ชายคนหนึ่งซึ่งเริ่มต้นกับอาชีพผลิตจำหน่ายไอศกรีม ด้วยเพราะต้องการกลบลบความเหงาในจิตใจที่ย่างสู่วัยชรา ส่วนหญิงสาวอีกคนมีความมุ่งหวังสร้างรายได้เสริม อันจะนำสู่คุณภาพชีวิตดีขึ้น แม้จุดเริ่มต้นของคนสองวัยแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งเข้ากันได้ดี คือความมุ่งมั่นกับการประกอบอาชีพ เพื่อให้สินค้าที่ชื่อว่า “ไอศกรีม” เติบโตด้วยความต่างจากคู่แข่ง
เมนูเสิร์ฟเย็นดูจะขายดีในประเทศภูมิอากาศร้อนอย่างประเทศไทย ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้สนใจหันมาประกอบอาชีพโดยเลือกสินค้าดังกล่าวมามากราย ส่งผลต่ออุปสรรคก้าวสู่ความสำเร็จ ซึ่งอาจเดินได้ไม่คล่องนัก
แต่หากผู้ประกอบการรายใดให้ความใส่ใจกับผลิตภัณฑ์ โดยค้นหาจุดเด่นนำมาเสนอขาย ย่อมก่อเกิดรายได้ตามมา ดังเช่นผู้ประกอบการจะกล่าวถึงต่อจากนี้ เขาผลิตจำหน่ายสินค้าประเภทไอศกรีม โดยสร้างความโดดเด่นด้วยวัตถุดิบเลือกสรรผลไม้คัดสด ให้รสชาติหวานหอมเป็นธรรมชาติโดยมิต้องแต่งกลิ่น สี หรือรสเพิ่มเติมแต่อย่างใด
คู่แข่งจำนวนน้อยราย
ผลิตจำหน่ายคลายเหงา
คุณอุดม เลิศจรรยารักษ์ เจ้าของสูตรไอศกรีมผลไม้สด เริ่มต้นเล่าเรื่องราวให้ฟัง โดยเท้าความไปเมื่อครั้งใช้ชีวิตอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประกอบอาชีพหลากหลายประเภท ซึ่งเริ่มต้นเมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ช่วยกิจการครอบครัวซึ่งเปิดร้านขายยา ต่อจากนั้นเรียนรู้กรรมวิธีทำทองรูปพรรณ กระทั่งเปิดหน้าร้านเป็นของตนเอง งานช่างทองต้องอาศัยสายตา นานวันเข้าจึงละจากอาชีพแล้วหันมาร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ จวบจนเกษียณตัวเองออกมาพักผ่อน เมื่อก้าวพ้นวัย 65 ปี
การทำงานหยุดลง ชีวิตจึงดูว่างเปล่า กอปรกับคู่ชีวิตล่วงลับจากลา ความเหงาเข้ามาเยือน ส่งผลให้คิดหาทางสร้างอาชีพเพื่อกลบลบความรู้สึกเดียวดาย “ว่างจากทำงาน มีเวลาคิดถึงเหตุการณ์หลายอย่างซึ่งเคยผ่านเข้ามาในชีวิต ถ้าย้อนไปวัยเด็กราว 8-9 ขวบ ผมเหมือนเด็กทั่วไป คือ ชอบกินไอศกรีม และเคยช่วยผู้ประกอบการรายหนึ่งปั่นไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมที่ใส่ถังแบบโบราณ ซึ่งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ได้เนื้อไอศกรีมพร้อมจำหน่าย ส่วนค่าแรงตอนนั้น คือกินไอศกรีมฟรี”
ภาพความประทับใจในวัยเด็ก กับรสชาติไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมยังติดอยู่ในความรู้สึก ซึ่งปัจจุบันหาผู้ผลิตแทบไม่เจอ ด้วยเหตุนี้ คุณอุดมจึงคิดผลิตจำหน่ายด้วยตัวเอง โดยตัดสินใจเดินทางไปซื้อเครื่องปั่นไอศกรีมโบราณ ซึ่งใช้เกลือและน้ำแข็งเป็นตัวช่วยให้เกิดความเย็น ราคาชุดละ 15,000 บาท
