<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; Home</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/home/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Mon, 30 Jan 2012 22:09:14 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา</title><link>http://www.keajon.com/spa-business-news/</link> <comments>http://www.keajon.com/spa-business-news/#comments</comments> <pubDate>Thu, 17 Dec 2009 20:52:28 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การลงทุน]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ข่าว]]></category> <category><![CDATA[ครอบครัว]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[คุณภาพ]]></category> <category><![CDATA[จุดเด่น]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category> <category><![CDATA[ทำธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจส่วนตัว]]></category> <category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[บริสุทธิ์]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ผิวหน้า]]></category> <category><![CDATA[ผ่อนคลาย]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[ร้านสปา]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[ลงทุนต่ำ]]></category> <category><![CDATA[สปา]]></category> <category><![CDATA[สอน]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[หอม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เปิดร้าน]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มรายได้]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐี]]></category> <category><![CDATA[เสริมสวย]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3037</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/spa-business-news/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://3.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMEokGPWwI/AAAAAAAAAh4/hHsEds8WSbo/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B21.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ข่าวดีสำหรับท่านที่ต้องการเปิดร้านสปา หรืออยากมีธุรกิจสปาเป็นของตัวเอง เปิดธุรกิจร้านสปาเพื่อความงาม ยอดขายอันดับ 1 ของเอเชีย สอนฟรีตลอดชีพ คุ้มสุดๆๆ ด้วยเงินลงทุนต่ำมาก**การันตีคืนทุนภายใน 1-3 เดือน** เปิดรับสมัครผู้สนใจประกอบกิจการร้านสปา ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้&#8220;ผลกำไร ทำให้คุณเศรษฐีได้&#8221;ต้องการผู้ร่วมลงทุน เพื่อขยายสาขาหากคุณคือ คนที่กำลังมองหาธุรกิจส่วนตัว ที่ฝากชีวิตได้ ทั้งครอบครัวไม่มีความเสี่ยง มีระบบช่วยเหลือและทีมที่ปรึกษามืออาชีพรองรับ&#8230;&#8230;&#8230;.สามารถพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ เราคือ คำตอบ สำหรับคุณ !ลักษณะของธุรกิจร้านสปาเพื่อความงาม เป็นสปาหน้า สปาเท้า ผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างในการทำตลาด เราเน้นสินค้าที่ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทยเพื่อสร้างความแตกต่างในการทำธุรกิจ และต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เราเป็นผู้นำเข้าเพียงหนึ่งเดียวเพื่อให้ธุรกิจของคุณไร้คู่แข่ง และสนับสนุนการทำสื่อการตลาดทุกรูปแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจ และเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย จุดเด่นของธุรกิจลงทุนต่ำ กำไรสูง ลงทุนครั้งเดียวสร้างรายได้ตลอดชีวิตสินค้าคุณภาพสูง ราคาย่อมเยาเป็นที่ต้องการของตลาดไม่มีความเสี่ยง มีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวเป็นเฟรนไชส์ที่อยู่ในแนวโน้มของตลาดโลก สร้างความสำเร็จให้เจ้าของร้านได้สามารถเปิดร้านได้ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดในประเทศไทยมีบริการให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมงานมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านความงามบริหารเวลาได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งธุรกิจ และ ครอบครัวมีระบบ Support สำหรับลูกค้าที่ต้องการทำธุรกิจต่อจากคุณเพียงคุณมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า และมีเงินทุน ขั้นต่ำ 30,000-500,000.- บาทนอกนั้นเราจะช่วยคุณ จนประสบความสำเร็จตามที่คุณต้องการ ตารางคำนวนรายได้บริการสปา จำนวนลูกค้ารายได้ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<div><div><div><a
href="http://3.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMEokGPWwI/AAAAAAAAAh4/hHsEds8WSbo/s1600-h/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B21.jpg"><img
id="BLOGGER_PHOTO_ID_5400665473078483714" src="http://3.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMEokGPWwI/AAAAAAAAAh4/hHsEds8WSbo/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B21.jpg" border="0" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B21 ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" width="407" height="81" title="ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" /></a><br
/><br
/><div>ข่าวดีสำหรับท่านที่ต้องการเปิดร้านสปา หรืออยากมีธุรกิจสปาเป็นของตัวเอง</div><div>เปิดธุรกิจร้านสปาเพื่อความงาม ยอดขายอันดับ 1 ของเอเชีย สอนฟรีตลอดชีพ คุ้มสุดๆๆ ด้วยเงินลงทุนต่ำมาก<br
/><span>**การันตีคืนทุนภายใน 1-3 เดือน**</span></div> <br
/><br
/><div><br
/><a
href="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMF59aR3ZI/AAAAAAAAAiI/E1dBanJYp3I/s1600-h/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B23.jpg"><img
id="BLOGGER_PHOTO_ID_5400666871442824594" style="width: 320px; height: 255px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMF59aR3ZI/AAAAAAAAAiI/E1dBanJYp3I/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B23.jpg" border="0" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B23 ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา"  title="ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" /></a><br
/>เปิดรับสมัครผู้สนใจประกอบกิจการร้านสปา ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้<br
/>&#8220;ผลกำไร ทำให้คุณเศรษฐีได้&#8221;<br
/>ต้องการผู้ร่วมลงทุน เพื่อขยายสาขา<br
/>หากคุณคือ คนที่กำลังมองหา<a
href="http://www.keajon.com/sitemap/"target="_self"title="ธุรกิจส่วนตัว" >ธุรกิจส่วนตัว</a> ที่ฝากชีวิตได้ ทั้งครอบครัวไม่มีความเสี่ยง มีระบบช่วยเหลือและทีมที่ปรึกษามืออาชีพรองรับ&#8230;&#8230;&#8230;.<br
/>สามารถพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ เราคือ คำตอบ สำหรับคุณ !<br
/>ลักษณะของธุรกิจ<br
/>ร้านสปาเพื่อความงาม เป็นสปาหน้า สปาเท้า ผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างในการทำตลาด เราเน้นสินค้าที่ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทยเพื่อสร้างความแตกต่างในการทำธุรกิจ และต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เราเป็นผู้นำเข้าเพียงหนึ่งเดียวเพื่อให้ธุรกิจของคุณไร้คู่แข่ง และสนับสนุนการทำสื่อการตลาดทุกรูปแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจ และเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย</div> <span> </span><br
/><a
href="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMF5nfKTgI/AAAAAAAAAiA/QV5rmzJgvB8/s1600-h/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B22.jpg"><img
id="BLOGGER_PHOTO_ID_5400666865557720578" style="width: 234px; height: 320px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMF5nfKTgI/AAAAAAAAAiA/QV5rmzJgvB8/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B22.jpg" border="0" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B22 ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา"  title="ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" /></a><br
/><br
/><br
/><div><span> </span></div><div><span>จุดเด่นของธุรกิจ<br
/></span>ลงทุนต่ำ กำไรสูง ลงทุนครั้งเดียว<a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a>ตลอดชีวิต<br
/>สินค้าคุณภาพสูง ราคาย่อมเยา<br
/>เป็นที่ต้องการของตลาด<br
/>ไม่มีความเสี่ยง มีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว<br
/>เป็นเฟรนไชส์ที่อยู่ในแนวโน้มของตลาดโลก สร้างความสำเร็จให้เจ้าของร้านได้<br
/>สามารถเปิดร้านได้ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดในประเทศไทย<br
/>มีบริการให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมงานมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม<br
/>บริหารเวลาได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งธุรกิจ และ ครอบครัว<br
/>มีระบบ Support สำหรับลูกค้าที่ต้องการทำธุรกิจต่อจากคุณ<br
/>เพียงคุณมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า และมีเงินทุน ขั้นต่ำ 30,000-500,000.- บาท<br
/>นอกนั้นเราจะช่วยคุณ จนประสบความสำเร็จตามที่คุณต้องการ</div> <br
/><div><span>ตารางคำนวนรายได้<br
/></span>บริการสปา จำนวนลูกค้ารายได้ / วันรายได้ / เดือน<br
/>ทำหน้า นวดหน้า 10 คน / วัน 3,000.- 90,000.-<br
/>ทำสปาเท้า 10 คน / วัน 3,000.- 90,000.-<br
/>สินค้า Home Us 10 คน / วัน 10,000 x 30 % = 3,000.- 90,000.-</div> <br
/><div><span>รวมรายได้ประมาณทั้งหมด / เดือน 270,000.-</span></div> <br
/><a
href="http://4.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMGfRhhO1I/AAAAAAAAAiQ/7rF_XDsmyrI/s1600-h/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B24.jpg"><img
id="BLOGGER_PHOTO_ID_5400667512497060690" style="width: 320px; height: 211px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMGfRhhO1I/AAAAAAAAAiQ/7rF_XDsmyrI/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B24.jpg" border="0" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B24 ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา"  title="ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" /></a><br
/><br
/><div><span>..พิเศษสุดสำหรับเดือนนี้เท่านั้น..</span><br
/>สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในรูปแบบเสริมธุรกิจที่มีอยู่ในลักษณะเพิ่มตัวเลือกในการ<br
/>บริการให้ลูกค้า และ เพิ่มรายได้ให้แก่ร้านค้าของท่าน เช่น ร้านสปา ร้านเสริมสวย<br
/>โรงแรม คลีนิค เป็นต้น ทางบริษัทพร้อมสนับสนุนตามเงินทุนที่ท่านต้องการได้<br
/>มูลค่าการลงทุนขั้นต้นเพียง <span>30,000 บาท</span> เท่านั้น<br
/>ตัวอย่างผลิตภัณฑ์บางส่วน</div><div>แผ่นมาร์คหน้าทองคำ แผ่นมาร์คเจลทองคำ 4 IN 1 สกัดจากธรรมชาติ<br
/>มาร์คเจลทองคำ 4 IN 1 สกัดจากธรรมชาติ Hi-Collagen Mask ช่วยให้หน้าขาวใส :<br
/>- มีน้ำแร่จากธรรมชาติ- มอยเจอร์ไรเซอร์- ผงไข่มุกทองคำ- คอลลาเจน<br
/>อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างมาร์คเจลทองคำและมาร์คหน้ากากกระดาษทั่วไป</div><div>1.ลักษณะของเนื้อ มาร์คเจลทองคำจะใสเหมือนคริสตัล<br
/>2.การใช้งานง่ายสะดวก บรรจุอยู่ในถาดพลาสติกใส เพียงเกาะซองนำออกมาใช้ได้ทันที<br
/>3.สกัด มาจากคลอเจนจากพืช จะค่อยๆดูดซึมลงไปเมื่อโดนกับความร้อนในร่างกายของเรา ซึ่งมาร์คปกติทั่วไป การดูดซึมจะน้อยกว่าเพราะสารสกัดสำคัญจะยังตกค้างอยู่ในกระดาษมาร์ค<br
/>4.ประสิทธิภาพ ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ทำให้ออกมาใกล้เคียงกับผิวของเรามากที่สุด ช่วยให้การดูดซึมได้ง่าย ส่งผลให้หลังการมาร์คเพียงครั้งเดียว ผิวหน้ากระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน<br
/><br
/><span>DetoxClear</span><br
/>1. Hi-Detoxclear 2 IN 1 MAKE-UP REMOVER AND CLEANSING GELผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ดีทอกซ์สารพิษ (เหมาะสำหรับทุกสภาผิว)<br
/>คุณสมบัติ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่อุดมด้วยสารทำความสะอาดที่ปลอดภัยต่อผิว เนื้อเจลใส เนียนนุ่ม สามารถชำระล้างไขมัน สิ่งสกปรกและสารพิษตกค้างบนใบหน้า ให้หลุดออกอย่างง่ายดาย ทำให้ผิวสะอาด เรียบเนียน สดใส และอ่อนนุ่ม เพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิว พร้อมทั้งกระชับรูขุมขน และทำให้ผิวกระชับทันทีหลังจากใช้ หลังทำความสะอาดผิวจะรู้สึกได้เลยว่าผิวไม่มัน ชุ่มชื้น และผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ</div><div>2.Hi-Detoxclear LIQUOR OXY MASK ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมีปัญหา สิว ฝ้า กระ ผิวหน้าหมองคล้ำ คุณสมบัติ ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด จากการผลัดเจลให้ซึมลึกสู่ผิวหน้าโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือแพทย์ จากอนูฟองนุ่ม บางเบาแปลงสภาพเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ทำหน้าที่นำพาคุณประโยชน์ต่างๆ ที่อยู่ในเนื้อเจลให้ซึมลึกลงสู่ผิวชั้นใน และในขณะที่ฟองกำลังซึมสู่ผิว</div><div>3.Hi-Detoxclear PURITY OXY MASK ผลิตภัณฑ์สำหรับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบาง คุณสมบัติ ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด จากการผลักเจลให้ซึมลึกสู่ผิวหน้าโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือแพทย์ จากอนูฟองนุ่ม บางเบาแปลงสภาพเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ทำหน้าที่นำพาคุณประโยชน์ต่างๆ ที่อยู่ในเนื้อเจลให้ซึมลึกลงสู่ผิวชั้นใน และในขณะที่ฟองกำลังซึมสู่ผิว ทำให้เซลล์ผิวได้ออกกำลังกายทำให้เซลล์ผิวตื่นตัว เซลล์ผิวจะแข็งแรง ผิวขาวใส ชุ่มชื้น อ่อนนุ่มมีสปริง</div><div>ถ้าคุณต้องการร่วมเป็น<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a>กับเรา เข้าสามารถเข้ามาทดลองผลิตภัณฑ์ก่อนโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆทั้งสิ้น ที่บริษัทโดยตรง โทรนัดหมายวัน เวลาได้ที่ คุณจิรนันท์(นุ้ย)<br
