
การ ได้ลิ้มลองขนมโบราณ ที่ยังคงรสชาติไว้ได้อย่างครบถ้วนตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยเป็นสูตรที่นำขึ้นถวายพระบรมวงสานุวงศ์ในสมัยนั้น ซึ่งในปัจจุบันคงจะหลงเหลืออยู่น้อยเต็มที เพราะคนที่ทำต่างล้มหายตายจากกันไป ประกอบกับลูกหลานไม่สานต่อ เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง แต่ผิดกับร้าน ?ขนมเบื้องแพร่งนราร้านเดิม? ที่ลูกหลานเห็นคุณค่าและยึดทำเป็นอาชีพ เลี้ยงครอบครัวมาได้จนถึงปัจจุบัน สมศรี หิรัญวาทิต หลานสะใภ้ของตระกูล ที่มีแม่สามีเป็นอดีตต้นเครื่องในวังของกรมพระนราธิปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ได้ ทำขนมเบื้องถวายในวังมาตั้งแต่ในสมัยนั้น จนรสชาติเป็นที่ถูกอกถูกใจทุกคนที่ได้ลิ้มลอง ซึ่งขณะนั้นแม่ของสามีก็ทำขนมเบื้องขายควบคู่กันไปด้วย โดยใช้เวลาหลังเลิกงาน โดยจะมีบรรดาลูกๆ คอยเป็นลูกมือช่วย จนกระทั่งแม่ของสามีได้เสียชีวิตลงก็ต้องเลิกขายไประยะหนึ่ง เนื่องจากไม่มีคนช่วย แต่เมื่อหยุดขายได้สักระยะหนึ่ง สมศรีก็ทนเสียงเรียกร้องของลูกค้าไม่ไหว ซึ่งในฐานะที่ตนเองเป็นลูกสะใภ้และคลุกคลีอยู่กับการทำขนมเบื้องมาโดยตลอด ทำให้สมศรีตัดสินใจขายขนมเบื้องอีกครั้ง โดยได้ย้ายร้านที่เป็นบ้านเดิมของแม่สามีเข้ามาอยู้ในซอยแพร่งนราอีกประมาณ 20 เมตร พร้อมกับตั้งชื่อร้านว่า ?ขนมเบื้องแพร่งนราร้านเดิม? เพื่อเป็นการบอกลูกค้าไปในตัวว่า แม้จะย้ายตำแหน่งร้านแล้ว แต่ก็ยังเป็นร้านเดิมอยู่ เพื่อไม่ให้ลูกค้าสับสน ?สมัย นั้นเมื่อ 75 ปีก่อน ที่แม่สามียังมีชีวิตอยู่ท่านเป็นผู้ที่ทำอาหารและขนมไทยเก่งคนหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เมื่อใครจะจัดเลี้ยงอาหารที่บ้าน หรือต้องการสั่งอาหารไปเลี้ยงแขกจำนวนมากก็ต้องมาสั่งที่ท่าน ซึ่งเราก็เห็นมาโดยตลอด และซึมซับสูตรอาหารเหล่านั้นมา จนเมื่อตัดสินใจที่จะเปิดร้านเอง ก็เน้นไปที่ขนมเบื้อง เนื่องจากลูกค้าติดใจในรสชาติกันเยอะ รวมถึงไม่มีคนช่วยทำและเตรียมวัตถุดิบ ดังนั้นหากเลือกทำหลายอย่างก็จะทำไม่ไหว? [...]

