
สาเหตุที่ทั่วโลกที่คนไม่รวย และไม่พอเพียง 1.เพราะเชื่อในพรหมลิขิตและชะตากรรม บางคนจนเพราะความคิด ต่อให้ถูกหวยซํก 20 ล้าน แป๊บเดียวเดี๋ยวก็จนเหมือนเดิม (~ไม่เชื่อลองดูข่าวพวกถูกล็อตเตอรี่แล้วจนเหมือนเดิมภายใน 2 ปีดูได้ ) และเชื่อแต่บุญกรรม วาสนา พระเจ้าบันดาลเท่านั้น ทุกอย่างเป็นพรหมลิขิต โทษฟ้าฝน ดูแต่คนอื่นที่รวยแล้วพร่ำเพร่อได้แค่ว่า “ถ้าฉันโชคดีแบบเขาก็คงเรวยไปแล้ว” มัวงอมืองอเท้า และรำพึง “~เป็นไป ตามพระเจ้ากำหนด” 2. อยุ่ในวังวนที่ไม่มีทางออกมาได้ บางคนกลัวที่จะออกมาจากกฏที่ไม่มีทางออกมาได้เพราะไม่มี โอกาส เพราะเขาเกิดมาแบบนั้น เขาจึงขาดโอกาส เช่น ยาม ไม่มสามารถออกมาทำอย่างอื่นได้นอกจากเฝ้า แต่หากขาดคนที่ทำอาชีพนี้ก็คงแย่เหมือนกัน (แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่จะเอามาเถียงกัน เพราะถ้าคุณพูดงี้ ทำไมคุณไม่ไปเป็นยามซะเองล่ะ?) 3. ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง คนเราถ้าอยู่นิ่งๆ มันไม่มีทางจะมีโอกาสเดินเข้ามาหาหรอก มันต้องเดินเข้าไป หาโอกาส ขายของอยู่ปากซอย มัวแต่รอให้คนเดินออกมาซื้อ แทนที่จะเข็นรถเขาไปขายถึงหน้าบ้าน เพื่อ เปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำไมคนเรามีเวลาเท่ากัน [...]

วันนี้ นายแก้จน เอาวีดีโอจากยูทูป มาเป็นกำลังใจให้ผู้ที่หมดหวัง ไร้เรี่ยวแรงในการทำมาหากิน ไม่มีอะไรเลวร้านไปกว่าที่ใจเราจะไม่ต่อสู้กับปัญหานั่นเองดูให้จบครับ หัวใจคุณจะพองโต และอยากจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

30 มิถุนายน 2551 ไชโย เงินเดือนออกแล้ว ไปกดดูในเครื่องเอทีเอ็มเห็นมีเงินเข้ามา 13,600 บาทแล้ว รอดตายแล้วเรา 1 กรกฎาคม 2551 ไปห้างสรรพสินค้าตอนเลิกงาน ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาตุนไว้ที่หอพัก 4 แพ็ค ใครจะรู้ว่าเดือนนี้อะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตฉัน อาจจะเงินหมดกระเป๋าจนอาทิตย์สุดท้ายต้องต้มบะหมี่กินอย่างเดียวก็ได้ ไม่ประมาทไว้เป็นดี ไปกินหมูกะทะฉลองเงินเดือนออก นานๆทีจะได้กินของที่อยากกินแบบนี้ ค่าใช้จ่ายวันนี้ รวมราคาบะหมี่ ค่าหมูกะทะตอนเย็น ค่าอาหารเช้ากับกลางวัน ค่ารถเมล์ ค่ารถสองแถวเข้าซอย = 420 บาท 2 กรกฎาคม 2551 เจ้านายใช้ให้ไปอบรมแทนที่สาธรตอนบ่าย ตั้งใจจะนั่งรถเมล์ออกจากบริษัทตอนเที่ยงและหาข้าวกินกลางทางจะได้ทันช่วงบ่ายไม่ต้องรีบมาก แต่กลายเป็นว่าเจ้านายสั่งงานด่วนให้ทำตอนสาย กว่าจะทำเสร็จก็เที่ยงครึ่ง ต้องเปลี่ยนแผนเป็นขึ้นรถแท๊กซี่จากบางพลัดไป ลงรถหน้าโรงแรมแล้วต้องมองซ้ายขวาหาร้านอาหารแถวนี้กินแบบด่วนๆ ไม่อยากเชื่อว่าอาหารแถวนี้แพงเหลือเกิน (ที่จริงก็แพงทุกที่นั่นแหละ) สุดท้ายไปได้ร้านบะหมี่ละแวกนั้นกินสยบความหิวแล้วเดินเข้าโรงแรมไปด้วยเหงื่อเต็มตัว นั่งหลับระหว่างฟังอบรมที่แสนน่าเบื่อ ตอนเย็นนั่งรถเมล์กลับบ้าน ค่าใช้จ่ายวันนี้ รวมค่าเดินทางทุกประเภท ค่าอาหารทุกมื้อ = 385 บาท 3 [...]

