<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; พลาสติก</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/plassticc/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Mon, 30 Jan 2012 22:09:14 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา</title><link>http://www.keajon.com/spa-business-news/</link> <comments>http://www.keajon.com/spa-business-news/#comments</comments> <pubDate>Thu, 17 Dec 2009 20:52:28 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การลงทุน]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ข่าว]]></category> <category><![CDATA[ครอบครัว]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[คุณภาพ]]></category> <category><![CDATA[จุดเด่น]]></category> <category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category> <category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category> <category><![CDATA[ทำธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจส่วนตัว]]></category> <category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[บริสุทธิ์]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ผิวหน้า]]></category> <category><![CDATA[ผ่อนคลาย]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[ร้านสปา]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[ลงทุนต่ำ]]></category> <category><![CDATA[สปา]]></category> <category><![CDATA[สอน]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[หอม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เปิดร้าน]]></category> <category><![CDATA[เพิ่มรายได้]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐี]]></category> <category><![CDATA[เสริมสวย]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=3037</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/spa-business-news/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://3.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMEokGPWwI/AAAAAAAAAh4/hHsEds8WSbo/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B21.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ข่าวดีสำหรับท่านที่ต้องการเปิดร้านสปา หรืออยากมีธุรกิจสปาเป็นของตัวเอง เปิดธุรกิจร้านสปาเพื่อความงาม ยอดขายอันดับ 1 ของเอเชีย สอนฟรีตลอดชีพ คุ้มสุดๆๆ ด้วยเงินลงทุนต่ำมาก**การันตีคืนทุนภายใน 1-3 เดือน** เปิดรับสมัครผู้สนใจประกอบกิจการร้านสปา ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้&#8220;ผลกำไร ทำให้คุณเศรษฐีได้&#8221;ต้องการผู้ร่วมลงทุน เพื่อขยายสาขาหากคุณคือ คนที่กำลังมองหาธุรกิจส่วนตัว ที่ฝากชีวิตได้ ทั้งครอบครัวไม่มีความเสี่ยง มีระบบช่วยเหลือและทีมที่ปรึกษามืออาชีพรองรับ&#8230;&#8230;&#8230;.สามารถพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ เราคือ คำตอบ สำหรับคุณ !ลักษณะของธุรกิจร้านสปาเพื่อความงาม เป็นสปาหน้า สปาเท้า ผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างในการทำตลาด เราเน้นสินค้าที่ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทยเพื่อสร้างความแตกต่างในการทำธุรกิจ และต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เราเป็นผู้นำเข้าเพียงหนึ่งเดียวเพื่อให้ธุรกิจของคุณไร้คู่แข่ง และสนับสนุนการทำสื่อการตลาดทุกรูปแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจ และเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย จุดเด่นของธุรกิจลงทุนต่ำ กำไรสูง ลงทุนครั้งเดียวสร้างรายได้ตลอดชีวิตสินค้าคุณภาพสูง ราคาย่อมเยาเป็นที่ต้องการของตลาดไม่มีความเสี่ยง มีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวเป็นเฟรนไชส์ที่อยู่ในแนวโน้มของตลาดโลก สร้างความสำเร็จให้เจ้าของร้านได้สามารถเปิดร้านได้ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดในประเทศไทยมีบริการให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมงานมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านความงามบริหารเวลาได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งธุรกิจ และ ครอบครัวมีระบบ Support สำหรับลูกค้าที่ต้องการทำธุรกิจต่อจากคุณเพียงคุณมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า และมีเงินทุน ขั้นต่ำ 30,000-500,000.- บาทนอกนั้นเราจะช่วยคุณ จนประสบความสำเร็จตามที่คุณต้องการ ตารางคำนวนรายได้บริการสปา จำนวนลูกค้ารายได้ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<div><div><div><a
href="http://3.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMEokGPWwI/AAAAAAAAAh4/hHsEds8WSbo/s1600-h/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B21.jpg"><img
id="BLOGGER_PHOTO_ID_5400665473078483714" src="http://3.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMEokGPWwI/AAAAAAAAAh4/hHsEds8WSbo/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B21.jpg" border="0" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B21 ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" width="407" height="81" title="ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" /></a><br
/><br
/><div>ข่าวดีสำหรับท่านที่ต้องการเปิดร้านสปา หรืออยากมีธุรกิจสปาเป็นของตัวเอง</div><div>เปิดธุรกิจร้านสปาเพื่อความงาม ยอดขายอันดับ 1 ของเอเชีย สอนฟรีตลอดชีพ คุ้มสุดๆๆ ด้วยเงินลงทุนต่ำมาก<br
/><span>**การันตีคืนทุนภายใน 1-3 เดือน**</span></div> <br
/><br
/><div><br
/><a
href="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMF59aR3ZI/AAAAAAAAAiI/E1dBanJYp3I/s1600-h/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B23.jpg"><img
id="BLOGGER_PHOTO_ID_5400666871442824594" style="width: 320px; height: 255px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMF59aR3ZI/AAAAAAAAAiI/E1dBanJYp3I/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B23.jpg" border="0" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B23 ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา"  title="ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" /></a><br
/>เปิดรับสมัครผู้สนใจประกอบกิจการร้านสปา ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้<br
/>&#8220;ผลกำไร ทำให้คุณเศรษฐีได้&#8221;<br
/>ต้องการผู้ร่วมลงทุน เพื่อขยายสาขา<br
/>หากคุณคือ คนที่กำลังมองหา<a
href="http://www.keajon.com/sitemap/"target="_self"title="ธุรกิจส่วนตัว" >ธุรกิจส่วนตัว</a> ที่ฝากชีวิตได้ ทั้งครอบครัวไม่มีความเสี่ยง มีระบบช่วยเหลือและทีมที่ปรึกษามืออาชีพรองรับ&#8230;&#8230;&#8230;.<br
/>สามารถพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ เราคือ คำตอบ สำหรับคุณ !<br
/>ลักษณะของธุรกิจ<br
/>ร้านสปาเพื่อความงาม เป็นสปาหน้า สปาเท้า ผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างในการทำตลาด เราเน้นสินค้าที่ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทยเพื่อสร้างความแตกต่างในการทำธุรกิจ และต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เราเป็นผู้นำเข้าเพียงหนึ่งเดียวเพื่อให้ธุรกิจของคุณไร้คู่แข่ง และสนับสนุนการทำสื่อการตลาดทุกรูปแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจ และเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย</div> <span> </span><br
/><a
href="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMF5nfKTgI/AAAAAAAAAiA/QV5rmzJgvB8/s1600-h/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B22.jpg"><img
id="BLOGGER_PHOTO_ID_5400666865557720578" style="width: 234px; height: 320px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMF5nfKTgI/AAAAAAAAAiA/QV5rmzJgvB8/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B22.jpg" border="0" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B22 ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา"  title="ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" /></a><br
/><br
/><br
/><div><span> </span></div><div><span>จุดเด่นของธุรกิจ<br
/></span>ลงทุนต่ำ กำไรสูง ลงทุนครั้งเดียว<a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a>ตลอดชีวิต<br
/>สินค้าคุณภาพสูง ราคาย่อมเยา<br
/>เป็นที่ต้องการของตลาด<br
/>ไม่มีความเสี่ยง มีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว<br
/>เป็นเฟรนไชส์ที่อยู่ในแนวโน้มของตลาดโลก สร้างความสำเร็จให้เจ้าของร้านได้<br
/>สามารถเปิดร้านได้ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดในประเทศไทย<br
/>มีบริการให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมงานมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม<br
/>บริหารเวลาได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งธุรกิจ และ ครอบครัว<br
/>มีระบบ Support สำหรับลูกค้าที่ต้องการทำธุรกิจต่อจากคุณ<br
/>เพียงคุณมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า และมีเงินทุน ขั้นต่ำ 30,000-500,000.- บาท<br
/>นอกนั้นเราจะช่วยคุณ จนประสบความสำเร็จตามที่คุณต้องการ</div> <br
/><div><span>ตารางคำนวนรายได้<br
/></span>บริการสปา จำนวนลูกค้ารายได้ / วันรายได้ / เดือน<br
/>ทำหน้า นวดหน้า 10 คน / วัน 3,000.- 90,000.-<br
/>ทำสปาเท้า 10 คน / วัน 3,000.- 90,000.-<br
/>สินค้า Home Us 10 คน / วัน 10,000 x 30 % = 3,000.- 90,000.-</div> <br
/><div><span>รวมรายได้ประมาณทั้งหมด / เดือน 270,000.-</span></div> <br
/><a
href="http://4.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMGfRhhO1I/AAAAAAAAAiQ/7rF_XDsmyrI/s1600-h/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B24.jpg"><img
id="BLOGGER_PHOTO_ID_5400667512497060690" style="width: 320px; height: 211px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_uO8LJ-4Amn0/SvMGfRhhO1I/AAAAAAAAAiQ/7rF_XDsmyrI/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B24.jpg" border="0" alt="%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B24 ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา"  title="ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" /></a><br
/><br
/><div><span>..พิเศษสุดสำหรับเดือนนี้เท่านั้น..</span><br
/>สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในรูปแบบเสริมธุรกิจที่มีอยู่ในลักษณะเพิ่มตัวเลือกในการ<br
/>บริการให้ลูกค้า และ เพิ่มรายได้ให้แก่ร้านค้าของท่าน เช่น ร้านสปา ร้านเสริมสวย<br
/>โรงแรม คลีนิค เป็นต้น ทางบริษัทพร้อมสนับสนุนตามเงินทุนที่ท่านต้องการได้<br
/>มูลค่าการลงทุนขั้นต้นเพียง <span>30,000 บาท</span> เท่านั้น<br
/>ตัวอย่างผลิตภัณฑ์บางส่วน</div><div>แผ่นมาร์คหน้าทองคำ แผ่นมาร์คเจลทองคำ 4 IN 1 สกัดจากธรรมชาติ<br
/>มาร์คเจลทองคำ 4 IN 1 สกัดจากธรรมชาติ Hi-Collagen Mask ช่วยให้หน้าขาวใส :<br
/>- มีน้ำแร่จากธรรมชาติ- มอยเจอร์ไรเซอร์- ผงไข่มุกทองคำ- คอลลาเจน<br
/>อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างมาร์คเจลทองคำและมาร์คหน้ากากกระดาษทั่วไป</div><div>1.ลักษณะของเนื้อ มาร์คเจลทองคำจะใสเหมือนคริสตัล<br
/>2.การใช้งานง่ายสะดวก บรรจุอยู่ในถาดพลาสติกใส เพียงเกาะซองนำออกมาใช้ได้ทันที<br
/>3.สกัด มาจากคลอเจนจากพืช จะค่อยๆดูดซึมลงไปเมื่อโดนกับความร้อนในร่างกายของเรา ซึ่งมาร์คปกติทั่วไป การดูดซึมจะน้อยกว่าเพราะสารสกัดสำคัญจะยังตกค้างอยู่ในกระดาษมาร์ค<br
/>4.ประสิทธิภาพ ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ทำให้ออกมาใกล้เคียงกับผิวของเรามากที่สุด ช่วยให้การดูดซึมได้ง่าย ส่งผลให้หลังการมาร์คเพียงครั้งเดียว ผิวหน้ากระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน<br
/><br
/><span>DetoxClear</span><br
/>1. Hi-Detoxclear 2 IN 1 MAKE-UP REMOVER AND CLEANSING GELผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ดีทอกซ์สารพิษ (เหมาะสำหรับทุกสภาผิว)<br
/>คุณสมบัติ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่อุดมด้วยสารทำความสะอาดที่ปลอดภัยต่อผิว เนื้อเจลใส เนียนนุ่ม สามารถชำระล้างไขมัน สิ่งสกปรกและสารพิษตกค้างบนใบหน้า ให้หลุดออกอย่างง่ายดาย ทำให้ผิวสะอาด เรียบเนียน สดใส และอ่อนนุ่ม เพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิว พร้อมทั้งกระชับรูขุมขน และทำให้ผิวกระชับทันทีหลังจากใช้ หลังทำความสะอาดผิวจะรู้สึกได้เลยว่าผิวไม่มัน ชุ่มชื้น และผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ</div><div>2.Hi-Detoxclear LIQUOR OXY MASK ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมีปัญหา สิว ฝ้า กระ ผิวหน้าหมองคล้ำ คุณสมบัติ ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด จากการผลัดเจลให้ซึมลึกสู่ผิวหน้าโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือแพทย์ จากอนูฟองนุ่ม บางเบาแปลงสภาพเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ทำหน้าที่นำพาคุณประโยชน์ต่างๆ ที่อยู่ในเนื้อเจลให้ซึมลึกลงสู่ผิวชั้นใน และในขณะที่ฟองกำลังซึมสู่ผิว</div><div>3.Hi-Detoxclear PURITY OXY MASK ผลิตภัณฑ์สำหรับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบาง คุณสมบัติ ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด จากการผลักเจลให้ซึมลึกสู่ผิวหน้าโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือแพทย์ จากอนูฟองนุ่ม บางเบาแปลงสภาพเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ทำหน้าที่นำพาคุณประโยชน์ต่างๆ ที่อยู่ในเนื้อเจลให้ซึมลึกลงสู่ผิวชั้นใน และในขณะที่ฟองกำลังซึมสู่ผิว ทำให้เซลล์ผิวได้ออกกำลังกายทำให้เซลล์ผิวตื่นตัว เซลล์ผิวจะแข็งแรง ผิวขาวใส ชุ่มชื้น อ่อนนุ่มมีสปริง</div><div>ถ้าคุณต้องการร่วมเป็น<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a>กับเรา เข้าสามารถเข้ามาทดลองผลิตภัณฑ์ก่อนโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆทั้งสิ้น ที่บริษัทโดยตรง โทรนัดหมายวัน เวลาได้ที่ คุณจิรนันท์(นุ้ย)<br
/>083-7914789,086-3282269<br
/>E-mail : <a
href="mailto:jiranan_nuy@hotmail.com"></a><a
href="mailto:jiranan_nuy@hotmail.com">jiranan_nuy@hotmail.com</a></div> <br
/><div>ท่านใดอยากทำธุรกิจสปาลองติดต่อสอบถามไปตามที่อยู่และ อีเมลล์ที่ลงไว้ได้นะครับ โอกาสมาถึงท่านแล้ว</div></div></div></div><div><img
