แนะนำอาชีพ,อาชีพเสริม,อาชีพแก้จน,งานประดิษฐ์,ธุรกิจแฟรนไชส์,ข่าวฝึกอาชีพ,เศรษฐกิจพอเพียง

แก้จนดอทคอม 108อาชีพเสริม

ขอพระราชทานอัญเชิญ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของปวงชนชาวไทย เพื่อกระตุ้นเตือน เป็นแง่คิดไปสู่ความสุขสงบ ร่มเย็นของชาติและประชาชนคนไทย

เศรษฐกิจพอเพียง


“…ความสุขความสวัสดีของข้าพเจ้า จะเกิดมีขึ้นได้
ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญมั่นคง
เป็นปรกติสุข. ความเจิญมั่นคงทั้งนั้น
จะสำเร็จผลเป็นจริงได้ ก็ด้วยทุกคนทุกฝ่ายในชาติ
มุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง
ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด และด้วยความสุจริตจริงใจ
โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น…”

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ
คณะผู้จัดทำ แก้จนดอทคอม

บ้านไอติมทอด

จำหน่าย ไอศครีมทอด ปลีก-ส่ง ( ไม่เสียค่าแรกเข้า )

ใช้เงินลงทุนไม่มาก ผลตอบแทน เฉลี่ย 500 – 1,500 บาท ต่อวันขึ้นไป
สามารถตกแต่งร้านค้าได้ตามใจชอบ “ทางเรามีป้ายโฆษณาเพื่อตกแต่งร้านให้ยืม”
ขายในราคา ลูกละ 15 – 20 บาท ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้งทำเล
วัสดุ – อุปกรณ์ที่ใช้ทอดสามารถหาใช้ได้ตามครัวเรือนทั่วไป
เป็นธุรกิจที่ไม่เสียค่าแรกเข้าหรือค่าแฟรนไชส์สามารถทดลองขายได้โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ

ไอศครีมทั้งหมดมี 5 รสชาติ ได้แก่ ช็อคโกแลต, วนิลา,
สตอเบอรี่, มะนาว, ช็อคโกแลตชิพ

” ส่งในราคาลูกละ 8 บาท “

( packing ใส่กล่องโฟมอัดน้ำแข็งแห้งให้ โดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าน้ำแข็งแห้งเพิ่มเติม )

สนใจติดต่อ
คุณ อั้ม  083-7124428
E-MAIL :
bann_itim@hotmail.com
Click ดูรายละเอียด =>> Http://www.bannitim.ob.tc

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน 2553

ราดหน้ายอดผักสูตรเอ็มไพร์                อ.มนต์ชัย พลบุบผา เจ้าของร้าน “ราดหน้านายรอนเอ็มไพร์” ที่เปิดกิจการมากว่า 20 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 เริ่มแรกเป็นสูตรเอ็มไพร์ แต่ อ.มนต์ชัยนำมาปรับปรุงให้เป็นสูตรของตนเองทำให้มีรสชาติเข้มข้นขึ้น โดยจะพิถีพิถันในเรื่องของวัตถุดิบต้องเป็นของแท้และสะอาด ไม่ใช้สารเคมี หมักหมูให้นุ่มด้วยสัปปะรดแทนที่จะใช้ผงหมัก ทำให้ราดหน้ามีความแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ แป้งไม่คืนตัวแม้ว่าจะทิ้งไว้ไม่ทานทันทีจึงยังคงรสชาติไว้ได้เหมือนเดิม และยังมีเคล็ดลับการทำหมี่กรอบให้กรอบนานไม่เหม็นหืนด้วย อ.มนต์ชัยยังบอกอีกว่าตนเองมีความตั้งใจที่จะเผยแพร่หลักสูตรนี้เพื่อให้คนมีอาชีพทำกิน และจะให้วิชาทั้งหมดไม่หวงไว้เพราะไม่อยากให้วิชานี้ตายไปกับตน หากใครจะรักษาสูตรนี้ไว้หรือพัฒนาสูตรให้ดียิ่งขึ้นก็ยินดี หลักสูตรราดหน้ายอดผักสูตรเอ็มไพร์ โดย อ.มนต์ชัย ผลบุบผา เจ้าของร้านย่านสุขุมวิท 71 คลองตัน ปากซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ค่าสมัคร 1,284 บาท

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน 2553

ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ สูตรสมุนไพรไทยกว่า 10 ชนิด (ไม่ใส่ผงชูรส)