ลงมือลองผิดลองถูก ซึ่งใช้ระยะเวลานานถึง 2 เดือนกว่าจะได้ไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมตรงตามความต้องการ ที่ให้รสชาติหวานหอมอร่อย โดยไม่แต่งสีและกลิ่น ในส่วนของเนื้อไอศกรีมละเอียดตามแบบฉบับไอศกรีมโบราณขนานแท้
“ตอนเริ่มต้นไม่ได้คิดอะไรมาก แค่นึกถึงวัยเด็ก และมองว่าปัจจุบันหาซื้อกินยาก เชื่อว่าถ้าทำ น่าจะขายได้ แต่เพราะไม่มีความรู้เรื่องสูตรส่วนผสม ตลอดจนกระบวนการผลิตอย่างชัดเจน ทำให้เสียเวลาในขั้นทดลองนานนับเดือน”
สำหรับรูปแบบวิธีขาย คุณอุดมคิดไว้แต่แรก ผลิตส่งร้านอาหารในละแวกใกล้เคียง “เวลาเดินทางไปกินอาหารร้านใด ถ้าเห็นว่าเมนูของหวานไม่มีไอศกรีม ผมจะแนะนำไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมกับเจ้าของร้าน แล้วนำมาให้เขาทดลองชิม ส่วนใหญ่ติดใจ กระทั่งเลือกบรรจุไว้เป็นเมนูประจำ
คุณอุดม กล่าวเพิ่มเติมถึงกลุ่มเป้าหมายว่า ด้วยแรงงานผลิตเพียงลำพัง การทำงานจึงก้าวเดินแบบไม่รีบเร่ง ขอเพียงมีรายได้เพียงพอหล่อเลี้ยงชีวิต จวบจน 6 ปีล่วงผ่าน กับตัวเลขอายุเพิ่มมากขึ้น ลูกหลานเป็นห่วง และขอให้ย้ายเข้ามาพักอาศัยในกรุงเทพฯ
ด้วยความรักและผูกพันกับอาชีพผลิตจำหน่ายไอศกรีม จึงมิอาจละทิ้ง แต่แม้ความรู้ความสามารถด้านผลิตเต็มความพร้อม แต่กระนั้นในส่วนของตลาดจัดจำหน่าย เป็นสิ่งต้องเริ่มต้นใหม่ เหตุนี้ คุณอุดมจึงประกาศผ่านเว็บไซต์ เปิดขายไอศกรีม พร้อมกันนั้นหากผู้สนใจต้องการเรียนรู้กระบวนการผลิต สามารถติดต่อเข้ามาได้
ผู้สนใจเรียนรู้วิชา
เปิดตลาดตามรอย
สำหรับรสชาติไอศกรีมจากรสเดียว ขยับสู่ความหลากหลาย ด้วยเพราะต้องการสร้างความต่าง โดยนำผลไม้สดแทบทุกชนิดมาผลิตเป็นไอศกรีม อาทิ ทุเรียน ลำใย กล้วยหอม ข้าวโพด แตงไทย มะม่วง เผือก สตรอเบอร์รี่ ซึ่งเทียบสัดส่วนการใส่วัตถุดิบหลักนี้ราว 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ได้รสและกลิ่นตามธรรมชาติ ปราศจากสารแต่งเติมอื่นใด
“ประเทศไทยมีผลไม้กินตลอดปี สามารถนำมาผลิตไอศกรีมได้เกือบทั้งหมด ฉะนั้น เรื่องวัตถุดิบไม่มีปัญหา เป็นไปตามฤดูกาล อีกสิ่งให้ความสำคัญคือคุณภาพ ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับจากผลไม้สด ฉะนั้น สารแต่งกลิ่น แต่งสี และรสชาติ รวมไปถึงสารกันบูด ไม่ผสมลงไปเลย แต่ถ้าถามถึงต้นทุน แน่นอนว่าสูง ฉะนั้น กลุ่มเป้าหมายจึงต้องมองระดับกลางถึงบน”
คุณอุดม ยังเล่าถึงรูปแบบการขาย ยังคงส่งตามร้านอาหาร และผู้สนใจซื้อไปต้อนรับแขก ภายในงานจัดเลี้ยงบ้างประปราย ซึ่งรวมตัวเลขแล้วอาจไม่สูงนัก แต่สิ่งได้รับกลับมาคือความสุข
