังมีเกษตรกร ที่เดินจากในเมืองลงสู่ท้องนาอีกมากมาย เช่น คุณเดชา ศิริภัทร แห่งมูลนิธิข้าวขวัญ หรืออย่างลุงผู้พลิกฟื้นผืนแผ่นดินของตัวเอง ด้วยคำขวัญศาสนสุภาษิตที่ว่า &#8220;ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน&#8221; &#8211; อตฺตาหิ อตฺโน นาโถ ซึ่งออกอากาศประหนึ่งโฆษณาทางจอโทรทัศน์&#8230;.</p><p>วันก่อนที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน มีการอบรมเรื่องการขายข้าวแกง ครูโนมพรรณ แก้วประพาฬ มาฝึกสอนให้ ด้วยหลักสูตรข้าวแกง 10 อย่าง และการเปิดร้าน ใช้เวลา 2 วัน</p><p>ที่ต้องใช้เวลา 2 วัน เพื่อแบ่งประเภทแกงออกเป็น 2 ส่วน คือวันแรกเป็นประเภทแกงกะทิ และแกงส้ม วันที่สองเป็นประเภท &#8220;แกงอ่อม&#8221; เช่น แกงหอยขม หลน และผัดเผ็ดปลาดุก</p><p>ลองรับประทานแกงส้ม และขนมจีนแกงเขียวหวาน ได้รสชนิดที่เรียกว่า &#8220;รสถึง&#8221; คือถึงเครื่องแกง สอบถามได้ความว่า เครื่องแกงทำเองเป็นส่วนใหญ่</p><p>ไม่แต่เพียงเป็นครูสอนต้มยำทำแกงเท่านั้น ครูโนมพรรณยังเปิดร้านขายข้าวแกงอยู่ในบริเวณกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี อีกด้วย ทั้งยังรับจัดเลี้ยงประเภทบุฟเฟ่ต์สำหรับงานเลี้ยงทั้งหลาย ที่ต้องการอาหารไทยเป็นหลัก</p><p>ท่านผู้ใดต้องการจัดเลี้ยง หรือออกร้านอาหารในงาน ติดต่อได้ที่หมายเลข (081) 775-5632</p><p>ใครที่กำลังมองหาอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืน อาชีพขายข้าวแกงก็นับเป็นอีกอาชีพหนึ่ง ที่เลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้แน่นอน เพราะหากได้ทำเลเป็นที่ชุมชน หรือเป็นทางผ่านกลับจากที่ทำงาน แน่นอนว่าครอบครัวทุกวันนี้ ทำอาหารกันเองเช้า เย็นนั้นมีให้เห็นน้อยมาก ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ฝากท้องไว้กับร้านข้าวแกงกันทั้งนั้น</p><p>การทำร้านข้าวแกงขายทุกวันนี้ไม่น่าจะยุ่งยากมากนัก ขอให้ขยันและมีลูกมือบ้าง ดีที่สุดควรจะเป็นลูกหลาน แม้เป็นช่วงเปิดเรียนลูกหลานก็ช่วยงานได้ อย่างน้อยล้างผักตำพริกแกง เสิร์ฟ และล้างจาน ทำให้ลูกหลานรู้จัก<a
href="http://www.keajon.com/training_course/"target="_self"title="ข่าวฝึกอาชีพ" >ฝึกอาชีพ</a>ไว้ อย่างน้อยก็ให้รู้จัก<a
href="http://www.keajon.com/faverite_program/"target="_self"title="หนทางทำมาหากิน" >ทำมาหากิน</a> และค้าขาย</p><p>ยุคสมัยนี้ การเรียนสายสามัญเริ่มลดความสำคัญลงไป เพราะการเรียนให้สูงถึงระดับปริญญาตรีไม่มีเพียงสายสามัญเท่านั้น สายอาชีวศึกษา หรือสายอาชีพก็เรียนระดับปริญญาตรีได้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่มีอยู่ 9 แห่ง หลายวิทยาเขตทั่วประเทศ หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่ทุกวันนี้เริ่มเปิดการเรียนการสอนถึงระดับปริญญาตรีแล้ว</p><p>ที่มา : <a
title="รักอาชีพ" href="http://rugarcheep.blogspot.com/" target="_blank">รักอาชีพ</a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>อาหารเกาหลี อาหารน่าขาย คนไทยนิยม</title><link>http://www.keajon.com/korean-foods-sales/</link> <comments>http://www.keajon.com/korean-foods-sales/#comments</comments> <pubDate>Sun, 04 Jul 2010 12:32:24 +0000</pubDate> <dc:creator>onemanf_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[บะหมี่]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[อาหารเกาหลี]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=4261</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/korean-foods-sales/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>?อาหาร เกาหลี? ปัจจุบันเป็นที่รู้จัก-เป็นที่นิยมในหมู่คนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนตอนที่อาหารญี่ปุ่นเริ่มฮิต ซึ่งตอนนี้ก็มีคนไทยทำธุรกิจร้านอาหารเกาหลีแล้วไม่น้อย แต่ตลาดก็น่าจะยังพอมีช่องว่าง ซึ่งในกรณีนี้ก็น่าจะรวมถึงการทำขายแบบเล็ก ๆ และวันนี้ทีม ?ช่องทางทำกิน? ก็มีข้อมูลสูตรอาหารเกาหลีมานำเสนอ&#8230; นฤพนธ์ เอื้อธนวันต์ เป็นเจ้าของร้านอาหารเกาหลี ?ราเมียน บาย มิสเตอร์ลิม? ย่านถนนรัชดาภิเษก ซอย 3 เจ้าตัวเล่าว่า เปิดร้านนี้มาประมาณ 1 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นเปิดที่ย่านโรบินสัน รัชดาฯ แต่ค่าเช่าที่ค่อนข้างสูง ทำให้ราคาอาหารต้องสูง ก็คิดว่าอยากจะให้คนทั่วไปที่ไม่ต้องมีกำลังทรัพย์มากได้มีโอกาสเข้าถึง อาหารเกาหลีด้วยราคาไม่แพง พอสัญญาเช่าร้านเดิมหมดอายุ จึงย้ายร้านมาอยู่ที่ปัจจุบัน อาหารหลักทั่วไปของร้าน คือ ?ข้าว? ซึ่งภาษาเกาหลีเรียกว่า ?บับ? และ ?บะหมี่? ซึ่งภาษาเกาหลีเรียกว่า ?ราเมียน? ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้าน ?ราเมียน? และเกี่ยวโยงกับชื่อเมนูต่าง ๆ โดยเมนูไฮไลต์ที่ร้านนี้คือ ?จาจัง? ซึ่งปรุงขึ้นโดยใช้เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้น ๆ ผัดกับ ?ซอสจาจัง? เมื่อทำน้ำจาจังเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าราดบนบะหมี่เกาหลีเรียกว่า ?จาจังเมียน? ถ้าราดบนข้าวเรียกว่า [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>?อาหาร เกาหลี? ปัจจุบันเป็นที่รู้จัก-เป็นที่นิยมในหมู่คนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนตอนที่อาหารญี่ปุ่นเริ่มฮิต ซึ่งตอนนี้ก็มีคนไทยทำธุรกิจร้านอาหารเกาหลีแล้วไม่น้อย แต่ตลาดก็น่าจะยังพอมีช่องว่าง ซึ่งในกรณีนี้ก็น่าจะรวมถึงการทำขายแบบเล็ก ๆ และวันนี้ทีม ?ช่องทางทำกิน? ก็มีข้อมูลสูตรอาหารเกาหลีมานำเสนอ&#8230;</p><p>นฤพนธ์ เอื้อธนวันต์ เป็นเจ้าของร้านอาหารเกาหลี ?ราเมียน บาย มิสเตอร์ลิม? ย่านถนนรัชดาภิเษก ซอย 3 เจ้าตัวเล่าว่า เปิดร้านนี้มาประมาณ 1 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นเปิดที่ย่านโรบินสัน รัชดาฯ แต่ค่าเช่าที่ค่อนข้างสูง ทำให้ราคาอาหารต้องสูง ก็คิดว่าอยากจะให้คนทั่วไปที่ไม่ต้องมีกำลังทรัพย์มากได้มีโอกาสเข้าถึง อาหารเกาหลีด้วยราคาไม่แพง พอสัญญาเช่าร้านเดิมหมดอายุ จึงย้ายร้านมาอยู่ที่ปัจจุบัน<span
