<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
> <channel><title>แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม &#187; บำบัด</title> <atom:link href="http://www.keajon.com/tag/theraphy/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://www.keajon.com</link> <description>108ธุรกิจส่วนตัว อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ของคนทำมาหากิน</description> <lastBuildDate>Mon, 30 Jan 2012 22:09:14 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator> <item><title>ไบโอดีเซล? จากเมล็ดทานตะวันสร้างสรรค์ชุมชนให้พอเพียง</title><link>http://www.keajon.com/sunflower-seeds-diesel/</link> <comments>http://www.keajon.com/sunflower-seeds-diesel/#comments</comments> <pubDate>Sat, 21 Nov 2009 11:20:01 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[นวตกรรมสำหรับอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตรแก้จน]]></category> <category><![CDATA[2552]]></category> <category><![CDATA[การปลูก]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การพัฒนา]]></category> <category><![CDATA[การเกษตร]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ความสุข]]></category> <category><![CDATA[คือ]]></category> <category><![CDATA[งานวิจัย]]></category> <category><![CDATA[ชุมชน]]></category> <category><![CDATA[ตุลาคม]]></category> <category><![CDATA[ทอด]]></category> <category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category> <category><![CDATA[ธรรมะ]]></category> <category><![CDATA[ธาตุ]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[น้ำมัน]]></category> <category><![CDATA[น้ำมันไบโอดีเซล]]></category> <category><![CDATA[บำบัด]]></category> <category><![CDATA[ประกอบอาชีพ]]></category> <category><![CDATA[ประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ประโยชน์]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[ปลูก]]></category> <category><![CDATA[พลังงาน]]></category> <category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category> <category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category> <category><![CDATA[พอเพียง]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[วิธีการ]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[สอน]]></category> <category><![CDATA[สุขภาพ]]></category> <category><![CDATA[หนังสือ]]></category> <category><![CDATA[หมัก]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[หมู]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เกษตร]]></category> <category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category> <category><![CDATA[เรียน]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยง]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category> <category><![CDATA[แก้ว]]></category> <category><![CDATA[ไบโอดีเซล]]></category> <category><![CDATA[ไร่]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2953</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/sunflower-seeds-diesel/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.kasetcity.com/Agtoday/pic/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="ไบโอดีเซล" /></a>ศูนย์วิจัยและบริการไบโอดีเซล มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ มีแนวคิดว่าถ้าหากให้ชุมชนสามารถปลูกพืชน้ำมันแล้วนำมาผลิตเป็นไบโอดีเซล เพื่อใช้เองภายในชุมชน ก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในด้านพลังงานทดแทน จึงทำวิจัยเรื่อง ?การศึกษาการผลิตไบโอดีเซล (B100) จากพืชทานตะวัน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเชิงบูรณาการ? เพื่อที่จะทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โครงการนี้เลือกใช้ ?ทานตะวัน? เป็นพืชน้ำมันตัวอย่างของการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ 2 หมู่บ้านคือ บ้านอมลอง ต.แม่สาบ และ บ้านแม่โต๋ ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ อย่างครบวงจรทั้งการปลูก ผลิต แปรรูป ทดลอง และการนำไปใช้งานด้วยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในท้องถิ่นโดยชุมชนมีส่วนร่วม โดยร่วมกับ? ?วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม? ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณของชาวบ้าน ด้วยการนำ ?พลังงานทางเลือก? มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะปลูกจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนแนวคิดในการดำรงชีวิต โดยหันมาพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นในชุมชนโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พระสรยุทธ ชยปญฺโญ รักษาการเจ้าอาวาส วัดพระบรมธาตุฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านมีมิจฉาทิฐิหรือความเห็นผิดในการประกอบอาชีพ ด้วยความอยากมี อยากได้ อยากเป็นไปตามกระแสของโลก ก่อให้เกิดภาระหนี้สินมากมายกลายเป็นทุกข์ โดยไม่ได้มองว่าเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร? ดังนั้นการถ่ายทอดหรือว่าอบรมสั่งสอนญาติโยม จะให้มานั่งอยู่บนธรรมาสน์ใช้ไม่ได้แล้วเพราะมันมองไม่เห็นภาพ จึงต้องลงมือทำให้เห็นจริงในทุก ๆ เรื่อง ทั้งทำปุ๋ยหมัก ฝายกั้นน้ำในป่า ทำการเกษตรแบบพอเพียง [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
class="alignnone" title="ไบโอดีเซล" src="http://www.kasetcity.com/Agtoday/pic/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5.jpg" alt="%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5 ไบโอดีเซล? จากเมล็ดทานตะวันสร้างสรรค์ชุมชนให้พอเพียง" width="305" height="251" /></p><p>ศูนย์วิจัยและบริการไบโอดีเซล มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ มีแนวคิดว่าถ้าหากให้ชุมชนสามารถปลูกพืชน้ำมันแล้วนำมาผลิตเป็นไบโอดีเซล เพื่อใช้เองภายในชุมชน ก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในด้านพลังงานทดแทน จึงทำวิจัยเรื่อง ?<strong>การศึกษาการผลิตไบโอดีเซล (B100) จากพืชทานตะวัน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเชิงบูรณาการ</strong>? เพื่อที่จะทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน<span> </span><br
/> โครงการนี้เลือกใช้ ?<strong>ทานตะวัน</strong>? เป็นพืชน้ำมันตัวอย่างของการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ 2 หมู่บ้านคือ บ้านอมลอง ต.แม่สาบ และ บ้านแม่โต๋ ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ อย่างครบวงจรทั้งการปลูก ผลิต แปรรูป ทดลอง และการนำไปใช้งานด้วยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในท้องถิ่นโดยชุมชนมีส่วนร่วม โดยร่วมกับ? ?วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม? ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณของชาวบ้าน ด้วยการนำ ?พลังงานทางเลือก? มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะปลูกจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนแนวคิดในการดำรงชีวิต โดยหันมาพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นในชุมชนโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</p><p>พระสรยุทธ ชยปญฺโญ รักษาการเจ้าอาวาส วัดพระบรมธาตุฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านมีมิจฉาทิฐิหรือความเห็นผิดในการประกอบอาชีพ ด้วยความอยากมี อยากได้ อยากเป็นไปตามกระแสของโลก ก่อให้เกิดภาระหนี้สินมากมายกลายเป็นทุกข์ โดยไม่ได้มองว่าเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร? ดังนั้นการถ่ายทอดหรือว่าอบรมสั่งสอนญาติโยม จะให้มานั่งอยู่บนธรรมาสน์ใช้ไม่ได้แล้วเพราะมันมองไม่เห็นภาพ จึงต้องลงมือทำให้เห็นจริงในทุก ๆ เรื่อง ทั้งทำปุ๋ยหมัก ฝายกั้นน้ำในป่า ทำการเกษตรแบบพอเพียง ฯลฯ</p><p>&nbsp;</p><p><img
class="alignnone" title="เมล็ดทานตะวัน" src="http://sci.chandra.ac.th/department/hhold/images/furits/sunflower_seed.jpg" alt="sunflower seed ไบโอดีเซล? จากเมล็ดทานตะวันสร้างสรรค์ชุมชนให้พอเพียง" width="300" height="226" /></p><p>?ที่วัดเรานำเอาเรื่องชีวิตจริงของเขามาผูกโยงไว้กับธรรมะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไบโอดีเซล ก็พยายามให้เขาเห็นถึงการพึ่งพาตัวเอง อยากใช้เท่าไหร่ก็ปลูกไว้ตามหัวไร่ปลายนาเท่านั้น ไม่ต้องทำใหญ่โตหรือคิดเพื่อขาย ทำเก็บไว้ใช้แบ่งปันกัน ถ้าทุกคนในชุมชนปลูกและผลิตน้ำมันได้อย่างน้อยคนละ 150 ลิตร 100 คนก็เท่ากับ 1,500 ลิตร ประหยัดเงินไปได้มาก โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย อย่าไปคิดว่ามันขายไม่ได้เลยไม่สนใจ ให้คิดว่าทำเพื่อใช้เอง ซึ่งวัดจะเน้นในเรื่องของการพึ่งพาตนเองของชุมชนในท้องถิ่น โดยให้ตระหนัก เห็นในเรื่องของจิตใจก่อน คือผลิตเพื่อเลี้ยงตนเองก่อน อย่าคิดผลิตเพื่อขายเพราะชีวิตของคนเราเกิดมาก่อนจะตาย ไม่ได้มาเพื่อร่ำรวย และเสพสุข เกิดมาเพื่ออยู่ได้เอื้อเฟื้อแบ่งปันมีความสุขร่วมกันกับผู้อื่น เปลี่ยนวิธีคิดทั้งหมดของชาวบ้านทำให้ชุมชนเริ่มเปลี่ยน ตอนนี้ก็จะมีของมาแจกกัน ทำให้จิตใจญาติโยมที่แต่ก่อนเคยอยากได้ อยากมีตอนนี้มันเริ่มเปลี่ยนหันมาพึ่งพากันเอื้อเฟื้อกันเพิ่มขึ้น? พระนักพัฒนา กล่าว</p><p>ดร.