src="https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3168865836280322765-6696509665810907037?l=idooidea.blogspot.com" alt="3168865836280322765 6696509665810907037?l=idooidea.blogspot ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" width="1" height="1" title="ข่าวดีสำหรับ ท่านที่อยากเปิดร้านสปา" /></div> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/spa-business-news/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>8</slash:comments> </item> <item><title>การทำไข่เค็มสมุนไพร ขายง่ายรายได้งาม</title><link>http://www.keajon.com/salted-egg/</link> <comments>http://www.keajon.com/salted-egg/#comments</comments> <pubDate>Wed, 07 Oct 2009 22:16:58 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[กรรมวิธี]]></category> <category><![CDATA[กระดาษสา]]></category> <category><![CDATA[การถนอมอาหาร]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[ขนม]]></category> <category><![CDATA[ขนมไหว้พระจันทร์]]></category> <category><![CDATA[ขั้นตอนการทำ]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ข้าว]]></category> <category><![CDATA[ครอบครัว]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[คุณภาพ]]></category> <category><![CDATA[งานวิจัย]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[จีน]]></category> <category><![CDATA[จุดเด่น]]></category> <category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category> <category><![CDATA[ทำอาหาร]]></category> <category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category> <category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[วิธีการทำ]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[สมุนไพร]]></category> <category><![CDATA[สุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[สูตร]]></category> <category><![CDATA[อร่อย]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกลือ]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[ไก่]]></category> <category><![CDATA[ไข่เค็ม]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไหว้พระจันทร์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2612</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/salted-egg/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0909/29/page10/n2.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="การทำไข่เค็มสมุนไพร สูตรพอกเยื่อฟางข้าว" title="" /></a>ไข่เค็มสมุนไพร พอกเยื่อฟางข้าว ขึ้นชื่อว่า ?ไข่? แล้วไม่ว่าจะเป็นไข่อะไร ก็อร่อยและได้คุณค่าอาหารไม่แตกต่างกัน แต่สำหรับยุคสมัยนี้ ไข่อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะนอกจาก ราคาถูก คุณค่าอาหารต้องทวีคูณด้วย อาจารย์สุภกาญจน์ พรหมขันธ์ จากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการผลิตอาหาร คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตสกลนคร จึงคิดค้นงานวิจัย ?ผลิตไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าว? ที่นอกจากเพิ่มคุณค่าทางอาหารสำหรับคนรักสุขภาพแล้ว ยังเป็นการช่วยเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย เพราะปัจจุบันดินจอมปลวกที่ใช้ทำไข่เค็มนั้นเริ่มขาดแคลน เรื่อย ๆ แล้ว อ.สุภกาญจน์ เล่าว่า ปัจจุบันดินจอมปลวกที่ใช้ทำไข่เค็มนั้นเริ่มขาดแคลนรวมถึงมีขั้นตอนการเตรียมดินที่ยุ่งยาก อีกทั้งกำไรต่ำมากเมื่อเทียบกับต้นทุนแรงงาน ดังนั้น หากสามารถนำวัสดุอื่นที่มีในท้องถิ่นและหาได้ง่ายมาพอกไข่แทนดินได้ จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ผลิตและผู้บริโภคในการนำไปบริโภคและจำหน่ายโดยไม่ต้องเสียเวลาในการทำความสะอาด ?ไข่เค็ม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการถนอมอาหารโดยใช้เกลือ เพื่อให้ไข่เก็บไว้ได้นานขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับไข่ด้วย มีทั้งไข่เป็ดเค็ม ไข่ไก่เค็ม และไข่นกกระทาเค็ม ซึ่งไข่เค็ม เป็นอาหารที่คนไทยนิยมรับประทานกันมาก เนื่องจากมีวิธีการทำง่าย สะดวกในการรับประทาน และใช้ประกอบอาหารอื่นได้มาก เช่น ทำอาหารคาว ทำไส้ขนมเปี๊ยะ ไส้ขนมไหว้พระจันทร์ ใช้ตกแต่งอาหารบางอย่าง เป็นต้น? สำหรับยุคนี้ ?ไข่เค็ม? อย่างเดียวคงไม่พอ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
src="http://www.dailynews.co.th/content/images/0909/29/page10/n2.jpg" alt="n2 การทำไข่เค็มสมุนไพร ขายง่ายรายได้งาม"  title="การทำไข่เค็มสมุนไพร ขายง่ายรายได้งาม" /><br
/> <em>ไข่เค็มสมุนไพร พอกเยื่อฟางข้าว</em></p><p>ขึ้นชื่อว่า ?ไข่? แล้วไม่ว่าจะเป็นไข่อะไร ก็อร่อยและได้คุณค่าอาหารไม่แตกต่างกัน แต่สำหรับยุคสมัยนี้ ไข่อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะนอกจาก ราคาถูก คุณค่าอาหารต้องทวีคูณด้วย</p><p>อาจารย์สุภกาญจน์ พรหมขันธ์ จากสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการผลิตอาหาร คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตสกลนคร จึงคิดค้นงานวิจัย ?ผลิตไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าว? ที่นอกจากเพิ่มคุณค่าทางอาหารสำหรับคนรักสุขภาพแล้ว ยังเป็นการช่วยเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย เพราะปัจจุบันดินจอมปลวกที่ใช้ทำไข่เค็มนั้นเริ่มขาดแคลน เรื่อย ๆ แล้ว</p><p>อ.สุภกาญจน์ เล่าว่า ปัจจุบันดินจอมปลวกที่ใช้ทำไข่เค็มนั้นเริ่มขาดแคลนรวมถึงมีขั้นตอนการเตรียมดินที่ยุ่งยาก อีกทั้งกำไรต่ำมากเมื่อเทียบกับต้นทุนแรงงาน ดังนั้น หากสามารถนำวัสดุอื่นที่มีในท้องถิ่นและหาได้ง่ายมาพอกไข่แทนดินได้ จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ผลิตและผู้บริโภคในการนำไปบริโภคและจำหน่ายโดยไม่ต้องเสียเวลาในการทำความสะอาด</p><p>?ไข่เค็ม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการถนอมอาหารโดยใช้เกลือ เพื่อให้ไข่เก็บไว้ได้นานขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับไข่ด้วย มีทั้งไข่เป็ดเค็ม ไข่ไก่เค็ม และไข่นกกระทาเค็ม ซึ่งไข่เค็ม เป็นอาหารที่คนไทยนิยมรับประทานกันมาก เนื่องจากมีวิธีการทำง่าย สะดวกในการรับประทาน และใช้ประกอบอาหารอื่นได้มาก เช่น ทำอาหารคาว ทำไส้ขนมเปี๊ยะ ไส้ขนมไหว้พระจันทร์ ใช้ตกแต่งอาหารบางอย่าง เป็นต้น?</p><p>สำหรับยุคนี้ ?ไข่เค็ม? อย่างเดียวคงไม่พอ เพราะใคร ๆ ก็นิยมรักสุขภาพกันมากขึ้น อ.สุภกาญจน์ เล่าต่อถึงจุดเด่นของไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าว ว่านอกจากขั้นตอนการทำและวัสดุในการพอกสามารถหาได้ง่ายแล้วสิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างก็คือการใช้สมุนไพรอย่างตะไคร้ ใบมะกรูด และสมุนไพรอื่น ๆมาผสมกับเยื่อฟางข้าวสำหรับพอกไข่ซึ่งนอกจากจะลดความคาวของไข่แล้วยังได้กลิ่นสมุนไพรเวลารับประทานด้วย และที่สำคัญยังลดการใช้เกลือโซเดียมคลอไรด์โดยใช้เกลือโปแตสเซียมคลอไรด์แทน จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนรักสุขภาพ</p><p>การทำไข่เค็มมี 2 วิธี คือไข่เค็มที่ได้จากการนำไข่เป็ดสดมาแช่ในสารละลายเกลือ ที่มีความเข้มข้นร้อยละ 20-25 เป็นเวลานาน 15-20 วัน และไข่เค็มพอก ที่เป็นวิธีการดั้งเดิมของชาวจีน และปฏิบัติต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ โดยใช้ดินเหนียวซึ่งปัจจุบันนิยมใช้ดินจอมปลวกผสมกับเกลือเข้มข้นร้อยละ 25-30 จนดินนิ่มสามารถปั้นเป็นก้อนได้ จึงนำดินมาพอกไข่ไว้เป็นเวลานาน 10-15 วัน ไข่เค็มพอกดินที่ขึ้นชื่อในบ้านเราได้แก่ไข่เค็มไชยา ไข่เค็มปักธงชัย เป็นต้น</p><p>แต่ ?ไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าว? อ.สุภกาญจน์ บอกว่า ขั้นตอนการทำนั้นเริ่มจาก การเตรียมไข่เป็ดสดโดยนำไข่เป็ดขนาดกลางที่มีอายุการเก็บไม่เกิน 1 สัปดาห์ มาล้างทำความสะอาดและเช็ดให้แห้ง คัดไข่ที่แตกและมีรอยร้าว ออก เพื่อป้องกันไข่เน่าระหว่างการพอก จากนั้นเตรียมเยื่อฟางข้าวโดยคัดคุณภาพของฟางข้าวที่ได้จากการเก็บใหม่ ๆ ที่มีอายุการเก็บรักษาไม่เกิน 3-4 เดือน ฟางข้าวจะต้องไม่ผุ ไม่ขึ้นรา และไม่มีกลิ่นเหม็นอับ นำฟางข้าวที่คัดมาตากแดดให้แห้ง เก็บใส่ถุงพลาสติกที่ปิดสนิท</p><p>ส่วน ขั้นตอนการต้มเยื่อฟางข้าว ที่ดัดแปลงจากกรรมวิธีการผลิตกระดาษสาด้วยวิธีชาวบ้านคือ ชั่งน้ำหนักฟางข้าวแห้งเติมน้ำต่อฟางข้าวในอัตราส่วน 1 ต่อ 8 และหาวัสดุหนัก ๆ มากดทับฟางข้าว แช่ทิ้งไว้ 1 คืน นำฟางข้าวที่แช่น้ำมาต้มที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นาน 40 นาที ในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ความเข้มข้น ร้อยละ 2 จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดจนเยื่อฟางข้าวมีความเป็นกรดด่าง (pH) ประมาณ 7-7.5 จากนั้นนำเยื่อฟางข้าวที่ได้มาอบแห้งที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส นาน 6-8 ชั่วโมง หรือตากแดดนาน 1 วันก็จะได้เยื่อฟางข้าวที่พร้อมใช้งานได้ตลอด โดยสามารถเก็บในถุงพลาสติกที่ปิดสนิทเพื่อใช้ในขั้นตอนต่อไป</p><p>ต่อมา ขั้นตอนการเตรียมเกลือโซเดียมคลอไรด์เริ่มจากนำไปอบในตู้อบอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 3 ชั่วโมง จนเกลือแห้ง นำไปบดแล้วร่อนผ่านตะแกรงขนาด 1 มิลลิเมตร เก็บใส่ถุงพลาสติกที่ปิดสนิท เพียงเท่านี้ก็พร้อมสำหรับการผลิตไข่เค็มที่มีขั้นตอนคือ นำเยื่อฟางข้าวที่เตรียมไว้มาผสมกับน้ำ เกลือ และน้ำสมุนไพรตามต้องการจะได้เยื่อฟางข้าวที่เปียกหลังจากนั้นก็สามารถนำไปพอกหุ้มไข่เป็ดที่เตรียมเอาไว้ จากนั้นนำไข่ที่พอกเสร็จบรรจุใส่ถุงพลาสติกชนิดมีซิปเก็บไว้นาน 25 วัน เพียงเท่านี้ก็จะได้ไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าวสำหรับจำหน่ายและรับประทานในครอบครัว</p><p>อ.สุภกาญจน์ บอกว่า ต้นทุนในการทำไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าวนั้นอยู่ที่ฟองละประมาณ 5 บาทและสามารถขายได้ในราคาฟองละ 8 บาท ขึ้นไป</p><p>ผู้สนใจสามารถเข้าไปขอสูตรรวมถึงขอคำแนะนำในการผลิตไข่เค็มสมุนไพรชนิดโซเดียมต่ำพอกด้วยเยื่อฟางข้าวได้ตลอดที่ อ.สุภกาญจน์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการผลิตอาหาร คณะทรัพยากรธรรมชาติ มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร โทร. 08-7806-6587, 08-7806-6587.</p><p><img
class="alignnone size-full wp-image-19" title="dailynews" src="http://news.enterfarm.com/wp-content/uploads/2008/09/dailynews.gif" alt="dailynews การทำไข่เค็มสมุนไพร ขายง่ายรายได้งาม" width="162" height="52" /></p><p><span
style="font-size: xx-small;">ช่วยกันสนับสนุนสื่อที่มีคุณภาพด้วยครับ</span></p><p><img
src="http://feeds.feedburner.com/~r/kasetnews/~4/quSGZgjbxQw" alt=" การทำไข่เค็มสมุนไพร ขายง่ายรายได้งาม" width="1" height="1" title="การทำไข่เค็มสมุนไพร ขายง่ายรายได้งาม" /></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/salted-egg/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>กัดลายแก้ว งานสวย รายได้งาม</title><link>http://www.keajon.com/crystal-design/</link> <comments>http://www.keajon.com/crystal-design/#comments</comments> <pubDate>Mon, 14 Sep 2009 15:02:22 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียงานประดิษฐ์]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[น้ำยาล้างจาน]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category> <category><![CDATA[ลายไทย]]></category> <category><![CDATA[วิธีทำ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[แก้ว]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <category><![CDATA[ไอเดีย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/crystal-design/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/09/glass-of-water.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="glass-of-water" title="glass-of-water" /></a>กัดลายแก้ว รายได้งาม &#160; แก้วน้ำธรรมดา่ ใครจะคิดว่าจะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ ง่าย ๆ ครับ แค่สร้างสรรค์ สิ่งใหม่ ๆ ใส่ไอเดียร์ เข้าไปอีกนิดก็สวยงามแล้วครับ วันนี้จะมาว่ากันด้วย การทำแก้วปล่าว ใหม่ให้เก๋ไก๋ครับ ด้วยการกัดลายแก้วครับ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยครับ นั้นก็คือ ไอเดียร์ ครับ ใส่จินตนาการเข้าไปครับ อยากให้แก้วเปล่าของเรา ออกมาแบบไหนก็ใสรวดลาย เข้าไปเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ลายไทย ,ลายกนก หรือลายการ์ตูน ฯลฯ ใส่ได้ไม่มีข้อจำกัดเลย หรืออาจจะใส่สีตามเข้าไปก็สุดแล้วแต่เลยนะครับ สิ่งที่ต้องเตรียมก็มีดังนี้ วัสดุอุปกรณ์ ครีมกัดลายแก้ว แผ่นลายกัดแก้ว ภาชนะแก้ว พู่กัน เบอร์ 4 ถุงมือยาง เทปขุ่น &#160; วิธีทำ ทำความสะอาดแก้วที่ต้องการกัดลาย เช็ดให้แห้ง นำลายที่ต้องการติดบนแก้ว ให้ด้านสีน้ำเงินติดกับแก้ว ใช้ปลายพู่กันขูดลาย ให้ลายสีน้ำเงินติดกับแก้ว ลอกแผ่นพลาสติกออก ใช้พู่กันทาครีมกัดลายแก้วลงบนลายให้ทั่ว ห้ามทาเลยแผ่นลาย ทิ้งไว้ 1-3 [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><strong>กัดลายแก้ว รายได้งาม</strong></p><p>&nbsp;</p><p><strong>แก้ว</strong>น้ำธรรมดา่  ใครจะคิดว่าจะ<strong><a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a></strong>เป็นกอบเป็นกำได้<br
/> ง่าย ๆ ครับ  แค่<strong>สร้างสรรค์ </strong>สิ่งใหม่ ๆ ใส่<strong>ไอเดียร์</strong> เข้าไปอีกนิดก็สวยงามแล้วครับ<br
/> วันนี้จะมาว่ากันด้วย  การทำ<strong>แก้ว</strong>ปล่าว  ใหม่ให้เก๋ไก๋ครับ<br
/> ด้วย<strong>การกัดลายแก้ว</strong>ครับ  สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยครับ<br
/> นั้นก็คือ <strong> ไอเดียร์ </strong>ครับ  ใส่<strong>จินตนาการ</strong>เข้าไปครับ  อยากให้<strong>แก้ว</strong>เปล่าของเรา<br
/> ออกมาแบบไหนก็ใส<strong>รวดลาย </strong>เข้าไปเลยครับ  ไม่ว่าจะเป็น <strong> ลายไทย</strong> ,<strong>ลายกนก</strong><br
/> หรือ<strong>ลายการ์ตูน </strong>ฯลฯ ใส่ได้ไม่มีข้อจำกัดเลย<br
/> หรืออาจจะใส่สีตามเข้าไปก็สุดแล้วแต่เลยนะครับ<br
/> สิ่งที่ต้องเตรียมก็มีดังนี้</p><p><br
/> <img
class="alignright size-full wp-image-538" title="glass-of-water" src="http://www.smilehandmade.com/wp-content/uploads/2009/09/glass-of-water.jpg" alt="glass of water กัดลายแก้ว งานสวย รายได้งาม" width="330" height="300" /></p><p><strong>วัสดุอุปกรณ์</strong></p><li>ครีม<strong>กัดลายแก้ว</strong></li><li>แผ่น<strong>ลายกัดแก้ว</strong></li><li>ภาชนะ<strong>แก้ว</strong></li><li>พู่กัน เบอร์ 4</li><li>ถุงมือยาง</li><li>เทปขุ่น</li><p>&nbsp;</p><p><br
/> <br
/></p><p><strong>วิธีทำ </strong></p><li> ทำความสะอาด<strong>แก้ว</strong>ที่ต้อง<strong>การกัดลาย</strong> เช็ดให้แห้ง</li><li> นำลายที่ต้องการติดบน<strong>แก้ว</strong> ให้ด้านสีน้ำเงินติดกับ<strong>แก้ว</strong></li><li> ใช้ปลายพู่กันขูดลาย  ให้ลายสีน้ำเงินติดกับ<strong>แก้ว</strong></li><li> ลอกแผ่นพลาสติกออก</li><li> ใช้พู่กันทาครีม<strong>กัดลายแก้ว</strong>ลงบนลายให้ทั่ว  ห้ามทาเลยแผ่นลาย  ทิ้งไว้ 1-3 นาที</li><li> ล้างครีม<strong>กัดลายแก้ว</strong>ออกด้วยน้ำสะอาด</li><li>นำ<strong>แก้ว</strong>ที่<strong>กัดลาย</strong>แล้วไปล้างด้วยน้ำยาล้างจานก่อนนำไปใช้งาน</li><p>&nbsp;</p><p><br