id="more-4261"></span></p><p>อาหารหลักทั่วไปของร้าน คือ ?ข้าว? ซึ่งภาษาเกาหลีเรียกว่า ?บับ? และ ?บะหมี่? ซึ่งภาษาเกาหลีเรียกว่า ?ราเมียน? ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้าน ?ราเมียน? และเกี่ยวโยงกับชื่อเมนูต่าง ๆ โดยเมนูไฮไลต์ที่ร้านนี้คือ ?จาจัง? ซึ่งปรุงขึ้นโดยใช้เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้น ๆ ผัดกับ ?ซอสจาจัง? เมื่อทำน้ำจาจังเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าราดบนบะหมี่เกาหลีเรียกว่า ?จาจังเมียน? ถ้าราดบนข้าวเรียกว่า ?จาจังบับ?  แต่ความพิเศษคือราดบนข้าวห่อไข่ ซึ่งภาษาเกาหลีเรียกว่า ?ออมูไรซึ? ก็จะได้รสชาติที่อร่อย หอม มีความนุ่มนวลของไข่ที่ห่อข้าว</p><p>?จาจังโอมูไรซึ? มีเครื่องปรุงประกอบด้วย เนื้อหมู, มันฝรั่ง, หอมใหญ่, กะหล่ำปลี และชุนจัง (ซอสดำเกาหลี) วิธีทำ เริ่มด้วยการนำหมูผัดกับหอมใหญ่ มันฝรั่ง และกะหล่ำปลีให้สุก เติมซอสชุนจังให้พอดี เติมน้ำซุป (ซึ่งเป็นน้ำซุปกระดูกหมู หรือน้ำซุปจากผงปรุงรสสำเร็จรูปก็ได้ โดยทั่ว ๆ ไปเรียกว่า น้ำสต๊อก) ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและเกลือให้ได้รสชาติกลมกล่อม ราดบนข้าวหอมห่อไข่เป็น ?จาจังโอมูไรซึ?  ราคาชามละ 59 บาท</p><p>เมนูต่อมาก็คือ ?บีบิมบับ? คำว่า ?บีบิม? แปลว่า คลุก ผสม คนให้เข้ากัน คำว่า ?บับ? แปลว่าข้าว ดังนั้น ?บีบิมบับ? จึงแปลว่าข้าวที่คลุกให้เข้ากัน โดยที่ร้านนี้จะเป็น ?บีบิมบับชนิดร้อน? เสิร์ฟในหม้อหินสีดำ   นำเข้าจากประเทศเกาหลี โดยจะมีการจัดแต่งวางเรียงผักชนิดต่าง ๆ ให้สวยงามน่ารับประทาน แล้ววางบนเตาไฟ และตอกไข่ใส่ลงไปเพื่อให้ไข่ได้โดนความร้อน พอไข่เริ่มสุก ก็นำเสิร์ฟ พร้อมกับ ?ซอสบีบิม? (คือซอสโกชูจัง-ซอสสีแดงเกาหลี ผสมกับเมล็ดงา, น้ำมันงา, น้ำส้มสายชู และ  น้ำตาลทราย)</p><p>?บีบิมบับ? มีเครื่องปรุงประกอบด้วย ข้าวหอมมะลิ, หมูสับต้มสุก, แครอทหั่นฝอยเป็นเส้น ๆ, ผักกาดหอมหั่นฝอย, กะหล่ำปลีหั่นฝอย, ผักโขมลวกหั่นฝอย, แตงกวาหั่นฝอยเป็นเส้น ๆ, ไข่ดาว, น้ำมันงา และซอสโกชูจังปรุงรส (ซอสสีแดง) วิธีทำเริ่มที่ราดน้ำมันงาบนชามหินสีดำให้ทั่ว จากนั้นนำข้าวหอมใส่ไว้กลางชามหิน เสร็จแล้วเติมผักโดยเรียงรอบ ๆ ด้านข้างให้ทั่วทั้งชาม ตามด้วยการตอกไข่ไก่บนข้าว (กลางชาม) แล้วนำชามหินตั้งไฟ รอให้ไข่โดนความร้อนจนสุก เสิร์ฟพร้อมซอสโกชูจัง (ซอสแดงเกาหลี) ขายในราคาชามละ 120 บาท</p><p>ต่อไปเป็น ?จำปงซุป? เป็นอีกหนึ่งเมนูที่คนไทยเริ่มรู้จัก ซึ่งจะปรุงขึ้นโดยนำเครื่องซีฟู้ (กุ้ง, หอยแมลงภู่, ปลาหมึก) ผัดกับพริกป่นเกาหลีและผักให้เกิดความหอม แล้วเติมน้ำซุปลงไป ซึ่งทางร้านของนฤพนธ์จะนำน้ำซุปที่ปรุงราดบนบะหมี่เกาหลี ทานแล้วอิ่มพอดี คล่องคอ กลมกล่อม หอมพริกเกาหลี</p><p>จำปงซุปนี้ประกอบด้วยเครื่องปรุงดังนี้คือ เส้นบะหมี่เกาหลี, พริกป่นเกาหลี, ซีฟู้ด, หอมใหญ่, กะหล่ำซอยเป็นเส้น ๆ, ถั่วงอก, แครอทหั่นซอยเป็นเส้น ๆ, ต้นหอมญี่ปุ่น วิธีทำคือผัดพริกป่นเกาหลีให้มีกลิ่นหอม เติมซีฟู้ด และผักต่าง ๆ ลงผัดให้สุก เติมน้ำซุปเล็กน้อย สุกแล้วจึงราดบนบะหมี่เกาหลี ราคาชามละ 79 บาท</p><p>?ต๊อกโบกิ? เมนูนี้คนไทยคุ้นเคยชื่อเมนูจากภาพยนตร์ซีรีส์เกาหลี ซึ่งจะทานเป็นอาหารทานเล่น หรือทานเป็นกับข้าวก็ได้ โดยคำว่า ?ต๊อก? คือแป้งข้าวเหนียวที่นำมากวนและทำให้สุกในรูปแบบต่าง ๆ แต่โดยทั่วไปจะเป็นแท่ง ๆ คล้าย ๆ เทียน มีสีขาว ขนาดต่าง ๆ นำไปปรุงเป็นเมนูต่าง ๆ</p><p>ต๊อกโบกิ เครื่องปรุงประกอบด้วย แป้งต๊อก, หอมใหญ่, กะหล่ำปลีซอยเป็นเส้น ๆ, ถั่วงอก, แครอทหั่นซอยเป็นเส้น ๆ และต้นหอมญี่ปุ่น วิธีทำคือต้มแป้งต๊อกให้อ่อน นำมาผัดใส่ผักต่าง ๆ เติม ?ซอสบีบิม? (ซอสแดงเกาหลีผสมกับเมล็ดงา น้ำมันงา น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย) ผัดคลุกเคล้าให้สุก ขายราคาชามละ 89 บาท</p><p>ทุกเมนูอาหารเกาหลีต้องเสิร์ฟพร้อม ?กิมจิ? และอาจมี ?ต้นอ่อนถั่วลิสงดอง? เพิ่มอีกต่างหาก โดยต้นทุนแต่ละเมนูที่ร้านของนฤพนธ์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70% ขอวงราคาขาย</p><p>ร้านของนฤพนธ์เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. หมายเลขโทรศัพท์คือ 08-7134-5246, 08-1456-7884 หากท่านใดสินค้าเรื่องของอาหารเกาหลีก็อย่ารอช้า รีบไปฝึกฝีมือของตนเองกันได้เลย</p><p>ที่มา : เดลินิวส์</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/korean-foods-sales/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ชี้ตลาดอีคอมเมิร์ซปี 53 โตได้อีก10-20%</title><link>http://www.keajon.com/e-commerce-news-24-05-10/</link> <comments>http://www.keajon.com/e-commerce-news-24-05-10/#comments</comments> <pubDate>Mon, 24 May 2010 16:08:43 +0000</pubDate> <dc:creator>onemanf_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=4139</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/e-commerce-news-24-05-10/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>กก.ส.ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ชี้ตลาดอีคอมเมิร์ซปี 53 โตได้อีก10-20% เชื่อสังคมออนไลน์กระตุ้นให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เผยกลยุทธ์ใช้เซเล็บโฆษณาแฝงมาแรง&#8230; สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เผยผลสำรวจสถานภาพการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย จากการเก็บรวบรวมในเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2552 โดยวิธีส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูลตามแบบสอบถาม รวมทั้งนำแบบสอบถามขึ้นเว็บไซต์ให้ผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) เข้ามาตอบ จากจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมดประมาณ 47,000 ราย มีแบบสอบถามที่ สามารถนำมาประมวลผลได้ทั้งสิ้นประมาณ 1,606 ราย ผลการสำรวจ สรุปได้ดังนี้ 1.ลักษณะทั่วไปของธุรกิจธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของไทยส่วนใหญ่ 76.5% เป็นธุรกิจขนาดเล็กมีคนทำงานไม่เกิน 5 คน และเป็นธุรกิจประเภท B2C ถึง82.6% แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่ทำ พบว่า อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับมากที่สุด คิดเป็น 42.1% ของธุรกิจทั้งหมด รองลงมาเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอินเทอร์เน็ตคิดเป็น 17.7%เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2550 และ ปี 2551 พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในปี 2552 ได้แก่ กลุ่มแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>กก.ส.ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ชี้ตลาดอีคอมเมิร์ซปี 53 โตได้อีก10-20% เชื่อสังคมออนไลน์กระตุ้นให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เผยกลยุทธ์ใช้เซเล็บโฆษณาแฝงมาแรง&#8230;</p><p>สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เผยผลสำรวจสถานภาพการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย จากการเก็บรวบรวมในเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2552 โดยวิธีส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูลตามแบบสอบถาม รวมทั้งนำแบบสอบถามขึ้นเว็บไซต์ให้ผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) เข้ามาตอบ จากจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมดประมาณ 47,000 ราย มีแบบสอบถามที่ สามารถนำมาประมวลผลได้ทั้งสิ้นประมาณ 1,606 ราย</p><p>ผลการสำรวจ สรุปได้ดังนี้ 1.ลักษณะทั่วไปของธุรกิจธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของไทยส่วนใหญ่ 76.5% เป็นธุรกิจขนาดเล็กมีคนทำงานไม่เกิน 5 คน และเป็นธุรกิจประเภท B2C ถึง82.6% แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่ทำ พบว่า อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับมากที่สุด คิดเป็น 42.1% ของธุรกิจทั้งหมด รองลงมาเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอินเทอร์เน็ตคิดเป็น 17.7%เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2550 และ ปี 2551 พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในปี 2552 ได้แก่ กลุ่มแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับ จาก18% ในปี 2550 เป็น 29.4% ในปี 2551 และเพิ่มขึ้น 42.1% ในปี 2552</p><p>เมื่อพิจารณาในรายละเอียดตามประเภทอุตสาหกรรมของธุรกิจ B2B พบว่า อุตสาหกรรมที่ทำกันมาก 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.น้ำหอม เครื่องสำอาง และอุปกรณ์เสริมความงาม 2.เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 3.รถยนต์ เครื่องยนต์ อะไหล่ชิ้นส่วนรถยนต์ 4.ระบบซอฟต์แวร์ และ5.สิ่งทอหัตถกรรม เสื้อผ้า และเครื่องหนังส่วนอุตสาหกรรมที่มีมากในธุรกิจ B2C คือ 1.สิ่งทอ หัตถกรรม เสื้อผ้า และเครื่องหนัง 2. น้ำหอม เครื่องสำอาง และอุปกรณ์เสริมความงาม 3.การท่องเที่ยว/จองตั๋วเดินทาง/ที่พัก 4.คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 5.อาหาร อาหารแปรรูป และเครื่องดื่ม และการพิมพ์/หนังสือ และสิ่งพิมพ์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซประมาณ 51.2% ขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์มาไม่เกิน 1 ปี หากพิจารณาตามลักษณะการขาย ประมาณ 60.5% ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั้งหมด ขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ มีการขายผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ด้วย ประมาณ 4.5% ของธุรกิจทั้งหมด 2.ผลการประกอบการในปี 2551 ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมียอดขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้นประมาณ 527,538 ล้านบาท (ในจำนวนนี้เป็นมูลค่าที่เกิดจากการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ (e-Auction) จำนวน 288,749 ล้านบาท หรือคิดเป็น 54.7%ของยอดขายทั้งหมด) ส่วนที่เป็นยอดขายของผู้ประกอบการ B2B มีประมาณ 190,751 ล้านบาทคิดเป็น 36.2% ส่วนที่เหลือ 45,951 ล้านบาท คิดเป็น 8.7% เป็นยอดขายของผู้ประกอบการ B2C</p><p>เมื่อพิจารณามูลค่าขายแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า ในปี 2551 มูลค่าขายเกิดจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และผลิตภัณฑ์มากที่สุดประมาณ 71,617 ล้านบาท (30%) รองลงมาเกิดจากกลุ่มคอมพิวเตอร์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอินเทอร์เน็ตประมาณ 59,420 ล้านบาท (24.9%) กลุ่มแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณี และเครื่องประดับประมาณ 11,811 