สุรพล ดำรงกิตติคุณ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ หัวหน้าคณะผู้วิจัย กล่าวว่า การผลิตไบโอดีเซลนั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะผลักดันให้กลุ่มชาวบ้านเข้ม แข็ง เราทำงานวิจัยเล็ก ๆ ที่อาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนตั้งแต่การปลูก จนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยว แล้วเราก็มองว่าการใช้น้ำมันบนดอยอาจจะมีวิธีการที่มากกว่าการใช้สารเคมีไป บำบัดเพื่อให้น้ำมันใสขึ้น เราก็เปลี่ยนมาใช้น้ำกล้วยต้มแทนเพื่อที่จะทำให้น้ำมันใสขึ้นแทน ซึ่งเป็นจุดที่เราเริ่มเห็นว่ามันอาจจะมีความยั่งยืนเกิดขึ้นได้ เพราะว่าทานตะวันเป็นพืชระยะสั้นปลูกเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวได้ สามารถปลูกหัวไร่ปลายนาได้ในช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยว และดอกทานตะวันก็มีความสวยงาม ทำให้ เด็ก ๆ ชอบที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ในขณะเดียวกัน เราก็รวบรวมพืชพลังงานในท้องถิ่นอื่น ๆ มาศึกษาต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อสร้างงานให้ชุมชน?? หัวหน้าคณะผู้วิจัยกล่าว</p><p>ปัจจุบันคณะผู้วิจัยร่วมกับนักศึกษาพัฒนาเครื่องหีบน้ำมันจากเมล็ดทานตะวัน จนสามารถใช้การได้ดีในระดับท้องถิ่น และนำกลับขึ้นไปติดตั้งยังศูนย์เรียนรู้ของชุมชน โดยจากการศึกษาในปีที่ผ่านมา มีชาวบ้าน ที่ร่วมปลูกทานตะวันกับโครงการฯ ทั้งหมด 24 ไร่ ได้เมล็ดทานตะวันเฉลี่ยประมาณ 171-200 กิโลกรัมต่อไร่ โดยเมล็ดทาน ตะวัน 22  กิโลกรัม จะผลิตน้ำมันได้ประมาณ 7.3  ลิตร ซึ่งน้ำมันที่ได้ถูกนำมาทดสอบและทดลองใช้งานร่วมกับชุมชนโดยยังไม่พบปัญหาในการใช้งานแต่อย่างใด</p><p>?เรื่องของน้ำมันไบโอดีเซลเป็นจุดหนึ่งที่เรานำมาเป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนแนวคิดของชาวบ้าน ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือเขาต้องลองทำเองใช้เอง และเห็นว่ามีประโยชน์มากกว่าการนำไปขาย ที่ต้องมีจุดคุ้มทุนซึ่งเป็นเรื่องของการค้า ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดความยั่งยืน?</p><p>ดังนั้นความยั่งยืนจึงต้องอยู่ที่จิตใจ จากจิตสำนึกที่ได้รู้ ได้เห็น และได้ทำ ซึ่งเป็นหลักของเศรษฐกิจพอเพียงที่ว่าด้วยการเข้าถึงและเข้าใจนั่นเอง? ดร.สุรพล สรุป.</p><p><strong>ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 27 ตุลาคม 2552</strong><br
/> <a
href="http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryId=344&amp;contentID=28270" target="_blank" class="broken_link">http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;categoryId=344&amp;contentID=28270</a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/sunflower-seeds-diesel/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>Fish Spa &#8220;สปาปลา&#8221; ธุรกิจใหม่น่าลงทุน</title><link>http://www.keajon.com/fish-spa-news/</link> <comments>http://www.keajon.com/fish-spa-news/#comments</comments> <pubDate>Sat, 05 Sep 2009 07:52:28 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียอาชีพแปลก]]></category> <category><![CDATA[Fish Spa]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจน่าลงทุน]]></category> <category><![CDATA[น่าสนใจ]]></category> <category><![CDATA[บำบัด]]></category> <category><![CDATA[มัจฉา]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[สปา]]></category> <category><![CDATA[สปาปลา]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[เส้นทาง]]></category> <category><![CDATA[เส้นทางเศรษฐี]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=2273</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/fish-spa-news/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.yourdoctorfishspa.com/images/fishspa.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="fish sap" /></a>ไอเดียแปลก &#160; สปา &#8220;ปลา&#8221; ธุรกิจน่าจับตา &#8220;ฟิช สปา สามารถเข้าไปแทรกอยู่ในหลายกิจการ นับตั้งแต่ คาร์แคร์ ร้านเสริมสวย ร้านขายรองเท้า ร้านกาแฟ สนามกอล์ฟ หรือจะเปิดเป็นกิจการเดี่ยว ตามย่านการค้า ก็ย่อมได้ ถ้าคุณมีทำเลดี&#8221; &#8220;พื้นที่ ว่าง&#8221; ตามทางเดินในห้างสรรพสินค้า นับว่าถูกออกแบบให้เป็นทำเล &#8220;สร้างเงิน&#8221; ได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นจากการที่แต่ละห้างมักเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายน้อย-ใหญ่ มาเปิดบู๊ธขายสินค้าในแบบของตนตามพื้นที่ดังกล่าว โดยใช้เวลาสั้นหรือยาวแตกต่างกันออกไป ขึ้นกับเงื่อนไขที่ตกลงกัน ร้านไหนขายดี อาจอยู่ได้นานหน่อย สลับสับเปลี่ยนกันไปอย่างนี้ตลอดทั้งปี และ หากใครที่เดินห้างเป็นประจำ คงสังเกตเห็นว่านอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายแล้ว สินค้าประเภทบริการ ก็มีให้เลือกใช้กันตามอัธยาศัย อาทิ เก้าอี้นวดหยอดเหรียญ ตู้หมอดูไฟฟ้า ตู้เกมส์จับผิด บริการนวดฝ่าเท้าคลายเมื่อย เป็นต้น ล่าสุด มีธุรกิจตัวใหม่ เสนอตัวเข้ามาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคตามห้างสรรพสินค้า สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดความเพลิดเพลิน ด้วยการเดินเข้าไป &#8220;จุ่มเท้า&#8221; ก่อนจะมีเจ้าปลาตัวน้อย จำนวนนับร้อยเข้ามะรุมมะตุ้ม รุม &#8220;จ๊วบจ๊าบ&#8221; กันยกใหญ่ ใครยังไม่เคยสัมผัส &#8220;ฟิช [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<h2><span
style="color: #0000ff;"><strong>ไอเดียแปลก </strong></span></h2><p>&nbsp;</p><p><span
style="color: #0000ff;"><strong><img
class="alignleft" title="fish sap" src="http://www.yourdoctorfishspa.com/images/fishspa.jpg" alt="fishspa Fish Spa สปาปลา ธุรกิจใหม่น่าลงทุน" width="321" height="226" /></strong></span></p><p><span
style="font-size: medium;"><strong>สปา &#8220;ปลา&#8221; ธุรกิจน่าจับตา</strong></span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">&#8220;ฟิช สปา สามารถเข้าไปแทรกอยู่ในหลายกิจการ นับตั้งแต่ คาร์แคร์ ร้านเสริมสวย ร้านขายรองเท้า ร้านกาแฟ สนามกอล์ฟ หรือจะเปิดเป็นกิจการเดี่ยว ตามย่านการค้า ก็ย่อมได้ ถ้าคุณมีทำเลดี&#8221;</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">&#8220;พื้นที่ ว่าง&#8221; ตามทางเดินในห้างสรรพสินค้า นับว่าถูกออกแบบให้เป็นทำเล &#8220;สร้างเงิน&#8221; ได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นจากการที่แต่ละห้างมักเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายน้อย-ใหญ่ มาเปิดบู๊ธขายสินค้าในแบบของตนตามพื้นที่ดังกล่าว โดยใช้เวลาสั้นหรือยาวแตกต่างกันออกไป ขึ้นกับเงื่อนไขที่ตกลงกัน ร้านไหนขายดี อาจอยู่ได้นานหน่อย สลับสับเปลี่ยนกันไปอย่างนี้ตลอดทั้งปี</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">และ หากใครที่เดินห้างเป็นประจำ คงสังเกตเห็นว่านอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายแล้ว สินค้าประเภทบริการ ก็มีให้เลือกใช้กันตามอัธยาศัย อาทิ เก้าอี้นวดหยอดเหรียญ ตู้หมอดูไฟฟ้า ตู้เกมส์จับผิด บริการนวดฝ่าเท้าคลายเมื่อย เป็นต้น</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">ล่าสุด มีธุรกิจตัวใหม่ เสนอตัวเข้ามาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคตามห้างสรรพสินค้า สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดความเพลิดเพลิน ด้วยการเดินเข้าไป &#8220;จุ่มเท้า&#8221; ก่อนจะมีเจ้าปลาตัวน้อย จำนวนนับร้อยเข้ามะรุมมะตุ้ม รุม &#8220;จ๊วบจ๊าบ&#8221; กันยกใหญ่</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">ใครยังไม่เคยสัมผัส &#8220;ฟิช สปา-Fish Spa&#8221; หรือเห็นว่าเป็นธุรกิจน่าลงทุน &#8220;เส้นทางเศรษฐี&#8221; สรรหารายละเอียดหลายแง่มุม มานำเสนอไว้ในพื้นที่&#8230;นับจากนี้แล้ว</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">คนรักปลา</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">เพาะพันธุ์ส่งสปา</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">ช่วง สายๆ ของวันทำงาน คุณชัยพร โลจายะ ที่อนุญาตให้เรียกแบบกันเองว่า คุณโอ๊ก ชายหนุ่มร่างใหญ่ บุคลิกคล่องแคล่ว วัย 30 ปีเศษ เจ้าของกิจการ &#8220;สยาม ฟิช สปา&#8221; กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยท่าทางเป็นมิตร เริ่มต้นด้วยการย้อนประวัติส่วนตัวว่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และระดับปริญญาโทด้านชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยทำงานประจำอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งราวปีเศษ รู้สึกไม่มีความอิสระ จึงลาออกมาทำ<a
href="http://www.keajon.com/sitemap/"target="_self"title="ธุรกิจส่วนตัว" >ธุรกิจส่วนตัว</a> ใช้พื้นที่ในบ้านพักเพาะปลาสวยงามขาย</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">คุณ โอ๊ก เล่าต่อว่า ตัวเขามีความชื่นชอบ จัดอยู่ในประเภท &#8220;คนรักปลา&#8221; มาตั้งแต่เด็กแล้ว โดยมีงานอดิเรกเป็นการเลี้ยงปลาในตู้ แต่พอปลาที่เลี้ยงตัวโตขึ้น ไม่มีเงินซื้อตู้ปลาขนาดใหญ่ตามตัวของพวกมัน จึงต้องจับออกขาย มีกิจวัตรแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษา จนฝังใจว่าจะต้องศึกษาต่อทางด้านนี้ จนกระทั่งเรียนจบ จึงยึดอาชีพเพาะพันธุ์ปลาแม่น้ำขายเรื่อยมา</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">โดยนอกจากจะรับทำบ่อ ปลาคาร์พและเพาะพันธุ์ส่งปลาสวยงามให้ตามอควาเรียมแล้ว คุณโอ๊กยังเคยเปิดหน้าร้านที่ตลาดนัดจตุจักรด้วย แต่ทำได้อยู่ 2 ปี มีอันต้องปิดตัวลง ด้วยเพราะมีปัญหาจุกจิกหลายด้าน ประกอบกับเขาได้ &#8220;ลูกค้าประจำ&#8221; รายใหญ่จากต่างประเทศ ที่จะมีคำสั่งซื้อมายังเขาตลอดทั้งปี ทำให้ไม่มีความจำเป็นจะต้องปวดหัวกับหน้าร้านรายย่อยอีกต่อไป</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">กระทั่ง ราว 4 ปี ก่อนหน้านี้ ช่วงที่ทำธุรกิจส่งออก-นำเข้า ปลาสวยงามอยู่นั้น คุณโอ๊กได้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาด้วยการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศ สิงคโปร์ ระหว่างนั้นเอง พบธุรกิจแปลกใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของเขาโดยตรง นั่นคือ &#8220;ฟิช สปา-Fish Spa&#8221; หรือ สปาที่มีวิธีการธรรมชาติบำบัด ด้วยการนำปลาชนิดหนึ่งมาเข้าสู่ &#8220;กระบวนการบำบัด&#8221; ด้วยการให้ปลานั้น ช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายออกไป ช่วยกำจัดแบคทีเรีย และเชื้อรา กระตุ้นประสาทสัมผัส อีกทั้งเป็นการพักผ่อน ผ่อนคลาย และสร้างความสนุกสนานได้ด้วย<span
