<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; แฟรนไชส์อาหาร</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/fracise-foods/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 20:52:28 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>?หมูย่างยกนิ้ว?รสชาติที่บอกต่อ อีกหนึ่งแฟรนไชส์คืนทุนเร็ว</title><link>http://www.keajon.com/thumb-up-bar-b-que/</link> <comments>http://www.keajon.com/thumb-up-bar-b-que/#comments</comments> <pubDate>Thu, 08 Apr 2010 15:26:03 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[franchise]]></category> <category><![CDATA[ข้าวเหนียวหมูย่าง]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[หมูย่าง]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์อาหาร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3899</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/thumb-up-bar-b-que/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ประจิม และธีรศักดิ์ โรจนชัยศรี เจ้าของแฟรนไชส์หมูย่างยกนิ้ว ยกระดับหมูย่างขึ้นห้าง ?แฟรนไชส์ หมูย่างยกนิ้ว? ของผู้ที่ผันตัวเองจากการขายเสื้อผ้ามาขายหมูย่าง สูตรที่คิดค้นขึ้นเอง แต่กลับถูกปากลูกค้าที่บอกปากต่อปาก จนสามารถขยายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ คืนทุนเร็วเพียงไม่กี่เดือน สำหรับการลงทุนธุรกิจ ร้านหมูย่างยกนิ้ว ใช้เงินลงทุนประมาณ 50,000 บาท (อุปกรณ์พร้อมขาย) โดยจะซื้อหมูย่างในราคา 6.50 บาท (แฟรนไชซีได้กำไร 35% ) ส่วนข้าวเหนียวต้องนึ่งเอง ซึ่งที่ผ่านมามีแฟรนไชซีบางสาขากำไรจากการข้าวเหนียว สามารถนำไปจ่ายเป็นค่าเช่าพื้นที่ในแต่ละเดือนได้ แต่โดยเฉลี่ยระยะเวลาการคืนทุนประมาณ 3-5 เดือน ย่างหมูกันทั้งวัน พร้อมเสิร์ฟลูกค้าร้อนๆ &#160; ***สนใจติดต่อโทร. 0-2380-1833, 08-1298-9139 และ 08-6043-2152*** เนื่องจากสภาพ เศรษฐกิจปัจจุบัน การที่จะทำให้คนจ่ายเงินในหลักร้อยเพื่อซื้อเสื้อผ้า เทียบกับการควักเงินออกจากกระเป๋าเพียง 10 บาท เพื่อซื้อหมูย่างสัก 1 ไม้ เป็นเรื่องที่ง่ายกว่า แม้ว่าด้วยจำนวนเงินที่ได้รับจากลูกค้าในแต่ละครั้งจะน้อยกว่าการซื้อเสื้อ ผ้า แต่หากเน้นในเรื่องปริมาณการขาย ก็สามารถทำกำไรได้เช่นเดียวกัน &#160; หมูย่างรสดั้งเดิม ขายดีที่สุด]]></description> <content:encoded><![CDATA[<table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350"><tbody><tr><td
width="350" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">ประจิม  และธีรศักดิ์ โรจนชัยศรี เจ้าของ<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a>หมูย่างยกนิ้ว</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?หมูย่างยกนิ้ว?รสชาติที่บอกต่อ อีกหนึ่งแฟรนไชส์คืนทุนเร็ว" width="1" height="5" title="?หมูย่างยกนิ้ว?รสชาติที่บอกต่อ อีกหนึ่งแฟรนไชส์คืนทุนเร็ว" /></td></tr></tbody></table><p><strong><span
style="color: #3300ff;">ยกระดับหมูย่างขึ้นห้าง ?แฟรนไชส์  หมูย่างยกนิ้ว? ของผู้ที่ผันตัวเองจากการขายเสื้อผ้ามาขายหมูย่าง  สูตรที่คิดค้นขึ้นเอง แต่กลับถูกปากลูกค้าที่บอกปากต่อปาก  จนสามารถขยายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ คืนทุนเร็วเพียงไม่กี่เดือน </span></strong></p><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
class="body" align="left" valign="baseline">สำหรับการลงทุนธุรกิจ ร้านหมูย่างยกนิ้ว ใช้เงินลงทุนประมาณ 50,000 บาท (อุปกรณ์พร้อมขาย)  โดยจะซื้อหมูย่างในราคา 6.50 บาท (แฟรนไชซีได้กำไร 35% )  ส่วนข้าวเหนียวต้องนึ่งเอง  ซึ่งที่ผ่านมามีแฟรนไชซีบางสาขากำไรจากการข้าวเหนียว  สามารถนำไปจ่ายเป็นค่าเช่าพื้นที่ในแต่ละเดือนได้  แต่โดยเฉลี่ยระยะเวลาการคืนทุนประมาณ 3-5 เดือน<br
/></td></tr><tr><td
class="body" align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350"><tbody><tr><td
width="350" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
class="Image" align="left" valign="baseline">ย่างหมูกันทั้งวัน  พร้อมเสิร์ฟลูกค้าร้อนๆ</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?หมูย่างยกนิ้ว?รสชาติที่บอกต่อ อีกหนึ่งแฟรนไชส์คืนทุนเร็ว" width="1" height="5" title="?หมูย่างยกนิ้ว?รสชาติที่บอกต่อ อีกหนึ่งแฟรนไชส์คืนทุนเร็ว" /></td></tr></tbody></table><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td
class="body" align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="350"><tbody><tr><td
width="350" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?หมูย่างยกนิ้ว?รสชาติที่บอกต่อ อีกหนึ่งแฟรนไชส์คืนทุนเร็ว" width="1" height="5" title="?หมูย่างยกนิ้ว?รสชาติที่บอกต่อ อีกหนึ่งแฟรนไชส์คืนทุนเร็ว" /></td></tr></tbody></table><p>***สนใจติดต่อโทร. 0-2380-1833, 08-1298-9139 และ 08-6043-2152***</p></td></tr></tbody></table><table
style="height: 12px;" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="238"><tbody><tr><td
width="250" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"></td></tr></tbody></table><div
style="width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">เนื่องจากสภาพ เศรษฐกิจปัจจุบัน การที่จะทำให้คนจ่ายเงินในหลักร้อยเพื่อซื้อเสื้อผ้า  เทียบกับการควักเงินออกจากกระเป๋าเพียง 10 บาท เพื่อซื้อหมูย่างสัก 1 ไม้  เป็นเรื่องที่ง่ายกว่า  แม้ว่าด้วยจำนวนเงินที่ได้รับจากลูกค้าในแต่ละครั้งจะน้อยกว่าการซื้อเสื้อ ผ้า แต่หากเน้นในเรื่องปริมาณการขาย ก็สามารถทำกำไรได้เช่นเดียวกัน<br
/><p>&nbsp;</p><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="250"><tbody><tr><td
width="250" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
class="Image" align="left" valign="baseline">หมูย่างรสดั้งเดิม  ขายดีที่สุด</td></tr></tbody></table></div> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/thumb-up-bar-b-que/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>ขนมไข่อินเตอร์ แฟรนไชส์ดีๆ ของคนรักขนม</title><link>http://www.keajon.com/egg-inter/</link> <comments>http://www.keajon.com/egg-inter/#comments</comments> <pubDate>Wed, 31 Mar 2010 13:57:17 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[ขนมไทย]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจส่วนตัว]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์อาหาร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3860</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/egg-inter/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>&#8220;ขนมไข่อินเตอร์&#8221; ขนมไข่แนวใหม่ สอดไส้ หลากรสที่ อร่อย ไม่เหมือนใคร เริ่มจากคุณน้อง (เจ้าของสูตร) ได้สูตรขนมไข่โบราณมาจากญาติคนหนึ่ง จึงพยายามคิดและดัดแปลงสูตรให้ขนมไข่มีความหอม นุ่มมากขึ้น และทดลองใส่ไส้ในขนมไข่ ซึ่งพัฒนาและปรับปรุงจากสูตรเดิมจนมาเป็น ขนมไข่อินเตอร์ (ขนมไข่ แนวใหม่ สอดไส้ หลากรส) โดยผู้สนใจซื้อแฟรนไชส์ มีค่าใช้จ่ายรวม 14,990 บาท คุณน้อง ได้แนะนำมาว่า ธุรกิจนี้เหมาะสำหรับ บุคคลทั่วไปที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง ต้องการมีอาชีพเสริม หลังเลิกงาน หรือในวันหยุด กำลังมองหาธุรกิจที่ลงทุนแค่หลักหมื่น คืนทุนเร็ว ความเสี่ยงต่ำ และขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.egg-inter.com/ 02-9239565, 08-1755-4221, 08-9046-0222 &#160;]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p