ล้านบาท(4.9%) เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2550 พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนของมูลค่าขายเพิ่มขึ้น คือ กลุ่มยานยนต์ และผลิตภัณฑ์ จากร้อยละ 16.8 ในปี 2550 30% ในปี 2551 และกลุ่มคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอินเทอร์เน็ต จาก16.1% ในปี 2550 เป็น 24.9% ในปี 2551</p><p>สำหรับตลาดของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (ที่ไม่รวม e-Auction ของภาครัฐ) จะเป็นตลาดในประเทศประมาณ 85.9% ของมูลค่าขายทั้งหมด ส่วนที่ขายไปยังตลาดต่างประเทศมีประมาณ 14.1% โดยมีลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้า/บริการจากหลายประเทศ เช่น อเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ ญี่ปุ่น แคนาดา เยอรมนี เป็นต้น</p><p>ส่วนวิธีการดำเนินธุรกิจ ประมาณ 39.9% ของธุรกิจ e-Commerce ทั้งหมด มีการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดผ่านสื่อออนไลน์อย่างเดียว ในขณะที่เป็นธุรกิจที่ทำ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ประมาณ 18.3% โดยวิธีการประชาสัมพันธ์แบบออนไลน์ที่ใช้กันมากที่สุด คือ การโฆษณาผ่านเว็บบอร์ดตามเว็บไซต์ต่าง ๆ 65.2% ทางอีเมล์ 53.8% และการโฆษณาผ่านแบนเนอร์บนเว็บไซต์ต่าง ๆ 46.9% ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ส่วนใหญ่ 73.8% มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง 18.7% ไม่มีแต่มีแผนที่จะจัดทำ ส่วนที่เหลือ 7.5% ไม่มีและไม่มีแผน ที่จะจัดทำ โดยในกลุ่มที่มีเว็บไซต์ส่วนใหญ่จะใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการพัฒนาเว็บไซต์มากที่สุด 69.9% ส่วนที่จ้างพัฒนา มี 17.1%สำหรับระบบการชำระเงินค่าสินค้า/บริการนั้น 31.3% ของธุรกิจทั้งหมดเปิดให้ชำระได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ และที่เป็นออนไลน์อย่างเดียว 23.5% ส่วนใหญ่นิยมชำระผ่าน e-Banking/ATM 68.2% ชำระผ่านบัตรเครดิต 38.7% และชำระผ่านผู้ให้บริการกลาง เช่นPaysbuyThai e-pay 29.6% วิธีการจัดส่งสินค้าธุรกิจอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่ 74.9% ใช้วิธีส่งทางไปรษณีย์ 35.5% ใช้พนักงานขนส่งของตนเอง 23.9% ใช้บริการขนส่งของบริษัทเอกชนอื่นๆสำหรับระยะเวลาการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซกว่าครึ่งหนึ่งของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ53.9% ส่งมอบได้ภายใน 2?3 วัน</p><p>ส่วนปัญหาเกี่ยวกับการจัดส่งสินค้าที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นอุปสรรคมากที่สุดคือปัญหาเกี่ยวกับราคาค่าขนส่งที่ค่อนข้างสูง 64.1% รองลงมาคือ ความล่าช้าของการจัดส่ง 43.4% ปัญหาเรื่องคุณภาพ ในการจัดส่ง 39.2% สำหรับความคิดเห็นผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั้งหมดประมาณ 53.1% ตอบว่า ยอดขายในปี 2551 เหมือนเดิมเมื่อเทียบกับปี 2550 ส่วนที่คาดว่าในปี 2552 จะมียอดขายที่ดีขึ้นกว่าปี 2551 มีมากถึง 68.3% ปัญหาอุปสรรคที่ผู้ประกอบการพบในการดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีดังนี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่นิยม/ไม่มั่นใจในการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต 46.3% รองลงมา ลูกค้าใช้ข้อมูลปลอมในการสั่งซื้อสินค้าหรือจองแล้วไม่ชำระเงิน 20% การทำการตลาด/การประชาสัมพันธ์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซทำได้ยาก 17.8% สำหรับความต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ ผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ต้องการให้ภาครัฐประชาสัมพันธ์/ส่งเสริม/สนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้มากขึ้น 31.9% ควรมีหน่วยงานที่ดูแลโดยตรงเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำการกำหนดมาตรฐานในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ30% ควรมีการอบรมให้ความรู้และทักษะในการประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซแก่ ผู้ประกอบการ 16.9%</p><p>นายสมหวัง เหลืองไพบูลย์ กรรมการการสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า ปี 2553 คาดการณ์ว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซน่าจะเติบโตขึ้นราว 10-20% ส่วนสินค้าที่ได้รับความนิยมผ่านการซื้อออนไลน์ คือ แฟชั่น และเครื่องสำอาง ขณะที่ สินค้าประเภทดิจิตอล คอนเทนต์ ก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้น จากปัจจัย ของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบยุคของสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่เข้าถึงได้ง่าย แม้ว่าจะยังกลัวต่อการซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์อยู่ แต่คิดว่าจะมีเพื่อนในเครือข่ายช่วยโดยผ่านทางเว็บบอร์ด</p><p>กรรมการการสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวต่อว่า กลยุทธ์การขายสินค้าแตกต่างจากเดิม โดยเริ่มหันมาใช้เซแลบริตี้ให้เป็นผู้ใช้ และมีความแตกต่างในกลุ่ม โดยพูดให้เกิดความเชื่อถือ พอใช้แล้วก็เกิดการพูดต่อ ทั้งนี้ เป็นวิธีทางอ้อม กลายเป็นว่าคนที่เป็นต้นแบบให้มาพูดถึงสินค้า พอคนเริ่มรู้สึก ก็อยากลองใช้ แตกต่างจากเมื่อก่อน</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/e-commerce-news-24-05-10/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>?ยกพลขึ้นบก?แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือการันตีความสำเร็จจากยอดขาย</title><link>http://www.keajon.com/thaistyle-noodle/</link> <comments>http://www.keajon.com/thaistyle-noodle/#comments</comments> <pubDate>Tue, 18 May 2010 10:26:37 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[ก๋วยเตี๋ยวเรือ]]></category> <category><![CDATA[ขยายสาขา]]></category> <category><![CDATA[ขายดี]]></category> <category><![CDATA[ทำมาหากิน]]></category> <category><![CDATA[ยกพลขึ้นบก]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=4114</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/thaistyle-noodle/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ก๋วยเตี๋ยวเรือ อาหารพื้นบ้านที่เกิดจากภูมิปัญญาไทย ด้วยรสชาติที่จัดจ้านทำให้ก๋วยเตี๋ยวเรือได้รับความนิยมแพร่หลายไปในหลาย พื้นที่ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีสูตรที่แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับก๋วยเรือที่เป็นต้นตำรับ และเป็นที่รู้จักกันดีก็ต้องเป็นสูตร ก๋วยเตี๋ยวเรือ จังหวัดปทุมธานี สำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือยกพลขึ้นบก เป็นอีกร้านหนึ่งที่ทำยอดขายถล่มทลาย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เปิดขายอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี แต่สูตรที่ได้มาจากก๋วยเตี๋ยวเรือเมืองปทุมฯ และด้วยรสชาติที่การันตีได้จากยอดขาย และสาขาที่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว จากชื่อเสียงที่บอกต่อๆ กันมา ทำให้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรืออีกแห่งหนึ่ง ที่สามารถเปิดขายแฟรนไชส์ได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี่ เมนูลวกเสริม ?จุดเริ่มต้นของแฟรนไชส์เกิดมาจากลูกค้าที่ได้มากิน และเกิดความชื่นชอบต้องการจะทำขายบ้าง ก็มาขอให้เราเปิดขายแฟรนไชส์ เห็นว่าเป็นคนไทยด้วยกัน แบ่งกันทำมาหากิน และการที่เราจะขยายสาขาเองก็คงจะไม่สะดวก เพราะความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่รสชาติอย่างเดียว คนให้บริการ และคนปรุง มีส่วนสำคัญมากเช่นกัน และ เมื่อคนเราไม่พร้อม ก็คงจะไม่สามารถขยายสาขาได้ และยอดขายในสาขาของเราเองถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยมียอดขายต่อวันมากกว่า 16,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือประมาณ 700 ชามถึง 1,000 ชาท มีเด็กเสิร์ฟ พร้อมคนปรุงภายในร้านถึง 12 คน? สำหรับราคาแฟรนไชส์ อยู่ที่ 40,000 บาท เก็บครั้งเดียว เป็นค่ารอยัลตีฟี [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?ยกพลขึ้นบก?แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือการันตีความสำเร็จจากยอดขาย" width="1" height="5" title="?ยกพลขึ้นบก?แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือการันตีความสำเร็จจากยอดขาย" /></td></tr></tbody></table><p><strong><span
style="color: #3366ff">ก๋วยเตี๋ยวเรือ  อาหารพื้นบ้านที่เกิดจากภูมิปัญญาไทย  ด้วยรสชาติที่จัดจ้านทำให้ก๋วยเตี๋ยวเรือได้รับความนิยมแพร่หลายไปในหลาย พื้นที่ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีสูตรที่แตกต่างกันออกไป  แต่สำหรับก๋วยเรือที่เป็นต้นตำรับ และเป็นที่รู้จักกันดีก็ต้องเป็นสูตร  ก๋วยเตี๋ยวเรือ จังหวัดปทุมธานี</span></strong></p><p>สำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือยกพลขึ้นบก เป็นอีกร้านหนึ่งที่ทำยอดขายถล่มทลาย  ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เปิดขายอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี  แต่สูตรที่ได้มาจากก๋วยเตี๋ยวเรือเมืองปทุมฯ  และด้วยรสชาติที่การันตีได้จากยอดขาย และสาขาที่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว  จากชื่อเสียงที่บอกต่อๆ กันมา ทำให้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรืออีกแห่งหนึ่ง  ที่สามารถเปิดขาย<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a>ได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี่</p><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
align="left" valign="baseline"><br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">เมนูลวกเสริม</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?ยกพลขึ้นบก?แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือการันตีความสำเร็จจากยอดขาย" width="1" height="5" title="?ยกพลขึ้นบก?แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือการันตีความสำเร็จจากยอดขาย" /></td></tr></tbody></table> ?จุดเริ่มต้นของแฟรนไชส์เกิดมาจากลูกค้าที่ได้มากิน  และเกิดความชื่นชอบต้องการจะทำขายบ้าง ก็มาขอให้เราเปิดขายแฟรนไชส์  เห็นว่าเป็นคนไทยด้วยกัน แบ่งกัน<a
href="http://www.keajon.com/faverite_program/"target="_self"title="หนทางทำมาหากิน" >ทำมาหากิน</a> และการที่เราจะขยายสาขาเองก็คงจะไม่สะดวก  เพราะความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่รสชาติอย่างเดียว คนให้บริการ และคนปรุง  มีส่วนสำคัญมากเช่นกัน และ เมื่อคนเราไม่พร้อม ก็คงจะไม่สามารถขยายสาขาได้  และยอดขายในสาขาของเราเองถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ  โดยมียอดขายต่อวันมากกว่า 16,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือประมาณ 700 ชามถึง  1,000 ชาท มีเด็กเสิร์ฟ พร้อมคนปรุงภายในร้านถึง 12 คน?<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?ยกพลขึ้นบก?แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือการันตีความสำเร็จจากยอดขาย" width="1" height="5" title="?