/>083-7914789,086-3282269<br
/>E-mail : <a
href="mailto:jiranan_nuy@hotmail.com"></a><a
href="mailto:jiranan_nuy@hotmail.com">jiranan_nuy@hotmail.com</a></div> <br
/><div>ท่านใดอยากทำธุรกิจสปาลองติดต่อสอบถามไปตามที่อยู่และ อีเมลล์ที่ลงไว้ได้นะครับ โอกาสมาถึงท่านแล้ว</div></div></div></div><div><img
src="https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3168865836280322765-6696509665810907037?l=idooidea.blogspot.com" alt="3168865836280322765 6696509665810907037?l=idooidea.blogspot ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" width="1" height="1" title="ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" /></div> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/spa-business-news/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>8</slash:comments> </item> <item><title>ก.วิทย์พร้อมรีไซเคิล ?ลำไยเก่า? เป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง รอคอนเฟิร์มจาก ก.เกษตร</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%81-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e2%80%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b3/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%81-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e2%80%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b3/#comments</comments> <pubDate>Sun, 30 Aug 2009 04:10:48 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[ACE]]></category> <category><![CDATA[การปลูก]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ข่าว]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category> <category><![CDATA[ลำไย]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชน]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[หนังสือ]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b8%81-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e2%80%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b3/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%81-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e2%80%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b3/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ตัวแทนเกษตรกรผู้ผลิตลำไยจากจังหวัดลำพูนขณะเข้าพบ รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดและโฆษก กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 52 เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการรีไซเคิลลำไยค้างสต็อก ปี 2546/2547 โดยใช้เป็นพลังงานชีวมวล (ภาพจาก วท.) คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ (ภาพจาก วท.) 3 ตัวแทนเกษตรกรผู้ผลิตลำไยจากจังหวัดลำพูน (ภาพจาก วท.) ตัวแทนเกษตรกรลำไยลำพูนขอความชัดเจนเรื่อง ทำลายลำไยค้างสต็อก 46,800 ตัน ด้านโฆษกเผยกระทรวงวิทย์พร้อมดำเนินการได้ทันทีที่กระทรวงเกษตรเห็นชอบด้วย งบ 80 ล้านบาท ชี้จะช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน ส่วนรายได้จากการขายเชื้อเพลิงอัดแท่ง 30 ล้านบาท จะหมุนเวียนไปสู่การพัฒนาคุณภาพลำไยในปีต่อไป รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ในฐานะโฆษก วท.ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ ภายหลังตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตลำไยจากจังหวัดลำพูน จำนวน 3 คน ขอเข้าพบ ได้แก่ นายชนะ ไชยชนะ ประธานวิสาหกิจชุมชน จังหวัดลำพูน, [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<br/><p></p><p>ตัวแทนเกษตรกรผู้ผลิตลำไยจากจังหวัดลำพูนขณะเข้าพบ รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดและโฆษก กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 52 เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการรีไซเคิลลำไยค้างสต็อก ปี 2546/2547 โดยใช้เป็นพลังงานชีวมวล (ภาพจาก วท.)<span></span></p><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
width="160" align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="4" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
align="center" valign="baseline">คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น</td></tr></tbody></table><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
align="center" valign="middle"></td></tr><tr><td
align="center" valign="baseline"><a
href="http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=1316725">รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ (ภาพจาก วท.)</a></td></tr></tbody></table><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
align="center" valign="middle"></td></tr><tr><td
align="center" valign="baseline"><a
href="http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=1316726">3 ตัวแทนเกษตรกรผู้ผลิตลำไยจากจังหวัดลำพูน (ภาพจาก วท.)</a></td></tr></tbody></table><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
width="165" height="1" align="center" valign="middle"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ก.วิทย์พร้อมรีไซเคิล ?ลำไยเก่า? เป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง รอคอนเฟิร์มจาก ก.เกษตร" width="165" height="1" title="ก.วิทย์พร้อมรีไซเคิล ?ลำไยเก่า? เป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง รอคอนเฟิร์มจาก ก.เกษตร" /></td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table></td><td
width="4" background="/images/linedot_vert3.gif"><img
src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="blank ก.วิทย์พร้อมรีไซเคิล ?ลำไยเก่า? เป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง รอคอนเฟิร์มจาก ก.เกษตร" width="4" height="1" title="ก.วิทย์พร้อมรีไซเคิล ?ลำไยเก่า? เป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง รอคอนเฟิร์มจาก ก.เกษตร" /></td><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="7" width="100%"><tbody><tr><td
align="center" valign="top"><table
border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td
align="left" valign="baseline"><strong><span>ตัวแทนเกษตรกรลำไยลำพูนขอความชัดเจนเรื่อง ทำลายลำไยค้างสต็อก 46,800 ตัน ด้านโฆษกเผยกระทรวงวิทย์พร้อมดำเนินการได้ทันทีที่กระทรวงเกษตรเห็นชอบด้วย งบ 80 ล้านบาท ชี้จะช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน ส่วนรายได้จากการขายเชื้อเพลิงอัดแท่ง 30 ล้านบาท จะหมุนเวียนไปสู่การพัฒนาคุณภาพลำไยในปีต่อไป</span></strong></p><p>รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัด<a
href="http://www.most.go.th/" target="_blank">กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)</a> ในฐานะโฆษก วท.ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ ภายหลังตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตลำไยจากจังหวัดลำพูน จำนวน 3 คน ขอเข้าพบ ได้แก่ นายชนะ ไชยชนะ ประธานวิสาหกิจชุมชน จังหวัดลำพูน, นายกำพล ขันคำกาศ ประธานคณะกรรมการกลุ่มเกษตรกรจังหวัดลำพูน และนายวิชาญ จาระธรรม รองประธานชุมนุมสหกรณ์จังหวัดลำพูน เพื่อติดตามความคืบหน้าและความชัดเจนในการกำจัดลำไยค้างสต็อก จำนวนทั้งสิ้น 46,800 ตัน จากทั้งหมด 60 โกดัง ใน 5 จังหวัด ภายใต้โครงการรีไซเคิลลำไยค้างสต็อก ปี 2546/2547 โดยใช้เป็นพลังงานชีวมวล ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ</p><p>โฆษกกระทรวงวิทย์ฯ กล่าวยืนยันว่า จะมีการดำเนินการในโครงการดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่ข้อกำหนดในการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ บางข้อ ทำให้ต้องใช้งบดำเนินการสูงขึ้น เช่น ต้องขนส่งลำไยในระบบปิด เพื่อป้องกันเชื้อราฟุ้งกระจาย เป็นต้น จึงต้องมีการปรับแก้ไขให้เหมาะสม และไม่เกินงบ 90 ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติให้กับกระทรวงเกษตรฯ เรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งเป็นงบดำเนินการตรวจนับลำไยในสต็อกจำนวน 10 ล้านบาท โดยกระทรวงเกษตรฯ และ 80 ล้านบาท สำหรับรีไซเคิลลำไยเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งโดยกระทรวงวิทย์ฯ</p><p>สำหรับกระบวนการรีไซเคิลลำไยค้างสต็อกตามแนวทางที่ปรับแก้ไขเรียบร้อยแล้ว <strong>จะ ทำโดยการบดลำไยที่ค้างอยู่ในโกดังให้เป็นผง ด้วยเครื่องจักรบริเวณด้านหน้าโกดังแต่ละแห่ง จากนั้นบรรจุในภาชนะปิดสนิทไม่ให้ฟุ้งกระจาย โดยใช้แรงงานเกษตรกรในพื้นที่ แล้วขนส่งไปรวมไว้ที่ศูนย์กลางใน จ.ลำพูน เพื่อเข้าสู่กระบวนการอัดแท่งเป็นเชื้อเพลิง ด้วยเครื่องอัดแท่งชีวมวล ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการราว 10 เดือน</strong> จึงจะได้เชื้อเพลิงอัดแท่งสำหรับจำหน่ายต่อไป</p><p>รศ.ดร.วีระพงษ์ กล่าวต่อว่า จะต้องซื้อเครื่องบดลำไยจากสมาคมเครื่องจักรกลไทยราว 32 เครื่อง หลังจากใช้งานเสร็จในโครงการนี้ ก็จะมอบให้กับเกษตรกรสำหรับใช้งานต่อไป และขั้นตอนการบดลำไยให้เป็นผงจะก่อให้เกิดการจ้างงานและกระจายรายได้สู่ ชุมชนประมาณ 18-20 ล้านบาท ส่วนเครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิงชีวมวลขณะนี้ กระทรวงวิทย์มีอยู่แล้วจำนวน 3 เครื่อง โดยเช่าจากสมาคมเครื่องจักรกลไทยเช่นเดียวกัน</p><p>ทั้งนี้ <strong>ดร.สุ จินดา โชติพานิช ปลัดกระทรวงวิทย์ฯ เตรียมยื่นหนังสือการดำเนินโครงการดังกล่าวถึงนายจรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ภายสัปดาห์นี้ และรอให้กระทรวงเกษตรฯ พิจารณาและตอบรับกลับมายังกระทรวงวิทย์ฯ หากได้รับความเห็นชอบก็สามารถเริ่มโครงการรีไซเคิลลำไยค้างสต็อกได้ทันที และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จราวกลางปีหน้า</strong></p><p>สำหรับเชื้อเพลิงจากลำไยอัดแท่งที่ได้นั้น จะจำหน่ายแบบเหมารวมให้กับกลุ่มโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ โรงงานเซรามิก โรงงานลำไยอบแห้ง โรงไฟฟ้า เป็นต้น เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 30 ล้านบาท ซึ่งจะคืนให้กับรัฐบาลทั้งหมด เพื่อนำไปหมุนเวียนใช้ในการพัฒนาการปลูกและการแปรรูปลำไยในปีต่อๆ ไป</p><p>นอกจากนี้ รศ.ดร.วีระพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าวิธีการรีไซเคิลลำไยค้างสต็อกให้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอัด แท่ง ได้รับความเห็นชอบจากเกษตรกรผู้ผลิตลำไย มากกว่าวิธีการกำจัดลำไยค้างสต็อกวิธีเดิม ที่จะทำโดยการฝังกลบหรือเผาทำลาย เพราะจะมีปัญหาเรื่องพื้นที่ที่จะใช้ในการฝังกลบ หรือหากเผาก็จะก่อให้เกิดมลพิษ และไม่ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนกลับมา</p><p>แต่การนำไปทำเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง นอกจากจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยเพิ่มมูลค่าของเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรให้กลายเป็นเชื้อเพลิงที่นำไป ใช้ประโยชน์ได้ทดแทนพลังงานจากแหล่งอื่น</td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table></td></tr></tbody></table>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%81-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%a5-%e2%80%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>การควบคุมการปนเปื้อน จุลินทรีย์ในผักและผลไม้</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/#comments</comments> <pubDate>Sun, 30 Aug 2009 04:10:36 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[oil]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การปลูก]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[การเพาะ]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ชมพู่]]></category> <category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[ปอก]]></category> <category><![CDATA[ผัก]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[วิธีการทำ]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[อนามัย]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เพาะ]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยง]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 46 นภาพร เชี่ยวชาญ * ผัก และผลไม้เป็นผลิตผลทางการเกษตรที่มีการเสื่อมเสียได้ง่าย การผลิตในระดับอุตสาหกรรมจึงต้องมีการควบคุมที่ดีโดยเริ่มตั้งแต่แหล่งเพาะ ปลูก ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำ GAP (Good Agricultural Practice มาใช้ด้วย) จนกระทั่งผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีความต้องการในการบริโภคผักและผลไม้สดพร้อมบริโภคสูงขึ้น เช่น ผักสลัด ผลไม้บรรจุถาดพร้อมรับประทาน ดังนั้น กระบวนการผลิตจึงต้องผ่านวิธีการที่ทำให้มั่นใจว่าผักและผลไม้นั้นสะอาดและ ปลอดภัยต่อการบริโภค จากรายงานการเกิดการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษจากการบริโภคผักผลไม้ พบว่ามีสาเหตุมาจากผักเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักสลัด ซึ่งมักเป็นผักสดที่ต้องผ่านการจับต้องจากผู้ประกอบอาหาร ดังนั้น ผู้ที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยเป็นอย่าง ยิ่ง แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคอาหารเป็นพิษและมักพบว่าปนเปื้อนมากับ ผักผลไม้พร้อมบริโภค คือ Escherichia coli O157:H7, Listeria monocytogenes, Shigella, Salmonella และไวรัสตับอักเสบเอ (Singh และคณะ, 2002) บทความนี้จะกล่าวถึงสาเหตุของการปนเปื้อนในผักและผลไม้ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการผลิต ดังแสดงในตารางที่ 1 การทราบสาเหตุจะทำให้สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดการปนเปื้อนในระหว่างการปฏิบัติ งานได้ ซึ่งสามารถกล่าวได้โดยละเอียดดังต่อไปนี้ * [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<br/><p>เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 46<br