style="padding-left: 30px"><strong>&#8220;ขนมไข่อินเตอร์&#8221;</strong> <span
style="color: #ff0000"><strong>ขนมไข่แนวใหม่ สอดไส้ หลากรส</strong></span>ที่  อร่อย ไม่เหมือนใคร</p><p
style="padding-left: 30px">เริ่มจากคุณน้อง (เจ้าของสูตร) ได้สูตรขนมไข่โบราณมาจากญาติคนหนึ่ง  จึงพยายามคิดและดัดแปลงสูตรให้ขนมไข่มีความหอม นุ่มมากขึ้น  และทดลองใส่ไส้ในขนมไข่ ซึ่งพัฒนาและปรับปรุงจากสูตรเดิมจนมาเป็น ขนมไข่อินเตอร์ (ขนมไข่ แนวใหม่ สอดไส้ หลากรส)</p><p
style="padding-left: 30px">โดยผู้สนใจซื้อ<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a> มีค่าใช้จ่ายรวม 14,990 บาท คุณน้อง ได้แนะนำมาว่า ธุรกิจนี้เหมาะสำหรับ</p><ol><li>บุคคลทั่วไปที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง</li><li>ต้องการมี<a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a> หลังเลิกงาน หรือในวันหยุด</li><li>กำลังมองหาธุรกิจที่ลงทุนแค่หลักหมื่น คืนทุนเร็ว ความเสี่ยงต่ำ  และขั้นตอนไม่ยุ่งยาก</li></ol><p
style="padding-left: 30px">ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</p><p
style="text-align: center"><strong>http://www.egg-inter.com/</strong></p><p
style="text-align: center"><strong>02-9239565<span
style="color: #99cc00">,</span> 08-1755-4221<span
style="color: #99cc00">, </span>08-9046-0222</strong></p><p>&nbsp;</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/egg-inter/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>ผัดไทยบ้านทางเกวียน เปิดรับผู้สนใจแฟรนไช์ ลงทุนเพียง 8,000 บาทเท่านั้น</title><link>http://www.keajon.com/thai-noodle-franchise/</link> <comments>http://www.keajon.com/thai-noodle-franchise/#comments</comments> <pubDate>Tue, 30 Mar 2010 04:10:57 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[น้ำพริก]]></category> <category><![CDATA[ผัดไทย]]></category> <category><![CDATA[เมนูอาหาร]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์อาหาร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3851</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/thai-noodle-franchise/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.thaifranchisecenter.com/info/PR/pr_pic0688.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ผัดไทยบ้านทางเกวียน เปิดรับผู้สนใจแฟรนไช์ ลงทุนเพียง 8,000 บาทเท่านั้น แฟรนไชส์ ผัดไทยบ้านทางเกวียน ตอบสนองลูกค้าที่ไม่ต้องการรถเข็น ด้วยค่าแฟรนไชส์สุดพิเศษ เพียง 8,000 บาท พร้อมบริการสอนถึงที่ โดยพัฒนาก๋วยเตี๋ยวผัดปู อาหารพื้นบ้าน ของบ้านทางเกวียน จังหวัดระยอง เป็นก๋วยเตี๋ยวผัดไทย เส้นจันท์ สูตรน้ำพริกมะขาม และมีเมนูเด็ดอื่นๆมากมาย สนใจอยากเปิดร้านขายผัดไทยบ้านทางเกวียน ติดต่อ คุณพศวัต ไชยาพรพรรณ โทร. 081-4208699 อีเมล์ baanthangkwien@hotmail.com,? tuw77@hotmail.com เว็บไซต์ http://www.padthaibaanthangkwien.th.com]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผัดไทยบ้านทางเกวียน  เปิดรับผู้สนใจแฟรนไช์ ลงทุนเพียง 8,000 บาทเท่านั้น</strong></p><p
style="text-align: center"><img
src="http://www.thaifranchisecenter.com/info/PR/pr_pic0688.gif" alt="pr pic0688 ผัดไทยบ้านทางเกวียน เปิดรับผู้สนใจแฟรนไช์ ลงทุนเพียง 8,000 บาทเท่านั้น"  title="ผัดไทยบ้านทางเกวียน เปิดรับผู้สนใจแฟรนไช์ ลงทุนเพียง 8,000 บาทเท่านั้น" /></p><p><br
/> <a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a> ผัดไทยบ้านทางเกวียน ตอบสนองลูกค้าที่ไม่ต้องการรถเข็น  ด้วยค่าแฟรนไชส์สุดพิเศษ เพียง 8,000 บาท พร้อมบริการสอนถึงที่  โดยพัฒนาก๋วยเตี๋ยวผัดปู อาหารพื้นบ้าน ของบ้านทางเกวียน จังหวัดระยอง  เป็นก๋วยเตี๋ยวผัดไทย เส้นจันท์ สูตรน้ำพริกมะขาม และมีเมนูเด็ดอื่นๆมากมาย</p><p>สนใจอยากเปิดร้านขายผัดไทยบ้านทางเกวียน<br
/> ติดต่อ คุณพศวัต ไชยาพรพรรณ <strong><br
/> </strong><strong>โทร.  081-4208699 <br
/> </strong><br
/> อีเมล์ <a
href="mailto:baanthangkwien@hotmail.com">baanthangkwien@hotmail.com</a>,? <a
href="mailto:tuw77@hotmail.com">tuw77@hotmail.com</a> <br
/> เว็บไซต์ <a
href="http://www.padthaibaanthangkwien.th.com/">http://www.padthaibaanthangkwien.th.com</a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/thai-noodle-franchise/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ</title><link>http://www.keajon.com/grilled-pork-stick-yimsiam/</link> <comments>http://www.keajon.com/grilled-pork-stick-yimsiam/#comments</comments> <pubDate>Tue, 09 Mar 2010 06:20:44 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[อาหารพารวย]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ร้านหมูสะเต๊ะ]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[หมูนุ่ม]]></category> <category><![CDATA[หมูสะเต๊ะ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์อาหาร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e2%80%9c%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%b0-%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e2%80%9d%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/grilled-pork-stick-yimsiam/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>หมูสะเต๊ะ ยี่ห้อ ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม? สร้างจุดขายด้วยสูตรหมูนุ่ม มาพร้อมกับน้ำจิ้มสมุนไพรที่คิดค้นขึ้นเอง เร่งบุกตลาดด้วยกลยุทธ์ขายธุรกิจแฟรนไชส์ เปิดโอกาสสร้างอีกทางเลือกหนึ่งของผู้สนใจมีอาชีพเล็กๆ เป็นของตัวเอง พิธาน อิมราพร พิธาน อิมราพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิ้มสยาม มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม? เล่าว่า ทั้งตัวเองและภรรยาสนใจทำธุรกิจอาหาร จนได้โอกาสจากญาติชวนให้ทำเมนูอาหารวางขายในร้านอาหารของเขา จึงคิดถึงเมนูหมูสะเต๊ะ เพราะเป็นอาหารจานด่วนที่คนทั่วไปรู้จักกันดีอยู่แล้ว หากินง่ายแต่หาอร่อยได้ยาก ?พอคิดจะทำหมูสะเต๊ะ ผมหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต และไปทดลองชิมหมูสะเต๊ะเจ้าดังๆ ทั้งหมด เพื่อนำกลับมาปรับปรุงและพัฒนาสูตรของตัวเอง ลองผิดลองถูกอยู่กว่า 3 เดือน ทดลองทำอยู่ไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง จนได้สูตรลงตัว แทบทุกคนพอได้กินคำแรกจะพูดคล้ายๆ กันว่า หมูนุ่ม ไม่เคยกินหมูสะเต๊ะที่ไหนเนื้อนุ่มขนาดนี้ ? พิธาน เล่า เคล็ดลับหมูนุ่ม เกิดจากการหมักด้วยสมุนไพรและเครื่องปรุง 7-8 ชนิด ซึ่งเป็นความลับไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนน้ำจิ้มเติมสมุนไพรต่างๆ ลงไป เช่น ตะไคร้ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" width="1" height="5" title="?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" /></td></tr></tbody></table> <span