ยกพลขึ้นบก?แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือการันตีความสำเร็จจากยอดขาย" /></td></tr></tbody></table> สำหรับราคาแฟรนไชส์ อยู่ที่ 40,000 บาท เก็บครั้งเดียว เป็นค่ารอยัลตีฟี  และเป็นค่าใช้แบรนด์ยกพลขึ้นบก ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ และการตกแต่งร้าน  ทางเจ้าของแฟรนไชส์สามารถดำเนินการได้เอง  สิ่งที่แฟรนไชส์จะต้องสั่งจากทางเจ้าของแฟรนไชส์ ประกอบด้วย น้ำซุป พริกป่น  พริกดอง พริกปรุงรส ส่วนลูกชิ้น หรือ เส้น  เราจะมีสถานที่แนะนำให้เพื่อจะได้ซื้อใช้ได้เหมือนกัน  สำหรับน้ำซุปจะทำออกมาเป็นผงสำเร็จรูป ทำให้สามารถเก็บได้นาน  เมื่อต้องการจะใช้เพียงนำมาเติมในหม้อน้ำซุปในสัดส่วนที่กำหนด<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"><p></p><p>นายสมวงษ์ เล่าว่า  ในส่วนของการขยายสาขาแฟรนไชส์ในช่วงนี้ อาจจะต้องชะลอไว้ก่อน  เพราะเราต้องการได้คนที่ตั้งใจทำจริงๆ โดยเจ้าของจะต้องลงมาขายเอง  ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหา คือ เจ้าของไม่ได้ลงมาทำด้วยตัวเอง  และสุดท้ายก็ไปไม่รอด บริการไม่ดี  หรือบางครั้งก็ปรับแต่งเติมทำให้ไม่ได้รสชาติเหมือนเดิม ซึ่งสิ่งเหล่านี้  เราก็ต้องนำกลับมาพิจารณา เพราะเกรงว่าจะเสียมาถึงแบรนด์ของเราได้ในอนาคต  ดังนั้น ในช่วงนี้ จึงชะลอการขยายสาขาไว้ก่อน เพื่อไม่ให้มากเกินไป  ปัจจุบัน มีสาขาที่เปิดให้บริการไปแล้วและกำลังจะเปิดจำนวน 15 สาขา  ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่วนต่างจังหวัดมีเพียงสาขาเดียวที่ จังหวัดสงขลา<br
/> <br
/></p><p><br
/> <strong><span
style="color: #cc6600">โทร. 08-1591-9356</span></strong></p></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?ยกพลขึ้นบก?แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือการันตีความสำเร็จจากยอดขาย" width="1" height="5" title="?ยกพลขึ้นบก?แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือการันตีความสำเร็จจากยอดขาย" /></td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/thaistyle-noodle/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>?มอร์เก้น? ไส้กรอกเยอรมันพรีเมี่ยม รุกแฟรนไชส์ขายอร่อยแบบต้นตำรับ</title><link>http://www.keajon.com/morgen-by-ez-s/</link> <comments>http://www.keajon.com/morgen-by-ez-s/#comments</comments> <pubDate>Tue, 18 May 2010 02:59:42 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[มาตรฐานสากล]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[อาหารเยอรมัน]]></category> <category><![CDATA[เจา้ของธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[ไส้กรอกเยอรมัน]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=4111</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/morgen-by-ez-s/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>พัชราวดี หมื่นนิกร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ จำกัด ผู้ดูแลธุรกิจแฟรนไชส์ ?มอร์เก้น บาย อีซี่ส์? (Morgen by EZ?S) เผยว่า จากที่บริษัทดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ไส้กรอกเยอรมัน แบรนด์ อีซี่ส์ (EZ?S) มากว่า 15 ปี ซึ่งเน้นเป็นไส้กรอกกินเล่นสำหรับลูกค้าตลาดกว้าง ขณะเดียวกันเห็นโอกาสธุรกิจว่า ยังมีลูกค้าอีกกลุ่มที่เป็นคนรุ่นใหม่ มีกำลังซื้อสูง และอยากกินไส้กรอกเยอรมันขั้นพรีเมี่ยมแท้ๆ ที่สามารถกินเป็นอาหารหลักได้ ประกอบบริษัทมีศักยภาพในการผลิต และในตลาดยังไม่มีสินค้าที่จะตอบความต้องการดังกล่าวเลย ดังนั้น บริษัท จึงแตกแบรนด์มาเป็น?มอร์เก้น บาย อีซี่ส์? รูปแบบเป็นร้านอาหารสไตล์เยอรมันทันสมัย ให้บริการแบบเคาน์เตอร์เซอร์วิช มีโต๊ะให้กินในร้าน เริ่มเปิดสาขาแรกเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2551 ที่เทสโก้ โลตัส สาขาศาลายา &#160; ทั้งนี้ เลือกขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ พัชราวดี เผยว่า บริษัทเปิดสาขาแรกด้วยตัวเองที่เทสโก้ โลตัส สาขาศาลายา เพื่อเป็นร้านต้นแบบ ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี จากนั้น [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong> <span
style="color: #ff9900"> พัชราวดี หมื่นนิกร</span></strong> รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซี่ส์  อินเตอร์เนชั่นแนล <a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a> จำกัด ผู้ดูแลธุรกิจแฟรนไชส์ ?มอร์เก้น บาย  อีซี่ส์? (Morgen by EZ?S) เผยว่า  จากที่บริษัทดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ไส้กรอกเยอรมัน แบรนด์ อีซี่ส์ (EZ?S)  มากว่า 15 ปี ซึ่งเน้นเป็นไส้กรอกกินเล่นสำหรับลูกค้าตลาดกว้าง  ขณะเดียวกันเห็นโอกาสธุรกิจว่า ยังมีลูกค้าอีกกลุ่มที่เป็นคนรุ่นใหม่  มีกำลังซื้อสูง และอยากกินไส้กรอกเยอรมันขั้นพรีเมี่ยมแท้ๆ  ที่สามารถกินเป็นอาหารหลักได้ ประกอบบริษัทมีศักยภาพในการผลิต  และในตลาดยังไม่มีสินค้าที่จะตอบความต้องการดังกล่าวเลย ดังนั้น <strong>บริษัท จึงแตกแบรนด์มาเป็น?มอร์เก้น บาย อีซี่ส์?  รูปแบบเป็นร้านอาหารสไตล์เยอรมันทันสมัย ให้บริการแบบเคาน์เตอร์เซอร์วิช  มีโต๊ะให้กินในร้าน </strong>เริ่มเปิดสาขาแรกเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2551  ที่เทสโก้ โลตัส สาขาศาลายา</p><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"><p></p><p>&nbsp;</p></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top">ทั้งนี้  เลือกขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ พัชราวดี เผยว่า  บริษัทเปิดสาขาแรกด้วยตัวเองที่เทสโก้ โลตัส สาขาศาลายา  เพื่อเป็นร้านต้นแบบ ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี จากนั้น  มีผู้สนใจมาเป็นแฟรนไซซี่ เปิดสาขา 2 ที่เทสโก้ โลตัส ศรีนครินทร์ สาขา 3  ที่เอสพลานาด ถ.รัตนาธิเบศร์ และกำลังเปิดสาขา 4 ที่ จ.พิษณุโลก  ในกลางเดือนพฤษภาคม 2553 ที่จะถึงนี้<br