/> <br
/> ลองเอาไปทำกันดูนะครับ  อาจจเกิดประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย<br
/> อาจจะเอาไปประกอบ<strong><a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a></strong> <strong> สร้ารายได้ </strong>หรือเป็น<strong><a
href="http://www.keajon.com/keajon-freeblog/"target="_self"title="รายได้เสริม" >รายได้เสริม</a></strong>ให้กับท่านเอง<br
/> ยามเศษฐ์กิจแบบนี้นะครับ  นี่ก็ถือว่าเป็นงาน <strong>handmade</strong> เหมือนกันนะครับ<br
/> สมัยนี้ กำลัง นิยม<strong>สินค้า</strong>ที่ทำมาจากมือ  หรือ<strong> สินค้า handmade</strong> ครับ</p><p>&nbsp;</p><p><strong>คำเตือน</strong> ขณะทำงานให้สวมถุงมือยาง  แต่งกายมิดชิด  และสวมแว่นตา  อย่าให้ถูกผิวหนัง<br
/> หรือเข้าปากและตา</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/crystal-design/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>มิสเตอร์รีไซเคิล เปิดรับสมัครหลักสูตรการรีไซเคิลขยะ รุ่นล่าสุด</title><link>http://www.keajon.com/recycle-training-news/</link> <comments>http://www.keajon.com/recycle-training-news/#comments</comments> <pubDate>Fri, 04 Sep 2009 03:33:56 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[ขยะ]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[รับซื้อขยะ]]></category> <category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[หลักสูตร]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2240</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/recycle-training-news/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.udclick.com/home1/images/stories/Content2/jobs/idea_business/zIdeajob200809230201.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="มิสเตอร์รีไซเคิล" /></a>วันนี้นายแก้จนมีข่าวดีจากมิสเตอร์รีไซเคิล หรือ คุณอัครวัฒน์จะมาบอกครับ &#160; มิสเตอร์รีไซเคิล อัครวัฒน์ อัครวัฒนพงษ์ คือเนื่องจากมีคนเข้ามาสอบถามผมเรื่องการอบรมทำธุรกิรับซื้อของเก่าเยอะมาก และผมก็ได้สอนไปหลายรุ่นแล้ว และก็มีทั้งที่เรียนจบแล้วและได้ไปเปิดร้านและก็ดำเนินธุรกิจไปได้ดี ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ผมประทับใจเพราะนอกจากจะให้ช่วยคนให้มีรายได้และมีอาชีพที่สุจริตแล้ว และยังเป็นอีกช่องทางนึงในการช่วยลดโลกร้อนด้วย แต่ก็ยังมีลูกค้าอีกจำนวนนึงที่สนใจการทำธุรกิจรับซื้อของเก่าเหมือนกันแต่เงินทุนในการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นยังไม่เพียงพอ หรือ ยังไม่กล้าที่จะตัดสินใจทำจริงๆจังๆ และผมก็ได้รับความคิดเห็นจากลูกค้าที่โทรเข้ามาสอบถามผมหลายท่านและได้แนะนำว่า น่าจะช่วยลดค่าอบรมให้หน่อยเพราะปีนี้เศรษฐกิจยังไม่ค่อยดีหาเงินยาก เพราะอย่างน้อยถ้าทางผมช่วยลดค่าอบรมให้ก็จะเป็นอีกช่องทางนึงที่ทำให้ตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจรับซื้อของเก่าได้ง่ายขึ้น ผมก็เลยมานั่งคิดว่าถ้าคุณ ยังไม่เคยเข้ารับการอบรมและมีความสนใจที่อยากจะเข้ารับการอบรมอย่างจริงจัง ผมก็พร้อมยินดีที่จะช่วยลดค่าอบรมให้?แต่ผมมีส่วนลดจาก 25,000 บาท เหลือเพียง 15,000 บาท ให้เฉพาะ เดือน ก.ย. 2552 สำหรับ 10 ท่านแรก เท่านั้นนะครับ คือผม ต้องการช่วยเฉพาะคนที่สนใจและตั้งใจจริงๆ เท่านั้น เพราะความจริงแล้วค่าอบรม 25,000 บาทนั้นไม่แพงเลยถ้าคุณ รู้ว่าถ้าทำธุรกิจรับซื้อของเก่าแล้วมีวิธีการหาเงินหลักแสนกลับมายังไงและที่สำคัญผมก็สอนตัวต่อตัวด้วย และสอนจากหน้าร้าน สอนจากของจริงทุกอย่างทำให้หลายคนที่มาเรียนกับผมและไปเปิดร้านกันหลายคนแล้วส่วนขั้นตอนการสมัครนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยเพียงแค่โทรติดต่อผมโดยตรง ที่เบอร์ 084-1212-598 และแจ้งว่า ได้อ่านจดหมายฉบับนี้และ สนใจเข้ารับการอบรมธุรกิจรับซื้อของเก่าในราคาพิเศษ ส่วนจำนวนผู้ที่สมัครเข้ามาแล้วผมจะแจ้งที่หน้าเว็บ http://www.mr-recycle.com/courseของผมอีกครั้งนะครับว่าเหลือจำนวนเท่าไหร่แล้วที่คุณ ยังมีโอกาศเข้ารับการสมัคร สุดท้ายนี้ถ้าคุณ ยังไม่เคยเข้ารับการอบรมและมีความสนใจอยากจะทำธุรกิจรับซื้อของเก่าจริงๆ ผมแนะนำว่าให้รีบตัดสินใจเลยนะครับ เพราะ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้นายแก้จนมีข่าวดีจากมิสเตอร์รีไซเคิล หรือ คุณอัครวัฒน์จะมาบอกครับ</p><p>&nbsp;</p><p><img
class="alignleft" title="มิสเตอร์รีไซเคิล" src="http://www.udclick.com/home1/images/stories/Content2/jobs/idea_business/zIdeajob200809230201.jpg" alt="zIdeajob200809230201 มิสเตอร์รีไซเคิล เปิดรับสมัครหลักสูตรการรีไซเคิลขยะ รุ่นล่าสุด" width="250" height="338" /></p><p><strong><span>มิสเตอร์รีไซเคิล อัครวัฒน์ อัครวัฒนพงษ์</span></strong></p><p>คือเนื่องจากมีคนเข้ามาสอบถามผมเรื่องการอบรมทำธุรกิรับซื้อของเก่าเยอะมาก <br
/>และผมก็ได้สอนไปหลายรุ่นแล้ว  และก็มีทั้งที่เรียนจบแล้วและได้ไปเปิดร้านและก็ดำเนินธุรกิจไปได้ดี <br
/>ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ผมประทับใจเพราะนอกจากจะให้ช่วยคนให้มีรายได้และมีอาชีพที่สุจริตแล้ว <br
/>และยังเป็นอีกช่องทางนึงในการช่วยลดโลกร้อนด้วย <br
/><br
/><br
/> แต่ก็ยังมีลูกค้าอีกจำนวนนึงที่สนใจการทำธุรกิจรับซื้อของเก่าเหมือนกัน<br
/>แต่เงินทุนในการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นยังไม่เพียงพอ  หรือ ยังไม่กล้าที่จะตัดสินใจทำจริงๆจังๆ <br
/>และผมก็ได้รับความคิดเห็นจากลูกค้าที่โทรเข้ามาสอบถามผมหลายท่านและได้แนะนำว่า</p><p>น่าจะช่วยลดค่าอบรมให้หน่อยเพราะปีนี้เศรษฐกิจยังไม่ค่อยดีหาเงินยาก <br
/>เพราะอย่างน้อยถ้าทางผมช่วยลดค่าอบรมให้ก็จะเป็นอีกช่องทางนึงที่ทำให้ตัดสินใจ<br
/>ลงทุนทำธุรกิจรับซื้อของเก่าได้ง่ายขึ้น</p><p>ผมก็เลยมานั่งคิดว่าถ้าคุณ  ยังไม่เคยเข้ารับการอบรมและมี<br
/>ความสนใจที่อยากจะเข้ารับการอบรมอย่างจริงจัง  ผมก็พร้อมยินดีที่จะช่วยลดค่า<br
/>อบรมให้?แต่ผมมีส่วนลดจาก 25,000 บาท เหลือเพียง  15,000 บาท ให้เฉพาะ <br
/>เดือน ก.ย. 2552 สำหรับ 10 ท่านแรก เท่านั้นนะครับ  คือผม</p><p>ต้องการช่วยเฉพาะคนที่สนใจและตั้งใจจริงๆ เท่านั้น เพราะความจริงแล้ว<br
/>ค่าอบรม  25,000 บาทนั้นไม่แพงเลยถ้าคุณ  รู้ว่าถ้าทำธุรกิจ<br
/>รับซื้อของเก่าแล้วมีวิธีการหาเงินหลักแสนกลับมายังไงและที่สำคัญผม<br
/>ก็สอนตัวต่อตัวด้วย  และสอนจากหน้าร้าน  สอนจากของจริงทุกอย่างทำให้<br
/>หลายคนที่มาเรียนกับผมและไปเปิดร้านกันหลายคนแล้ว<br
/><br
/>ส่วนขั้นตอนการสมัครนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยเพียงแค่โทรติดต่อผมโดยตรง</p><p>ที่เบอร์ 084-1212-598 และแจ้งว่า ได้อ่านจดหมายฉบับนี้และ  สนใจเข้า<br
/>รับการอบรมธุรกิจรับซื้อของเก่าในราคาพิเศษ <br
/><br
/><br
/>ส่วนจำนวนผู้ที่สมัครเข้ามาแล้วผมจะแจ้งที่หน้าเว็บ</p><p>http://www.mr-recycle.com/course<br
/><br
/>ของผมอีกครั้งนะครับว่าเหลือจำนวนเท่าไหร่แล้วที่คุณ <br
/>ยังมีโอกาศเข้ารับการสมัคร</p><p><br
/>สุดท้ายนี้ถ้าคุณ  ยังไม่เคยเข้ารับการอบรมและมีความสนใจอยากจะ<br
/>ทำธุรกิจรับซื้อของเก่าจริงๆ  ผมแนะนำว่าให้รีบตัดสินใจเลยนะครับ <br
/>เพราะ  ราพิเศษที่ผมลดให้นี้มีแค่ครั้งเดียวครับ<br
/><br
/><br
/>อัครวัฒน์  อัครวัฒนพงษ์<br
/>084-1212-598</p><p>ขอบคุณภาพประกอบจากนิตยสารชุมทางอาชีพ</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/recycle-training-news/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>ชมย้อนหลัง รายการกบนอกกะลา ตอน พลาสติก นวัตกรรมเปลี่ยนโลก</title><link>http://www.keajon.com/kob-nok-kala-plastic/</link> <comments>http://www.keajon.com/kob-nok-kala-plastic/#comments</comments> <pubDate>Sun, 30 Aug 2009 17:28:16 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[จุดประกายอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ชมรายการTVสร้างอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[กบนอกกะลา]]></category> <category><![CDATA[ช่อง9]]></category> <category><![CDATA[ช่องเก้า]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[ย้อนหลัง]]></category> <category><![CDATA[รายการ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2225</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/kob-nok-kala-plastic/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://modernine.mcot.net/_images/MoImages_4474.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ชมย้อนหลัง รายการกบนอกกะลา ตอน พลาสติก นวัตกรรมเปลี่ยนโลก &#160; &#160; ถ้าจะถามว่า สิ่งของรอบๆ ตัวเรา อะไรบ้างที่เป็นพลาสติก น่าจะตอบยากกว่าการถามว่า มีอะไร บ้างที่ไม่ใช่พลาสติก ตั้งแต่มนุษย์ค้นพบพลาสติก ตั้งแต่นั้นโลกก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นี่เป็นยุคแห่งพลาสติกครองเมือง นี่คือนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกไปจากเดิม? พลาสติกเป็นวัสดุแห่งศตวรรษที่ 20 ถูกค้นพบในห้องทดลอง เมื่อ พ.ศ.2400 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน สำหรับคนไทย พลาสติกเริ่มถูกใช้อย่างแพร่หลาย เมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อทดแทนวัสดุตามธรรมชาติ นักวิทยาศาสตร์เรียกพลาสติกว่า ?พอลิเมอร์สังเคราะห์? วัตถุดิบที่นำมาสังเคราะห์เป็นพลาสติกนั้น อาจมาจากปิโตรเลียม (น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซ) หรืออาจสังเคราะห์ขึ้นจาก แป้ง น้ำตาล แอลกอฮอล์ หรือสินแร่อื่นๆ การผลิตพลาสติกของไทยนั้น เริ่มจากก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ที่ผ่านกระบวนการแยกก๊าซ จนได้ก๊าซเอเธอลีน ซึ่งจะเดินทางมาเข้าสู่กระบวนการทำปฏิกิริยาทางเคมีกับตัวเร่งปฏิกิริยา จนเกิดเป็นรูปร่างเหมือนแป้ง เรียกว่า โพลิเอเธอลีน ผสมอยู่กับของเหลว และหลังจากผ่านกระบวนการแยกของเหลว และความร้อน โพลิเอเธอลีน จะถูกตัดย่อยออกมาเป็นเม็ด เรียกว่า [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<h3><span
style="color: #0000ff;">ชมย้อนหลัง รายการกบนอกกะลา ตอน พลาสติก นวัตกรรมเปลี่ยนโลก</span></h3><p>&nbsp;</p><p><object
classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="375" height="300" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param
name="bgcolor" value="000000" /><param
name="flashvars" value="author=vod&amp;file=rtmp://202.142.200.132/vod/1244276001&amp;image=http://modernine.mcot.net/_images/mo-flv1244275794.jpg&amp;bufferlength=10&amp;volume=60&amp;fullscreen=true" /><param
name="src" value="http://www.mcot.net/player.swf" /><param
name="allowfullscreen" value="true" /><embed
type="application/x-shockwave-flash" width="375" height="300" src="http://www.mcot.net/player.swf" allowfullscreen="true" flashvars="author=vod&amp;file=rtmp://202.142.200.132/vod/1244276001&amp;image=http://modernine.mcot.net/_images/mo-flv1244275794.jpg&amp;bufferlength=10&amp;volume=60&amp;fullscreen=true" bgcolor="000000"></embed></object></p><p>&nbsp;</p><p
style="text-align: left;"><strong><span
style="color: #ff0000;"><img
class="alignleft" src="http://modernine.mcot.net/_images/MoImages_4474.jpg" alt="MoImages 4474 ชมย้อนหลัง รายการกบนอกกะลา ตอน พลาสติก นวัตกรรมเปลี่ยนโลก" width="320" height="240" title="ชมย้อนหลัง รายการกบนอกกะลา ตอน พลาสติก นวัตกรรมเปลี่ยนโลก" />ถ้าจะถามว่า สิ่งของรอบๆ ตัวเรา</span></strong> อะไรบ้างที่เป็นพลาสติก น่าจะตอบยากกว่าการถามว่า มีอะไร บ้างที่ไม่ใช่พลาสติก ตั้งแต่มนุษย์ค้นพบพลาสติก ตั้งแต่นั้นโลกก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นี่เป็นยุคแห่งพลาสติกครองเมือง นี่คือนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกไปจากเดิม? พลาสติกเป็นวัสดุแห่งศตวรรษที่ 20 ถูกค้นพบในห้องทดลอง เมื่อ พ.ศ.2400 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน สำหรับคนไทย พลาสติกเริ่มถูกใช้อย่างแพร่หลาย เมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อทดแทนวัสดุตามธรรมชาติ</p><p><strong><span
style="color: #0000ff;">นักวิทยาศาสตร์เรียกพลาสติกว่า</span></strong> ?พอลิเมอร์สังเคราะห์? วัตถุดิบที่นำมาสังเคราะห์เป็นพลาสติกนั้น อาจมาจากปิโตรเลียม (น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซ) หรืออาจสังเคราะห์ขึ้นจาก แป้ง น้ำตาล แอลกอฮอล์ หรือสินแร่อื่นๆ การผลิตพลาสติกของไทยนั้น เริ่มจากก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ที่ผ่านกระบวนการแยกก๊าซ จนได้ก๊าซเอเธอลีน ซึ่งจะเดินทางมาเข้าสู่กระบวนการทำปฏิกิริยาทางเคมีกับตัวเร่งปฏิกิริยา จนเกิดเป็นรูปร่างเหมือนแป้ง เรียกว่า โพลิเอเธอลีน ผสมอยู่กับของเหลว และหลังจากผ่านกระบวนการแยกของเหลว และความร้อน โพลิเอเธอลีน จะถูกตัดย่อยออกมาเป็นเม็ด เรียกว่า เม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นต้นทางในการผลิตพลาสติกทั้งหมด</p><p><strong><span
style="color: #ff0000;">นักวิทยาศาสตร์แบ่งพลาสติก</span></strong> ออกเป็น 2 ประเภทคือ เทอร์โมเซทติงพลาสติก เป็นพลาสติกที่นำ ไปรีไซเคิลไม่ได้เช่น เมลานีน และ และเทอร์โมพลาสติกคือพลาสติกทั่วไป, ถุง, ขวด, ถัง, กาละมัง, เชือก ฯลฯ เป็นพลาสติกที่รีไซเคิลได้ จากสถิติของกรุงเทพมหานคร ขยะพลาสติกนั้นมีมากถึง 25-30% ของขยะทั้ง หมด ส่วนใหญ่เป็นถุงพลาสติก โดยเฉลี่ย 1 คน จะทิ้งขยะพลาสติก 2.3 ชิ้น ต่อวัน และพบว่า มีขยะในประเทศทั้งหมดประมาณ หนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านกิโลกรัม เป็นขยะพลาสติกและโฟม ถึงสี่พันล้านกิโลกรัม <br
/><br
/><br
/><strong><span
style="color: #0000ff;">และมีพลาสติกที่ถูกนำกลับ</span></strong> มารีไซเคิลเพียงร้อยละ 3 เท่านั้น พลาสติกเป็นวัสดุแห่งศตวรรษที่ 20 ที่ถูกสร้างมาให้ทนทาน ยืดหยุ่น น้ำหนักเบา และมีต้นทุนในการผลิต รวมทั้งการใช้ทรัพยากรในการผลิตน้อย กว่าวัสดุอื่นๆ ทำอย่างไร คนไทยจึงจะใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่า ให้สมกับประโยชน์ที่ถูกสร้างมา <span
style="color: #ff00ff;">ติดตามเรื่องราวของ พลาสติก นวัตกรรมเปลี่ยนโลกได้ ในรายการกบนอกกะลา วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายนนี้เวลา 20.30 น. ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี</span></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>รายการ:<strong> กบนอกกะลา</strong><br
/> ตอน: <span><strong>ปาทังก้า แมลงทอดไร้พรมแดน</strong></span><strong> <br
/> </strong><span>ออกอากาศ: </span>05-06-09</p><p>&nbsp;</p><p><span>เอื้อเฟื้อเนื้อหารายการโดย</span></p><table
style="width: 161px; height: 85px;" border="0" align="left"><tbody><tr><td><span><img