style="color: #990000;font-size: small"><strong>หมูสะเต๊ะ ยี่ห้อ <span
style="color: #3300cc">?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?</span> สร้างจุดขายด้วยสูตรหมูนุ่ม  มาพร้อมกับน้ำจิ้มสมุนไพรที่คิดค้นขึ้นเอง  เร่งบุกตลาดด้วยกลยุทธ์ขายธุรกิจ<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a> เปิดโอกาสสร้างอีกทางเลือกหนึ่งของผู้สนใจมีอาชีพเล็กๆ เป็นของตัวเอง</strong></span><br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="300"><tbody><tr><td
width="300" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">พิธาน อิมราพร</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" width="1" height="5" title="?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" /></td></tr></tbody></table> <strong>พิธาน อิมราพร</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิ้มสยาม  มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม? เล่าว่า  ทั้งตัวเองและภรรยาสนใจทำธุรกิจอาหาร  จนได้โอกาสจากญาติชวนให้ทำเมนูอาหารวางขายในร้านอาหารของเขา  จึงคิดถึงเมนูหมูสะเต๊ะ  เพราะเป็นอาหารจานด่วนที่คนทั่วไปรู้จักกันดีอยู่แล้ว  หากินง่ายแต่หาอร่อยได้ยาก<br
/> <br
/> <em><span
style="color: #006666">?พอคิดจะทำหมูสะเต๊ะ  ผมหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต และไปทดลองชิมหมูสะเต๊ะเจ้าดังๆ ทั้งหมด  เพื่อนำกลับมาปรับปรุงและพัฒนาสูตรของตัวเอง ลองผิดลองถูกอยู่กว่า 3 เดือน  ทดลองทำอยู่ไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง จนได้สูตรลงตัว  แทบทุกคนพอได้กินคำแรกจะพูดคล้ายๆ กันว่า หมูนุ่ม  ไม่เคยกินหมูสะเต๊ะที่ไหนเนื้อนุ่มขนาดนี้</span></em> ? พิธาน เล่า<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" width="1" height="5" title="?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" /></td></tr></tbody></table> เคล็ดลับหมูนุ่ม <strong>เกิดจากการหมักด้วยสมุนไพรและเครื่องปรุง  7-8 ชนิด</strong> ซึ่งเป็นความลับไม่สามารถเปิดเผยได้  ส่วนน้ำจิ้มเติมสมุนไพรต่างๆ ลงไป เช่น ตะไคร้ ข่า มะกรูด หอมแดง เป็นต้น  ช่วยให้รสชาติอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="450"><tbody><tr><td
width="450" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" width="1" height="5" title="?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" /></td></tr></tbody></table> เมื่อได้สูตรหมูสะเต๊ะที่ลงตัว  พิธานมองถึงการขยายตลาดในรูปแบบขายธุรกิจแฟรนไชส์ เพราะเห็นว่า <span
style="color: #990000">ในท้องตลาดยังไม่มีแฟรนไชส์หมูสะเต๊ะอย่างจริงจัง อีกทั้ง  แฟรนไชส์หมูสะเต๊ะที่เคยเปิดมาก่อนหน้านี้ ประมาณ 6-7 ราย  ล้วนประสบปัญหาเดียวกัน คือ  ทุกรายจะใช้ระบบจัดส่งวัตถุดิบสำเร็จรูปพร้อมขาย ในแบบหมูหมักเสียบไม้  แช่แข็งบรรจุซอง ส่วนผู้ซื้อแฟรนไชส์ทำหน้าที่แค่ปิ้งขายเท่านั้น<br
/> </span><br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="500"><tbody><tr><td
width="500" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">ผงหมักสะเต๊ะ  (รูปซ้าย) และน้ำจิ้มดิบ</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" width="1" height="5" title="?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" /></td></tr></tbody></table> <strong><span
style="color: #660033">ข้อเสียของระบบดังกล่าว  เจ้าของแฟรนไชส์ต้องลงทุนสูง ทั้งค่าจ้างพนักงานหมัก หั่น เสียบไม้  และค่าขนส่ง เป็นต้น ซึ่งต้นทุนเหล่านี้ต้องนำไปบวกลงในค่าสินค้า ดังนั้น  ผู้ลงทุนจะได้กำไรต่อหน่วยค่อนข้างน้อย เฉลี่ยไม่เกิน 1 บาทต่อไม้  เมื่อรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก ทั้งค่าพนักงาน ค่าเช่าสถานที่  ทำให้โอกาสที่ธุรกิจจะอยู่รอดก็ยาก</span></strong><br
/> <br
/> ดังนั้น<strong> ระบบของ ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?</strong> <strong>จะ กำหนดส่งแค่ผงหมักหมูสะเต๊ะ และน้ำจิ้มดิบเท่านั้น</strong> <em><span
style="color: #990000">(ผงหมัก 50 บาท / น้ำจิ้มดิบ 100 บาท สามารถทำหมูสะเต๊ะได้  500 ไม้)</span></em> <span
style="color: #000099">ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ  ไม่ว่าจะเป็นหมูที่กำหนดต้องเป็นเนื้อสันนอก ขนมปัง และผักต่างๆ  สำหรับทำอาจาด ผู้ลงทุนต้องเป็นฝ่ายจัดหาเองทั้งหมด<br
/> </span><br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="257"><tbody><tr><td
width="257" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">รูปแบบ Kisok   ลงทุน 56,000</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" width="1" height="5" title="?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" /></td></tr></tbody></table> อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเปิดร้านจะจัดอบรมทำทุกขั้นตอน 3 วัน ทั้งหมัก  การหั่นหมูต่อไม้ การปิ้ง เป็นต้น รวมถึงจะไปสำรวจตลาดสดร่วมกัน  เพื่อหาแหล่งวัตถุดิบที่ถูกต้องและเหมาะสม<br
/> <br
/> <em><span
style="color: #993300">?คนที่จะมาทำธุรกิจนี้ต้องลงแรงเองค่อน ข้างมาก จึงเป็นการคัดคนที่อยากจะทำอาชีพนี้จริงๆ  ดีกว่าระบบที่ผู้ลงทุนซื้อแฟรนไชส์แล้วจ้างพนักงานมานั่งขาย แต่ระบบนี้  คนลงทุนต้องมีความพร้อมที่จะลงมือทำเอง ซึ่งความเอาใจใส่จะสูงกว่ากันมาก?</span></em> เจ้าของแฟรนไชส์ ระบุ<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline">รูปแบบ Shop  ลงทุน  96,000 บาท</td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" width="1" height="5" title="?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" /></td></tr></tbody></table> ด้านการควบคุมคุณภาพรสชาตินั้น พิธาน เผยว่า หัวใจ<strong>สำคัญอยู่ ที่กำหนดต้องสั่งผงหมัก และน้ำจิ้มดิบจากส่วนกลางเท่านั้น</strong> ซึ่งผลิตโดยกรรมวิธีชั่งตวงวัด ได้คำปรึกษาจากสถาบันอาหาร  กระทรวงอุตสาหกรรม ทำให้มีรสชาติสม่ำเสมอ เก็บไว้ได้นานกว่า 6 เดือน  ถ้านำไปใช้หมักหมูหรือทำน้ำจิ้มในอัตราส่วนที่กำหนด  รสชาติของหมูสะเต๊ะและน้ำจิ้มจะเหมือนเดิมทุกครั้ง โดยขณะนี้มีกำลังผลิต  ประมาณ 100 ถุงต่อวัน เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า<br
