นานาสาระการลงทุนในเวียดนาม
ช่อแก้ว ประสงค์สม

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเป็นประเทศที่กำลังถูกจับตามองอย่างยิ่งถึงการเติบโตทาง
เศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด และต่อเนื่องมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว จะเป็นรองก็เพียงจีนเท่านั้น นัก
ลงทุนต่างชาติต่างแห่แหนไปลงทุนในเวียดนามกันมาก ส่วนหนึ่งเพราะการเมืองที่มั่นคงและ
นโยบายเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ
วันนี้จึงขอนำสาระที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์แก่นักลงทุนที่สนใจไปลงทุนในเวียดนาม
จากประสบการณ์ตรงของคุณวิทยา ศุภธนากุล Senior Vice President & General Manager ?
Vietnam ธนาคารกรุงเทพ สาขาโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ซึ่งท่านทำงานอยู่ในเวียดนามนับสิบปี
เบื้องลึกเวียดนาม
ต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่าคนเวียดนามที่เคยอพยพไปอยู่ต่างประเทศหรือที่
เรียกว่า เวียดกิว (Vietkieu) ส่วนใหญ่อพยพไปจากเมืองโฮจิมินห์ หรือไซ่งอน ประมาณ 3 ล้านคน
และกระจายอยู่ตามประเทศต่างๆ เป็นผู้ส่งเสริมเศรษฐกิจทางอ้อม เนื่องจากได้สร้างรายได้ในประเทศนั้นแล้วส่งกลับมาให้ญาติพี่น้องในเวียดนาม ปีหนึ่งๆ มีเงินเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก โดยปีที่ผ่านมาได้มีการส่งเงินผ่านธนาคาร ประมาณ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ
150,000,000 บาท (ตัวเลขไม่เป็นทางการ) หากมีการนับตัวเลขที่เหลือคาดว่าไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ลักษณะนิสัยคนเวียดนามค่อนข้างมีความเชื่อมั่นในตนเองสูง รักศักดิ์ศรี ต้องการรักษาหน้า มีความคิดเห็นเป็นของตนเอง ไม่ชอบให้หัวหน้างานที่เป็นคนต่างชาติไปต่อว่ารุนแรงทำให้เสียหน้าจึงต้องระวังในประเด็นนี้ด้วย
แรงงานเวียดนาม
ค่าแรงขั้นต่ำต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท รวมค่าประกันสังคม และคนในวัยทำงานมีอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของตลาดแรงงาน คนเวียดนามมีความตั้งใจในการเรียนรู้และการทำงานหนักแต่ยังขาดประสบการณ์ อีกทั้งคนงานส่วนใหญ่เป็นหญิง ซึ่งมีความรับผิดชอบมากกว่าแรงงานชายแต่คนงานหญิงก็เป็นอุปสรรคหนึ่งของการบริหารงาน เนื่องจากหากต้องลาคลอด รัฐบาลกำหนดให้ลางานได้ 4 เดือน โดยทางบริษัทจะต้องเก็บตำแหน่งงานของคนนั้นไว้ด้วย แต่ทางบริษัทไม่ต้องจ่ายเงินเดือนแก่พนักงานหญิงเหล่านั้น ทางรัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายเงินเดือนให้แทนเป็นระยะเวลา 5 เดือน และเมื่อกลับมาทำงานสามารถลางานเพิ่มได้อีกวันละ 1 ชั่วโมง จนกว่าบุตรจะมีอายุครบ 1 ขวบ อย่างไรก็ตาม คนเวียดนามที่มีความรู้ความสามารถ หาได้ยากและมีค่าตัวสูงทีเดียว
การลงทุน