อ.ธนพัฒน์ ธนาธีระสกุล เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ถ.หทัยราษฎร์ กล่าวว่า นอกจากการใส่ใจในคุณภาพความอร่อยทุกชามตามที่ลูกค้าสั่ง ตลอดรวมทั้งเครื่องมือ เครื่องใช้ที่ต้องสะอาดแล้ว การที่เครื่องปรุงทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นพริกป่น น้ำส้ม ถั่วลิสง ฯลฯ ต้องลงมือปรุงเองทั้งหมด แถมทุกเมนูปลอดผงชูรส และมีส่วนประกอบของสมุนไพรไทยอีกกว่า 10 ชนิด ถือเป็นเคล็ดลับความอร่อยที่สร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าและดีต่อสุขภาพอีกด้วย หลักสูตรก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ สูตรสมุนไพรไทยกว่า 10 ชนิด (ไม่ใส่ผงชูรส) โดย อ.ธนพัฒน์-อรภา ธนาธีระสกุล เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ถ.หทัยราษฎร์ เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ค่าสมัครเพียง 1,284 บาท นับว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว เพราะลงทุนไม่มากแต่สามารถสร้างรายได้ให้ไม่น้อยพร้อมเผยเคล็ดลับสูตรเด็ดแบบไม่หวง ปัจจุบันร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ขยายสาขาไปที่ หน้าโรงพยาบาลสนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา

ข้าวมันไก่ไหหลำ  พร้อมน้ำซุปสาหร่าย

อ.ศักดา มีลาภ เจ้าของร้านเป็ดย่างลิตเติ้ลดั๊ก เผยว่า เป็นข้าวมันไก่สูตรลับเฉพาะที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ยกเว้น คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ ที่เดียว และเป็นสูตรที่ไม่เหมือนกับร้านที่เปิดขายโดยทั่วไป เนื้อไก่นุ่มชุ่มชื้น เข้ากันดีกับน้ำจิ้มรสเด็ด และน้ำซุปสาหร่ายคล่องคอ หลักสูตรข้าวมันไก่ไหหลำ พร้อมน้ำซุปสาหร่าย โดย อ.ศักดา มีลาภ เจ้าของร้านเป็ดย่างลิตเติ้ลดั๊ก ซ.ลาซาล 29 จ.สมุทรปราการ สำหรับวิทยากรรายนี้ ทุกครั้งที่มาอบรมการันตีได้ถึงรายละเอียด เคล็ดลับต่างๆ ที่สำคัญทุกเมนูบทสรุปอร่อยทุกรายการ ค่าสมัคร 1,284 บาท เท่านั้น

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2552

หลักสูตร อาหารญี่ปุ่น 3 อย่าง (ซาซิมิ, ซูชิ, มากิ) ฟรี สูตรสลัดมันคลุกญี่ปุ่น และแกงกะหรี่

หลักสูตรก๋วยเตี๋ยวปลาต้มยำน้ำข้น-เย็นตาโฟทรงเครื่อง-ข้าวต้มปลา“จิง จู ฮวยไฉ่” สมพล ยินดีจะถ่ายทอดทุกอย่าง ชนิดที่ไม่หวงสูตรในโครงการ “คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ” อย่าง หลักสูตรก๋วยเตี๋ยวปลาต้มยำน้ำข้น-เย็นตาโฟทรงเครื่อง-ข้าวต้มปลา”  จะสอนใน วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2553 ค่าสมัครเพียง 1,819 บาท

 ลูกปัดเครื่องประดับแฟชั่น ไอเดียบรรเจิดจนโกอินเตอร์

ลำพังแค่ทำเครื่องประดับเชือกร้อยลูกปัดคงไม่โดดเด่นมากนัก หากไม่ได้ฝีมือของหญิงเก่งและแกร่งอย่าง “เกษร โพธิสัตย์” ที่เติมความคิดสร้างสรรค์ลงไปในผลงาน โดยอาศัยประสบการณ์ที่สะสมมายาวนานกว่า 30 ปี ประกอบกับหยิบวัตถุดิบแปลกๆ ในท้องถิ่นมาผสมผสาน ช่วยให้ชิ้นงานมีเอกลักษณ์เด่นเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า และเติบโตก้าวไกลไปสู่ตลาดส่งออก