/> <br
/> ราคาขายปลีก ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม? <strong><span
style="color: #cc0000">อยู่ ที่ชุดละ 50 บาท</span></strong> (หมูสะเต๊ะ 10ไม้ เฉลี่ยไม้ละ 5 บาท)  ผู้ลงทุนจะมีกำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด เช่น ค่าวัตถุดิบ พนักงาน  ค่าเช่า ฯลฯ <strong>ประมาณ 50% ของยอดขาย</strong> <strong><span
style="color: #990000">ควรจะขายได้อย่างต่ำประมาณ 300 ไม้ต่อวัน</span></strong> หรือวันละ 30 ชุด ระยะเวลาคืนเงินทุนขึ้นอยู่กับทำเล  แต่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ<strong> 3-5 เดือน<br
/> </strong><br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" width="1" height="5" title="?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" /></td></tr></tbody></table> สำหรับการขยายสาขานั้น ประเดิมตั้งแต่กลางปีที่แล้ว (2552)  แบ่งการลงทุนเป็น<strong>แบบ Kisok 56,000 บาท</strong> และ <strong>Shop  96,000 บาท</strong> ปัจจุบัน มีทั้งหมด 8 สาขา เช่น สาขา ซ.รามคำแหง 164  สาขา ถ.สายไหม สาขาโลตัส พัทลุง สาขาประชาอุทิศ และสาขาเสรีเซ็นเตอร์  เป็นต้น ยอดขายเฉลี่ย สาขาละ 500 ไม้ต่อวัน ส่วนสูงสุดที่สาขาโลตัส พัทลุง  เฉลี่ย700-800 ไม้ต่อวัน<br
/> <br
/> พิธาน บอกว่า จากการเก็บข้อมูลสาขาต่างๆ ในช่วงเดือนแรก จะขายดีมาก  เพราะคนอยากทดลองชิม พอเข้าเดือนที่สองและสาม ยอดขายจะลดลง 20-30%  และพอเข้าเดือนที่สี่ ถ้ายอดยังคงตัวอยู่ แสดงว่า สาขานั้นอยู่รอดได้แล้ว  เพราะลูกค้าจะเป็นขาประจำ ซึ่งติดใจความอร่อย แล้วกลับมาซื้อซ้ำ<br
/> <br
/> ทั้งนี้ ที่ผ่านมา <strong><span
style="color: #333366">อัตราการล้มเหลว ของธุรกิจอยู่ที่ 20%</span></strong> มีสาขาที่ต้องปิดไป 2 จุด  จากปัจจัยสำคัญคือ ทำเลไม่เหมาะสม  และผู้ลงทุนไม่พร้อมลงมาบริหารร้านได้ด้วยตัวเอง<br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="250"><tbody><tr><td
width="250" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" width="1" height="5" title="?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" /></td></tr></tbody></table> <em><span
style="color: #996600">เป้าหมายในปีนี้ (2553)  อยากจะขยายสาขาให้ได้ถึง 100 จุดทั่วประเทศ  เพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและจดจำของคนทั่วไปได้อย่างดี  โดยการตลาดจะอาศัยออกงานแฟร์ และโรดโชว์ตามทำเลและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย  รวมถึง โฆษณาผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต และนิตยสารต่างๆ  และเมื่อแบรนด์เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีแล้ว  เป้าหมายสูงสุดจะต่อยอดนำผลิตภัณฑ์ผงหมัก  และน้ำจิ้มดิบวางขายในซูเปอร์มาร์เกตและร้านสะดวกซื้อ</span></em><br
/> <br
/> <span
style="color: #000099">@@@@@@@@@@@@@@@@</span><br
/> <br
/></td></tr><tr><td
align="left" valign="baseline"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="400"><tbody><tr><td
width="400" align="center" valign="Top"></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" width="1" height="5" title="?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม?เด็ดที่หมูนุ่ม เปิดช่องแฟรนไชส์สร้างอาชีพ" /></td></tr></tbody></table><table
border="0" cellspacing="1" cellpadding="2" width="400" align="Center" bgcolor="#000000"><tbody><tr><td
width="450" bgcolor="#cccccc"><strong><br
/>****ตารางลงทุนธุรกิจ  ?สะเต๊ะ ยิ้มสยาม? โดยสังเขป ****</strong></td></tr><tr><td
width="450" bgcolor="#eeeeee">-เงินลงทุนเบื้องต้น 56,000 และ 96,000 บาท  ได้รับKisok/Shopพร้อมอุปกรณ์เริ่มธุรกิจ<br
/>- ต้องรับผงหมัก/น้ำจิ้มดิบ  จากส่วนกลางเท่านั้น<br
/>- มีอบรมทุกขั้นตอน ก่อนเปิดร้าน 3 วัน  และแนะนำแหล่งซื้อวัตถุดิบ และวิธีคัดเลือกวัตถุดิบ <br
/>-  ผู้ร่วมธุรกิจต้องมีความพร้อมในการปฏิบัติตามคำแนะนำและเงื่อนไขของบริษัท <br
/>-  ควรมีเงินทุนหมุนเวียนต่อเดือน ประมาณ 30,000 บาท<br
/>-  กำไรสุทธิโดยเฉลี่ยประมาณ 50% ของยอดขาย<br
/>- ระยะเวลาคืนทุนแล้วแต่ทำเล  โดยเฉลี่ยประมาณ 3-5 เดือน</td></tr></tbody></table> <br
/></td></tr></tbody></table> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/grilled-pork-stick-yimsiam/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>?เด่นซาลาเปา? ต่อยอดสูตรโบราณ ใส่พืชเติมสีสันแฟนซี</title><link>http://www.keajon.com/fancy-dhimsum/</link> <comments>http://www.keajon.com/fancy-dhimsum/#comments</comments> <pubDate>Tue, 09 Mar 2010 03:04:50 +0000</pubDate> <dc:creator>prim_webmaster</dc:creator> <category><![CDATA[จุดประกายอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[อาหารพารวย]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียอาชีพแปลก]]></category> <category><![CDATA[ซาลาเปา]]></category> <category><![CDATA[ติ่มซำ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[สูตรโบราณ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เด่นซาลาเปา]]></category> <category><![CDATA[แฟนซี]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์อาหาร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3578</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/fancy-dhimsum/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>&#160; ภัททิรา นามวงษา เจ้าของร้าน? ภัททิรา เล่าว่า ร้านเด่นซาลาเปา ถือเป็นซาลาเปาเจ้าดังประจำจังหวัดอุดรธานี เปิดมาแล้วกว่า 20 ปี บุกเบิกโดยคุณพ่อและแม่ของเธอ (นายสะเด็นและนางกานดา นามวงษา) มีจุดเด่นที่ลูกค้าติดใจ คือ แป้ง นุ่มหอม เคี้ยวแล้วไม่ติดฟันและเหงือก ซึ่งเป็นสูตรโบราณได้รับการ ถ่ายทอดมาจากผู้มีพระคุณท่านหนึ่ง จนเมื่อเธอและสามี เข้ามาสานต่อกิจการ อยากพัฒนาให้ธุรกิจครบวงจร รวมถึงเห็นโอกาสจะขยายตลาดให้กว้างยิ่งขึ้น ตัดสินใจลงทุนกว่า 5-6 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตซาลาเปา และสั่งซื้อเครื่องจักร เปลี่ยนกระบวนการผลิตจากโฮมเมดมาเป็นกึ่งอุตสาหกรรม และเพื่อให้ซาลาเปามีความแปลกใหม่ สร้างจุดเด่นให้ลูกค้าจดจำได้ดียิ่งขึ้น จึงคิดค้นสูตรนำธัญพืชนานาชนิดมาผสมในแป้งซาลาเปา เช่น อัญชัน ฟักทอง ใบเตย แก้วมังกร ข้าวโพด เผือก เป็นต้น ช่วยให้ซาลาเปามีหลากสีสันจากธรรมชาติแ และเข้ากับกระแสรักสุขภาพในปัจจุบัน เมื่อบวกกับสูตรแป้งนุ่มที่เป็นจุดเด่นเดิมอยู่แล้ว ช่วยให้ยอดขายเติบโตจากเดิมหลายเท่าตัว &#160; &#160; ไม่เท่านั้น ยังเสริมด้วยเมนูแปลกใหม่ที่คิดขึ้นเอง เช่น ซาลาเปาสองสี หมั่นโถวโรลล์ช็อกโกแลตนมสด ฯลฯ นอกจากนั้น [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p