src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/08/head_hip2.gif" alt="head hip2 ชมย้อนหลัง รายการกบนอกกะลา ตอน พลาสติก นวัตกรรมเปลี่ยนโลก" width="140" height="51" title="ชมย้อนหลัง รายการกบนอกกะลา ตอน พลาสติก นวัตกรรมเปลี่ยนโลก" /></span></td></tr><tr><td><div><dl
id="attachment_2145" style="width: 125px;"><dt><img
title="Kobnok-kala" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/08/Kobnok-kala.jpg" alt="Kobnok kala ชมย้อนหลัง รายการกบนอกกะลา ตอน พลาสติก นวัตกรรมเปลี่ยนโลก" width="115" height="51" /></dt><dd>กบนอกกะลา</dd></dl></div></td></tr></tbody></table><p><span><br
/></span></p><p><span><br
/></span></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/kob-nok-kala-plastic/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>การควบคุมการปนเปื้อน จุลินทรีย์ในผักและผลไม้</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/#comments</comments> <pubDate>Sun, 30 Aug 2009 04:10:36 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[oil]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การปลูก]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[การเพาะ]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ชมพู่]]></category> <category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[ปอก]]></category> <category><![CDATA[ผัก]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[วิชา]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[วิธีการทำ]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[อนามัย]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เพาะ]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยง]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 46 นภาพร เชี่ยวชาญ * ผัก และผลไม้เป็นผลิตผลทางการเกษตรที่มีการเสื่อมเสียได้ง่าย การผลิตในระดับอุตสาหกรรมจึงต้องมีการควบคุมที่ดีโดยเริ่มตั้งแต่แหล่งเพาะ ปลูก ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำ GAP (Good Agricultural Practice มาใช้ด้วย) จนกระทั่งผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีความต้องการในการบริโภคผักและผลไม้สดพร้อมบริโภคสูงขึ้น เช่น ผักสลัด ผลไม้บรรจุถาดพร้อมรับประทาน ดังนั้น กระบวนการผลิตจึงต้องผ่านวิธีการที่ทำให้มั่นใจว่าผักและผลไม้นั้นสะอาดและ ปลอดภัยต่อการบริโภค จากรายงานการเกิดการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษจากการบริโภคผักผลไม้ พบว่ามีสาเหตุมาจากผักเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักสลัด ซึ่งมักเป็นผักสดที่ต้องผ่านการจับต้องจากผู้ประกอบอาหาร ดังนั้น ผู้ที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยเป็นอย่าง ยิ่ง แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคอาหารเป็นพิษและมักพบว่าปนเปื้อนมากับ ผักผลไม้พร้อมบริโภค คือ Escherichia coli O157:H7, Listeria monocytogenes, Shigella, Salmonella และไวรัสตับอักเสบเอ (Singh และคณะ, 2002) บทความนี้จะกล่าวถึงสาเหตุของการปนเปื้อนในผักและผลไม้ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการผลิต ดังแสดงในตารางที่ 1 การทราบสาเหตุจะทำให้สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดการปนเปื้อนในระหว่างการปฏิบัติ งานได้ ซึ่งสามารถกล่าวได้โดยละเอียดดังต่อไปนี้ * [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<br/><p>เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 46<br
/> นภาพร เชี่ยวชาญ *</p><p>ผัก และผลไม้เป็นผลิตผลทางการเกษตรที่มีการเสื่อมเสียได้ง่าย การผลิตในระดับอุตสาหกรรมจึงต้องมีการควบคุมที่ดีโดยเริ่มตั้งแต่แหล่งเพาะ ปลูก ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำ GAP (Good Agricultural Practice มาใช้ด้วย) จนกระทั่งผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย<span></span> นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีความต้องการในการบริโภคผักและผลไม้สดพร้อมบริโภคสูงขึ้น เช่น ผักสลัด ผลไม้บรรจุถาดพร้อมรับประทาน ดังนั้น กระบวนการผลิตจึงต้องผ่านวิธีการที่ทำให้มั่นใจว่าผักและผลไม้นั้นสะอาดและ ปลอดภัยต่อการบริโภค จากรายงานการเกิดการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษจากการบริโภคผักผลไม้ พบว่ามีสาเหตุมาจากผักเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักสลัด ซึ่งมักเป็นผักสดที่ต้องผ่านการจับต้องจากผู้ประกอบอาหาร ดังนั้น ผู้ที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยเป็นอย่าง ยิ่ง แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคอาหารเป็นพิษและมักพบว่าปนเปื้อนมากับ ผักผลไม้พร้อมบริโภค คือ Escherichia coli O157:H7, Listeria monocytogenes, Shigella, Salmonella และไวรัสตับอักเสบเอ (Singh และคณะ, 2002) บทความนี้จะกล่าวถึงสาเหตุของการปนเปื้อนในผักและผลไม้ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการผลิต ดังแสดงในตารางที่ 1 การทราบสาเหตุจะทำให้สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดการปนเปื้อนในระหว่างการปฏิบัติ งานได้ ซึ่งสามารถกล่าวได้โดยละเอียดดังต่อไปนี้</p><p>* ภาควิชาวิศวกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี<br
/> การเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว<br
/> นอก จากผักผลไม้จะมีการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีแล้ว ยังมีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อม โดยอาจมาจากดิน น้ำ หรือปุ๋ย (Brackett, 2000) ชนิดของแบคทีเรียที่มักพบในดินและทำให้เกิดโรค คือ Bacillus, Clostridium และ Listeria โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบคทีเรียที่สามารถสร้าง สปอร์ที่ทนต่อความร้อน เช่น Clostridium botulinum และ Clostridium perfringens บริเวณพื้นที่ที่ใช้เลี้ยงสัตว์มักมีจุลินทรีย์<br
/> ที่อาศัยอยู่ในระบบทาง เดินอาหารของสัตว์ปะปนออกมากับสิ่งขับถ่ายของสัตว์ ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคในมนุษย์ ดังนั้น การใช้ปุ๋ยคอกบำรุงพืชอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนสู่อาหาร เช่น มีการตรวจพบแบคทีเรีย Salmonella typhimurium และ Escherichia coli O157:H7 ที่ใบและรากของผักที่ปลูกโดยการใช้ปุ๋ยคอก (Natvig และคณะ, 2002) นอกจากนี้ยังพบว่า Salmonella, Escherichia coli O157:H7 และ Listeria monocytogenes สามารถรอดชีวิตอยู่ในปุ๋ยคอกได้เป็นระยะเวลานาน (Tauxe, 1997 ; Brackett, 1999) ผักผลไม้ต่างชนิดกันจะมีจำนวนและชนิดจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนต่างกัน จำนวนจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนเริ่มต้นจะบ่งถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์สุดท้าย โดยหากมีจุลินทรีย์เริ่มต้นปนเปื้อนในวัตถุดิบมากจะทำให้ผักผลไม้มีคุณภาพ ที่ด้อยลงและมีอายุการเก็บที่สั้นกว่าปกติ (Zagory, 1999)<br
/> พืชหัวซึ่งมี ลำต้นและรากใต้ดิน หรือพืชผักขนาดเล็กที่มีลำต้นเตี้ยและใบอยู่ใกล้พื้นดิน มักพบการปนเปื้อนค่อนข้างสูง อัตราการปนเปื้อนจะสูงขึ้นในฤดูฝน เนื่องจากเมื่อฝนตกเศษดินอาจกระเด็นมาติดตามใบและลำต้นพืช นอกจากนี้การที่เซลล์พืชถูกทำงายจากแมลงหรือนก ทำให้จุลินทรีย์เข้าทำลายเซลล์ได้ง่ายยิ่งขึ้น<br
/> กระบวนการผลิตขั้นต้น<br
/> การ ใช้น้ำในการล้างและกำจัดสิ่งสกปรกที่ผิวผักและผลไม้จะช่วยยืดอายุการเก็บ เพราะช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ที่ผิว การเติมสารฆ่าเชื้อลงในน้ำล้างจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดจุลินทรีย์ ที่ผิวเพิ่มขึ้นประมาณ 100 เท่า (Burnett และ Beuchat, 2001) การฆ่าเชื้อจะมีประสิทธิภาพเพียงใดขึ้นกับกลไกในการทำลายจุลินทรีย์ของสาร นั้นๆ ชนิดจุลินทรีย์ ชนิดของผักผลไม้ และบริเวณที่จุลินทรีย์ยึดเกาะ เช่น บริเวณขั้วของผลไม้หรือบริเวณที่เป็นร่องลึก อย่างเช่น แอปเปิ้ล ชมพู่ ฝรั่ง เป็นต้น ซึ่งสามารถล้างทำความสะอาดได้ยากกว่าบริเวณที่เป็นผิวเรียบ<br
/> โดย ทั่วไปนิยมใช้คลอรีนในการล้างผักและผลไม้ โดยใช้ในรูปของสารละลายไฮโปคลอไรด์ ปริมาณ 50-200 ppm (Active chlorine) อย่างไรก็ตามไม่ควรนำน้ำที่ใช้ในการล้างผักและผลไม้กลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ เพราะจะทำให้มีการสะสมของจำนวนจุลินทรีย์มากขึ้น และเป็นการเพิ่มการปนเปื้อนให้กับตัววัตถุดิบ (Hulland, 1980) สารอินทรีย์ที่สะสมในน้ำจะทำให้ประสิทธิภาพของคลอรีนลดลง นอกจากนี้จุลินทรีย์แต่ละชนิดมีความต้านทานต่อคลอรีนลดลง นอกจานี้จุลินทรีย์แต่ละชนิดมีความต้านทานต่อคลอรีนที่แตกต่างกัน Listeria monocytogenes มีความต้านทานต่อคลอรีนมากกว่า Salmonella และ E. coli O157:H7 (Burnett และ Beuchat, 2001) ส่วนสปอร์ของแบคทีเรียมีความต้านทานต่อคลอรีนสูงกว่าเซลล์ปกติ การเพิ่มปริมาณคลอรีนในน้ำล้างที่นำกลับมาใช้ จึงไม่มีประโยชน์ทั้งยังเป็นการสิ้นเปลือง ค่าใช้จ่าย สำหรับผลไม้ การล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อร่วมกับการขัดถู หรือการแช่ในน้ำร้อน อาจช่วยลดจุลินทรีย์ที่ผิวลงได้<br
/> ตารางที่ 1 : แนวโน้มการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในผักและผลไม้ระหว่างกระบวนการผลิต<br
/> ขั้นตอน	แหล่งของการปนเปื้อน<br
/> การเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยว เช่น การปลูก การเก็บและการมัดแบ่งเป็นกำ	น้ำ มูลสัตว์ การขาดสุขลักษณะที่ดีในการจัดการ<br
/> กระบวนการผลิตขั้นต้น เช่น การล้าง การเคลือบไข การคัด การบรรจุกล่องหรือลังพลาสติก	น้ำล้าง การจับต้องของพนักงานและภาชนะ<br
/> กระบวนการผลิตขั้นสุดท้าย เช่น การหั่น การคั้นน้ำ การปอก	น้ำล้าง การจับต้องของพนักงาน การปนเปื้อนข้าม<br
/> การขนส่ง เช่น การขนส่งโดยใช้รถบรรทุก	รถบรรทุกไม่สะอาด น้ำแข็งที่ใช้<br
/> ที่มา : จาก Tauxe (1997)<br
/> นอก จากสารประกอบคลอรีนแล้ว ยังมีสารอีกหลายชนิดที่นิยมนำมาใช้กับผักและผลไม้ เช่น คลอรีนไดออกไซด์ มีประสิทธิภาพในการยับยั้งจุลินทรีย์ได้หลายชนิด ไม่ทำปฏิกิริยากับสารที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบหรือแอมโนเนียเกิดเป็นคลอ รามีนซึ่งเป็นสารที่เป็นพิษ Food and Drug Administration แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (USFDA) อนุญาตให้ใช้คลอรีนไดออกไซด์ในการล้างผักและผลไม้ (Singh และคณะ, 2002) นอกจากนี้ยังมีการใช้โอโซนซึ่งได้รับการรับรองแล้วว่าเป็นสารที่มีความ ปลอดภัยที่จะนำมาใช้กับอาหาร (Generally Recognized as Safe- GRAS) เพื่อล้างผักและผลไม้ (Xu, 1999) โดยโอโซนสามารถยับยั้งจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคได้ หลากชนิดกว่าคลอรีน<br
/> ผัก ประเภทใบเป็นผักที่มีโอกาสในการปนเปื้อนสูงที่สุด เนื่องจากมีพื้นผิวสัมผัสมากทำให้ง่ายต่อการยึดเกาะของจุลินทรีย์ (NACMCF, 1999) ถึงแม้ว่าการตัดแต่งส่วนที่เน่าเสียออกก่อนการล้างจะช่วยกำจัดจุลินทรีย์ออก บางส่วนก็ตาม แต่การตัดแต่งอาจทำให้เนื้อเยื่อพืชฉีกขาดทำให้จุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนมากับ น้ำหรือสิ่งแวดล้อมสามารถเข้าทำลายได้ง่ายขึ้น ผักและผลไม้บางชนิดไม่สามารถทำความสะอาดโดยวิธีการล้างเนื่องจากมีลักษณะทาง กายภาพที่ค่อนข้างซ้ำได้ง่าย เช่น สตรอเบอร์รี่และพริกหวาน (Green pepper) จึงอาจใช้การฉายรังสีที่ความเข้มต่ำ (Low dose ionizing radiation) (NACMCF, 1999) ทนแทน เพื่อยึดอายุการเก็บ<br
/> กระบวนการผลิตขั้นสุดท้าย<br
/> ดัง ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผักผลไม้มักพบการปนเปื้อนที่ผิวโดยอาจเนื่องมาจากเซลล์อาจเกิดความเสียหาย ตั้งแต่แปลงเพาะปลูกจากการเข้าทำลายของแมลง นก หรือจุลินทรีย์ นอกจากนี้ยังอาจเกิดความเสียหายในระหว่างการเก็บเกี่ยว เมื่อผักผลไม้เข้าสู่กระบวนการผลิต กรรมวิธีการผลิตก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเพิ่มมากยิ่งขึ้น เช่น การปอกผิว การหั่นเป็นชิ้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เซลล์พืชสูญเสียความแข็งแรง สารอาหารภายในเซลล์จึงออกมาภายนอก ทำให้ จุลินทรีย์ที่ผิวพืชสามารถนำไปใช้เพื่อการเจริญและเพิ่มจำนวน หากกำจัดจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคเหล่านี้ไม่หมดในระหว่างกระบวนการผลิต หรือประกอบอาหาร และผู้บริโภครับประทานเข้าไปจะทำให้ผู้บริโภคได้รับโรคอาหารเป็นพิษในที่สุด<br
/> สำหรับ ผลไม้ ผลไม้ส่วนมากมีความเป็นกรดสูงจึงช่วยในการจำกัดการเจริญของจุลินทรีย์ได้ดี กว่า อย่างไรก็ตามยังมีการตรวจพบจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคอยู่ที่บริเวณผิว รอยช้ำหรือรอยแผลที่เกิดขึ้นในระหว่างการเก็บเกี่ยวหรือการเตรียม เช่น การผ่าหรือหั่น ทำให้เกิดการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ไปทั่วบริเวณเนื้อผล อย่างเช่น สตอรเบอร์รี่ ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีเนื้อเยื่อบอบบาง ดังนั้น จึงมักไม่มีการฉีดล้างผลในระหว่างการปลูก การเก็บเกี่ยว และหลังการเก็บเกี่ยว จึงมักพบจุลินทรีย์ที่ผิวในปริมาณค่อนข้างสูง จากงานวิจัยพบว่า E. coli O157:H7 สามารถเจริญบนผิวสตรอเบอร์รี่ที่เก็บที่อุณหภูมิ 10, 5 และ ?20 องศาเซลเซียส ได้เป็นเวลานาน 3 วัน และที่อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง (Yu และคณะ, 2001) นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าแบคทีเรียที่มีความต้านทานต่อความเป็นกรดสูง จะสามารถรอดชีวิตได้ดีกว่าหรือพอๆ กับแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ที่ผิวผลไม้ เนื่องจากภายในเนื้อผลไม้มีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญอย่างเพียงพอ ในขณะที่การเจริญที่ผิวถูกจำกัดโดยปริมาณสารอาหาร ความชื้นที่ต่ำ และการแย่งสารอาหารกัน เนื่องจากมีจุลินทรีย์หลายชนิดที่ผิว</p><p>การขนส่ง<br
/> การ ขนส่งผักผลไม้ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน จะต้องมีการขนส่งที่เหมาะสม โดยส่วนใหญ่จะทำการขนส่งโดยรถที่ควบคุมอุณหภูมิและมีการหมุนเวียนอากาศดี ดังนั้น การจัดเรียงภาชนะบรรจุ ผักผลไม้จะต้องออกแบบให้เอื้อต่อการกระจายลมเย็น นอกจากนี้ผักผลไม้ยังมีการคายความร้อนจากการหายใจ และรถยังมีการดูดความร้อนจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ทำให้อุณหภูมิภายในตู้สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ภาระการทำงานของระบบทำเย็นหนักยิ่งขึ้น หากภายในตู้คอนเทนเนอร์มีการระบายอากาศที่ไม่ดี จะเป็นสาเหตุทำให้ผักผลไม้เสื่อมคุณภาพและเน่าเสียเร็วยิ่งขึ้น (Brackett, 1999)<br
/> สรุป<br
/> การควบคุมการผลิตที่ดีที่สุด คือ การควบคุมกระบวนการเพาะปลูก และการป้องกันพืชจากแหล่งที่อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อน และควรเริ่มต้นทันทีเมื่อวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต กระบวนการผลิตขั้นต้นที่ดีจึงขึ้นกับวิธีการทำความสะอาดวัตถุดิบที่เหมาะสม เพื่อลดการปนเปื้อนที่ผิวให้ได้มากที่สุด ซึ่งขั้นตอนนี้รวมถึง การตรวจสอบวัตถุดิบ การคัดเลือกเอาส่วนเสียออก จนกระทั่งการเปลี่ยนถ่ายภาชนะบรรจุวัตถุดิบเพื่อการขนส่ง ลงสู่ภาชนะบรรจุที่สะอาด นอกจากนี้ยังต้องควบคุมในเรื่องของความสะอาด และการปฏิบัติในระหว่างกระบวนการผลิต การขนส่ง รวมไปถึงร้านค้าที่จำหน่าย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้ยังคงคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับการบริโภค<br