 ลูกปัดเครื่องประดับแฟชั่น ไอเดียบรรเจิดจนโกอินเตอร์

เกษร โพธิสัตย์ เจ้าของกิจการร้าน “ลูกปัด” ที่ ถ.ช้างม่อยตัดใหม่ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เล่าว่า ชอบทำงานฝีมือโดยเฉพาะเชือกถักมาตั้งแต่เด็ก มักหาซื้อเครื่องประดับเชือกถักมาเลาะแกะทิ้ง เพื่อเรียนรู้วิธีการถัก และลองฝึกทำด้วยตัวเอง

ด้วยข้อจำกัดของฐานะ ทำให้มีโอกาสเรียนแค่ระดับประถม และเริ่มยึดอาชีพถักเครื่องประดับลูกปัดขายริมข้างทางบริเวณตลาดวโรรสตั้งแต่วัยรุ่น จากจุดเล็กๆ ในวันนั้น ปัจจุบัน กิจการได้ก้าวมาไกลอย่างยิ่ง โดยร้าน “ลูกปัด” ที่เปิดมากว่า 15 ปีแล้ว ถือเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับลูกปัดรายใหญ่ประจำเมืองเชียงใหม่ โดยมีบริการครบถ้วน ตั้งแต่ขายปลีกและส่ง ขายอุปกรณ์ และรับฝึกสอนอาชีพ

นอกจากนั้น จากเริ่มต้นทำคนเดียวขายข้างทาง ปัจจุบัน เปิดเป็นบริษัท เมย์ บีด จำกัด มีแรงงานทั้งประจำ และเครือข่ายป้อนวัตถุดิบรวมกว่าร้อยชีวิต ส่วนตลาดมีฐานลูกค้าประจำสั่งออเดอร์มาจากทั่วประเทศ และเมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ยังขยายสู่ต่างประเทศ ผ่านการออกแฟร์เพื่อการส่งออก อย่างงานแสดงสินค้าของขวัญ และงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (BIG&BIH) ซึ่งมีออเดอร์ทั้งยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง เป็นต้น

“ข้อดีของงานแฮนด์เมดเครื่องประดับลูกปัด คือ ต้นทุนต่ำ แต่สามารถทำกำไรต่อหน่วยได้สูง หากมีดีไซน์โดดเด่น สร้อยหนึ่งเส้นที่ต้นทุนแค่ 10 บาทก็อาจจะขายได้เป็นพันบาท อีกทั้ง สามารถพลิกแพลงทำเป็นสินค้าได้หลากหลาย ทั้งเครื่องประดับ และสินค้าที่ระลึก ช่วยให้เจาะลูกค้าได้หลายกลุ่ม หรือกรณีสินค้าที่ขายไม่ออก ก็สามารถรื้ออุปกรณ์ออกมาทำเป็นดีไซน์ใหม่ๆ ได้ ทำให้ไม่มีปัญหาของค้างสต๊อก” เจ้าของธุรกิจเผย

เธอ ระบุด้วยว่า จุดเด่นที่ช่วยให้เครื่องประดับร้านลูกปัดได้รับความนิยมและเติบโตมาจนถึงวันนี้ เพราะไม่หยุดนิ่งพัฒนารูปแบบ โดยสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้ในท้องตลาด ทั้งเทคนิคการถักและร้อยเชือก อีกทั้ง สร้างความแปลกใหม่ด้วยการประยุกต์ผสมผสานใช้วัตถุดิบธรรมชาติในท้องถิ่น เช่น เมล็ดกาแฟ กะลามะพร้าว รังไหม ฯลฯ อีกทั้ง เพิ่มมูลค่าด้วยการใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่ลูกค้าจดจำและกลับมาซื้อซ้ำได้

“เคล็ดลับที่อยากจะฝากถึงคนที่จะยึดอาชีพนี้ ในการออกแบบควรจะเป็นตัวของตัวเอง มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร แนะนำว่าควรใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่เป็นของท้องถิ่นมาผสมผสาน เช่น เมล็ดพืช เปลือกหอย ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ได้งานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยังสะท้อนถึงความเป็นท้องถิ่น เหมาะเป็นสินค้าที่ระลึก” เกษร แนะนำ