style="text-align: center"></p><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="Center"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
style="height: 14px" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="450"><tbody><tr><td
align="left" valign="baseline"><p>&nbsp;</p><p>ภัททิรา นามวงษา เจ้าของร้าน?</p></td></tr></tbody></table></td></tr><tr><td
height="5" align="center" valign="top"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ?เด่นซาลาเปา? ต่อยอดสูตรโบราณ ใส่พืชเติมสีสันแฟนซี " width="1" height="5" title="?เด่นซาลาเปา? ต่อยอดสูตรโบราณ ใส่พืชเติมสีสันแฟนซี " /></td></tr></tbody></table><p>ภัททิรา เล่าว่า ร้านเด่นซาลาเปา  ถือเป็นซาลาเปาเจ้าดังประจำจังหวัดอุดรธานี เปิดมาแล้วกว่า 20 ปี  บุกเบิกโดยคุณพ่อและแม่ของเธอ<em><span
style="color: #660033"> (นายสะเด็นและนางกานดา นามวงษา)</span></em> มีจุดเด่นที่ลูกค้าติดใจ คือ <strong>แป้ง นุ่มหอม เคี้ยวแล้วไม่ติดฟันและเหงือก </strong>ซึ่งเป็นสูตรโบราณได้รับการ ถ่ายทอดมาจากผู้มีพระคุณท่านหนึ่ง</p><p></p><p>จนเมื่อเธอและสามี เข้ามาสานต่อกิจการ อยากพัฒนาให้ธุรกิจครบวงจร  รวมถึงเห็นโอกาสจะขยายตลาดให้กว้างยิ่งขึ้น ตัดสินใจลงทุนกว่า<strong> 5-6  ล้านบาท</strong> สร้างโรงงานผลิตซาลาเปา และสั่งซื้อเครื่องจักร  เปลี่ยนกระบวนการผลิตจากโฮมเมดมาเป็นกึ่งอุตสาหกรรม</p><p><strong><span
style="color: #003399"> แ</span></strong><strong><span
style="color: #003399">ละเพื่อให้ซาลาเปามีความแปลกใหม่  สร้างจุดเด่นให้ลูกค้าจดจำได้ดียิ่งขึ้น  จึงคิดค้นสูตรนำธัญพืชนานาชนิดมาผสมในแป้งซาลาเปา </span></strong><strong><span
style="color: #003399">เช่น<span
style="color: #990000"> อัญชัน ฟักทอง ใบเตย แก้วมังกร ข้าวโพด เผือก</span> เป็</span></strong><strong><span
style="color: #003399">นต้น ช่วยให้ซาลาเปามีหลากสีสันจากธรรมชาติแ  และเข้ากับกระแสรักสุขภาพในปัจจุบัน  เมื่อบวกกับสูตรแป้งนุ่มที่เป็นจุดเด่นเดิมอยู่</span></strong><strong><span
style="color: #003399">แล้ว  ช่วยให้ยอดขายเติบโตจากเดิมหลายเท่าตัว</span></strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ไม่เท่านั้น ยังเสริมด้วยเมนูแปลกใหม่ที่คิดขึ้นเอง เช่น <em>ซาลาเปาสองสี  หมั่นโถวโรลล์ช็อกโกแลตนมสด ฯลฯ</em> นอกจากนั้น ได้  หาความรู้จากเชฟระดับโรงแรม เพื่อเพิ่มเติมเมนูติ่มซำ รวมอีกเกือบ 20 เมนู  ซึ่งทุกเมนูไม่ใส่สารกันบูดใดๆ ทั้งสิ้น  และผ่านมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ( อย.)? <em><span
style="color: #660033">?หลายคนมักถามว่า ซาลาเปาของเราเป็นสูตรจีน  หรือฮ่องกง? ดิฉันก็จะตอบว่า มันเป็นสูตรที่เราลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง  โดยนำสูตรแป้งตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่มาเป็นพื้นฐาน  แล้วต่อยอดด้วยไอเดียของเราเอง เพื่อให้เป็นซาลาเปาที่แปลกใหม่  ไม่ใช่แค่แป้งลูกกลมๆ มีสีแต้มตรงกลางเท่านั้น?</span></em> ทายาทธุรกิจ  ระบุ</p><p
style="text-align: center"></p><p>ด้านการผลิต เมื่อนำเครื่องจักรมาช่วย  นอกจากจะทำให้สามารถควบคุมการผลิตให้มีคุณภาพสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้นแล้ว  ยังเพิ่มกำลังผลิตอีกมหาศาล จากทำด้วยมือแค่หลักพันลูกต่อวัน ปัจจุบัน  ใช้พนักงานแค่ 8 คน สามารถทำได้ถึง <strong>30,000-40,000 ลูกต่อวัน</strong></p><p
style="text-align: center"></p><p>ส่วนการตลาด เดิมแค่ขายปลีกหน้าร้าน และขายส่งในพื้นที่ใกล้เคียง  ได้ขยับขายส่งไปอำเภอใกล้เคียง ตามด้วยจังหวัดใกล้เคียง และค่อยๆ  ขยายเครือข่ายไปทั่วประเทศ รวมถึง เปิดหาผู้สนใจอยากมีอาชีพ  มาร่วมทำธุรกิจขายซาลาเปา ในรูปแบบลงทุนกึ่ง<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a>ทั้งร้านรถเข็น <span
style="color: #990000">ลงทุน 30,000 บาท แบบ Kiosk เล็ก ลงทุน 15,000 บาท  และKiosk ใหญ่ 45,000 บาท</span> ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก  มีผู้สนใจเป็นตัวแทนขายแทบจะทั่วประเทศ และยังขยายไปเพื่อนบ้าน  อย่างประเทศลาว มีตัวแทนรับไปขายกว่า 13 จุด</p><p
style="text-align: center"></p><p><span
style="color: #003366">ภัททิรา อธิบายเสริมว่า ผู้สนใจมาทำธุรกิจนี้  มีเงื่อนไขว่าต้องรับวัตถุดิบซาลาเปาจากส่วนกลางเท่านั้น  โดยราคาขายส่งจะถูกกว่าขายปลีก 40-50% เช่น ขายส่งลูกละ 5 บาท  สามารถไปขายปลีกได้ลูกละ 10 บาท โดยต้องสั่งอย่างน้อยครั้งละ 100 ลูก</span></p><p>&nbsp;</p><p>นอกจากจะขายผ่านตัวแทน ยังเปิดสาขาด้วยตัวเอง รวมกว่า 20 แห่ง  ทั้งในชื่อแบรนด์ <strong><span
style="color: #0033cc">?เด่นซาลาเปา?</span></strong> ที่เน้นลูกค้าระดับกลาง ทำเลตามย่านชุมชน หรือตลาดนัดต่างๆ  ราคาเฉลี่ยลูกละ 8-10 บาท และอีกแบรนด์ในชื่อ <strong><span
style="color: #990000">?Kin Pao?</span></strong> มุ่งลูกค้าตลาดบน  เน้นทำเลในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ราคาเฉลี่ยที่ลูกละ 18 บาท  โดยเป็นซาลาเปาเมนูหรูหรา เช่น ไส้เป็ดย่าง ไส้หูฉลาม เป็นต้น</p><p></p><p>แม้ที่ผ่านมา ตลาดจะเติบโตอย่างดีมาก อย่างไรก็ตาม เจ้าของธุรกิจ  ยอมรับว่ายังมีปัญหาธุรกิจที่พยายามเร่งแก้ไข คือ  ต้องควบคุมมาตรฐานและคุณภาพตัวแทนจำหน่ายให้ดียิ่งขึ้น  เนื่องจากตัวแทนบางส่วนไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ ทำให้รสชาติซาลาเปาด้อยลงไป  ลูกค้าซื้อไปกินแล้วไม่ประทับใจ  กลายเป็นผลเสียทั้งของตัวแทนและชื่อเสียงของแบรนด์</p><p>&nbsp;</p><p>ภัททิรา ทิ้งท้ายถึงแผนธุรกิจ จะพัฒนาด้านการขนส่ง  จากปัจจุบันใช้วิธีจัดส่งทางรถทัวร์ แต่ด้วยตัวแทนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  และระยะทางขยายไกลออกไปทุกที เตรียมจะสร้างจุดกระจายสินค้า  ตามหัวเมืองใหญ่ๆ เพื่อส่งสินค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้นรวมถึง  จะปรับปรุงโรงงานผลิตให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้นด้วย</p><p>&nbsp;</p><p>โทร.042-327-942 , 08-5597-3445 หรือ<a
href="http://www.densalapao.com/" target="_blank"><span