/> เอกสารอ้างอิง<br
/> ? Brackett, R.E. 1999. Incidence, contributing factors and control of bacterial pathogens in produce. Postharvest Biological and Technology 15, 305-311.<br
/> ? Brackett, R.E. 2000. Safe handling of fruits and vegetables, pp. 79-103. In: Farber, J.M., and Todd, E.C.D.(Editors), Safe Handling of Foods. New York; Marcel Dekker, Inc.<br
/> ? Burnett, S.L. and Beuchat, L.R. 2001. Food-borne pathogens : human pathogens associated with raw procuce and unpasteurized juices and difficulties in decontamination. Journal of Industrial Microbiology and Biotechnology 27, 107-110.<br
/> ? Hulland, E.D. 1980. Hygeinic handlanding and the influence of raw material condition, pp. 143-153. In : Jowitt, R. (Editor), Hygienic Design and Operation of Food Plant. Westport : The AVI Publishing Company, Inc. National Advisory Committee o?n Microbiological Criterial for Foods (NACMCF). 1999. Microbiological safety evaluations and recommendations o?n fresh produce. Food Control 10, 117-143.<br
/> ? Natvig, E.E., Ingham, S.C., Ingham, B.H., Cooperband, L.R. and Roper, T.R. 202. Salmonella enterica serovars typhimurim and Escherichia coli contamination of root and leaf vegetables grown in soils with incorporated bovine manure. Applied and Environmental Microbiology 68, 2737-2744.<br
/> ? Singh, N., Singh, R.K., Bhunia, A.K. and Stroshine, R.L. 2002. Effect of inoculation and washing methods o?n the efficacy of different sanitizers against Eshcerichia coli O157:H7. Food Micorbiology 19, 183-193.<br
/> ? Tauxe, R.V. 1997. Emerging foodborne diseases:an evolving public health challenge. Special issue : Emerging Infectious Diseases 3, 425-434.<br
/> ? Xu, L. 1999. Use of ozone to improve the safety of fresh fruits and vegetables. Food Technology 53, 58-63.<br
/> ? Yu, K., Newman, M.C., Archbold, D.D. and Hamilton-Demp, T.R. 2001 Survival of Escherichia coli O157:H7 o?n strawberry fruit and reduction of the pathogen population by chemical agents. Journal Food Protection 64, 1334-1340<br
/> ? Zagory, D. 1999. Effects of post-processing handling and packaging o?n microbial populations. Postharvest Biology and Technology 15, 313-321.</p><p>ที่มา : วารสารจาร์พา ปีที่ 10 ฉบับที่ 73 (กรกฎาคม/สิงหาคม 2546) http://www.charpa.co.th</p>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>การยืดอายุการเก็บรักษาผักและผลไม้</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/#comments</comments> <pubDate>Sun, 30 Aug 2009 04:10:13 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[ดอกไม้]]></category> <category><![CDATA[ทำความสะอาด]]></category> <category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category> <category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[ผลไม้แปรรูป]]></category> <category><![CDATA[ผัก]]></category> <category><![CDATA[ผิวหน้า]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[พอเพียง]]></category> <category><![CDATA[มะม่วง]]></category> <category><![CDATA[ยากจน]]></category> <category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category> <category><![CDATA[แก้ว]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 46 ผักและผลไม้ เป็นผลิตผลทางการเกษตรที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยอาศัยกรรมวิธีการผลิตที่หลากหลาย มีทั้งการนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปเพียงเล็กน้อย หรือเพียงแค่ล้างทำความสะอาด และตัดแต่งเพื่อจำหน่ายแบบสด หรือนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปโดยใช้ความร้อนสูง แล้วบรรจุในภาชนะเปิดสนิท เช่น กระป๋อง ขวดแก้ว และภาชนะพลาสติก ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผักและผลไม้นั้น ส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพที่ใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกัน แต่เมื่อนำมาผ่านการแปรรูปโดยอาศัยกรรมวิธีที่แตกต่างกันแล้ว จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย และแตกต่างกันทั้งในด้านกลิ่น รส สี และลักษณะเนื้อสัมผัส อาทิเช่น หน่อไม้ฝรั่ง ถั่ว ลูกพีช ซึ่งเป็นผัก ผลไม้ ชนิดที่รับประทานได้ทั้งแบบสด ๆ และแบบที่ผ่านการแปรรูป จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 แบบนี้ มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ผู้บริโภคก็ให้การยอมรับทั้ง 2 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคนิยมบริโภคในรูปแบบใด เช่น ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจนิยมบริโภคถั่วสด จะเลือกซื้อสินค้าถั่วสดแช่แข็ง ในขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่มนิยมบริโภคถั่วบรรจุกระป๋อง ก็จะเลือกซื้อเฉพาะสินค้าถั่วบรรจุกระป๋อง เป็นต้น ดังนั้นสินค้าผัก ผลไม้แปรรูปแต่ละประเภทจะมีตลาดรองรับที่แยกจากกันอย่างชัดเจน การแปรรูปอาหารนั้นเป้าหมายหลักของผู้ประกอบการก็คือ การพัฒนากระบวนการผลิตที่ยังคงความสะดวก ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<br/><p>เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 46<br
/> ผักและผลไม้ เป็นผลิตผลทางการเกษตรที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยอาศัยกรรมวิธีการผลิตที่หลากหลาย มีทั้งการนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปเพียงเล็กน้อย หรือเพียงแค่ล้างทำความสะอาด และตัดแต่งเพื่อจำหน่ายแบบสด หรือนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปโดยใช้ความร้อนสูง แล้วบรรจุในภาชนะเปิดสนิท เช่น กระป๋อง ขวดแก้ว และภาชนะพลาสติก</p><p><span></span>ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผักและผลไม้นั้น ส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพที่ใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกัน แต่เมื่อนำมาผ่านการแปรรูปโดยอาศัยกรรมวิธีที่แตกต่างกันแล้ว จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย และแตกต่างกันทั้งในด้านกลิ่น รส สี และลักษณะเนื้อสัมผัส อาทิเช่น หน่อไม้ฝรั่ง ถั่ว ลูกพีช ซึ่งเป็นผัก ผลไม้ ชนิดที่รับประทานได้ทั้งแบบสด ๆ และแบบที่ผ่านการแปรรูป จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 แบบนี้ มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ผู้บริโภคก็ให้การยอมรับทั้ง 2 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคนิยมบริโภคในรูปแบบใด เช่น ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจนิยมบริโภคถั่วสด จะเลือกซื้อสินค้าถั่วสดแช่แข็ง ในขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่มนิยมบริโภคถั่วบรรจุกระป๋อง ก็จะเลือกซื้อเฉพาะสินค้าถั่วบรรจุกระป๋อง เป็นต้น ดังนั้นสินค้าผัก ผลไม้แปรรูปแต่ละประเภทจะมีตลาดรองรับที่แยกจากกันอย่างชัดเจน</p><p>การแปรรูปอาหารนั้นเป้าหมายหลักของผู้ประกอบการก็คือ การพัฒนากระบวนการผลิตที่ยังคงความสะดวก ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำ และมีการปรับปรุงคุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p><p>ปัจจุบันทางเลือกหนึ่งของการผลิต และบรรจุสินค้าผัก ผลไม้สด ก็คือการใช้สารเคมีถนอมรักษา หรือช่วยชลอการสุก รวมทั้งช่วยคงคุณภาพของผัก ผลไม้สดหลังการเก็บเกี่ยวด้วย โดยการให้สารเคมีเข้าไปรบกวนการทำงานของเอทธิลีนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นกระบวนการที่ทำให้เกิดการสุกในพืช ในอดีตสารเอทธิลีนถูกนำไปใช้กับสินค้ากล้วย เพื่อทำให้สามารถจำหน่ายกล้วยในขณะที่มีกลิ่นรส และสุกงอมกำลังดี โดยเกษตรกรจำเก็บเกี่ยวกล้วย และทำการขนส่งไปยังปลายทางในขณะที่ผลกล้วยมีสีเขียว หรือยังไม่สุก เพื่อความสะดวกในการขนส่ง หลังจากนั้นจะนำกล้วยไปเก็บในห้องที่มีเอทธิลีนอยู่ เมื่อเอทธิลีนระเหยออกสู่บรรยากาศสัมผัสกับผลกล้วยดิบมันก็จะไปกระตุ้นให้กล้วยเกิดกระบวนการสุกในช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมที่จะจำหน่าย</p><p>จากการศึกษาของ Adel Kader ศาสตราจารย์ด้าน Pomology แห่งมหาวิทยาลัย California ? Davis พบว่าสาร 1 ? methycyclopropene (MCP) เป็นสารที่สามารถใช้ยับยั้งการทำงานของเอทธิลีนได้ สารดังกล่าวถูกค้นพบโดย Edwaed C.Sisler จากมหาวิทยาลัย North Corolina  State ในระหว่างทำการศึกษาวิจัย เรื่อง ตัวรับเอทธิลีนในพืช โดยพบว่าสาร Olefins อื่น ๆ เช่น สาร MCP มีความสามารถที่จะไปเกาะอยู่ตรงตำแหน่งของตัวรับ และไปยับยั้งการเกิดปฏิกิริยา หรือการทำงานของเอทธิลีนในพืชอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระยะเวลานาน</p><p>ที่ผ่านมาสาร MCP เคยถูกนำไปใช้กับสินค้าดอกไม้และพืช ในเชิงการค้า โดยบริษัท Floralife, Inc., Walterbore.S.C., แห่งมหาวิทยาลัย North Carolina State University และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในดอกไม้ และพืช ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารนั้นในสหรัฐฐ ยังไม่อนุญาตให้ใช้สาร MCP และยังอยู่ในระหว่างการยื่นคำร้องต่อหน่วยงานคุ้มครองด้านสิ่งแวดล้อม</p><p>ปัจจุบันมีการนำ MCP มาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร และดอกไม้ในหลายประเทศ ยกเว้นสหรัฐอเมริกา และแคนาดา โดยการสนับสนุนของบริษัท Rohm and Hass Co. หรือที่รู้จักกันในชื่อ Agro Fresh.,Inc.,Philadelphia บริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนการใช้สาร MCP ในผลิตภัณฑ์อาหารและดอกไม้ในประเทศชิลี อาร์เจนตินา นิวซีแลนด์ และอยู่ในระหว่างการยื่นขอจดทะเบียนในอีกหลายประเทศทั่วโลก</p><p>เทคโนโลยีนีจะใช้น้ำตาล Cyclodextrin เป็นตัวพยุง MCP และเมื่อทำให้น้ำตาล Cyclodextrin หรือตัวพยุงเปียกน้ำ สาร MCP จะถูกปลดปล่อยออกมาสูบรรยากาศในปริมาณ 1 ppm ซึ่งเป็นปริมาณที่พอเพียงสำหรับให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ พืชอาหารต่างชนิดกันโดยจะให้ผลลัพท์ที่แตกต่างันโดยจะขึ้นอยู่กับการทำงาน และหน้าที่ของเอทธิลีนในพืชแต่ละชนิดตามธรรมชาติ เช่น ในพืชบางชนิด เอทธิลีนเป็นตัวที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสี ในขณะที่เอทธิลีนเป็นตัวที่ทำให้ความแน่นเนื้อ หรือกลิ่นรสในพืชบางชนิดเปลี่ยนแปลง</p><p>ปัจจุบันการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้สาร MCP นั้นนิยมทำกันในภาคสนาม โดยจะเน้นไปที่การวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติด้านประสาทสัมผัสของพืช เช่น ความสามารถในการทำปฏิกิริยากับกรด ความแน่นเนื้อ ลักษณะผิวหน้าที่ปรากฏ และข้อสังเกตอื่น ๆ ที่บ่งถึงการสุกของพืช</p><p>ข้อมูลที่เผยแพร่จากงานสัมมนา ซึ่งจัดขึ้น โดย American Socially for Horticultural Science พบว่าปัจจุบันได้มีการทดลองใช้สาร MCP ตามวิธีการที่ได้จากงานวิจัยในพืชอาหารหลายชนิด เช่น มะละกอ แอปเปิ้ล มะเขือเทศ แตงกวา อโวกาโด ลูกพีช ลูกท้อ ชนิดที่มีเปลือกบาง ฮันนี่ดิว แอปเปิ้ลฟูจิ และเครนเบอรี่ โดยจะศึกษาปัจจัย 2 ชนิด คือ การใช้สาร MCP ที่ความเข้มข้นต่างกัน และการเก็บไว้ในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ตั้งแต่อุณหภูมิเยือกแข็งไปจนถึงที่อุณหภูมิห้อง โดยความเข้มข้นของสาร MCP ที่ใช้ในการทดลองนั้นอยู่ในช่วง 0.25-10 ppm จากผลการทดลองพบว่าที่ความเข้มข้น 1 ppm จะมีประสิทธิภาพสูงสุด จากการทดลองพบว่าสาร MCP สามารถช่วยยืดอายุการเก็บผลไม้สดตัดแต่งได้ โดยการพิจารณาจากลักษณะปรากฏภายนอกของผลไม้ เช่น การนำมาใช้กับมะเขือเทศสด จะทำให้สามารถเก็บมะเขือเทศไว้ได้นานถึง 30 วัน เสมือนกับว่าสามารถยืดฤดูกาลของผลผลิตมะเขือเทศสดไว้ได้ยาวนานขึ้น ทำให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะเขือเทศที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิม</p><p>ปฏิกิริยาหรือการทำงานของสาร MCP จะขึ้นอยู่กับการควบคุมสภาวะบรรยากาศ และอุณหภูมิที่ใช้ในการเก็บรักษาอาหาร ตัวอย่างเช่น อโวกาโด กล้วย เป็นผลไม้ชนิดที่เหมาะต่อการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำ นอกจากนั้นการใช้สาร MCP ในการถนอมรักษาอาหารนั้น พบว่าเมื่อเก็บอาหารไว้ระยะเวลาหนึ่งการตกค้างหรือการหลงเหลือของสาร MCP จะอยู่ในปริมาณน้อย ฉะนั้นหากผู้ประกอบการใช้สาร MCP ถนอมรักษาอาหารจะสามารถติดฉลากกล่าวอ้างได้ว่าสินค้าอาหารดังกล่าวเป็นสินค้าที่มีสารฆ่าแมลงตกค้างปริมาณต่ำ</p><p>และหากในอนาคตสาร MCP สามารถนำไปใช้กับผลไม้เขตร้อนที่สุกงอมเร็ว และเป็นผลไม้ชนิดที่ไม่สามารถขนส่งไปจำหน่ายในระยะทางไกล ๆ ได้เป็นอย่างดี คาดว่าประเทศในแถบแคริเบียน และประเทศในเขตร้อนอื่น ๆ ที่มีผลผลิตออกมาในระยะเวลาสั้น จะเป็นประเทศที่มีความต้องการเทคโนโลยีการใช้สาร MCP และจะเป็นตลาดใหม่ของสินค้าผลไม้เขตร้อน ตัวอย่างเช่น ที่ Haiti เป็นประเทศที่มีผลผลิตของมะม่วงเป็นจำนวนมาก แต่ผลผลิตดังกล่าวจะออกมาในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ฉะนั้น Haiti จึงไม่สามารถส่งออกสินค้ามะม่วง หรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้ ผลผลิตส่วนใหญ่จะกลายเป็นของเสีย ในขณะที่ประชากรในประเทศยังยากจน และอดอยาก</p><p>ปัจจุบัน EPA ได้ขึ้นทะเบียนสาร MCP ว่าเป็นสาร Biopesticide ที่ใช้ยืดการมีชีวิตของดอกไม้ และไม้กระถาง นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้กับพืชที่ปลูกในที่ปิด เช่น Greenhouse และในตู้รถบรรทุก สารดังกล่าวไม่เป็นพิษ และไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แต่อย่างไรก็ตามควรใช้สาร MCP อย่างระมัดระวัง เนื่องจากสารดังกล่าวมีลักษณะเป็นผง หากเข้าตาอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้</p><p>อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนในด้านข้อมูลว่าในขณะเก็บรักษา ผัก และผลไม้ไว้เป็นระยะเวลานาน ๆ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านกลิ่น รสชาติ ของผัก และผลไม้แต่ละชนิดอย่างไร เช่นเดียวกันกับที่จะต้องมีการพิจารณาและศึกษาถึงประโยชน์ของการประยุกต์ใช้สาร MCP ในพืชอาหารแต่ละชนิดต่อไป ซึ่งหากผลการศึกษาวิจัยมีมากเพียงพอ คาดว่าในอนาคต EPA จะอนุญาตให้ใช้สาร MCP ในสินค้าอาหารอย่างแน่นอน <strong>( ฝ่ายบริการข้อมูลและสารสนเทศ สถาบันอาหาร </strong><strong><a