กระทั่งวันหนึ่ง คุณอารียา อริยพัฒนกุล หญิงสาวคนขยันวัย 37 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านปิโตรเคมี-โพลิเมอร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงานประจำในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ต้องการสร้างรายได้เสริมกับการผลิตไอศกรีมจำหน่าย ติดต่อขอรับความรู้ด้านการผลิต
“ตอนนั้นกำลังมองหาอาชีพเสริมอยู่ กระทั่งเข้าเว็บไซต์ของพันธุ์ทิพย์ พบว่าคุณอุดมเปิดสอนทำไอศกรีมผลไม้สด ซึ่งโดยส่วนตัวชอบกินไอศกรีม และชอบงานด้านค้าขายอยู่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ประกอบอาชีพเสริมค้าขายสินค้าหลากหลายชนิด”
เริ่มต้น คุณอารียาให้ความสนใจกับไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม เพราะหาผู้ผลิตจำหน่ายน้อยราย กอปรกับไอศกรีมผลไม้ชนิดอื่นหากินได้ไม่ง่ายนัก ซึ่งหากทำเพื่อการค้า เชื่อว่าสามารถสร้างจุดดึงดูดใจได้
ใช้เวลาเรียนราว 2 วัน แต่กระนั้น คุณอุดมซึ่งปัจจุบันเปรียบเสมือนที่ปรึกษา เดินทางมาดูแลช่วยเหลือด้านผลิต พร้อมติดต่อตลาดให้อย่างต่อเนื่อง “จริงแล้วเริ่มต้นผลิตในขั้นพื้นฐานวันสองวันทำได้แล้ว แต่ทดลองสูตรอื่น คือใช้ผลไม้สดต่างๆ จนคล่องและได้รสตามต้องการ ประมาณ 2-3 เดือน โดยขณะนั้นดิฉันเดินทางไปติดต่อตลาดไว้ก่อน โดยเจาะตามร้านอาหาร และโฆษณาผ่านเว็บไซต์”
เมื่อเห็นว่ากลุ่มผู้ซื้ออยู่ในมือ จึงตัดสินใจลงทุนอุปกรณ์โดยคำนึงถึงความง่ายต่อการใช้งานและประหยัดเวลา เนื่องด้วยคุณอารียา มีหน้าที่หลักต้องรับผิดชอบ
สำหรับอุปกรณ์สำคัญได้แก่ เครื่องปั่นไอศกรีมระบบไฟฟ้า ราคา 150,000 บาท กำลังผลิตต่อรอบ 20 กิโลกรัม ตู้แช่ 10,000 บาท ถังบรรจุไอศกรีมทำจากสเตนเลส ราคาใบละ 1,300-1,800 บาท เครื่องบดละเอียด เครื่องปั่นขนาดเล็กสำหรับทดลองสูตรใหม่ และรวมไปถึงอุปกรณ์ใช้ในการผลิต อย่าง เครื่องครัว หม้อต้มน้ำเชื่อม กะละมัง ซึ่งต้องทำจากสเตนเลสทั้งหมด เพื่อความปลอดภัย และอายุการใช้งานคงทน
ในส่วนของเงินทุนค่าอุปกรณ์รวมแล้วเกือบ 300,000 บาท ส่วนวัตถุดิบหลักได้แก่ ผลไม้สด หาซื้อจากตลาดใกล้บ้าน หรือถ้ายอดสั่งเข้ามามาก เดินทางไปตลาดสี่มุมเมือง หรือตลาดไท สำหรับส่วนผสมอื่น อาทิ นมสดจืด กะทิสำเร็จรูปบรรจุกล่อง น้ำตาลทราย หาซื้อได้ในร้านจำหน่ายวัตถุดิบและอุปกรณ์เบเกอรี่ รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าทั่วไป
“บรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งจำเป็น ตอนนี้ใช้ถ้วยพลาสติค ซึ่งจำนวนสั่งไม่มาก ครั้งละ 2,000-3,000 ใบ โดยเดินทางไปซื้อที่ตลาดสะพานใหม่ โดยผู้ขายกำหนดราคาไว้ 100 ใบ 100-110 บาท อนาคตหากยอดขายดี กำลังผลิตพร้อม คาดว่าจะสั่งซื้อจากโรงงานโดยตรง พร้อมพิมพ์ข้อความ เพื่อลดต้นทุนให้ต่ำลง” คุณอุดม กล่าวเสริม
เน้นคุณภาพนำหน้า
ติมไทย รายได้เสริม