 ลูกปัดเครื่องประดับแฟชั่น ไอเดียบรรเจิดจนโกอินเตอร์

สำหรับวัสดุที่ใช้ในร้านนั้น เธอระบุว่า ส่วนใหญ่จะสั่งนำเข้าจากประเทศจีน ทั้งลูกปัด หินสี เม็ดกระดุม เชือกเทียน ฯลฯ ส่วนวัตถุดิบธรรมชาติ สั่งซื้อจากชาวบ้านในท้องถิ่น ส่วนการผลิตไปสอนวิชาชีพให้แก่กลุ่มแม่บ้านใน จ.เชียงราย กว่าร้อยชีวิต เพื่อให้เป็นแรงงานจ่ายค่าจ้างเป็นรายชิ้น ขณะนี้ สามารถผลิตได้ประมาณหนึ่งพันชิ้นต่อวัน

ทั้งนี้ ในร้าน “ลูกปัด” มีสินค้าเครื่องประดับและตกแต่งให้เลือกนับพันรายการ เช่น สร้อยคอ กำไรข้อมือ พวงกุญแจ ที่ห้อยโทรศัพท์ แหวน ต่างหู ฯลฯ ราคาตั้งแต่ 10 บาทไปจนถึงหลักพันบาท นอกจากนั้น ยังเปิดขายอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับถักเครื่องประดับครบถ้วน มีให้เลือกกว่าร้อยรายการ คิดราคาขายตามน้ำหนักที่ขีดละ 100 บาท และยังเปิดสอนอาชีพสำหรับผู้สนใจ คิดค่าเรียน 2,000 บาท (ระยะ 3 วันพร้อมอุปกรณ์)

ด้านช่องทางตลาด นอกเหนือจากหน้าร้านแล้ว จะขายผ่านอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ www.lookpud.com และออกงานแสดงสินค้า เช่น งานโอทอป ประจำปี และงาน BIG&BIH เป็นต้น

หญิงเก่ง ยอมรับว่า ปัจจุบันมีเครื่องประดับลูกปัดขายในท้องตลาดจำนวนมาก ทั้งจากผู้ผลิตรายใหญ่ถึงรายจิ๋ว แต่เชื่อว่า ตลาดยังไม่ถึงทางตัน เพราะสามารถพลิกแพลงทำเป็นสินค้าได้หลายรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีผู้ผลิตจำนวนมากและการแข่งขันสูง นับวันภาพรวมของราคาสินค้าประเภทนี้จะถูกกดให้ต่ำลงเรื่อยๆ ดังนั้น เตรียมจะออกแบรนด์ใหม่ ชื่อ “SINEE” ซึ่งจะเน้นเป็นเครื่องประดับแฮนด์เมดที่มีรูปแบบทันสมัยแปลกตาออกไป โดยใช้วัตถุดิบชั้นดีหาไม่ได้จากเจ้าอื่นๆ มุ่งลูกค้าระดับบน วางขายในห้างสรรพสินค้า และส่งออกโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยขยายหาลูกค้ากลุ่มใหม่ ควบคู่กับรักษาตลาดเดิมที่เป็นฐานสำคัญอยู่แล้ว

โทร. 08-1951-9221 , 08-9835-9944

www.lookpud.com

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

ขายตุ๊กแกกรมอุทยานฯ ผุดไอเดียเจ๋งหนุนชาวบ้านเลี้ยง “ตุ๊กแก” ส่งออกนอกหวังเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะไต้หวันเป็นตลาดใหญ่ เน้นวิจัย-เพาะพันธุ์ตุ๊กแกพันธุ์ไทยดั้งเดิม ซึ่งเป็นที่ต้องการของชาวไต้หวัน ส่วนใหญ่นำไปทำกระเป๋า เข็มขัด แทนหนังจระเข้ โดยจะใช้สมุทรสงครามเป็นพื้นที่นำร่องเพราะมีร่องสวนจำนวนมาก และยังเป็นปัญหาของชาวบ้าน ขณะที่ยังมีผู้ส่งออกรายเล็กเพียงรายเดียวที่จ.สกลนคร

วันที่ 14 พ.ค. นายวัฒนา เวทยประสิทธิ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัจจุบันเนื้อตุ๊กแกตากแห้งนับว่าเป็นสินค้าที่มีความต้องการในตลาดสูงมาก โดยเฉพาะตลาดในต่างประเทศ ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ดำเนินกิจการนี้อยู่เพียงไม่กี่ราย อยู่ในแถบจ.สกลนคร และยังทำเป็นกิจการขนาดเล็กอยู่