href="http://www.nfi.or.th/" target="_blank">www.nfi.or.th</a></strong> )</p><p><strong>ที่มา : </strong>ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<strong>http://www.phtnet.org/article/view-article.asp?aID=14</strong></p>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>เริ่มต้นธุรกิจง่ายๆ กับร้านเช่าหนังสือ</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/#comments</comments> <pubDate>Wed, 29 Jul 2009 14:37:52 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[ขนม]]></category> <category><![CDATA[ของชำ]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ขายของ]]></category> <category><![CDATA[จตุจักร]]></category> <category><![CDATA[ชั้นวาง]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ตลาดนัด]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[นิตยสาร]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[ประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ผลไม้แปรรูป]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[รายการ]]></category> <category><![CDATA[รายได้]]></category> <category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[หนังสือ]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เปิดร้าน]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>คอลัมน์ สมองติดปีก ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2545 โดย สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไม่ว่ายุคสมัยใด หนังสือเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมมาตลอด หากแต่ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่อัตราค่าครองชีพสูงขึ้น??? ทำให้ทุกคนต้องประหยัด ธุรกิจร้านเช่าหนังสือ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะไปได้ดี สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการ เพราะการเปิดร้านเช่าหนังสือจะไม่เกี่ยวกับเรื่องประสบการณ์การทำงาน เป็นกิจการที่สามารถจัดตั้งได้ง่าย ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก เป็นงานอิสระที่ลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่ทำรายได้ให้เจ้าของได้ระยะยาว สามารถทำเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพ เสริมได้อีกด้วย ศักยภาพของผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการที่สนใจ และกำลังเริ่มต้นทำธุรกิจร้านเช่าหนังสือ ไม่ใช่ว่ามีเงินทุนพร้อมเพียงอย่างเดียวก็จะสามารถเปิดร้านได้ แต่ต้องอาศัยคุณสมบัติเฉพาะตัวดังต่อไปนี้ รักการอ่าน เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหนังสือประเภทต่างๆ มีเงินทุนเป็นของตนเอง เนื่องจากการทำร้านในช่วงต้น ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง ทำเลที่ตั้งควรอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีกำลังซื้อ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความเป็นกันเองต่อลูกค้า ควรให้ความสำคัญกับลูกค้าเท่ากันหมด ให้บริการที่ดี ละเอียดรอบคอบและมีประสิทธิภาพ การติดต่อหน่วยงานราชการ - ขั้นตอนการขอจดทะเบียนร้านค้า ผู้ที่คิดจะทำร้านเช่าหนังสือเพียงอย่างเดียว อาจไม่จำเป็นต้องยื่นขอจดทะเบียนกับกรมทะเบียนการค้า เว้นแต่ร้านที่ขายสินค้าอื่น ในลักษณะซื้อมา-ขายไป เช่น ขายขนม สินค้ากิฟต์ช็อป ลักษณะนี้ผู้ประกอบการต้องดำเนินการ จดทะเบียนการค้า กับกรมทะเบียนการค้า เอกสารที่ต้องเตรียม [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><span>คอลัมน์       สมองติดปีก</span></p><p><span>ประชาชาติธุรกิจ       วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2545</span></p><p><span>โดย       สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม</span></p><p><span>ไม่ว่ายุคสมัยใด       หนังสือเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมมาตลอด       หากแต่ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่อัตราค่าครองชีพสูงขึ้น???       ทำให้ทุกคนต้องประหยัด       ธุรกิจร้านเช่าหนังสือ       เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะไปได้ดี       สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการ       เพราะการเปิดร้านเช่าหนังสือจะไม่เกี่ยวกับเรื่องประสบการณ์การทำงาน       เป็นกิจการที่สามารถจัดตั้งได้ง่าย       ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก       เป็นงานอิสระที่ลงทุนเพียงครั้งเดียว       แต่ทำรายได้ให้เจ้าของได้ระยะยาว       สามารถทำเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพ       เสริมได้อีกด้วย</span></p><p><span>ศักยภาพของผู้ประกอบการ</span></p><p><span>ผู้ประกอบการที่สนใจ       และกำลังเริ่มต้นทำธุรกิจร้านเช่าหนังสือ       ไม่ใช่ว่ามีเงินทุนพร้อมเพียงอย่างเดียวก็จะสามารถเปิดร้านได้       แต่ต้องอาศัยคุณสมบัติเฉพาะตัวดังต่อไปนี้</span></p><p><span>รักการอ่าน       เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการมีความรู้       ความเข้าใจเกี่ยวกับหนังสือประเภทต่างๆ       มีเงินทุนเป็นของตนเอง       เนื่องจากการทำร้านในช่วงต้น       ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง       ทำเลที่ตั้งควรอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีกำลังซื้อ       และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี       มีความเป็นกันเองต่อลูกค้า       ควรให้ความสำคัญกับลูกค้าเท่ากันหมด       ให้บริการที่ดี       ละเอียดรอบคอบและมีประสิทธิภาพ</span></p><p><span>การติดต่อหน่วยงานราชการ</span></p><p><span>-       ขั้นตอนการขอจดทะเบียนร้านค้า</span></p><p><span>ผู้ที่คิดจะทำร้านเช่าหนังสือเพียงอย่างเดียว       อาจไม่จำเป็นต้องยื่นขอจดทะเบียนกับกรมทะเบียนการค้า       เว้นแต่ร้านที่ขายสินค้าอื่น       ในลักษณะซื้อมา-ขายไป เช่น       ขายขนม สินค้ากิฟต์ช็อป       ลักษณะนี้ผู้ประกอบการต้องดำเนินการ       จดทะเบียนการค้า       กับกรมทะเบียนการค้า</span></p><p><span>เอกสารที่ต้องเตรียม       กรณีนี้จะกล่าวถึงเฉพาะกิจการที่มีเจ้าของคนเดียว       ได้แก่ บัตรประชาชน       สำเนาบัตรประชาชน?       พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง       จำนวน 1 ฉบับ       ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียน       50 บาท       ส่วนระยะเวลาดำเนินการ       จะได้รับทะเบียนพาณิชย์ภายในวันเดียวกัน       ทั้งนี้       ต้องจดทะเบียนภายใน 30       วันนับแต่วันเริ่มประกอบ</span></p><p><span>-       ขั้นตอนดำเนินการเกี่ยวกับภาษี</span></p><p><span>การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีในเขตกรุงเทพฯ       ผู้ประกอบการสามารถติด?       ต่อขอได้ที่สรรพากรเขตที่มีภูมิลำเนาอยู่       หรือที่ตั้งร้าน       ส่วนต่างจังหวัด       ผู้ประกอบการสามารถขอได้ที่สรรพากรอำเภอหรือสรรพากรจังหวัดนั้นๆ</span></p><p><span>การยื่นชำระภาษี       ผู้ที่จะต้องยื่นชำระภาษี       คือผู้ที่มีรายได้ต่อปีภาษีรวมกันเกิน       60,000 บาท       ต้องยื่นแบบชำระภาษีประจำปี       ภ.ง.ด. 90(5)       ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป       นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนด       ให้ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี       ภ.ง.ด. 94 โดยคำนวณจากเงินได้       ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน       ภายในเดือนกันยายนของทุกปีภาษี</span></p><p><span>-       การชำระภาษีป้าย       กรุงเทพมหานครยื่น ณ       สำนักงานเขตศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร       ต่างจังหวัดยื่น ณ       สำนักงานเทศบาล?       หรือที่ทำการ อบต.       วิธีดำเนินการให้ยื่นแบบ ภ.ป.1       ภายใน 15 วัน หลังติดตั้งป้าย       จากนั้นเจ้าหน้าที่จะมาตรวจขนาดป้าย       และดูแบบอักษร       พร้อมคำนวณภาษีที่ต้องชำระ       ซึ่งผู้ประกอบการสามารถมาชำระเงินด้วยตัวเอง       ได้ที่กองการเงิน       กระทรวงการคลัง       หรือส่งทางไปรษณีย์ในรูปของธนาณัติ       ตั๋วแลกเงิน หรือเช็ค ภายใน       15       วันหลังจากเจ้าหน้าที่ได้มาตรวจป้าย       การชำระเงินจะชำระเป็นรายปี       คือตั้งแต่เดือนมกราคม       แต่ไม่เกินมีนาคมของทุกปี</span></p><p><span>+++++++++++++++++++++++</span></p><p><span><span>ร้านเช่าหนังสือ       (2)</span></span></p><p><span>คอลัมน์       สมองติดปีก</span></p><p><span>ประชาชาติธุรกิจ       วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2545</span></p><p><span>สำหรับสภาพตลาดร้านเช่าหนังสือ       ในปัจจุบันตลาดร้านเช่าหนังสือยังเปิดกว้างรองรับการลงทุนได้อีก       สังเกตได้จากยังมีการเปิดร้านตามจุดต่างๆ       ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล       และต่างจังหวัด       อาจเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน       ทำให้ผู้ที่เคยซื้อหนังสืออ่านเอง       หันมาใช้บริการธุรกิจประเภทนี้กันมากขึ้น       จึงเป็นหนทางที่ทำให้ธุรกิจประเภทนี้เติบโตขึ้น       อย่างไรก็ตาม       ธุรกิจร้านเช่าหนังสือให้ผลตอบแทนคุ้มค่าเพียงใด       จะขึ้นอยู่กับทำเลเฉพาะย่านเป็นส่วนสำคัญ</span></p><p><span>ส่วนกลุ่มลูกค้าจะมีเกือบทุกเพศทุกวัย       สิ่งที่เราต้องทำ       คือสำรวจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในย่านนั้นๆ       ก่อนว่ามีคนกลุ่มใด       วัยใดมากที่สุด       และความชอบแต่ละกลุ่มเป็นอย่างไร       อาทิ       เด็กและวัยรุ่นจะชอบการ์ตูน       ส่วนวัยทำงานและแม่บ้านจะเน้นแนวนิตยสาร       นวนิยาย เป็นส่วนใหญ่       เป็นต้น</span></p><p><span>โดยผู้ประกอบการสามารถทำเป็นธุรกิจหลักได้       พร้อมกับสร้างช่องทาง<a
href="http://www.keajon.com/keajon-freeblog/"target="_self"title="รายได้เสริม" >รายได้เสริม</a>ควบคู่กันไปด้วย       อาทิ       เปิดซุ้มขายของขบเคี้ยว       จำพวกขนม       และผลไม้แปรรูปต่างๆ       เปิดซุ้มขายกิฟต์ช็อป       บางร้านที่นำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้       อาจรับพิมพ์งานควบคู่ไปด้วย       ขายหนังสือมือสองให้นักสะสม</span></p><p><span>แต่ทั้งนี้การเพิ่มบริการเสริมเพื่อ<a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a> ผู้ประกอบการควรคำนึงด้วยว่า       ของที่จะขายภายในร้านควรเป็นของแห้ง       เพื่อป้องกันการหกเลอะหนังสือ       สิ่งสำคัญคือ       เมื่อตัดสินใจทำธุรกิจเสริมแล้ว       ผู้ประกอบการต้องสามารถควบคุมดูแลกิจการทั้งสองได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p><p><span>ส่วนผสมทางการตลาด</span></p><p><span>1.โปรดักต์       ผู้ลงทุนจะต้องรู้จักหนังสือหลักๆ       ที่นำมาจัดวางไว้ให้บริการในร้าน       จะเป็นหนังสือการ์ตูน       นวนิยาย พ็อกเกตบุ๊กฯ       หนังสือแต่ละประเภทมีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่       กล่าวคือ</span></p><p><span>หนังสือการ์ตูนแบ่งเป็น       2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่       การ์ตูนผู้หญิง       และการ์ตูนผู้ชาย       การ์ตูนผู้หญิงมีเนื้อเรื่องในแนวกุ๊กกิ๊ก       ตัวการ์ตูนสวย       มีทั้งแบบเล่มเดียวจบ       ส่วนชุดการ์ตูนผู้ชาย       จะเป็นแนวต่อสู้       บู้ล้างผลาญ สืบสวนสอบสวน       การเลือกซื้อควรดูที่ความคมชัดของลายเส้นตัวการ์ตูน       ดูแล้วน่าอ่าน       อัตราส่วนการจัดซื้อหนังสือการ์ตูนเข้ามาในร้าน       ควรมีไว้อย่างละครึ่ง       หรือแล้วแต่ว่าลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่ชอบอ่านประเภทใด</span></p><p><span>นวนิยายมีราคาตั้งแต่สิบกว่าบาท       จนถึงหลักร้อย       มีทั้งนวนิยายไทย       และงานแปล (จีน-ฝรั่ง)       การเลือกซื้อ       ควรเลือกเฉพาะเรื่องที่ได้รับความนิยมเท่านั้น</span></p><p><span>พ็อกเกตบุ๊ก       เรื่องสั้น       หรือเรื่องเล่าต่างๆ       ควรเลือกเรื่องตามกระแสความนิยม</span></p><p><span>นิตยสารควรเลือกนิตยสารที่กำลังได้รับความนิยม       แต่มีเนื้อหาแตกต่างกันไป       เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า</span></p><p><span>หนังสือเรื่องย่อของละครหลังข่าว       ควรเน้นเรื่องที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น</span></p><p><span>วิธีสำรวจความนิยมของหนังสือแต่ละประเภท       สามารถสำรวจจากเว็บไซต์ต่างๆ       ที่มีการจัดอันดับหนังสือ       หรือบทวิจารณ์ตามสื่อต่างๆ       เช่น นิตยสาร       สัมภาษณ์ดาราขวัญใจวัยรุ่นเกี่ยวกับหนังสือที่ชอบ       สอบถามลูกค้า       เกี่ยวกับหนังสือที่ต้องการ       แล้วพิจารณาเลือกหนังสือที่มีลูกค้าสนใจมากที่สุดจากสถิติการยืมหนังสือของลูกค้าในร้าน</span></p><p><span>รายการหนังสือและเวลาการออกของหนังสือ       เช่น       การ์ตูนจะมีเรื่องใหม่ๆ       ออกวางขายทุกวันจันทร์       วันพุธ และวันศุกร์       ผู้ประกอบการควรทราบ       และซื้อหนังสือเพิ่มเติมเข้าร้านอย่างสม่ำเสมอ       โดยเฉพาะหนังสือชุดที่มีเล่มต่อ       เจ้าของร้านต้องหาซื้อเข้ามาไว้ให้ครบ</span></p><p><span>+++++++++++++++</span></p><p><span><span>เริ่มต้นธุรกิจง่ายๆ       กับร้านเช่าหนังสือ (3)</span></span></p><p><span>คอลัมน์       สมองติดปีก???????       ประชาชาติธุรกิจ??????       