style="text-decoration: underline">www.densalapao.com</span></a></p><p>&nbsp;</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/fancy-dhimsum/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>2</slash:comments> </item> <item><title>แฟรนไชส์ร้านอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80/#comments</comments> <pubDate>Thu, 30 Jul 2009 08:33:57 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[จุดเด่น]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[น้ำปั่น]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ฝึกอบรม]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[สุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เปิดร้าน]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์อาหาร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://i434.photobucket.com/albums/qq63/dawisa_bucket/idooidea/1f285d33.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>แฟรนไชส์ร้านอาหารเช้าเพื่อสุขภาพอาหารเช้าเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายของคนเราเป็นอย่างมาก เพราะจะเสริมพลังงานให้ร่างกายพร้อมจะทำงานในแต่ละวัน ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารเช้าจึงมีความน่าสนใจและธุรกิจประเภทนี้ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ต้นแบบธุรกิจประเภทนี้มาจากไต้หวันและมียอดการเติบสูงสุดในแถบเอเชีย แฟรนไชส์อาหารเช้าเพื่อสุขภาพนี้ยังติดอันดับยอดขายสูงสุดอันดับที่ 3 ของโลกอีกด้วยคอนเซปต์ธุรกิจ รวดเร็ว สะดวก ง่ายดาย เปิดขายแค่ครึ่งวัน เพราะจุดประสงค์ต้องการขายอาหารเช้า จึงขายแค่ครึ่งวัน โดยลักษณะอาหารเช้าที่ว่านี้เป็นลักษณะ สมูธตี้หรือน้ำปั่น ที่มีส่วนผสมของธัญและสารอาหารที่มีประโยชน์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากจะมีประโยชน์แล้วยังสะดวกต่อการกินและใช้เวลาที่รวดเร็วสะดวกอีกด้วย จุดเด่นของร้านคือจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาแนะนำตลอดในเรื่องโปรแกรมอาหารอาหารจะมีความหลากหลายชนิด จะเหมาะกับแต่ละคน ต้องมีการตรวจร่างกายกันก่อนบริโภค เช่น ตรวจเช็คเปอร์เซนต์ไขมัน เช็คอายุเซลล์ร่างกาย โดยใช้อุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้ได้ผลตรวจเช็คที่แม่นยำและทำให้ลูกค้าเลือกกินอาหารไดตามโปรแกรมที่เหมาะสมกับตัวเองจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจเช็คสุขภาพก็คือเจ้าของร้านนั่นเอง แต่เจ้าของร้านจะได้รับการฝึกอบรมเป็นเวลา 1-4 สัปดาห์ แล้วจะสามารถนำเรื่องราวและความรู้มาแนะนำให้ลูกค้าที่สนใจรักษาสุขภาพได้ร้านอาหารเช้าเป็นธุรกิจที่เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย ลูกค้าที่มากินแล้วบอกกันต่อๆไปทำให้ได้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจจะทดลองกินแบบ 2-3 มื้อก่อนแล้วพอลูกค้ารู้ว่าได้ผลดีก็จะซื้อรายสัปดาห์ หรือ รายเดือน ต่อไปซึ่งราคาก็จะถูกลง ลดหลั่นกันไป สำหรับ การลงทุนในธุรกิจก็เริ่มต้นที่ 200,000-500,000 บาท แบ่งเป็นค่าแรกเข้า 150,000 บาทเพื่อเป็นค่าสินค้า ส่วนที่เหลือก็เป็นค่าใช้จ่ายในการตกแต่งร้าน จะขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของร้านจะต้องการลักษณะร้านเป็นแบบไหน สำหรับสินค้ามูลค่า 150,000 บาทหากขายหมดก็จะได้ทุนคืนทันที หรือโดยเฉลี่ยจะประมาณ 3-6 เดือน ซึ่งโดยทั่วๆไปจะมีลูกค้าเข้าร้านที่ประมาณหลักร้อยคนขึ้นไป [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<a
href="http://i434.photobucket.com/albums/qq63/dawisa_bucket/idooidea/1f285d33.jpg"><img
style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 213px" alt="1f285d33 แฟรนไชส์ร้านอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ" src="http://i434.photobucket.com/albums/qq63/dawisa_bucket/idooidea/1f285d33.jpg" border="0" title="แฟรนไชส์ร้านอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ" /></a><br
/><div><a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a>ร้านอาหารเช้าเพื่อสุขภาพอาหารเช้าเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายของคนเราเป็นอย่างมาก เพราะจะเสริมพลังงานให้ร่างกายพร้อมจะทำงานในแต่ละวัน ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารเช้าจึงมีความน่าสนใจและธุรกิจประเภทนี้ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ต้นแบบธุรกิจประเภทนี้มาจากไต้หวันและมียอดการเติบสูงสุดในแถบเอเชีย แฟรนไชส์อาหารเช้าเพื่อสุขภาพนี้ยังติดอันดับยอดขายสูงสุดอันดับที่ 3 ของโลกอีกด้วย<br
/></div><br
/><div>คอนเซปต์ธุรกิจ รวดเร็ว สะดวก ง่ายดาย เปิดขายแค่ครึ่งวัน เพราะจุดประสงค์ต้องการขายอาหารเช้า จึงขายแค่ครึ่งวัน โดยลักษณะอาหารเช้าที่ว่านี้เป็นลักษณะ สมูธตี้หรือน้ำปั่น ที่มีส่วนผสมของธัญและสารอาหารที่มีประโยชน์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากจะมีประโยชน์แล้วยังสะดวกต่อการกินและใช้เวลาที่รวดเร็วสะดวกอีกด้วย จุดเด่นของร้านคือจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาแนะนำตลอดในเรื่องโปรแกรมอาหารอาหารจะมีความหลากหลายชนิด จะเหมาะกับแต่ละคน ต้องมีการตรวจร่างกายกันก่อนบริโภค เช่น ตรวจเช็คเปอร์เซนต์ไขมัน เช็คอายุเซลล์ร่างกาย โดยใช้อุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้ได้ผลตรวจเช็คที่แม่นยำและทำให้ลูกค้าเลือกกินอาหารไดตามโปรแกรมที่เหมาะสมกับตัวเองจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจเช็คสุขภาพก็คือเจ้าของร้านนั่นเอง แต่เจ้าของร้านจะได้รับการฝึกอบรมเป็นเวลา 1-4 สัปดาห์ แล้วจะสามารถนำเรื่องราวและความรู้มาแนะนำให้ลูกค้าที่สนใจรักษาสุขภาพได้<br
/></div><br
/><div>ร้านอาหารเช้าเป็นธุรกิจที่เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย ลูกค้าที่มากินแล้วบอกกันต่อๆไปทำให้ได้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจจะทดลองกินแบบ 2-3 มื้อก่อนแล้วพอลูกค้ารู้ว่าได้ผลดีก็จะซื้อรายสัปดาห์ หรือ รายเดือน ต่อไปซึ่งราคาก็จะถูกลง ลดหลั่นกันไป สำหรับ การลงทุนในธุรกิจก็เริ่มต้นที่ 200,000-500,000 บาท แบ่งเป็นค่าแรกเข้า 150,000 บาทเพื่อเป็นค่าสินค้า ส่วนที่เหลือก็เป็นค่าใช้จ่ายในการตกแต่งร้าน จะขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของร้านจะต้องการลักษณะร้านเป็นแบบไหน สำหรับสินค้ามูลค่า 150,000 บาทหากขายหมดก็จะได้ทุนคืนทันที หรือโดยเฉลี่ยจะประมาณ 3-6 เดือน ซึ่งโดยทั่วๆไปจะมีลูกค้าเข้าร้านที่ประมาณหลักร้อยคนขึ้นไป หากลูกค้าเข้าร้านประมาณ 30 คนก็จะมีรายได้ที่ 20,000-30,000 บาท/เดือน นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังอุ่นใจด้วยเพราะว่าทางทีมงานจะคอยให้การสนับสนุน ดูแลทั้งการและหลังเปิดร้านโดยก่อนการเปิดร้าน 2 สัปดาห์ทางทีมงานจะเข้าไปประชาสัมพันธ์ให้คนในพื้นที่ทราบในหลากหลายวิธ เช่นมีการจัดตรวจสุขภาพฟรี ทดลองชิมฟรี เมื่อเปิดร้านแล้ว ทีมงานจะเข้าไปให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าสามารถทำธุรกิจได้<br
/></div><br
/><div></div><br
/><div>สนใจธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 089-442-9992</div><div><img