ซึ่งที่ผ่านมากรมอุทยานฯ อนุญาตให้ส่งตุ๊กแกตากแห้งออกไปขายที่ไต้หวันเฉลี่ยปีละ 1 แสนตัว และต้องรับรองว่าเป็นตุ๊กแกจากประเทศไทย แม้ว่าจะยังไม่อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามอนุสัญญาไซเตสก็ตาม นอกจากนี้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ยังได้พยายามที่จะศึกษาวิจัยเพื่อการเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนตุ๊กแกพันธุ์ดั้งเดิมของไทย ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ชาวไต้หวันต้องการมาก เพื่อที่จะไปสอนให้ชาวบ้านประกอบเป็นอาชีพเสริม เพาะขายส่งออก เพราะขณะนี้แม้จะมีความต้องการสูง แต่ก็ยังไม่มีการส่งเสริมในการเพาะเลี้ยงมากนัก

นายวัฒนากล่าวต่อว่า นอกจากตุ๊กแกที่กรมอุทยานฯ กำลังพยายามศึกษาเพื่อเพิ่มจำนวน ในการสร้างโอกาสให้ชาวบ้านนำไปเพาะเพื่อส่งขายเป็นอาชีพเสริมแล้ว ยังมีสัตว์เลื้อยคลานประเภทตัวเงินตัวทอง ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องร่องในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ต้องการของท้องตลาดต่างประเทศเช่นกัน

โดยส่วนใหญ่ต้องการนำหนังไปใช้ประโยชน์ในการผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง กระเป๋า เข็มขัด ทดแทนหนังจระเข้ ซึ่งสัตว์ชนิดนี้กรมอุทยานฯก็เตรียมเปิดให้เพาะเลี้ยงได้ด้วย ซึ่งในระยะแรกเริ่มนี้ อยู่ในขั้นตอนการเลือกพื้นที่นำร่องคือ จ.สมุทรสงคราม เพราะที่ผ่านมาพบว่าตัวเงินตัวทองอาศัยอยู่มาก แ

ละยังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ด้วยการเข้าไปทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวสวน จนต้องหาทางกำจัดด้วย ซึ่งถ้าหากมีการส่งเสริมให้เพาะขายเชิงพาณิชย์ เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ และยังทำให้ชาวบ้านมีอาชีพเพิ่มมากขึ้นด้วย

“ที่เราต้องการส่งเสริมพวกนี้เพราะที่ผ่านมามีชาวบ้านมาขอให้ไปช่วยเหลือ เพราะตัวเงินตัวทอง ตุ๊กแก มีจำนวนมาก และสร้างความเดือดร้อน ทำให้บางทีก็ต้องกำจัดด้วยการยิงทิ้งบ้าง ก็น่าสงสารสัตว์ เราได้พยายามกลับมาศึกษาเพื่อให้ชาวบ้านได้ประโยชน์จากมัน ส่วนหนึ่งจะส่งเสริมให้มีการเลี้ยง อาจจะเลี้ยงเป็นลักษณะฟาร์ม สวนสัตว์ เพื่อการท่องเที่ยวหรือเลี้ยงไว้ตามบ้าน อาจจะขายได้” นายวัฒนากล่าว

 

อาชีพใหม่ ตุ๊กแกอบแห้ง รายได้เดือนละ 10 ล้าน!


อาชีพแปลกทำ”ตุ๊กแกอบแห้ง”ส่งออกทำเงิน ช่วงเศรษฐกิจซบเซา และภาวะภัยแล้ง แห่งเดียวนครพนม ไม่กระทบยอดส่งออกตุ๊กแกตากแห้ง ส่งนอก พบเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 10 ล้านบาท…..

ที่ จ.นครพนม ถึงแม้หลายพื้นที่จะประสบปัญหาภัยแล้งไม่สามารถทำนาและการเกษตรได้ตามปกติ รวมถึงสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ประชาชนรายได้ลดลง แต่สำหรับราษฎรบ้านตาล ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม กลับไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป็นหมู่บ้านแห่งเดียวของนครพนมที่ยึดอาชีพสุดแปลกมานานกว่า 20 ปีคือทำตุ๊กแก ไส้เดือน และปลิง ตากแห้ง ส่งออกขายต่างประเทศหมุนเวียนตามฤดูกาลตลอดปี สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี สวนกระแสในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