/> นภาพร เชี่ยวชาญ *</p><p>ผัก และผลไม้เป็นผลิตผลทางการเกษตรที่มีการเสื่อมเสียได้ง่าย การผลิตในระดับอุตสาหกรรมจึงต้องมีการควบคุมที่ดีโดยเริ่มตั้งแต่แหล่งเพาะ ปลูก ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำ GAP (Good Agricultural Practice มาใช้ด้วย) จนกระทั่งผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย<span></span> นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีความต้องการในการบริโภคผักและผลไม้สดพร้อมบริโภคสูงขึ้น เช่น ผักสลัด ผลไม้บรรจุถาดพร้อมรับประทาน ดังนั้น กระบวนการผลิตจึงต้องผ่านวิธีการที่ทำให้มั่นใจว่าผักและผลไม้นั้นสะอาดและ ปลอดภัยต่อการบริโภค จากรายงานการเกิดการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษจากการบริโภคผักผลไม้ พบว่ามีสาเหตุมาจากผักเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักสลัด ซึ่งมักเป็นผักสดที่ต้องผ่านการจับต้องจากผู้ประกอบอาหาร ดังนั้น ผู้ที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยเป็นอย่าง ยิ่ง แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคอาหารเป็นพิษและมักพบว่าปนเปื้อนมากับ ผักผลไม้พร้อมบริโภค คือ Escherichia coli O157:H7, Listeria monocytogenes, Shigella, Salmonella และไวรัสตับอักเสบเอ (Singh และคณะ, 2002) บทความนี้จะกล่าวถึงสาเหตุของการปนเปื้อนในผักและผลไม้ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการผลิต ดังแสดงในตารางที่ 1 การทราบสาเหตุจะทำให้สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดการปนเปื้อนในระหว่างการปฏิบัติ งานได้ ซึ่งสามารถกล่าวได้โดยละเอียดดังต่อไปนี้</p><p>* ภาควิชาวิศวกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี<br
/> การเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว<br
/> นอก จากผักผลไม้จะมีการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีแล้ว ยังมีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อม โดยอาจมาจากดิน น้ำ หรือปุ๋ย (Brackett, 2000) ชนิดของแบคทีเรียที่มักพบในดินและทำให้เกิดโรค คือ Bacillus, Clostridium และ Listeria โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบคทีเรียที่สามารถสร้าง สปอร์ที่ทนต่อความร้อน เช่น Clostridium botulinum และ Clostridium perfringens บริเวณพื้นที่ที่ใช้เลี้ยงสัตว์มักมีจุลินทรีย์<br
/> ที่อาศัยอยู่ในระบบทาง เดินอาหารของสัตว์ปะปนออกมากับสิ่งขับถ่ายของสัตว์ ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคในมนุษย์ ดังนั้น การใช้ปุ๋ยคอกบำรุงพืชอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนสู่อาหาร เช่น มีการตรวจพบแบคทีเรีย Salmonella typhimurium และ Escherichia coli O157:H7 ที่ใบและรากของผักที่ปลูกโดยการใช้ปุ๋ยคอก (Natvig และคณะ, 2002) นอกจากนี้ยังพบว่า Salmonella, Escherichia coli O157:H7 และ Listeria monocytogenes สามารถรอดชีวิตอยู่ในปุ๋ยคอกได้เป็นระยะเวลานาน (Tauxe, 1997 ; Brackett, 1999) ผักผลไม้ต่างชนิดกันจะมีจำนวนและชนิดจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนต่างกัน จำนวนจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนเริ่มต้นจะบ่งถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์สุดท้าย โดยหากมีจุลินทรีย์เริ่มต้นปนเปื้อนในวัตถุดิบมากจะทำให้ผักผลไม้มีคุณภาพ ที่ด้อยลงและมีอายุการเก็บที่สั้นกว่าปกติ (Zagory, 1999)<br
/> พืชหัวซึ่งมี ลำต้นและรากใต้ดิน หรือพืชผักขนาดเล็กที่มีลำต้นเตี้ยและใบอยู่ใกล้พื้นดิน มักพบการปนเปื้อนค่อนข้างสูง อัตราการปนเปื้อนจะสูงขึ้นในฤดูฝน เนื่องจากเมื่อฝนตกเศษดินอาจกระเด็นมาติดตามใบและลำต้นพืช นอกจากนี้การที่เซลล์พืชถูกทำงายจากแมลงหรือนก ทำให้จุลินทรีย์เข้าทำลายเซลล์ได้ง่ายยิ่งขึ้น<br
/> กระบวนการผลิตขั้นต้น<br
/> การ ใช้น้ำในการล้างและกำจัดสิ่งสกปรกที่ผิวผักและผลไม้จะช่วยยืดอายุการเก็บ เพราะช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ที่ผิว การเติมสารฆ่าเชื้อลงในน้ำล้างจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดจุลินทรีย์ ที่ผิวเพิ่มขึ้นประมาณ 100 เท่า (Burnett และ Beuchat, 2001) การฆ่าเชื้อจะมีประสิทธิภาพเพียงใดขึ้นกับกลไกในการทำลายจุลินทรีย์ของสาร นั้นๆ ชนิดจุลินทรีย์ ชนิดของผักผลไม้ และบริเวณที่จุลินทรีย์ยึดเกาะ เช่น บริเวณขั้วของผลไม้หรือบริเวณที่เป็นร่องลึก อย่างเช่น แอปเปิ้ล ชมพู่ ฝรั่ง เป็นต้น ซึ่งสามารถล้างทำความสะอาดได้ยากกว่าบริเวณที่เป็นผิวเรียบ<br
/> โดย ทั่วไปนิยมใช้คลอรีนในการล้างผักและผลไม้ โดยใช้ในรูปของสารละลายไฮโปคลอไรด์ ปริมาณ 50-200 ppm (Active chlorine) อย่างไรก็ตามไม่ควรนำน้ำที่ใช้ในการล้างผักและผลไม้กลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ เพราะจะทำให้มีการสะสมของจำนวนจุลินทรีย์มากขึ้น และเป็นการเพิ่มการปนเปื้อนให้กับตัววัตถุดิบ (Hulland, 1980) สารอินทรีย์ที่สะสมในน้ำจะทำให้ประสิทธิภาพของคลอรีนลดลง นอกจากนี้จุลินทรีย์แต่ละชนิดมีความต้านทานต่อคลอรีนลดลง นอกจานี้จุลินทรีย์แต่ละชนิดมีความต้านทานต่อคลอรีนที่แตกต่างกัน Listeria monocytogenes มีความต้านทานต่อคลอรีนมากกว่า Salmonella และ E. coli O157:H7 (Burnett และ Beuchat, 2001) ส่วนสปอร์ของแบคทีเรียมีความต้านทานต่อคลอรีนสูงกว่าเซลล์ปกติ การเพิ่มปริมาณคลอรีนในน้ำล้างที่นำกลับมาใช้ จึงไม่มีประโยชน์ทั้งยังเป็นการสิ้นเปลือง ค่าใช้จ่าย สำหรับผลไม้ การล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อร่วมกับการขัดถู หรือการแช่ในน้ำร้อน อาจช่วยลดจุลินทรีย์ที่ผิวลงได้<br
/> ตารางที่ 1 : แนวโน้มการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในผักและผลไม้ระหว่างกระบวนการผลิต<br
/> ขั้นตอน	แหล่งของการปนเปื้อน<br
/> การเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยว เช่น การปลูก การเก็บและการมัดแบ่งเป็นกำ	น้ำ มูลสัตว์ การขาดสุขลักษณะที่ดีในการจัดการ<br
/> กระบวนการผลิตขั้นต้น เช่น การล้าง การเคลือบไข การคัด การบรรจุกล่องหรือลังพลาสติก	น้ำล้าง การจับต้องของพนักงานและภาชนะ<br
/> กระบวนการผลิตขั้นสุดท้าย เช่น การหั่น การคั้นน้ำ การปอก	น้ำล้าง การจับต้องของพนักงาน การปนเปื้อนข้าม<br
/> การขนส่ง เช่น การขนส่งโดยใช้รถบรรทุก	รถบรรทุกไม่สะอาด น้ำแข็งที่ใช้<br
/> ที่มา : จาก Tauxe (1997)<br
/> นอก จากสารประกอบคลอรีนแล้ว ยังมีสารอีกหลายชนิดที่นิยมนำมาใช้กับผักและผลไม้ เช่น คลอรีนไดออกไซด์ มีประสิทธิภาพในการยับยั้งจุลินทรีย์ได้หลายชนิด ไม่ทำปฏิกิริยากับสารที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบหรือแอมโนเนียเกิดเป็นคลอ รามีนซึ่งเป็นสารที่เป็นพิษ Food and Drug Administration แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (USFDA) อนุญาตให้ใช้คลอรีนไดออกไซด์ในการล้างผักและผลไม้ (Singh และคณะ, 2002) นอกจากนี้ยังมีการใช้โอโซนซึ่งได้รับการรับรองแล้วว่าเป็นสารที่มีความ ปลอดภัยที่จะนำมาใช้กับอาหาร (Generally Recognized as Safe- GRAS) เพื่อล้างผักและผลไม้ (Xu, 1999) โดยโอโซนสามารถยับยั้งจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคได้ หลากชนิดกว่าคลอรีน<br
/> ผัก ประเภทใบเป็นผักที่มีโอกาสในการปนเปื้อนสูงที่สุด เนื่องจากมีพื้นผิวสัมผัสมากทำให้ง่ายต่อการยึดเกาะของจุลินทรีย์ (NACMCF, 1999) ถึงแม้ว่าการตัดแต่งส่วนที่เน่าเสียออกก่อนการล้างจะช่วยกำจัดจุลินทรีย์ออก บางส่วนก็ตาม แต่การตัดแต่งอาจทำให้เนื้อเยื่อพืชฉีกขาดทำให้จุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนมากับ น้ำหรือสิ่งแวดล้อมสามารถเข้าทำลายได้ง่ายขึ้น ผักและผลไม้บางชนิดไม่สามารถทำความสะอาดโดยวิธีการล้างเนื่องจากมีลักษณะทาง กายภาพที่ค่อนข้างซ้ำได้ง่าย เช่น สตรอเบอร์รี่และพริกหวาน (Green pepper) จึงอาจใช้การฉายรังสีที่ความเข้มต่ำ (Low dose ionizing radiation) (NACMCF, 1999) ทนแทน เพื่อยึดอายุการเก็บ<br
/> กระบวนการผลิตขั้นสุดท้าย<br
/> ดัง ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผักผลไม้มักพบการปนเปื้อนที่ผิวโดยอาจเนื่องมาจากเซลล์อาจเกิดความเสียหาย ตั้งแต่แปลงเพาะปลูกจากการเข้าทำลายของแมลง นก หรือจุลินทรีย์ นอกจากนี้ยังอาจเกิดความเสียหายในระหว่างการเก็บเกี่ยว เมื่อผักผลไม้เข้าสู่กระบวนการผลิต กรรมวิธีการผลิตก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเพิ่มมากยิ่งขึ้น เช่น การปอกผิว การหั่นเป็นชิ้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เซลล์พืชสูญเสียความแข็งแรง สารอาหารภายในเซลล์จึงออกมาภายนอก ทำให้ จุลินทรีย์ที่ผิวพืชสามารถนำไปใช้เพื่อการเจริญและเพิ่มจำนวน หากกำจัดจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคเหล่านี้ไม่หมดในระหว่างกระบวนการผลิต หรือประกอบอาหาร และผู้บริโภครับประทานเข้าไปจะทำให้ผู้บริโภคได้รับโรคอาหารเป็นพิษในที่สุด<br
/> สำหรับ ผลไม้ ผลไม้ส่วนมากมีความเป็นกรดสูงจึงช่วยในการจำกัดการเจริญของจุลินทรีย์ได้ดี กว่า อย่างไรก็ตามยังมีการตรวจพบจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคอยู่ที่บริเวณผิว รอยช้ำหรือรอยแผลที่เกิดขึ้นในระหว่างการเก็บเกี่ยวหรือการเตรียม เช่น การผ่าหรือหั่น ทำให้เกิดการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ไปทั่วบริเวณเนื้อผล อย่างเช่น สตอรเบอร์รี่ ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีเนื้อเยื่อบอบบาง ดังนั้น จึงมักไม่มีการฉีดล้างผลในระหว่างการปลูก การเก็บเกี่ยว และหลังการเก็บเกี่ยว จึงมักพบจุลินทรีย์ที่ผิวในปริมาณค่อนข้างสูง จากงานวิจัยพบว่า E. coli O157:H7 สามารถเจริญบนผิวสตรอเบอร์รี่ที่เก็บที่อุณหภูมิ 10, 5 และ ?20 องศาเซลเซียส ได้เป็นเวลานาน 3 วัน และที่อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง (Yu และคณะ, 2001) นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าแบคทีเรียที่มีความต้านทานต่อความเป็นกรดสูง จะสามารถรอดชีวิตได้ดีกว่าหรือพอๆ กับแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ที่ผิวผลไม้ เนื่องจากภายในเนื้อผลไม้มีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญอย่างเพียงพอ ในขณะที่การเจริญที่ผิวถูกจำกัดโดยปริมาณสารอาหาร ความชื้นที่ต่ำ และการแย่งสารอาหารกัน เนื่องจากมีจุลินทรีย์หลายชนิดที่ผิว</p><p>การขนส่ง<br
/> การ ขนส่งผักผลไม้ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน จะต้องมีการขนส่งที่เหมาะสม โดยส่วนใหญ่จะทำการขนส่งโดยรถที่ควบคุมอุณหภูมิและมีการหมุนเวียนอากาศดี ดังนั้น การจัดเรียงภาชนะบรรจุ ผักผลไม้จะต้องออกแบบให้เอื้อต่อการกระจายลมเย็น นอกจากนี้ผักผลไม้ยังมีการคายความร้อนจากการหายใจ และรถยังมีการดูดความร้อนจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ทำให้อุณหภูมิภายในตู้สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ภาระการทำงานของระบบทำเย็นหนักยิ่งขึ้น หากภายในตู้คอนเทนเนอร์มีการระบายอากาศที่ไม่ดี จะเป็นสาเหตุทำให้ผักผลไม้เสื่อมคุณภาพและเน่าเสียเร็วยิ่งขึ้น (Brackett, 1999)<br
/> สรุป<br
/> การควบคุมการผลิตที่ดีที่สุด คือ การควบคุมกระบวนการเพาะปลูก และการป้องกันพืชจากแหล่งที่อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อน และควรเริ่มต้นทันทีเมื่อวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต กระบวนการผลิตขั้นต้นที่ดีจึงขึ้นกับวิธีการทำความสะอาดวัตถุดิบที่เหมาะสม เพื่อลดการปนเปื้อนที่ผิวให้ได้มากที่สุด ซึ่งขั้นตอนนี้รวมถึง การตรวจสอบวัตถุดิบ การคัดเลือกเอาส่วนเสียออก จนกระทั่งการเปลี่ยนถ่ายภาชนะบรรจุวัตถุดิบเพื่อการขนส่ง ลงสู่ภาชนะบรรจุที่สะอาด นอกจากนี้ยังต้องควบคุมในเรื่องของความสะอาด และการปฏิบัติในระหว่างกระบวนการผลิต การขนส่ง รวมไปถึงร้านค้าที่จำหน่าย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้ยังคงคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับการบริโภค<br