วันนี้เอาขนมหน้าแปลก แถมชื่อยังแปลกมาแนะนำกันครับ ถ้าทำแล้วอร่อย เอามาแบ่งกันทานมั่งน้า ขนมหัวล้าน ถั่วเขียวเราะเปลือก 100 กรัม น้ำตาล 1/2 ถ้วย น้ำกะทิ 5 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/8 ช้อนชา ตัวแป้ง แป้งข้าวเหนียว 100 กรัม น้ำอุ่น 1/3 ถ้วย (ค่อยๆรินใส่นะคะ ถ้าไม่พอเติมได้อีก) กะทิสำหรับราดขนม หัวกะทิ 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1/8 ช้อนชา วิธีทำ ล้างถั่วเขียวเลาะเปลือกแล้วให้สะอาด แช่น้ำไว้อย่างน้อยสามชั่วโมง (แช่ค้างคืนไว้ได้) นำถั่วที่แช่แล้วไปนึ่งในลังถึงให้สุก แล้วจัดการบดถั่วให้ละเอียด นำถั่วที่บดละเอียดแล้วใส่ในหม้อ พร้อมกับกะทิและน้ำตาล เกลือกวนส่วนผสมให้เข้ากันจนเหนียวขนาดปั้นได้จึงยกลงจากเตา พักไว้ให้เย็น แล้วค่อยปั้นเป็นก้อนกลมเล็กเตรียมเอาไว้เป็นไส้ จากนั้นก็หันไปนวดแป้งข้าวเหนียวด้วยน้ำอุ่น นวดจนแป้งไม่ติดมือ แล้วปั้นเป็นก้อนๆเตรียมไว้ห่อไส้จัดการห่อไส้ซะให้เรียบร้อย แป้งหนาไปหน่อย จะได้ห่อง่ายๆ [...]

ขนมไทยเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนไทยเรา มีทั้งสีสัน รสชาติ ความสวยงาม และการพิถีพิถันในการทำและต้องอาศัยฝีมือและความประณีตในการทำเป็นอย่างมากคนที่มีฝีมือในการทำขนมไทยทุกวันนี้เริ่มหายากขึ้นทุกวัน หากปล่อยไว้ขนมไทยอาจสูญหายไปได้ สถาบันสอนทำขนมไทยบ้านแม่ เป็นสถาบันที่เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมอย่าง ขนมไทยของเรา ต้องการสืบทอดและเผยแพร่ให้ทั้งคนไทยและคนต่างชาติได้รับรู้จึงได้เปิดเป็นสถานบันสอนเกี่ยวกับการทำขนมไทยขึ้น โดยคุณ คชภูมิ เคนจันทึก เจ้าของสถาบันขนมไทยบ้านแม่ที่ได้รับสูตรขนมไทยจากรุ่นปู่ย่าตายายได้ทดลองนำขนมไทยไปขายยังต่างประเทศและได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก เพราะรสชาติอร่อยไม่หวานจนเกินไป เหมาะแก่งานมงคลและใช้เป็นของฝากได้ดี หลักสูตรการเรียน 1.ภาคทฤษฏี เป็นการเรียนรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับขนมไทย 2.ภาคปฏิบัติ เป็นการลงมือปฏิบัติทำขนม พื้นฐานคือ ขนมชั้น และขนมมงคลทั้ง 9 ได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น เม็ดขนุน จ่ามงกุฏขนมทองเอก ขนมเสน่ห์จันทร์ ขนมถ้วยฟู ใช้เวลาเรียน 2 วัน ค่าเรียนเริ่มต้นที่ 1,500 บาท นอกจากนี้ยังมีการสอนแกะสลัก และสอนทำอาหารทุกชนิดอีกด้วย รับปะกันสามารถเปิดร้านได้ทันทีที่จบการเรียน สนใจติดต่อได้ที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ขนมไทยบ้านแม่ 88/2654 หมู่ [...]