ถามถึงกรรมวิธีผลิต คุณอารียาและคุณอุดม เล่าให้ฟังคร่าวๆ โดยยกตัวอย่างไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม ว่าเริ่มจาก ผ่ามะพร้าวออกแล้วกรองน้ำเก็บไว้ ขูดเนื้ออ่อนออกโดยอย่าให้ติดส่วนของกะลา เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้รสขม สีไอศกรีมไม่สวย จากนั้นนำส่วนผสมของน้ำกับเนื้อมะพร้าวรวมกัน ใส่น้ำเชื่อม ซึ่งได้จากน้ำตาลทรายเคี่ยวกับน้ำต้มใบเตย ใส่ส่วนผสมอื่น อาทิ นมสดจืด กะทิสำเร็จรูปบรรจุกล่อง คนให้เข้ากัน กรองด้วยตะแกรง เก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา 4-6 ชั่วโมง เพื่อให้เนื้อไอศกรีมกับส่วนผสมเข้ากัน จึงนำไปปั่น กระทั่งได้ที่ บรรจุใส่ภาชนะเก็บไว้ในตู้แช่แข็งอุณหภูมิลบ 18 องศาเซลเซียส
“นำน้ำตาลมาเคี่ยวก่อน เพื่อเวลาผสมง่าย เพราะถ้าใส่น้ำตาลทรายลงไปอาจไม่ละลาย ส่วนใบเตยทำให้เกิดกลิ่นหอม การใส่น้ำเชื่อมต้องดูส่วนผสมหลัก คือผลไม้ ว่ารสชาติหวานมากน้อย เพราะผลไม้แต่ละสวน แต่ละพื้นที่ รสชาติต่างกัน ฉะนั้น ควรควบคุมความหวานให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน”
ถามถึงช่องทางจัดจำหน่าย นอกจากส่งตามร้านอาหารซึ่งมีกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน รวม 3 แห่ง นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มลูกค้าสั่งซื้อเพื่อใช้ในงานจัดเลี้ยง โดยรวมยอดขายต่อเดือนราว 200-300 กิโลกรัม ซึ่งราคาขายขึ้นอยู่กับยอดสั่งซื้อ ระยะทาง รวมไปถึงวัตถุดิบหลักที่นำมาใช้ หรือเฉลี่ยกิโลกรัมละ 130-180 บาท โดยยอดสั่งซื้อต่อ 1 รสชาติ ครั้งละ 20 กิโลกรัม
สำหรับยอดขายต่อเดือน คุณอารียา ว่า ราว 30,000-50,000 บาท คิดเป็นกำไร 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ซึ่งผู้ประกอบการหญิงคนขยัน ยังคาดการณ์ระยะเวลาคืนทุนราว 1 ปีครึ่ง
ส่วนผู้สนใจรับไอศกรีมซึ่งคุณอารียาตั้งชื่อว่า “ติมไทย” ไปจำหน่าย ก่อนอื่นต้องขอดูภาพรวมของทำเลก่อน เพราะนอกจากกลุ่มเป้าหมายหลักในระดับกลางถึงระดับบนแล้ว ความถี่ในการเข้าออกของลูกค้าสำคัญมาก ต่อมาในส่วนของอุปกรณ์จำเป็น นั่นคือ ตู้แช่ หากทางร้านจำหน่ายไม่มี จะดำเนินการติดตั้งให้ โดยเรียกเก็บค่ามัดจำ 3,000-5,000 บาท
“การทำโฆษณาประชาสัมพันธ์จุดหลักคือเว็บไซต์ และจัดพิมพ์แผ่นพับ นามบัตร แจกเมื่อไปออกงานแสดงสินค้าอย่าง งานเกษตรแฟร์ ในส่วนของร้านอาหารรับสินค้าไปจำหน่าย ทำธงแนะนำสินค้าติดตั้งไว้บนโต๊ะ ที่สำคัญคือบรรจุภัณฑ์ สำหรับผู้รับไปขายแบบถ้วยคือ 15 ออนซ์ ราคาส่ง 15 บาท โดยพิมพ์ยี่ห้อและเบอร์โทรศัพท์ติดไว้ ซึ่งวิธีนี้ส่งผลได้ลูกค้าต่อเนื่อง”