/> เอกสารอ้างอิง<br
/> ? Brackett, R.E. 1999. Incidence, contributing factors and control of bacterial pathogens in produce. Postharvest Biological and Technology 15, 305-311.<br
/> ? Brackett, R.E. 2000. Safe handling of fruits and vegetables, pp. 79-103. In: Farber, J.M., and Todd, E.C.D.(Editors), Safe Handling of Foods. New York; Marcel Dekker, Inc.<br
/> ? Burnett, S.L. and Beuchat, L.R. 2001. Food-borne pathogens : human pathogens associated with raw procuce and unpasteurized juices and difficulties in decontamination. Journal of Industrial Microbiology and Biotechnology 27, 107-110.<br
/> ? Hulland, E.D. 1980. Hygeinic handlanding and the influence of raw material condition, pp. 143-153. In : Jowitt, R. (Editor), Hygienic Design and Operation of Food Plant. Westport : The AVI Publishing Company, Inc. National Advisory Committee o?n Microbiological Criterial for Foods (NACMCF). 1999. Microbiological safety evaluations and recommendations o?n fresh produce. Food Control 10, 117-143.<br
/> ? Natvig, E.E., Ingham, S.C., Ingham, B.H., Cooperband, L.R. and Roper, T.R. 202. Salmonella enterica serovars typhimurim and Escherichia coli contamination of root and leaf vegetables grown in soils with incorporated bovine manure. Applied and Environmental Microbiology 68, 2737-2744.<br
/> ? Singh, N., Singh, R.K., Bhunia, A.K. and Stroshine, R.L. 2002. Effect of inoculation and washing methods o?n the efficacy of different sanitizers against Eshcerichia coli O157:H7. Food Micorbiology 19, 183-193.<br
/> ? Tauxe, R.V. 1997. Emerging foodborne diseases:an evolving public health challenge. Special issue : Emerging Infectious Diseases 3, 425-434.<br
/> ? Xu, L. 1999. Use of ozone to improve the safety of fresh fruits and vegetables. Food Technology 53, 58-63.<br
/> ? Yu, K., Newman, M.C., Archbold, D.D. and Hamilton-Demp, T.R. 2001 Survival of Escherichia coli O157:H7 o?n strawberry fruit and reduction of the pathogen population by chemical agents. Journal Food Protection 64, 1334-1340<br
/> ? Zagory, D. 1999. Effects of post-processing handling and packaging o?n microbial populations. Postharvest Biology and Technology 15, 313-321.</p><p>ที่มา : วารสารจาร์พา ปีที่ 10 ฉบับที่ 73 (กรกฎาคม/สิงหาคม 2546) http://www.charpa.co.th</p>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ฟิล์มเคลือบผิวผลไม้จากเยื่อฟางข้าว</title><link>http://www.keajon.com/film-from-soda-anthraquinone/</link> <comments>http://www.keajon.com/film-from-soda-anthraquinone/#comments</comments> <pubDate>Sun, 30 Aug 2009 04:10:25 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[กระดาษสา]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[การเพาะ]]></category> <category><![CDATA[การเพาะเห็ด]]></category> <category><![CDATA[ของไทย]]></category> <category><![CDATA[ข้าว]]></category> <category><![CDATA[ดอกไม้]]></category> <category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[ผัก]]></category> <category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category> <category><![CDATA[มะม่วง]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[หอม]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category> <category><![CDATA[เพาะ]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยง]]></category> <category><![CDATA[แคปซูล]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไอศครีม]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/film-from-soda-anthraquinone/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>&#160; ฟิล์มเคลือบผิวผลไม้จากเยื่อฟางข้าว ผลงานทีมวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทีมวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพิ่มมูลค่าของเหลือใช้ทางการเกษตร นำฟางข้าว พัฒนาสู่ฟิล์มเคลือบผิวผลไม้จากเยื่อฟางข้าว นำร่องใช้กับมะม่วงน้ำดอกไม้ ให้ผลยับยั้งและทำลายเชื้อที่ก่อให้เกิดจุดดำ พร้อมยืดอายุการเก็บรักษา โดยคงกลิ่นหอมและรสหวานตามธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ช่วยเหลือเกษตรกรในกลุ่มผลไม้ส่งออกไทย อ.สุพัฒน์ คำไทย ภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวหน้าโครงการวิจัยการผลิตฟิล์มคาร์บอกซีเมธิลเซลลูโลสจากเยื่อฟางข้าวแบบโซดาแอนทราควิโนน (Production of Carboxymethylcellulose Film from Soda Anthraquinone (Soda-AQ) Rice Straw Pulp) หรือ ฟิล์มจากเยื่อฟางข้าวสำหรับเคลือบผิวผลไม้ กล่าวถึงที่มาของผลงานวิจัยว่า ข้าวจัดเป็นสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการส่งออก ในปี 2551 พบว่า ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ? 18 ก.ย. 51 ไทยส่งข้าวออกไปแล้ว 8.08 ล้านตัน มูลค่า 4,908 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p><p><strong>ฟิล์มเคลือบผิวผลไม้จากเยื่อฟางข้าว ผลงานทีมวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong></p><p>ทีมวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพิ่มมูลค่าของเหลือใช้ทางการเกษตร นำฟางข้าว พัฒนาสู่ฟิล์มเคลือบผิวผลไม้จากเยื่อฟางข้าว นำร่องใช้กับมะม่วงน้ำดอกไม้ ให้ผลยับยั้งและทำลายเชื้อที่ก่อให้เกิดจุดดำ พร้อมยืดอายุการเก็บรักษา โดยคงกลิ่นหอมและรสหวานตามธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ช่วยเหลือเกษตรกรในกลุ่มผลไม้ส่งออกไทย<span> </span></p><p><strong>อ.สุพัฒน์ คำไทย ภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong> หัวหน้าโครงการวิจัยการผลิตฟิล์มคาร์บอกซีเมธิลเซลลูโลสจากเยื่อฟางข้าวแบบโซดาแอนทราควิโนน (Production of Carboxymethylcellulose Film from Soda Anthraquinone (Soda-AQ) Rice Straw Pulp) หรือ ฟิล์มจากเยื่อฟางข้าวสำหรับเคลือบผิวผลไม้ กล่าวถึงที่มาของผลงานวิจัยว่า ข้าวจัดเป็นสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการส่งออก ในปี 2551 พบว่า ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ? 18 ก.ย. 51 ไทยส่งข้าวออกไปแล้ว 8.08 ล้านตัน มูลค่า 4,908 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 158,857 ล้านบาท จากข้อมูลการส่งออกข้าวดังกล่าว ทำให้สามารถประเมินได้ว่าปริมาณฟางข้าวภายหลังการเก็บเกี่ยวข้าวของเกษตรกร มีปริมาณมากและแปรผันตรงกับการเพาะปลูกข้าว โดยฟางข้าวจัดเป็นเศษเหลือทิ้งทางการเกษตร จากรายงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์พบว่าในแต่ละปีมีปริมาณฟางข้าวประมาณ 6.3 ล้านตัน ถึงแม้ว่าการจัดการกับฟางข้าวเหลือทิ้งมีหลายวิธี เช่น นำไปเลี้ยงสัตว์ ใช้คลุมหน้าดินเพื่อป้องกันการสูญเสียความชื้น หรือ ใช้ในการเพาะเห็ด หากแต่เกษตรกรในพื้นที่นาปรังส่วนใหญ่มักใช้วิธีการเผาฟางข้าว เนื่องจากเป็นวิธีเตรียมพื้นที่สำหรับการทำนาครั้งต่อไป ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และเกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้นจากปัญหาการจัดการฟางข้าวข้างต้น จึงเป็นที่มาของงานวิจัยที่เพิ่มมูลค่าจากการใช้ประโยชน์ฟางข้าว ในรูปแบบงานวิจัยแนวทางใหม่สำหรับผลิตคาร์บอกซีเมธิลเซลลูโลสจากเยื่อฟางข้าวหรือฟิล์มเคลือบผิวผลไม้จากเยื่อฟางข้าว</p><p>คาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (Carboxymethyl cellulose, CMC) หรือ โซเดียมคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (Sodium carboxymethylcellulose) เป็นอนุพันธ์ของเซลลูโลส ประเภทหนึ่ง ที่เกิดจากการแปรหรือปรับปรุงคุณสมบัติของเซลลูโลส ให้เกิดการแทนที่โครงสร้างเดิมด้วยหมู่เมธิลและ หมู่คาร์บอกซีเมธิลมีลักษณะเป็นของแข็งสีขาว ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส ไม่เป็นอันตราย ไม่มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ละลายน้ำได้ดี? มีคุณสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืดที่ช่วยในการยึดเกาะและเป็นสารคงสภาพ สำหรับการใช้ประโยชน์คาร์บอกซีเมธิลเซลลูโลส สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อาทิ ใช้เป็นสารให้ความหนืดในอุตสาหกรรมกรรมอาหาร เช่น ไอศครีม ใช้เป็นสารเคลือบผิวแคปซูลยา หรือ สารก่อให้เกิดการเป็นเจลทางด้านเภสัชกรรม ซึ่งงานวิจัยเรื่องนี้ได้มุ่งเน้นพัฒนากระบวนการผลิตและการนำ CMC จากเยื่อฟางข้าวไปใช้ประโยชน์</p><p>ในการวิจัยพัฒนาฟิล์มเคลือบผิวผลไม้จากเยื่อฟางข้าวในครั้งนี้ ได้นำฟางข้าวสายพันธุ์ กข 6 ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมี โดยภายหลังจากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของวัตถุดิบ แสดงให้เห็นว่ามีปริมาณของเซลลูโลสเพียงพอที่จะนำฟางข้าวมาผลิตเยื่อฟางข้าวแบบโซดา และแบบโซดาแอนทราควิโนน จากการนำสารแอนทราควิโนนจากรากต้นยอมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการต้มเยื่อ ซึ่งคล้ายกับการต้มกระดาษสาทั่วไป โดยฟิล์มจากเยื่อฟางข้าวที่ได้จะมีลักษณะขาวใส จากการทดลอง พบว่าฟิล์มฟางข้าวที่ผลิตขึ้นนั้น มีความสามารถในการละละลายน้ำกว่า 50 ? 85% เมื่อเคลือบที่ผิวผลไม้แล้ว หากจะรับประทานเพียงแค่ล้างน้ำธรรมดาเท่านั้น และไม่มีสารพิษตกค้างถึงผู้บริโภคด้วย</p><p><strong>หลังจากวิเคราะห์พัฒนาจนได้ฟิล์มเคลือบผิวผลไม้จากเยื่อฟางข้าวแล้ว ได้ทดลองนำไปใช้ประโยชน์ในลักษณะฟิล์มเคลือบผิวมะม่วงน้ำดอกไม้ โดยได้ปรับปรุงคุณสมบัติของฟิล์ม ด้วยการเติมสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ</strong><strong> Colletotrichum gloeosporioides ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคแอนแทคโนสหรือเกิดจุดสีดำที่ผิวของมะม่วง ผลการทดลองประสิทธิภาพของฟิล์มยับยั้งเชื้อแอนแทคโนสที่ผลิตขึ้น พบว่า ไม่มีจุดดำบนผิวมะม่วง แสดงให้เห็นว่าฟิล์มสามารถยับยั้งเชื้อที่ก่อให้เกิดจุดสีดำได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังได้ทดลองเคลือบฟิล์มฟางข้าวบนผิวมะม่วงที่มีเชื้ออยู่แล้ว พบว่าเชื้อนั้นไม่มีการขยายตัว บ่งชี้ว่าเชื้อจุดดำนั้นได้ถูกทำลายไปจากการเคลือบฟิล์มฟางข้าวที่เติมสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อที่ก่อให้เกิดจุดดำ และมะม่วงที่เคลือบด้วยฟิล์มฟางข้าวนั้น แทบสังเกตไม่ออกเลยว่ามีการเคลือบผิว เนื่องจากไม่มีความมันวาว และไม่ส่งผลที่จะเปลี่ยนแปลงกลิ่น สี รสของมะม่วง ดังนั้นจึงยังคงความหอมหวานได้ตามธรรมชาติได้เป็นอย่างดี</strong></p><p>จากการทดลองเปรียบเทียบมะม่วงที่ผ่านการเคลือบฟิล์มฟางข้าวยับยั้งเชื้อจุดดำ เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 13  องศาเซลเซียส พบว่าสามารถยืดอายุการเก็บรักษามะม่วงได้นานถึง 24 วัน โดยที่ผิวของมะม่วงน้ำดอกไม้ยังคงเหลืองสวย มีจุดดำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากปกติหากเก็บที่อุณหภูมิเดียวกันจะอยู่ได้ประมาณ 3 สัปดาห์</p><p>นอกจากมะม่วงน้ำดอกไม้แล้ว ยังสามารถนำไปใช้กับผลไม้อื่นได้ด้วย โดยอาศัยเทคนิคการปรับปรุงฟิล์มที่ตอบสนองต่อเชื้อของโรคในผลไม้แต่ละชนิด รวมไปจนถึงผักบ้างชนิดด้วย ผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ชิ้นนี้ จึงน่าจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผลไม้ส่งออกของไทยในอนาคต</p><p><strong>และนับเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ฟิล์มเคลือบผิวผลไม้จากเยื่อฟางข้าว หรือ</strong><strong> ?