นายคนึง มีพรหม นายอำเภอนาหว้า จ.นครพนม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ว่า สำหรับ ต.นาหว้า อ.นาหว้า ถึงแม้จะมีปัญหาเศรษฐกิจและภัยแล้ง แต่ชาวบ้านมีอาชีพทำตุ๊กแก ไส้เดือน และปลิง ตากแห้ง ส่งขายต่างประเทศ สร้างเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 10 ล้านบาท อำเภอได้เข้าไปดูแลส่งเสริมสนับสนุนบางส่วน ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพหลัก

ขณะ ที่นายปราณีต นางทราช อายุ 50 ปี ราษฎรบ้านตาลที่ยึดอาชีพทำตุ๊กแกตากแห้งส่งออก กล่าวว่า ทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว รายได้ดี ไม่ว่าจะสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ไม่มีผลกระทบ ช่วงนี้จะเป็นตุ๊กแกตากแห้ง คนที่ออกไปจับมาขายตัวละประมาณ 10 – 25 บาท ตามขนาด และชำแหละแปรรูปตามแบบมาตรฐานนำไปตากแห้งหรืออบ ก่อนแพ็กส่งขายให้พ่อค้าส่งออกไป จีน ไต้หวัน นำไปปรุงอาหาร เป็นยาชูกำลัง ในราคาตัวละประมาณ 30 บาท ตามขนาดเล็กใหญ่ มียอดส่งออกเดือนละหลายแสนตัว มีรายได้ครอบครัวละ 5,000 – 10,000 บาทต่อเดือน

นายปราณีต กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องปัญหาการสูญพันธุ์ของตุ๊กแกนั้นไม่มีอย่างแน่นอน เพราะในระยะเวลา 1 ปี จะมีช่วงพักประมาณเดือน ต.ค. – ม.ค. เป็นช่วงตุ๊กแกผสมพันธุ์ออกไข่ ซึ่งธรรมชาติของตุ๊กแกนั้น ขยายพันธุ์ได้เร็วและมีจำนวนมาก เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนก็จะไปทำปลิงตากแห้งแทน สำหรับตุ๊กแกที่นำมาผลิตนั้น จับตามบ้านเรือนทั่วไป ไม่ใช่ตุ๊กแกตามป่า จึงไม่ผิดตาม พ.ร.บ.สัตว์ป่าหวงห้าม ในอนาคตกำลังหาทางเลี้ยงขยายพันธุ์เป็นสัตว์เศรษฐกิจ

 

‘หลอดกาแฟ’ ก็ทำเงิน !! งานประดิษฐ์ การทำชิ้นงานศิลปะประดิษฐ์บางชนิดไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนมาก งานประดิษฐ์บางชนิดเราสามารถนำวัสดุและวัตถุดิบที่มีอยู่ใกล้ตัว หาได้ง่าย ราคาไม่แพง มาใช้ผลิตเป็นชิ้นงานขายได้ อย่างเช่นงานประดิษฐ์ “โมบายแขวนจากหลอดกาแฟ” หลากสีสัน ที่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ได้…

บุญสืบ ฟักน่วม เจ้าของชิ้นงานนี้เล่าว่า ยึดอาชีพผลิต “โมบายแขวนจากหลอดกาแฟ” ขายมานานกว่า 15 ปีแล้ว ซึ่งพัฒนามาจากงานเครื่องแขวนหรือโมบายที่ใช้วัตถุดิบในการทำจากเปลือกหอย โดยจากเดิมที่คิดแค่จะทำเป็นอาชีพเสริมในยามว่าง ต่อมาก็หันมายึดอาชีพนี้ทำอย่างจริงจังเพื่อส่งขายให้กับลูกค้าเพื่อนำไปจำหน่ายต่ออีกทีหนึ่ง เหตุที่สนใจเพราะมองว่าเป็นงานที่สามารถหัดทำได้ไม่ยาก อีกทั้งวัตถุดิบหาได้ง่าย ใช้เงินลงทุนเกี่ยวกับอุปกรณ์ไม่สูงนัก โดยหัดทำด้วยตนเอง เริ่มจากรูปแบบง่าย ๆ เช่น พับเป็นรูปทรงดอกกุหลาบ พับเป็นดาว ต่อมาคิดว่าน่าจะสามารถนำมาพัฒนารูปแบบให้เป็นงานเครื่องแขวนหรือโมบายได้