id="more-2273"></span></span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">เมื่อเห็นว่า &#8220;ฟิช สปา&#8221; กำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศ เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย คุณโอ๊กจึงเริ่มลงมือทำการบ้านทันที ด้วยการเสาะหาข้อมูลว่าปลาที่ใช้ในกิจการฟิช สปา นั้น เป็นปลาพันธุ์อะไร เพาะพันธุ์เองได้หรือไม่ และยาก-ง่ายอย่างไร กระทั่งได้คำตอบที่เขาพึงพอใจ</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">&#8220;ปลาที่ใช้ในฟิช สปา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า การ่า เอสพี เป็นปลาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ตามน้ำตกในป่า สามารถเพาะพันธุ์ได้ ผมจึงตัดสินใจสั่งซื้อพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ มาจากต่างประเทศ จากนั้นจึงทำการเพาะเลี้ยงในฟาร์ม ก่อนจะส่งออกขายให้กับผู้ประกอบการฟิช สปา ในราว 20 ประเทศ ควบคู่ไปกับการขายปลาสวยงามที่ทำอยู่ก่อนแล้ว&#8221; คุณโอ๊ก เผยให้ฟังอย่างนั้น</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">ทำเองไม่ยาก</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">ผู้บริโภคต้องการ</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">หลัง จากทำการค้าในฐานะผู้เพาะพันธุ์ ส่งปลาขายให้กับผู้ประกอบการฟิช สปา ในต่างประเทศอยู่ได้พักใหญ่ คุณโอ๊กจึงได้รับคำแนะนำจากเพื่อนว่าทำไมไม่ทำ &#8220;ฟิช สปา&#8221; เป็นของตัวเองในเมืองไทยดูบ้าง เพราะสามารถเพาะพันธุ์ปลาได้เองอยู่แล้ว เขาเห็นดีด้วย เลยขยายธุรกิจโดยรับออกแบบ &#8220;ฟิช สปา&#8221; ให้กับลูกค้าที่สนใจนำไปเสริมในธุรกิจของตัวเอง</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">ปรากฏได้รับการตอบ รับดีไม่น้อย ยกตัวอย่าง ลูกค้ากลุ่มสปา นำฟิช สปา ไปเสริมในร้าน, สนามกอล์ฟ นำฟิช สปา ไปบริการ, ร้านคาร์แคร์ มีฟิช สปา ให้ลูกค้าใช้บริการระหว่างนั่งรอ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนมีกำไรเป็นกอบเป็นกำ คุณโอ๊กจึงเกิดความสนใจว่าตัวเขาควรจะมี ร้าน ฟิช สปา เป็นของตัวเองดูบ้าง โดยทำเลแห่งแรกที่เขาเลือกเป็นการทดลองตลาดนั้น ได้แก่ สวนลุม ไนท์บาซาร์ เนื่องจากหวังเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก และที่สำคัญ ค่าเช่าพื้นที่ไม่แพงมากนัก อยู่ในระดับพอรับไหว</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">คุณโอ๊ก เล่าต่อว่า เปิดให้บริการที่สวนลุม ไนท์บาซาร์ ได้ไม่นาน กิจการขายดิบขายดี มีสื่อมวลชนหลายแขนงให้ความสนใจ ลูกค้าทั้งไทย-เทศ เข้ามาอุดหนุน ทำให้มีเงินทุนเพิ่มขึ้นมากพอที่จะเปิดสาขาที่สอง เลยมองหาทำเลแห่งใหม่ คราวนี้มองไปที่ห้างสรรพสินค้า ด้วยตั้งเป้าหมายไปที่ลูกค้าคนไทย ที่มาเดินเที่ยวห้างกันเป็นครอบครัว</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">&#8220;บาง คนมาเดินห้างกับแฟน ขี้เกียจเดินต่อขอนั่งรอ นั่งเฉยๆ คงน่าเบื่อ นั่งที่ฟิช สปา ดีกว่า ไม่มีอะไรยุ่งยาก ความปลอดภัยสูง ไร้สารเคมี ไม่มีอะไรเป็นพิษ แค่เอาเท้าไปจุ่มในน้ำจบ ราคาพอรับได้ สนุกกับสิ่งมีชีวิต เป็นธรรมชาติบำบัด เหล่านี้คือแนวคิดของธุรกิจ&#8221; คุณโอ๊ก บอกอย่างนั้น ก่อนบอกด้วยว่า ฟิช สปา ของเขา เด็ก 2 ขวบลงได้ คนเป็นโรคเบาหวาน ความดัน ก็ลงได้ อย่างในประเทศตุรกี มีการเปิดฟิช สปา เพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงิน โดยอยู่ภายใต้การแนะนำของแพทย์เป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">สนทนามา ถึงตรงนี้ มีคำถามเตรียมตัวนานแค่ไหนกับธุรกิจฟิช สปา ของตัวเอง คุณโอ๊ก ตอบแบบไม่ลังเลว่า ไม่นานเลย เพราะเขาสามารถเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้เอง อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญการวางระบบในตู้ปลาอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องคิดต่อเพียงแค่มองหาทำเลดีที่คิดว่า ฟิช สปา จะทำกำไรให้ได้เท่านั้นเอง</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">&#8220;ฟิช สปา สำหรับเมืองไทย ไม่ใช่เรื่องใหม่ คนรู้จักมากขึ้น เพราะหลายสื่อนำเสนอ กระทั่งเกิดความต้องการในกลุ่มผู้บริโภค แต่ผู้ประกอบการที่จะเข้ามาสนองความต้องการยังมีไม่มาก เมื่อไม่นานมานี้ หากคนไทยต้องการใช้ฟิช สปา ต้องนั่งเครื่องบินไปสิงคโปร์ ไต้หวัน จีน หรือตุรกี เชียวนะครับ&#8221; คุณโอ๊ก ให้ข้อมูลมา</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">ผลตอบแทนดี</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">อยู่ได้ยาว 5 ปี</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">แม้ จะเป็นผู้บริโภค &#8220;กลุ่มบน&#8221; เท่านั้น ที่สามารถนั่งเครื่องบินไปใช้บริการฟิช สปา ในต่างแดนได้ แต่คุณโอ๊กเชื่อว่า ความต้องการซื้อ ในผู้บริโภคกลุ่มถัดลงมามีอยู่ไม่น้อย ซึ่งความต้องการดังกล่าว มีทั้งแบบ อยากลองใช้ หรือแม้กระทั่งอยากลองเปิดเป็นธุรกิจ เขาจึงลงมาจับธุรกิจนี้เต็มตัว ซึ่งล่าสุด เขามีร้าน &#8220;สยาม ฟิช สปา&#8221; เปิดบริการอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชื่อดังถึง 8 แห่งแล้ว</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">&#8220;ฟิช สปา สามารถเข้าไปแทรกอยู่ในหลายกิจการ นับตั้งแต่ คาร์แคร์ ร้านเสริมสวย ร้านขายรองเท้า ร้านกาแฟ สนามกอล์ฟ หรือจะเปิดเป็นกิจการเดี่ยว ตามย่านการค้า ก็ย่อมได้ ถ้าคุณมีทำเลดี&#8221; คุณโอ๊ก บอก</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">ถามว่า ทำเลของฟิช สปา คือย่านไหน คุณโอ๊ก ไขข้อข้องใจว่า คือสถานที่ที่มีคนเดินวันละไม่ต่ำกว่า 800 คน จะเป็นคนกลุ่มไหนก็ได้ และไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้างปรับอากาศ จะเป็นที่โล่งแจ้งก็ได้ ขอแค่มีหลังคาคลุม สำหรับพื้นที่ขั้นต่ำในระดับการทำธุรกิจ ต้องอยู่ในราว 2 เมตร คูณ 3 เมตร ขึ้นไป โดยใน 1 รอบ การให้บริการ อยู่ที่ 6-8 คน</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">ส่วน ราคาในการให้บริการนั้น คุณโอ๊ก บอกว่า 15 นาที คิดค่าบริการ 150 บาท, 30 นาที คิดค่าบริการ 250 บาท และ 1 ชั่วโมง คิดค่าบริการ 350 บาท ซึ่งราคาดังว่ามานี้ เป็นราคากลาง อาจจะสูงหรือต่ำกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้ง</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">สำหรับงบประมาณในการลงทุนทำธุรกิจฟิช สปา นั้น คุณโอ๊ก บอกว่า เริ่มต้นราว 50,000 บาท ไล่ไปจนถึง 500,000 บาท ก็มี ขึ้นอยู่กับขนาดที่นักลงทุนต้องการ ธุรกิจของเขานี้ ให้ผลตอบแทนดี เป็นการลงทุนครั้งเดียว สามารถใช้ได้ระยะยาวถึง 5 ปี โดยไม่ต้องเปลี่ยนปลา ค่าใช้จ่ายที่เหลือเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าแรงจ่ายลูกน้องคนคุมกิจการ ซึ่งแต่ละจุดใช้เพียงคนเดียวพอแล้ว</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">ถามไถ่ความหนักใจในการทำธุรกิจ นี้ คุณโอ๊กหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนบอกว่า ลูกค้าบางคนไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิด แล้วนำสิ่งที่ตัวเองคิดไปโพสต์ในอินเตอร์เน็ต ทำให้ธุรกิจของเขาเกิดความเสียหาย เช่น บอกว่าเราทำธุรกิจหลอกลูกค้าให้จั๊กจี้ไปวันๆ แต่เขาไม่เคยท้อ เพราะในร้อยคนคงต้องมีสักคนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเขาก็พยายามเปิดใจรับฟังข้อตำหนิ อย่างมีเหตุผลและข้อตำหนิอย่างไม่มีเหตุผลด้วย</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">&#8220;ธุรกิจนี้ไม่จด ลิขสิทธิ์ <a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a>ไม่ขาย ไม่ขายแบรนด์ แต่ผมขายเครื่องมือให้คนไปทำธุรกิจต่อ ปัจจุบัน แม้เศรษฐกิจไม่ดี แต่เชื่อว่าธุรกิจสุขภาพยังดีอยู่ สำหรับคนคิดอยากทำธุรกิจนี้ นอกจากมีเงินลงทุนแล้ว ต้องมีความตั้งใจจริง ไม่ใช่เอาไปตั้งไว้เฉยๆ ให้ลูกน้องทำงาน ปลาตายไม่สน อย่างนี้ไม่ได้ เพราะฟิช สปา ละเอียดอ่อนกว่าสปาอย่างอื่น&#8221; คุณโอ๊ก ฝากไว้อย่างนั้น</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">สนใจ ธุรกิจฟิช สปา โดย สยาม ฟิช สปา คุณโอ๊ก ฝากบอกด้วยว่า ยินดีให้คำปรึกษาฟรีไม่คิดเงิน ติดต่อได้เลย ที่โทรศัพท์ (087) 045-8897, (084) 644-4952 และ (084) 744-4590</span></p><p><span
style="font-size: medium;"> </span></p><p><span
style="font-size: medium;">หน้า 10</span></p><div><span
style="color: #000000; font-size: x-small;"> </span><p><span
style="font-size: medium;"><a
title="มิตชน เส้นทางเศรษฐี ปักษ์แรก กันยายน 2552" href="http://www.keajon.com/th/richway-mag-236/">มติชน เส้นทางเศรษฐี ฉบับวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552</a></span></p><p>&nbsp;</p><h3><span
style="color: #0000ff;">สาระอาชีพดีดี โดย มติชน เส้นทางเศรษฐี</span></h3><p><span
style="color: #000000; font-size: x-small;"><img
src="http://info.matichon.co.th/images/rich.gif" alt="rich Fish Spa สปาปลา ธุรกิจใหม่น่าลงทุน" width="123" height="70" title="Fish Spa สปาปลา ธุรกิจใหม่น่าลงทุน" /></span></p><p><span