การผลิตฟิล์มคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลสจากเยื่อฟางข้าวแบบโซดาแอนทราคิวโนน? นี้ ได้รับรางวัล Professional Award รองชนะเลิศอันดับ 1 จากโครงการ IRPUS 2552 ภายใต้การสนับสนุนของฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งมีนางสาวกมลพร? จอมพันธ์ และนางสาวนัฐวดี? จินาพันธ์ นักศึกษาจากภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมทีมวิจัยด้วย</strong></p><p>ที่มา : <strong>มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong></p><p>http://pr.oop.cmu.ac.th/perin_detail.php?perin_id=70</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/film-from-soda-anthraquinone/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>การยืดอายุการเก็บรักษาผักและผลไม้</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/#comments</comments> <pubDate>Sun, 30 Aug 2009 04:10:13 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ดอกไม้]]></category> <category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category> <category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category> <category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[ผลไม้แปรรูป]]></category> <category><![CDATA[ผัก]]></category> <category><![CDATA[ผิวหน้า]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[พอเพียง]]></category> <category><![CDATA[มะม่วง]]></category> <category><![CDATA[ยากจน]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category> <category><![CDATA[แก้ว]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 46 ผักและผลไม้ เป็นผลิตผลทางการเกษตรที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยอาศัยกรรมวิธีการผลิตที่หลากหลาย มีทั้งการนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปเพียงเล็กน้อย หรือเพียงแค่ล้างทำความสะอาด และตัดแต่งเพื่อจำหน่ายแบบสด หรือนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปโดยใช้ความร้อนสูง แล้วบรรจุในภาชนะเปิดสนิท เช่น กระป๋อง ขวดแก้ว และภาชนะพลาสติก ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผักและผลไม้นั้น ส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพที่ใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกัน แต่เมื่อนำมาผ่านการแปรรูปโดยอาศัยกรรมวิธีที่แตกต่างกันแล้ว จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย และแตกต่างกันทั้งในด้านกลิ่น รส สี และลักษณะเนื้อสัมผัส อาทิเช่น หน่อไม้ฝรั่ง ถั่ว ลูกพีช ซึ่งเป็นผัก ผลไม้ ชนิดที่รับประทานได้ทั้งแบบสด ๆ และแบบที่ผ่านการแปรรูป จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 แบบนี้ มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ผู้บริโภคก็ให้การยอมรับทั้ง 2 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคนิยมบริโภคในรูปแบบใด เช่น ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจนิยมบริโภคถั่วสด จะเลือกซื้อสินค้าถั่วสดแช่แข็ง ในขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่มนิยมบริโภคถั่วบรรจุกระป๋อง ก็จะเลือกซื้อเฉพาะสินค้าถั่วบรรจุกระป๋อง เป็นต้น ดังนั้นสินค้าผัก ผลไม้แปรรูปแต่ละประเภทจะมีตลาดรองรับที่แยกจากกันอย่างชัดเจน การแปรรูปอาหารนั้นเป้าหมายหลักของผู้ประกอบการก็คือ การพัฒนากระบวนการผลิตที่ยังคงความสะดวก ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<br/><p>เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 46<br
/> ผักและผลไม้ เป็นผลิตผลทางการเกษตรที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยอาศัยกรรมวิธีการผลิตที่หลากหลาย มีทั้งการนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปเพียงเล็กน้อย หรือเพียงแค่ล้างทำความสะอาด และตัดแต่งเพื่อจำหน่ายแบบสด หรือนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปโดยใช้ความร้อนสูง แล้วบรรจุในภาชนะเปิดสนิท เช่น กระป๋อง ขวดแก้ว และภาชนะพลาสติก</p><p><span></span>ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผักและผลไม้นั้น ส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพที่ใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกัน แต่เมื่อนำมาผ่านการแปรรูปโดยอาศัยกรรมวิธีที่แตกต่างกันแล้ว จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย และแตกต่างกันทั้งในด้านกลิ่น รส สี และลักษณะเนื้อสัมผัส อาทิเช่น หน่อไม้ฝรั่ง ถั่ว ลูกพีช ซึ่งเป็นผัก ผลไม้ ชนิดที่รับประทานได้ทั้งแบบสด ๆ และแบบที่ผ่านการแปรรูป จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 แบบนี้ มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ผู้บริโภคก็ให้การยอมรับทั้ง 2 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคนิยมบริโภคในรูปแบบใด เช่น ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจนิยมบริโภคถั่วสด จะเลือกซื้อสินค้าถั่วสดแช่แข็ง ในขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่มนิยมบริโภคถั่วบรรจุกระป๋อง ก็จะเลือกซื้อเฉพาะสินค้าถั่วบรรจุกระป๋อง เป็นต้น ดังนั้นสินค้าผัก ผลไม้แปรรูปแต่ละประเภทจะมีตลาดรองรับที่แยกจากกันอย่างชัดเจน</p><p>การแปรรูปอาหารนั้นเป้าหมายหลักของผู้ประกอบการก็คือ การพัฒนากระบวนการผลิตที่ยังคงความสะดวก ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำ และมีการปรับปรุงคุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p><p>ปัจจุบันทางเลือกหนึ่งของการผลิต และบรรจุสินค้าผัก ผลไม้สด ก็คือการใช้สารเคมีถนอมรักษา หรือช่วยชลอการสุก รวมทั้งช่วยคงคุณภาพของผัก ผลไม้สดหลังการเก็บเกี่ยวด้วย โดยการให้สารเคมีเข้าไปรบกวนการทำงานของเอทธิลีนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นกระบวนการที่ทำให้เกิดการสุกในพืช ในอดีตสารเอทธิลีนถูกนำไปใช้กับสินค้ากล้วย เพื่อทำให้สามารถจำหน่ายกล้วยในขณะที่มีกลิ่นรส และสุกงอมกำลังดี โดยเกษตรกรจำเก็บเกี่ยวกล้วย และทำการขนส่งไปยังปลายทางในขณะที่ผลกล้วยมีสีเขียว หรือยังไม่สุก เพื่อความสะดวกในการขนส่ง หลังจากนั้นจะนำกล้วยไปเก็บในห้องที่มีเอทธิลีนอยู่ เมื่อเอทธิลีนระเหยออกสู่บรรยากาศสัมผัสกับผลกล้วยดิบมันก็จะไปกระตุ้นให้กล้วยเกิดกระบวนการสุกในช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมที่จะจำหน่าย</p><p>จากการศึกษาของ Adel Kader ศาสตราจารย์ด้าน Pomology แห่งมหาวิทยาลัย California ? Davis พบว่าสาร 1 ? methycyclopropene (MCP) เป็นสารที่สามารถใช้ยับยั้งการทำงานของเอทธิลีนได้ สารดังกล่าวถูกค้นพบโดย Edwaed C.Sisler จากมหาวิทยาลัย North Corolina  State ในระหว่างทำการศึกษาวิจัย เรื่อง ตัวรับเอทธิลีนในพืช โดยพบว่าสาร Olefins อื่น ๆ เช่น สาร MCP มีความสามารถที่จะไปเกาะอยู่ตรงตำแหน่งของตัวรับ และไปยับยั้งการเกิดปฏิกิริยา หรือการทำงานของเอทธิลีนในพืชอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระยะเวลานาน</p><p>ที่ผ่านมาสาร MCP เคยถูกนำไปใช้กับสินค้าดอกไม้และพืช ในเชิงการค้า โดยบริษัท Floralife, Inc., Walterbore.S.C., แห่งมหาวิทยาลัย North Carolina State University และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในดอกไม้ และพืช ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารนั้นในสหรัฐฐ ยังไม่อนุญาตให้ใช้สาร MCP และยังอยู่ในระหว่างการยื่นคำร้องต่อหน่วยงานคุ้มครองด้านสิ่งแวดล้อม</p><p>ปัจจุบันมีการนำ MCP มาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร และดอกไม้ในหลายประเทศ ยกเว้นสหรัฐอเมริกา และแคนาดา โดยการสนับสนุนของบริษัท Rohm and Hass Co. หรือที่รู้จักกันในชื่อ Agro Fresh.,Inc.,Philadelphia บริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนการใช้สาร MCP ในผลิตภัณฑ์อาหารและดอกไม้ในประเทศชิลี อาร์เจนตินา นิวซีแลนด์ และอยู่ในระหว่างการยื่นขอจดทะเบียนในอีกหลายประเทศทั่วโลก</p><p>เทคโนโลยีนีจะใช้น้ำตาล Cyclodextrin เป็นตัวพยุง MCP และเมื่อทำให้น้ำตาล Cyclodextrin หรือตัวพยุงเปียกน้ำ สาร MCP จะถูกปลดปล่อยออกมาสูบรรยากาศในปริมาณ 1 ppm ซึ่งเป็นปริมาณที่พอเพียงสำหรับให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ พืชอาหารต่างชนิดกันโดยจะให้ผลลัพท์ที่แตกต่างันโดยจะขึ้นอยู่กับการทำงาน และหน้าที่ของเอทธิลีนในพืชแต่ละชนิดตามธรรมชาติ เช่น ในพืชบางชนิด เอทธิลีนเป็นตัวที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสี ในขณะที่เอทธิลีนเป็นตัวที่ทำให้ความแน่นเนื้อ หรือกลิ่นรสในพืชบางชนิดเปลี่ยนแปลง</p><p>ปัจจุบันการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้สาร MCP นั้นนิยมทำกันในภาคสนาม โดยจะเน้นไปที่การวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติด้านประสาทสัมผัสของพืช เช่น ความสามารถในการทำปฏิกิริยากับกรด ความแน่นเนื้อ ลักษณะผิวหน้าที่ปรากฏ และข้อสังเกตอื่น ๆ ที่บ่งถึงการสุกของพืช</p><p>ข้อมูลที่เผยแพร่จากงานสัมมนา ซึ่งจัดขึ้น โดย American Socially for Horticultural Science พบว่าปัจจุบันได้มีการทดลองใช้สาร MCP ตามวิธีการที่ได้จากงานวิจัยในพืชอาหารหลายชนิด เช่น มะละกอ แอปเปิ้ล มะเขือเทศ แตงกวา อโวกาโด ลูกพีช ลูกท้อ ชนิดที่มีเปลือกบาง ฮันนี่ดิว แอปเปิ้ลฟูจิ และเครนเบอรี่ โดยจะศึกษาปัจจัย 2 ชนิด คือ การใช้สาร MCP ที่ความเข้มข้นต่างกัน และการเก็บไว้ในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ตั้งแต่อุณหภูมิเยือกแข็งไปจนถึงที่อุณหภูมิห้อง โดยความเข้มข้นของสาร MCP ที่ใช้ในการทดลองนั้นอยู่ในช่วง 0.25-10 ppm จากผลการทดลองพบว่าที่ความเข้มข้น 1 ppm จะมีประสิทธิภาพสูงสุด จากการทดลองพบว่าสาร MCP สามารถช่วยยืดอายุการเก็บผลไม้สดตัดแต่งได้ โดยการพิจารณาจากลักษณะปรากฏภายนอกของผลไม้ เช่น การนำมาใช้กับมะเขือเทศสด จะทำให้สามารถเก็บมะเขือเทศไว้ได้นานถึง 30 วัน เสมือนกับว่าสามารถยืดฤดูกาลของผลผลิตมะเขือเทศสดไว้ได้ยาวนานขึ้น ทำให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะเขือเทศที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิม</p><p>ปฏิกิริยาหรือการทำงานของสาร MCP จะขึ้นอยู่กับการควบคุมสภาวะบรรยากาศ และอุณหภูมิที่ใช้ในการเก็บรักษาอาหาร ตัวอย่างเช่น อโวกาโด กล้วย เป็นผลไม้ชนิดที่เหมาะต่อการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำ นอกจากนั้นการใช้สาร MCP ในการถนอมรักษาอาหารนั้น พบว่าเมื่อเก็บอาหารไว้ระยะเวลาหนึ่งการตกค้างหรือการหลงเหลือของสาร MCP จะอยู่ในปริมาณน้อย ฉะนั้นหากผู้ประกอบการใช้สาร MCP ถนอมรักษาอาหารจะสามารถติดฉลากกล่าวอ้างได้ว่าสินค้าอาหารดังกล่าวเป็นสินค้าที่มีสารฆ่าแมลงตกค้างปริมาณต่ำ</p><p>และหากในอนาคตสาร MCP สามารถนำไปใช้กับผลไม้เขตร้อนที่สุกงอมเร็ว และเป็นผลไม้ชนิดที่ไม่สามารถขนส่งไปจำหน่ายในระยะทางไกล ๆ ได้เป็นอย่างดี คาดว่าประเทศในแถบแคริเบียน และประเทศในเขตร้อนอื่น ๆ ที่มีผลผลิตออกมาในระยะเวลาสั้น จะเป็นประเทศที่มีความต้องการเทคโนโลยีการใช้สาร MCP และจะเป็นตลาดใหม่ของสินค้าผลไม้เขตร้อน ตัวอย่างเช่น ที่ Haiti เป็นประเทศที่มีผลผลิตของมะม่วงเป็นจำนวนมาก แต่ผลผลิตดังกล่าวจะออกมาในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ฉะนั้น Haiti จึงไม่สามารถส่งออกสินค้ามะม่วง หรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้ ผลผลิตส่วนใหญ่จะกลายเป็นของเสีย ในขณะที่ประชากรในประเทศยังยากจน และอดอยาก</p><p>ปัจจุบัน EPA ได้ขึ้นทะเบียนสาร MCP ว่าเป็นสาร Biopesticide ที่ใช้ยืดการมีชีวิตของดอกไม้ และไม้กระถาง นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้กับพืชที่ปลูกในที่ปิด เช่น Greenhouse และในตู้รถบรรทุก สารดังกล่าวไม่เป็นพิษ และไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แต่อย่างไรก็ตามควรใช้สาร MCP อย่างระมัดระวัง เนื่องจากสารดังกล่าวมีลักษณะเป็นผง หากเข้าตาอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้</p><p>อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนในด้านข้อมูลว่าในขณะเก็บรักษา ผัก และผลไม้ไว้เป็นระยะเวลานาน ๆ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านกลิ่น รสชาติ ของผัก และผลไม้แต่ละชนิดอย่างไร เช่นเดียวกันกับที่จะต้องมีการพิจารณาและศึกษาถึงประโยชน์ของการประยุกต์ใช้สาร MCP ในพืชอาหารแต่ละชนิดต่อไป ซึ่งหากผลการศึกษาวิจัยมีมากเพียงพอ คาดว่าในอนาคต EPA จะอนุญาตให้ใช้สาร MCP ในสินค้าอาหารอย่างแน่นอน <strong>( ฝ่ายบริการข้อมูลและสารสนเทศ สถาบันอาหาร </strong><strong><a
href="http://www.nfi.or.th/" target="_blank">www.nfi.or.th</a></strong> )</p><p><strong>ที่มา : </strong>ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<strong>http://www.phtnet.org/article/view-article.asp?aID=14</strong></p>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>วิสาหกิจชุมชนเครื่องจักรกลฯ?เพิ่มมิติบริการเครือข่ายเกษตรปลอดการเผา</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1/#comments</comments> <pubDate>Sun, 30 Aug 2009 04:09:35 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[ของไทย]]></category> <category><![CDATA[ข่าว]]></category> <category><![CDATA[ข้าว]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[น้ำมัน]]></category> <category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชน]]></category> <category><![CDATA[สามชุก]]></category> <category><![CDATA[สุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[สุพรรณบุรี]]></category> <category><![CDATA[หนังสือ]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category> <category><![CDATA[เสื้อ]]></category> <category><![CDATA[เสื้อผ้า]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไร่]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ความหวังที่จะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะด้านแหล่งเงินทุน องค์ความรู้และเทคโนโลยี การผลิตที่เหมาะสม ตลอดจนโอกาสเข้าถึงด้านการตลาด เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมารวมกลุ่มจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อดำเนินธุรกิจ เพิ่มมากขึ้น ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 ซึ่งปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับอนุมัติการจดทะเบียนจากกรมส่งเสริมการ เกษตรแล้วจำนวน 63,110 แห่ง สมาชิก 1,063,090 ราย พร้อมจดทะเบียนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน 227 แห่ง สมาชิก 3,785 รายด้วย สำหรับวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายฯ ที่ จดทะเบียนกิจการกลุ่มผลิตสินค้า สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ การผลิตพืช จำนวน 13,768 แห่ง การผลิตปศุสัตว์ 10,671 แห่ง การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร 8,661 แห่ง ผลิตภัณฑ์ผ้าทอ/เสื้อผ้า 7,411 แห่ง และ การผลิตปัจจัยการผลิต 4,446 แห่ง ขณะที่วิสาหกิจชุมชนประเภทกลุ่มการให้บริการมาจดทะเบียนสูงสุด ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์ชุมชน 2,867 แห่ง ร้านค้าชุมชน 1,356 แห่ง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<br/><p>ความหวังที่จะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะด้านแหล่งเงินทุน องค์ความรู้และเทคโนโลยี การผลิตที่เหมาะสม ตลอดจนโอกาสเข้าถึงด้านการตลาด เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมารวมกลุ่มจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อดำเนินธุรกิจ เพิ่มมากขึ้น ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 <span></span>ซึ่งปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับอนุมัติการจดทะเบียนจากกรมส่งเสริมการ เกษตรแล้วจำนวน  63,110 แห่ง สมาชิก 1,063,090 ราย พร้อมจดทะเบียนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน 227 แห่ง สมาชิก 3,785 รายด้วย สำหรับวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายฯ ที่ จดทะเบียนกิจการกลุ่มผลิตสินค้า สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ การผลิตพืช จำนวน 13,768 แห่ง การผลิตปศุสัตว์ 10,671 แห่ง การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร 8,661 แห่ง ผลิตภัณฑ์ผ้าทอ/เสื้อผ้า 7,411 แห่ง และ การผลิตปัจจัยการผลิต 4,446 แห่ง ขณะที่วิสาหกิจชุมชนประเภทกลุ่มการให้บริการมาจดทะเบียนสูงสุด ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์ชุมชน 2,867 แห่ง ร้านค้าชุมชน 1,356 แห่ง และ กลุ่มบริการสุขภาพ 362 แห่ง</p><p>ปี 2552 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้มีแผนเร่งขยายผลการส่งเสริมให้เกษตรกรจัดตั้ง  ?ศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรปลอดการเผา? ในรูปแบบกลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนสำหรับการให้บริการเครื่องจักรกลการ เกษตรไถกลบตอซังในนาข้าวและเศษซากพืชทดแทนการเผา ขณะเดียวกันยังจะเร่งเผยแพร่องค์ความรู้การควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตร พร้อมเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายเกษตรปลอดการเผาให้มีความรู้ความเข้าใจใน เรื่องการใช้เครื่องจักร</p><p>กลการเกษตรปลอดการเผา เพื่อช่วยเร่งรัดการจัดการปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรให้เป็นรูปธรรม ชัดเจนยิ่งขึ้น?นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว</p><p>ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรได้คัดเลือกและจัดตั้ง วิสาหกิจชุมชนศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรปลอดการเผานำร่อง จำนวน 5 ศูนย์ อยู่ในพื้นที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี   อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี  อ.เมือง จ.พิษณุโลก และ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่  มีสมาชิกกว่า 200 ราย โดยกรมฯได้ให้กลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนยืมใช้ครุภัณฑ์ ได้แก่ รถแทรกเตอร์ 2 คัน และอุปกรณ์พ่วงท้าย ไถกลบตอซังเพลาหมุน ไถหัวหมู  จอบหมุนตีเทือก และตัวเสริมล้อกันจม 2 คู่ เพื่อนำไปสาธิตเทคโนโลยีเครื่องจักรกลเกษตรปลอดการเผาแก่สมาชิกเกษตรกรและ เกษตรกรที่สนใจทั่วไป รวมทั้งสาธิต ทดสอบการบริหารจัดการการให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตรปลอดการเผา เพื่อช่วยในการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันของประเทศ</p><p>การทดสอบบริหารจัดการการให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตรในเบื้องต้น ได้ให้วิสาหกิจชุมชนศูนย์เครื่องจักรกลฯเป็นผู้จัดหาค่าใช้จ่ายในการลงทุน ดำเนินกิจการ อาทิ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าแรงงาน ค่าการจัดการต่าง ๆ  หากมีรายรับเกิดขึ้นจะให้แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยร้อยละ 30 ของค่าดำเนินการ เป็นค่าจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติมหรือทดแทนเครื่องมือที่หมดอายุการใช้งาน และร้อยละ 70 ของค่าดำเนินการ ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและการบริหารจัดการให้บริการ ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนต้องซ่อมแซมเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้มีสภาพพร้อม ใช้งานเมื่อสิ้นสุดโครงการ</p><p>อย่างไรก็ตาม ภายในปีนี้คาดว่า ศูนย์เครื่องจักรกลฯ นำร่อง 5 แห่ง จะสามารถให้บริการ ไถกลบเศษซากพืชทดแทนการเผาได้ศูนย์ฯ   ละไม่น้อยกว่า 2,000 ไร่ และปีถัดไปคาดว่าจะ  สามารถเพิ่มพื้นที่บริการปลอดการเผาได้อย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 10,000 ไร่/ปี ภายในเวลา 20 ปีรวมพื้นที่กว่า 200,000 ไร่ ซึ่งอนาคตศูนย์เครื่องจักรกลฯ นำร่องจะกลายเป็น ?ศูนย์ต้นแบบ? เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผาที่มีประสิทธิภาพ ให้ กลุ่มเกษตรหรือผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน และนำความรู้ไปจัดตั้งกลุ่มเพื่อดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกัน อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดการเผาซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการเผาใน พื้นที่เกษตรกรรมของไทย และช่วยลดสภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง</p><p>หากสนใจข้อมูลเกี่ยวกับ ?ศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรปลอดการเผา? สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิศวกรรมการจัดการที่ดิน กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร โทร.0-2940-6175 หรือศูนย์ส่งเสริมวิศวกรรมเกษตรใน 5 จังหวัดข้างต้น.</p><p>ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หน้าข่าวเกษตรทั่วไทย วันที่ 17 สิงหาคม 2552</p>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>เทคนิคการสกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์</title><link>http://www.keajon.com/virgin-coconut-oil/</link> <comments>http://www.keajon.com/virgin-coconut-oil/#comments</comments> <pubDate>Sun, 30 Aug 2009 03:28:54 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[coconut]]></category> <category><![CDATA[oil]]></category> <category><![CDATA[virgin]]></category> <category><![CDATA[กลั่น]]></category> <category><![CDATA[การสกัด]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[น้ำมัน]]></category> <category><![CDATA[บริสุทธิ์]]></category> <category><![CDATA[มะพร้าว]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2205</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/virgin-coconut-oil/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://2.3qdc.com/sakid/2009/07/27/sakid_coco_0.out.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="น้ำมันมะพร้าว" /></a>สกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ การสกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ด้วยวิธีการหมักกระแส การดูแลรักษาสุขภาพและความงามด้วยวิธีทางธรรมชาติกำลังมาแรง ปัจจุบัน ประชาชนจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจเกี่ยวกับการนำน้ำมันจากพืชมาใช้ดูแลร่างกาย และน้ำมันชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมคือน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ เพราะ น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์มีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้น ช่วยชะลอความเหี่ยวย่นของผิวหนัง ดังนั้น จึงมีผู้สนใจนำน้ำมันมะพร้าวมาใช้เพื่อการนวด หรือเป็นส่วนผสมการผลิตเครื่องสำอางประเภทบำรุงผิวพรรณ สำหรับ วิธีการสกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ที่น่าสนใจคือ การหมัก เพราะจากการทดสอบทางวิทยาศาสตร์พบว่า น้ำมันมะพร้าวที่สกัดด้วยวิธีหมักนี้ จะมีคุณภาพสูงมากและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในด้านการผลิตมากนักขั้นตอนการสกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ด้วยวิธีการหมัก อุปกรณ์ - ภาชนะสำหรับหมัก เช่น ไห ขวดโหลแก้ว - ผ้าขาวบาง หรือตะแกรงลวดตาถี่ - สายยาง สำหรับดูดน้ำมันออกจากภาชนะหมัก - กะละมัง - เนื้อมะพร้าวสดขูด 2 กิโลกรัม - น้ำอุ่น 2 ลิตร วิธีทำ 1. ขูดมะพร้าวใส่กะละมัง เสร็จแล้วเติมน้ำอุ่นลงไป 2. คั้นน้ำกะทิในกะละมัง ใช้ผ้าขาวบางหรือตะแกรงกรองเอากากมะพร้าวออก 3. นำน้ำกะทิที่คั้นได้ ใส่ภาชนะสำหรับหมัก ปิดฝาทิ้งไว้ 2-3 วัน ถ้าภาชนะที่ใช้เป็นโหล [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p
style="text-align: left;"><span
style="color: #0000ff;"><strong
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="color: #ff0000; font-size: small;">สกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ </span></strong></span></p><p
style="-moz-user-select: text ! important;" align="center"><span
style="font-size: small;"><span
style="color: #333333;"></span></span></p><p><span
style="color: #333333;"><br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><br
style="-moz-user-select: text ! important;" /></span><span
style="color: #333333;"><span
style="color: #0099ff;"><strong
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="font-size: small;"><img
class="alignleft" title="น้ำมันมะพร้าว" src="http://2.3qdc.com/sakid/2009/07/27/sakid_coco_0.out.jpg" alt="sakid coco 0.out เทคนิคการสกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ " width="300" height="300" />การสกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ด้วยวิธีการหมัก</span></strong></span><br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><dd
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="font-size: small;">กระแส การดูแลรักษาสุขภาพและความงามด้วยวิธีทางธรรมชาติกำลังมาแรง ปัจจุบัน ประชาชนจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจเกี่ยวกับการนำน้ำมันจากพืชมาใช้ดูแลร่างกาย และน้ำมันชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมคือ<strong
style="-moz-user-select: text ! important;">น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ </strong>เพราะ น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์มีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้น ช่วยชะลอความเหี่ยวย่นของผิวหนัง ดังนั้น จึงมีผู้สนใจนำน้ำมันมะพร้าวมาใช้เพื่อการนวด หรือเป็นส่วนผสมการผลิตเครื่องสำอางประเภทบำรุงผิวพรรณ <br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><br
style="-moz-user-select: text ! important;" /></span></dd><dd
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="font-size: small;">สำหรับ วิธีการสกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ที่น่าสนใจคือ การหมัก เพราะจากการทดสอบทางวิทยาศาสตร์พบว่า น้ำมันมะพร้าวที่สกัดด้วยวิธีหมักนี้ จะมีคุณภาพสูงมากและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในด้านการผลิตมากนัก<br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><strong
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="color: #0099ff;"><span
style="text-decoration: underline;">ขั้นตอนการสกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ด้วยวิธีการหมัก</span></span></strong> <br
style="-moz-user-select: text ! important;" /></span><ul
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="font-size: small;"><strong
style="-moz-user-select: text ! important;">อุปกรณ์</strong> <br
style="-moz-user-select: text ! important;" />- ภาชนะสำหรับหมัก เช่น ไห ขวดโหลแก้ว <br
style="-moz-user-select: text ! important;" />- ผ้าขาวบาง หรือตะแกรงลวดตาถี่ <br
style="-moz-user-select: text ! important;" />- สายยาง สำหรับดูดน้ำมันออกจากภาชนะหมัก <br
style="-moz-user-select: text ! important;" />- กะละมัง <br
style="-moz-user-select: text ! important;" />- เนื้อมะพร้าวสดขูด 2 กิโลกรัม <br
style="-moz-user-select: text ! important;" />- น้ำอุ่น 2 ลิตร</span></ul> <br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><ul
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="font-size: small;"><strong
style="-moz-user-select: text ! important;"><img
class="alignleft" title="น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์" src="http://www.kbeautifullife.com/UserFiles/Image/health/on_month/8.jpg" alt="8 เทคนิคการสกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ " width="305" height="412" />วิธีทำ</strong> <br
style="-moz-user-select: text ! important;" />1. ขูดมะพร้าวใส่กะละมัง เสร็จแล้วเติมน้ำอุ่นลงไป <br
style="-moz-user-select: text ! important;" />2. คั้นน้ำกะทิในกะละมัง ใช้ผ้าขาวบางหรือตะแกรงกรองเอากากมะพร้าวออก <br