คุณอุดมยังกล่าวถึงทำเลเหมาะสำหรับผู้สนใจรับไปจำหน่าย ในย่านสถานศึกษา ส่วนผู้สนใจรับเป็นตัวแทนจำหน่าย สามารถติดต่อเข้ามาได้ โดยสองผู้ประกอบการวางแผนในเขตปริมณฑล จังหวัดละ 1 ราย ส่วนผู้สนใจศึกษากระบวนการผลิต สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดทั้งในส่วนของสถานที่และอัตราค่าเรียนได้กับคุณอุดม
“ผลตอบแทนจริงแล้วไม่มากนัก เพราะติดตรงกำลังผลิต ซึ่งตอนนี้ได้คุณอุดมและน้องชายมาช่วย ส่วนตัวเองถือว่ายังทำได้ไม่เต็มที่นักเพราะติดปัญหาเรื่องเวลา ใช้ช่วงวันหยุดและหลังเลิกงานมาทำ แต่ถือว่าโชคดีตรงไม่เสียค่าเช่าสถานที่เพราะเป็นบ้านพักอาศัยของตัวเอง ถือว่าค่อยๆ เติบโตกันไป”
สนใจสั่งซื้อไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมและผลไม้สดนานาชนิด ติดต่อได้ที่ คุณอารียา 10/123 หมู่บ้านสินธานี 1 ถนนนวมินทร์ ซอย 93 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ โทรศัพท์ (087) 052-9108 หรือ คุณอุดม 2/253 ถนนรามอินทรา ซอย 14 (มัยลาภ) เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทรศัพท์ (086) 676-0922
ข้อมูลจำเพาะ
กิจการ ผลิตจำหน่ายไอศกรีม
ชื่อกิจการ ติมไทย
เจ้าของกิจการ คุณอารียา อริยพัฒนกุล และ คุณอุดม เลิศจรรยารักษ์
เงินลงทุน หลักแสน
สินค้า ไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม และผลไม้สดตามฤดูกาล
อุปกรณ์ อาทิ เครื่องปั่นไอศกรีมไฟฟ้า ตู้แช่ เครื่องบดละเอียด เครื่องปั่นผลไม้ ถังบรรจุไอศกรีม หม้อ กะละมัง อุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ
แหล่งซื้อ ร้านจำหน่ายเครื่องเย็น ส่วนถังไอศกรีม แหล่งซื้อย่านเวิ้งนาครเขษม
ค่าอุปกรณ์ ประมาณ 300,000 บาท
วัตถุดิบ มะพร้าวน้ำหอม ผลไม้สดตามฤดูกาล นมสด
กะทิสำเร็จรูปบรรจุกล่อง น้ำตาลทราย เป็นต้น
แหล่งซื้อ ตลาดไท สี่มุมเมือง ตลาดสดทั่วไป
ร้านจำหน่ายวัตถุดิบอุปกรณ์เบเกอรี่ ห้างสรรพสินค้า
ราคาขายสินค้า ส่งกิโลกรัมละ 130-180 บาท ขึ้นอยู่กับรสชาติของไอศกรีม
ยอดขาย เดือนละประมาณ 30,000-50,000 บาท
กำไร 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป (ไม่รวมค่าขนส่ง)
กลุ่มเป้าหมาย ร้านอาหาร งานจัดเลี้ยง
จุดเด่น ไอศกรีมผลไม้สดตามฤดูกาล ไม่แต่งสีไม่ใส่กลิ่น
ปัญหาอุปสรรค การตลาด, ระยะเวลาในการผลิต เนื่องจากมีงานประจำ
อีกทั้งแรงงานผลิตยังน้อยอยู่
เป้าหมายในอนาคต เปิดรับผู้สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายจังหวัดในเขตปริมณฑล จังหวัดละ 1 ราย
สถานที่ผลิต 10/123 หมู่บ้านสินธานี 1 ถนนนวมินทร์ ซอย 93 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ คุณอารียา (087) 052-9108, คุณอุดม (086) 676-0922
โดย : บุญตือน
เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย : มติชน เส้นทางเศรษฐี









แบนเนอร์โฆษณา 140×140