style="color: #000000; font-size: x-small;">หากท่านเห็นว่าบทความนี้มีประโยยช์ ช่วยกันสนับสนุนสื่อคุณภาพด้วยนะครับ</span></p></div> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/fish-spa-news/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>14</slash:comments> </item> <item><title>เบื้องหลังความสำเร็จของโตโยต้า</title><link>http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad/</link> <comments>http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad/#comments</comments> <pubDate>Mon, 10 Aug 2009 08:03:47 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category> <category><![CDATA[การทำ]]></category> <category><![CDATA[การผลิต]]></category> <category><![CDATA[การออกแบบ]]></category> <category><![CDATA[ขาย]]></category> <category><![CDATA[ข้าว]]></category> <category><![CDATA[จำหน่าย]]></category> <category><![CDATA[จุดเด่น]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category> <category><![CDATA[น้ำ]]></category> <category><![CDATA[บันเทิง]]></category> <category><![CDATA[บำบัด]]></category> <category><![CDATA[ประหยัด]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[พนักงาน]]></category> <category><![CDATA[ลงทุน]]></category> <category><![CDATA[ศาสตร์]]></category> <category><![CDATA[ศิลปะ]]></category> <category><![CDATA[หมา]]></category> <category><![CDATA[อัตโนมัติ]]></category> <category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category> <category><![CDATA[ไทย]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad/</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>เบื้องหลังความสำเร็จของโตโยต้า เริ่มต้นขึ้นในปี 2499 ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์เซลส์ จำกัด นับเป็นโตโยต้าสาขาแรกที่ก้าวออกมาเติบโตนอกตลาดประเทศญี่ปุ่น โดยดำเนินกิจการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทั้งรถยนต์นั่ง และรถบรรทุกซึ่งรถยนต์ในยุคแรกๆ ที่โตโยต้านำเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย อาทิ TOYO-ACE, STOUT,MS 40, DA, LAND CRUISER โตโยต้าได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน จึงได้จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขึ้นในปี 2505 ด้วยทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 11.8 ล้านบาท มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพฯ ขณะนั้นมีผู้แทนจำหน่ายจำนวน 13 แห่ง 2 ปีต่อมา โรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกได้ถูกจัดสร้างขึ้นบนพื้นที่เขตสำโรงเหนือเพื่อ ประกอบรถยนต์โดยนำเข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์สำเร็จรูป (CKD) รถที่ประกอบขึ้นรุ่นแรกคือTOYOTA DYNA JK 170, TIARA, STOUT, PUBLICA (UP 10), DA, CORONA RT40 ขณะที่โรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 2 [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><span>เบื้องหลังความสำเร็จของโตโยต้า เริ่มต้นขึ้นในปี 2499 ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์เซลส์ จำกัด นับเป็นโตโยต้าสาขาแรกที่ก้าวออกมาเติบโตนอกตลาดประเทศญี่ปุ่น โดยดำเนินกิจการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทั้งรถยนต์นั่ง และรถบรรทุกซึ่งรถยนต์ในยุคแรกๆ ที่โตโยต้านำเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย อาทิ TOYO-ACE, STOUT,MS 40, DA, LAND CRUISER</p><p>โตโยต้าได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน จึงได้จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขึ้นในปี 2505 ด้วยทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 11.8 ล้านบาท มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพฯ ขณะนั้นมีผู้แทนจำหน่ายจำนวน 13 แห่ง</p><p>2 ปีต่อมา โรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกได้ถูกจัดสร้างขึ้นบนพื้นที่เขตสำโรงเหนือเพื่อ ประกอบรถยนต์โดยนำเข้าชิ้นส่วนอุปกรณ์สำเร็จรูป (CKD) รถที่ประกอบขึ้นรุ่นแรกคือTOYOTA DYNA JK 170, TIARA, STOUT, PUBLICA (UP 10), DA, CORONA RT40</p><p>ขณะที่โรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 2 ถูกสร้างขึ้นในปี 2518 ในเขตสำโรงใต้พร้อมทั้งสร้างโรงบำบัดน้ำเสียมูลค่า 10 ล้านบาท ต่อมาได้ติดตั้งระบบ CATION E.D.P.(Electro Deposit Painting) พร้อมด้วยระบบแขนกลอัตโนมัติ (Swing Arm AutoLoading) ในกระบวนการผลิตเป็นรายแรกในประเทศไทย</p><p>ปี 2531 โตโยต้าย้ายกองบัญชาการใหญ่จากถนนสุรวงศ์มาปักหลักที่สำโรงคอมเพล็กซ์ พร้อมวางแผนการก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้น มีประสิทธิภาพในการผลิตสูงด้วยกำลังการผลิตในขณะนั้น 100,000 คันต่อปี</p><p>และอาจเป็นช่วงเริ่มต้นในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์เมืองไทย</p><p>เมื่อโรงงานสร้างแล้วเสร็จ โตโยต้าได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ในปี 2540 เป็นโรงงานที่ได้รับการยอมรับว่าทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย อาคเนย์</p><p>ที่นี่คือจุดกำเนิดของรถยนต์โตโยต้า โซลูน่า โครงการที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของวิศวกรชาวไทย และญี่ปุ่นในการออกแบบ</p><p>ตลอดระยะเวลานับตั้งแต่โตโยต้ารุกเข้าสู่ตลาดเมืองไทย ความทุ่มเทของโตโยต้าคือ ความพยายามที่จะตอบสนองความต้องการสูงสุดของลูกค้า ทั้งในกระบวนการผลิตระดับมาตรฐานโลก เทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงการสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพการบริการ การมุ่งพัฒนาบุคลากร และการขยายกิจการ</p><p>ปัจจุบัน TOYOTA กลายเป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์ชั้นนำของประเทศไทย ที่มีทุนจดทะเบียน 7,520 ล้านบาท ทำตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มรถยนต์นำเข้า CBU (CompleteBuilt-Up) ได้แก่ LEXUS, CROWN, CELICA, LAND CRUISER PRADO, HIAGEและ COMUTER</p><p>กลุ่มรถยนต์ประกอบในประเทศ CKD (Complete Knock-Down) ได้แก่ HILUXTIGER, SOLUNA VIOS, COROLLA ALTIS, CAMRY, WISH และ DINA ที่ผลิตโดยHINO (Thailand)</p><p>มีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 240,000 คันต่อปี จากโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า สำโรง สำหรับผลิตถยนต์ HILUX TIGER 140,000 คันต่อปี และจากโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ สำหรับผลิตรถยนต์ COROLLA ALTIS, SOLUNA VIOS, CAMRYและ WISH ด้วยกำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี</p><p>มีพนักงานบริษัทกว่า 5,000 คน มีเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 89 แห่ง 241 โชว์รูมมีเครือข่ายสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน 151 ราย</p><p>สิ่งที่เป็นการแสดงถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะการเติบโตของ อุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทย คือ เครือข่ายของบริษัทในเครือที่โตโยต้าโยงใยเชื่อมต่อกันไว้ถึง 7แห่ง ได้แก่ บริษัท โตโยต้า ออโต้ บอดี้ ประเทศไทย จำกัด (TABT), บริษัท โตโยต้าบอดี้ เซอร์วิส จำกัด (TBS), บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (TLT),บริษัท โตโยต้า ทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด (TTT), บริษัท เทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า จำกัด (TAT), บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด (RRC) และบริษัท ไทย ออโต้เวิร์ค จำกัด (TAW)</p><p></span><span><strong>วิถีโตโยต้า วิถีผู้นำเกม</strong></span><span></p><p>ช่วงเวลาที่ถือว่าโตโยต้าเข้มแข็งมากที่สุดในตลาดเมืองไทย คือ ช่วงปลายทศวรรษที่ 4 ต่อเนื่องมาถึงต้นทศวรรษที่ 5 หรือประมาณปี 2544 &#8211; 2547 ทั้งในเรื่องของตัวโปรดักต์ และกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดแบบ IMC ที่โตโยต้าพยายาม Breakinto Style มาตั้งแต่การทำตลาดในรุ่น TOYOTA COROLLA ALTIS</p><p>เริ่มต้นจากการใช้ Celebrity ระดับฮอลลีวู้ดอย่าง &#8220;แบรด พิทท์&#8221; และ &#8220;บริทนีย์ สเปียร์ส&#8221; ให้กับ COROLLA ALTIS นอกจากจะสร้างกระแส Talk of theTown ให้กับตัวสินค้าได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ใหม่ให้กับของBrand Positioning ของโตโยต้าที่ต้องถูกยกระดับให้สูงขึ้น ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์ที่ดูดีมีระดับ</p><p>Brand Positioning ของโตโยต้าถูกยกระดับให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อ NEWCAMRY ปรากฏโฉมพร้อมการยกระดับขึ้นเทียบรุ่นรถหรูระดับพรีเมียม MERCEDES BENZ C-Class ที่สำคัญโตโยต้า ตอกย้ำภาพลักษณ์ใหม่ด้วยสโลแกน &#8220;เปลี่ยนผู้อื่นให้เป็นผู้ตาม&#8221; จนกลายเป็นคำพูดที่ฮิตติดปากอยู่พักใหญ่</p><p>ในช่วงนั้น โตโยต้าได้รับการยอมรับว่า มีความพร้อมที่สุดทั้งในเรื่องความสมบูรณ์แบบของตัวโปรดักต์รถยนต์ และกลยุทธ์การสื่อสารการตลาด ที่โตโยต้าระดมทุกรูปแบบการสื่อสารมาผสมผสานกันแบบ IMC (Integrated Marketing Communication)</p><p>แม้จะไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด แต่ประมาณคร่าวๆ ได้ว่า ในแต่ละปีโตโยต้าอาจมีการใช้เม็ดเงินเพื่อการสื่อสารการตลาดไม่น้อยกว่า 300 &#8211; 400 ล้านบาท</p><p>Brand Image ที่ดูดีมีระดับมากขึ้นของโตโยต้าเมืองไทย ยังสะท้อนได้จากนโยบายการทำตลาดของรถหรูเลกซัส เมื่อในปี 2545 แบรนด์เลกซัส ถูกกำหนดให้เป็นรถธงในการทำตลาดรถพรีเมียมของโตโยต้า โดยมี &#8220;เลกซัส กรุ๊ป&#8221; หน่วยงานพิเศษในองค์กรโตโยต้าเป็นผู้ดูแลเรื่องการทำตลาด</p><p>ภาพความหรูหรามีระดับของแบรนด์เลกซัสถูกผูกติดไว้กับแบรนด์โตโยต้า เพราะการทำตลาดเลกซัสในเมืองไทยอยู่ภายใต้ร่มเงาของโตโยต้า ไม่ได้แยกตัวออกมาเป็นอีกบริษัทหนึ่งเหมือนการทำตลาดในสหรัฐอเมริกา</p><p>สิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคมั่นใจในแบรนด์ของโตโยต้า ก็คือราคาขายต่อของรถยนต์มือสอง ที่แต่เดิมก็เป็นที่ยอมรับในตลาดรถมือสองอยู่แล้ว โตโยต้ายังตอกย้ำจุดแข็งนี้ด้วยการเปิดธุรกิจรถยนต์มือสองในชื่อ TOYOTA SURE เพื่อให้บริการลูกค้าที่ต้องการซื้อรถยนต์ราคาถูก และยังช่วยการันตีราคาขายต่อของรถโตโยต้าในอนาคต ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น</p><p>โตโยต้ายังเป็นค่ายรถยนต์ที่ได้ชื่อว่ามีความพร้อมในเรื่องเครือข่ายการจัด จำหน่ายค่อนข้างสูง ซึ่งนโยบายของโตโยต้าจะให้การสนับสนุนดีลเลอร์ ทั้งด้านตัวสินค้าในระดับราคาที่สามารถแข่งขันได้อย่างสมเหตุสมผล รวมถึงการสนับสนุนด้านโฆษณา ส่งเสริมการขายในลักษณะ National Advertising</p><p>พร้อมทั้งการมีบริษัทลีสซิ่ง TLT (TOYOTA Leasing Thailand) ที่คอยช่วยเหลือในเรื่องการเงินให้กับลูกค้า รวมถึงการสนับสนุนในเรื่องเทคโนโลยีโนว์ฮาว และระบบการจัดการต่าง ๆ อีกมากมาย</p><p>คุณไพบูลย์ ไวความดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ผู้บริหารระดับสูงเบอร์ 1 ในฝั่งผู้บริหารคนไทย เล่าให้ฟังว่า การ LaunchProduct ในแต่ละเซ็กเม้นต์ โตโยต้าจะยึดหลักการทำแบบ Customize โดยดูจากTarget Customer เป็นหลัก และดูจาก Timing หรือรอบระยะเวลาของแต่ละรุ่น แต่ละโมเดล</p><p>&#8220;เพราะการ Launching Product จะค่อนข้าง Sensitive กับการตัดสินใจของลูกค้า ยกตัวอย่าง การเปิดตัวไฮลักซ์ วีโก้ เราไม่สามารถตอบได้ว่าจะเปิดตัวในอินโดนีเชียเมื่อไหร่ เพราะข้อมูลนี้จะกระทบตลาดอินโดนีเชีย กระทบกับพฤติกรรมของลูกค้าในการตัดสินใจ ทุกค่ายไม่ใช่เฉพาะเราจะต้องนึกถึงเรื่องของ Timingในการเปิดตัวสินค้า