style="-moz-user-select: text ! important;" />3. นำน้ำกะทิที่คั้นได้ ใส่ภาชนะสำหรับหมัก ปิดฝาทิ้งไว้ 2-3 วัน ถ้าภาชนะที่ใช้เป็นโหล แก้วจะดีมาก เพราะผู้ทำสามารถมองเห็นชั้นหรือระดับของน้ำมันอย่างชัดเจน ซึ่งจะสะดวกเวลาดูดน้ำมันออกจากภาชนะ <br
style="-moz-user-select: text ! important;" />4. หลังจากตั้งน้ำกะทิทิ้งไว้ 2-3 วัน น้ำมันมะพร้าวจะลอยตัวอยู่ด้านบนของภาชนะ ให้ใช้สายยางดูดออกมา แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เสร็จแล้วจึงบรรจุขวดที่มีฝาปิด เพราะจะทำให้เก็บน้ำมันมะพร้าวได้นาน</span></ul> <br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><strong
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="color: #0099ff;"><ul
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="font-size: small;">ข้อควรระวัง</span><span
style="font-size: small;"> ในระหว่างดูดน้ำมันออกจากภาชนะหมัก ผู้ทำควรพยายามอย่าให้น้ำติดมาด้วย มิฉะนั้น อาจต้องนำไปอุ่นอีกครั้งเพื่อไล่น้ำหรือความชื้นออก วิธีการเพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ที่มีกลิ่นหอม สีใส คุณภาพดี</span></ul> </span></strong><br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><span
style="font-size: small;"><strong
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="color: #0099ff;">การสกัดน้ำมันมะพร้าว </span></strong>สามารถ ทำได้ง่ายและใช้เงินลงทุนไม่สูง ส่วนช่องทางการจำหน่ายในขั้นต้น ผู้ทำควรนำน้ำมันมะพร้าวบรรจุขวดเพื่อจำหน่ายอย่างเดียวก่อน ถ้าสินค้าได้คุณภาพมาตรฐานตามที่กำหนด ก็สามารถทำส่งออกได้ เพราะต่างประเทศมีความต้องการน้ำมันประเภทนี้มาก <br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><strong
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="color: #0099ff;">แหล่งข้อมูล</span></strong> <br
style="-moz-user-select: text ! important;" />คมสัน หุตะแพทย์. &#8220;การสกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ด้วยวิธีธรรมชาติ&#8221;. </span></dd><dd
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="color: #ff0000;"><span
style="font-size: small;">วารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ,</span><span
style="font-size: small;"> (เมษายน 2545) :15-17<br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><strong
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="color: #0099ff;">คำไข</span></strong> : เคล็ดลับ-วิธีการ สกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์<br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><br
style="-moz-user-select: text ! important;" /><strong
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="color: #0099ff;">การสกัดน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ด้วยวิธีการหมัก</span></strong> เป็นการสกัดน้ำมันมะพร้าวด้วยวิธีธรรมชาติอย่างง่าย ไม่สิ้นเปลือง และน้ำมันที่ได้ก็เป็นน้ำมันบริสุทธิ์ คุณภาพดี มีกลิ่นหอมของมะพร้าว เหมาะสำหรับผู้สนใจที่ต้องการหา<a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a> เพื่อ<a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a>ให้กับตนเองและครอบครัว </span></span></dd><dd
style="-moz-user-select: text ! important;"><br
/></dd><dd
style="-moz-user-select: text ! important;"><br
/></dd><dd
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="color: #ff0000;"><span
style="font-size: small;">ข้อมูลโดย สถาบันวิจัยและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม<br
/></span></span></dd><dd
style="-moz-user-select: text ! important;"><br
/></dd><dd
style="-moz-user-select: text ! important;"><br
/></dd><dd
style="-moz-user-select: text ! important;"><br
/></dd><dd
style="-moz-user-select: text ! important;"><span
style="color: #ff0000;"><span
style="font-size: small;"><br
/></span></span></dd></span></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/virgin-coconut-oil/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>สร้างอาชีพเสริมรายได้ กับสมุนไพร ดร.สาโรช</title><link>http://www.keajon.com/drsaroj-herb/</link> <comments>http://www.keajon.com/drsaroj-herb/#comments</comments> <pubDate>Sun, 30 Aug 2009 00:32:14 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[ค้าขาย]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[จุดเด่น]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[ฝึกอบรม]]></category> <category><![CDATA[รายการ]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[สมุนไพร]]></category> <category><![CDATA[หารายได้]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[แก้จน]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b8%81/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/drsaroj-herb/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SpYnvooHLjI/AAAAAAAAAb4/471igZQ8QPA/s400/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3+%E0%B8%94%E0%B8%A3.%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%8A.bmp" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>มาสร้างอาชีพเสริมรายได้ กับสมุนไพร ดร.สาโรชผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพร ดร.สาโรช ชื่อนี้ต้องคุ้นหูคนไทย เพราะผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดร.สาโรช รับใช้คนไทยมานานกว่า 18 ปีแล้วด้วยความรู้และประสบการณ์อันยาวนานของ ดร.สาโรช ธีรศิลป ผู้ก่อตั้ง ที่มีความมุ่งมั่น คัดสรร สิ่งที่ดีจากธรรมชาติ เพื่อให้คนไทยได้ใช้ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพโดยผ่านกระบวนการ วิจัย ทดลอง และผลิตอย่างถูกต้องและทันสมัยเพื่อให้ผู้ใช้ปลอดภัย ปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิว ของผู้ใช้ โดยก่อนการผลิตจะต้องส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก่อน ถึงจะสามารถผลิตออกมาได้ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี และมีคุณภาพ &#160; การเปิดตัวครั้งแรกของสมุนไพร ดร.สาโรช ในปี 2534 ได้แก่ ครีมทาสิว โลชั่นกันแดด สบู่เหลว ครีมทาฝ้า ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดี จนปัจจุบันนี้ได้ผลิต ผลิตภัณฑ์สมุนไพรออกมากว่า 70 รายการครอบคลุม ทุกอย่างตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม มาตรฐาน GMP ได้รับ ISO 9001:2000 ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยตลอดการผลิตนอกจากนี้ สมุนไพร ดร.สาโรชยังมีสวนปลูกสมุนไพรเป็นของตัวเอง เพื่อใช้ในงานวิจัยผลิตภัณฑ์ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><a
href="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SpYnvooHLjI/AAAAAAAAAb4/471igZQ8QPA/s1600-h/??????????????????+?????.?????????????.bmp"><img
id="BLOGGER_PHOTO_ID_5374526904626261554" style="width: 263px; height: 212px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SpYnvooHLjI/AAAAAAAAAb4/471igZQ8QPA/s400/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3+%E0%B8%94%E0%B8%A3.%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%8A.bmp" border="0" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3+%E0%B8%94%E0%B8%A3.%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%8A สร้างอาชีพเสริมรายได้ กับสมุนไพร ดร.สาโรช"  title="สร้างอาชีพเสริมรายได้ กับสมุนไพร ดร.สาโรช" /></a></p><div></div><div>มาสร้าง<a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a>รายได้ กับสมุนไพร ดร.สาโรชผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพร ดร.สาโรช ชื่อนี้ต้องคุ้นหูคนไทย เพราะผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดร.สาโรช รับใช้คนไทยมานานกว่า 18 ปีแล้วด้วยความรู้และประสบการณ์อันยาวนานของ ดร.สาโรช ธีรศิลป ผู้ก่อตั้ง ที่มีความมุ่งมั่น คัดสรร สิ่งที่ดีจากธรรมชาติ เพื่อให้คนไทยได้ใช้ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพโดยผ่านกระบวนการ วิจัย ทดลอง และผลิตอย่างถูกต้องและทันสมัยเพื่อให้ผู้ใช้ปลอดภัย ปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิว ของผู้ใช้ โดยก่อนการผลิตจะต้องส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก่อน ถึงจะสามารถผลิตออกมาได้ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี และมีคุณภาพ</div><p>&nbsp;</p><div>การเปิดตัวครั้งแรกของสมุนไพร ดร.สาโรช ในปี 2534 ได้แก่ ครีมทาสิว โลชั่นกันแดด สบู่เหลว ครีมทาฝ้า ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดี จนปัจจุบันนี้ได้ผลิต ผลิตภัณฑ์สมุนไพรออกมากว่า 70 รายการครอบคลุม ทุกอย่างตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม มาตรฐาน GMP ได้รับ ISO 9001:2000 ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยตลอดการผลิตนอกจากนี้ สมุนไพร ดร.สาโรชยังมีสวนปลูกสมุนไพรเป็นของตัวเอง เพื่อใช้ในงานวิจัยผลิตภัณฑ์</div><p>&nbsp;</p><div>นอกจากนี้ยังใช้แผนการตลาดแบบ MLM ที่ใช้วิธีการสร้างเครือข่ายเข้ามาช่วยในช่องทางการจัดจำหน่าย และแนะนำสินค้า แก่ผู้บริโภค ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการหา<a
href="http://www.keajon.com/keajon-freeblog/"target="_self"title="รายได้เสริม" >รายได้เสริม</a> ได้มีธุรกิจอิสระ <a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a> และผลตอบแทนที่ดี คุ้มค่า จุดเด่น ของสมุนไพร ดร.สาโรช คือการใช้ ระบบออนไลน์ ที่ให้บริการแก่ผู้บริหารศูนย์ด้วยระบบ คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยครบวงจร เชื่อมโยงบริษัทลูกกับบริษัทแม่ พร้อมการสนับสนุนการขายในทุกๆด้าน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการสต็อกสินค้า เพื่อการบริหารศูนย์และทีมขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยเรื่องการจ่ายผลตอบแทนการขายให้กับสมาชิกอย่างโปร่งใส</div><p>&nbsp;</p><div>ผู้สนใจร่วมลงทุนเป็นผู้บริหารศูนย์ก็สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆโดย มีทำเล สถานที่ และเครื่องคอมพิวเตอร์ และเข้ารับการฝึกอบรมกับทางบริษัท 1-2 วัน และทางบริษัทจะจัดสต็อกสินค้าขั้นต่ำ 50,000 บาทให้กับทางศูนย์ โดยศูนย์จะต้องจ่ายเงินค้ำประกัน 60% ของมูลค่าสินค้า คือ 30,000 บาท หากหยุดกิจการทางบริษัทจะคืนเงินให้ผลกำไรที่ทางศูนย์จะได้รับแน่นอนคือ 6% ในฐานะช่วยกระจายสินค้า และสามารถรักษายอด ขายเดือนละ 50,000 บาทขึ้นไปได้ หากทำยอดได้มากก็จะได้ผลประโยชน์จากการขายอีก สูงสุด 38% ต่อยอด ล้านบาทหากสินค้าขายดีก็สามารถสั่งสินค้าเพิ่มได้ เพิ่มจากหลักหมื่นขึ้นเป็นหลักแสนก็ได้ จะได้รับส่วนลดอีก 25%</div><p>&nbsp;</p><div>ผู้สนใจอยากมีธุรกิจอิสระเป็นของตัวเอง ติดต่อสอบถามได้ที่</div><div>9 ม.2ต.โพธิ์สามต้น อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา 13220 โทร.035-301-720,035-301-729</div><div></div><div><img
src="https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3168865836280322765-3328391471010521858?l=idooidea.blogspot.com" alt="3168865836280322765 3328391471010521858?l=idooidea.blogspot สร้างอาชีพเสริมรายได้ กับสมุนไพร ดร.สาโรช" width="1" height="1" title="สร้างอาชีพเสริมรายได้ กับสมุนไพร ดร.สาโรช" /></div> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/drsaroj-herb/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>เสริมอาชีพกับโคราโตเปา</title><link>http://www.keajon.com/koratopao/</link> <comments>http://www.keajon.com/koratopao/#comments</comments> <pubDate>Sun, 30 Aug 2009 00:31:59 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[กรอบนอก]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[จตุจักร]]></category> <category><![CDATA[จุดเด่น]]></category> <category><![CDATA[ซาลาเปา]]></category> <category><![CDATA[ตลาดนัด]]></category> <category><![CDATA[ทอด]]></category> <category><![CDATA[ทูน่า]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[นุ่มใน]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[น้ำพริก]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[สูตร]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[หมูแดง]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เผือก]]></category> <category><![CDATA[เสื้อ]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b2/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/koratopao/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SpQg_iXBjlI/AAAAAAAAAbo/xyA4oMPW7iA/s400/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%95.gif" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>มาเสริมอาชีพกับโคราโตเปาซาลาเปาเป็นอาหารที่คุ้นเคยกันดี แต่ถ้าเป็นซาลาเปาทอดหลายคนยังไม่รู้จักและเป็นของแปลกใหม่อยากลิ้มลอง คาราโตเปา(KARATO PAO )เป็นซาลาเปาทอดที่ถูกคิดค้นและพัฒนาสูตรขึ้นโดย คุณณัฐิกา เศรษฐา จุดเด่นคือ กรอบนอก นุ่มใน ไม่อมน้ำมัน มีไส้ทั้งไส้หวานและไส้เค็ม มากกว่า 10 ชนิด เช่น ไส้หมู หมูสับ หมูแดง หมูหยองน้ำพริกเผาทูน่า ครีม เผือก ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วแดง ฯลฯ ด้วยความแปลกใหม่ทั้ง รูปแบบและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทำให้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาก ทั้งในและนอกประเทศ โคราโตมีมาตรฐานการผลิตทั้งรสชาติและความสะอาด ทุกขั้นตอนการผลิตได้รับมาตรฐาน GMP ได้รับ อย. จากกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ไว้วางใจได้ในคุณภาพของสินค้า นอกจากนี้โคราโตเปา ยังได้รับความไว้วางใจ ให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพหรือสร้างอาชีพเสริมให้กับกลุ่มผู้สนใจ และเผยแพร่ให้กับหน่วยงานของรัฐหลายๆครั้ง โคราโตเปา ได้เปิดแฟรนไชส์เพื่อให้ผู้สนใจได้มีอาชีพเสริมรายได้ หรือ ทำเป็นอาชีพหลักได้ สำหรับการลงของแฟรนไชส์มีให้เลือก 2 รูปแบบ1.แบบคีออส สแตนเลสชุดเล็ก เคลื่อนย้ายสะดวก ถอดเก็บง่าย (เตาไฟฟ้า 1 [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<a