/> <br
/> ด้านงบลงทุนแฟรนไชส์ <strong><span
style="color: #333333">ประมาณ 2-2.5  ล้านบาท</span></strong> <em>(แล้วขนาดพื้นที่ เฉลี่ยประมาณ 50-70  ตารางเมตร)</em> ซึ่งงบจำนวนดังกล่าว จากการสำรวจพบว่า  เป็นระดับที่ยังมีผู้สนใจลงทุนจำนวนมาก โดยยอดขายหลังหักค่าใช้จ่ายทุกๆ  อย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าพื้นที่ ค่าซื้อวัตถุดิบ ค่าพนักงาน ฯลฯ <strong><span
style="color: #330066">แฟรนไชซี่จะเหลือกำไรสุทธิประมาณ 20%</span></strong> <strong><span
style="color: #cc0000">ทำให้มีอัตราคืนทุนได้ใน 1-2 ปี<br
/> </span></strong><br
/> <br
/><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="410"><tbody><tr><td
width="410" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?มอร์เก้น? ไส้กรอกเยอรมันพรีเมี่ยม รุกแฟรนไชส์ขายอร่อยแบบต้นตำรับ" width="1" height="5" title="?มอร์เก้น? ไส้กรอกเยอรมันพรีเมี่ยม รุกแฟรนไชส์ขายอร่อยแบบต้นตำรับ" /></td></tr></tbody></table> เจ้าของธุรกิจ ระบุด้วยว่า จากการเปิดมา 3 สาขาแล้ว  ทุกแห่งยอดขายยังอยู่ระดับน่าพอใจ ไม่มีสัญญาณต้องปิดกิจการ  โดยเฉลี่ยลูกค้าจะใช้จ่ายในร้านประมาณ 70-200 บาทต่อคน กลุ่มลูกค้าหลัก คือ  ครอบครัวและคนรุ่นใหม่ฐานะระดับกลางขึ้นไป<br
/> <br
/> ในส่วนของระบบบริหารแฟรนไชส์ โดยเฉพาะการควบคุมคุณภาพ <strong><span
style="color: #990000">กำหนดว่าต้องรับวัตถุดิบจากแฟรนไชซอร์เท่านั้น </span></strong>ซึ่ง บริษัทมีโรงงานผลิตได้มาตรฐานสากล GMP และ HACCP  ใช้เครื่องจักรสั่งตรงจากเยอรมัน และประเทศแถบยุโรป  ซึ่งวัตถุดิบที่ส่งให้แฟรนไชซี่ทั้งหมดจะมาในรูปแบบกึ่งสำเร็จ  ง่ายและสะดวกจะนำไปปรุงอาหาร รวมถึง จัดอบรมพนักงาน  และวิธีบริหารร้านให้พร้อม และมีทีมตรวจสอบคุณภาพต่อเนื่อง นอกจากนั้น  จะมีแผนส่งเสริมการตลาดให้ต่อเนื่อง เช่น มีโปรโมชั่นทุกๆ 45 วัน  พัฒนาสินค้าใหม่ต่อเนื่อง  และจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์ช่วยแฟรนไชซี่ โดยสำรองงบส่วนนี้ 3%  จากรายได้ของบริษัทที่ได้จากยอดขายรวมของร้านมอร์เก้น<br
/><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?มอร์เก้น? ไส้กรอกเยอรมันพรีเมี่ยม รุกแฟรนไชส์ขายอร่อยแบบต้นตำรับ" width="1" height="5" title="?มอร์เก้น? ไส้กรอกเยอรมันพรีเมี่ยม รุกแฟรนไชส์ขายอร่อยแบบต้นตำรับ" /><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?มอร์เก้น? ไส้กรอกเยอรมันพรีเมี่ยม รุกแฟรนไชส์ขายอร่อยแบบต้นตำรับ" width="1" height="5" title="?มอร์เก้น? ไส้กรอกเยอรมันพรีเมี่ยม รุกแฟรนไชส์ขายอร่อยแบบต้นตำรับ" /></td></tr></tbody></table><table
border="0" cellspacing="1" cellpadding="2" width="450" align="Center" bgcolor="#000000"><tbody><tr><td
width="450" bgcolor="#cccccc"><strong>@@@@ ตารางธุรกิจแฟรนไชส์  Morgen by EZ?S @@@@@ <br
/></strong></td></tr><tr><td
width="450" bgcolor="#eeeeee">- งบลงทุน 2-2.5 ล้านบาท (แล้วขนาดพื้นที่  เฉลี่ยประมาณ 50-70 ตารางเมตร)<br
/>- กำไรสุทธิหักหลังค่าใช้จ่ายทั้งหมด  ประมาณ 20%ของยอดขาย <br
/>- คาดการณ์คืนทุน ใน 1-2 ปี <br
/>-  ควรมีเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจ ประมาณ 2 แสนบาทต่อเดือน<br
/>- แ ฟรนไชซอร์  ตั้งงบช่วยทำการตลาด 3% จากยอดขายรวมของธุรกิจ</td></tr></tbody></table> <br
/> <br
/> @@@@@@@@@@@@@@@@@@<br
/> <br
/> <strong>โทร.0-2538-1925 หรือ www.ezssausage.com</strong><br
/></td></tr></tbody></table> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/morgen-by-ez-s/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>&#8216;ลูกเสือไอศกรีม&#8217; ตกทอดทายาทรุ่น 2 ทวงตลาดคืนหลังครองใจลูกค้า50 ปี</title><link>http://www.keajon.com/gusto-ice-cream/</link> <comments>http://www.keajon.com/gusto-ice-cream/#comments</comments> <pubDate>Mon, 17 May 2010 11:50:23 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[กัสโต้]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[รถเข็นไอศกรีม]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[ไอศกรีมถ้วย]]></category> <category><![CDATA[ไอศกรีมลูกเสือ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=4108</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/gusto-ice-cream/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ไอศกรีมลูกเสือ ถือเป็นแบรนด์ที่คนไทยรู้จักมายาวนาน จากภาพที่ติดตากับรถเข็นไอศกรีมขนาดเล็ก ที่ข้างในอัดแน่นไปด้วยไอศกรีมหลากรสชาติ พร้อมตักใส่โคนหรือถ้วย เสิร์ฟให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะบรรดาเด็กๆ ที่ชื่นชอบในรสชาติ มาวันนี้ธุรกิจดังกล่าวคุมบังเหียนโดยทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 คือ ?