เพราะเป็นเรื่องที่ Sensitive กับการดำเนินธุรกิจ&#8221;</p><p>&#8220;ความท้าทาย คือ ต้องออกแบบวันนี้ ต้องขายพรุ่งนี้ ต้องฉับไว ต้องคิดล่วงหน้าคิดถูกต้องและใกล้เคียง ถ้านานสิบปีก็คงคาดการณ์ได้ลำบาก แต่ถ้าหนึ่งคืนก็คงคาดการณ์ได้ถูกต้อง แม่นยำ มากขึ้น ดังนั้นความท้าทายในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำยังไงให้เวลามันสั้น ยิ่งสั้นยิ่งดี เพราะจะทำให้เราสามารถทำนายความต้องการของลูกค้า สภาวะแวดล้อมต่าง ๆ แม่นยำมากขึ้น&#8221;</p><p>โตโยต้ามองว่า ด้วยแนวคิดในการบริการที่ &#8220;พร้อมจะมอบความพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยประกันการสร้างคุณภาพในทุกกระบวนการ&#8221; ผสานกับความมุ่งมั่นของเหล่าพนักงานโตโยต้า คือ เบื้องหลังความสำเร็จของโตโยต้า ที่ผลักดันให้บริษัทฯ ครองความเป็นอันดับหนึ่งของผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง</p><p>คุณไพบูลย์ เสริมว่า ในแง่ของการบริหารงานบุคคล ขึ้นกับปัจจัยหลายๆ อย่างที่เป็นองค์ประกอบของธุรกิจ ธุรกิจไฮเทค ธุรกิจที่มีการทำวิจัยพัฒนาอาจต้องใช้ด็อกเตอร์จำนวนมาก ในระบบโตโยต้าสายงานหลักต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้มีคุณวุฒิเฉพาะ</p><p>&#8220;ที่สำคัญเราเน้นเรื่องของ On the job training ค่อนข้างมาก โตโยต้ามีความเชื่อในเรื่องนี้มาก ปฏิบัติมาแล้วได้ผล On the job training เป็นเรื่องของการให้เรียนรู้จากงาน ประกอบกับว่าโตโยต้ามี Corporate Culture เราเรียกว่า DNA ที่ซึมซับเข้าไปในทุก ๆ คน รวมทั้งผู้แทนจำหน่ายของเราด้วย</p><p>Corporate Culture มีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือ Continue improvementการพัฒนา หรือการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง หรือทำอะไรแล้วต้องทำให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆไม่มีวันหยุด หรือบอกว่าพอใจแล้ว เรื่องที่2 Respect for people การเคารพบุคลากรที่เกี่ยวข้องในงาน คือ การสร้างทีมเวิร์ค เราจะเน้นเรื่องทีมเวิร์ค การแชร์ข้อมูล เราถือว่าทุกคนสำคัญต้องได้รับข้อมูลทัดเทียมกัน Communication การฟังความคิดเห็น นี่คือTeamwork spirit เราเรียกเป็น DNA ของโตโยต้าจะอยู่ในสายเลือดของทุกคน&#8221;</p><p><strong>Thailand Innovation Base</strong></p><p>สิ่งหนึ่งที่ทำให้โตโยต้าสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ การใช้แนวทางปฏิบัติแบบวิถีแห่งโตโยต้า (Toyota Way) เป็นการเปลี่ยนโลกอุตสาหกรรมได้ด้วยระบบการผลิตแบบ Toyota Production System (TPS) ควบคู่ไปกับ Lean System</p><p>ส่งผลให้โตโยต้าโดดเด่นในแง่การเป็น Cost Advantage และสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างคล่องตัว ซึ่งนโยบายการทำตลาดของโตโยต้าได้เชื่อมต่อกันทั้งในระดับDomestic &#8211; Regional และ Global ว่าหากมองในแง่ของตัวองค์กร จะเห็นว่าโตโยต้ามีการทำงานร่วมกันมากทั้งในระดับ Global, region และ Domestic</p><p>โดยเฉพาะตลาดเมืองไทย โตโยต้าค่อนข้างให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นรากฐานที่สำคัญของโตโยต้า ขณะเดียวกันก็เป็นตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง</p><p>สิ่งที่กำลังทำให้โตโยต้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คือ ความพยายามในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต และการออกแบบรถยนต์ ที่ไม่ได้คำนึงถึงเฉพาะรูปลักษณ์ แต่ยังรวมถึงเรื่องวิธีปฏิบัติ และการบริการลูกค้า ที่ต้องมีความสอดคล้องกันแต่ละตลาด เป็นจุดสำคัญของการแข่งขันในยุคนี้</p><p>ในแง่ยอดขายโตโยต้าทั่วโลก ประเทศไทยอาจมียอดจำหน่ายรวมอยู่ในอันดับ 3 แต่หากมองในแง่ของตัวองค์กรของ &#8220;โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย&#8221; ก็มีนัยะสำคัญอยู่หลายประการ โดยเฉพาะความสำคัญในการเป็นฐานการผลิตของโครงการ IMV และเป็นโครงการแรกที่โตโยต้านำระบบการจัดการเรื่องการลดต้นทุนมาใช้กับ โครงการผลิตรถกระบะ</p><p>เป็นเหตุผลที่โตโยต้าเลือกเมืองไทยเป็นฐานการผลิตรถกระบะ เพราะหากไม่นับรวมสหรัฐอเมริกา เมืองไทยจะเป็นตลาดรถปิกอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นตลาดฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพ รวมถึงการมีเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนอยู่เป็นจำนวนมาก</p><p>โครงการ IMV (Innovative International Multi Purpose Vehicle)จึงถือกำเนิดขึ้น ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท โดยมี &#8216;ไฮลักซ์ วีโก้&#8217; เป็นโปรดักต์นำร่องที่โตโยต้าจะใช้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเจาะผู้บริโภค ทุกกลุ่มเป้าหมายในระดับ Mass Market</p><p>โครงการ IMV จึงเป็นโครงการที่หักเหบทบาทของโตโยต้า ประเทศไทย ให้ยกระดับขึ้นสู่นัยะสำคัญในระดับที่เรียกได้ว่าเป็น Second Large Production Base นอกประเทศญี่ปุ่นที่ใหญ่รองจากอเมริกา ด้วยปริมาณการผลิตรถยนต์ที่เกือบจะถึงระดับครึ่งล้านคัน ซึ่งในมุมของภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ถือว่า Global Scale</p><p>ปลายปี 2548 โตโยต้าประกาศความสำเร็จหลังครบรอบ 1 ปี IMV Projectด้วยการสร้างยอดขายในประเทศสูงถึง 1.77 แสนคัน เป็นยอดจำหน่ายที่เกิดจากอิทธิพลของไฮลักซ์วีโก้ และฟอร์จูนเนอร์</p><p>ด้วยศักยภาพการผลิตที่เพิ่มมากขึ้นกว่า 2.8 แสนคัน จากโครงการ IMV ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมาโตโยต้ามียอดการส่งออกเติบโตสูงขึ้นกว่า 188.3% คิดเป็นมูลค่าการส่งออกรวม 116,531 ล้านบาท เป็นการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 151,868 คัน แน่นอนว่าในจำนวนนี้เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากการส่งออกรถในโครงการ IMV</p><p>ปัจจุบันรถยนต์สำเร็จรูป และชิ้นส่วนอะไหล่ในโครงการ IMV ถูกส่งไปกว่า 90ประเทศทั่วโลก นับเป็นอีกความภาคภูมิใจหนึ่งของโตโยต้า (ประเทศไทย)</p><p><strong> &#8220;VIGO&#8221; New Hero Project</strong></p><p>การมีผลิตภัณฑ์ที่มากถึง 18 รุ่น ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ และเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โตโยต้าครอบคลุมได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นรถหรูอย่างเลกซัส หรือคัมรี ไล่มาจนถึงกลุ่มรถราคาประหยัดอย่างวีออส รถเพื่อการพาณิชย์ ประเภทรถตู้ รถกระบะ และรถกระบะดัดแปลง แถมยังได้กำลังเสริมจากฮีโน่ และไดฮัทสุ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ก็ยิ่งทำให้โตโยต้ามีโปรดักต์ที่หลากหลาย สนองตอบทุกกลุ่มเป้าหมายในตลาดได้อย่างแท้จริง</p><p>นับจากอดีต โตโยต้าประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องกับการทำตลาดในรถยนต์แต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นใหญ่ที่มีคัมรีเป็นตัวหลัก หรือในกลุ่มระดับกลางก็มีโคโรลล่า ต่อเนื่องมาถึงนิวโคโรลล่า แบบปรับโฉมหมดจดถอดด้ามใน ทั้งในรุ่นอัลติส และนิว อัลติสหรือรถเล็กในกลุ่มวีออส ที่โตโยต้าเคลมว่าเป็นรถราคาประหยัด รวมไปถึงกลุ่มรถกระบะไฮลักซ์ที่ขายดีต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กับเวอร์ชั่น &#8220;ไฮลักซ์ วีโก้&#8221;</p><p>การกำเนิดไฮลักซ์ วีโก้ ส่งผลให้ยอดจำหน่ายรถกระบะของโตโยต้าขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนกว่า 50 &#8211; 60% ของยอดจำหน่ายรวมในแต่ละเดือน เป็นตัวเลขที่มาจากรถยนต์ในโครงการ IMV</p><p>ไฮลักซ์ วีโก้ ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของนโยบายสำคัญ 3 ประการ คือ ความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ที่มีคุณภาพสูง แข็งแกร่ง ทนทาน เหนือกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่น ๆ พร้อมความสะดวกสบาย และปลอดภัยสูงสุด ที่สำคัญต้องมีเทคโนโลยีที่คุ้มค่าในราคาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นนโยบายที่ใช้ได้ผลมาแล้วในสหรัฐอเมริกา</p><p>พร้อมการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใส่ไว้ในตัวโปรดักต์ เช่น เทคโนโลยีโครงสร้างนิรภัย GOA ผนวกกับความโดดเด่นของเครื่องยนต์ D4D คอมมอนเรล จุดเด่นเรื่องศักยภาพการประหยัดน้ำมัน และความสามารถในการบรรทุกจากขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น</p><p>สิ่งเหล่านี้ กลายเป็น Value Added ที่ทำให้ตัวไฮลักซ์ วีโก้ มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น กระทั่งเกิดกระแสวีโก้ฟีเวอร์ ด้วยสถิติยอดจองสูงกว่า 5.4 หมื่นคัน ในเวลาเพียง1 เดือน</p><p>ปลายปี 2548 โตโยต้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มรถกระบะด้วยเลขตัวรวมกว่า 1.77 แสนคัน เพราะได้อานิสงส์ความแรงของรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งเป็นกระบะดัดแปลงที่มียอดขายกว่า 3.27 หมื่นคัน ส่งผลให้โตโยต้าสามารถก้าวสู่ความเป็นผู้นำทั้ง 3 ตลาดได้แก่ ตลาดรวม ตลาดรถยนต์นั่ง และตลาดรถกระบะได้เป็นครั้งแรก</p><p>กลางเดือนมกราคม 2549 โตโยต้าปลุกแนวรบตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กในประเทศไทย ด้วยการส่งยาริส ลงเจาะตลาดรถหรูในกลุ่ม Sub Compact ชูจุดเด่นสไตล์ HatchBack Design หวังเจาะกลุ่มเป้าหมาย Younger Generation โดยเลือกใจกลางย่านสยามสแควร์เป็นสถานที่จัดกิจกรรม ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน Yaris&#8230;Be Groovy เนื่องจากสยามสแควร์เป็นแหล่งรวมของกลุ่มเป้าหมายใหญ่ของยาริส</p><p>โตโยต้าตั้งเป้ายอดจำหน่ายหนนี้ไว้กว่า 35,000 คันต่อปี หรือเดือนละ 3,000 คันในช่วง 3 เดือนแรก และเพียงแค่ออกสตาร์ท ยาริสก็สามารถพิสูจน์ตัวเองด้วยการสร้างยอดจองได้กว่า 5,000 คัน ในเดือนแรก</p><p>ยาริสมาพร้อมกับการเปิดตัว &#8220;The Style by Toyota&#8221; Edutainment Centerแห่งใหม่ใจกลางสยามแควร์ เพื่อตอกย้ำความชัดเจนในการที่โตโยต้ากำลังโฟกัสไปสู่กลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของเยาวชนคนรุ่นใหม่อายุ 17- 21 ปี และคนทำงานในช่วงอายุ 22 ปีขึ้นไป ที่ต้องการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ในแบบ Edutainment ด้านเทคโนโลยียานยนต์และข่าวสารแวดวงศิลปะ การบันเทิงแขนงต่าง ๆ</p><p>ความสำเร็จของโตโยต้า พิสูจน์ได้จากรายงานยอดจำหน่ายที่มีปรากฏให้เห็นเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งก่อนวิกฤตเศรษฐกิจโตโยต้าสามารถสร้างยอดขายสูงสุดได้เป็นประวัติการณ์ใน ปี 2539 ก่อนจะปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ และขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2545</p><p>กระทั่งปี 2548 โตโยต้ามียอดจำหน่ายรวมสูงถึง 277,955 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดราว 39.5%</p><p>สิ้นปี 2549 โตโยต้าประมาณการยอดขายรถยนต์ในตลาดรวมอาจสูงถึง 735,000คัน และกว่า 40% เป็นสัดส่วนการขายที่มาจากค่ายโตโยต้า คิดเป็นจำนวน 295,000 คัน</p><p>ขณะที่ยอดจำหน่ายรวมรถกระบะอาจขยับสูงขึ้นเป็น 180,000 คัน แต่โตโยต้าจะสามารถครองส่วนแบ่งในตลาดกระบะมากเป็นอันดับ 1 เหมือนเช่นปีที่ผ่านมาหรือไม่นั้น</p><p>นี่คือความท้าทายครั้งใหม่ เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งของโตโยต้าในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย</p><p>ที่มา : คอลัมน์ กว่าจะถึงวันนี้ / TOYOTA Thailand<br