href="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SpQg_iXBjlI/AAAAAAAAAbo/xyA4oMPW7iA/s1600-h/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%95.gif"><img
id="BLOGGER_PHOTO_ID_5373956531287068242" style="WIDTH: 328px; CURSOR: hand; HEIGHT: 206px" alt="%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%95 เสริมอาชีพกับโคราโตเปา" src="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SpQg_iXBjlI/AAAAAAAAAbo/xyA4oMPW7iA/s400/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%95.gif" border="0" title="เสริมอาชีพกับโคราโตเปา" /></a><br
/><div></div><div>มาเสริมอาชีพกับโคราโตเปาซาลาเปาเป็นอาหารที่คุ้นเคยกันดี แต่ถ้าเป็นซาลาเปาทอดหลายคนยังไม่รู้จักและเป็นของแปลกใหม่อยากลิ้มลอง คาราโตเปา(KARATO PAO )เป็นซาลาเปาทอดที่ถูกคิดค้นและพัฒนาสูตรขึ้นโดย คุณณัฐิกา เศรษฐา จุดเด่นคือ กรอบนอก นุ่มใน ไม่อมน้ำมัน มีไส้ทั้งไส้หวานและไส้เค็ม มากกว่า 10 ชนิด เช่น ไส้หมู หมูสับ หมูแดง หมูหยองน้ำพริกเผาทูน่า ครีม เผือก ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วแดง ฯลฯ ด้วยความแปลกใหม่ทั้ง รูปแบบและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทำให้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาก ทั้งในและนอกประเทศ</div><br
/><div></div><div>โคราโตมีมาตรฐานการผลิตทั้งรสชาติและความสะอาด ทุกขั้นตอนการผลิตได้รับมาตรฐาน GMP ได้รับ อย. จากกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ไว้วางใจได้ในคุณภาพของสินค้า นอกจากนี้โคราโตเปา ยังได้รับความไว้วางใจ ให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพหรือสร้าง<a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a>ให้กับกลุ่มผู้สนใจ และเผยแพร่ให้กับหน่วยงานของรัฐหลายๆครั้ง โคราโตเปา ได้เปิด<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a>เพื่อให้ผู้สนใจได้มีอาชีพเสริมรายได้ หรือ ทำเป็นอาชีพหลักได้</div><br
/><div></div><div>สำหรับการลงของแฟรนไชส์มีให้เลือก 2 รูปแบบ</div><br
/><div></div><div>1.แบบคีออส สแตนเลสชุดเล็ก เคลื่อนย้ายสะดวก ถอดเก็บง่าย (เตาไฟฟ้า 1 หัวครบชุด) ลงทุน 38,000 บาท จะได้รับอุปกรณ์ครบชุดสามารถดำเนินธุรกิจได้ และเสื้อเอี๊ยม 2 ชุด</div><div></div><div>2..แบบคีออส สแตนเลสชุดใหญ่ เหมาะสำหรับตั้งขายประจำเป็นร้าน (เตาไฟฟ้า 1 หัวครบชุด) ลงทุน 48,000 บาท จะได้รับอุปกรณ์ครบชุดสามารถดำเนินธุรกิจได้ และเสื้อเอี๊ยม 2 ชุด<br
/></div><div>เงื่อนไขการลงทุน</div><div>-ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 5,000 บาท</div><div>-เงินประกัน 4,000 บาท</div><div>-รับการอบรมการทำและเทคนิคการขาย ฟรี</div><div>การตั้งราคาจะอยู่ที่ราคาลูกละ 6 บาท โดยต้นทุนจะอยู่ที่ 3.75 บาท กำไร 2.25 บาท/ลูก<br
/></div><div>นอกจากการลงทุนแบบแฟรนไชส์แล้ว ยังมีรูปแบบอีกหนึ่งทางเลือกให้ผู้สนใจอยากทำธุรกิจ โดยสามารถสั่งซื้อสินค้าได้โดยตรงโดยกำหนดการสั่งซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 ลูก เพียงแค่รับสินค้าแช่แข็ง แล้วสมารถนำไปทอดขายได้เลย โดยจะมีการจัดส่งทั่วปะเทศ หรืออาจจะรับแป้งสูตรพิเศษเพื่อนำไปทำเองโดยจะมี VCD สอนการทำโดยละเอียด สามารถทำได้เองง่ายๆ</div><br
/><div></div><div>สนใจธุรกิจติต่อสอบถามได้ที่</div><div>081-821-4031,089-722-8085,02-265-9850,044-370-333 หรือติดต่อที่ KORATO SHOP (ชั้นใต้ดิน) หน้าร้าน JJ. MART ศูนย์การค้า เจเจ.มอลล์ ตลาดนัดติดแอร์สวนจตุจักร กรุงเทพฯ<br
/></div><div>โคราโตเปา ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะแปลกใหม่และไร้คู่แข่ง อนาคตน่าจับตามอง ท่านที่อยากมีอาชีพเสริม ลองหาทำเลการขายดีๆ ใกล้ชุมชนหรือแหล่ง สถานศึกษา ตลาด ทดลองขายน่าจะดีไม่น้อย</div><div></div><div><img
width="1" height="1" src="https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3168865836280322765-4029545810182983492?l=idooidea.blogspot.com" title="เสริมอาชีพกับโคราโตเปา" alt="3168865836280322765 4029545810182983492?l=idooidea.blogspot เสริมอาชีพกับโคราโตเปา" /></div>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/koratopao/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น งานพิเศษของ เวฟ สาริน บางยี่ขัน</title><link>http://www.keajon.com/wave-sarin/</link> <comments>http://www.keajon.com/wave-sarin/#comments</comments> <pubDate>Sat, 29 Aug 2009 18:50:34 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[อาชีพคนดัง]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[การเพาะเห็ด]]></category> <category><![CDATA[ฝึกอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพดารา]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เวฟ สาริน]]></category> <category><![CDATA[เห็ดโคนญี่ปุ่น]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2194</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/wave-sarin/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.komchadluek.net/media/img/size1/2009/07/23/57hf76dgii8c6e5ahbbga.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ยามว่างจากงานละคร ?สาริน บางยี่ขัน? ดารานักแสดงชื่อดัง ก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่กับวิถีเกษตรกร &#160; ว่างงานแสดงเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น อีกทางเลือก ?สาริน บางยี่ขัน? ด้วยการยึดอาชีพเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นหรือเห็ดยานางิ เพื่อเป็นรายได้เสริม หวังให้เป็นอาชีพสร้างรายได้ในบั้นปลายของชีวิต โดยเจียดพื้นที่กว่า 1 ไร่เศษในท้องที่ ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สร้างฟาร์มเห็ดโคนญี่ปุ่นครบวงจรแห่งแรก ชื่อ วิภพ ฟาร์ม ?ปกติเป็นคนชอบทานเห็ดอยู่แล้ว โดยเฉพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นจะชอบมาก ทานเป็นประจำ และตั้งใจอยากจะมีฟาร์มเห็ดเป็นของตัวเอง บังเอิญว่าช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว โครงการ คม ชัดลึก ฝึกอาชีพ เปิดอบรมหลักสูตรการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นก็เลยลองสมัครเรียนดู? สารินเผยต่อว่า จากการเข้าร่วมอบรมหลักสูตรเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในครั้งนั้น ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีความรู้มาก่อน อาจารย์สอนดีมาก เนื้อหาการเรียนการสอนส่วนใหญ่จะเน้นการปฏิบัติจริง เริ่มตั้งแต่การฝึกทำก้อนเห็ด การเขี่ยเชื้อ การนึ่งก้อนเชื้อ การสร้างโรงเรือน การรู้จักคำนวณต้นทุนทั้งระบบ เทคนิคการเก็บดอกเห็ด ตลอดจนการดูแลดอกเห็ดให้อยู่ได้นานที่สุด ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่สามารถเรียนรู้ในตำราได้ แต่จะต้องฝึกทดลองปฏิบัติจริงๆ เท่านั้น ?ผมยอมรับว่าการอบรม 2 วัน 1 [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<h3><span
style="color: #0000ff;">ยามว่างจากงานละคร ?สาริน บางยี่ขัน? ดารานักแสดงชื่อดัง  ก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่กับวิถีเกษตรกร</span></h3><p>&nbsp;</p><p><img
src="http://www.komchadluek.net/media/img/size1/2009/07/23/57hf76dgii8c6e5ahbbga.jpg" alt="57hf76dgii8c6e5ahbbga เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น งานพิเศษของ เวฟ สาริน บางยี่ขัน"  title="เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น งานพิเศษของ เวฟ สาริน บางยี่ขัน" /><br
/><em>ว่างงานแสดงเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น อีกทางเลือก ?สาริน  บางยี่ขัน?</em></p><p>ด้วยการยึดอาชีพเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นหรือเห็ดยานางิ เพื่อเป็น<a
href="http://www.keajon.com/keajon-freeblog/"target="_self"title="รายได้เสริม" >รายได้เสริม</a> หวังให้เป็นอาชีพ<a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a>ในบั้นปลายของชีวิต โดยเจียดพื้นที่กว่า 1  ไร่เศษในท้องที่ ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี  สร้างฟาร์มเห็ดโคนญี่ปุ่นครบวงจรแห่งแรก ชื่อ วิภพ ฟาร์ม</p><p>?ปกติเป็นคนชอบทานเห็ดอยู่แล้ว โดยเฉพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นจะชอบมาก ทานเป็นประจำ  และตั้งใจอยากจะมีฟาร์มเห็ดเป็นของตัวเอง บังเอิญว่าช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว  โครงการ คม ชัดลึก <a
href="http://www.keajon.com/training_course/"target="_self"title="ข่าวฝึกอาชีพ" >ฝึกอาชีพ</a> เปิดอบรมหลักสูตรการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นก็เลยลองสมัครเรียนดู?</p><p>สารินเผยต่อว่า จากการเข้าร่วมอบรมหลักสูตรเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในครั้งนั้น  ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ทั้งๆ  ที่ไม่เคยมีความรู้มาก่อน อาจารย์สอนดีมาก  เนื้อหาการเรียนการสอนส่วนใหญ่จะเน้นการปฏิบัติจริง เริ่มตั้งแต่การฝึกทำก้อนเห็ด  การเขี่ยเชื้อ การนึ่งก้อนเชื้อ การสร้างโรงเรือน การรู้จักคำนวณต้นทุนทั้งระบบ  เทคนิคการเก็บดอกเห็ด ตลอดจนการดูแลดอกเห็ดให้อยู่ได้นานที่สุด ซึ่งสิ่งต่างๆ  เหล่านี้ไม่สามารถเรียนรู้ในตำราได้ แต่จะต้องฝึกทดลองปฏิบัติจริงๆ เท่านั้น</p><p>?ผมยอมรับว่าการอบรม 2 วัน 1 คืนที่สวนเห็ดจิรวุฒิ  ทำให้เข้าใจถึงกระบวนการเพาะเห็ดอย่างทะลุปรุโปร่งในทุกขั้นตอน  จากนั้นในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันก็ลงทุนสร้างโรงเรือนจำนวน 3  หลังเพื่อทดลองทำเองดู โดยเริ่มจากซื้อก้อนเชื้อเห็ดจากสวนเห็ดของอาจารย์ (จิรวุฒิ  อินทรานุกูล) จำนวน 1.5 หมื่นก้อน ก้อนละ 10 บาท ใส่โรงเรือนละ 5,000 ก้อน  ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด เพราะดอกเห็ดออกมากจนเก็บไม่ทัน?  เจ้าของวิภพฟาร์มกล่าวอย่างภูมิใจ</p><p>ผลจากความสำเร็จดังกล่าวทำให้เขาได้ขยายพื้นที่เพิ่มจากเดิม 3 โรงเรือนเพิ่มเป็น  6 โรงเรือน ซึ่งตั้งอยู่ในละแวกเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว  พร้อมกับลงทุนสร้างโรงผลิตก้อนเชื้อ เตานึ่ง และอุปกรณ์ทำก้อนทั้งหมด  เพื่อที่จะผลิตก้อนเชื้อเอง ซึ่งจะทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น  หากหวังจะยึดเป็นอาชีพในระยะยาว</p><p>?สำหรับโรงทำก้อนเชื้อขณะนี้ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว  อยู่ระหว่างการเตรียมทำก้อน หลังก้อนเห็ดทั้ง 3 โรงเรือน หมดสภาพในอีกไม่เกิน 3  เดือนข้างหน้า จากนั้นก็จะใช้ก้อนเชื้อใหม่ที่ทำขึ้นมาเองใส่พร้อมกันทั้ง 6  โรงเรือนทันที?</p><p>กว่า 6 เดือนที่ผลผลิตเห็ดรุ่นแรกจาก ?วิภพ ฟาร์ม? ได้ให้ผลผลิต  แม้จะยังมีกำไรไม่มากนัก  เนื่องจากผลผลิตส่วนใหญ่จะนำไปแจกจ่ายให้แก่เพื่อนบ้านใกล้เคียงลองรับ ประทาน  ส่วนที่เหลือก็ส่งให้แม่ค้าในตลาดทั้งในตัวเมืองกาญจนบุรีและที่กรุงเทพฯ สนนในราคา  160 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสดและความสมบูรณ์ของดอกเห็ดด้วย</p><p>จึงไม่แปลกหากเห็นสารินจะขลุกอยู่กับฟาร์มเห็ดของเขาในช่วงวันหยุดสุด  สัปดาห์หรือว่างเว้นจากงานแสดงเพื่อมาทำในสิ่งที่ตัวเองรัก  ที่หวังจะยึดเป็นอาชีพสุดท้ายในบั้นปลายของชีวิต</p><p>และในวันที่ 1-2 สิงหาคม 2552 นี้ โครงการ ?คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ?  จะเปิดอบรมหลักสูตรการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นอีกครั้ง ณ สวนเห็ดจิรวุฒิ อ.เมือง  จ.ชัยภูมิ โดย อ.จิรวุฒิ อินทรานุกูล เจ้าของสวนและทีมงานจะถ่ายทอดเทคนิคต่างๆ  ให้อย่างหมดเปลือกเหมือนเดิม สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่  โทร.0-2338-3356-7 (รับเพียง 40 ท่าน)</p><p>สุรัตน์ อัตตะ<br
/><img
title="komchadluk" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/komchadluk.jpg" alt="komchadluk เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น งานพิเศษของ เวฟ สาริน บางยี่ขัน" width="223" height="61" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/wave-sarin/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>3</slash:comments> </item> </channel> </rss>