กว่าจะมาเป็นหนึ่งในผู้บริหารของ บริษัทเวิร์คพอยท์เอนเตอร์เทอเมนท์ จำกัด (มหาชน) ชีวิตวัยเด็ของเขา ต้องเรียกว่าผจญมากับความยากจนข้นแค้นสาหัส จนนับครั้งไม่ถ้วน แต่เขาบอกว่า สิ่งเหล่านั้น มีไลฟ์สไตล์ในแนว เศรษฐกิจพอเพียง แบบไม่รู้ตัว “คำว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี้ หลายคนฟังแล้วอาจะเข้าใจว่า เราไปจนกันเถอะ ไม่ใช่นะครับ คำนี้มีความหมายลึกซึ้งมาก และต้องตีความออกมาให้ดี อย่างตอนเด็ก ครอบครัวของผมมีฐานะไม่ค่อยดี แต่ผมไม่เคยขอให้ใครช่วยเหลือ หรือร้องต่อว่าฟ้าดิน ไม่เคยโทษว่าทำไมชีวิต ต่ำต้อยย่ำแย่ พ่อแม่ผมไม่มีเงิน ผมก็รับรู้ว่าไม่มี บังเอิญผมไปใช้ชีวิตอย่างนั้นแล้วไม่เป็นทุกข์? และไม่รู้ตัวว่า นั่นเป็นการใช้ความพอเพียงเข้าแล้ว” “ระหว่างทางของการใช้ชีวิต สอนผมว่า การเรียนรู้ การต่อสู้ ได้สอนผมให้ทำไปตามช่วงชีวิตที่เติบโตขึ้นเรื่อย จนมาวันที่ผมประสบความสำเร็จ ซึ่งผมไม่เคยวาดฝันว่า ผมต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ให้ได้ แต่ผมรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ความรู้ ความสามารถที่ผมมีอยู่นั้น ออกมาเป็นผลดีต่อตัวเอง อย่างผมเป็นคนช่างพูด อธิบายอะไรให้คนเข้าใจง่าย? มีความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย? ก็นำมาสรุปและใช้การเป็นพิธีกร นำเสนอสิ่งต่างๆ ออกมาได้ดี เมื่อรู้ว่าถนัดทางนี้ ผมก็ไม่ไปเล่นการเมือง ไม่ไปขายก๋วยเตี๋ยวหรือทำอาชีพอื่น นั่นคือผมรู้จักตัวเอง เป็นเรื่องการประมาณตน” [...]

นึกถึงตอนเช้าวันอาทิตย์ ที่มีพระอาจารย์มาเทศน์ให้ฟังกันในทีวีอ่าค่ะ พอดีไปอ่านเจอธรรมะของศาสนาพุทธที่ถือได้ว่าเป็น หัวใจเศรษฐี และคิดว่าน่าจะเข้ากับช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ดในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เลยนำมาฝากกันค่ะ “หัวใจเศรษฐี” เกิดมาจาก.. การที่คนธรรมดาแบบพวกเราคนนึง ที่ต้องทำงานเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว และมีความต้องการทรัพสินย์เงินทองอยู่ แต่อยากจะให้พระพุทธเจ้าสอนธรรมะที่เป็นประโยชน์ให้ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน พระพุทธเจ้าจึงสอนสิ่งซึ่งเปรียบเป็น “หัวใจเศรษฐี” ให้ (คนที่อยากเป็นเศรษฐีให้ทำตามนี้น่ะค่ะ) มี 4 ข้อ (สรุปตามความเข้าใจของเราเอง จากที่อ่านมานะคะ) 1. อุฎฐานสัมปทา หมายถึง ให้หมั่นขยันหาความรู้ ขยันทำมาหากิน ขยันในกิจการงานต่างๆ มีความรับผิดชอบหนักเอาเบาสู้ เป็นต้น 2. อารักขสัมปทา หมายถึง ให้รู้จักออมเงินที่หาได้มา ใช้จ่ายเงินแบบมีเหตุผล มีวินัยในการใช้เงิน และทำงานในหน้าที่ให้ดี 3. กัลยาณมิตตตา หมายถึง การมีเพื่อนเป็นคนดี .. คนดี คือ คนที่ไม่ชั่ว เช่น..ไม่ปอกลอก ไม่ดีแต่พูด ไม่ชักนำไปในทางเหลวไหล [...]