วันที่ 16 ธันวาคม 2545</span></p><p><span>ฉบับที่แล้วได้เกริ่นนำในเรื่องส่วนผสมทางการตลาด       โดยได้พูดถึง P ตัวแรก คือ       โปรดักต์ไปแล้ว       คราวนี้มาว่ากันอีก 3 ตัว       คือ ราคา สถานที่       และการส่งเสริมการขาย</span></p><p><span>- ราคา       สำหรับธุรกิจร้านเช่าหนังสือก็คือ       ค่าบริการ       ผู้เปิดกิจการไม่ควรตั้งอัตราค่าบริการไว้สูงมากนักจนทำให้ลูกค้าคิดว่าควรซื้อหามาอ่านเองดีกว่า       โดยทั่วไปวิธีคิดค่าบริการมีอยู่       3 แบบ       ขึ้นอยู่กับประเภทของหนังสือนั้นๆ       คือ</span></p><p><span>การคิด 10%       จากราคาหน้าปก       ใช้กับหนังสือการ์ตูนเป็นส่วนใหญ่       เช่น หน้าปกราคาเล่มละ 40 บาท       คิดราคา 4 บาท       การตั้งราคาเดียวใช้กับหนังสือที่มีราคาสูง       เช่น นวนิยาย พ็อกเกตบุ๊ก       และนิตยสารบางประเภท       โดยกำหนดอัตราค่ายืมไว้คงที่       เช่น 5 บาท 6 บาท เป็นต้น       สำหรับนิตยสารอาจคิดค่าเช่าได้       2 อัตรา คือ       ราคาเล่มใหม่กับราคาเล่มเก่า</span></p><p><span>การคิดราคาแบบกำหนดเป็นช่วง</span></p><p><span>ซึ่งทั้ง 3       วิธีสามารถเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง       หรือผสมกันไปตามความเหมาะสมก็ได้</span></p><p><span>- ทำเลที่ตั้ง       เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกก่อนตั้งร้าน       เนื่องจากถ้าได้ทำเลที่ดี       กิจการก็จะไปได้ด้วยดี       ดังนั้น       ผู้ประกอบการควรหาทำเลที่เหมาะสม       อยู่ในที่ชุมชน เช่น ตลาด       สถานศึกษา       อาคารที่พักอาศัย สำนักงาน       โรงงาน ศูนย์การค้า       หรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ       สิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่ไปด้วย       คือ       ถ้าผู้ประกอบการมีสถานที่เอง       และเหมาะสมกับการเปิดร้านเช่าหนังสือ       ผู้ลงทุนก็สามารถดำเนินการได้ทันที       แต่ถ้าต้องเช่าสถานที่       ผู้ลงทุนควรดูเรื่องของค่าเช่าและสัญญาเช่าว่าเหมาะสมกับการลงทุนหรือไม่       รวมถึงผู้ลงทุนควรหาข้อมูลด้วยว่า       ในย่านนั้นมีร้านเช่าหนังสือเปิดอยู่ก่อนแล้วหรือไม่       หากมีจะสามารถแข่งขันกับเขาได้อย่างไร       และมีจำนวนลูกค้าเพียงพอให้เราแทรกพื้นที่ในตลาดได้อีกหรือไม่</span></p><p><span>-       การส่งเสริมการขาย       หรือการดึงดูดใจให้ลูกค้ามาใช้บริการ       ส่วนแรกคือ การตกแต่งร้าน       ผู้ประกอบการควรจัดสถานที่ให้โล่ง       ไม่เบียดกันเกินไป       เพื่อความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ       และภายในร้านต้องมีแสงสว่าง       สะอาด</span></p><p><span>สำหรับกิจกรรมที่ควรจัดเพื่อเป็นการส่งเสริมการขายหรือจูงใจลูกค้า       ได้แก่       การแจกใบปลิวแนะนำร้าน       การสร้างสิ่งจูงใจให้ลูกค้ามาสมัครสมาชิก       การจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี       เช่น การสะสมแต้ม       จัดประกวดวิจารณ์การ์ตูน       ฯลฯ       โดยรูปแบบของกิจกรรมขึ้นอยู่กับแนวความคิดของผู้ประกอบการแต่ละรายที่จะพลิกแพลงสร้างสิ่งจูงใจใหม่ๆ       ให้กับลูกค้า</span></p><p><span>-       จุดขายอีกอย่างที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ       คือ การหาหนังสือใหม่ๆ       ให้ทันตามกระแสความนิยมในขณะนั้นเข้าร้าน       เช่น การ์ตูนออกใหม่       การ์ตูนเล่มต่อหนังสือที่มาแรง       อาทิ       หนังสือที่ได้รับรางวัล       หรือผู้แต่งที่เป็นดารา       นวนิยายที่กำลังจะถูกสร้างเป็นละคร       หนังสือเหล่านี้ต้องหาซื้อเข้ามาไว้ก่อน       เพราะถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของร้านเช่าหนังสือ       ฉะนั้น       ผู้ประกอบการต้องติดตามข่าวสารและทราบตารางการออกของหนังสือ</span></p><p><span>-       ส่วนสภาพการแข่งขันตลาดในภาพรวม       ไม่ค่อยมีการแข่งขันด้านราคามากนัก       แต่สภาพการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับทำเลย่านนั้นๆ       ว่ามีคู่แข่งหรือไม่       โดยมากลูกค้าจะยึดกับร้านที่ตนเองเป็นสมาชิก       ยกเว้นร้านอื่นมีการบริการที่ดีกว่า       จึงจะเปลี่ยนไปใช้บริการอื่น</span></p><p><span><span>ร้านเช่าหนังสือ       (4)</span></span></p><p><span>คอลัมน์       สมองติดปีก???????       ประชาชาติธุรกิจ??????       วันที่ 19 ธันวาคม 2545</span></p><p><span>การดำเนินงาน       ร้านเช่าหนังสือจัดเป็นงานบริการ       การผลิตจึงเน้นไปในเรื่องการจัดซื้อหนังสือเข้าร้าน       การประหยัดค่าใช้จ่าย       การนำเทคโนโลยีมาใช้       และการจัดหาพนักงาน</span></p><p><span>การซื้อหนังสือเข้าร้าน       แยกเป็น 2 กรณี คือ       การซื้อหนังสือเมื่อเริ่มต้นเปิดร้านใหม่       และหนังสือใหม่ที่ซื้อหลังจากเปิดร้านแล้ว</span></p><p><span>การเลือกซื้อหนังสือเมื่อเปิดร้านใหม่       ต้องดูว่าร้านมีขนาดเท่าไร       ถ้าเป็นร้านขนาดประมาณ 15 ตร.ม.       ควรมีหนังสือในร้านอย่างน้อย       2,000 เล่ม       ถ้าร้านขนาดกลางพื้นที่ 20       ตร.ม. ควรมีหนังสือ 3,000       เล่มเป็นอย่างน้อย       เพื่อไม่ให้ร้านโล่งจนเกินไป       และการเลือกประเภทหนังสือต้องดูด้วยว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นใคร       เพื่อจะได้เลือกซื้อหนังสือได้ตรงกับความต้องการ</span></p><p><span>ส่วนการซื้อเพิ่มเติมเมื่อเปิดร้านไปแล้ว       ผู้ประกอบการต้องสังเกตหรือดูสถิติว่าหนังสือประเภทใดเป็นที่นิยม       ก็จัดหาประเภทนั้นๆ       มาเพิ่มเติม</span></p><p><span>แหล่งที่ซื้อหนังสือในกรุงเทพมหานครมีหลายที่       อาทิ ตลาดนัดสวนจตุจักร       มีทั้งร้านที่รับจัดหนังสือสำหรับเปิดร้านให้เช่าบริเวณใต้ห้างน้อมจิต       หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง       แถวห้างเดอะมอลล์       งามวงศ์วาน ฯลฯ       หรือสั่งซื้อจากสำนักพิมพ์โดยตรง</span></p><p><span>ส่วนแนวทางการประหยัดค่าใช้จ่ายในร้านก็เป็นเรื่องสำคัญ       ผู้ประกอบการควรทำสิ่งเล็กๆ       น้อยๆ เพื่อช่วยลดต้นทุน       เช่น การเย็บสันให้แน่นหนา       เพื่อยืดอายุการใช้งานของหนังสือ       นอกจากนี้       ผู้ประกอบการควรรู้วิธีการซ่อมแซมหนังสือที่ขาดหรือชำรุดด้วย       และมีการบำรุงรักษาหนังสือทุกเล่มให้มีสภาพใหม่อยู่เสมอ</span></p><p><span>นอกจากนี้       หากนำคอมพิวเตอร์มาใช้จะช่วยให้เกิดความถูกต้องรวดเร็วในการให้บริการและการคำนวณยอดเงิน       นอกจากนี้ยังช่วยตรวจ       เช็กสต็อกว่ามีหนังสือเล่มใดอยู่หรือถูกยืมไปแล้ว       จำนวนหนังสือมีทั้งหมดเท่าใด       รายชื่อ รวมถึงราคาค่าเช่า       กำหนดการของการซื้อหนังสือและอื่นๆ       ได้</span></p><p><span>ส่วนการจ้างพนักงาน       ขึ้นอยู่กับขนาดของร้าน       แต่ส่วนใหญ่เจ้าของร้านจะดูแลเองทั้งหมด       โดยเฉพาะร้านขนาดเล็ก       มีผู้ดูแลร้าน 1 คน       ก็สามารถดูแลได้ทั่วถึง</span></p><p><span>ด้านการบริหาร       คือ       การจัดการระบบการควบคุมดูแลร้าน       ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กหรือร้านใหญ่       หากผู้ประกอบการมีการจัดการที่ดีภายในร้านแล้ว       จะช่วยให้ตรวจสอบได้ง่าย       พนักงานจะเป็นกลไกที่สำคัญ       และต้องมีมนุษยสัมพันธ์ดี       แนะนำหนังสือต่างๆ       ให้ลูกค้าได้       มีทักษะการเรียนรู้และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี</span></p><p><span>การจัดระบบหนังสือในร้าน       ผู้ประกอบการควรเน้นการแยกหมวดหมู่แต่ละประเภทให้ชัดเจน       หาง่าย       ไม่รกจนดูไม่น่าเข้าไปเลือกหา       พร้อมมีป้ายบอกราคาค่าบริการของหนังสือแต่ละประเภทอย่างชัดเจน</span></p><p><span>ส่วนรูปแบบการให้บริการมี       3 รูปแบบ คือ       สมัครสมาชิกแบบเสียค่าสมาชิก       กับไม่เสียค่าสมาชิก       และการวางเงินมัดจำ       ซึ่งทั้ง 3       รูปแบบต่างมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป</span></p><p><span>ส่วนวิธีตั้งหมายเลขสมาชิก       ผู้ประกอบการอาจใช้ระบบตัวเลขเรียงลำดับก่อนหลังของการมาสมัคร       ส่วนวิธีบันทึกการยืม-คืนหนังสือของลูกค้า       ให้ใช้สมุดบันทึก       เรียงลำดับก่อนหลังของหมาย       เลขสมาชิกเพื่อความสะดวก</span></p><p><span>ด้านการควบคุมหนังสือเข้า-ออก       ผู้ประกอบการควรทำการจดบันทึกหนังสือทั้งหมดที่มีอยู่ในร้านเหมือนการทำสต็อกสินค้า       เมื่อมีการซื้อหนังสือใหม่เข้ามาหรือยืมออกไป       ซึ่งการควบคุมหนังสือเข้าออกจะทำด้วยมือ       หรือใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยก็ได้</span></p><p><span>++++++++++++++++++</span></p><p><span><span>ร้านเช่าหนังสือ       (5)</span></span></p><p><span>คอลัมน์       สมองติดปีก</span></p><p><span><span>ประชาชาติธุรกิจ       วันที่ 23 ธันวาคม 2545</span></p><p></span></p><p><span>การลงทุน</span></p><p><span>การลงทุนในกิจการเช่าหนังสือควรเป็นเงินทุนของตนเองจะดีกว่าการกู้ยืม       เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นค่อนข้างสูง       โครงสร้างต้นทุนส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปยังค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นเปิดร้าน       ถ้าเป็นร้านขนาดเล็กควรมีเงินทุนอย่างน้อย       50,000-100,000 บาท เป็นต้น       โดยแบ่งแยกเป็นค่าหนังสือประมาณ       60%</span></p><p><span>ค่าสถานที่รวมค่าตกแต่ง       อาทิ ค่าชั้นวางหนังสือ       ซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ประมาณ 30%       และอื่นๆ ประมาณ 10%       กันไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายจิปาถะ       เช่น ค่าบัตรสมาชิก       ค่าของชำร่วยให้ลูกค้า       ค่าตรายาง สมุด ปากกา       ค่าอุปกรณ์เย็บเล่ม       พลาสติก เป็นต้น</span></p><p><span>อนึ่ง       สำหรับร้านที่มีขนาดพอสมควรและต้องการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ต้องบวกการลงทุนส่วนนี้ลงไปด้วย       โดยค่าคอมพิวเตอร์จะอยู่ประมาณ       70,000-100,000 บาท (ขึ้นอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์และราคาของซอฟต์แวร์)       ค่าใช้ จ่ายแบ่งได้เป็น 2       ส่วน คือ       ค่าเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง       ค่าซอฟต์แวร์ระบบร้านเช่าหนังสือ</span></p><p><span>ทั้งนี้       สำหรับเงินทุนหมุนเวียนต่อเดือนควรมีประมาณ       15,000-30,000 บาท       เพื่อสำรองเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ       เช่น       ค่าซื้อหนังสือในแต่ละสัปดาห์อยู่ประมาณ       2,400-8,000 บาท ค่าเช่าสถานที่       ค่าน้ำค่าไฟ       ค่าจ้างพนักงาน       ค่าอุปกรณ์การห่อปกหนังสือ       ค่าซ่อมแซมหนังสือ       และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด       ฯลฯ</span></p><p><span>กิจการเช่าหนังสือเป็นกิจการที่รับเงินสดทุกวัน       ดังนั้น       ผู้ประกอบการจะมีเงินหมุนเวียนอยู่ตลอด       เจ้าของร้านต้องบริหารเงินที่ได้รับให้ดีเพื่อไม่ให้ขาดสภาพคล่องและมิให้เกิดการรั่วไหล</span></p><p><span>ระยะเวลาคืนทุน       การทำธุรกิจประเภทนี้ระยะเวลาคืนทุนของแต่ละร้านไม่เท่ากัน       ขึ้นอยู่กับปริมาณการมาใช้บริการของลูกค้า       ถ้ามีมากการคืนทุนจะเร็ว       บางแห่งเพียง 2       เดือนก็สามารถคืนทุนได้แล้ว       แต่บางร้านมีลูกค้าไม่มากการคืนทุนจะอยู่ประมาณ       1-3 ปี       แต่โดยเฉลี่ยแล้วการคืนทุนจะประมาณ       1 ปี</span></p><p><span>ผลตอบแทนต่อวันขึ้นอยู่กับขนาดร้าน       แต่ควรอยู่ระหว่าง 500       บาทขึ้นไป (ยังไม่หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ)</span></p><p><span>เงื่อนไขและข้อจำกัดที่สำคัญ</span></p><p><span>ทำเลที่ตั้งต้องหาในที่ที่ลูกค้ามีกำลังซื้อและเหมาะสม       ค่าเช่าสถานที่ไม่แพงเกินไป       ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด       หากผู้ประกอบการเลือกผิดพลาดแล้วอาจส่งผลกระทบถึงขั้นต้องปิดกิจการ       ต้องมีเวลาดูแลเอาใจใส่ร้านอย่างจริงจัง       ไม่ใช่อาศัยเงินทุนเพียงอย่างเดียว       และต้องเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี       มีความอดทนด้วย</span></p><p><span>ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ</span></p><p><span>เน้นการบริการให้ดีต่อลูกค้า       มีความเป็นกันเอง       ไม่เอาเปรียบลูกค้า</span></p><p><span>ความอดทน       ขยัน และมีใจรักในงานที่ทำ       เพราะค่าบริการค่อนข้างถูก       แต่ถ้าลูกค้ามีจำนวนมากก็ทำให้กิจการได้รับผลตอบแทนที่สูง       โดยเฉพาะช่วงหลังจากการคืนทุนแล้วกำไรจะสูงมาก</span></p><p><span>การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย       คือผู้ประกอบการสำรวจความต้องการของลูกค้าว่าชอบหนังสือประเภทใดแนวใดมากที่สุด       แล้วจัดหนังสือตามที่ลูกค้าต้องการได้ครบถ้วน       เช่น       ลูกค้าจะมาเช่าหนังสือการ์ตูนผู้ชายมากกว่าการ์ตูนผู้หญิงก็ควรจัดหามาเพิ่ม       และอาจลดการซื้อการ์ตูนผู้หญิงลง       เป็นต้น</span></p><p><span>รวมถึงปัจจัยอื่นที่ผู้ประกอบการพึงมี       เช่น       การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม       การปรับปรุงร้านให้ทันสมัย       จัดหาหนังสือเล่มใหม่ๆ       และเป็นที่น่าสนใจเข้ามาไว้ในร้านอย่างสม่ำเสมอ</span></p><p><span>รู้จักวิธีการซ่อมแซมหนังสือที่ชำรุด</span></p><p><span>จัดส่งเสริมการขายอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง</span></p> <script type="text/javascript">google_ad_client = "pub-9087178772529554"; //Devthought Sidebar google_ad_slot = "6547978492"; google_ad_width = 160; google_ad_height = 600;</script> <script type="text/javascript" src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js"></script>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>พาย-ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง</title><link>http://www.keajon.com/pie-tart/</link> <comments>http://www.keajon.com/pie-tart/#comments</comments> <pubDate>Fri, 10 Jul 2009 04:18:06 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[การทำเบอเกอรี่]]></category> <category><![CDATA[ขนมปัง]]></category> <category><![CDATA[ขนมอบ]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ช่องทางทำกิน]]></category> <category><![CDATA[ทาร์ต]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[พาย]]></category> <category><![CDATA[อร่อย]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพทำเงิน]]></category> <category><![CDATA[เดนนิช]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=1057</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/pie-tart/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://food-recipes.vzazaa.com/wp-content/uploads/2009/06/e0b89ee0b8b2e0b8a2e0b8a3e0b8a7e0b8a1e0b8a1e0b8b4e0b895e0b8a3.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>พาย-ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว ขนมอบอย่าง ?พาย? และ ?ทาร์ส? แม้ว่าจะเป็นขนมชิ้นเล็ก ๆ ที่ชื่อไม่คุ้นหูคนไทย แต่ก็คุ้นลิ้น มีผู้ให้ความสนใจซื้อหารับประทานกันมาก ใครที่มีฝีมือในการทำให้รสชาติอร่อยก็จะเป็นอีกอาชีพทำเงินได้ดี ทั้งในลักษณะอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม วันนี้ทีมงาน ?ช่องทางทำกิน? ก็มีเรื่องราวขนมอบประเภทนี้มานำเสนอกัน? ขนิษฐา สวัสดิ์เวช หรือ คุณน้อง เคยทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนมา 8 ปี และช่วงปี 2540 ก็ได้ลาออกจากงานบริษัท เพื่อที่จะมาทำขนมขาย อาทิ ขนมปังกระเทียม ขนมเปี๊ยะ พาย ข้าวตัง เนื่องจากมีใจรัก และพอมีฝีมือ-มีพรสวรรค์ทางนี้อยู่ และก่อนจะทำขายจริงจังยังได้ไปเรียนกับคนรู้จัก ไปเรียนเพิ่มเติมก่อนด้วย ?ช่วงปี 2542-2543 ยอดสั่งขนมดีมาก ทำกันแทบไม่ทัน มีคนมารอรับขนมถึงหน้าบ้านเลย ไม่จำเป็นต้องไปหาที่ขายเลย ทำเท่าไรก็ไม่พอ อาจเป็นเพราะเศรษฐกิจช่วงนั้นค่อนข้างดีก็เป็นไปได้? คุณน้องบอกต่อไปว่า พอปี 2544 เป็นต้นมายอดขายก็ลดลงไปมาก จนต้องให้คนงานที่จ้างมาช่วยออกจากงานถึง 10 คน เพราะมีคนหันมาทำขนมขายกันมากขึ้น และที่สำคัญช่วงนั้นทำอะไรก็มักจะโดนลอกเลียนแบบ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<div> <img
class="aligncenter" src="http://food-recipes.vzazaa.com/wp-content/uploads/2009/06/e0b89ee0b8b2e0b8a2e0b8a3e0b8a7e0b8a1e0b8a1e0b8b4e0b895e0b8a3.jpg" alt="e0b89ee0b8b2e0b8a2e0b8a3e0b8a7e0b8a1e0b8a1e0b8b4e0b895e0b8a3 พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง" width="324" height="298" title="พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง" /><p><br