ชิ้นงานที่ทำขึ้นนั้น เน้นที่งานเครื่องแขวนเป็นหลัก โดยมีรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ปลาตะเพียน ดาว เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังสามารถดัดแปลงทำเป็นพานพุ่มบายศรี หรือพานพุ่มสำหรับตั้งบูชา ได้อีกด้วย ปัจจุบันนอกจากผลิตเพื่อจำหน่ายเองแล้ว ก็ยังมีรายได้เสริมอีกทางจากการรับทำตามความต้องการของลูกค้าที่สั่งเฉพาะอีกด้วย

“รูปแบบที่เห็นก็พัฒนามาจากงานฝีมือที่นักเรียนส่วนใหญ่จะเคยหัดทำมาบ้างแล้ว เพียงแต่เอามาเพิ่มรูปแบบให้ละเอียดและซับซ้อนขึ้น มีการนำวัสดุอื่น ๆ เข้ามาตกแต่ง ทำให้ชิ้นงานดูสะดุดตา” เจ้าของงานกล่าว

ทุนเบื้องต้นในการทำโมบายจากหลอดกาแฟนี้ ใช้ไม่มาก ประมาณ 1,000 บาท ส่วนทุนวัตถุดิบอยู่ที่ประมาณ 50% จากราคาขาย โดยโมบายหลอดกาแฟที่ทำขึ้นราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ชิ้นละ 99 บาท จนถึง 199 บาท สำหรับตลาดของสินค้า ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่รับไปขายต่อตามตลาดนัด และตามแหล่งท่องเที่ยว

วัสดุอุปกรณ์ในการทำมีไม่มาก ประกอบด้วย เข็ม สำหรับร้อยเอ็น, เอ็นพลาสติก, กรรไกร, หลอดกาแฟ, ลูกปัดสี, กระดิ่ง และวัสดุตกแต่งอื่น ๆ ตามความต้องการ หรือตามจินตนาการ

ขั้นตอนการทำ ส่วนใหญ่มีหลักการทำคล้ายกันทุกแบบ คือการพับหลอดกาแฟให้เป็นรูปสามเหลี่ยม คล้าย ๆ ข้าวต้มลูกโยน เริ่มจากนำหลอดกาแฟชนิดยาวมาตัดหรือผ่าครึ่งออกตามยาวด้วยกรรไกร จากนั้นเริ่มทำการพับหลอดกาแฟให้เป็นรูปสามเหลี่ยมไปจนหมดความยาวของหลอด โดยพับเผื่อไว้ล่วงหน้า ซึ่งโมบายพุ่ม 1 ชิ้นจะใช้สามเหลี่ยมประมาณ 68-141 อัน สำหรับสามเหลี่ยมที่พับนั้น จะใช้ทั้งสามเหลี่ยมแบบนูนและสามเหลี่ยมแบบแบน โดยสามเหลี่ยมแบบนูนจะใช้สำหรับเป็นฐานหลักของโมบาย ส่วนสามเหลี่ยมแบบแบนจะใช้ประกอบในส่วนที่เป็นลูกช่วงสำหรับเชื่อมต่อระหว่างส่วนบนและส่วนล่างของโมบาย

เมื่อพับหลอดกาแฟเป็นรูปสามเหลี่ยมได้ครบจำนวนแล้ว นำเข็มกับเอ็นพลาสติกมาร้อยสามเหลี่ยมเข้าด้วยกันให้เกิดเป็นรูปทรงตามที่ออกแบบไว้ ตรงนี้ถ้าใครที่มีทักษะการร้อยพวงมาลัย หรือการร้อยอุบะ จะสามารถผลิตชิ้นงานได้เร็วขึ้น เพราะใช้ทักษะคล้ายกัน เมื่อรวมสามเหลี่ยมหลอดกาแฟเป็นรูปทรงตามที่ต้องการได้แล้ว ก็ทำการเย็บลูกปัดสี กระดิ่ง วัสดุตกแต่ง เพื่อประกอบและตกแต่งโมบาย ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

สำหรับการทำเป็นปลาตะเพียนนั้น เริ่มจากนำหลอดยาวมาตัดและพับเป็นรูปสามเหลี่ยมก่อนแล้วพับไปจนหมดความยาวของหลอด นำหลอดมาตัดอีกแล้วพับเป็นสามแฉก นำเข็มและเอ็นพลาสติกมาเย็บกับหลอดสามเหลี่ยมที่เตรียมไว้ มัดหลอดติดกับเอ็นพลาสติก และเย็บลูกปัดตามไปพร้อมกัน เริ่มตั้งแต่หัวปลาไปถึงหางปลาจำนวน 2 ชิ้น นำแบบปลา 2 ชิ้นมาเย็บติดกัน พร้อมกับลูกปัด จนได้ปลา 1 ตัว ส่วนขั้นตอนการทำสายห้อยด้านบนปลาตะเพียน เริ่มจากนำเข็มและเอ็นพลาสติกมาร้อยกับลูกปัดสลับสีกัน หรือจะใช้ลูกปัดสีเดียวกันก็ได้ตามแต่จินตนาการ จากนั้นเย็บติดกับด้านบนของปลาตัวใหญ่