/> (26 ก.ค.-สยามรัฐ)</span></p>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>สปาปลา มัจฉาบำบัด ศาสตร์บำบัดผิวจากโลกตะวันตก</title><link>http://www.keajon.com/fish-theraphy/</link> <comments>http://www.keajon.com/fish-theraphy/#comments</comments> <pubDate>Wed, 22 Jul 2009 19:19:01 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียอาชีพแปลก]]></category> <category><![CDATA[บำบัด]]></category> <category><![CDATA[ปลา]]></category> <category><![CDATA[มัจฉา]]></category> <category><![CDATA[สปา]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=1344</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/fish-theraphy/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/07/drfish.jpg" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="สปาปลา" title="drfish" /></a>ใครเคยไปเที่ยวเมืองกาญจน์ ตามรีสอร์ทต่างๆ คงจะได้ยินชื่อเสียงกันมาราว 2-3 ปีแล้ว สำหรับสปาปลา-มัจฉาบำบัด ที่มีการนำแนวคิดเอาปลาตัวเล็กตัวน้อยมาบำบัดบำรุงผิวของฝรั่งเข้ามาให้บริการ ในขณะขณะคนไทยเองก็เปิดเป็นร้านบริการสปา จากที่เคยใช้คนมาขัดสีฉวีวรรณให้ผิวสวยของลูกค้า กลายมาเป็นการใช้ปลาตัวเล็กๆ ที่มีหน้าที่แทะเล็ม (ไม่ใช่แทะโลม) นะครับ เซลล์ผิวหนังที่ตายไปแล้วให้หลุดออก และบริกรปลาก็ยังคายสารจำพวกคอลลาเจน ออกมาเคลือบผิวสวยให้ลูกค้า อีกด้วย &#160; ร้อยทั้งร้อยเหตุผลของคนที่อยากลองไปสปาปลาเพราะความแปลกใหม่ ดึงดูดใจ &#160; คุณนิ (นามสมุมติ ) ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น เธอเล่าประสบการณ์ตรงที่เพิ่งเข้าสปาปลามาหมาดๆ ให้ฟังว่า &#8220;สนุกดี วิธีทำก็ง่ายๆ แค่ล้างเท้า ล้างขี้ฝุ่นขี้ผง แล้วหย่อนขาลงไปในตู้ซึ่งจะเป็นเหมือนตู้ปลาธรรมดา นั่งแช่รวมกันมากที่สุดได้ 4 คน น้ำในตู้เท่ากับอุณหภูมิห้อง มีปลาอยู่ในนั้นหลายร้อยตัว มีทั้งปลาซึ่งทางร้านบอกว่าเป็นปลาบำบัดโดยเฉพาะ ช่วยดูดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นเท้าได้ และปลาอื่นๆ ที่ใส่ลงไปเป็นสีสัน แต่ไม่รู้ว่าคือปลาอะไร&#8221; &#160; &#8220;ความรู้สึกตอนปลามาตอดก็เหมือนกับถูกช็อตด้วยไฟฟ้าอ่อนๆ บางทีเราเกร็งเท้าเพราะปลามาตอด เขาจึงมีนวดสปาเพื่อช่วยคลายให้ด้วย ทำแล้วรู้สึกว่าเท้านิ่ม ส้นเท้านิ่ม ดูขาวขึ้น&#8221; &#160; เรื่องความสะอาด ทางร้านบอกว่า เขาจัดการควบคุมระบบระบายน้ำอย่างดี มีสูตรพิเศษ แต่ไม่ยอมบอกเราว่าทำอย่างไร [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<div
id="attachment_1346" class="wp-caption alignleft" style="width: 313px"><img
class="size-full wp-image-1346" title="drfish" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/07/drfish.jpg" alt="drfish สปาปลา มัจฉาบำบัด ศาสตร์บำบัดผิวจากโลกตะวันตก" width="303" height="212" /><p
class="wp-caption-text">สปาปลา</p></div><p>ใครเคยไปเที่ยวเมืองกาญจน์ ตามรีสอร์ทต่างๆ คงจะได้ยินชื่อเสียงกันมาราว 2-3 ปีแล้ว สำหรับสปาปลา-มัจฉาบำบัด ที่มีการนำแนวคิดเอาปลาตัวเล็กตัวน้อยมาบำบัดบำรุงผิวของฝรั่งเข้ามาให้บริการ ในขณะขณะคนไทยเองก็เปิดเป็นร้านบริการสปา จากที่เคยใช้คนมาขัดสีฉวีวรรณให้ผิวสวยของลูกค้า กลายมาเป็นการใช้ปลาตัวเล็กๆ ที่มีหน้าที่แทะเล็ม (ไม่ใช่แทะโลม) นะครับ เซลล์ผิวหนังที่ตายไปแล้วให้หลุดออก และบริกรปลาก็ยังคายสารจำพวกคอลลาเจน ออกมาเคลือบผิวสวยให้ลูกค้า อีกด้วย</p><p>&nbsp;</p><p>ร้อยทั้งร้อยเหตุผลของคนที่อยากลองไปสปาปลาเพราะความแปลกใหม่ ดึงดูดใจ</p><p>&nbsp;</p><p>คุณนิ (นามสมุมติ ) ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น เธอเล่าประสบการณ์ตรงที่เพิ่งเข้าสปาปลามาหมาดๆ ให้ฟังว่า</p><p>&#8220;สนุกดี วิธีทำก็ง่ายๆ แค่ล้างเท้า ล้างขี้ฝุ่นขี้ผง แล้วหย่อนขาลงไปในตู้ซึ่งจะเป็นเหมือนตู้ปลาธรรมดา นั่งแช่รวมกันมากที่สุดได้ 4 คน น้ำในตู้เท่ากับอุณหภูมิห้อง มีปลาอยู่ในนั้นหลายร้อยตัว มีทั้งปลาซึ่งทางร้านบอกว่าเป็นปลาบำบัดโดยเฉพาะ ช่วยดูดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นเท้าได้ และปลาอื่นๆ ที่ใส่ลงไปเป็นสีสัน แต่ไม่รู้ว่าคือปลาอะไร&#8221;</p><p>&nbsp;</p><p>&#8220;ความรู้สึกตอนปลามาตอดก็เหมือนกับถูกช็อตด้วยไฟฟ้าอ่อนๆ บางทีเราเกร็งเท้าเพราะปลามาตอด เขาจึงมีนวดสปาเพื่อช่วยคลายให้ด้วย ทำแล้วรู้สึกว่าเท้านิ่ม ส้นเท้านิ่ม ดูขาวขึ้น&#8221;</p><p>&nbsp;</p><p>เรื่องความสะอาด ทางร้านบอกว่า เขาจัดการควบคุมระบบระบายน้ำอย่างดี มีสูตรพิเศษ แต่ไม่ยอมบอกเราว่าทำอย่างไร เท่าที่เห็นและสัมผัสมา น้ำที่เขาใช้ทั้งที่เป็นน้ำล้างเท้าและน้ำแช่เท้าก็ดูเหมือนเป็นน้ำธรรมดา</p><p>&nbsp;</p><p>แต่สำหรับสปาปลาที่ใหญ่ๆ นั้น จะมีบ่อขนาดใหญ่ไว้ให้บริการซึ่งสามารถลงใช้บริการพร้อมกันได้นับร้อยคน</p><p>&nbsp;</p><p>อย่างไรก็ตาม ด้วยการได้ใกล้ชิดกับปลาตัวเล็กๆ ที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ตามติดมาด้วยการดูแลผิวพรรณด้วย วิธีอื่นๆ จนครบสูตรที่สถานบริการสปาคิดค้นขึ้น จะมีประโยชน์ในเชิงการแพทย์อย่างไร ไปค้นหาคำตอบกัน</p><p>&nbsp;</p><p>คุณหมอ ป ปลา รักษ์ผิว</p><p>&nbsp;</p><p>นายแพทย์รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง ปูพื้นความเข้าใจด้วยการเล่าถึงธรรมชาติของเจ้าปลาการ์รารูฟา (Garra Rufa) ที่ใช้ในการทำสปาปลาว่า</p><p>&nbsp;</p><p>&#8220;ปลาการ์รารูฟา หรือที่เรียกว่า ดอกเตอร์ฟิชที่ใช้ในการทำสปาปลานี้จะตอดเอาผิวที่ลอกและเสียของเราออกไป ถ้าเป็นบริเวณผิวปกติปลาชนิดนี้จะตอดน้อยกว่า &#8220;</p><p>&nbsp;</p><p>มีการอ้างว่าสามารถบำบัดรักษาโรคผิวหนังบางอย่างได้ และเท่าที่พบก็มีการอ้างอิงว่าสามารถบำบัดรักษาโรคสะเก็ดเงินและโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Eczema) ได้</p><p>&#8220;แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีรายงานทางวิชาการที่น่าเชื่อถือเพียงพอ ทั้งทางสถิติข้อมูลและจำนวนคนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษารวมทั้งการรวบรวมขอ้มูลก็ยังไม่ชัดเจนว่าถ้าทำสปาปลาแล้วจะช่วยรักษาโรคผิวหนังได้จริง เพระาเป็นการสรุปกลุ่มเล็กๆ ไม่ได้มีการยืนยันเอามาใช้ได้ในวงกว้าง&#8221;</p><p>&nbsp;</p><p>&#8220;แต่ที่น่าจะพอช่วยได้ ก็คือ ช่วยทำให้ตาปลาที่กำลังจะลอกให้หลุดออกได้ง่ายขึ้น และมีผลทางด้านจิตใจ เพราะคนที่ใช้บริการก็จะรู้สึกว่าได้ผ่อนคลายเหมือนถูกนวดกระตุ้น สำหรับผู้ที่มีอาการทางผิวหนังก็จะรู้สึกว่าตัวเองกำลังได้รับการรักษาอยู่ก็อาจส่งผลดีได้&#8221;</p><p>&nbsp;</p><p><strong>หากเราอยากจะเข้าสปาปลาสักแห่งต้องพิจารณาอะไรบ้าง</strong></p><p>&nbsp;</p><p><strong>มาตรฐานสปาปลาที่ดี</strong></p><p>&nbsp;</p><p>คุณหมอรัสมิ์ภูมิ อธิบายถึงปัจจัยที่เอื้อต่อสปาปลาที่ได้มาตรฐานในการบำบัดว่า</p><p>&nbsp;</p><p>มาตรฐานที่ 1 ควรอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ</p><p>&#8220;การใช้ปลาบำบัดรักษาเกี่ยวกับผิวหนังคงไม่ใช่แค่การให้ปลาตอดอย่างเดียว แต่การบำบัดรักษาต้องมีแหล่งน้ำธรรมชาติที่เอื้ออำนวยในการบำบัดด้วย คือต้องอยู่ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ที่มีองค์ประกอบเหมาะสม เช่น เป็นบ่อน้ำพุ บ่อน้ำร้อน บ่อน้ำแร่&#8221;</p><p>&nbsp;</p><p>มาตรฐานที่ 2 แหล่งน้ำต้องมีแร่ธาตุสำคัญในการบำบัดผิว</p><p>&#8220;แหล่งน้ำต้อง มีแร่ธาตุที่มีส่วนช่วยในการรักษาผิวหนัง เช่น ซีลีเนียม เพราะซีลีเนียมมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างผิวหนัง ผลัดเปลี่ยนผิวหนัง สร้างเซลล์ใหม่ และส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย หรือแหล่งน้ำนั้นต้องมีความเค็มของน้ำที่เหมาะสม&#8221;</p><p>&nbsp;</p><p>มาตรฐานที่ 3 มีแสงแดดแสงอัลตราไวโอเลตในระดับที่เหมาะสม</p><p>&#8220;นอกจากนี้แหล่งน้ำที่ใช้ในการบำบัด ต้องมีแสงแดดและแสงอัลตราไวโอเลต ในระดับที่เหมาะสมเฉพาะกับแหล่งน้ำนั้นด้วย&#8221;</p><p>&nbsp;</p><p>เมื่อรู้ถึงการเลือกสปาปลาที่ได้มาตรฐานในการบำบัดแล้ว ก็เลือกใช้บริการได้ตรงใจ</p><p>&nbsp;</p><p>โรคเสี่ยงจากสปาปลาที่ขาดสุขอนามัย</p><p>&nbsp;</p><p>คุณหมอรัสมิ์ภูมิ เล่าถึงอันตรายจากการใช้บริการสปาปลาที่ไม่ถูกสุขอนามัยว่า</p><p>&#8220;การแช่รวมกันหลายๆ คนก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อโรคอย่างเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย เชื้อโรคเหล่านี้อาจมาจากผิวหนังหรือจากเล็บก็ได้ และสามารถติดต่อไปสู่คนที่แช่อยู่ด้วยกันได้ โดยมีน้ำเป็นตัวนำพา&#8221;</p><p>&nbsp;</p><p>&#8220;นอกจากนี้ปลาที่ตอดคนโน้นที คนนี้ที ก็สามารถนำเชื้อโรคมาสู่เราได้ด้วยเช่นกัน ถึงเปลี่ยนน้ำ แต่ถ้าใช้ปลาชุดเดียวกัน ก็อาจทำให้ติดเชื้อโรคได้เหมือนกัน เช่น โรคผิวหนังจากเชื้อรา โรคผิวหนังจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคซูโดโมแนส นอกจากนี้ยังมีโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา และ เชื้อแบคทีเรียที่เข้าสู่ผิวหนังชั้นลึก&#8221;</p><p>&nbsp;</p><p>ดังนั้นการถามกับเจ้าหน้าที่ของสถานบริการถึงสุขอนามัยทั้งเรื่องการคัดกรองผู้เข้าใช้บริการที่ไม่มีปัญหาผิวหนังและการดูแลสุขอนามัยของน้ำ และปลาจึงจำเป็นอย่างยิ่ง.</p><p>&nbsp;</p><p>ได้ข้อมูลดีๆ อย่างรอบด้านกันแล้ว ทีนี้ก็เลือกใช้บริการสปาปลาได้อย่างสบายใจ ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเพื่อนตัวเล็กๆ ที่ว่ายอยู่รอบๆ เท้า ช่วยดูแลเรานะครับ</p><p>&nbsp;</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/fish-theraphy/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>4</slash:comments> </item> <item><title>ธุรกิจ ?นวดแผนไทย&#8221; สร้างรายได้</title><link>http://www.keajon.com/thai-massage/</link> <comments>http://www.keajon.com/thai-massage/#comments</comments> <pubDate>Sun, 12 Jul 2009 20:57:08 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[sme]]></category> <category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[นวดแผนไทย]]></category> <category><![CDATA[บำบัด]]></category> <category><![CDATA[ศิลปะ]]></category> <category><![CDATA[อบรม]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=1056</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/thai-massage/"><img