width="1" height="1" src="https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3168865836280322765-8601094915776491947?l=idooidea.blogspot.com" title="แฟรนไชส์ร้านอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ" alt="3168865836280322765 8601094915776491947?l=idooidea.blogspot แฟรนไชส์ร้านอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ" /></div> <script type="text/javascript">google_ad_client = "pub-9087178772529554"; //Devthought Sidebar google_ad_slot = "6547978492"; google_ad_width = 160; google_ad_height = 600;</script> <script type="text/javascript" src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js"></script>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%8a%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ธุรกิจแฟรนไชส์</title><link>http://www.keajon.com/franchise/</link> <comments>http://www.keajon.com/franchise/#comments</comments> <pubDate>Wed, 03 Jun 2009 17:40:45 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[franchise]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[รายการ]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์กาแฟ]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์อาหาร]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์ไก่ย่างห้าดาว]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://keajon.com/?page_id=10</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>????????ธุรกิจแฟรนไชส์ คือ วิธีการหนึ่งในการขยายตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายของธุรกิจ โดยผ่านผู้ประกอบการอิสระที่เรียกว่า แฟรนไชส์ซี ส่วนทางบริษัทให้สิทธิเครื่องหมายการค้า ซึ่งถ้ายังไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิถือว่าไม่ถูกต้อง ต้องไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพราะถ้าไม่มีเครื่องหมายการค้าจะไม่สามารถขายแฟรนไชส์ได้ รวมทั้งมีความเชี่ยวชาญหรือ Know How อาจจะเป็นวิธีการในการทำธุรกิจที่จะถ่ายทอดให้แฟรนไชส์ซีในรูปแบบของการทำงานทั้งหมด เช่น ระบบการผลิต ระบบการขาย ระบบการบริหารการตลาด เพื่อที่จะให้รูปแบบวิธีดำเนินธุรกิจในทุกๆสาขาให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ?????????? การจัดธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์จะต้องมีการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆกับผู้ที่ต้องการมาลงทุน ซึ่งเป็นธรรมดาเมื่อเป็นธุรกิจก็ต้องมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินๆ ทองๆ มาเกี่ยวข้อง ในระบบแฟรนไชส์ก็จะมีชื่อเรียกเฉพาะเช่นคำว่า ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น Initial Franchise Fee บางที่เรียกว่า ค่าสิทธิ์แรกเข้า หรือ Entrance Fee เป็นค่าใช้จ่ายเริ่มต้นของระบบแฟรนไชส์ที่แฟรนไชส์ซี จะต้องจ่ายให้แก่ แฟรนไชส์ซอร์ เป็นค่าสิทธิในการประกอบธุรกิจหรือใช้ตราสินค้าหรือบริการ หรือเครื่องหมายการค้าหนึ่ง ภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด โดยแฟรนไชส์ซอร์ ส่วนใหญ่จะเสนอบริการต่างๆ เพื่อเป็นการตอบแทนกับรายจ่ายนี้เป็นการอำนวยความสะดวกต่อการทำธุรกิจรวมถึงการอบรมบริการต่างๆ ที่ทางแฟรนไชส์ซอร์จัดให้แก่แฟรนไชส์ซี ?????????? สิ่งที่เป็นค่าใช้จ่ายระบบแฟรนไชส์อีกอย่างก็คือ เงินรายงวด/ค่าธรรมเนียมการจัดการ หรือเรียกว่า ค่ารอยัลตี้(Royalty Fee) ซึ่งเป็นค่าสิทธิต่อเนื่องบนรายได้ที่แฟรนไชส์ซีได้ จากการดำเนินธุรกิจที่ได้รับสิทธิ เสมือนหนึ่งเป็นภาษีทางธุรกิจ หรือค่าสมาชิกสโมสรที่ทุกคนที่เป็นสมาชิกต้องช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อนำไปพัฒนานั่นเอง เงินรายงวดหรือค่าธรรมเนียมการจัดการเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างดำเนินกิจการนี้โดยปกติแฟรนไชส์ซี จะจ่ายให้แก่ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[????????<strong>ธุรกิจ<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a></strong> คือ วิธีการหนึ่งในการขยายตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายของธุรกิจ โดยผ่านผู้ประกอบการอิสระที่เรียกว่า แฟรนไชส์ซี ส่วนทางบริษัทให้สิทธิเครื่องหมายการค้า ซึ่งถ้ายังไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิถือว่าไม่ถูกต้อง ต้องไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพราะถ้าไม่มีเครื่องหมายการค้าจะไม่สามารถขายแฟรนไชส์ได้ รวมทั้งมีความเชี่ยวชาญหรือ Know How อาจจะเป็นวิธีการในการทำธุรกิจที่จะถ่ายทอดให้แฟรนไชส์ซีในรูปแบบของการทำงานทั้งหมด เช่น ระบบการผลิต ระบบการขาย ระบบการบริหารการตลาด เพื่อที่จะให้รูปแบบวิธีดำเนินธุรกิจในทุกๆสาขาให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน<p
align="justify">?????????? การจัดธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์จะต้องมีการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆกับผู้ที่ต้องการมาลงทุน ซึ่งเป็นธรรมดาเมื่อเป็นธุรกิจก็ต้องมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินๆ ทองๆ มาเกี่ยวข้อง ในระบบแฟรนไชส์ก็จะมีชื่อเรียกเฉพาะเช่นคำว่า ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น Initial Franchise Fee บางที่เรียกว่า ค่าสิทธิ์แรกเข้า หรือ Entrance Fee เป็นค่าใช้จ่ายเริ่มต้นของระบบแฟรนไชส์ที่แฟรนไชส์ซี จะต้องจ่ายให้แก่ แฟรนไชส์ซอร์ เป็นค่าสิทธิในการประกอบธุรกิจหรือใช้ตราสินค้าหรือบริการ หรือเครื่องหมายการค้าหนึ่ง ภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด โดยแฟรนไชส์ซอร์ ส่วนใหญ่จะเสนอบริการต่างๆ เพื่อเป็นการตอบแทนกับรายจ่ายนี้เป็นการอำนวยความสะดวกต่อการทำธุรกิจรวมถึงการอบรมบริการต่างๆ ที่ทางแฟรนไชส์ซอร์จัดให้แก่แฟรนไชส์ซี</p><p
align="justify">?????????? สิ่งที่เป็นค่าใช้จ่ายระบบแฟรนไชส์อีกอย่างก็คือ เงินรายงวด/ค่าธรรมเนียมการจัดการ หรือเรียกว่า ค่ารอยัลตี้(Royalty Fee) ซึ่งเป็นค่าสิทธิต่อเนื่องบนรายได้ที่แฟรนไชส์ซีได้ จากการดำเนินธุรกิจที่ได้รับสิทธิ เสมือนหนึ่งเป็นภาษีทางธุรกิจ หรือค่าสมาชิกสโมสรที่ทุกคนที่เป็นสมาชิกต้องช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อนำไปพัฒนานั่นเอง เงินรายงวดหรือค่าธรรมเนียมการจัดการเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างดำเนินกิจการนี้โดยปกติแฟรนไชส์ซี จะจ่ายให้แก่ แฟรนไชส์ซอร์ เป็นรายเดือน โดยคิดคำนวณจากสัดส่วนของยอดขายสุทธิในแต่ละเดือน ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจจะถูกกำหนดให้คงที่หรือผันแปรก็ได้หรืออาจจะเป็นทั้ง 2 แบบรวมกัน แฟรนไชส์ซอร์ อาจแลกเปลี่ยนด้วนการให้บริการต่างๆ เช่น จัดรายการโฆษณาและสนับสนุนการขาย ให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง</p><p
align="justify">?????????? ทั้งค่า Royalty และค่าการตลาดในธุรกิจแต่ละประเภท มักจะมีความแตกต่างกันไป การตั้งระดับที่เหมาะสมของค่า Royalty นี้จะขึ้นอยู่กับความ