นาย ปิยะวรรธน์ สุขสมใจนึก? กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมใจไอศกรีม จำกัด เล่าว่า ภารกิจที่สำคัญในการเข้ามาสานต่อธุรกิจนี้คือ การทำตลาดอย่างจริงจัง หลังจากคู่แข่งมีการรุกตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายจำนวนรถเข็นที่ครอบคลุมในหลายพื้นที่.. จากการดำเนิน ธุรกิจนี้มาหลาย 10 ปี ทุกกระบวรนการผลิตอยู่ในสายตาของลูกชาย คือ นายปิยวรรธน์มาโดยตลอด ที่ตอนเด็กๆ ก็เริ่มจากการปลอกลูกมะพร้าวมะพร้าว มาจนถึงการทำไอศกรีมพร้อมจำหน่าย จนได้รับหน้าที่ในการสานต่อธุรกิจดังกล่าว เน้นการชูจุดขายสำคัญของไอศกรีมลูกเสือ ที่ผ่านมา คือ รสชาติ คุณภาพ และราคาที่ไม่แพง ที่ทำให้เวลาเอเย่นต์ไปทำตลาด สามารถขายได้และมีกำไรสูง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่เป็นแบรนด์อินเตอร์ที่ต้นทุนขายสูง ซึ่งถือเป็นความได้เปรียบ ส่วนสิ่งที่ต้องปรับกระบวนทัพครั้งใหญ่คือ การทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ให้ได้ พร้อมปรับรูปลักษณ์ของรถเข็นให้ดูทันสมัย และน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ล่าสุดทางบริษัทฯ ได้แตกไลน์สินค้าใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าตามร้านอาหารและภัตตาคาร กับไอศกรีมถ้วยพร้อมรับประทานแบรนด์ กัสโต้ (Gusto) เน้นรสชาติผลไม้ไทยเข้มข้น [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไอศกรีมลูกเสือ</strong> ถือเป็นแบรนด์ที่คนไทยรู้จักมายาวนาน  จากภาพที่ติดตากับรถเข็นไอศกรีมขนาดเล็ก  ที่ข้างในอัดแน่นไปด้วยไอศกรีมหลากรสชาติ พร้อมตักใส่โคนหรือถ้วย  เสิร์ฟให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะบรรดาเด็กๆ ที่ชื่นชอบในรสชาติ  มาวันนี้ธุรกิจดังกล่าวคุมบังเหียนโดยทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 คือ <strong>?นาย ปิยะวรรธน์ สุขสมใจนึก?</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมใจไอศกรีม  จำกัด เล่าว่า ภารกิจที่สำคัญในการเข้ามาสานต่อธุรกิจนี้คือ  การทำตลาดอย่างจริงจัง หลังจากคู่แข่งมีการรุกตลาดมากขึ้น  โดยเฉพาะการขยายจำนวนรถเข็นที่ครอบคลุมในหลายพื้นที่..</p><p
style="text-align: center"></p><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
align="left" valign="baseline">จากการดำเนิน ธุรกิจนี้มาหลาย 10 ปี ทุกกระบวรนการผลิตอยู่ในสายตาของลูกชาย คือ <span
style="color: #3300cc"><strong>นายปิยวรรธน์มาโดยตลอด ที่ตอนเด็กๆ  ก็เริ่มจากการปลอกลูกมะพร้าวมะพร้าว มาจนถึงการทำไอศกรีมพร้อมจำหน่าย</strong> </span>จนได้รับหน้าที่ในการสานต่อธุรกิจดังกล่าว  เน้นการชูจุดขายสำคัญของไอศกรีมลูกเสือ ที่ผ่านมา คือ รสชาติ คุณภาพ  และราคาที่ไม่แพง ที่ทำให้เวลาเอเย่นต์ไปทำตลาด สามารถขายได้และมีกำไรสูง  ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่เป็นแบรนด์อินเตอร์ที่ต้นทุนขายสูง  ซึ่งถือเป็นความได้เปรียบ ส่วนสิ่งที่ต้องปรับกระบวนทัพครั้งใหญ่คือ  การทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ให้ได้  พร้อมปรับรูปลักษณ์ของรถเข็นให้ดูทันสมัย และน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น<br
/> <br
/> <strong><span
style="color: #cc0000">ล่าสุดทางบริษัทฯ  ได้แตกไลน์สินค้าใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าตามร้านอาหารและภัตตาคาร  กับไอศกรีมถ้วยพร้อมรับประทานแบรนด์ กัสโต้ (Gusto)  เน้นรสชาติผลไม้ไทยเข้มข้น</span></strong> ภายใต้คอนเซ็ปต์ ?อร่อยจุใจ  ได้เนื้อผลไม้แท้?หวังขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="250"><tbody><tr><td
width="250" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">แตกไลน์ธุรกิจด้วย ไอศกรีมถ้วยสำเร็จรูปแบรนด์ Gusto ส่งขายตามร้านอาหารและภัตตาคาร</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ลูกเสือไอศกรีม ตกทอดทายาทรุ่น 2 ทวงตลาดคืนหลังครองใจลูกค้า50 ปี" width="1" height="5" title="ลูกเสือไอศกรีม ตกทอดทายาทรุ่น 2 ทวงตลาดคืนหลังครองใจลูกค้า50 ปี" /></td></tr></tbody></table> <strong><span
style="color: #3300cc">การลงทุนไอศกรีมลูกเสือ</span></strong><strong></strong><br
/> <br
/> ? <strong>ลงทุนราคา 25,605 บาท</strong><br
/> <br
/> 1.ตู้แช่ไอศกรีมขนาด 8 คิว<br
/> 2.ธงญี่ปุ่น/ขาตั้ง<br
/> 3.เมนูไอศกรีม 2 แผ่น<br
/> 4.ไอศกรีมกล่องกระดาษ 8 กล่อง<br
/> 5.ร่มลูกเสือ 1 คัน<br
/> 6.ที่ตักไอศกรีม 1 อัน<br
/> 7.โคนแหลม 100 ชิ้น<br
/> 8.โคนตัด 60 ชิ้น<br
/> 9.ถ้วย6oz. 100 ใบ (พร้อมช้อน)<br
/> <br
/> <strong>ลงทุนราคา 33,680 บาท</strong><br
/> <strong><br
/> </strong>1.ตู้แช่ไอศกรีมขนาด 11 คิว<br
/> 2.ธงญี่ปุ่น/ขาตั้ง<br
/> 3.เมนูไอศกรีม 5 แผ่น<br
/> 4.เมนูติดผนังขนาดใหญ่ 1ใบ<br
/> 5.ไอศกรีมกล่องกระดาษ 10 กล่อง<br
/> 6.ร่วมลูกเสือ 1 คัน<br
/> 7.ที่ตักไอศกรีม 1 อัน<br
/> 8.โคนแหลม 200 ชิ้น<br
/> 9.โคนตัด 60 ชิ้น<br
/> 10ถ้วย6oz. 100 ใบ (พร้อมช้อน)<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350"><tbody><tr><td
width="350" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ลูกเสือไอศกรีม ตกทอดทายาทรุ่น 2 ทวงตลาดคืนหลังครองใจลูกค้า50 ปี" width="1" height="5" title="ลูกเสือไอศกรีม ตกทอดทายาทรุ่น 2 ทวงตลาดคืนหลังครองใจลูกค้า50 ปี" /></td></tr></tbody></table> ***<strong><span
style="color: #cc3300">สนใจธุรกิจติดต่อ 0-2833-0911-2</span></strong>***<br
/></td></tr></tbody></table> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/gusto-ice-cream/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>2</slash:comments> </item> </channel> </rss>