/>พาย-ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว<p><br
/><strong>ขนมอบอย่าง ?</strong><strong>พาย? </strong><strong>และ ?</strong><strong>ทาร์ส? </strong><strong>แม้ว่าจะเป็นขนมชิ้นเล็ก ๆ ที่ชื่อไม่คุ้นหูคนไทย </strong><strong>แต่ก็คุ้นลิ้น มีผู้ให้ความสนใจซื้อหารับประทานกันมาก</strong> ใครที่มีฝีมือในการทำให้รสชาติอร่อยก็จะเป็นอีกอาชีพทำเงินได้ดี ทั้งในลักษณะอาชีพหลักหรือ<a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a> วันนี้ทีมงาน ?ช่องทางทำกิน? ก็มีเรื่องราวขนมอบประเภทนี้มานำเสนอกัน?<p><br
/><strong>ขนิษฐา สวัสดิ์เวช </strong><strong>หรือ คุณน้อง</strong> เคยทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนมา 8 ปี และช่วงปี 2540 ก็ได้ลาออกจากงานบริษัท เพื่อที่จะมาทำขนมขาย อาทิ ขนมปังกระเทียม ขนมเปี๊ยะ พาย ข้าวตัง เนื่องจากมีใจรัก และพอมีฝีมือ-มีพรสวรรค์ทางนี้อยู่ และก่อนจะทำขายจริงจังยังได้ไปเรียนกับคนรู้จัก ไปเรียนเพิ่มเติมก่อนด้วย<p><br
/>?ช่วงปี 2542-2543 ยอดสั่งขนมดีมาก ทำกันแทบไม่ทัน มีคนมารอรับขนมถึงหน้าบ้านเลย ไม่จำเป็นต้องไปหาที่ขายเลย ทำเท่าไรก็ไม่พอ อาจเป็นเพราะเศรษฐกิจช่วงนั้นค่อนข้างดีก็เป็นไปได้?<p><br
/>คุณน้องบอกต่อไปว่า พอปี 2544 เป็นต้นมายอดขายก็ลดลงไปมาก จนต้องให้คนงานที่จ้างมาช่วยออกจากงานถึง 10 คน เพราะมีคนหันมาทำขนมขายกันมากขึ้น และที่สำคัญช่วงนั้นทำอะไรก็มักจะโดนลอกเลียนแบบ จึงหยุดทำไปสักระยะหนึ่ง ประคองตัวให้รอดพ้นวิกฤติไปให้ได้ก่อน<p><br
/><strong>ต่อมาก็มาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง </strong><strong>เป็นการเริ่มต้นด้วยตนเอง โดยทำที่บ้าน เน้น ?</strong><strong>พายสับปะรด? </strong><strong>และ ?</strong><strong>ทาร์สสับปะรด? </strong><strong>เป็นหลัก ทำเป็นชิ้นเล็ก ๆ เน้นจับลูกค้ากลุ่มร้านกาแฟ โดยหาลูกค้าด้วยตนเอง </strong><strong>ไม่นั่งรอให้คนมาสั่งที่บ้านเหมือนเดิม</strong><p><br
/>ลองมาดูสูตรการทำพายที่เรียกว่า <strong>?</strong><strong>พายเรือ? </strong>และ <strong>?</strong><strong>พายดาว?</strong> ที่คุณน้องให้สูตรกัน?..<p><br
/>เริ่มต้นที่ ?เนื้อแป้ง? ใช้แป้งสาลี 250 กรัม, น้ำตาลไอซ์ซิ่ง 50 กรัม, ผงฟู 1/2 ช้อนชา, เกลือ 1/2 ช้อนชา, เนยมาการีน 150 กรัม, น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย และกลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา<p><br
/><span>วิธีทำ</span> เริ่มที่ ร่อนแป้งสาลี, น้ำตาลไอซ์ซิ่ง 50 กรัม, ผงฟู 1/2 ช้อนชา และเกลือ ให้เข้าด้วยกัน จากนั้นใส่เนยมาการีน และน้ำเปล่าให้เข้ากันด้วย และใส่กลิ่นวานิลลาลงไป แล้วใช้มือนวดให้แป้งเข้าด้วยกัน จากนั้นนำแป้งที่ผสมดีแล้ววางลงบนโต๊ะ แล้วใช้ที่นวดแป้งรีดให้เป็นแผ่นใหญ่ ๆ บาง ๆ<p><br
/>?ตัดแป้งเป็นแผ่นขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส ใช้ไม้บรรทัดฟุตเหล็กเป็นตัวหลัก ตัดเป็นแนวนอน และแนวตั้ง ถ้าเป็นพายเรือ ตัดเพียงแค่แผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ถ้าเป็นพายดาว ให้ตัดด้านมุมของแผ่นแป้งเป็นรูปกากบาท เพื่อสะดวกเวลาที่จะพับออกมาเป็นรูปดาว?<p><br
/>วางไส้สับปะรดลงบนแป้งพายแล้วพับเป็นรูปดาว หรือรูปเรือก็ได้ ทาไข่แดงบนหน้าพายนิดหน่อย จากนั้นนำเข้าตู้อบ ใช้ความร้อนอบ 150 องศาฯ อบประมาณ 5 นาที เท่านี้ก็เรียบร้อย<p><br
/>?ไส้สับปะรดนั้น ให้ซื้อสำเร็จรูปจากโรงงาน ราคา กก. ละไม่เกิน 25 บาท?<p><br
/>ส่วน <strong>?</strong><strong>ทาร์สสับปะรด?</strong> ใช้แป้งสาลี 400 กรัม, เกลือ 1/2 ช้อนชา, เนยสด 200 กรัม, ไข่แดง 2 ฟอง และกลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา<p><br
/><span>วิธีทำ</span> ตีเกลือ เนยสด ไข่แดง และกลิ่นวานิลลาด้วยเครื่องให้เข้ากันก่อน จากนั้นเทแป้งสาลีลงไปผสม โดยใช้มือค่อย ๆ ผสมให้เข้ากัน<p><br
/>ค่อย ๆ จับแป้งขึ้นมาเป็นก้อน ๆ ปั้นเป็นก้อนกลม จากนั้นแบออกมาเป็นแผ่น ใส่ไส้สัปปะรด ลงไป แล้วใส่ลงไปบนพิมพ์ ซึ่งเป็นรูปต่าง ๆ อาทิ แอปเปิ้ล ฟักทอง<p><br
/>จากนั้น นำเข้าเตาอบ ใช้ความร้อน 150 องศาฯ อบประมาณ 5 นาที เท่านี้ก็เป็น อันเรียบร้อยแล้ว จัดใส่กล่องพลาสติกใสกลม ประมาณ 120 กรัม<p><br
/>สำหรับพาย 120 กรัม ต้นทุนประมาณ 13 บาท ขายส่ง 25 บาท ส่วนทาร์ส 120 กรัม ต้นทุนประมาณ 15 บาท ขายส่ง 25 บาท<p><br
/><a
rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/job2t.wordpress.com/19/"><img
src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/job2t.wordpress.com/19/" border="0" alt=" พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง"  title="พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง" /></a> <a
rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/job2t.wordpress.com/19/"><img
src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/job2t.wordpress.com/19/" border="0" alt=" พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง"  title="พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง" /></a> <a
rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/job2t.wordpress.com/19/"><img
src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/job2t.wordpress.com/19/" border="0" alt=" พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง"  title="พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง" /></a> <a
rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/job2t.wordpress.com/19/"><img
src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/job2t.wordpress.com/19/" border="0" alt=" พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง"  title="พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง" /></a> <a
rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/job2t.wordpress.com/19/"><img
src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/job2t.wordpress.com/19/" border="0" alt=" พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง"  title="พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง" /></a> <img
src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=job2t.wordpress.com&amp;blog=8458316&amp;post=19&amp;subd=job2t&amp;ref=&amp;feed=1" border="0" alt=" พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง"  title="พาย ทาร์ส? ชิ้นจิ๋ว ๆ กำไรแจ๋ว รายได้เจ๋ง" /></div> <script type="text/javascript">// 
 google_ad_client = "pub-9087178772529554"; //Devthought Sidebar google_ad_slot = "6547978492"; google_ad_width = 160; google_ad_height = 600;
// ]]&gt;</script> <script src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"></script>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/pie-tart/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>สูตรทำแซนวิช แสนอร่อย (ขอกันมาเยอะเหลือเกิน!!)</title><link>http://www.keajon.com/sanwich-delicuous/</link> <comments>http://www.keajon.com/sanwich-delicuous/#comments</comments> <pubDate>Mon, 06 Jul 2009 00:34:22 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[ข่าวฝึกอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ทำแซนวิช]]></category> <category><![CDATA[น้ำพริก]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[มายองเนส]]></category> <category><![CDATA[อร่อย]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[แซนวิชไส้ต่างๆ]]></category> <category><![CDATA[แฮม]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=822</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/sanwich-delicuous/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.formumandme.com/pic_upload/pic_no_994_food_33.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>แซนวิชไส้ต่าง ๆ แซนวิช (sandwich) เหมาะกับการรับประทานเป็นอาหารเช้าของครอบครัว และคนที่ไม่มีเวลาในการประกอบอาหาร เพราะต้องเร่งรีบต่อการเดินทางไปทำงาน การทำแซนวิชใช้ขนมปังหั่นบางๆ ตัดริมขอบที่เป็นสีน้ำตาล เนื่องจากการอบออกให้หมด ทาเนยสอดไส้แล้วจึงประกบกันเป็นคู่ๆ จะใช้เป็นแผ่นหรือจะนำมาหั่นก็ได้ การหั่นขนมปังต้องใช้มีดบางคมๆ มิฉะนั้นขอบขนมปังจะไม่เรียบ การหั่นแซนวิชนิยมหั่นเป็นรูปร่างต่างๆ เช่นสีเหลี่ยม สามเหลี่ยมเป็นต้นแล้วนำมาประกบกันเป็นคู่ เนยที่ใช้ทาแซนวิช ควรใช้เนยที่อ่อนตัวแล้ว ถ้าเพิ่งนำออกจากตู้เย็นจะแข็งตัว ควรคนให้เป็นครีมเสียก่อน เนยจะฟูนุ่มทาง่ายขึ้น ควรทาเนยเทียมข้างเดียว แล้วใส่ไส้ การทำแซนวิชจำนวนมากต้องใช้เวลาทำนาน ควรห่อด้วยกระดาษแก้ว หรือห่อพลาสติก หรือใช้ภาชนะคลุมไว้เพื่อไม่ให้ถูกลม จนกระทั่งถึงเวลาที่จะเสริฟ การทำแซนวิชไส้ต่างๆ 1. แซนวิชไก่อบ ส่วนผสม ไก่อบหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ หรือ ฉีก 1/2 กิโลกรัม น้ำสลัดมายองเนสใช้ทาขนมปัง 1 ถ้วย เนยใช้ป้ายขนมปังคนให้ฟู 1 ถ้วย ขนมปังหั่นแล้วตัดขอบออก 2 แถว ผักดอง กะหล่ำปีหั่นฝอย 4 ถ้วย แครอทหั่นฝอย 1 ถ้วย [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[แซนวิชไส้ต่าง ๆ
<img
style="float: left;" src="http://www.formumandme.com/pic_upload/pic_no_994_food_33.jpg" alt="pic no 994 food 33 สูตรทำแซนวิช แสนอร่อย (ขอกันมาเยอะเหลือเกิน!!)"  title="สูตรทำแซนวิช แสนอร่อย (ขอกันมาเยอะเหลือเกิน!!)" /> <br
/>แซนวิช (sandwich) เหมาะกับการรับประทานเป็นอาหารเช้าของครอบครัว และคนที่ไม่มีเวลาในการประกอบอาหาร เพราะต้องเร่งรีบต่อการเดินทางไปทำงาน การทำแซนวิชใช้ขนมปังหั่นบางๆ ตัดริมขอบที่เป็นสีน้ำตาล เนื่องจากการอบออกให้หมด ทาเนยสอดไส้แล้วจึงประกบกันเป็นคู่ๆ จะใช้เป็นแผ่นหรือจะนำมาหั่นก็ได้ <br
/>การหั่นขนมปังต้องใช้มีดบางคมๆ มิฉะนั้นขอบขนมปังจะไม่เรียบ การหั่นแซนวิชนิยมหั่นเป็นรูปร่างต่างๆ เช่นสีเหลี่ยม สามเหลี่ยมเป็นต้นแล้วนำมาประกบกันเป็นคู่ <br
/>เนยที่ใช้ทาแซนวิช ควรใช้เนยที่อ่อนตัวแล้ว ถ้าเพิ่งนำออกจากตู้เย็นจะแข็งตัว ควรคนให้เป็นครีมเสียก่อน เนยจะฟูนุ่มทาง่ายขึ้น ควรทาเนยเทียมข้างเดียว แล้วใส่ไส้ การทำแซนวิชจำนวนมากต้องใช้เวลาทำนาน ควรห่อด้วยกระดาษแก้ว หรือห่อพลาสติก หรือใช้ภาชนะคลุมไว้เพื่อไม่ให้ถูกลม จนกระทั่งถึงเวลาที่จะเสริฟ <br
/>การทำแซนวิชไส้ต่างๆ <br
/>1. แซนวิชไก่อบ <br
/>ส่วนผสม <br
/>ไก่อบหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ หรือ ฉีก 1/2 กิโลกรัม <br
/>น้ำสลัดมายองเนสใช้ทาขนมปัง 1 ถ้วย <br
/>เนยใช้ป้ายขนมปังคนให้ฟู 1 ถ้วย <br
/>ขนมปังหั่นแล้วตัดขอบออก 2 แถว <br
/>ผักดอง <br
/>กะหล่ำปีหั่นฝอย 4 ถ้วย <br
/>แครอทหั่นฝอย 1 ถ้วย <br
/>น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย <br
/>น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย <br
/>เกลือป่น 1 1/2 ถ้วย <br
/>วิธีทำ <br
/>1. นำขนมปังมาทาเนยด้านเดียวให้หมดทุกแผ่น แล้วทามายองเนสทับอีกครั้ง <br
/>2. วางไก่บนแผ่นขนมปัง และผักดอง แล้วประกบกัน <br
/>3. ห่อด้วยกระดาษห่อแซนวิชให้เรียบร้อย <br
/>วิธีทำผักดอง <br
/>น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือ ผสมกันแล้วยกขึ้นตั้งไฟให้เดือด พักไว้ให้เย็น แล้วจึงใส่ผักดองประมาณ 2 ชั่วโมง <br
/>2. แซนวิชหมูหยอง <br
/>ส่วนผสม <br
/>ขนมปังแซนวิช หมูหยอง น้ำพริกเปา <br
/>วิธีทำ <br
/>นำขนมปังมาตัดขอบสีน้ำตาลออกทั้ง 4 ด้านทุกแผ่น <br
/>ทาน้ำพริกเผาบนแผ่นขนมปัง ทุกแผ่นบางๆ โรยหมูหยองให้ทั่วแผ่นขนมปัง นำไปประกบกับขนมปังอีกแผ่นเข้าด้วยกัน <br
/>ตัดคู่ของแซนวิชเป็นรูปร่างๆต่างๆ ห่อด้วยกระดาษห่อแซนวิช หรือใส่ถุงพลาสติก <br
/>3. แซนวิชไส้กรอก <br
/>ส่วนผสม <br
/>ขนมปังแซนวิช ไส้กรอกยาว แตงกวา มายองเนส <br
/>วิธีทำ <br
/>นำขนมปังมาตัดขอบทั้ง 4 ด้าน ไส้กรอกใช้มีดบั้งให้เป็นรอยตลอดอัน นำไปทอดพอสุก แล้วผ่าครึ่งตามยาวของไส้กรอก ทามายองเนสบนแผ่นขนมปังแซนวิชให้ทั่วทุกแผ่นใส่ไส้กรอก แตงกวาปอกเปลือกหั่นเอาแต่เนื้อ ไม่ใช้เม็ด หั่นตามยาว นำมาวางบนไส้กรอกนำมาประกบด้วยขนมปังอีกแผ่น ห่อกระดาษแซนวิช <br
/>มายองเนส <br
/>ไข่แดง 1 ฟอง <br
/>น้ำมันพืช 1 / 2 ถ้วย <br
/>น้ำตาลทราย 1 / 4 ถ้วย <br
/>เกลือ 1 ช้อนชา <br
/>น้ำส้มหรือน้ำมะนาว 1 / 4 ถ้วย <br
/>พริกไทย 1 / 2 ช้อนชา <br
/>วิธีทำ <br
/>คนไข่แดงให้ขึ้น ค่อยๆ ใส่น้ำมันสลับกับน้ำส้มจนหมด ตีจนขึ้น ใส่น้ำตาล เกลือ พริกไทยคนให้เข้ากัน <br
/>4. แซนวิชไส้แฮม <br
/>ขนมปังแซนวิช แฮมนึ่งสุกชึ้นเท่าขนมปัง เนยแข็งชึ้นเท่าขนมปัง แตงกวาดอง กะหล่ำปลีฝอยดอง <br
/>วิธีทำ <br
/>นำขนมปังมาตัดขอบออกทั้ง 4 ด้าน วางเนย 1 ชิ้นบนขนมปัง 1 แผ่น โรงผักดองบนเนย วางแผ่นแฮมทับลงบนผักดอง ปิดทับด้วยขนมปังอีกแผ่นหนึ่ง ห่อด้วยกระดาษห่อแซนวิช <br
/>5. แซนวิชสลัด <br
/>ขนมปังแซนวิช เนื้อไก่นึ่ง เนื้อกุ้งนึ่ง มายองเนส พริกไทย มะนาว เกลือ แตงกวาหั่น เนยสด <br
/>วิธีทำ <br
/>นำขนมปังมาตัดขอบสีน้ำตาลออกทั้ง 4 ด้าน เนื้อไก่นึ่งให้ฉีกออกเป็นฝอย เนื้อกุ้งนึ่งให้นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมรวมกับมายองเนส พริกไทย มะนาว เกลือ แตงกวา ผสมให้เข้ากัน นำมาทาบนแผ่นขนมปังให้ทั่วแผ่น ขนมปังอีกแผ่นทาเนยสดให้ทั่ว นำมาประกบกับแผ่นที่ทาสลัดไว้ ห่อด้วยกระดาษห่อแซนวิช <br
/>6. แซนวิชไส้ไก่ <br
/>ขนมปังแซนวิช หน้าอกไก่นึ่ง มายองเนส ผักกาดหอม เนยสด <br
/>วิธีทำ <br
/>นำขนมปังมาตัดขอบออกทั้ง 4 ด้าน นำแผ่นขนมปังมาทาเนยสดให้ทั่วทุกแผ่น แล้วนำมายองเนสทาทับลงไปบนเนยให้ทั่วแผ่น เนื้อไก่นึ่งให้นำมาฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ นำมาวางบนแผ่นขนมปังที่ทามายองเนสแล้ว วางผักกาดหอมทับ แล้วนำมาประกบกันเป็นคู่ <br
/>7. แซนวิชยำปลากระป๋อง <br
/>ขนมปังแซนวิช ปลากระป๋อง หัวหอมซอย น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชู พริกขึ้นหนูซอย <br
/>วิธีทำ <br
/>นำขนมปังมาตัดขอบทั้ง 4 ด้าน นำปลากระป๋อง มะนาว พริกขี้หนูหัวหอมซอยคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำแผ่นขนมปังใส่ไส้ทาให้ทั่วแล้วประกบขนมปังอีกแผ่นลงไป ห่อด้วยกระดาษห่อแซนวิช หรือใส่ถุงพลาสติกกันลม ทำให้แซนวิชนุ่มขึ้น <br
/>8. แซนวิชตับบด <br
/>ขนมปังแซนวิช มายองเนส ผักดองหั่นละเอียด ตับบด เนยสด <br
/>วิธีทำ <br
/>นำขนมปังมาตัดขอบทั้ง 4 ด้าน ทาเนยสดที่ขนมปัง 1 แผ่น ทามายองเนส 1 แผ่น วางผักดองที่หั่นไว้ให้ทั่วแผ่นขนมปัง ทาตับบดบนขนมปังอีกแผ่นหนึ่ง แล้วนำมาประกบกันเป็นคู่กับแผ่นที่วางผักดองไว้
ข้อมูลโดย : <a
href="http://www.formumandme.com">http://www.formumandme.com</a>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/sanwich-delicuous/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> </channel> </rss>