เข้มข้นของการบริการและการสนับสนุน รวมถึงการพัฒนาต่างๆ ซึ่งค่า Royalty จะต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ และเพิ่มเติมด้วยผลกำไรของ
แฟรนไชส์ซอร์ ยิ่งการบริการต่างๆ มีมากอัตราค่า Royalty จะยิ่งสูงขึ้น ในธุรกิจอาหารและร้านค้าปลีกต่างๆ อัตราเปอร์เซ็นต์ของค่า Royalty? บนยอดขายมักจะมีค่าประมาณ 4-6 % ขณะที่ธุรกิจประเภทการบริการมักอยู่ที่ 8-10 %<p
align="justify">?????????? ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นสิ่งที่แตกต่างกับการทำธุรกิจทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการล้มเหลวในธุรกิจและช่วยให้เถ้าแก่ใหม่เรียนลัดได้เร็วขึ้นกว่าปกติ เหมือนกับการจ่ายค่าติวเข้มทางธุรกิจและจ้างพี่เลี้ยงช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในระบบธุรกิจแฟรนไชส์อีก เช่น การลงทุนตกแต่งร้าน เพื่อให้มีรูปลักษณ์เหมือนกับของแฟรนไชส์ซอร์ ซึ่งต้นทุนนี้จะเกิดขึ้นในระยะแรกของการตกลงใจที่จะทำแฟรนไชส์ ดังนั้นแฟรนไชส์ซี จำเป็นจะต้องมีเงินทุนที่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายล่วงหน้าส่วนนี้ พร้อมทั้งต้องแบ่งสรรเงินทุนส่วนหนึ่งให้เพียงพอกับการดำเนินงานธุรกิจตามปกติ เช่น ค่าใช้จ่ายทั่วไป เงินเดือนพนักงาน การสั่งซื้อสินค้าและบริการ เป็นต้น</p><p
align="justify"><strong>ระบบแฟรนไชส์เริ่มที่เมืองไทยเมื่อใด</strong></p><p
align="justify">?????????? ถ้าจะมองธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยที่มีการริเริ่มมากกว่า 20 ปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 ต้องยอมรับว่าระบบแฟรนไชส์ของคนไทยมีการเติบโตช้า ธุรกิจแรกๆ ที่พยายามผลักดันการขยายงานโดยใช้รูปแบบแฟรนไชส์ เป็นธุรกิจด้านอาหารและร้านค้าแบบมินิมาร์ท แต่ส่วนใหญ่จะมีปัญหาในเรื่องความเข้าใจที่ถูกต้องของทั้งแฟรนไชส์ซอร์ที่เป็นเจ้าของสิทธิและแฟรนไชส์ซีที่เข้ามาซื้อสิทธิ ที่มักจะพบว่าแฟรนไชส์ซีทำตัวเป็นผู้ลงทุน ที่เน้นทำธุรกิจแบบซื้อเพื่อการลงทุน ไม่มีการมองถึงการสร้างธุรกิจของตนเอง บางครั้งยังใช้การบริหารแบบเก่าที่เน้นความเป็นระบบครอบครัวทำให้อัตราความล้มเหลวธุรกิจแฟรนไชส์ของไทยในภาพรวมเพิ่มขึ้น บางครั้งการลงทุนของแฟรนไชส์ซีที่ประสบปัญหาเกิดจากการจัดการของตนเองบ้าง หรือก็เกิดจากระบบงานของบริษัทแม่ที่เน้นการขยายธุรกิจที่มุ่งผลทางการตลาด นอกจากนั้นบางที่แฟรนไชส์ซอร์หลายคนขายแฟรนไขส์โดยไม่ได้มองหาคนที่ทำจริงๆ เป็นการขายและเข้าใจผิดคิดว่าธุรกิจตรงนั้นสามารถวางรูปแบบของธุรกิจที่จัดจ้างหรือหาคนทำได้ หรือบางครั้งหาแฟรนไชส์ซีที่ทำเองได้ แต่กลับยังล้มเหลวได้ก็เพราะบางทีเจ้าของที่ซื้อระบบแฟรนไชส์ไปมาทำงานเองก็จริงแต่ตั้งเงินเดือนตัวเองสูงเกินกว่าที่ธุรกิจจะรับได้ ทำให้บริษัทมีภาระเกินความจำเป็น</p><p
align="justify"><strong>แฟรนไชส์ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร?</strong></p><p
align="justify">?????????? ความเข้าใจในระบบแฟรนไชส์ที่ผิดอีกอย่างคือการสร้างแฟรนไชส์ที่มองเพียงแค่เม็ดเงินที่เข้ามาหมุนเวียน ไม่ได้มองถึงฐานของระบบธุรกิจจริงๆ ขาดระบบการควบคุมการจัดการที่ดี ขาดแฟรนไชส์ซีที่มีความเข้าใจการดำเนินการในรูปแบบสาขา ซึ่งสาเหตุหลักก็มาจากการที่ไม่เข้าใจระบบแฟรนไชส์ในแนวที่ถูกต้อง ไม่ได้วิเคราะห์ความต้องการทางการตลาด ความเป็นไปได้ของการสรรหาทำเลของร้านสาขา หรือการศึกษาผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ แฟรนไชส์ซอร์เร่งกระจายขายแฟรนไชส์ โดยมองผลของการรับสิทธิค่าธรรมเนียม เป็นเหตุให้แฟรนไชส์ยากที่จะประสบผลสำเร็จและล้มเหลวต่อเนื่อง</p><p
align="justify">?????????? สิ่งที่ยังเข้าใจคลาดเคลื่อนอีกอย่างคือ การสร้างแฟรนไชส์ที่มุ่งเน้นการขายระบบงานแบบ ลดแลก แจกแถม บางครั้งเป็นระบบแบบ ไม่ต้องมีค่าแรกเข้า ไม่ต้องมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ ซื้อแล้วได้เลย ผู้ที่เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ คิดว่า จะคิดค่าใช้จ่ายรวมอยู่ในค่าวัตถุดิบแล้ว ลักษณะอีกอย่าง คิดว่าระบบแฟรนไชส์เป็นการให้ใช้ ป้ายที่มีสัญลักษณ์ของตัวเองเท่านั้น ไม่คิดจะบริหารสาขา หรือ ทำในลักษณะเป็น ตัวแทนจำหน่ายเสียมากกว่า ต้องบอกกันไว้ก่อนว่า การทำในลักษณะนั้นก็เหมือนกับสร้างธุรกิจ มาในอีกแบบที่ไม่ใช่ระบบแฟรนไชส์ ไม่มีการวางแผนในการดูแลมาตรฐานอื่นๆ หรือ การบริหารแบบอิสระมากกว่าจะเป็น ระบบสาขาในรูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์</p><p
align="justify">?????????? การที่สร้างระบบงานแบบแฟรนไชส์นั้น สภาพการบริหารงานจะเป็นเสมือนหนึ่งเป็นการสร้างสาขาของบริษัทเอง ดังนั้นการบริหารจัดการจะต้องเหมือนเป็นร้านค้าของบริษัทด้วย เพียงแต่การลงทุนเป็นของแฟรนไชส์ซี เท่านั้น ดังนั้นการทำรูปแบบแฟรนไชส์ที่ต้องการดูแลที่ดีจึงต้องมีค่าใช้จ่ายและทีมงานที่เพียงพอรวมถึงผลกำไรของบริษัทแม่ในการดูแลธุรกิจทั้งหมด ถ้าจะต้องมีการทำงานดังกล่าวโดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายต่างๆก็มีความเป็นไปได้น้อยมาก</p><p
align="justify"><strong>ดังนั้นธุรกิจแฟรนไชส์จะต้องประกอบด้วยปัจจัยหลัก 3 ประการคือ </strong> ? มีผู้ซื้อและผู้ขายแฟรนไชส์? เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ฝ่าย? ก็คือแฟรนไชส์ซอร์ และแฟรนไชส์ซี ซึ่งมีการตกลงร่วมในการทำธุรกิจร่วมกันทั้งมีสัญญาและไม่มีสัญญา แต่ในอนาคตรูปแบบข้อตกลงจะปรับรูปสู่ระบบการสร้างสัญญาทั้งหมด เพื่อให้ทั้งระบบแฟรนไชส์ในตลาดจะต้องถูกระบบ เพราะไม่เช่นนั้นแฟรนไชส์ซอร์ที่ไม่ดีจะทำลายระบบด้วย<p
align="justify">? เครื่องหมายการค้า หรือบริการ? มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีรูปแบบ ระบบธุรกิจ? และใช้เครื่องหมายการค้าเดียวกัน ระบบการจัดการธุรกิจอาจจะเป็นเครื่องมือ หรือสูตรที่คิดค้นขึ้นมาเอง ในการผลิตสินค้า หรือบริการ โดยมีมาตรฐานที่อยู่ในตราสินค้า Brand เดียวกัน</p><p
align="justify">? มีการจ่ายค่าตอบแทนอย่างน้อย 2 อย่าง คือ ค่าแรกเข้าในการใช้เครื่องหมายการค้า (Franchise Fee) และค่าตอบแทนผลดำเนินการ (Royalty Fee)</p><p
align="justify">??????????? การทำระบบธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์สามารถสร้างระบบการจัดจำหน่ายได้ยืนยาว ในรูปแบบธุรกิจจะสร้างองค์กรการบริหารงานซับซ้อนมากขึ้น ธุรกิจที่ดำเนินการเห็นชัดเจน</p><p
align="justify">??????????? <strong>ข้อเสียก็คือ การสร้างธุรกิจอย่างนี้ต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงเห็นเป็นแฟชั่น หรือ อยากทำมั่ง เท่านั้น เนื่องจากเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่ายการเข้ามาในระบบแฟรนไชส์ถ้า ขาดความตั้งใจที่ดีแล้วจะมีโอกาสเจ็บตัวได้ง่าย และ เป็นบาดแผลร้าวลึก ยังไงก็ต้องขู่กันไว้ก่อน</strong></p>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/franchise/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> </channel> </rss>