ส่วนการทำสายห้อยด้านล่าง มีขั้นตอนเหมือนการร้อยอุบะพวงมาลัย โดยจำนวนเส้นที่ห้อยลงมาขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ทำ แต่ไม่ควรมากเกินไป เพราะจะดูเกะกะ ไม่กระจายตัว ดูไม่สวยงามเวลาแขวน

เทคนิคการสร้างความน่าสนใจให้ชิ้นงาน บุญสืบแนะนำว่า อยู่ที่ความละเอียดของสามเหลี่ยมที่ใช้ประกอบเป็นชิ้นงาน ไม่ควรเว้นช่องว่างหรือร้อยให้ตาห่างเกินไป นอกจากนี้การเลือกใช้สีของหลอดกาแฟก็สำคัญ ควรเน้นสีสันสดใสเป็นหลัก เพราะลูกค้าและตลาดจะนิยมมากกว่าการใช้หลอดสีเรียบเพียงอย่างเดียว

“อาชีพนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำเป็นอาชีพเสริม งานแต่ละชิ้นใช้เวลาในการทำไม่มากนัก หรือหากคนที่คิดจะทำเป็นอาชีพหลักก็สามารถทำได้ ใช้เงินลงทุนไม่มาก เพราะไม่ต้องลงทุนเรื่องอุปกรณ์มากเหมือนกับการทำงานประดิษฐ์ชนิดอื่น ๆ” เจ้าของงาน “โมบาย หลอดกาแฟ” กล่าว

ใครสนใจชิ้นงาน ต้องการติดต่อ บุญสืบ ฟักน่วม โทร.08-6033-9747, 08-4003-5157 ใครที่สนใจอยากจะลองฝึกหัดทำเป็นอาชีพ ก็ลองสอบถามได้โดยตรงกับเจ้าของผลงาน ซึ่งนี่ก็เป็นอีกอาชีพทำกินหนึ่งที่ใช้วัสดุใกล้ตัวมาดัดแปลง ลงทุนไม่มาก แต่ถ้าฝีมือดี ๆ ก็สามารถจะเป็นอาชีพทำเงินได้.

Google แนะนำอาชีพเสริม

Login



ค้นหาอาชีพทั่วไทย

UserOnline

Users: 1 Guest, 3 Bots

ทำการตลาดผ่านแบนเนอร์ราคาชาวบ้านๆ

สถิติไซต์แก้จนดอทคอม

แก้จนดอทคอม บน Facebook




Forgot?
Register

  • rung: สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายค่ะ ขอราคาส่ง, วิธีรับสินค้าแล
  • kaikook: ติดต่อสอบถามได้ที่ 02-388-3356-7 โครงการ คม ชัดลึกฝึกอาชีพ
  • จ๊อย: สนใจเฟรนชายน์ ค่ะ อยากทราบรายละเอียดมากค่ะ ขอบคุณค่

Tips

คุณสามารถค้นหาอาชีพที่คุณสนใจ โดยใส่คำค้นในช่องค้นหาอาชีพด้านบน และกด Enter ท่านจะได้พบหัวข้ออาชีพต่างๆที่คุณสนใจ ให้คุณคลิกเลือกหัวข้อต่างๆเพื่ออ่านบทความ ชมวีดีโอ และภาพประกอบอื่นๆ

ชมอาชีพที่น่าสนใจอื่นๆ

ผู้ชมกว่า 5,000 คนต่อวัน กำลังต้องการอาชีพ

สำรวจความคิดเห็น

คุณอยากมีเว็บไซต์ฟรีีๆ ช่วยคุณขายของ ในเว็บแก้จนดอทคอมหรือเปล่าเอ่ย?

View Results

Loading ... Loading ...

ส่งข้อความถึงนายแก้จน

ชื่อสมาชิก

กรุณาใส่อีเมล์ด้วยครับ

หัวข้อ

ข้อความ

Translation

by Transposh

หาเงินออนไลน์