align="left" hspace="5" width="150" height="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/plugins/thumbnail-for-excerpts/tfe_no_thumb.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="" title="" /></a>ธุรกิจ ?นวดแผนไทย อาการปวดเมื่อยร่างกาย โดยทั่วไปการรักษาอาการเหล่านี้นอกจากการพบแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว หลายคนก็ยังนิยมไปใช้บริการนวดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด หรือผ่อนคลายร่างกายให้หายจากความเมื่อยล้าและความเครียด ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่มีความต้องการใช้บริการนวดมากขึ้น ความนิยมการนวดไม่จำกัดอยู่เฉพาะแค่ชาวไทย หากแต่ขยายตัวออกไปในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย ดังนั้น ?ธุรกิจนวดแผนไทย? จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการ การประกอบธุรกิจนี้จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการประกอบธุรกิจของตนเอง แต่ก่อนที่จะเริ่มต้นลงมือทำ ผู้ประกอบการควรศึกษาและทำความเข้าใจในธุรกิจนี้ให้ลึกซึ้งเสียก่อน ผู้ที่สนใจทำธุรกิจนวดแผนไทย ควรมีศักยภาพและคุณสมบัติพื้นฐานดังนี้ มีใจรักในการให้บริการ เพราะธุรกิจนี้เป็นธุรกิจการให้บริการ ผู้ประกอบการที่ดีควรมีใจรักในงานด้านนี้ มีความซื่อสัตย์ จริงใจ พูดจาไพเราะ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีศีลธรรมและสัมมาอาชีวะ การนวดเป็นการบริการแบบตัวต่อตัว โอกาสใกล้ชิดสัมผัสร่างกายลูกค้ามีอยู่ตลอดเวลา ผู้ประกอบการอาชีพนี้จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเน้นความบริสุทธิ์ใจและศีลธรรมเป็นหลัก มีพื้นฐานความรู้ด้านการนวดแผนไทย เพื่อให้เข้าใจธุรกิจนี้ ผู้ประกอบการควรผ่านการอบรมมาบ้างจากสถานที่อบรมที่มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับ มีทำเลที่เหมาะสม ทำเลที่ดีของธุรกิจนี้ควรอยู่ในที่มองเห็นได้ง่าย ชัดเจน และการเดินทางสะดวก ก่อนเปิดกิจการ ?นวดแผนไทย? นั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้ &#62; กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ โดยทั่วไปธุรกิจบริการจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ แต่ถ้าขายสินค้าอื่นร่วมด้วยต้องจดทะเบียน โดยสามารถศึกษารายละเอียดขออนุญาตได้ที่ www.ismed.or.th &#62; กรมสรรพากร เพื่อดำเนินการทางภาษีการจดทะเบียน และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยศึกษาจาก www.rd.go.th [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<div> ธุรกิจ ?นวดแผนไทย
อาการปวดเมื่อยร่างกาย โดยทั่วไปการรักษาอาการเหล่านี้นอกจากการพบแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว หลายคนก็ยังนิยมไปใช้บริการนวดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด หรือผ่อนคลายร่างกายให้หายจากความเมื่อยล้าและความเครียด ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่มีความต้องการใช้บริการนวดมากขึ้น ความนิยมการนวดไม่จำกัดอยู่เฉพาะแค่ชาวไทย หากแต่ขยายตัวออกไปในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย ดังนั้น <strong>?ธุรกิจนวดแผนไทย?</strong> จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการ
การประกอบธุรกิจนี้จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการประกอบธุรกิจของตนเอง แต่ก่อนที่จะเริ่มต้นลงมือทำ ผู้ประกอบการควรศึกษาและทำความเข้าใจในธุรกิจนี้ให้ลึกซึ้งเสียก่อน <strong>ผู้ที่สนใจทำธุรกิจนวดแผนไทย ควรมีศักยภาพและคุณสมบัติพื้นฐานดังนี้</strong><ol><li>มีใจรักในการให้บริการ เพราะธุรกิจนี้เป็นธุรกิจการให้บริการ ผู้ประกอบการที่ดีควรมีใจรักในงานด้านนี้ มีความซื่อสัตย์ จริงใจ พูดจาไพเราะ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี</li><li>มีศีลธรรมและสัมมาอาชีวะ การนวดเป็นการบริการแบบตัวต่อตัว โอกาสใกล้ชิดสัมผัสร่างกายลูกค้ามีอยู่ตลอดเวลา ผู้ประกอบการอาชีพนี้จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเน้นความบริสุทธิ์ใจและศีลธรรมเป็นหลัก</li><li>มีพื้นฐานความรู้ด้านการนวดแผนไทย เพื่อให้เข้าใจธุรกิจนี้ ผู้ประกอบการควรผ่านการอบรมมาบ้างจากสถานที่อบรมที่มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับ</li><li>มีทำเลที่เหมาะสม ทำเลที่ดีของธุรกิจนี้ควรอยู่ในที่มองเห็นได้ง่าย ชัดเจน และการเดินทางสะดวก</li></ol> <strong>ก่อนเปิดกิจการ ?นวดแผนไทย? นั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้</strong> &gt; กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ
โดยทั่วไปธุรกิจบริการจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ แต่ถ้าขายสินค้าอื่นร่วมด้วยต้องจดทะเบียน โดยสามารถศึกษารายละเอียดขออนุญาตได้ที่ <a
rel="nofollow" href="http://www.ismed.or.th " target="_blank">www.ismed.or.th </a> &gt; กรมสรรพากร เพื่อดำเนินการทางภาษีการจดทะเบียน และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยศึกษาจาก <a
rel="nofollow" href="http://www.rd.go.th" target="_blank">www.rd.go.th</a> &gt; กระทรวงสาธารณสุข เพื่อจดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ
ทั้งนี้ หากเป็นการนวดเพื่อบำบัด วินิจฉัยโรค หรือฟื้นฟูสมรรถภาพ ตาม พ.ร.บ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 ผู้ทำการนวดต้องขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ?สาขาการแพทย์แผนไทยหรือเวชกรรมโบราณ? จากคณะกรรมการวิชาชีพก่อน และต้องดำเนินการในสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตแล้วเท่านั้น
แต่หากเป็นการนวดเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค ผู้ที่ทำการนวดไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตผู้ประกอบการโรคศิลปะ
ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอได้ที่กองการประกอบโรคศิลปะ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรือในต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
แม้ธุรกิจการนวดจะเป็นอาชีพให้บริการ แต่ก็เป็นอาชีพที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูงเช่นกัน โดยมีบทลงโทษทางกฎหมายหากผู้นวดกระทำการนวดแบบการรักษาโรค แต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ซึ่งจะมีความผิดจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และแม้จะไม่ได้นวดแต่ขึ้นป้ายโฆษณาว่าเป็นการนวดรักษาโรคโดยไม่มีใบอนุญาตก็มีความผิด คือมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ <strong>ตามกฎหมายผู้นวดต้องรับผิดชอบ หากเกิดอันตรายแก่ผู้ถูกนวด ดังนี้</strong><ol><li>หากทำให้ผู้อื่นเกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</li><li>หากผู้ถูกนวดเป็นอันตรายสาหัส ดังนี้คือ ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด เสียความสามารถที่ม่านประสาท อวัยวะสืบพันธุ์ ใบหน้า แท้งลูก จิตพิการติดตัว ทุพพลภาพหรือเจ็บป่วยเรื้อรังตลอดชีวิต หรือไม่สามารถประกอบกิจตามปกติเกินกว่า 20 วัน ต้องโทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี</li><li>หากกระทำโดยประมาท เช่น นวดแล้วเกิดอันตรายสาหัส ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</li><li>หากนวดผู้ป่วยแล้วทำให้เสียชีวิตถือว่ากระทำการโดยประมาท ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท</li></ol></div> <script type="text/javascript">// 
  google_ad_client = "pub-9087178772529554"; //Devthought Sidebar google_ad_slot = "6547978492"; google_ad_width = 160; google_ad_height = 600;
// ]]&gt;</script> <script src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type="text/javascript"></script>]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/thai-massage/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> <item><title>60 ไอเดียอาชีพเสริม หนทางทำมาหากิน ยุคน้ำมันแพง</title><link>http://www.keajon.com/60-ideas/</link> <comments>http://www.keajon.com/60-ideas/#comments</comments> <pubDate>Fri, 03 Jul 2009 07:47:27 +0000</pubDate> <dc:creator>Mr.Keajon</dc:creator> <category><![CDATA[Home]]></category> <category><![CDATA[อาชีพเสริม]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียอาชีพแปลก]]></category> <category><![CDATA[กระยาสารท]]></category> <category><![CDATA[กะลามะพร้าว]]></category> <category><![CDATA[กาแฟคั่วบด]]></category> <category><![CDATA[ขนมจีน]]></category> <category><![CDATA[ขนมไทย]]></category> <category><![CDATA[ข้าวเม่า]]></category> <category><![CDATA[ข้าวเหนียวนึ่ง]]></category> <category><![CDATA[คุ๊กกี้ขิง]]></category> <category><![CDATA[ค้าของเก่า]]></category> <category><![CDATA[งานประดิษฐ์]]></category> <category><![CDATA[ช่องทาง]]></category> <category><![CDATA[ซาลาเปา]]></category> <category><![CDATA[ซื้อแฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[ซูชิ]]></category> <category><![CDATA[ซ่อมรองเท้า]]></category> <category><![CDATA[ดอกไม้]]></category> <category><![CDATA[ดัดลวด]]></category> <category><![CDATA[ตุ๊กตา]]></category> <category><![CDATA[ต้นตาล]]></category> <category><![CDATA[ทำมาหากิน]]></category> <category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category> <category><![CDATA[นกกระจอกเทศ]]></category> <category><![CDATA[นวดแผนไทย]]></category> <category><![CDATA[น้ำตาลโตนด]]></category> <category><![CDATA[น้ำเต้าหู้]]></category> <category><![CDATA[บำบัด]]></category> <category><![CDATA[ประดิษฐ์ประดอย]]></category> <category><![CDATA[ปาท่องโก๋]]></category> <category><![CDATA[ปุ๋ยชีวภาพ]]></category> <category><![CDATA[ผักตบชวา]]></category> <category><![CDATA[ผ้าลายลูกแก้ว]]></category> <category><![CDATA[พลาสติก]]></category> <category><![CDATA[มะนาวผง]]></category> <category><![CDATA[ยางพารา]]></category> <category><![CDATA[รังไหม]]></category> <category><![CDATA[รากไม้]]></category> <category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category> <category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category> <category><![CDATA[ลับมีด]]></category> <category><![CDATA[ลูกชุบ]]></category> <category><![CDATA[สาลี่]]></category> <category><![CDATA[สาโท]]></category> <category><![CDATA[สูตรน้ำยาซักผ้า]]></category> <category><![CDATA[สูตรน้ำยาล้างจาน]]></category> <category><![CDATA[หมูชะมวง]]></category> <category><![CDATA[หมูสมุนไพร]]></category> <category><![CDATA[หอยเชลล์ทรงเครื่อง]]></category> <category><![CDATA[หารายได้]]></category> <category><![CDATA[หินสี]]></category> <category><![CDATA[อยากรวย]]></category> <category><![CDATA[อร่อย]]></category> <category><![CDATA[อัดภาพ]]></category> <category><![CDATA[อาชีพ]]></category> <category><![CDATA[อาหาร]]></category> <category><![CDATA[เขียง]]></category> <category><![CDATA[เขียนสีฝุ่น]]></category> <category><![CDATA[เครื่องประดับ]]></category> <category><![CDATA[เครื่องปั้น]]></category> <category><![CDATA[เซรามิค]]></category> <category><![CDATA[เดลิเวอรี่]]></category> <category><![CDATA[เตาย่างไก่]]></category> <category><![CDATA[เถ้าแก่]]></category> <category><![CDATA[เบญจรงค์]]></category> <category><![CDATA[เปลือกกล้วย]]></category> <category><![CDATA[เปลือกไม้]]></category> <category><![CDATA[เพาะเห็ดโคน]]></category> <category><![CDATA[เลิฟเบิร์ด]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยงนก]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยงปลา]]></category> <category><![CDATA[เลี้ยงหมา]]></category> <category><![CDATA[เห็ดนางฟ้า]]></category> <category><![CDATA[เห็ดฟาง]]></category> <category><![CDATA[เห็ดหูหนู]]></category> <category><![CDATA[เอกชัย]]></category> <category><![CDATA[แก้จน]]></category> <category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category> <category><![CDATA[แมลงกระป๋อง]]></category> <category><![CDATA[แสงอาทิตย์]]></category> <category><![CDATA[โจ๊ก]]></category> <category><![CDATA[ใบยาง]]></category> <category><![CDATA[ใบเตย]]></category> <category><![CDATA[ไม้กฤษณา]]></category> <category><![CDATA[ไม้มะขาม]]></category> <category><![CDATA[ไม้ไผ่]]></category> <category><![CDATA[ไอเดียอาชีพ]]></category> <guid
isPermaLink="false">http://www.keajon.com/?p=792</guid> <description><![CDATA[<a
href="http://www.keajon.com/60-ideas/"><img
align="left" hspace="5" width="150" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/06/avatar_2374_resize.png" class="alignleft wp-post-image tfe" alt="mr-kaejon" title="mr-kaejon" /></a>ผู้อ่านท่านใดที่กำลังว่างงาน ตกงาน เบื่องาน ขาดรายได้ และกำลังมองหารายได้เสริม อาชีพพิเศษ เสริมรายได้ ทำกินเลี้ยงชีวิตในยามคับขัน ลองดู 60 ไอเดียอาชีพเสริม ที่นายแก้จนไปสรรค์หามาฝาก เผื่อจะมีซักอาชีพที่ใช่ ก็เลือกเอาไปหาข้อมูลต่อ มาใช้ทำมาหากิน เลี้ยงตัวกันได้เลยครับ โอกาสรุ่งเนื้อสุกร&#8221;สมุนไพร ขนมไทย..ส่งใจรักธุรกิจ&#8221;มะนาวผง&#8221; กิจการ &#8216;ครกคลาสสิก&#8217; ของ คุณนันทัชกร เหรียญวิจิตร ธุรกิจขยะ ของ คุณสมไทย วงษ์เจริญ ทำจนร่ำรวยเป็นเศรษฐีได้ในเวลาไม่กี่ปี หลัก เกณฑ์เล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้คุณพิจารณาก่อนที่จะซื้อแฟรนไชส์ สูตรน้ำยาล้างจาน-น้ำยาซักผ้า (วิธีทำ ส่วนผสม) วิธีบำบัดเท้าแบบใหม่ ธุรกิจที่กำ ลังทำเงิน สนใจ งานประดิษฐ์จากกะลามะพร้าว มีหมายเลขติดต่อเจ้าของธุรกิจนี้ อยากขายสาโททำอย่างไร ธุรกิจอัดภาพระบบ&#8217;ดิจิตอล&#8217; อยากทราบแหล่งการปลูกไม้กฤษณาเชิงพาณิชย์ คู่มือ&#8217;แฟรนไชส์ เถ้าแก่ยุคใหม่ แปลง &#8216;ใบยาง&#8217; ให้เป็นเงิน ไม้ไผ่หุ้มเซรามิค ภูมิปัญญาผสานไอเดีย ช่างเขียนสีฝุ่น งานอิสระริมถนน ซาลาเปาโชคชัย เริ่มต้น [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<h4>ผู้อ่านท่านใดที่กำลังว่างงาน ตกงาน เบื่องาน ขาดรายได้ และกำลังมองหารายได้เสริม อาชีพพิเศษ เสริมรายได้ ทำกินเลี้ยงชีวิตในยามคับขัน ลองดู 60 ไอเดียอาชีพเสริม ที่นายแก้จนไปสรรค์หามาฝาก เผื่อจะมีซักอาชีพที่ใช่ ก็เลือกเอาไปหาข้อมูลต่อ มาใช้ทำมาหากิน เลี้ยงตัวกันได้เลยครับ</h4><ol><li>โอกาสรุ่งเนื้อสุกร&#8221;สมุนไพร</li><li>ขนมไทย..ส่งใจรักธุรกิจ&#8221;มะนาวผง&#8221;</li><li>กิจการ &#8216;ครกคลาสสิก&#8217; ของ คุณนันทัชกร เหรียญวิจิตร</li><li>ธุรกิจขยะ ของ คุณสมไทย วงษ์เจริญ ทำจนร่ำรวยเป็นเศรษฐีได้ในเวลาไม่กี่ปี</li><li>หลัก เกณฑ์เล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้คุณพิจารณาก่อนที่จะซื้อ<a
href="http://www.keajon.com/franchise/"target="_self"title="ธุรกิจแฟรนไชส์" >แฟรนไชส์</a></li><li>สูตรน้ำยาล้างจาน-น้ำยาซักผ้า (วิธีทำ ส่วนผสม)</li><li>วิธีบำบัดเท้าแบบใหม่ ธุรกิจที่กำ</li><li>ลังทำเงิน</li><li>สนใจ งาน<a
href="http://www.keajon.com/category/handcraft-idea/"target="_self"title="ดูเนื้อหางานประดิษฐ์" >ประดิษฐ์</a>จากกะลามะพร้าว มีหมายเลขติดต่อเจ้าของธุรกิจนี้</li><li>อยากขายสาโททำอย่างไร</li><li>ธุรกิจอัดภาพระบบ&#8217;ดิจิตอล&#8217;</li><li>อยากทราบแหล่งการปลูกไม้กฤษณาเชิงพาณิชย์</li><li>คู่มือ&#8217;แฟรนไชส์</li><li>เถ้าแก่ยุคใหม่</li><li>แปลง &#8216;ใบยาง&#8217; ให้เป็นเงิน</li><li>ไม้ไผ่หุ้มเซรามิค ภูมิปัญญาผสานไอเดีย</li><li>ช่างเขียนสีฝุ่น งานอิสระริมถนน</li><li>ซาลาเปาโชคชัย เริ่มต้น 3 บาทก่อนได้สามพัน</li><li>หอยเชลล์ทรงเครื่อง รายได้งามหลังประมงวิกฤติ</li><li>ผลิตภัณฑ์ผักตบชวา ก้าวไกลส่งขายทางเน็ต</li><li>กาแฟคั่วบดชาวทองอินทร์ สดจากไร่บางสะพานน้อย</li><li>คุกกี้ขิง-เห็ดหูหนู สูตรสมุนไพรจากมก (มีส่วนผสม วิธีทำให้อ่าน)</li><li>ซ่อมรองเท้าได้วันละพัน</li><li>เลี้ยง&#8217;กวางม้า&#8217;ตัดเขาขาย สูตรสำเร็จของคนอยากรวย</li><li>ชาวนากับ &#8216;ข้าวเม่า&#8217; แปรรูปผลผลิตโกยวันละสี่พัน</li><li>รองเท้าของชาวจอมบึง ส่งออกไกลถึงแอฟริกา</li><li>ชายชรากับม้านั่ง &#8216;ลับมีด&#8217; สู้ชีวิต</li><li>สาลี่เอกชัย ต้นตำรับขนมอร่อยสุพรรณฯ</li><li>เจียหินสีเครื่องประดับ ใช้ฝีมือ <a
href="http://www.keajon.com/th/category/subwork/"target="_self"title="อาชีพสร้างรายได้" >สร้างรายได้</a></li><li>เขียงไม้มะขาม ของโบราณยังขายได้</li><li>ไดโนเสาร์มะพร้าว งานสร้างสรรค์จากภูเวียง</li><li>หมูชะมวง&#8217; ของดีเมืองจันท์ จับอัดกระป๋องเพิ่มช่องทางขาย</li><li>เตาย่างไก่แสงอาทิตย์ พลังสะอาดรสชาติอร่อย</li><li>แมลงอัดกระป๋อง เมด อิน พิษณุโลก</li><li>ขาย โจ๊ก-น้ำเต้าหู้&#8221; เป็น<a
href="http://www.keajon.com/newcareer/"target="_self"title="อาชีพเสริม" >อาชีพเสริม</a></li><li>ยึดสวนสาธารณะชายหาด ขายตุ๊กตาให้เด็กระบายสี</li><li>กาแฟถ้วยโปรด&#8230; ธุรกิจเล็กๆ แต่ทำเงิน</li><li>คุณค่าจากสิ่งที่เหลือจากธรรมชาติรากไม้-เปลือกไม้กลายเป็นเงินทอง</li><li>ข้าวแต๋นน้ำแตงโมขนมพื้นบ้านเงินล้าน</li><li>ทุน 5 หมื่นเลี้ยงนกกระจอกเทศจนรวย</li><li>สินค้ามือสองกำลังเฟื่อง เสริมรายได้-ลดรายจ่าย &#8220;ปัญญาชน&#8221;ยุค 2003</li><li>ธุรกิจเล็กๆ &#8220;ห่อของขวัญ&#8221; ที่ทำเงิน</li><li>ทำ &#8220;ตะโก-ข่อยดัด&#8221; ขายดีที่ชัยภูมิ</li><li>นวดเป็น!สร้างธุรกิจขนาดย่อมได้</li><li>แนะปลูกต้นตาล 20 ต้น ได้วันละ 500 ชี้ดีกว่าปลูกยางพารา</li><li>เส้นลวดเล็กๆพลิกชีวิต สร้างรายได้?</li><li>เลี้ยง นกกระจอกเทศสัตว์เศรษฐกิจสร้างงาน-สร้างเงิน</li><li>ประดิษฐ์ ประดอยขยะกระป๋อง</li><li>สู้ยังไง&#8230;ได้เป็นเถ้าแก่</li><li>หมอไม่ธรรมดาเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เสกเปลือกกล้วยเป็นปุ๋ย</li><li>ขนมจีนเดลิเวอรี่ เมืองคนดี บริการใหม่ สูตรเดิม..อร่อยลิ้น!!!</li><li>ทำกินบนแผ่นดินไทย : แสงสวยๆ จากรังไหม และใยบวบ</li><li>ทำกินบนแผ่นดินไทย : ข้าวเหนียวนึ่งใบเตย 5 บาทก็อิ่มได้ พร้อมเทคนิคการนึ่งข้าวเหนียว.</li><li>เครื่องปั้นห้าสี &#8216;เบญจรงค์&#8217; อมตะแห่งบรรพศิลป์ไทย</li><li>ผ้าลายลูกแก้ว เอกลักษณ์หนึ่งเดียว ของศรีสะเกษ</li><li>จากคนตกงานกลายเป็นเถ้าแก่ เพาะเห็ดโคนขายที่กำแพงเพชร?</li><li>เลี้ยงนก &#8216;เลิฟเบิร์ด กำไรสุทธิ 4 แสนบาทต่อปี</li><li>กระยาสารทน้ำตาลโตนด พร้อมสูตร</li><li>ปั้นซูชิตลาดนัด เอาใจคออาหารญี่ปุ่น</li><li>เครื่องปั้นลูกชุบ ขนมตุ๊กตา เงินล้าน</li></ol> มีซักอาชีพที่โดนใจบ้างไหมครับ นายแก้จนจัดให้ครับ? <img
class="alignleft size-full wp-image-586" title="mr-kaejon" src="http://www.keajon.com/wp-content/uploads/2009/06/avatar_2374_resize.png" alt="avatar 2374 resize 60 ไอเดียอาชีพเสริม หนทางทำมาหากิน ยุคน้ำมันแพง" width="24" height="32" />]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://www.keajon.com/60-ideas/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>4</slash:comments> </item> </channel> </rss>