รัฐบาลยังคงให้การสนับสนุนการลงทุนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนไทยในเวียดนามส่วนใหญ่จะใช้วิธีการส่งลูกน้องไปดูงานซึ่งทำให้ขาดอำนาจในการตัดสินใจ ทางที่ดีเจ้าของควรไปดูด้วยตนเองมากกว่า ไม่ควรไป แบบเช้าไป เย็นกลับ ซึ่งจะทำให้ไม่ได้ข้อมูล
อย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นเมื่อเดินทางเข้าไปในเวียดนามแล้ว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในท้องที่ด้วย สำหรับมูลค่าของที่ดินในเวียดนามนั้น จะมีมูลค่าลดลงเรื่อยๆ แต่ของประเทศไทยที่ดินจะมีมูลค่าสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนไทยส่วนใหญ่ลังเลที่จะลงทุน แต่นักลงทุนญี่ปุ่น ไต้หวัน มองว่าการลงทุนไปแล้วประมาณ 15 ปี ก็สามารถทำกำไรได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ถือว่าถึงจุดคุ้มทุนแล้ว แต่ในการตั้งโรงงานต้องเลือกสถานที่ให้ดีเพราะต้องคำนึงถึงค่าขนส่งเช่นกันเพราะเวียดนามมีท่าเรือจำนวนมาก เป็นประเทศติดทะเล มองว่าการเข้าไปผลิตเพื่อส่งออกเป็นสิ่งที่ดีเพราะต้นทุนต่ำ เนื่องจากค่าแรงงานถูก วัตถุดิบที่นำเข้าได้รับการงดเว้นภาษี 270 วัน และมีการงดเว้นภาษีกำไรสำหรับการลงทุนใน 4 ปีแรกนับจากปีที่มีกำไร ลดหย่อนภาษี 50 เปอร์เซ็นต์ 7 ปี ปีที่ 15 เสีย 15 เปอร์เซ็นต์ และปีที่ 16 เสียตามอัตรามาตรฐาน คือ 28 เปอร์เซ็นต์
อาหารแช่แข็งก็สามารถทำรายได้สูงที่เวียดนาม อีกทั้งเวียดนามมีการส่งออกกาแฟรองจากประเทศบราซิล ธุรกิจมอเตอร์ไซค์ก็เป็นที่น่าสนใจ เพราะคนเวียดนามส่วนใหญ่ใช้จักรยานและจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ โดยเฉพาะจักรยานยนต์จะมีราคาสูงกว่าเมืองไทยถึง 30-40เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกกำลังซื้อของคนเวียดนามได้เป็นอย่างดี และเป็นอีกช่องทางสำหรับนักธุรกิจที่ต้องการเข้าไปลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับชิ้นส่วนรถจักรยานและมอเตอร์ไซค์เวียดนามให้ความสนใจธุรกิจแฟรนไชน์มาก โดยเฉพาะด้านอาหาร และลูกค้าร้านอาหารไทยในเวียดนามส่วนใหญ่เป็นคนเวียดนามเช่นกัน แต่นักธุรกิจไทยไม่ค่อยให้ความสนใจอย่างจริงจัง จึงน่าส่งเสริมในธุรกิจนี้
สิ่งที่พึงระวังคือ การจดสิทธิบัตรทางการค้า ควรรีบดำเนินการเพราะคนเวียดนามอาจนำเอาเครื่องหมายการค้าของเราไปจดก่อนก็อาจเป็นได้ ทั้งควรหลีกเลี่ยงการลงทุนแบบร่วมทุน (Joint Venture) เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายประการ นักลงทุนที่สนใจจะเข้าไปขยายการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) สามารถเข้าไปดูรายละเอียดการลงทุน ข้อมูลพื้นฐานของแต่ละประเทศได้ที่ เว็บไซต์ www.boi.go.th คลิกหน้าภาษาไทย อยู่ในหัวข้อ ?ข่าวเด่นการลงทุน? หรือโทรศัพท์สอบถามมายังกองประสานการลงทุน หมายเลขโทรศัพท์ 0-2537-8111 ต่อ 2040-2050 จะมี เจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา
——————————
เรียบเรียงจากการสัมมนา ?ก้าวย่างสู่การลงทุนในเวียดนามและลาว? วันที่ 14 พฤศจิกายน 2549 จัด
โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน








แบนเนอร์โฆษณา 140×140