Tags:
การทำ,
การทำขนม,
ขนม,
ขนมไทย,
ของฝาก,
ขาย,
คือ,
ต่างชาติ,
ต่างประเทศ,
ทอด,
ทำขนม,
ทำขนมไทย,
ทำอาหาร,
น่าสนใจ,
สอนทำอาหาร,
สูตร,
สูตรขนม,
หมา,
หมู,
หลักสูตร,
อนุรักษ์,
อบรม,
อบรมอาชีพ,
อร่อย,
อาชีพ,
อาหาร,
เปิดร้าน,
ไทย 
ฤดูกาลแห่งผลไม้ไทยเช่นนี้ เชื่อว่าหลายคนคงจะมีผลไม้สดๆแช่ตู้เย็นกันอยู่เสมอๆนะครับ นับว่าเป็นการช่วยชาติอีกทางนะครับ คนไทยก็กินใช้ของไทยเรานี่แหละ ว่ากันถึงเรื่องผลไม้ไทยตอนนี้ ลำไยทางภาคเหนือกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตขายกันไม่ทันเลยเชียว ลำไยถึงจะมีรสชาติ หวาน ร่อน กรอบอร่อยยังไงก็เถอะ ถ้ามันเยอะเช่นนี้ ก็รับประทานกันตาแฉะเหมือนกัน ทานกันแต่พอหอมคอนะครับ บ้านใครซื้อลำไยเยอะซะจนเหลือ ทดลองแปรรูปลำไยไปเป็นของหวานหรือของคาวได้สารพัดอย่างกันดู ทั้งเป็น บัวลอยลำไยไข่หวาน วุ้นลำไย ลำไยลอยแก้ว น้ำลำไย คุกกี้ลำไย แพนเค้กลำไย พายลำไย ซุปไก่ตุ๋นลำไย ฯลฯ แต่ที่ทำได้ง่าย ๆไม่ยุ่งยาก ก็ต้องยกให้กับ เมนู ?ข้าวเหนียวเปียกลำไย? นี่ล่ะ จะทำง่ายขนาดไหน นายแก้จนแนะให้อ่านแล้วลงมือเลยครับ ส่วนผสม ข้าวเหนียว 1 ถ้วย ลำไยสดแกะเอาแต่เนื้อ 2 ถ้วย (หรือมากกว่านี้ ตามความชอบ) หัวกะทิ 2 ถ้วย น้ำตาลทราย ครึ่งถ้วย เกลือป่น พอประมาณ ใบเตยตัดเป็นท่อนๆ 1-2 ใบ วิธีทำเริ่มที่การต้มข้าวเหนียว โดยใช้ไฟอ่อนปานกลาง ใส่น้ำสะอาดลงในหม้อให้ท่วมข้าวเหนียวขึ้นมาประมาณ [...]

?พิพิธภัณฑ์ขนมไทยอัมพวา? ได้งบประมาณของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)มาสนับสนุน จัดสร้างโดยบริษัท อุตสาหกรรมขนมไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ สสว. และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อประมาณปลายเดือนกันยายน 2551 ที่ผ่านมาจากเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ประโยชน์ทางตรงคือ อนุรักษ์ สืบสาน สร้างองค์ความรู้ขนมไทย และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจ ส่วนประโยชน์ทางอ้อมคือ ผลักดันให้ผู้ประกอบการเกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ และสามารถต่อยอดองค์ความรู้เกิดเป็นนวัตกรรมของขนมไทย และปรากฏว่าเพียงไม่กี่วันที่เปิดบริการก็มีผู้เข้าเยี่ยมชมจำนวนมาก ซึ่งเสียงสะท้อนในด้านดีมากมายเป็นสัญญาณว่าเดินมาถูกทาง โดยนักท่องเที่ยวหลายคนให้ข้อเสนอแนะดีๆ หลายคนสงสัยว่าขนมในวรรณคดี? เช่น มัศกอดเป็นอย่างไร ฯลฯ ในขณะที่ผู้ประกอบการที่เข้ามาเดินชมก็คิดอยากจะทำออกมาขาย เพราะฉะนั้น จากจุดเริ่มที่เคยมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะจัดทำพิพิธภัณฑ์อย่างนี้ ในตอนนี้กลายเป็นว่าน่าจะผลักดันให้เกิดขึ้นได้ในที่อื่นๆ ต่อไป ผู้เข้าชมถ่ายรูปกับเรือพายและเครื่องเบญจรงค์ สำหรับเหตุผลของการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ขนมไทยขึ้นที่อัมพวา เป็นเพราะมีความเหมาะสมทั้งการเชื่อมโยงกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นสถานที่ทรงพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งได้ทรงพระราชนิพนธ์กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ทำให้คนไทยได้เรียนรู้วัฒนธรรมและขนมไทยในอดีต อีกทั้งชุมชนขนมไทยที่มีรากเหง้ายังคงอยู่ ประกอบกับการเข้ามายกระดับและพัฒนาให้ดีขึ้นโดยบริษัทฯ ทำให้ชุมชน และตลาดที่เป็นอยู่ในวันนี้มีความพร้อมรองรับการเรียนรู้ของนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์ขนมไทยแห่งนี้คือแนวคิดในการทำ ?พิพิธภัณฑ์ให้มีชีวิต? ด้วยการสร้างให้เกิดความรู้สึกร่วมกับสิ่งที่ได้สัมผัส ดังนั้นขนมทุกชิ้นที่นำมาโชว์และการจัดแสดง [...]